200612-095 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน095-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายนพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระพุทธที่รักได้อบรมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกเอ่อวันนี้เรามาทำวัดกันต่อถ้าเมื่อวานนี้ได้ทบทวนเรื่องทุกเรื่องหลักการดับสนิทปัจจุบันที่มันแห้งสนิทอย่างลึกถึงสุดให้ฟังเท่าที่จะพูดเป็นภาษาออกสู่กันฟังได้ในสาระอันควรพูด ติดตามใครทดสอบตามสภาวะจิตของเรามีเท่าใดๆก็เราก็จะสามารถรู้ได้ชัดเจนตามที่เรามีสิ่งนั้นเอามาตอนนี้ก็มาขึ้นถึงการปฏิบัติถ้ามีพราหมณ์มาถามมาทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งเรื่องการปฏิบัติการฝึกซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องที่เราจะได้รู้ได้เข้าใจถึงเรื่องการฝึกอย่างไรอย่างไรอย่างไรเป็นไปตามลำดับอย่างไรที่จะอธิบายให้ฟังทั้งกรรมวิธีทั้งสภาพของจิตอันหมายเอาสภาพจิต ไม้อัดจากภาพที่เป็นไปตามระดับมันอาจสับสนสำหรับคนบางคนที่ไม่เข้าใจฐานของจิตเห็นว่าเป็นลำดับที่พระพุทธเจ้าตรัสให้ท่านยืนยันลำดับเพราะท่านเอาทั้งหลักฐานของจิตของบุคคลแล้วก็เรียนลำดับตามที่ท่านเองท่านจะเรียงลำดับให้ดีที่สุดอาจจะอธิบายสู่ฟังปัญหาของคนนั้นอย่างนั้นถามคนนี้อย่างนี้จะต้องมีจุดอย่างนั้นอย่างนี้มันก็จะเรียงลำดับอย่างนี้บางทีมันมันน่าสงสัยเหมือนกันกำลังฟังดูดูก่อนครับอันนี้หัวข้อก็บอกว่ามีหลักเกณฑ์การฝึกตามลำดับ ทรงมีหลักเกณฑ์การฝึกตามลำดับเช่นอย่างย่อไม่ใช่อย่างละเอียดอย่างละเอียดมีอีกข้างหลังถ้าดูก่อนพราหมณ์ในธรรมวินัยนี้เราสามารถบัญญัติกฎเกณฑ์แห่งการศึกษาตามลำดับการกระทำตามลำดับและการปฏิบัติตามลำดับได้เหมือนกันซึ่งพราหมณ์ไปก่อนก็เรียนกันมาก็มีตำรากันมาก่อนแล้วต้องศาสนาพราหมณ์พระพุทธเจ้าเองก็อยู่ในหมู่ของศาสนาพราหมณ์แต่ตอนนี้ท่านอาจารย์จะรู้ว่าตรัสรู้ท่านก็ยืนยันว่าท่านเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า พราวมีจริงมาทูลถามว่าแล้วศาสนาของท่านหรือในสัตว์ในธรรมวินัยของท่านเนี่ยมันจั
อ่านต่อ
บกฎเกณฑ์ก็ต้องกลับๆบริษัทศาสนาพราหมณ์ไหมล่ะมีวิธีสอนเหมือนว่าความก็สอนกันมามีมาเก่าแก่จัดอันดับอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนี้โง่ตามอำเภอใจมันก็ตามหลักเกณฑ์ของเขาพระพุทธเจ้าก็บอกว่าท่านก็มีศักดิ์ศรีของท่านตามลำดับอาจารย์ก็ว่าให้ฟังเปรียบเหมือนผู้ชำนาญการฝึกได้มาชนิดที่อาจฝึกได้มาแล้วในขั้นแรกยอมฝึกให้รู้จักการรับสวมบทเรียนก่อนแล้วจึงฝึก ให้ยิ่งขึ้นไปฉันใดพราหมณ์เอยสถาบันได้บุรุษที่พอฝึกได้มาแล้วในขั้นแรกย่อมแนะนำอย่างนี้ก่อนว่ามาเถิดภิกษุท่านจงเป็นผู้มีศีลสำรวมด้วยดีในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมด้วยมันมารยาทและโคจรมีปรกติเห็นเป็นภัยแม้ในโทษที่เล็กน้อยทรงสมาธิสั้นจงเป็นผู้มีศีล ก็คือศีลนั่นแหละให้สำรวมให้สังวรสำรวมด้วยดีในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมด้วยมันยากและโคจรการมีศีลไม่ใช่หมายความว่าเอาศีลมาท่องเท่านั้นไม่ใช่แต่ต้องเรียนย้อนสุดท้ายทรงสมาทานศึกษาในสิกขาบททั้งหลายเถิดผู้มีศีลนี่ท่านจงเป็นผู้มีศีลไม่ได้หมายความว่าศีลมันมีที่เรานี่เพราะเราท่องคำห้ามไว้เฉยๆไม่ใช่แต่เรารู้ทั้งคำห้ามผู้รู้ทั้งว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้มีเหตุผลอย่างไรนอกจากมีเหตุผลอย่าง ไปแล้วเราก็มาฝึกหัดตนเองสำรวมด้วยดีสำรวมพยายามทำให้มันตรงสำรวจได้ดีในปาฏิโมกข์อาจจะเหมาะสมหมายความว่าคำสอนทำทวนแล้วทวนเล่าปาฏิโมกข์นอกนอกจากปาฏิโมกข์คือกระทำตามคำสอนและทวนและควรเล่าปาฏิโมกข์ค่ะสำรวมด้วยดีในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมเสมอถ้าเราถึงพร้อมจนกระทั่งเราเป็นไปได้ด้วยมันยากและโคจรทั้งเรียกว่ามารยาทของเราทั้งการเป็นไปของเราลงตามหลักเกณฑ์ที่ว่าที่ว่าสิ่งของนั้นหมายมีปรกติจิตใจที่เกิดปกติเลย มึงเป็นใครแม้ในโทษทีเล็กน้อยเห็นแม้แต่เราว่าเอ้ยนี่มันมันเอียงไปแล้วมีในสีน้ำเงินอย่างนี้มันมีนี่มันเป็นโทษแม้มันจะไม่เต็มไม่เต็มแต่ว่าเออนี่มันดังไปนิดนึงมันบางไปนิดมันร้อนไปนิดรู้เลยว่าด้วยเหตุผลของศีลข้อนี้หมายเอาอย่างนี้อย่างนี้แล้วอย่างนี้ก็มีนิดหน่อยนี่อย่างนี้มันยังไม่แป๊บนึงๆรู้ในใจรู้เลยว่าออกมาจากศีลข้อนี้ความหมายของศีลข้อนี้หมายถึงที่เรารู้เนี่ยเราปฏิบัติธรรมมาขนาดนี้บอกว่าปาณาติปาตาเวรมณีอย่าฆ่าสัตว์เพราะไม่ฆ่าแล้วล่ะ ตายแล้วไม่ได้ทำปากก็ไม่บอกให้ใครฆ่าเลยแต่ใจของเรายังโหดร้ายใจของเรายังรักกันหรือเปล่าเราจะไปกินเนื้อสัตว์อย่างเงี้ยเรารู้เลยนะมันแว๊บๆมันรู้เลยเห็นมีปกติเห็นเป็นไทยแม้ในโทษทีเล็กน้อยเห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อยเห็นว่ามันยังเป็นโทษเล็กน้อยนี่มันมีส่วนเล็กน้อยมันไม่เปรี้ยวเลยว่าฆ่าสัตว์ยาฆ่าสัตว์ตรงๆอย่าฆ่าสัตว์แล้วเราก็ไม่ฆ่าสัตว์ได้ใช่บริสุทธิ์แล้วแต่เมื่อปฏิบัติแล้วสำรวมด้วยมารยาทถึงพร้อมมารยาทที่โคจรสำรวมด้วยศีลข้อนี้ฝึกหัดมันก็จะไล่หรือไม่จนเราเกิดปัญญาญาณใน มีปกติเลยเราไม่ต้องแกล้งเราก็รู้ด้วยปัญญาไม่ต้องที่ดีมาดื้อดึงอะไรก็รู้รู้เห็นเป็นภัยแม้ประเทศไทยในโทษที่เกี่ยวข้องเสี้ยวหนึ่งส่วนหนึ่งอะไรอยู่เห็นเด็กเป็นไทยแม้ในโทษทีเล็กน้อยนี่มันอธิบายสิ่งนี้อยู่ในความอธิบายมันมีความหมายทรงสมาทานศึกษาในสินค้าหมดทั้งหลายเถิดเราจะให้ศึกษาต่ออีกสมาทานศึกษาทำให้เกิดการเป็นไว้สมาทานหมายความว่าทำให้การเกิดฉวยเอาอันนี้ไว้ให้ได้อยู่เสมอไม่เรียกว่าสมาทาน เพราะฉะนั้นได้ศีลข้อนี้เราก็รักษาเอาไว้ที่ฉวยเอาไว้ที่เก็บเอาไว้ยึดเอาไว้ยึดเอาไว้ในศีลอย่างนี้แล้วก็มีปรกติปกติปกติคือสบายๆเป็นได้ธรรมดาธรรมดามีปกติได้ศีลข้อนี้ศีลข้อนี้เราก็อยู่ปกติกฎข้อระเบียบเอามาวัดกับเราแล้วกฎข้อระเบียบข้อนี้แล้วก็ปกติแล้วเราก็ไม่ด่าไม่พลอยไม่มีอยู่เสมอมหาทานโดยรากศัพท์มันแปลว่ามีอยู่เสมอยึดได้ยึดได้ฟังแล้วกลับกันผู้ที่ปฏิบัติศีลในก็อธิบายว่าถ้ามีศีลแล้ว เรียกว่ามีปรมัตถ์แล้วละเมิดก็ได้แต่กลับไม่อย่างนั้นโดยจริงแล้วผู้ที่ปฏิบัติศีลนี้ได้แล้วบริสุทธิ์แล้วละเมิดได้จริงไม่เกี่ยวข้องได้โดยไม่มีการหวั่นไหวสัมผัสได้เรียกว่าสัมผัสด้วยจิตมันว่างจริงๆจิตมันว่างจริงๆแต่กลับก็พรุ่งนี้จะรักษาเป็นศีลไว้ด้วยไม่พยายามที่จะไปเกี่ยวข้องทำไมพยายามที่จะไปเกี่ยวข้องฟังแล้วมันกลับไปแล้วกลับมารักษาและฉวยเอาไว้ไอ้สิ่งนี้ได้รักษาหรือช่วยเอาไว้ในสิ่งนี้ได้อยู่เสมอๆด้วยในสิกขาบทอันนี้อันนี้อันนี้แล้วเราจะต้องศึกษาต่อลงไป ความจริงซ่อนอยู่ในนั้นอีกว่าถ้าเราจะอนุโลมได้ส่วนที่จะต้องอนุโลมที่สุดแห่งที่สุดเท่านั้นเราจึงจะทำเช่นเป็นบางกาละที่จะต้องเป็นจะต้องกระทำอย่างพระพุทธเจ้าเพราะว่าท่านเองท่านละเมิดศีลนี่อย่างนี้บางข้อบางอย่างจะยกตัวอย่างให้ฟังในการรักครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าพิมพาพระพุทธเจ้าก็บอกภาษาอังกฤษไปก่อนแล้วผู้ชายรู้จักถ้านางพิมพาเข้ามากอดเราเข้ามาแตะต้องเรา ข้าวมันเกี่ยวข้องกับเราเธอจงอย่าตกใจเลยเธออยู่เฉยๆแล้วพระพุทธเจ้าก็ไปพระนางพิมพาก็มากอดแข้งกอดขาร้องห่มร้องไห้ธรรมดาก็จะเป็นพระแล้วนะตอนนั้นน่ะเป็นพระนิพพานก็เป็นผู้หญิงเป็นเมียเดิมก็เข้ามาขอเขาเคลียร์แข้งขาร้องห่มร้องไห้อะไรต่างๆภาษาอังกฤษพระพุทธเจ้าสีด่างก็ยังถ้าไม่ดังยังไงเล่าผู้หญิงมากอดแข้งกอดขาร้องห่มร้องไห้ด้วยคิดว่ายิ่งผิดหวัง ด่างใช่ป่ะไอ้นั่นบอกแล้วไงผู้ที่บริสุทธิ์จริงแล้วได้เนี่ยจิตว่างและสิ่งนี้ไปเป็นอย่างนั้นได้เรารู้มาอย่างเรานี่เรารู้กันแล้วความจริงไปซะมืดหรือว่าไปให้เป็นอย่างนั้นกลับไปทำอย่างนั้นอีกไม่ได้คิดว่าจริงด้วยคุณก็พูดที่คุณพูดถึงจิตพระพุทธเจ้านั้นจริงมันไม่หวั่นไหวแน่นอนเพราะฉะนั้นโดยปรมัตถ์ไม่มีด่านร้อยแต่โดยสีดำร้อยใช่ไหมสมาทานยังได้อยู่ไม่สวยเอาไว้ได้ไหมตามฝรั่งช่วยได้เลยตามสมมุติ 300 กลับไปกลับมาผีนางพลอยทีนี้เราจะถือโทษพระพุทธเจ้าว่ามีพระพุทธเจ้าสีด่างสีชมพูถ้าเราจะถือว่าพระพุทธเจ้าถือไม่ได้แต่กระนั้นแหละมันก็ดาบร้อยเป็นสมมติทีนี้เราก็ต้องรู้ที่สุดในที่สุดสูงสุดคือพระพุทธเจ้านั่นแหละไม่มีการไม่มีสติท่านรู้ตัวไหมแม้ก่อนไปตั้งแต่ก็รู้แล้วท่านรู้ยิ่งกว่านั้นได้อย่างยิ่งการรู้ยิ่งกว่านั้นแม้แต่กับสารีบุตรบอกก่อนด้วยนะไอ้นี้ไม่ต้องห่วงหรอกมันจะเกิดไอ้กากพลอยตัวนี้จะเกิดแล้วเราก็เจตนาไปมีสติสัมปชัญญะรู้ดีว่าจะตามนี้ เพราะเหตุที่ท่านต้องรู้ด้วยเหตุผลว่าพระทำสิ่งนี้เกิดประโยชน์ที่สูงกว่าคล้ายๆกับว่าเอาสิ่งนี้แลกกับสิ่งนี้เอาสิ่งน้อยและกระทิงใหญ่ถ้าเป็นอย่างนี้ท่านต้องด่างฟ้าอันนี้ไปก็เป็นเพียงสมมุติแต่ถ้าจะได้ประมาณที่สูงต้องไปทำงานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ถ้าจะได้สิ่งที่ใหญ่มากกว่านี้และก็เป็นครั้งคราวไม่ได้ทำบ่อยๆไม่ได้มีเสมอไม่ใช่ธรรมะไม่ใช่ธรรมะโดยจริงและท่านสมาทานโดยจริงแล้วท่านช่วยเอาไว้ในศีลในความไม่ด่างพลอยนี้ไว้ได้มากกว่าไอ้นี่อนุโลมอนุโลมพระจำเป็นที่สุดเพราะจะมีสัก 1 ครั้ง ในชีวิตแล้วก็มีเพียงหนึ่งครั้งในชีวิตของท่านอันนี้แล้วถ้าเกิดรู้ด้วยความจำเป็นถ้าไม่มีได้เลยดีกว่าจะต้องด่างพร้อยมั้ยถ้าไม่มีได้เลยจะดีกว่าไม่ต้องดาบพลอยไหมดีกว่าแน่ๆถ้าไม่มีได้เลยไม่จำเป็นที่สุดมันก็งามที่สุดด้วยแต่นี่ถ้าจำเป็นที่สุดเป็นวิบากของท่านมีเมียทำไมฉันอยากโง่มาก่อนทำไมว่างั้นแหละเพราะฉะนั้นนี่แหละคือวิบากมันจำเป็นต้องรับวิบากเมื่อเราไปทำอะไรเลยงงๆเอาอิจฉาอะไรขึ้นมาตอนไหนเราเรียกว่าอ้าวพี่ชาจะเอาวิชาก็ถูกมอมเมา หรืออวิชชาเป็นความมั่นคงก็ตามแต่วิชาไปแก้ไขได้ก็ถือว่าแก้ไขได้ทั้งนั้นแหละนอกจากคนแก้ไขหนักแบ่งยากเหลือเกินไม่รู้ที่เกี่ยวกับคุณทีนี้เราก็ต้องมาแก้มันทั้งนั้นจริงๆพระพุทธเจ้ามันไม่เรียกว่าวิชาอะไรหรอกไม่ใช่เรื่องถาวรไม่ใช่เรื่องอะไรมันก็ถูกมอมเมามากจนกระทั่งจะไปแต่งงานแต่งงานอะไรทำไมทำด้วยจิตใจของท่านเลยถูกมองว่าเป็นไปชั่วคราวแบบไม่ใช่เอาวิชาหลักเกณฑ์อะไรเนี่ยอธิบายยกตัวอย่างหรือผู้อื่นที่ใดก็เหมือนกันอาจจะต้องรู้ว่านี่มันจำเป็น ไม่จำเป็นที่สุดเรารักษาความบริสุทธิ์บริบูรณ์สมาทานไว้ช่วยเอาอันนี้ไว้ให้ได้เสมอแม้โทษภัยอันมีประมาณน้อยหรือภายในโทษที่เล็กน้อยที่เรารู้ด้วยปัญญาเป็นปกติเราก็จะไม่ให้มันด่ามันน้อยนี่เราต้องทำความเข้าใจว่าเราจะศึกษาสิกขาบททั้งหลายอยู่เสมอถ้าเราจะมีสติสัมปชัญญะรู้ในการตัดสินรู้ในการอนุรักษ์เพราะฉะนั้นบางทีเราต้องอนุโลมแต่ต้องมีอันนั้นอันนี้บ้างในชีวิตหนึ่งแต่เราทำสิ่งนี้เพื่อแรกสิ่งที่ดีและเราก็จำเป็นที่สุดในครั้งที่เราเรียกว่ามันที่สุดธรรมดาเราไม่เอา ถ้าเราเป็นไตที่ฉวยเอาไว้เป็นสีนี้ยังบริบูรณ์บริสุทธิ์อยู่ดีเป็นต้นนี้เรียกว่าในปีนี้อธิบายหมดในข้อความที่ท่านผ่านไปตั้งแต่มาเธอที่สุดท่านจงเป็นผู้มีศีลสำรวมด้วยดีในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมด้วยมารยาทและโคจรเสียอธิบายถึงแม้แต่มาจากโคจรคุณเป็นเสียงอย่างนี้แล้วเป็นแล้วทุกเวลามีมารยาทเป็นอย่างนี้การโคจรการเป็นไปเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ไปอยู่อย่างละเมิดละเมิดอยู่ตลอดเวลาเพราะว่าพวกมันรู้แล้วเป็นคำอธิบายอย่างมีนักธรรมบางคนเป็นผู้ที่ได้แล้วบรรลุแล้วมีจิตว่างแล้วไม่เป็นไรเหตุการณ์และจิตว่าอยู่เสมอๆได้เสมอๆ รวมเป็นผู้มีศีลเพราะตัวมันมีศีลตัวจะเอาอันนี้มาแก้ไขแก้ไขวิธีการแก้ตัวถ้าเราบริสุทธิ์ทั้งนอกบริสุทธิ์ทั้งในด้วยหลักเกณฑ์อย่างนี้แท้ทำความสะอาดว่าบอกว่าป๊านะที่ปลาตาเดียวเราเป็นผู้ที่ไม่โหดร้ายอะไรแต่เราไม่ได้ฆ่าสัตว์อะไรเราก็ต้องไม่ฆ่าเพราะฆ่าแต่มันเป็นบาปเป็นกรรมเป็นเวรเป็นไทยเป็นการดุร้ายที่สุดดูได้ชัดไม่ใช่ว่าโอ๊ยจิตเราบริสุทธิ์แล้วเราอนุมัติแล้วข้าจะได้คิดว่าเสมอๆไม่เอาฆ่าสัตว์ได้คิดว่าเสมอๆไม่ได้ก็ไม่ฆ่าไม่ฆ่าแม้แต่เรารู้ว่า วันนี้เราจะไปทำให้ฉันตายเราจะไม่ทำให้ฉันตายด้วยไม่เจตนาด้วยซ้ำไปแล้วก็ยังรู้ว่าแหมนี่ไม่งามแต่ด้วยไม่เจตนาเนี่ยหมดเจตนาหมดกรรมไหมมันการ์ดไม่มีกรรมไม่มีเวรไม่มีภัยอะไรเราไปทำให้มดตายแล้วไปทำให้สัตว์ตายไม่ได้เจตนาจริงๆเออไม่ได้เจตนาจริงๆจะทำให้มดตายจริงๆไม่มีกรรมแต่เราก็รู้ด้วยสติเห็นเป็นไทยแม้ในโทษทีเล็กน้อยเราก็รู้ว่านี่จะเป็นโทษอยู่ยังไม่บริบูรณ์ยังไม่งามไม่งามเพราะเราขาดสติไม่นานเพราะเราทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้ทำไมจะต้องไปทำให้เขาตายโดยไม่ ด้านหน้าก็ตามถ้าเขาไม่ตายดีกว่าไหมถ้าไม่มันมีเหตุมันมีต่อไปอีกถ้าเขาไม่ตายดีกว่าทำไมเราต้องไปทำให้เขาตายล่ะเนี่ยมันจะมีจุดที่มันเห็นเป็นภัยแม้ในโทษทีเล็กน้อยเรารู้เป็นปกติเลยเป็นคนที่มีปัญญาลูกสะใภ้ลูกซ้อนเพราะเราอยู่อย่างที่ไม่ต้องทานแม้แต่ค่าเด็กดีกว่าไอ้เนี่ยมันหยาบๆใครจะไปทำแม้แต่ไม่เจตนานี้เรายังรู้ละเอียดลึกซึ้งสักนิดสุขุมไปขนาดนั้นเลยซ้ำไปแล้วไม่ควรไม่ควรไปทำให้เขาตายเราก็ยังรู้ทั้งๆที่หมดกรรมแล้วด้วยเพราะสุดที่สุดแล้วต้องถือว่าหมดกรรมตรงที่เจตนาอย่าง เจตนาห้องภิกขเวธัมมังวะถามบทเจตนาแล้วเนี่ยจะมาถือโทษถือภัยกันเกินไปไม่ได้แต่ขณะนั้นเราโทษตนได้เราเองในสติบกพร่องใช่ไหมมันยากพอตอนเรายังไม่มาอีกเราต้องปรับปรุงมันยากโคจรมาให้ขี้เกียจออกคนนี้มีสติสัมปชัญญะกว่านี้เราจะได้ไม่ต้องเข้าจะได้ไม่ไปทำให้เขาตายโดยไม่เจตนาเพราะฉะนั้นก็เลยไม่ระวังมันยากไม่ระวังโคจรมารยาทกิริยาท่าทางเป็นไงก็ช่างจะถือไม้ถือมีดถืออะไรเพราะว่าเดินกลับเดินสายเองก็เก่งกันพอดีมัน ถือซะว่าเจตนาห้ามภิกขเวกัมมังวทามิถือว่าตัวเดียวมันเจตนาแล้วนี่ก็หมดกรรมอ่ะดิตอนนั้นก็ไม่ระวังนะมารยาทจะเกะกะเดินเตะเดินป่าเดินเตะโดนต่อยคนนั้นคนนี้เรื่อยไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้วัดระวังคนที่อยู่ข้างล่างคนที่อยู่ข้างบนเราอยู่ข้างบนไม่ระวังนะหล่นมาถูกหัวคุณไม่เจตนานี่นั่นแหละตายแล้วคุณก็ตายแล้วไม่มาไม่ได้เจตนาออกโจทย์ว่าคนนึงอยู่ข้างหลังคนที่ตายโดยไม่เจตนาถือว่าอาบัติไหมอะไรอย่างเงี้ยมันก็เคยออกจบแล้วก็เถียงกันโดยเจตนาทั้งที่ตัวเอง ไม่เจตนาถือว่าปรารถนาที่ผมไม่ได้เจตนาด้วยกรรมด้วยอะไรก็ได้แยกแยะกันเล่นเหลี่ยมกันอีกเยอะแยะที่เขาเคยออกโสดสอบกันนักธรรมะแต่โดนจริงแล้วเราก็ต้องรู้ว่ามารยาทเราไม่ดีโคจรเราไม่ดีการเป็นอยู่การเป็นไปของเรานี่ไม่ระมัดระวังให้งามก็คนตายทั้งคนอย่างนี้ที่เขาออกโจทย์ทางเราทำหรือมนุษย์ตายสักตัวเมียหมดตายไปทั้งตัวอย่างเงี้ยมันก็ยังไม่งามเพราะเวลาเอาข้อสุดท้ายว่าถ้ามันไม่ตายกับมันตายเนี่ยมันไม่ตายดีกว่าก็มันไม่ต้องไปเป็นเวรเป็นไม่ต้องไปมีอะไรบกพร่องในโลกนี้แม้ที่สุดถ้าเราเองเรามีโจรโจรคนนี้ถ้าเราทำให้เขาปรับ ได้โดยไม่ตายมันก็ดีกว่าใช่ป่ะถ้าจำเป็นที่สุดมันจะต้องมีเราก็ต้องพยายามจนสุดทางแล้วเรากรมธรรม์แล้วเขตของพระปล่อยทีนี้ก็จะไปตายเพราะเหตุของเขาเพราะปัจจัยของเขาเพราะกรรมของเขาใกล้จะทำของเขามันก็สุดปล่อยแล้วก็ต้องไปเจอวิบากแค่นี้แหละที่เขาไม่อภัยกันถ้าอย่างเราเราไม่ฆ่าแม้แต่โจรฉันใดเราก็ไม่ฆ่าแม้แต่งูจะเยี่ยวหรือสัตว์ที่มันเป็นพิษเป็นภัยในโลกเราไม่ฆ่ามันทั้งนั้นท่านใดโจรเนี่ยเรารู้ว่ามันร้ายอยู่แล้วมันไม่แก้ตัวไม่กลับตัวแล้วก็อโหสิกรรมเราไม่ทำอะไรเขาเราจะไปฆ่าไปแกงเพราะเราไม่ฆ่าปล่อยไปแล้วก็เจอที่ปากของเขาเองถ้าแกจะไปทำร้ายแกจะไปทำโหดร้ายแกไม่รู้เนื้อรู้ตาก็ต้องไปเจอดี รักสักคนมาเจอคนอย่างเราเป็นคนใจบุญเป็นคนมีบุญเป็นคนจิตสูงงูตัวนี้แหมดุร้ายกัดไม่เลือกหาดีไม่ดีหาคนชอบหาคนที่กัดซะด้วยวันนึงก็ไปเจอของคนที่มันไม่เหมือนเราก็ต้องตายใช่มั้ยเนี่ยมันเป็นเรื่องของเขาหรือเปล่าของเขาแต่เราก็ไม่ได้จองเวรเขาเขาก็มาโทษเราไม่ได้จึงเรียกว่าอโหสิกรรมแล้วก็กรรมมันร่วงรูปส่วนทุกอย่างจะยกตัวอย่างให้ฟังว่าหลักเกณฑ์ต่างๆแล้วเนี่ยมันจะมีการศึกษาคืออะไรคือเรียนรู้ละเอียดรู้ละเอียดรู้เหตุรู้ผลรู้เหตุรู้ผลรู้ลึกลับซับซ้อนไม่ใช่ลึกลับซับซ้อนเข้าไปเข้าไปเข้าไปก็ไปอย่างนี้เลยติดขาไม่ใช่ หาได้แค่นี้แล้วก็จบอยู่แค่นี้แค่นี้พอดีติดขาของทุกวันนี้เขาถึงเป็นสีเลือดเป็นหลักเกณฑ์ที่จะอยู่ที่จริงมันลึกซึ้งนะคำสอนคาถาศีลก็ตามผมอธิบายศีลข้อเดียวก็นึกผ่านมาทุกข้อเพราะผมอะไรผมศึกษาแล้วพออธิบายไม่ใช่เดาถูกด้วยมีเหตุมีผลร้อยเวรไปๆๆคุณฟังเออมันไปได้เหมือนกันนะแล้วมันก็ไปได้จริงๆด้วยแล้วมันก็เกี่ยวจริงๆด้วยไม่ใช่ว่าเราก็กลับมาไม่เห็นเกี่ยวเลยจะเกี่ยวมันจะไม่เห็นเกี่ยวเลยเขาจะเห็นได้ว่ามันเกี่ยวคนเห็นหน้าก็จะบางคนไม่มีปัญญาอธิบาย คนอื่นก็มาดูไม่รู้เขาก็เห็นได้ว่าเขาไม่เกี่ยวนี่อธิบายอย่างนี้เรื่องอย่างนี้มันเป็นแบบนี้มันเกี่ยวเห็นอยู่ว่ามันเกี่ยวไม่ใช่มันไม่เกี่ยวมีเหตุมีปัจจัยมีทีเดียวและมีมีหลักเกณฑ์มีผลมีอะไรเกี่ยวจริงๆด้วยเช่นแบบไม่ฆ่าสัตว์แล้วไปกินเนื้อสัตว์ไม่เกี่ยวไหมถ้ามันก็เกี่ยวคนมีปัญญาเห็นรู้มันเกี่ยวคนที่ดื้อๆสีตื้นๆก็บอกไม่เกี่ยวเนี่ยบอกสีไม่ฆ่าสัตว์ฉันไม่ฆ่าสัตว์แล้วก็จบแค่นี้เขาก็บอกว่าเขาไม่เห็นเขาไม่เห็นคนที่ผมไม่มีปัญญาละเอียดพอไม่ละเอียดพอจริงๆแม้เราจะพยายามต้องใช้รายเดือนมีเหตุผล คุณไม่ฆ่าจริงแต่คุณกินใช่ไหมกินไม่กินก็ได้นะเอาจริงเอางี้ด้วยถ้าคุณไม่กินนะไม่ให้กินหมูกินเป็ดกินไก่เลยแม่กินเลยคุณได้ไหมบอกว่าได้ถ้าได้พิสูจน์ให้กิน 5 วัน 7 วันเดือนนึงปีนึงถ้ามันติดแต่มันไม่ได้แล้วมันก็จะต้องโทรไม่อร่อยเลยไปเอามากินใจของเราจะเกิดแล้วทีนี้เกี่ยวไหมถ้าฉันรู้เลยนานแค่ไหนก็บอกว่ากินบ้างว่ะก็ไม่ต้องกินก็แล้วกันมันจะไม่ได้นะถ้าคนไม่ได้แล้วมันจะ ถ้ารู้ใจผิดมันจะรู้เองว่ามันจะเกี่ยวใช่ไหมเพราะถ้าคนใจขาดจริงๆใจไม่ติดจริงๆเลยนะแต่กินหมูเห็ดเป็ดไก่จริงๆตลอดกาลไปแล้วก็มากินสิถ้าว่าไม่เกี่ยวก็ขอให้มันได้ก็แล้วกันเพราะงั้นก็ไม่ต้องมาบอกว่าคุณจะไม่มากเท่าที่รักเพราะว่าเขากำลังจะกินดิบเราแต่ถ้าจะใจก็ไม่สะอาดใจก็ยังติดจะมีเชื้อมันไม่เกิดวันหนึ่งก็ต้องโหยหาแล้วถามใจครับเป็นไงยิงตายคุณไม่เกี่ยวคุณไม่ได้เคี้ยวฝากคุณไม่บอกเขาเอามากินหรอกใจมันเป็นไงเงินก็ยังโหยหาให้อาวรณ์ไม่เกี่ยวไหมมันเป็นเหมือนกันนั่นแหละมันเกี่ยวหนักก็ทนไม่ได้ก็บอก ตานี้ยิ่งชัดเลยปากเจอหรือยังบอกแล้วยังบอกแล้วไปเอามาแล้วแล้วคุณกินสัตว์เป็นไหมคุณก็ไม่กินจากเส้นผมก็ต้องกินแทบตายคุณไปบอกว่าจะไปให้เขาค่ามานี่กูไปซื้อถ้าผมไปซื้อจริงๆอธิบายซื้อมันก็เกี่ยวอยู่แล้วถ้าคุณไม่จ้างเขาไม่เอาตังค์ไปซื้อเขาก็ไม่ฆ่าเนี่ยฮะอธิบายแค่นั้นเชิงโน้นก็ได้ถ้ามีปัญญารู้ไหมเขาก็มีปัญญารู้เขาก็จนจนเด็กเนี่ยถ้าคุณไม่เอาไม่ซื้อก็จะฆ่ามันคงไม่คาดตรงอ่ะแต่คุณก็เหมือนกับคุณไปจ้างเค้าฆ่าถ้าเขาก็ต่อโยงไปโดนคุณเอาตังค์ไปให้เขาเขาก็จ้างเขาฆ่าแล้วคุณก็ต้องร่วมกันกับเขาเกี่ยวไหมถ้าคุณมีปัญญาคุณก็รู้อ่ะ เนี่ยการเสียบมันก็ละเอียดอย่างนี้ไปเรื่อยๆมันไม่ตรงแต่มันเกี่ยวเพราะฉะนั้นบาปมันไม่ร่วงส่วนใช้คำว่าโลกส่วนในภาษาพระไตรปิฎกมันไม่ขาดตอนไม่รู้เรื่องส่วนเราก็ต้องให้มันเรื่องส่วนให้ได้ใครมาดูมันท่วมเข้ามาตรงไหนก็ไม่ได้พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีบริสุทธิ์ที่คุณใช่ไหมเพราะฉะนั้นใครจะอธิบายให้มันอ้อมเข้ามาตรงไหนไม่รวมสวนอธิบายไม่ได้แจ้งเหตุผลและเป็นไปไม่ได้เลย บริจาคแม้แต่ซีคอนถึงโทรเข้ามาคนมีปัญญาก็ไม่ต้องไปเอาสีอื่นก็ไม่ต้องศึกษาอื่นคอยเดี๋ยวฉันก็ยัดส่งของคุณเจ้าได้แล้วพระเจ้าก็ต้องนั่งงงเว้ยเราเกี่ยวโดยที่เราเกี่ยวไม่ร่วมสวยแล้วจะเป็นพระพุทธเจ้ามันมันไม่จริงละมั้งมันไม่จริงหรอกแต่พระพุทธเจ้าแค่ 4 ข้อ 1 คนก็สามารถที่จะใช้ปัญญาที่จะอธิบายเห็นไม่เห็นความเกี่ยวข้องได้ผมยังมองไม่เห็นทางเลยบริจาคฉันบริษัทได้ยังไงตรงไหนด้วยเหตุผลต่างๆฉันไม่ได้พระพุทธเจ้า แล้วผิดปกติก็รู้ได้ทั่วไปเพียงเล็กน้อยควรจะมีปัญญาเหนือสถานะเป็นตู่เอาตายตายตายกูเองแล้วยังไม่มีปัญญาไปสู่เขาได้ยังอุตส่าห์อธิบายรถเลี้ยวไปถึงได้ตายเลยเป็นพระพุทธเจ้ายอดตราดไม่มีใครมีปัญญาเสมอเท่าเทียม Android ใช่มั้ยเนี่ยอธิบายรายการศึกษาหรือศึกษามันมีหลักวิเคราะห์ลึกๆลึกๆลึกๆเข้าไปมันสุขุมวิทอันนี้ท่านจงเป็นผู้มีศีลก็ฝึกเอาสิตามที่เราได้ทิ้งขยะทิ้งกลางชิ้นละเอียดแค่ไหนแต่เราต้องทำให้ได้ทำได้แล้วมันจะเกิดผลกันยายนนี้ไปเองในตัวเองนี่แหละจะทำสัญญาทีนี้เราจะทำให้เกิด สิ่งเดียวกันและเป็นสิ่งที่สนับสนุนกันถ้าต่อไปพรามในการใดภิกษุนั้นเป็นผู้มีศีลมีแล้วฟังดีๆนะเนี่ยฟังไม่ใช่ศีลยังดังพอสียังขาดยังทะลุนะในการใดที่ผู้มีศีลแล้วลำดับให้ดีนะนี่ยังไม่ทันมีศีลเลยจะมาเอาข้อนี้และยังศีลยังไม่ค่อยพยายามให้มันดีในขั้นที่เรียกว่าเราควรจะเรียกว่าดีได้คือไม่ถามไม่น้อยหรือจะต่างกับพลอยก็นานนานก็มีเสมอเป็น ผู้ที่มีศีลดีแล้วขยันสียังไม่ดีก็ยังไม่แนะนำตถาคตย่อมแนะนำให้ยิ่งขึ้นไปว่ามาเถิดภิกษุท่านจงเป็นผู้สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลายได้เห็นรูปด้วยตาแล้วจับไม่ถือเอาโดยนิมิตจักไม่ถือเอาโดยอนุกรมชนะบาปอกุศลกล่าวคืออภิชฌาและโทมนัสมักหลายไปตามอารมณ์เพราะการไม่สำรวมจากขุนศรีใดเป็นเหตุเราจะสำรวมอินทรีย์นั้นไว้เป็นผู้รักษาตำรวจจับ คอร์ดเดียวที่จริงต้องรวมหมดทั้ง 6 สวาทจนกระทั่งถึงมหิดลคือใจอธิบายอย่างนี้ตลอดจนถึงมนินทรีย์ตอนนี้อธิบายข้อเดียวก่อนสมมติกันน่ะอธิบายข้อจากขุนศรีให้สำรวมตาเมื่อผู้ใดมีศีลแล้วทีนี้ก็ท่านอาจารย์แนะนำต่อไปว่าระวังทีนี้ข้าราชการตำรวจผู้มีศีลได้สำรวจด้วยปาฏิโมกข์ก็คือสำรวมด้วยรักษาเมื่อตำรวจหลักการว่าเราจะไม่ฆ่าสัตว์ไอ้สิ่งที่มันจะฆ่าสัตว์ได้มันก็คือตัวเราถ้าท่านอธิบายมันไม่ได้เกิดที่ตายมันอยาก จมูกอยากให้เป็นลิ้นมันก็อยากไม่เป็นถ้าอยากตัวนี้มันอยู่ที่ใจอยู่ที่มันอินทรีย์ตัวเดียวมันไม่ได้ไปอยากที่ตาตามันก็คือลูกกะตาหูมันก็คือเครื่องฟังอยากก็ไม่มีที่ตายอย่างไม่มีที่หูอย่างไม่มีที่ลิ้นจมูกที่กายอยากมันมีที่ใจแต่มันเกี่ยวต่อกันเกี่ยวแล้วตอนนี้ใช้คำว่าเกี่ยวแล้วเห็นมันไม่เกี่ยวมันโยงมันสืบขึ้นอยู่กับตาสืบอยู่ตรงหูยสืบอยู่กับจมูกอยู่กับกายเพราะฉะนั้นท่านจึงให้สำรวมแม้กระทั่งสิ่งที่สื่อมาสืบมาจากใจหูสืบมาจากใจจมูกลิ้นกาย สืบมาจากใจทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นให้ระวังยาวออกมาระวังยาวมาจนถึงขั้นถึงตาหูจมูกลิ้นกายจนเป็นภายนอกเมื่อภายนอกมันมาสัมผัสแล้วท่านจงสำรวมในอินทรีย์นอกทั้งหลายอินทรีย์ใดเป็นเหตุทีนี้ก็ให้รู้ว่าพออินทรีย์นอกทั้งหลายแต่ใจเราเกิดเหตุเหตุมันไม่ได้อยู่ที่แตกตาเราเห็นรูปเหตุมันไม่ได้อยู่ที่ลูกแกก็ไม่รู้เห็นพระพุทธเจ้ามึงไปอยู่ที่ใจสมุทัยมันอยู่ที่ใจ แต่มันมีทวารที่เกี่ยวตาเพราะฉะนั้นเราก็ยืนยันว่าตานี้เป็นเหตุเหมือนกันแต่เหตุรองเหตุรองเหตุมาจากพ่อตาแต่ถ้าใจเรายังไม่ขาดตานี่มันไม่เห็นให้ลูกตายบอกเถอะจะบรรลุเลยกระจายเรายังอยากอยู่ไม่บรรลุน้อยตาเป็นเหตุมันไม่ใช่เหตุแท้จริงมันอยู่ที่ใจแต่ตาเป็นเหตุได้เหมือนกันเพราะไม่ใช่เรื่องของรินไม่ใช่เรื่องของหูก็จริงวันนี้ต้องรู้ด้วยตาแต่หูเราก็ไปอยู่อย่างนี้มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรตาเราไม่ได้ไปเห็นตาเราไม่ได้ไปสัมผัสแต่หูแม้จะอยู่อย่างนี้มันก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรเพราะว่าอันนี้จะต้องใช้ทว ตาน่ะมันถึงจะรู้เรื่องมันถึงหยาบๆเอามาไว้ที่หูเนี่ยมันไม่รู้เรื่องอะไรมึงไม่อยากเจออะไรหรอกแต่มันก็แตะที่หูเฉยๆเพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ทวารหูเป็นนี่มันต้องทวารตาเป็นอย่างนี้แต่เหตุรองเหตุร่วมแต่แท้จริงมันเหตุใดมันไม่ใช่เหตุที่ตาหรอกมันจะเป็นเหตุหรอกเพราะการจะมาดับค่าที่เหตุรองเพราะว่าที่ลูกตายมันบอกแล้วมันจะได้ไม่อยากยังไม่จริงยังไม่จริงเราจะต้องยอมก็มาถึงใจใจมันเป็นสมุนไพรแท้ทำใจของเราให้ระวังอย่าไปละเมิดอย่าพยายามอย่าไปมีปัญหาอย่าไปเป็นโลภะอยากไปเป็นโทรศัพท์ถ้าจิตของเรา ไม่เป็นโลภะไม่เป็นโทรศัพท์ได้จริงๆไม่เกิดจากไม่เกิดโกรธไม่โกรธแค้นมันเกิดขึ้นที่ใจได้แล้วเพราะใจมันเป็นตัวเหตุร้ายดับสมุทัยได้ตัวนี้แหละถึงเรียกว่านิโรธแพ้ทีนี้ตาจะสัมผัสอีกไม่เป็นเหตุซะแล้วตอนนี้ตาจะคุ้นๆว่ามันเป็นเหตุซะแล้วเพราะใจมันสนิทใจมันนิโรธใจมันดับใจมันสูญใจมันว่างใจมันเกิดปัญญารู้เท่าทันว่าเออไอ้นี่ก็ไอ้นี่ความจริงไอ้นี่เป็นไอ้นี่ของมันใจเราไม่ได้เป็นทาสใจเราไม่ได้มีโทษมีสายใจเราไม่ได้หวั่นไหวแต่เราไม่ได้ถูกครอบงำด้วยสิ่งนี้แล้ววัตถุกำหนดจิตเขาไม่ได้แล้วเราก็อยู่เหนือสิ่งนี้ตาจะเห็นเหมือนคนอื่นเขาเห็นคนอื่นก็ถูกครอบงำแต่เราไม่ถูกครอบงำ เสือเขาความเหนือโลกความเหนือธรรมชาติความเหนือโลกเลยทีเดียวนะได้เพราะเหตุใดถ้ามันเกิดอาการให้ลดหย่อนลงจางคลายลงถ้าเกิดต้องการแล้วไม่มีอารมณ์มากอารมณ์แรงต้องเปลี่ยนใจของเราให้อารมณ์รถเบาลงเบาลงนั่นแหละคือการปฏิบัติธรรมคำว่าจงเป็นผู้สำรวมอินทรีย์คืออย่างนี้เพราะฉะนั้นเมตตาเราจะเห็นเราก็ต้องสำรวมลดลงลดลงหูเราจะได้ยินถ้ามันตามันดูมันเห็นแล้วมันเกิดแรงมากเกินไปก็ต้องมีวิธีว่าอย่าดูเหมือนนักเพราะมันทนไม่ได้ แต่ถ้าทนได้แล้วก็จะปรับปิดปรับปิดด้วยได้เปลี่ยนจิตด้วยเป็นอานาปานสติเป็นสติปัฏฐานอานาปานสตินี่คือสติปัฏฐานชั้นลึกถึงใจของพระอนาคามีธนาคารมีคือผู้ที่รู้จิตผู้จิตเป็นโอปปาติกะผู้ที่ปรับได้เพราะฉะนั้นแม้เราสัมผัสเราก็รู้ใจและเราได้กำไรเราได้รับวิลาชาเราได้ทั้งหมดจะยังเราได้ทำตามรายการใครเราไม่ได้ทำทุกเราตัดทุกข์ของเราออกแม้แต่เศษที่จะเป็นธุลีหรือเราก็ลด
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive