241006-3-135 ทางเอกภาค3-ตอน135(หน้า299)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
พ่อท่านอบรมทำวัตรเช้าประจำวันที่ 6 ตุลาคมพุทธศักราช 2524 ที่พุทธสถานปฐมอโศกอืมสาธุดังนี้ทีเป็นต่อเหรียญเลือกตั้งใจเรียนบอกเตือนอยู่เสมอๆเราทำยาทำขณะของเราให้ตกหล่นแต่ลักษณะแต่ลักษณะเราควรจะเจริญเราควรจะได้ประโยชน์ไม่ใช่ได้เปรียบนะแต่ลักษณะแต่ลักษณะเราควรจะได้ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ที่แท้จริงก็ค้านแย้งกับสิ่งที่เราเคยนึกคิดคือประโยชน์ที่แท้จริงนั้นคือได้ หรือเกิดปัญญาเกิดความรู้แจ้งในสัจธรรมของความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐสุดเราเกิดเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐสุดนั้นได้สร้างสรรค์ได้จ่ายแรงงานได้จ่ายแรงความคิดได้ทำให้เวลามันมีคุณค่าแต่ละเวลาแต่ละเวลาเราเป็นตัวสร้างสรรค์ต้นไม้ทุกต้นทุกขณะในเวลาทุกข์ขณะนี้มันทำงานต้นไม้นี่ทำงานรากก็ดูอะไรๆมาแล้วมันก็เดินทางสังเคราะห์และก็เอาไปเลี้ยงไปสังเคราะห์ไปกระจายเป็นประโยชน์ต่อกันต่อกันเต็มต้นถั่วการถั่วกิ่ง ทวดดอกทั่วไปมันเป็นอยู่อย่างนั้นตลอดเวลากลางวันกลางคืนมันก็เป็นอยู่ตลอดเวลาเกิดการเจริญเจริญเจริญเจริญอยู่ตัวเราเป็นคนก็เหมือนกันเราก็ควรจะเจริญอย่างนั้นเจริญๆอยู่สร้างสรรค์อยู่ในเวลาที่ควรจะได้พักเราก็จะมีแล้วเราก็ต้องรู้เวลาพักไม่ใช่แขกเกินไม่ใช่ไปที่ได้ติดเสพอย่างที่คนอื่นเขาหลอกว่าต้องมากเท่านั้นต้องมากยิ่งต้องมากยิ่งต้องมากยิ่งอันนี้อันนี้ยิ่งอร่อยจะต้องเอาให้มากอันนี้อันนี้ยิ่งหน้าเสพหน้าติดเอาให้มากให้มากให้มากมันก็จะสะสมแล้วมันก็จะ ตัวรถติดเคยตรวจรถติดติดติดติดแล้วก็ไม่ต้องจากความไม่จ่ายนี่แหละคือความไม่ตายไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้นต้องเวียนวนสั่งสมสร้างสันให้มันแล้วเราก็ไม่ต้องจากกันแล้วจะมาพระพุทธเจ้าเห็นจุดตีจากหรือตีแตกเห็นจุดที่ปล่อยอันนี้ได้หยุดเสพติดหมดสังข์หมดร้องว่าเป็นสวรรค์อันน่าเสวยมันไม่ใช่สวรรค์
อ่านต่อ
ที่น่าเสวยแม่เราจะมาเป็นคนที่มีคุณค่ามีประโยชน์มีการสร้างสรรค์มีความดีงามมีการ เสียสละได้สร้างสรรค์แล้วก็แจกจ่ายไม่ใช่หวงไม่ใช่กักตุนไม่ต้องเป็นของตนสร้างสรรค์ขึ้นแล้วก็เป็นของสาธารณะสร้างสรรค์ขึ้นแล้วก็เป็นของกับคนผู้มีประโยชน์นั้นนี้เราก็สร้างสรรค์เราเกิดมาเป็นประโยชน์ต้นไม้มันสร้างตัวเองของมันตลอดเวลาตลอดเวลาก็เป็นประโยชน์ขึ้นในโลกเป็นสิ่งที่จะมาสังเคราะห์เป็นเครื่องปรับอากาศในโลกเป็นเครื่องประดับโลกเป็นวัตถุที่จะมีคุณค่าสำหรับโลกอย่างนั้นอย่างนี้มันเป็นอยู่จริงๆกี่ปีก็ตามมากปีมากปีขึ้นมันก็เป็นจนได้ต้นไม้บางต้นอายุเป็นพันปีค่อยมามีประโยชน์กับมนุษย์ มนุษย์บางต้นซึ่งเป็นไม่ใช่พันปีหลายพันปีหมื่นปีบางต้นไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ที่เดียวจะเป็นประโยชน์ต่อโลกต่อสัตว์อะไรมีต่างๆเราก็ควรจะเป็นประโยชน์ต่อเขาทั้งหมดให้มากที่สุดเราเป็นสิ่งประเสริฐที่เกิดมาในโลกถือว่าเป็นสิ่งประเสริฐของโลกแล้วเราก็จะทำให้มันเป็นประโยชน์ของโลกให้มากความจริงอันนี้ควรจะได้รู้ควรจะได้เห็นเป็นจุดแกนจุดยืนจุดเป้าหมายของมนุษยชาติแต่คนสำนึกเสมอเราควรสร้างให้มันตรงให้มันจริงให้มันเป็นอย่างนั้นเกิดมาทุกคนก็ควรจะได้รู้จุด อย่างนี้แต่เราก็ไปถูกหลอกกันว่าเราจะต้องได้เปรียบเราจะต้องเอาเราจะต้องเสพเราจะต้องติดนึกออกมาเป็นความเจริญมีความศิวิไลเป็นความมีค่าเราเคยเนี่ยที่เรายังไม่ได้มาเรียนทำจะต้องเคยหลงอย่างนั้นหลงผิดมาอย่างนั้นจริงๆกล้าพูดได้ถ้าได้ทั้งนั้นแหละนั่งมาในนี้มันเคยหลงผิดอย่างนั้นมาจริงๆมิจฉาทิฏฐิเมื่อเราได้มารู้ถูกทางขนาดรู้รู้มันยังมาล้างออกชำระออกเปลี่ยนแปลงกลับไหมมันถูกความจริงที่เรารู้นี้แน่ๆใจนี้อันเป็นความจริงที่เด็ดขาดเป็น General Cruise เป็นความจริงอันทั่วไปทั้งหมด ว่าที่พูดที่ไหนกลุ่มไหนเขาจะต้องเข้าใจว่าเป็นความดีที่จริงเป็นความจริงที่ดีแน่ๆมีเหตุผลเพียงพอเถียงไม่ได้ไม่ว่าใครก็ต้องเห็นด้วยสำหรับความเป็นมนุษย์นอกจากมนุษย์บ้ามนุษย์ที่จิตสติฟั่นเฟือนแม้จะเป็นทั้งหมดเห็นทั้งหมดมันก็คงไปทั้งหมดหรอกคนบ้าๆขว้างๆก็คงจะมีบ้างแต่ทั่วไปใน LINE เฉลี่ยแล้วไม่ว่าคนชาติไหนประเทศไหนกล้ารับรองได้ว่าเขาจะเห็นเป็นส่วนใหญ่เลยเป็นความเห็นด้วยวันนี้เป็นความจริงสาธารณะเป็นความจริงทั่วไปการเสียสละเป็นความดีการสร้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่โลกมากที่สุดแก่มนุษยชาติสัตว์โลกให้มากที่สุดเป็นความดีไม่ใช่การเอาเปรียบแต่เราหลงว่าการได้เปรียบเป็นความดีเราเคยหลงผิดมาจริงๆนึกดูเถอะมันเป็นสัจจะที่จริงๆนะแต่เราไปโมหะลืมตัวหลงตัวไปเพราะมันนึกได้อย่างแท้จริงตั้งอกตั้งใจนึกดีๆอ้าวเรานี่แหละหลงผิดมันนี่เรามีฉันที่ไปเราไปหลงยังไงจะต้องเอาเปรียบจะต้องมาเห็นแก่ตัวแล้วจะไม่สร้างสรรค์จะขี้เกียจขี้คร้านเป็นคนงอมืองอเท้าไม่เกิดคุณเกิดค่าอะไร จนก็ตราหน้าว่าเป็นภาคสังคมเป็นปลิงสังคมเป็นกาฝากสังคมอะไรต่างๆนานามึงก็แย่เพราะตาหน้าแล้วถ้าผมก็คิดด้วยสติสัมปชัญญะปัญญามันถูกซะด้วยอย่างนี้มันก็เราก็จะต้องรู้สึกตัวอาการเรียนการสอนการศึกษาเรียกว่าการพานำพากันเพื่อที่จะไปสู่จุดที่ประเสริฐเป็นมนุษย์ที่ดีเมื่อเราไม่เห็นแล้วมารู้แล้วเรามาฝึกออกที่จะเห็นได้ว่าคนที่เป็นปราชญ์แท้พระบรมศาสดาท่านก็ได้ลงมาช่วงนึงนิดนึงแล้วท่านก็มารู้สึกตัวจนถึงไม่เห็นจริงเห็นจังหวะแท้มันเป็นอย่างนี้ความประเสริฐ ได้ดีแท้ๆเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ได้ดีอย่างคนโลกที่หลอกกันต้องมีเงินมีทองเยอะๆมีลาภเยอะแยะมียศสูงๆมีอำนาจเบ่งข่มคนนั้นคนนี้ได้เป็นความประเสริฐเป็นความสำเร็จของชีวิตได้รับฉันเสียงสรรเสริญเยินยอแกล้งยอคนอื่นๆใดๆไม่มีใครกล้าที่จะไม่ยอมต้องรอหมอทั้งๆที่ไม่จริงใจก็ต้องมากล้ายอไม่ใช่อย่างนั้นเราต้องการความจริงเขาจะยกยอสรรเสริญเราเขาก็ต้องเห็นว่าเราดีจริงมีความดีจริงมีความประเสริฐจริงเขาก็ยกยอสรรเสริญและยกย่องนับถือกราบไหว้บูชาขึ้นมาโดยไม่ใช่มาแกล้งไม่ทำตามประเพณีมาทำตามกันยอมยอมง้อๆไปด้วยการเปล่าประกาศ การใช้ Anna อะไรต่างๆนานาบังคับไม่ใช่ด้วยความเห็นจริงยอมจริงด้วยจิตใจด้วยเห็นประโยชน์เห็นคุณค่าเห็นสารัตถะแท้ๆว่าโอ๊ยคนนี้ต้องกราบไหว้คนนี้ต้องเชิดชูคนนี้ต้องสรรเสริญยอมแพ้คนนี้แน่จริงๆเก่งกว่าเสียสละได้ยอดสร้างสรรค์ได้มากมีคุณมีประโยชน์กว่าเราจริงๆเหลือร่นและยอมยอมเพราะท่านมีความดีจริงๆอย่างนั้นนี่เป็นความหมายที่เราพึงรู้พึงเข้าใจเมื่อเราเพิ่งรู้เพิ่งเข้าใจและศึกษาว่าเราจะทำได้อย่างไรและจะฝึกอบรมตนอย่างไรจะทำอย่างไรมันถึงจะเป็นอย่างนั้นแท้ๆถึงเที่ยง ทำอย่างนี้ได้ตลอดขนาดทุกขณะทุกเวลามากที่สุดจะทำอย่างไรเราก็มาฝึกการอบรมการชักจูงกันนำพากันยามยืนยันแก่กันและกันซ้ำซากแล้วซ้ำซากอีกจนเป็นจนเที่ยงจนยืนหยัดยืนยันจนเป็นได้ไม่ฝืดไม่ฟื้นจิตใจที่มีแต่มีแรงต้านแรงดึงแรงฉุดทวนอยู่ก็จนไม่มีอะไรทวนจนไปตามกระแสเป็นกระแสธรรมเป็นกระแสแห่งสัจจะหรือกระแสแห่งโลกุตระได้หมดไม่เหมือนชาวโลกแล้วเรากลายเป็นคนที่สบายใจที่ได้เสียสละไม่ใช่สบายใจที่ได้เปรียบเพราะได้เปรียบแล้วก็ดีอกดีใจฉลองเฉลิมไม่ใช่มันกลับกันหมด แล้วเราจะมาล้างจุกจิกของเราในจะสะอาดสะอาดจนใช้สำนวนพวกผงซักฟอกเขาก็สะอาดจนดมกลิ่นได้สะอาดจนฟุ้งขจรกระจายแต่มันไม่มีกลิ่นเหมือนกับของปลอมเหมือนกับกลิ่นที่เขาใส่กลิ่นหอมกลิ่นเหม็นอะไรไปปนไปปรุงเป็นสังขารไม่ใช่มันสะอาดจนขจรกระจายรุ่งเรืองวาววามโชติช่วงชัชวาลประภัสสรสะอาดเป็นจิตที่สะอาดแท้ๆนี่เราเรียกว่าพัดสอนหรือสะอาดสะอาดแล้วก็พัดสอนสะอาดแล้วคน พูดได้กระจ่างขจรกระจ่างทั้งขจรไกลไปค้นดูได้มันไม่ใช่กลิ่นฉุนมันไม่ใช่กลิ่นหอมกลิ่นเหม็นมันไม่ใช่สีลอกสีชวนหลอกไม่ใช่แต่มันเป็นความจริงเป็นสัจจะเป็นความสะอาดเป็นความซื่อสัตย์เป็นความดีอันบริสุทธิ์เป็นความดีอันถูกทำขจรกระจายไปในสภาพสอนถึงได้แปลกันอยู่ตลอดเวลานี่มันเป็นสอนมันมันพอวางๆๆมีฤทธิ์มีแรงอย่างที่เรียกว่ายังพบพระพุทธเจ้ามี มีฉัพพรรณรังษีของท่านประภัสสรฉบังทะเลรังษีของท่านรุ่งเรืองมีกระจายถ้ายิ่งติดตัวท่านได้จากเราจะเห็นเราจะทำความสมมติเป็นบุคลาธิษฐานว่าจะมีเป็นอยู่ประจำตัวเลยมีฉับพลันรังสีมีแสงส่งรอบออกวันออกไปเลยนั่นเป็นความจริงนะที่เป็นนามธรรมที่คนเรามามามาสมมุติแล้วก็มามันพยายามทำขึ้นมาให้คนเรารู้กันได้เป็นบุคลิกฐานแท้จริงมันมีมันมีความดีงามอันนั้นซึ่งมันเป็นนามธรรมไม่มีตัวตน ไม่มีรูปไม่มีสีไม่มีกลิ่นไม่มีรถแต่เป็นความดีที่ขจรวันนี้จะแยกคำว่าประภัสราให้ฟังกระจ่างกระจ่างเราได้เคยได้ยินคำสอนมาแล้วก็พอมาได้ยินคำสอนที่ผมสอนคำสอนที่ผมกล่าวว่าจิตแท้นั้นประภัสสรจิตแท้นั้นสะอาดรุ่งเรืองส่วนจิตเดิมถ้าใช้คำว่าจิตเดิมแท้นั้นไม่ประภัสสรคำสอนนี้ก็การแยงที่เราได้เคยได้ยินมา คำว่าจิตเดิมเอาคำว่าเดิมมาใส่นั้นเป็นไทยมาแปลเป็นไทยเองจากภาษาบาลีคำเดียวกันแล้วก็แปลไปตามความเห็นเติมคำว่าเดิมก็ไปคำนึงก็เพี้ยนแล้วเพราะมันมีความหมายเพิ่มคำว่าเดิมหมายความว่าเก่าที่จริงๆจิตเก่าที่เกิดจิตเก่าที่มันมีจิตมันมีตัวเกิดถ้ามันไม่เกิดมันก็จบทีนี้จิตผู้ที่จะเกิดแต่ว่าจบก็ต้องมีเป็นจิตของผู้จบถ้าเติมว่าจิตเดิมแท้ของพระอรหันต์ จิตเดิมแท้ของสรรพสิ่งสรรพสัตว์ที่เดิมที่เป็นจิตจริงๆสะอาดบริสุทธิ์อย่างนั้นได้ภาษาบาลีที่แปลมามันอันเดียวกันในอังคุตตรนิกายเอกนิบาตถ้าผู้ที่ศึกษาอยู่ก็คงจะได้ยินมาจากคำว่าสอนนั่นแหละประภัสสรวิธีทำติดตั้งปลุกประโยคเข้าท่านก็มีคำว่าภิกขเวหมายถึงภิกษุดู Galaxy of แปลกันอยู่ตลอดเวลาก็ดูการพิสูจน์ประภัสราภิกขเวจิตตังตันจะขอ เลเซอร์อุปกรณ์ยถาภูตังนะประชาธิปัตย์สมาอัสสุโตะวัตถุชนิดศักดิ์จิตภาวนานัตถิอุทามีอะไรก็มีประโยชน์อีกประโยคหนึ่งอันแรกนี่ท่านหมายถึงสภาพของจิตที่มันไม่ภัสสรจิตนั้นน่ะจิตใจจริงๆน่ะมันประภัสสรมีเราแปลตรงสรรพกรนั้นถ้ามันจะ อิทธิพัทธ์สอนนั้นแต่ว่ามันจะเศร้ามันจะหมองหรือว่ามันจะไม่เป็นจิตอันบริสุทธิ์ก็เพราะมีสิ่งที่มันร่วมมาผสมท่านเรียกทับศัพท์กันว่าอาคันตุกะอาคันตุกะมันมีสิ่งที่เป็นเครื่องทำให้เศร้าหมองเราเรียกในภาษาอุปกิเลสหรือกิเลสมันเข้ามามันผสมมาร่วมมีกิเลสหรือมีอุปกิเลสเข้ามาผสมรวมจิตแท้ๆจิตจริงๆนั้นมันพ้นมันวิเศษมันสะอาดมันบริสุทธิ์ได้ก็เพราะไม่มี กิเลสไม่มีอุปกิเลสที่เข้ามาร่วมเขาเรียกว่าจอห์นมาแปลออกมาว่ามันในที่นี้ท่านแปลในภาษาไทยท่านแปลว่าจิตนี้ผุดผ่องน่ะประภัสสรแปลว่าผุดผ่องแต่ว่าจิตนั้นแหล่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมาแปลว่างั้นแหละที่จอนมาแล้วอันต่อมาท่านก็บอกว่าจิตนี้ผุดผ่องและจิตนั้นพ้นวิเศษแล้วจากกิเลสที่จอนมาอันนี้อยู่มันไม่ใช่ วัดที่เมื่อกี้ที่อ่านมันอยู่ในตัว M ปภัสรามิตรถังภิกขเวจิตตังตันจะขออาคันติมายะมันมีสิ่งนี้เข้ามามันมีสิ่งนี้เข้าไปร่วมมันมีสิ่งนี้เข้ามาผสมเปอร์เซียมีอุปกิเลสเข้ามาผสมผสานเว็บประมูลตันติหมายความว่ามันไม่มีอันนั้นแล้วมันไม่มี กดกิเลสนั้นแล้วท่านก็ไปแปลทับศัพท์กันกลับกันเท่านั้นว่าอุปกิเลสที่จรมากับอุปกิเลสที่กับพ้นจากหรือว่าไม่มีแล้ววิทย์สมมุติหรือจะพูดสั้นๆอีกทีว่าวิมุตนั่นแหละวิมประมุขประมุขต่างจังหวัดตั้งลงไปไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นอะไรเกิดมุตตะมุตตะก็คือที่เราว่ามุตติมุตตะมันผิดพลาดรู้มันมีธาตุเหล็กธาตุรู้ธาตุหลุดเกิดขึ้นอย่างยิ่งวิทย์นี่เรียกว่าวิเศษมันแปลว่าพ้นวิเศษหลุดวิเศษ วิเศษมันมีการหลุดการพ้นขึ้นมาแล้วที่จิตจิตนั้นจึงเป็นจิตแท้ๆจิตนั้นจึงเป็นจิตประภัสสรจิตนั้นจะไปติดสะอาดจิตบริสุทธิ์แพ้อาทิตย์นี้ก็มาดูประเด็นที่มันค้านแย้งกันขัดกันอยู่เรายังข้องใจเรายังไม่ทะลุปรุโปร่งยังไม่เข้าใจแท้เป็นความเห็นที่ต่างกันต่างกันแน่เราก็ต้องรับว่าแน่เราก็ต้องพูดกันจริงๆว่าท่านว่าอย่างนั้นมานะนี่ไม่ใช่ว่ามาถกเถียงว่าเออหรือผู้รู้ผิดหรือถูกอย่างเมื่อวานนี้นะที่พูดกันแล้วเราไม่ได้ผิดศีลข้อนี้เรามีทำเอาวิริยะสมโภชน์ชงเรามีวิจัยเรามีสาขาเรามีการกล่าววิเคราะห์เราไม่ได้ไปแข่งแย่งกันตกเป็นเถียง เรามาพูดสัจจะกว่าเหตุว่าผลด้วยการวิจัยวิเคราะห์เป็นหลักรู้เป็นหลักเพื่อรู้ท่านที่ว่าด้วยความเห็นความรู้ของท่านท่านก็ว่าไปเราไม่ได้โกรธกันก็ไม่ได้เคืองกันความเห็นของท่านท่านก็แสดงเราว่าอย่างนั้นไม่ถูกนะฟังอย่างนี้บ้างท่านจะฟังก็ฟังถ้าไม่ฟังท่านจะเอาแต่แกร่งแย่งกันเถียงกันมาของฉันถูกด้วยของฉันยึดฉันยึดของฉันแล้วโดยไม่ฟังมันก็ไม่ได้ความรู้อะไรศีลนั้นก็สอนว่าอย่าไปทำอย่างนั้นอย่าไปเจอเด็กเอามอเตอร์ไซค์ไปแข่งไปแย่งจะเอาของฉันถูกเอาของฉันถูกไม่เอาฟังเขาฟังเราเราฟังเขาฟังเราแยกแยะวิจัยหาเหตุผลให้หมดมีเหตุผลที่ดีเกลี้ยงรู้ รู้ทวดแล้วของเขาเราก็รู้ทั่วแล้วเราก็ค่อยบอกกันบอกกันไม่ได้หยุดบอกกันได้บอกบอกไม่ได้ไม่ต้องไปแก่งแย่งบังคับข่มขี่บอกอยู่ไม่เอาเดี๋ยวก็ตีกันตายแอดมามันมีประเด็นที่มันแย้งกันอยู่ว่าการอธิบายคำว่าจิตเดิมแท้แล้วก็ไปขยายความว่าจิตเดิมแท้คือจิตที่เอามนุษย์เดี๋ยวนี้ธรรมดาถ้าวันเดิมก็คือมันเกิดมาตอนแต่แรกเกิดพวกนี้พวกเข้าใจค่อนไปทางอุทยานคือว่าไม่คิดว่าจิตนี่จะมีมาแต่ต้นมีตามมาแล้วก็สั่งสมมาแล้วก็มาเกิดมี สั่งสมบุญสั่งสมภะวะปัจจัยมีต้นเท่าเดิมมีบารมีสะสมติดต่อมีชาติโน้นชาตินี้หลายชาติเขาไม่เชื่อเขาเชื่อว่ามีชาติเดียวนี่มีคนชาตินี้เกิดแล้วก็มีจิตวิญญาณอยู่ในตัวคนนี้ตายแล้วก็สูญไปก็เลยคิดได้ว่าคนมีจิตเท่านี้ก็เลยมุ่งไปหรือเปล่าถ้าจิตแพ้แล้วไปเอาอันเดิมไปขยายความว่าเป็นจุดเดิมเป็นจิตแรกจิตแรกมีแค่นี้มีแค่ไหนมีแค่เกิดที่ท้องพ่อท้องแม่มาเขาก็ไปเอาแค่นี้เพราะเขาสั้นจนจู๋เขาคิดได้แค่สั้นก็เห็นอย่างนั้นจริงๆเขาบอกคนอื่นเขาไม่รู้นี่เขาไม่นับเขานับอันที่รู้เขารู้เท่านี้ ก็ดีเหมือนกันดีที่ว่าจริงใจที่ว่ารู้เท่านี้ก็รู้มันเท่านี้แล้วก็เอาเท่านี้เขารู้ไม่ได้ก็อยากรู้ในแต่ปางที่มันมีอะไรสั่งสมมามีอะไรต่อใดไอ้นี่มาเขาไม่มีหรอกเขาไม่มีความเป็นหรือความมีที่เขาพิสูจน์ได้ว่ามันมีอะไรต่อมานะมันมีนะมันมีที่เรารู้ว่ามันมีมันมีอะไรต่อมาแต่เขาไม่คิดไม่ใช่ไม่คิดก็คิดไม่ออกก็คิดไม่ได้เขาก็ต้องไปค้นเอาที่จุดได้ต้นได้แค่จิตตกเกิดมาในท้องพ่อท้องแม่อ้าวถ้างั้นไอ้นี่เป็นจิตเดิมจิตไม่มีที่ตรงนี้แล้วเขาก็บอกว่าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าจิตแท้ๆแล้วเขาก็เดี๋ยวมีประเด็นอีกคำว่าจิตแท้ๆกับจิตเดิมแท้มันต่าง เดี๋ยวจะบอกให้อีกเขาก็ไปได้ต้นตอตรงนี้เขาบอกว่านี่แหละเกิดมามันบริสุทธิ์มันไม่มีกิเลสหรอกมันกิเลสเพราะมันเพราะมันเกิดมาแล้วมันก็มาถูกคนหลอกล่อมาได้รับทรัพย์ซากเนี่ยพ่อแม่พี่น้องโลกทั้งหลายมามาโปะลงไปที่แกแกก็เลยไม่สะอาดแล้วเขาก็หลงไปตามเด็กก็เลยกลายเป็นคนแต่เด็กตอนแรกมันไม่เอาวิชาหรอกเกิดมาจิตมันบริสุทธิ์มันผ่องใสมันไม่มีกิเลสอะไรเขาว่างั้นพอมาถูกสังคมสิ่งแวดล้อมอะไรต่ออะไรให้ไปให้ไปแกก็เป็นกิเลสและแกก็เศร้าหมองหม่นหมองแปดเปื้อนไม่ไปปรับสภาพจิตตังแล้วไม่เป็นไร เพราะฉะนั้นเราก็มารู้ว่าเราต้องเอาจิตให้เหมือนเด็กๆให้จิตที่มันสะอาดเหมือนเด็กๆที่จริงไม่ใช่ที่จริงไม่ใช่เป็นความเห็นของผมก็ไม่ใช่ผมแน่ใจมั่นใจที่พูดให้พูดด้วยความจริงใจไม่ใช่ว่าเถียงเพราะเอาจะเอาชนะการแก่งแย่งไม่ใช่เห็นแสดงความเห็นของตนว่าไม่ใช่จิตเกิดนำเกิดทุกตัวการเกิดเป็นทุกข์เกิดกระเบื้องการเกิดเป็นทุกข์ตัวทุกข์ต้องมีเหตุเหตุแห่งทุกข์เกิดมาจากความอยากจะเกิดจากปัญหาเพราะการมาเกิดเป็นคนทุกตัวการมาเกิดเป็น มนุษย์ทุกตัวมีตัณหานำเกิดหมดปัญหาจึงจะไม่ต้องมาเกิดได้เป็นอรหันต์ที่ไม่เกิดแม้แต่ตัวตนร่างท่านก่อนก็ไม่มาเกิดเมื่อปรินิพพานแล้วไม่มาเกิดพระอรหันต์เจ้าปรินิพพานไม่มาเกิดพระพุทธเจ้านิพพานไม่มาเกิดแต่เมื่อเมื่อเกิดเป็นคนอยู่ยังเป็นคนแม้แต่พระพุทธเจ้ามาเกิดพระพุทธเจ้าเป็นพระโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์สั่งสมบุญไม่รู้กี่ชาติมานับชาติมีความสะอาดมาแล้วมาเกิดแรกเกิดก็ยังเป็นผู้ที่มีกิเลสระดับไหนก็ละไว้ถิ่นฐานที่เข้าใจก่อนเพราะการเกิดเป็นทุกชาติทุกขา การเกิดตัวใดเป็นทุกข์เมื่อมีทุกข์ก็ต้องมีเหตุแห่งทุกข์บ่มีเหตุแห่งทุกข์มันก็เป็นตัวปัญหาแน่เพราะว่าเหตุแห่งทุกข์คือตัณหาจะตัณหาในระดับกามตัณหาภวตัณหาวิภวตัณหาก็ตามปัญหาระดับไหนก็ตามมีแน่สุดท้ายเถียงไม่ออกอ่านคนคืออะไรทำไมสำคัญนักให้ดีๆเลยอธิบายปัญหาการมาหาเพราะว่าตัณหาวิภวตัณหาไว้ในเชิงที่ไม่เคยได้ยินมาหรอกชัดอธิบายไว้มีเหตุแวดล้อมสิ่งประกอบอธิบายต้องการทำความเข้าใจดีๆแล้วจะรู้เพราะว่าปัญหามันต่างจากที่เขาอธิบายกันง่ายๆจึงตื่นมาเป็นสิ่งย้อน แกล้งกันว่าตัณหานั้นอย่างหนึ่งวิภาวะตัณหานั้นอย่างกับการแท้ๆเท่านั้นตัณหาเป็นของอยากได้ไอ้วิภาวะตัณหาเป็นของไม่อยากได้ก็แปลแค่นั้นตึงๆแท้จริงไม่อยากได้ก็ต้องไม่อยากเกิดหิมะเกิดนี่มันก็มาเกิดทำไมอยากเกิดและทำความไม่เกิดนะสำเร็จก็ไม่ต้องมาบ่มีเกิดมันก็ต้องมีตัวเหตุแห่งความเกิดมันไม่เป็นบาปมันไม่เป็นกรรมมันไม่เป็นอะไรมันก็ต้องพาเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะจิตคนที่มาเกิดเนี่ยแม้พระพุทธเจ้าแรกเกิดพระพุทธเจ้าก็มีกิเลสมีกิเลสมุ่งหมายอยู่ว่าจะต้องสั่งสมทำให้ตัวเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้ต้องมาเป็นเพียงต่อการสุดท้ายมันเป็นเพียงอีกใช้เวลา กว่าจะสลัดหลุดจากโลกที่มอมเมาตั้ง 29 ปีไปพากเพียรเรียนรู้ทำต่อเป็นขั้นสุดท้ายสอบสุดท้ายว่างั้นเถอะสอบครั้งสุดท้ายสอบครั้งสุดท้ายอีก 6 ปีจึงตรัสรู้จึงสะอาดเป็นประทับสอนตั้งแต่ไหนมาตั้งแต่พระพุทธเจ้าเกิดมาตลอดเวลาท่านก็บอกว่าโอ้ไอ้จิตประภัสสรนี่ประภัสสรแล้วมันก็เศร้าหมองเศร้าในระดับของบริษัทยังไม่ต้องพูดพูดแต่ว่าจิตดีมันมีต้นเขาอยู่เรื่อยมันมีตัวที่ไม่สะอาดพาเกิดมาเรื่อยนะตอนนี้รู้ชัดและชัดหมดนะเจ้าแม่ให้สะอาดก็ต้องเอ้ยไม่ใช่จะไม่ให้สะอาด อาจไม่มีตัวพาเกิดอีกก็เป็นอย่างนี้ยังแน่นอนแล้วก็หยุดเด็ดขาดก็ต้องเป็นอย่างนี้เลยเธอก็แจ่มแจ้งหยุดเด็ดขาดแล้วถ้าเกิดซ้อนคนทุกระดับแต่โสดามาก็ทำจุดจุดขาดได้ขนาดนึงรู้โลกแห่งโสดาโลกแห่งอบายอบายที่หยาบต่ำของตนเองจับมาเลยเรื่องนั้นเรื่องนี้เหตุนั้นปัจจัยนี้จิตที่มันก็ยังเป็นตัวร่วมเกิดร่วมไม่สะอาดยังไม่วางยังไม่บริสุทธิ์ยังไม่บริสุทธิ์ชาวปริญญาทาตายังไม่หมดทุกข์ยังไม่กลับบรรยายยังไม่ประภัสราหรือประภัสสรต้องทำให้ประภัสสรให้ได้ทำให้บริสุทธิ์ให้ได้ทำให้มันถึงขั้นตอนที่สุดทางจนกระทั่งถึง สลากให้ได้ทำได้ด้วยเห็นชัดๆของตัวเองให้ได้แม้แต่ในเหตุปัจจัยหนึ่งอบายมุข 1 ให้มีตัวอย่างให้มีของที่เราได้พิสูจน์ตัวของคุณเองของคุณเองกันทุกคนคุณจะไม่พิสูจน์แทนกันไม่ได้ปัจจัตตังพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนเพราะง่ายๆที่ความเห็นต่างกันนั้นก็ต่างกันที่จุดว่าคนเกิดแรกเกิดจิตประภัสสรไม่จริงอย่าว่าแต่จิตเด็กธรรมดาเลยจิตพระพุทธเจ้าที่เป็นมหาโพธิสัตว์เกิดแรกเกิดยังไม่ประกาศสอนเลยไม่ประภัสสร จดแล้วท่านก็ไม่พ้นทุกข์พระพุทธเจ้าเกิดตอนแรกไม่ได้พ้นทุกข์พระพุทธเจ้าเกิดจนมาพากเพียรเรียนรู้จนกระทั่งได้ตรัสรู้จึงจะเรียกว่าประภัสสรเพราะฉะนั้นตัวคนธรรมดาอันไม่ใช่พระมหาโพธิสัตว์บรมโพธิสัตว์ใหญ่แท้ๆแรกเกิดก็บอกว่าพอวัดสอนคนมีบารมีสืบเนื่องกันขนาดพระมหาโพธิสัตว์บรมโพธิสัตว์ชั้นพระพุทธเจ้าแท้ๆยังไม่ประภัสสรแม้ท่านจะเป็นจิตที่มีบารมีสูงไม่คิดโกรธคิดโลกหยาบคายเหมือนคนอื่นตั้งแต่ต้นทีเป็นคนมีใจเมตตากรุณาเกื้อกูลอย่างไรอย่างไรก็ยังมีกิเลสและอุปกิเลส ยังมีมีกิเลสและอุปกรณ์กิเลสถ้าไม่เช่นนั้นท่านจะตกไปพากเพียรตรัสรู้ทำไมท่านก็รู้ว่าฉันยังไม่บรรลุท่านยังไม่บรรลุจนบำเพ็ญ 6 ปีร่วงแล้วจนวันตรัสรู้ผ่านไปถ้าเธอประกาศว่าเออนี่เราบรรลุแล้วตอนนั้นมันยังไม่บรรลุมันยังไม่ประภัสสรมันยังไม่สะอาดตอนนี้สะอาดไปแล้วตอนนั้นมันยังไม่ใช่ตัวสะอาดนี่อย่างนี้ความเห็นของพระโพธิรักษ์เป็นอย่างนี้ความเห็นของท่านอื่นเห็นว่าจิตเด็กแรกเกิดเป็นจิตประภัสสรจงทำจิตให้เป็นเด็กๆเหมือนอย่างเด็กๆจะได้สะอาดที่จริงจิตเด็กนั่นน่ะมันยังไม่มีเชิง เหลี่ยมมนุษย์ยังไม่มีมารยามนุษย์มากนักแต่ไม่ใช่ว่าจิตมันสะอาดเพราะฉะนั้นจิตเด็กมันจึงซื่อๆมันก็มีกิเลสเท่ากิเลสของเด็กยังไม่ออกมาทำงานมากไม่ใช่ว่าในตัวมันไม่ออกมันไม่มีนะมันมีจิตใต้สำนึกมันมีอาสวะมีอนุสัยยังไม่ออกมาทำงานมากมันก็มีเหมือนกับไม่มีกิเลสอะไรมากแต่แท้จริงมันมีอยู่ในก้อนนึงของจิตมันมีมันไม่ประภัสสรแล้วนะมันมีอาสวะมีอนุสัยมีสิ่งที่มันยังไม่ขึ้นมาทำงานที่จริงเด็กเกิดยีนที่เกิดในมนุษย์มันก็มีมีสิ่งที่มันเป็นต้นเขาเมล็ดมะม่วงก็มีอะไรที่เป็นเชื้อเป็นแบบ มะม่วงมะม่วงอกร่องก็เป็นอย่างอกร่องมะม่วงท้องปลายแขนก็เป็นอย่างทองปลายแขนมะม่วงทองดำก็เป็นอย่างทองดำเอาเมล็ดมันมาปลูกไว้เดี๋ยวถ้ามันได้ไอ้โน่นไอ้นี่มาถึงขนาดได้รอบได้ขั้นได้เวลามันก็จะแตกออกมาเป็นตามเผาตามพันตามยีนส์ความชื้นเดิมที่มันมีอยู่แท้เล็กละเอียดจนกล้องส่องก็ไม่เจอแต่มันมีอยู่ในตัวมันแหละแม้ในเมล็ดมะม่วงมันก็มีแล้วมันก็จะแตกออกมาถึงคราวถึงคราวมันจะโตขึ้นโตขึ้นในจิตเด็กมันก็มีกิเลสพวกนั้นฝังลึกอยู่เหมือนกันยังไม่ถึงรอบยังไม่ถึงตัวที่จะเพาะแตกออกมามันก็คล้ายๆกับจีนพอถึงเวลามันก็จะออกฤทธิ์ บ่มีกิเลสอะไรๆมึงออกตัวไหนที่มันตัวใกล้ตัวเป็นก่อนมันแตกก่อนมันต้องการอย่างนี้ร้องไห้เอาอย่างนู้นอย่างนี้บางคนขี้โมโหหุนหันเด็กมันเท่ากันที่ไหนขนาดฝาแฝดเกิดมามันยังไม่เหมือนกันเลยมีอารมณ์ที่คนนึงมันโทสะแรงอีกคนนึงโทสะน้อยอีกคนนึงราคะแรงอีกคนนึงราคะน้อยไอ้คนนึงชอบสัมผัสอย่างนู้นตัวเด็กๆนี่แหละอีกตัวไม่ชอบสัมผัสอย่างนั้นชอบสัมผัสอย่างนี้มันต่างกันมาตั้งแต่ตัวน้อยขึ้นมาแรกเริ่มก็เหมือนกันแต่ข้อสังเกตในความละเอียดของคนมีน้อยไม่แยบคายจึงรู้ไม่ได้ว่าเด็กมีความต่างกัน กันในอารมณ์ก็ต่างกันในกิริยาที่แกต้องการก็วัดได้ถ้ามีความแยบคายละเอียดพอจึงจะรู้ว่ามันไม่เท่ากันและมันก็มีราคะโทสะประสมร่วมเป็นถ้ามีสูตรทิพย์ถ้ามีวิชาขั้นโสดทิพย์สามารถแยกออกเปรียบได้มีตัวอย่างวัดเวลาวัดพฤติกรรมเอามาเทียบได้เลยถ้าจะทำถ้าจะให้ทำสถิติให้ทำหลักฐานอะไรมาเป็นเครื่องวัดมันเป็นเครื่องอธิบายทำได้เพราะมันจะไปเข้าใจง่ายๆดื้อๆต้นๆด้วยความหยาบก็อธิบายกันมันหยาบๆโดยความละเอียดแล้วมันไม่ใช่ดังว่าเพราะจิตเด็กไม่ใช่จิตประภัสสร มักเกิดมีอะไรอะไรอยู่ในตัวทั้งนั้นพระโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์พระบรมโอรสาธิราชเจ้ามีอะไรตัณหาอะไรรู้ไหมตัณหาจะต้องเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้ใหญ่เลยหมกหมักมาใหญ่เลยปัญหาที่จะเป็นวิภวตัณหาที่จะต้องเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้จะต้องมาเกิดยิ่งใหญ่เพราะฉะนั้นพอเกิดปั๊บแล้วเขาก็อธิบายกันเป็นบุคลิกฐานว่าท่านเป็นอาสภิวาจาว่าข้าจะยิ่งใหญ่ในโลกข้าจะเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายถึงอย่างนั้นประกาศกิเลสน่ะฟังดูจะใหญ่ซะด้วยจะเกิดใหญ่ซะด้วยจะต้องเป็นยิ่งใหญ่อาจจะอธิบายเขา เขาพูดกันทำงานอย่างนั้นมามันเป็นลักษณะที่ว่าฉันต้องการอันนี้ฉันจะเอาอันนี้แหละมันปัญหาท่านจะเอาแต่มันเป็นกิเลสตัณหาที่กลับกันกับโลกมันเป็นกิเลสตัณหาแห่งความเสียสละเรามาเรียนเนี่ยเรามีปัญหาในการต้องการมันเป็นปัญหาในเรื่องที่เราจะศึกษาให้เป็นคุณธรรมและมาศึกษาเราอยากได้คุณธรรมและอยากได้ความเสียสละและอยากได้ความไม่เห็นแก่ตัวแล้วอยากได้ความประเสริฐเลิศยอดของมนุษย์เราจึงมาศึกษาเราจึงมาอบรมบำเพ็ญเพียรมันเป็นปัญหาแห่งความดีเป็นตัณหาอุดมคติเป็นวิภวตัณหาไม่ใช่ตัณหาอย่างการไม่ใช่ตัณหาอย่างภพที่เป็นปัญหา ไม่ใช่วิภาวะตัณหาไม่ใช่ตัณหาอักเสบเป็นตัณหาล้างความเสพจะสิ้นความเสพเป็นตัณหาที่จะล้างความเสพสิ้นความเสพที่เราเสพแล้วติดอยู่นี่แหละมันเป็นปัญหายิ่งเสพมากมันเป็นปัญหาภาวะวิภาวะนี้เป็นเพราะว่าเหมือนกันแต่ว่าเป็นภาวะขั้นสูงเรียกว่าวิมันไม่เหมือนกับภาวะเสียทีเดียวมันเป็นตัวจิตที่เนียนลึกซ้อนซึ่งเรากำลังจะมาทำพระพุทธเจ้าท่านก็มีอย่างนี้แหละแล้วท่านยิ่งใหญ่ด้วยจะหมดแรงก็แรงจัดยิ่งแรงยิ่งเอาให้ได้ยิ่งเด็ดที่ต้องเป็นไปด้วยเด็ดขาดแล้วท่านมีจริงด้วยถ้ามีบารมีเราอยากได้แต่ถ้าเรามีเราไม่ถึง ก็ไม่ได้เราต้องสั่งสมบารมีสั่งสมความเก่งสั่งสมความเป็นเราจะเป็นได้จะมีได้จะได้ก็เพราะว่าเราจะต้องมีความเป็นได้ต้องสั่งสมเอาทำแทนกันไม่ได้เพราะจิตตัวแรกที่อธิบายไขให้ชัดเจนก่อนว่าจิตเด็กไม่ใช่กิจสอนเด็กเกิดทุกคนมีปัญหามาแต่ระดับพูดกันสูงถึงขั้นนี้เพราะว่าตัณหาก็ละไว้ก่อนพูดแต่แค่ล้างอาสวะแค่กามาสให้พ้นอวิชชาสวะก็เป็นขั้นๆไปวิภาวดีวิภาวดีปล่อยท่านเพราะท่านรู้แล้วในรอบที่จะต้องไปล้างอาสวะท่านไม่เกี่ยวจริงๆไม่ใช่อาสวะ ทำเองท่านมีภูมิในการล้างอาสวะได้แล้วแต่ท่านปล่อยตัวตนให้มันมีตัวมันมีตนมาเรื่อยๆมันจึงเหลือตัวตนมาเหลือตัวตนมาเพราะท่านปล่อยมาให้มันมีโดยรู้โดยรู้แล้วท่านก็จะสร้างให้มันเจริญให้มันเป็นตัวประโยชน์เป็นตัวอยู่เวียนอยู่ในภพเฉยๆแต่ทีนี้มาเอาประเด็นสำคัญที่สุดประเด็นที่ว่าประภัสสรสะอาดเนี่ยจิตคำว่าจิตแท้ๆกับที่กำลั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive