241106-3-149 ทางเอกภาค3-ตอน149(หน้า314)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์152 KB
วันที่แก้ไข21 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อนะว่าว่างเว้นไม่ได้ต่อทางเอกไปซะหลายวันหาทางเอกเราเรียนมาจบบทที่ 28 ซึ่งได้สรุปถึงอภิญญาทั้งหมดแล้วจนถึงอัศวินยานแล้วก็ได้ทบทวน ซ้ำซ้อนหยอกย้อนไปมาให้ได้เห็นได้เข้าใจถึงสภาพของอภิญญาหรือวิชาต่างๆซึ่งจำเป็นจะต้องมีไม่มีวิชาแล้วเราก็ไม่รู้จะไปเรียนอะไรแต่คนพูดเอาเองบรรยายเอาเองตามความเชื่อความเห็นของตนก็ว่าไปศาสนามันจึงเพี้ยนไปเรื่อยๆหนักเข้าหนักเข้าก็มาแบ่งเอาผู้ที่มีวิชาไม่มีวิชาก็มีแต่เสียแล้วเขาก็จะเป็นพระอรหันต์โดยไม่มีวิชามันก็เป็นการโกหกหรือเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดเข้าใจเพี้ยนพูดเอา หาได้สรุปให้ฟังหมดแล้วยกย่องย้อนซับซ้อนไปมาว่าเมื่อปฏิบัติธรรมแล้วมันก็ต้องเป็นต้องมีรู้ลักษณะของมันแท้มีฌานแล้วก็เมื่อมีชายแล้วก็ยิ่งปฏิบัติตามทฤษฎีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็มีวิปัสสนาที่จะเกิดผลออกจากฌานแล้วก็มีวิปัสสนาญาณมีมโนมยิทธิทั้ง 8 ทั้ง 9 สุดท้ายอาสวะเครือยานก็จะต้องเกิดมีระดับกำลังขี่มีสิ่งต่างๆเหล่านั้นแต่มันก็มีมากมีน้อยต่างกันเด่นต่างกันไม่เหมือนกัน แล้วตอนนี้เราก็มาฟังดูในบทที่ 29 นี้เราจะเห็นว่ามันมีต่างกันแล้วก็มีจำแนกชี้แบ่งบุคคลต่างๆที่ปฏิบัติมาแล้วก็มีความถนัดหรือว่ามีสิ่งเด่นแต่ละบุคคลไม่เท่ากันอีกเราก็ขึ้นบทที่ 29 ดูอ่ะทำไมจึงแบ่งแยกพระอรหันต์เป็นสุขวิปัสสโกบ้างเป็นเตวิชโชบ้างเป็นชะระเป็นโยมบ้างเป็นจตุปฏิสัมภิทัปปัตโตบ้างมันแบ่งเป็น 4 ธาตุอาหารมีสุขวิปัสสโกมีแต่วิชชา ฉฬภิญโญจตุรปฏิสัมภิทัปปัตโตแบ่งเป็น 4 แล้วก็เรื่องมาแต่การดำเนินกรรมฐานเนื่องมาจากการดำเนินกรรมฐานที่ยังไม่ตรงกันซะทีเดียวกับการมีความรู้มีความสามารถมากน้อยต่างกันมีความเก่งเด่นในที่นี้ใช้ความว่าใช้คำ

อ่านต่อ

มีความเก่งเด่นแต่เงื่อนไขง่ายกว่ากันพิเศษไปบ้าง ประทวนอีกนิดนึงทำไมถึงได้แบ่งแยกมีชื่อไปกำกับว่าพระอรหันต์ไม่มีตั้ง 4 อย่างอรหันต์อย่างสุขวิปัสสโกก็มีร้านอย่างเตวิชโชก็มีอย่างฉลาดภิญโญก็มีอยากจะตกปฏิสัมภิทัปปัตโตก็มีจะเรียกชื่ออรหันต์ต่างๆระบุลงไปเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นน่ะเพราะอะไรก็เพราะเนื่องมาจากการดำเนินกรรมฐานที่ยังไม่ตรงกันเสียทีเดียว 11 ก็แบ่งกันไปกิจกรรมฐานใครมีกรรมฐานหลักอย่างในเด่นก็แบ่งกันเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นไป หรือว่ามีความสามารถมีความรู้ต่างๆซึ่งเป็นวิชานั่นแหละเป็นอภิญญานั่นแหละมันแปลกเงื่อนกันไปบ้างมีความเก่งเด่นบางทีก็มีสภาพวิชาเก่งเด่นมีสภาพที่เด่นชัดเจนออกมาจนกระทั่งเป็นฤทธิ์เป็นแรงเป็นวิชาแรงๆเป็นอภิญญาแรงๆอภิญญาเก่งๆจนสามารถมีลักษณะชี้ชัดถึงอภิญญาวิชาที่เก่งมีเกณฑ์โตพอพยายามเก่งมีมโนมายึดที่เก่งมีอิทธิพล อะไรแล้วแต่เรื่องนี้บุพเพนิวาสานุสติญาณเก่งมีความเก่งเด่นเฉพาะตัวเฉพาะตนแตกแยกกันไปพิเศษไปบ้างอย่างนี้ก็เป็นได้นะเราจะมีรายละเอียดเป็นต้นไปเรื่อยๆเดี๋ยวค่อยๆแจกละเอียดถึงพยัญชนะทั้งความหมายกำกับให้เข้าใจชัดๆไปพระโยคาวจรรูปใดวิปัสสนาตลอดเวลาเสมอๆทุกขณะฝึกเรียนด้วยสติปัฏฐานยืนเดินนั่งนอนมีการงานใดๆอยู่ก็พิจารณาตลอดเสมอโดยอาศัยผัสสะปัจจุบันเป็น ปฏิปทาไปตลอดคำว่าโดยอาศัยผัสสะปัจจุบันเป็นมัคคะปฏิปทาไปตลอดมีตัวดำเน้นให้เห็นเด่นชัดว่ามีลักษณะในการปฏิบัติวิปัสสนาใช้อันนี้อาศัยผัสสะปัจจุบันผัสสะแล้วก็ปฏิบัติไปเป็นมรรคคือปฏิปทาคือเป็นทางปฏิบัติเป็นทางปฏิบัติไปตลอดสร้างอินทรีย์พละไปในตัวในขณะประสาทก็สร้างอินทรีย์พละของตนไปในตัวเลยก่อให้เกิดญาณทัศนะและสร้างมโนมยิทธิเข้าสู่อาสวักขยญาณจนครบรอบถ้วนสั่งสม รหัสตัดผมแล้วท่านสุดยอดอันตะเป็นอรหันต์ในนี้ก็บอกอธิบายไว้สั้นๆในหนังสือจะได้อธิบายทบทวนกันมาแล้วบ่อยๆแต่ว่าเมื่อใช้ผัสสะกระทบและก็รู้ทั่วระมัดระวังในอินทรีย์ทั้ง 6 สามารถตามรู้รู้ตัวทั่วพร้อมรู้เป็นภายนอกรู้เป็นภายในเมื่อสัมผัสและก็สามารถตามตามเข้าไปถึงเวทนารู้ถึงความประชุมเรียกว่ากายะกายความประชุมขององค์ประกอบ นอกสัมผัสรูปก็ดีรถก็ดีขึ้นก็ดีเสียงก็ดีหรือแม้แต่วัตถุอย่างนั้นวัตถุอย่างนี้แวดล้อมอยู่ต่างๆแล้วมันก็เป็นองค์ประชุมที่ทำให้มีฤทธิ์มีแรงไปจนกระทั่งถึงจิตของเราอย่างลงไปถึงเวทนารู้อารมณ์ของเราว่าอารมณ์เวทนาสุขก็ดีทุกข์ก็ดีหรือว่าวางเฉยได้เป็นอุเบกขาฐานทำจิตให้เป็นชาญทำจิตให้เป็นอุเบกขาฐานได้สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็รู้ตัวเองปฏิบัติควบคุมมรรคก็ผิดเป็นประธานโดยการมีปัจจุบันน่ะทำสัมผัสแล้วก็อ่านรู้กันไปจริงๆไม่เผลอตัวไม่ห่างใจไม่เผลอใจไม่ห่างใจกระทำได้จิตของเราก็ยิ่งเก่งขึ้น จิตของเราก็รู้เป็นภายนอกเป็นภายในก็รู้จิตของเราอย่างลึกหรือยังตื่นเป็นแค่กามาวจรจิตหรือว่าเป็นรูปาวจรจิตอรูปาววจรจิตก็รู้และจิตที่มันยังเป็นเรื่องของการอยู่ยังมีเสพสุขเป็นโลกีย์ยังอยู่หรือว่าเนื้อโลกีย์สูงขึ้นไปแล้วเราฝืนขึ้นไปได้แล้วรูปไปจิตของเราชัดเจนลึกขึ้นไปถึงหารูปปัจเจกที่ยังมีรอนๆไรๆมีสภาพที่ดูยากเป็นอุปกิเลสสั่งสอนรับสัญญาณถึงจิตของเราเองจริงๆเป็นชั้นเป็นเชิงเรียกว่าธรรมะธรรมะแปลว่าฉันเชิงธรรมะนี่มีซับซ้อนชั้นเชิงธรรมะที่ทรงไว้ซึ่งชั้นเป็นอารมณ์ มะรุมอย่างนั้นอย่างนี้เข้าใจอารมณ์ที่ลึกซึ้งอุปกิเลสหรือว่าไม่อุปกิเลสมีสภาพตีงตีย้อนอะไรก็เข้าใจชัดลงไปปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 มีสัมมัปปธาน 4 มีอิทธิบาท 4 มีหมดภัยพิบัติจริยธรรมเราทำลงไปมีมติประธานตลอดจนกระทั่งถึงอันตะและบทสุดสามารถรู้จักได้จนกระทั่งล้างไปถึงอาสวะขยะมีวิชาการต่างๆที่อธิบายซับซ้อนมาแล้วทำไปได้เรื่อยจนถึงขั้นตายตายสุดจริงๆเราจะรู้ทันโดยตัวเองซับซ้อนซ้ำซาก ซ้ำซากจริงๆให้รู้ว่าแน่นะแน่นะแน่นะมันสามารถแน่นะมันสามารถแน่นะมันตัดมันละมันรถมันสนิทมันไม่มีศูนย์ศูนย์เจ้าภาพแน่นะสูญญตาแน่นะทำอย่างเห็นอย่างแท้ชัดมันอาจจะมีผีหลอกกลับไปกลับมาบ้างอีกก็ต้องรู้ตัวว่าแหมละวันแม่แล้วนะมันยังไม่แน่มันยังมีวงบนอีกนะมันยังมีหลอกหลอนมันยังมีอะไรอีกเราก็รู้โดยส่วนใหญ่โดยส่วนมากเราได้แล้วล่ะจริงๆอ่ะมันนานมันมีหลอกแล้วก็รู้ว่าพวกผีหลอกที่เคยเรียกให้ฟังอนาคตจิตที่ยังไม่ สมบูรณ์แท้มีผีหลอกจะมีบ้างนานๆมีทีหรือว่ามีเป็นช่วงๆก็แล้วแต่คนอินทรีย์พละสูงปฏิบัติมีสติปัฏฐาน 4 มีสัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 สั่งสมอินทรีย์ 5 พละ 5 ลงไปเรื่อยๆนั่นแหละมันก็ก้าวสู่โพชฌงค์จริงๆมีสติมีธรรมวิจัยมีวิริยะมีปิติมีปัจจัยได้ดีสงบลงสมาธิเกิดอุเบกขาฐานอย่างลงเป็นปริสาประโยชน์ทาตามุทุกันต์ประภัสราจริงๆเลยเป็นพวกจง 7 อย่างแท้ๆ โดยเราปฏิบัติมีหลักสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ตั้งแต่สติปัฏฐานมาถึงโพชฌงค์ 7 นั่นแหละก็สัมมารีมรรคองค์ 8 ประกอบพร้อมเพราะเราปฏิบัติเป็นปัจจุบันและทำผัสสะเป็นปัจจุบันเป็นมัคคะปฏิปทาไปตลอดมักกะปฏิปทาก็คือมรรค 8 มรรคองค์ 8 ก็ปฏิบัติอย่างมากองค์ 8 นั่นแหละมีความเห็นที่ถูกต้องเลยว่าผัสสะเป็นอย่างไรก็รู้เท่าทันผัสสะจับอ่านจิตได้สังวรระวังอยู่เรื่อยมีสังวรประทานมีประหารประธานมีภาวนาประธานมีอนุรักษ์ธนาประธานมีจริงๆมีความ ดีมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาซ้อนตลอดไปสติปัฏฐาน 4 ก็จับตัวกาโยเวทนาจิตธรรมไม่ใช่มีแต่ตัวหนังสือไม่จะมีแต่ตัวภาษาบอกจะทำซ้อนลงไปจริงๆเพราะที่พักที่ทำ 37 เดินบดอยู่ตลอดเวลาสร้างอินทรีย์สร้างพระอินทรีย์ 5 พละ 5 ซึ่งมีตัวเดียวกันมีตัวภาษาเดียวกันมีศรัทธามีวิริยะสติสมาธิปัญญา 5 มีอินทรีย์ 5 เหมือนกันพละ 5 ก็เหมือนกันมีอินทรีย์เขาก็เรียกควบกันไปเป็นสัตว์อินทรีย์เป็นวิริยะอินทรีย์เป็นสัตว์อินทรีย์เป็นสมาธิเป็นปัญญา พระรามก็เอาพละต่อเข้าไปเป็นศรัทธาพละวิริยะพละสติพละสมาธิพระปัญญาพละเหมือนกันมี 5 เหมือนกันก็เคยอธิบายแล้วอินทรีย์ก็คือมันเก่งกล้าขึ้นแข็งแรงขึ้นมีอำนาจอินทรีย์ก็แปลว่าอำนาจมีอำนาจขึ้นรวมประชุมกันได้ขึ้นมาเรื่อยๆเป็นอินทรีย์นี่ก็แปลว่าร่างกายก็แปลมันเป็นร่างเป็นกายมันเป็นรูปเป็นโฉมมันเป็นตัวตนตัวตนคำนี้ไม่ได้แปลว่าตัวตนแบบอัตตาหรือสัตว์กายะอินทรีย์นี่เป็นตัวตนของพลังฤทธิ์เป็นพุทธพุทธเป็นพุทธะพลังเป็น เป็นตัวตนของวิชาอินทรีย์เป็นร่างกายเขาแปลว่าร่างกายเขาก็แปลอินทรีย์แปลว่าร่างกายเป็นอำนาจเป็นฤทธิ์แรงรวมพลังพลังของวิชาพลังของพุทธิชาเกิดเกิดอย่างไรก็เกิดอินทรีย์เป็นสัตว์อินทรีย์เป็นความเชื่อมั่นคนมาที่นี่ใหม่ๆมาปฏิบัติเริ่มต้นใหม่ๆคุณเคยชื่ออะไรต่ออะไรมาเยอะแยะพอมาที่นี่มากลับตลอดทำไมเป็นอย่างนี้มันไม่เชื่อมันเห็นผิดกันเพราะคุณปฏิบัติปฏิบัติ เข้าใจเลยนะมันมีปัญญาพร้อมศรัทธานี่ไม่ใช่ไม่ศรัทธางมงายเป็นศรัทธาที่มีปัญญามีเหตุผลเพราะงี้เหรอแล้วเราก็ได้อันนี้ด้วยเสวยรถด้วยได้ลิ้มลองเชื่อถืออ่อนี้เหรอเป็นการเชื่อมั่นโดยเราเป็นเองมีเองมีทั้งปริยัติมีทั้งปฏิบัติมีทั้งปฏิเวธมีทฤษฎีคำสอนเหตุผลแล้วก็มีการกระทำเองของเรามีสภาวะธรรมของเราเป็นของเรามีแล้วเขาได้เราได้เกิดปัญญาลิ้มลิ้มลองรถมีรถมันอ้อมีบุญติดรถกันละปล่อยเลิกเอามาลองดูสิมาร้องละเนื้อสัตว์หรือเปล่ามาลองจะเลิกทาลิปสติก เดี๋ยวมาลองหัดเลิกจากกินน้ำเปรี้ยวน้ำหวานมาหัดเลิกบุหรี่กินเหล้าดูซิอะไรพวกนี้เรามีกรรมฐานต่างๆเรามีตัวเรื่องที่จะให้รถลากกันลงไปมาหัดนอนมาหัดนั่งมาหัดเดินหรือว่ามาหัดรู้ตัวทั่วพร้อมหรือมาหัดรถละสิ่งนั้นสิ่งนี้ยังไงคุณก็เอาไปปฏิบัติแล้วมันก็เกิดตัวละตัวหน่ายตัวปล่อยตัวจางรับได้รู้รสว่าเออมันมันอ่อนจางลงได้มันสบายลงได้มันเห็นประโยชน์เห็นคุณค่าซ้ำซ้อนขึ้นมาคุณเชื่อเชื่อเชื่อเชื่อเชื่อมั่นว่ามีจริงเป็นจริงเชื่อมั่นเพราะคุณได้รู้ได้เห็นเองไม่ใช่คุณเชื่อตำตามเข้าไปเขาว่าอะไรก็ตามเขาไปเชื่อเขาไปไม่รู้ มันเชื่อมั่นมันเชื่อแน่เพราะมีให้คุณเห็นคุณรู้แล้วคุณก็จะเกิดไม่ได้ยิน 4 ก็เกิดความขยันเปลี่ยนเพราะเราได้นี่คนเราได้ดีได้ไอ้นั่นไอ้นี่แล้วก็ขยันก็เพียรถ้าทำแล้วไม่ค่อยได้มันเหนื่อยมันเซ็งจะทำแล้วได้มันก็พากเพียรอุตสาหะวิริยะมีไม่ได้ยินเสียงสติก็เป็นสถิติสติของคุณก็จะรวมขึ้นรวมเพราะอะไรเพราะว่าจิตของเรานี่นะเมื่อเวลาเราล้างกิเลสออกมันก็จะรู้ตัวทั่วพร้อมมากขึ้นถ้ายิ่งสอนถูกหรือว่าเรียนมาถูกกว่าเราจะต้องไม่ติดแม้กระทั่งว่าจิตของเรานี่ได้วางได้สงบแล้วก็เลยไปแช่วางเฉย อุเบกขาก็เฉยๆปล่อยไม่ต้องพิจารณาไม่ต้องรู้อะไรเฉยมันก็จะช่วยไปเรื่อยมันจะไม่เกิดสติถ้าจะบอกว่าเรามันเร่งสติไม่รู้สึกรู้ตัวทั่วพร้อมเราก็จะมีสติมันไม่เฉยมันมีสติแล้วมันก็จะเกิดปัญญาด้วยถ้ามีสติแล้วก็เรียนโพชฌงค์ 7 มีธรรมวิจัยไม่ใช่ว่ามีสติแล้วก็ไม่วิจัยอะไรไม่รู้ดีไม่รู้ชั่วไม่รู้นั่นรู้นี่อะไรไม่ใช่รู้วิจัยรู้อย่างนั้นเป็นอย่างนี้กุศลเป็นกุศลอกุศลเป็นอกุศลไอ้นี่เป็นไอ้โน่นไอ้นี่เป็นไอ้นี่อะไรองค์ธรรมเราเรียนมาเยอะแยะมีวิจัยมีวิจัย มีเหตุมีผลมีลักษณะทำอย่างโน้นอย่างนี้เราก็เกิดปัญญาเป็นสมาธิก่อนสติแล้วก็เป็นสมาธิสมาธิก็คือจิตของเราเนี่ยตั้งมั่นด้วยเป็นอย่างนั้นได้ไม่วอกแวกเกิดทั้งทำได้การละการลดเป็นการสงบระงับหรือเป็นการว่างจากกิเลสนั่นก็เป็นไปได้และพร้อมกันนั้นก็มีปัญญาเกิดขึ้นชัดเจนปัญญาที่ว่านี้ก็คือเห็นเห็นของเราเองนี่เห็นว่ามรรคผลมีเห็นว่าการละจางคลายมีเห็นว่าเป็นสุขหรือว่าพ้นทุกข์มันยิ่งกว่าสุขยังโลกียะยิ่งกว่าสุขอย่าง Nokia รถตามรถแต่เป็นมุมผสมเป็นอุปสโมสุขเห็นชัดเจนรู้ว่ามันสุขกว่ากันสุขยิ่งกว่าการสงบระงับกว่ากันมันพ้นทุกข์สนิทมาเพราะมันล้างเลิกมาหยุดมามันยิ่งมั่นใจว่าเราจะไปหลงติดอย่างโล่งๆทำไมมายารถอย่างนี้เราเข้าใจจริงมันเกิดปัญญาเกิดเห็นจริงแล้วเราก็ไม่หลงไปวกเวียนวนเป็นโรคเป็นวัฏสงสารต้องเรียนพิเศษอีกมันคลายแล้วมันจางแล้วมันก็สบายแล้วเราไม่เป็นปมด้อยปมด้อยอะไรแม้เราจะไม่ปฏิเสธไม่ไปแสวงหาอีกอย่างโล่งๆเขาก็ไม่ได้ปมด้อยอะไรเลยแล้วเราก็จะเป็นคนที่มีประโยชน์มีคุณค่ามีเวลาเหลือมีจิตของเราก็โปร่งดีไม่ วุ่นวายไม่ต้องมีเรื่องมาอัดอยู่ในสมองอัดอยู่ในปัญญาเอาอัดอยู่ในความนึกคิดอะไรต่างๆเราจะเข้าใจเพิ่มขึ้นเลยจิตของเราก็ตั้งมั่นจิตของเราก็เกิดปัญญานอกจากปัญญาที่รู้ลักษณะต่างๆดังกล่าวแล้วยังจะเกิดปัญญาที่ฉลาดเพิ่มขึ้นรู้ว่าเราจะเพิ่มฐานจิตให้เจริญงอกงามแก่ตนคืออะไรก็คือล้างกิเลสที่เหลืออีกตรวจสอบได้ตัวนี้สักกายะของเราอีกตัวนี้อัตราของเราอีกตัวนี้กิเลสอุปกิเลสของเราอีกครูสอนลงไปเรื่อยๆเรียกว่าปัญญาแม้กระนั้นก็ดีโลกเราก็จะรู้ทันไม่ใช่จะเราจะรู้แต่ตัวตนตัวเองโลกเราก็จะรู้ทันเพราะว่าเราจะเห็นเลยว่า พอเราเลิกมาแล้วตอนนี้คนอื่นเขาติดเราเห็นเลยเขาติดแล้วก็เป็นอาการอย่างนี้เป็นลักษณะอย่างนี้ก็ยังเป็นทาสอย่างนี้ก็ยังซมซานอย่างนี้เขายังสลัดตนพ้นไม่ได้ยังถูกครอบงำเป็นอย่างนี้ภาษาต่างๆก็เรียกนี่เป็นทาสอยู่ในมันจะถูกครอบงำถูกมาดึงไว้ถูกมาถูกรัดมือไว้มัดเท้ามัดคอไว้อะไรต่างๆใช้ภาษาอะไรก็จะเข้าใจอ๋อเป็นอย่างนี้เองนะที่จริงมันไม่มีผูกมันไม่มีเชือกผูกมันไม่มีมารมารับคอเอาแขนมารัดคอเข้าไว้มันเอาตะกร้ามันเอาปี๊บมาคลุมมาครอบไว้มันเอากะลามาครอบไว้ครอบงำไว้ภาษาต่างๆพวกนี้ไม่มีมีตัวมามีหนวดมีเขี้ยวอะไรจริงๆ ครอบไว้เอาอะไรมาคลุมไว้มึงกดทับเอาไว้ก็ไม่มีหรอกแต่เรารู้เราเห็นด้วยแต่ปัญญาคนนี้ลักษณะถูกครอบงำเป็นอย่างนี้คนนี้ลักษณะถูกๆถูกมัดไว้เป็นนี้กำลังตกเป็นทาสอย่างนี้กำลังดิ้นไม่หลุดเลยแล้วก็ไม่เข้าใจเลยยังกลายเป็นศัตรูกับเราด้วยเพราะเขาหลงสิ่งนั้นเราพูดสิ่งนี้เห็นคนละทางเป็นอย่างนี้นี่ยังเมามืดมากแว้งกัดด้วยถ้าเราไปใกล้เคียงกับดุเดือดหลงหนักเป็นอย่างนี้อย่างนี้เราก็จะเห็นชัดเจนเราแต่ก่อนนี้ถ้าเราเองเราเป็นเราเคยเป็นถึงปานฉะนี้เราจะรู้ตัวรู้ตนเกิดปัญญารู้มนุษย์ในโลกรู้ก็ว่าเขาจะปรุงเขาจะสร้างเขาจะหลอกยั่ว ยังไงขึ้นมาอีกโอ๊ยรู้เท่าทันแล้วอย่างนี้อย่ามาหลอกซะให้ยากมันเป็นปัญญารู้โลกรู้โลกกวีทูรู้คนอื่นรู้สภาพอื่นแม้เราจะไม่สัมผัสไม่แตะต้องไม่เคยได้ใกล้เลยแต่เดี๋ยวนี้เขาปรุงกันถึงขนาดปานฉะนี้เชียวเหรอก็รู้ก็เห็นบางอย่างเราไม่เคยพบเคยผ่านในชีวิตมาพบพี่ก็รู้ทันว่าโอ้โหอย่างนี้เราเคยเจออ่อนกว่านี้เราเคยเจอมันไม่ร้ายแรงเท่านี้โอ้โหนี่มันร้ายแรงปานนี้เรากำลังจะระลึกรู้ทันเลยว่าแต่ก่อนนี้นะขนาดเราเจอที่เขามอมเมาเรานั่นมันไม่ได้ปรุงแรงขนาดนี้เรายังติดเลยแต่ก่อนนี้เรายังติดไม่ดีนะเราไม่เคยพลาดพลั้งไปเจอเอาหนักๆขนาดนั้นโอ้ขนาดนั้นยังเรายังล้างออกมาซะแย่เลยติดแค่อ่อนๆแค่นี้เรายังล้างกันเกือบตายดินดีว่า ใบพัดหลงเข้าไปไปถึงไอ้โจที่มันเอาหนักแล้วมันปรุงไว้แต่เราดีโชคดีที่เราไม่ไปเจอไอ้ตัวแรงๆร้ายๆป่านนั้นถ้าไปเจอเขาแล้วตายแล้วไปติดขั้นโน้นแย่เลยขนาดรถติดแค่นี้เนี่ยเราล้างออกมาจะแย่ไปเจอกันที่ตัวหนักๆที่เราเองเราโชคดีไม่ไปเจอซะก่อนไม่ฤทธิ์แรงขนาดนั้นแล้วติดแค่บุหรี่นี่เรายังล้างขนาดนี้มันติดฟินเข้าไปอีกดีนะเราไปหลงติดฟิล์มตัวเองมันล้างตายเลยอย่างนี้เป็นต้นนี่รถติดแค่ไปเป็นนางแต่งตัวแค่นี้เขาหลอกไว้แค่นี้ไม่ไปชั้นสูงชั้นใหญ่ชั้นหลงฟุ้งเฟ้อหนักๆอย่างที่สังคมเขาหลอกไว้อีกหลายชั้นหลายเชิงเราไม่มีโอกาสเข้าไปหลงไปติดขนาดนั้นก็บุญ รถติดแค่นี้เรายังล้างแค่นี้ของเราซะจะตายจะเป็นถ้าไปติดเอาหนักๆหยาบๆสูงๆเขาก็ว่าไปอย่างโน้นอย่างนี้อีกเราไม่แย่เลยเราจะรู้เลยมีปัญญาเข้าใจเราจะไม่น้อยใจไม่มีปมด้อยอะไรเลยเรายังไม่เคยแบบคนหลงๆแบบนี้เรายังไม่เคยไปสัมผัสแต่ต้องเราจะรู้เท่าทันและเบอร์โทรทันหรือไม่ทันก็จะตายชักอยู่แล้วแค่นี้แค่นี้ก็ล้างให้มันหมดตัวซะก่อนเถอะเราจะไปนั่งเป็นรองติดนั่นติดนี่มาอีกอย่างกับมันง่ายนักกีฬาแล้วจะเกิดปัญญารู้เห็นเลยว่าเออดีโลกะวิทูเราก็จะรู้โลกมันปานฉะนี้นะเราหลุดพ้นออกมาได้เป็นบุญเกิดปัญญาปัญญาเกิด ชุมนุมของศรัทธาความชุมนุมของวิริยะความชุมนุมของสติความชุมนุมของสมาธิความชุมนุมของปัญญาเกิดเป็นร่างเป็นกายเกิดเป็นอำนาจเป็นอินทรีย์เกิดได้มากจนเกิดเรียกว่าพระเป็นกำลังเลยมีฤทธิ์แรงของศรัทธาเชื่อมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวพวกเรานี่เกิดศรัทธาพละเกิดกำลังของศรัทธาเชื่อมั่นถึงทำอะไรได้นี่เหมือนถูกหลอกมาก็ล้างสมองมาคล้ายๆกันโอ้นี่มาสักๆดูสินี่อย่างกับคนถูกล้างสมองมันทำงานฟรีมาทำไอ้โน่นไอ้นี่ได้อดรถทนได้มันอดได้ทนได้จริงๆสุดท้ายความจริงของเรารู้ด้วยปัญญาเราไม่ทนหรอกมันไม่ได้ทนทานอะไรเรามาลดล้างแต่ก่อน ต้องทนหน่อยเราจะรู้สึกตัวว่าในวาระหนึ่งแล้วมาแต่งตัวแบบผู้หญิงเคยแต่งตัวแบบสวยๆที่เขาหลอกไว้พอมาเปลี่ยนมาเป็นไทยแท้มอซอที่จริงเราก็สะอาดสะอ้านเราก็ไม่อุจาดด้วยซ้ำไปเราไม่ได้ไปเฉพาะอะไรด้วยซ้ำสุภาพเรียบร้อยจริงๆซะด้วยนี่แบบนี้สุภาพเรียบร้อยจริงๆซะด้วยแต่ก่อนเราแม้ตั้งแต่นี้เราก็เขินๆก็ไม่มีกำลังไม่มีอินทรีย์อะไรไม่มีภาระอะไรหรอกมันยังเหนียวมันยังยังแหยงมันยังงั้นน่ะแต่พอเรามีความเชื่อมั่นมีศรัทธากล้ามีวิริยะจนกระทั่งเพียรลดละดูจนมีสติสัมปชัญญะเต็มไม่ถูกว่าถูกแบกอะไรมีสมาธิตั้งมั่นมีความเชื่อมั่นตั้งมั่นแข็งแรงมีปัญญาครบพร้อมเต็ม ไม่สงสัยแล้วเราได้ทำดีอยู่แล้วเรื่องอะไรเราอายเรื่องอะไรเราเขินเรื่องอะไรเราเก้อแล้วได้ทำดีเราได้ทำอายไม่ใช่เราจะทำอะไรเราได้ทำดีแล้วเรื่องอะไรจะอายแล้วกลับจะแข็งกล้าบางทีถึงแข็งกร้าวทำโดยดูดีๆไปเฉยๆก็ไปเตี้ยตีรันฟันแทงเขาไปว่าเขาพวกคุณน่ะโง่ยังถูกเรานี่แหละแน่อะไรเนี่ยมันแข็งเกินด้วยซ้ำไปกล้าเกินแรงเกินด้วยซ้ำไปเป็นภาระกำลังเป็นพระกำลังที่แรงเกินด้วยซ้ำไปเพราะฉะนั้นก็มันยากมันยังบ้างอย่าไปตอกไปหั่นเขามากนะเรามีเหตุผลด้วยนะไปเชื่อมั่นว่าดียังไงมีเหตุผลบางคนยิ่งปฏิ ดีที่มีเหตุผลเหตุผลรอบเลยเย้ยหยันหยามยันตีในเหตุตีได้ผลดีด้วยกำลังเชื่อมั่นอะไรเป็นศรัทธาเป็นสัตว์กินฟรีเป็นศรัทธาพละมันแรงเป็นกำลังถ้าเราทำได้คนหนึ่งก็จะมีกำลังคนนึงทำได้ 5 คน 10 คน 100 คนขึ้นมามันมีกำลังมากขึ้นนี่มันเป็นกองทัพต่างคนเป็นหมู่เป็นมนต์ลงไปใต้เขานี้เขาบอกว่าโอ้นี่พวกนี้เขาพามาจากโรงพยาบาลศรีธัญญาแล้วมาพักมาพักฟื้นนะเพราะคนจะไปแคร์อะไรพวกคุณก็ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ได้สั่นสะเทือนไม่ได้หวั่นไหวอะไรเพราะเราบ้าหมูนี่ใครจะไปกลัวอะไรเขามาว่าเราบ้าบ้าหมูอย่าไปกลัวอะไรบ้ามีสติสัมปชัญญะปัญญาเหมือนๆกันแล้วทำอะไร รู้เหตุผลเราไม่ได้บ้าเลยที่จริงเราก็ต่างคนต่างรู้กำหนดรู้กันว่ามันมีเหตุผลมันดีแล้วเพราะเขาเห็นแตกต่างไปเขาก็ว่าบ้าใครจะว่าบ้ายังไงเราก็มีปัญญารู้แสนรู้ไม่สั่นสะเทือนไม่สั่นสะเทือนไม่หวั่นไหวอะไรมันเป็นกำลังนี่เป็นกองทัพเป็นกำลังทัพเป็นมวลเป็นน้ำหนักจะมีฤทธิ์มีแรงไปอย่างนี้เป็นสภาวะที่ต้องอธิบายให้ถึงให้พวกคุณรู้ว่าเรากำลังเป็นกำลังมีกันแล้วแม้จะเป็นกองทัพบอกแล้วบอกว่ากองทัพน้อยๆเท่ากองขี้หมาเนี่ยกองทัพของเรามันยังไม่กองทัพใหญ่หรอกกองทัพน้อยๆต้องกองขี้หมานี่ก็เถอะมันจะมีฤทธิ์มีแรงจริงๆเห็นไหมมันไป มันจะพิสูจน์ตัวมันเองไปเรื่อยๆเราจะดึงเอาสังคมคนอย่างนี้มามีเอกลักษณ์มีสภาพอย่างนี้แหละสภาพที่หลุดลอยประปรอยว่างสบายไม่ต้องเกินต้องฝืนโลกมันเฟ้อเกินไปจนไม่รู้ตัวมันเผาผลาญมันไปกิเลสที่เคยแปลให้ฟังแล้วว่ากิเลสคือความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยที่เกินความจำเป็นของชีวิตคือความเฟ้อเกินที่เกินความจำเป็นแท้ของชีวิตนี่เรามีความจำเป็นแท้ของชีวิตที่พอดีแล้วนะการกินก็พอดีแล้วการเครื่องนุ่งห่มก็พอดีแล้วที่อยู่อาศัยแม้จะเป็นนอนคน อ้ายตายคนไม้พื้นดินเราก็สามารถจะขึ้นมานอนบนที่พักเป็นเรือนชานอย่างโน้นอย่างนี้เล็กๆน้อยๆก็แสนจะหรูหราแล้วเหลือเกินพอแล้วเรารู้แล้วว่ามันเต็มได้พอได้แล้วมักน้อยเราสันโดษมีสันโดษมีมักน้อยจริงๆไม่เอาปิดจะมีมีสันติมีมักน้อยสันโดษได้จริงๆเราน้อยก็พอแล้วได้น้อยไปถึงขั้นแบบที่อยู่ก็นอนพื้นดินนอนใต้โคนไม้ได้ยารักษาโรคอย่าว่าแต่ยารักษาโรคอย่างดีเลยอย่างแม้ปรุงมาอร่อยๆเป็นเนยข้นเป็นน้ำอ้อยน้ำผึ้งแต่อร่อยเลยนี่ยาไม่ต้องถึงขนาดยาวกว่านี้ถึงน้ำข้นน้ำอ้อยน้ำหวานน้ำผึ้งอะไรอย่างนั้นหรอก แม่น้ำมูลด้วยพูดด้วยไม่ว่าขี้ไม่ว่าเยี่ยวดอกในน้ำมูลหน้าเรายังพอมักน้อยอย่างนี้แล้วก็ได้แล้ววันนั้นถึงขนาดน้ำผึ้งน้ำอ้อยน้ำตาลอะไรขึ้นมาให้อดทนปรุงแต่งมาปานฉะนี้วิเศษเลยวิจิตรเอร็ดอร่อยใครจะกินไม่ลงเอ้านี่ยาเอาน้ำผึ้งมาให้กินนี่ยาเอาน้ำอ้อยมาให้กินนี่ย่านเนยข้นเอามาให้กินไม่ยาก็ยารักษาโรคพรรณนี้เภสัชก็เป็นน้ำผึ้งน้ำอ้อยเนยข้นอะไรงี้เป็นยามึงอย่าไปยากอะไรล่ะอย่างงั้นมันก็บอกว่าเนี่ยบ้านอยู่นะเนี่ยหรูหราพรรคจะสบายมันจะไปยากอะไรเพราะว่าไม่มีบ้าน นอนคนดินก็ได้ยาขนาดเรากินยาดองน้ำมูกเน่าแล้วก็กินได้ก็ยาปรุงมาเอร็ดอร่อยยาสกัดมาทั้งสีทั้งรถทั้งกลิ่นชวนกินด้วยแล้วก็ลองกินเหม็นๆเลยกินได้และกินหอมๆกินขมๆกินๆรถเน่าๆบูดๆเป็นยาดองในน้ำอุ่นหนาวกำลังกินได้ไอ้นี่มันหวานจ๋อยเป็นน้ำตกปลาน้ำอ้อยเลยทำไมเราจะกินไม่ได้จิตของเราแข็งอินทรีย์ของเรากล้าเราไม่หลงติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสถึงความเช่นนี้สิ่งอื่นประกอบอื่นเราก็เห็นได้รู้ได้ว่ามันเป็นองค์ประกอบที่จะใช้ประโยชน์ถ้าทำประโยชน์ได้ก็ทำไปไม่ได้แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่เราทำประโยชน์ให้ผู้อื่นแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ขวนขวายก็ไม่หามาให้ ก็เลยเฉยๆก็ไม่ใช่มันไม่มีอุปกรณ์ไม่มีวัตถุอุปกรณ์อะไรก็ขนขวายบ้างแต่ก็พอประมาณไม่ไปทำไม่น่าเกลียดไม่ต้องไปเรี่ยไรต้องไปขอมาเห็นความจำเป็นต้องแหมเรี่ยรายใหญ่อะไรอย่างนี้ดิฉันทำประโยชน์ให้แก่คุณนะอย่างนู้นอย่างนี้ไปตีรันฟันแทงเขาก็ไม่ต้องถึงไม่ข่มขี่จีรันฟันแทงอวดอ้างแต่ก็เห็นจริงจังบอกกันคนที่มีปัญญารู้ก็หามาสนับสนุนเราเองส่วนตัวเราเองนั้นพิสูจน์แล้วคุณจะรู้เลยว่าตัวนี้มันโมโหยิ่งกว่าดอกหญ้าเลี้ยงไว้ไงคนมันโง่มันจึงไม่ง่ายถ้ามันเห็นจริงแล้วมันง่ายแล้วมันหมดง่อคนนี่มันเลี้ยงง่ายจะตายไปโทรศัพท์ตั้งแต่สัตว์เลื้อยคลานไปจนกระทั่งสัตว์ช้างมัน เลี้ยงตัวเองมาได้ง่ายๆอยู่กับธรรมชาติอยู่กับอะไรต่ออะไรมันก็อยู่ของมันรักษาตัวรอดเป็นยอดเดียวคนเกิดมามีมันสมองมีปัญญาแล้วมันอยู่เลี้ยงชีวิตไม่ได้ไม่มีจะกินปากท้องเรากินไม่ได้ก็หมามันยังหากินได้หมูมันยังหากินได้ช้างหากินได้วัวควายปล่อยมันอยู่กับธรรมชาติในโลกมันไม่มีเงินสักบาทมันก็เลี้ยงตัวมันรอดจะกินอยู่หลับนอนยังไงมันก็อยู่ของมันส่งชีวิตไปได้ทำไมคนมันโง่เหลือเกินมันถูกครอบงำถูกมอมเมาจนโง่ยกตัวอย่างอย่างเช่นชนชาวอินเดียคนชาวอินเดียมันไม่รู้จะกินจะอยู่จริงๆเลยนะไม่มีอะไรมันโง่หน้างอมึงเอาเท้าหิวโหยโรยแรง หมดแรงนอนตายไปเลยพืชผักผลไม้อะไรมีอยู่มีกินทั้งนั้นถ้าจะเจ็บจะเรียนรู้อะไรต่ออะไรซอกซอนกินเก็บกินไปอะไรไปถ้าผมมันโง่จนกระทั่งจะไปคอยหาเก็บกินแต่สิ่งที่เขาเนี่ยไม่สร้างไม่สันเลยนะมันก็กินได้เหมือนสัตว์นั่นแหละมันก็อยู่ได้ทำไมจะอยู่ไม่ได้เก็บกากเก็บเศษอะไรกินก็ได้ก็เหมือนสัตว์แต่ถ้าฉลาดก็สร้างสรรค์หน่อยสิก็ปลูกเพื่อสร้างก็ทำก็เพราะไอ้นี่ขึ้นทำไมจะกินไม่ได้อยู่ไม่ได้พวกเรานี่ไม่ใช่ว่าเราโง่จนกระทั่งเราไม่สามารถทำกินนะถ้าปล่อยคุณไปนี่คุณจะต้องสามารถทำโน่นทำนี่ปลูกสร้างกินเองได้ หรือไม่ปลูกสร้างกินเองมันก็เลี้ยงง่ายเหลือเกินเรามีความดีสักพอประมาณก็มีคนเลี้ยงไว้พิสูจน์ได้แล้วเราก็ขยันหมั่นเพียรทำงานทำการอะไรต่ออะไรเนี่ยไม่ต้องไปแลกไม่เอามามีตัวกลางมีเงินมีเบี้ยอะไรเป็นเป็นสิ่งแรกเปลี่ยนเป็นตัวการไม่ต้องมีตัวกลางอะไรแลกเปลี่ยนอะไรก็ได้เอาคุณงามความดีนี่ทำออกไปแล้วเขาก็ให้ข้าวมากินหรือเลี้ยงชีวิตไว้เขาอนุเคราะห์เราไว้ด้วยปัจจัย 4 เครื่องนุ่งห่มของสำคัญแม้แต่บริขารแม้แต่เครื่องประกอบวัตถุอุปกรณ์ที่จะใช้สร้างสรรค์ประโยชน์ขึ้นไปให้แก่โลกอีกเขาก็ยังอนุเคราะห์ได้เขาก็ยังหามาช่วยเหลือโปรไฟล์เราได้นี่อย่างอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือไอ้โน่นนี่ที่จะทำประโยชน์แก่โลกเขาไป เรามาเอามาเราเหนื่อยนะเราก็ต้องคิดอ่านสร้างสรรค์ประกอบออกไปให้แก่โลกเค้านะแล้วทำให้แก่โลกเขาก็เราเป็นนักสร้างสรรค์เราเป็นนักบำรุงประโยชน์เขาทั้งนั้นไอ้ตัวเราเองได้ยังไงก็สบายแล้วเราไม่สงสัยชีวิตไม่สงสัยแล้วเราก็รู้ว่าตัวเราเองยังโง่หรือว่ายังมีกิเลสอยู่กับตัวขี้เกียจอยู่เฉยๆลอยๆเรื่อยๆไม่ขนขวายไม่เป็นบุญต่อนึกว่าตัวเองเก่งเด่นแล้วสบายแล้วถึงเนื้อถึงตัวแค่นี้ก็เลี้ยงตนได้ใช่มันจะไปยากอะไรเลี้ยงตนไม่ยากอ่ะตัวเราเองเลี้ยงได้ง่ายไม่ยากไม่เย็นอะไร จะเป็นประโยชน์ตนและก็เป็นประโยชน์ท่านให้ได้ครบพร้อมทั้งสองส่วนนี้สิยากเพราะรู้ว่าเราก็มาเป็นประโยชน์ท่านที่เราขี้เกียจคิดก็ให้คนอื่นเขาคิดเราช่วยตามแล้วเราคิดก็ได้เราช่วยกันก็ได้ด้วยแรงงานของเราก็ได้แล้วก็ทำไปเรื่อยๆเดินทางไปสู่ฝังศพตลอดเวลาเมื่อยก็พักไม่เมื่อยก็เพียรพรรคพอสมควรแล้วแม้พรรคมากก็ไปเสพติดอีกติดความพักติดความหยุดติดความอยู่เฉยๆติดความสงบอีกเราก็จะรู้อีกซับซ้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน