200509-080 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน080-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระที่รักก็ได้นำทำวัดเช้าณประเทศสถานสันติอโศกซึ่งก็เป็นการย้ายพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ต่อเรามาทำวัดกันต่อเมื่อวานนี้เราได้อธิบายธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่ลงไปอธิบายไปถึงอนันตราคณะอริยสัจต่างๆลงไปอีกอริยสัจซึ่งเป็นอริยสัจ 4 พูดถึงทุกข์สมุทัยถึงทุกนิโรธแล้วก็มัก ส่งทั้ง 8 ซึ่งเป็นเจ้าภาพที่บริบูรณ์เพราะเกิดสัมมาทิฏฐิเกิดความรู้เกิดความเห็นทุกข์ที่แท้ผู้ใดเห็นทุกข์ผู้นั้นก็จะพ้นทุกข์ผู้ใดยังไม่เห็นทุกข์ผู้นั้นก็จะไม่พ้นทุกข์เพราะเรารู้ทุกข์ติดหรือละเอียดลึกซึ้งเท่าใดเราก็จะพ้นทุกข์เท่านั้นเท่านั้นแต่ผู้ที่อยู่กับทุกข์ได้โดยแท้จริงเพราะว่าทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกทางนั้นดับไปเรารู้จักทุกข์เหตุที่มันเป็นทุกข์ก็เพราะว่าเราไปยึดถือที่จิตของเราเป็นตัวสมุทัยเป็นตัวเหตุเพราะถ้าจิตมันไม่ถือมันรู้แล้วว่าไอ้นี่มันก็เป็นตัวอยู่เป็นอยู่มีอยู่แต่ว่ามันดีไหมล่ะคดีเราก็จะลงมันขึ้นไปถ้ามันไม่ ไม่ทำหยุดเสียพักเสียเราทำได้มีจิตอยู่ในอำนาจสามารถให้เกิดสามารถให้ดับให้อยู่เหนือมันได้อย่างแท้จริงจะให้เกิดต่อไปก็เกิดได้เกิดน้อยเกิดมาเร่งเครื่องได้จะให้ดีขนาดนี้จะให้แรงขนาดนี้จะให้เป็นไปได้ขนาดใดขนาดใดก็ควบคุมทำได้โดยการปริมาณหรือว่าการประมาณเขาเรียกว่ามีอำนาจเหนือที่มีอำนาจและจิตใจแล้วก็ทำเพื่อประโยชน์มวลชนเป็นอันมากเราทำอะไรก็ได้อยู่ก็รู้ว่ามันเป็นประโยชน์เพื่อเกื้อกูลมวลมนุษย์ชาติเพื่อความเป็นสุขเพื่อความสุขแต่มวลมนุษย์ชาติ ผ้ายันต์ชุมชนเป็นอันมากหรือชุมชนทั้งหลายให้เขาเกิดอริยธรรมแล้วก็ทำเราก็รู้ว่านี่แหละมันก็ธรรมดาคือมันเป็นกรรมหรือเป็นการงานมันเป็นกรรมมันเป็นการงานแต่การงานนั้นเมื่อเห็นว่าเป็นการงานดีเป็นการกระทำที่ดีเป็นกุศลกรรมแล้วก็ยังกุศลกรรมนั้นให้ถึงพ
อ่านต่อ
ร้อมด้วยความไม่ประมาทพยายามกุศลกรรมและความไม่ประมาทเป็นไปได้ดีก็ทำไปเพราะเรารู้ว่าดีแล้วก็ทำแล้วเราก็ไม่ลำบากอะไรทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากก็ทำอยู่อย่างนั้นมันก็เป็นธรรมดาของ สังกัจจายน์หรือคือแรงกลตัวเรานี่เหมือนเครื่องจักรเครื่องกลที่เป็นเครื่องจักรพิเศษพิเศษสุดที่มีความรู้สึกเองควบคุมเองหรี่เองเร่งเองหยุดเองดับเองสตาร์ทเองอยู่ในตัวเสร็จยิ่งกว่าอัตโนมัติที่โลกเขาพยายามกระทำเป็นเครื่องจักรกลที่สูงสุดมีแรงคนที่แนบเนียนมีแรงคนที่รู้จักดีรู้จักเริ่มรู้จักแกล้งรู้จักรถอยู่ในตัวอย่างเก่งเลยทีเดียวไม่ต้องมีเจ้าของที่เป็นคนอีกคนหนึ่งแต่เราเองเป็นเจ้าของเองเป็นเครื่องคนเองเป็นแรงคนเองจะทำขึ้นให้แก่โลกเขาโดยรู้ว่านี่ควรทำดี ไม่ทำมันจะให้ค่าจะให้แรงผลิตจะให้ผลผลิตเท่าไรเท่าไรก็อยู่ที่เราเป็นคนกระทำตัวเราเองถอดตัวถอดตนถอดสภาวะแทรกถอดความเสพเสพสุขเสพทุกข์ไม่ต้องทุกข์ทุกข์ก็ไม่ต้องทุกข์สุขก็ไม่ต้องสุขอะไรที่ปากพูดอย่างนี้ไอ้คำอธิบายเป็นอย่างนี้แล้วความจริงก็ต้องมีความจริงที่จิตก็เป็นอย่างนั้นจริงๆโดยเฉพาะไม่ติดสุขไม่เสพสุขรู้ว่านี่เป็นไปได้โดยง่ายเป็นไปได้โดยไม่ลำบากและก็ดำเนินสิ่งนี้ไปแล้วปกติโดยไม่ลำบากโดยง่ายสบาย เป็นไปได้โดยเปิดไม่เปิดไม่ฝืนแล้วก็ถือว่าเนี่ยสภาพพ้นทุกข์แล้วแต่สภาพจิตสัมผัสที่ผิดคือกายตาหูจมูกลิ้นกายของเราไปสัมผัสเราก็ไม่ได้ติดไม่ได้ดูดซึมอะไรเลยไม่เกาะใจไม่ติดใจเป็นไปโดยรู้ว่าดีหรือว่าไม่ดีไม่ใช่ว่าไปติดไปชอบไปติดไม่ชอบก็ได้ฉันก็ไม่ใช่ก็ต้องผลักต้องปฏิฆะต้องเดือดร้อนใจไม่ทุกอย่างไม่ทำไว้ก่อนเห็นทุกอย่างก็เห็นแต่ของธรรมดาไม่ได้สั่งจะเป็นแต่เพียงว่าอย่างนี้เราพิจารณาโดยสมมติโลกแปลว่านี่เขานี่เรียกว่าสามเนื้อเรียกว่าไม่ควรมีเลขอะไรบอกไม่ต้องมีไม่ต้องเป็นไม่ต้องกระทำไม่ต้องเอา หรือว่าบอกเป็นเธอคนอื่นเขารู้ว่าควรผลักไสคนรังเกียจใครจะแสดงความรังเกียจเพื่อให้คนอื่นเขาผลักไสให้คนอื่นเขามีจิตชังบ้างก่อนก็เป็นนโยบายแต่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราเลิกเกลียดชังเราเบื่อหน่ายเราล่ะอาในอิทธิปาฏิหาริย์ปาฏิหาริย์อะไรท่านพูดท่านกล่าวถึงว่าจีทีเดียวว่าฉันให้เกลียดอะไรอย่างเงี้ยที่จริงจิตใจของท่านก็ไม่ได้เกลียดไอ้ชังไม่ได้มีจิตใจรุนแรงอะไรทั้งนั้นแต่ว่าก็เป็นกุศโลบายหรือว่าเป็นนโยบายเป็นเชิงแสดงออกให้คนอื่นเขารับแต่ว่ามันน่าชังน่าเกลียดมันน่าจะปรับไฟสักทีสิทำไมจะต้องไปติดไปยึดอยู่ก็แสดงเชิงไปอย่างนั้นแต่จิตใจก็ไม่ได้ เชียงรายจิตใจไม่มีผักไม่มีโดดอะไรโดยจิตใจที่แท้จริงของตัวเองแต่เมื่อแสดงสมมุตินั้นก็ต้องแสดงสมมุติออกให้คนได้รับผลต่อสมมุติสมมุตินี่ต้องมีแรงจูงสมมติที่ต้องมีแรงแรงที่จะมีแรงที่จะทำให้คนอื่นเขารับผลได้ก็แสดงสมมุติว่าสักแต่ว่าพระพุทธเจ้าแสดงว่าเกลียดมันก็สักแต่ว่าแสดงว่าแสดงบัญญัติแสดงภาษาแสดงว่ามีกรรมของใครเท่านั้นเองหรือแม้จะแสดงเป็นอาการทางกายเป็นกายกรรมบางอย่างแสดงออกไปก็ไม่ใช่ว่าจิตใจจะเป็นสำหรับพระอริยะพระอรหันต์หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกินที่คนจะคาดคิดเพราะคนนี่ จุดจุดไม่ได้อยู่เหนือจิตจิตข้างในเป็นตัวสั่งให้กายกรรมทำให้วจีกรรมธรรมโดยไม่ได้มีสติสัมปชัญญะอยู่เหนือไม่ได้มีการไตร่ตรองไม่มีการดำริไม่มีการคำนวณเพราะฉะนั้นทำออกมาตามอารมณ์และจิตข้างในมันบานมันสั่งมาให้ทำเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ก่อนส่วนผู้อยู่เหนือจิตและมีอำนาจเหนือจิตแล้วจะสั่งให้จิตเป็นอย่างนี้แล้วก็จิตมันก็จะบรรดานิกายเป็นอย่างนี้ไปตีเป็นอย่างนี้โดยที่จิตไม่เป็นแต่พยายามที่จะให้เป็นเองโดยใจบางทีก็ไม่ใช่ว่าไม่มียาก็อยากให้เป็นอย่างนั้นอยากให้เป็นอย่างนี้เพื่อสมาคมยาเพื่อส่งอารมณ์ตนไม่มีไม่ได้สมอารมณ์สนอารมณ์ไม่ได้เสพตนเองไม่ได้เสพอารมณ์ เศรษฐกิจเจตนาไปอย่างนี้ให้เป็นอย่างนี้สำหรับผู้นั้นจะได้รับเกื้อกูลผู้อื่นอันนี้ก็เป็นจุดที่เกินที่จะเดาที่จะฆ่าคนธรรมดาอ่านจากรูปกายอ่านจากรูปวจีและก็บอกว่าจีอย่างนี้รูปกายอย่างนี้นี่เราถ้าจะพูดอย่างนี้ต้องอารมณ์อย่างนั้นถ้าจะแสดงกายกันอย่างนี้เราก็ต้องอารมณ์อย่างนี้ก็เลยไปคิดว่าทุกคนก็จะต้องแสดงอะไรออกมาทางกายทางบัญชีก็ต้องเป็นจิตแบบนี้แบบเราเป็นนี่แหละก็เลยเป็นเดาเอาคนอื่นสภาพเพราะอรหันต์หรือพระอริยะสูงสูงเป็นเดาเอาว่าท่านต้องเป็นเหมือนอย่างเราเพราะเราเองอย่างนี้มันต้องออกก็จริงเพราะผู้นั้นจะแสดงอะไรออกมาก็ต้องเป็นแบบนั้นแต่ผู้ที่เหนือกว่านั้นแล้วจริงๆ ท่านจึงอยู่ในสภาวะที่เกินที่จะคาดเดาเกินที่จะด้นเราเดาผิดสำหรับพระอริยะอันนี้ก็ต้องระวังกันบ้างเราอย่าเพิ่งปิดประตูเพราะเราจะไม่เพ่งโทษใครก่อนแล้วจะไม่พูดใครก่อนบางคนก็มีสติสัมปชัญญะเขาจะทำอันนี้ออกมาโดยเจตนาและอิจฉาพระจอมหรืออังคารคือศาสนาดีอย่างนั้นอย่างนี้ออกมาแม้จะไม่ใช่พระอริยะใหญ่ๆคนธรรมดาหรือพระอริยะน้อยๆก็มีเจตนาดีมีศาสนาดีอันไหนที่จะสั่งในการจัดการบัญชีกรรมอะไรออกมาแต่เราเนี่ยเราก็จะไปว่าไปคิดว่าเขาเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้บางทีสั่งออกแรงๆเหมือนอย่างกับโทรศัพท์แต่ก็มีการประชัน เขาจะให้แรงขนาดนี้เพื่อขนาดนี้บางครั้งบางคราวนี้ได้คนบางคนมีได้กายกรรมแรงๆนี้หน่อยมีได้อย่างบางทีเราจะตีหมาสักทีเงี้ยแล้วตีแรงขนาดนี้ให้มันรู้สึกขนาดนี้มันไกลขนาดนี้แต่ว่าไม่ได้โกรธได้เคืองอะไรเลยไม่ได้ตีเพราะโทรศัพท์ไม่ได้หรอกแต่ว่าเห็นควรว่าควรจะสอนมันไปอย่างนี้ก็ตีมันแรงไปเงี้ยก็จะบอกว่าปีนี้โกรธไม่ใช่ไม่ได้โกรธได้เคืองไม่ได้มีโลภะโทสะโมหะอะไรอย่างนี้เป็นต้นเราก็ต้องเข้าใจแต่จะไปเอาเอาความเป็นจริงเอาอารมณ์ของเราสิ่งที่เราเคยแต่วัดซะทีเดียวนั้นยังไม่ได้ถ้าเมื่อพูดได้รู้จักหรืออัตรารู้ทุกข์รู้สมุทัย เป็นสมาธิแล้วก็กระทำฉันได้ฉันสามารถที่จะมีสัมมาสัมกับพ่อจำผิดก็ดำริด้วยตัวเองมีสติรู้สึกและรู้ทิศทางด้วยสัมมาทิฏฐิเห็นทางที่ถูกเห็นทางที่ผิดสัมมากัมมันตะก็ทำอะไรออกมาก็ถูกทางชอบแล้วก็ทำชอบยังชีวิตอยู่ชีวิตมันยังเป็นไปอยู่เป็นสัมมาอาชีวะก็ชอบวายาโมความพยายามก็ชอบพยายามไปในทางที่ดีแล้วมันลงตัวไปหมดสติเป็นสติที่ระลึกรู้อย่างเต็มองค์เป็นสติที่มีองค์ประกอบถูกต้องมีองค์ประกอบที่เป็นไปในทางดีจิตนี่แหละเรียกว่าสมาธิ ไป 7 อันยิ่งเหตุผลที่แท้ผลของการปฏิบัติประพฤติมาจนเป็นได้ถึงอริยมรรคองค์ 8 เป็นสัมมาแล้วไม่ใช่มิจฉาเลยทุกจุดลงตั้งแต่ตัวแต่จุดดีจริงๆแล้วผู้ใดเป็นจริงตั้งแต่นิโรธตั้งแต่ทุกข์ในโลตัสดับทุกข์ได้แล้วก็มีเจตนากระทำบทบาทของสัมมาอะระหังองค์ 8 จึงเป็นบทบาทของพระอริยะซึ่งบทบาทของพระอริยะนั้นเป็นผลเลยเป็นผลแต่ก็ไม่เรียกแกว่าเป็นมาเป็นทางการเรียนรู้ราคาไม่มีปฏิปทาคือหมายความว่าไม่มีแล้วนิโรธจากความเป็นธรรมไม่มีปฏิปทาจากความเป็นธรรมบุคคล ปฏิปทาที่เป็นขาม้าเป็นอย่างบุคคลในโลกโลกก็เป็นถ้าไม่มีแล้วท่านพ้นทุกข์ที่ชาวโลกกับคนแล้วที่ชาวโลกเขาทุกข์พ้นทุกข์ที่ชาวโลกเขาทุกข์แล้วอย่างนี้อย่างนี้ก็ทุกข์แต่ท่านไม่ทุกข์ท่านไม่เหมือนเขาแล้วไม่เหมือนไม่ทุกข์และไม่มีเศษไม่ทุกข์และไม่สุขบางคนนี่ทำเพราะสุขก็คนธรรมดาคนที่ชนเพราะว่ารับรถมาเป็นสุขมันล่อมันจูงอยู่มันต้องทำแต่พระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้าทำงานไม่มีไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่ได้ทำเพราะอะไรไม่มีอะไรหรอกทำเพราะรู้ว่าทำเสียเพราะรู้ว่าเสียให้เพราะรู้ว่าให้ให้จริงๆไม่ใช่ให้แล้วเรามีอะไรหล่อกว่าเราจะได้อะไรมาแทน ซื่อตรงบริสุทธิ์ใจไม่มีอะไรโค้งงอกลับมาหาตัวไม่มีไม่คิดหวังไม่หวังอะไรตอบไม่หวังอะไรแทนไม่มีเป็นไปโดยตรงจริงๆซื่อๆให้เสียเป็นผู้ให้เป็นผู้เสียเป็นผู้กระทำให้แก่โลกเป็นผู้อุดหนุนโลกเป็นผู้เกื้อกูลโลกเป็นผู้ที่กระทำสิ่งที่จะเป็นความสุขให้แก่โลกให้โลกนี้เจริญในโลกนี้อริยะให้โลกนี้ฉลาดให้โลกนี้รู้รู้สิ่งที่ควรรู้สิ่งที่เขาสอนกันอยู่ทั้งโลกไม่แย่งเขาเท่าไหร่ก็สอนกันด้วยวิชาการด้วยไอ้นี่ก็ไม่ได้ใหญ่เท่าไหร่แต่จะสอนสิ่งที่ไม่มีใครสอนสอนสิ่งที่มันน่ารู้ด้วยซ้ำไปแต่วิชาจึงลึกซึ้งละเอียดถามอริยะญาญ่าธรรมเกิดให้เกิดแก่ชุมชนเป็นอัน ยางชุมชนให้เป็นไปจะทำอย่างนี้จริงๆเฮ้ยตัวเราเองมีอำนาจเหนือจิตตัวเราเองมีฌาน 4 ตัวเราเองมีเชื้อต่อวิมุตติปัญญาวิมุตติเข้าใจจริงๆในใจต่อไปหมดปัญญาวิมุตจิตมีวิมุตจริงๆวางได้ปล่อยได้ทนอยู่ได้โดยไม่ยากทนอยู่ได้โดยไม่ลำบากเป็นไปอย่างนั้นจริงๆเพราะรู้ว่ามีแต่ทุกข์เท่านั้นแหละเกิดอยู่ทุกข์เท่านั้นเราตั้งอยู่ทุกท่านนั้นเราก็ดับไปเพราะเรารู้ว่าทุกข์ที่ดับไปคืออะไรมันดับทุกข์แล้วก็จบกันดับเศรษฐกิจกระทบต่อศาสนาพระเจ้าก็ต้องยืนยันว่าเป็นศาสนาที่ไม่ใช่ว่าสอนคนให้กลายเป็นคนหยุดเห็นตรงจุดรวมๆง่ายๆหยุดๆดื้อๆ มีงานการไม่มีแรงงานแบบศาสนาลัทธิอื่นๆที่สอนให้จุดดื้อนั่งหลับหูหลับตาแล้วก็ติดชมไม่มีอะไรไม่ใช่ศาสนาพระพุทธเจ้ามีบทปฏิบัติมีกายกรรมวจีกรรมอันสุจริตมโนกรรมสุจริตพร้อมลงตัวกันมีการงานการที่เราก็ได้พยายามเอาสูตรต่างๆทำจากต่างๆมาร้อยเรียงมาวิเคราะห์มาเทียบเคียงจะเห็นได้ว่ามันลงตัวกันมันไม่ย้อนแย้งมันไม่ขัดค้านแต่ปรากฏว่าเป็นไปโดยการสู้ได้ตามที่เขาโตกว่าศาสนานี่ 31 คนเสื่อมหมดแรงงาน ตึกศาสนาที่ทำให้คนเอาเปรียบเอารัฐรู้มากเอาเปรียบให้เสียสละเห็นแก่ตัวอะไรพวกนี้ถ้าอย่างนี้เป็นศาสนามันก็ชิบหายอะคนเพราะโลกนี้มันต้องค้างสิ่งเหล่านี้ควรจะเจริญได้เพราะว่าเลิกเห็นแก่ตัวเป็นผู้เสียสละเป็นผู้สร้างสรรค์จรรโลงเป็นผู้ก่อสร้างเป็นผู้กระทำเป็นผู้มีแรงงานมีผู้มีแรงคนเยอะก็หยุดกิเลสดาบก็ดับอารมณ์ที่มันเกินให้เขาเรื่องเป็นส่วนเกินตัดสิ่งที่มันไม่น่าเกิดมันไม่ควรเกิดคนเป็นและเราก็รู้อาการของสิ่งที่ไม่น่าเกิดไม่ว่าอาการกายไม่ว่าอาการบัญชีหรือจริงๆคืออาการของมโน ธรรมนูญมีแรงกรนขนาดนี้จะผลักออกมาเป็นวจีขนาดนี้เป็นกายกรรมขนาดนี้แล้วก็รู้แรงกลของจิตมันจะขับเคลื่อนมาขนาดนี้เราก็เบาดีหรือไม่หยุดเลยไม่ให้เกิดเพราะฉะนั้นถ้ามันมีแรงเป็นโลพระเรียกว่าโลภะเรียกว่าโทสะเรียกว่าโมหะไม่แรงคนนั้นเกิดดับได้แท้จริงนั่นแหละเรียกว่าเป็นไปถึงที่สุดแห่งความไม่เกิดเป็นธรรมะอันไม่เกิดพระพุทธเจ้าท่านทบทวนคำสอนคำศัพท์นั้นไว้ถ้านอนนั่นแหละผู้เรียนบอกกล่าวไว้แล้วก็จดกันมาอยู่ในสูตรที่สอนโพธิราชกุมารไม่ว่างนี้ลงท้ายว่าราชกุมาร เมื่อเรากล่าวสอนพร่ำสอนภิกษุปัญจวัคคีย์อยู่ด้วยอาการอย่างนี้เธอก็ทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยมอันเป็นยอดแห่งพรหมจรรย์ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในทิฏฐธรรมนี้เข้าถึงแล้วแลอยู่อันเป็นประโยชน์ที่ปรารถนาของเหล่ากุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือโดยชอบได้แล้วนี่ก็เป็นที่ขมวดกับของที่สอนราชกุมารหมายความว่าเมื่อเข้าบัญชีในแสวงหาธรรมพระพุทธเจ้ากับธรรมสอนจนฟันสามัคคีได้สุดยอดได้ปัญญาอันยิ่งเองในที่จะทำนี้และเข้าถึงแล้วแลอยู่เป็นยอดแห่งกรรมก็ได้แล้วอันเป็นประโยชน์ศาสนาของคนละบทคือคำพูดที่หวังดีปรารถนา ที่ออกจากเรือนมาบวชจะได้อะไรก็ได้อันนั้นแล้วโดยชอบอ่ะทีนี้นายสุรสิทธิ์ศาสนาจีนนี้เหมือนกันแต่ว่ากลับไม่เหมือนกันมีคำสรุปไม่เหมือนกันสรุปว่าภิกษุทั้งหลายที่สุดทั้งหลายฟังไม่ใช่เล่าให้ราชกุมารภิกษุทั้งหลายครั้งนั้นเมื่อเรากล่าวสอนพร่ำสอนภิกษุปัญจวัคคีย์อยู่ด้วยอาการอย่างนี้เธอนั้นทั้งที่เป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนก็รู้แจ้งแล้วซึ่งโทษอันต่ำตามในความเป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดา เธอแสวงหาอยู่ซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมที่ปลอดภัยจากเครื่องโฟกัสไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะที่ไม่เกิดก็ได้เข้าถึงแล้วซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องผูกรักไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าเป็นธรรมะไม่เกิดฟังดีๆนะลึกซึ้งแต่เราจะตัดสินได้เราจะเห็นความจริงพระพุทธเจ้าตรัสว่าเธอนั้นทั้งที่เป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนเรากำลังเกิดอยู่แล้วกำลังตายกำลังเกิดอยู่นั่งฟังธรรมนี่ก็กำลังเกิดแม้แต่นอนอยู่ก็ไม่ใช่คนตายจะมีส่วนที่เกิดอยู่ คือจิตยังไม่ได้ดับทีเดียวหรอกที่จะมีบทบาทการเกิดอยู่มีแรงกรนมีการงานอยู่และเรียกว่าเกิดจะมีแรงกลยังมีการงานอยู่นี่ยังเกิดเป็นธรรมดาทั้งๆที่เป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนก็รู้แจ้งแล้วต้องรู้แจ้งว่าไม่มีการเกิดเป็นธรรมดาแล้วนี่เป็นธรรมดาธาตุอาหารในต้องมีการเกิดเป็นธรรมดาฟังดีๆอย่าสับสนบอกว่าพระอรหันต์ดับการเกิดได้จริงแต่ตอนนี้กำลังอธิบายอยู่ว่าพระอรหันต์รู้แจ้งจริงๆในการเกิดเป็นธรรมดาอันนี้อริยสัจแต่ไม่ใช่อริยสัจ 4 ฟังดีๆอริยสัจ 4 ถ้าใช้คำว่าอริยสัจ 4 นั้นจะ 4 คือทุกข์สมุทัยทุกข์สมุทัยทุกข์นิโรธทุกนิโรธสาขามณีปฏิปทาและเรียกว่าอริยสัจ 4 อันนี้กำลังพูดนี้คืออริยสัจความจริงอันแท้จริงของผู้ฉลาดที่จะต้องรู้ผู้ฉลาดเท่านั้นหรือผู้ที่เป็นอริยะจริงๆเท่านั้นถึงจะรู้ว่าความเกิดเป็นธรรมดาผู้ที่ตรัสรู้อริยสัจ 4 แล้วจะรู้ความเกิดเป็นธรรมดาแต่มีเป็นธรรมดาและก็รู้แจ้งในความเกิดมาจะเกิดจากท้องพ่อท้องแม่เท่านั้นเกิดจากเจ้าพ่อเจ้าแม่ก็ต้องสอนอะไรกันยาวยืดตอนนี้มันรู้กันหมดแล้วใครก็รู้เกิดแบบนั้นถ้าไม่ทำการเกิดอย่างนั้นยังไงก็อย่าไปให้มีลูกในท้องจะไปสร้างกรอบขึ้นมาอย่าไปผสมพันธุ์มันก็ไม่มีลูกอย่างนั้นเกิดมันก็จบ ทำได้แม่คนทำได้ก็นั่นก็พ้นไปแล้วง่ายๆยากๆแค่นั้นก็ไม่ค่อยได้เลยทั่วโลกผลกันได้ก็น้อยนักไม่ต้องสร้างความเกิดทั้งนั้นต้องหาวิธีมาป้องกันมาทำอะไรต่ออะไรจะยุ่งยากไปหมดความกำหนัดไม่หมดเพราะความกำหนัดจะแค่นั้นเองก็ยังรับไม่ได้เมาคลายไม่ได้ฉันจะมารู้ความเกิดที่ละเอียดยิ่งกว่านั้นอีกมันจะไปรอดก็ได้พุทธเจ้าไม่ก่อเหตุที่จะไปเกิดอย่างนั้นได้จึงจะมารู้ละเอียดถึงความเกิดขึ้นละเอียดขึ้นไปอีกสุขุมไปอีกเพราะการเกิดและไม่ใช่จะเกิดเฉพาะพ่อของแม่ไม่ต้องไปข้างๆมีจำหน่ายมีความอยากให้แรงขนาดนั้นแม้แต่ความอยากใครในเรื่องอื่น พี่จะบอกรักบ้านให้แรงคนนี้เป็นไปในทิศทางนั้นอื่นๆอีกโดยไม่หลงเป็นรถเป็นชาติของโลกไม่ลงเครื่องรอไม่หลงอัดสาธุอารมณ์อย่างนี้มันเป็นการเกิดเพราะเมื่อเราให้มันเกิดโดยที่ไม่ต้องไปชมรมหรอกเรารู้ว่าจะให้มันเกิดอะไรแรงกว่านี้เราจะผลักเมลให้มันเดินแบบนี้ให้มันเดินไปเรารู้ดีเหมือนกับคนขายรถเนี่ยก็ขายรถเกรดเนี่ยเขารู้ว่าตอนนี้คนเกลียดไอ้ตัวนี้ขายไปแล้วครับพวงมาลัยไปเหมือนเดิมคนไปมันก็เดินไปมันก็ยากมันก็ไถมันก็ถามมันก็ยกมันก็ถามมันก็แบกมันไม่ได้อยากแต่มันรู้ คนนะแต่คนรู้ว่าอันนี้ดีให้แกล้งคนให้เครื่องคนที่มันทำไอ้รถขายรถเกี่ยวกับพากันไปหามันไปเร่งเครื่องมากขึ้นเร่งเครื่องน้อยรถเครื่องแรงน้อยลงให้เหมาะสมที่จะพอดีกับการงานแรงเกินไปปะเดี๋ยวมันก็แหลกให้ต้องการให้มันเป็นไปได้เท่านี้แต่เบาเกินไปมันก็ไม่แตกก็เอาให้มันแรงกว่านี้หน่อยอะไรอย่างนี้ก็ทำไปมันก็เกิดผลประโยชน์ที่ต้องการนั้นตามผลเท่านั้นเองไม่ใช่พ่อเพื่อเสพสมใจอะไรไม่ใช่ไม่ได้เป็นสุขอะไรมันเป็นการงานของการงานแค่นั้นเองเป็นการงานแต่ถ้าเป็นที่สุดเป็นกรรมมันโตกัมมะบอกคำสั่งเป็นการงานเท่านั้นเป็นที่สุดคือการกระทำอันเป็นที่สุดเพราะงั้นเราเห็นว่าอันนี้เป็นสมการงานกุศลกรรมแล้วก็ทำกุศลและการงาน แรงกว่านี้ก็เกิดเป็นแรงงานเป็นการงานที่ดีไม่ได้แจกเพราะถ้าเรารู้ว่าอันนี้เรามีบทบาทอันนี้อยู่มีกันทุกคนนอกจากว่าจะหยุดแล้วไม่หยุดเราไม่ทำงานอะไรแต่ในเครื่องกลเนี่ยกินนะมีแรงงานกินอาหารจ่ายพลังงานอะไรก็ได้นั่งกินข้าวแล้วก็นั่งดื่มมันก็ไม่มีแรงคนแรงคนอยู่ในนี้มากๆเข้าถ้าไม่ออกแรงกายไม่ออกแรงว่าจีมันก็ไปออกทาง 70 ฟุ้งซ่านก็คนบ้าเนี่ยออกแรงกายทำอะไรไม่รู้เรื่องไม่มีอะไรกำหนดบางทีก็พูดก็ออกตั้งถ้ำนั่งพูดนั่งหัวเราะอะไรคนเดียวก็ออกไม่ออกไม่ได้ไม่ออกระเบิดเพราะ หรือจะกินมันก็ต้องเหมือนเครื่องยนต์เติมน้ำมันแล้วติดเครื่องมันก็ต้องปั่นเครื่องปั่นออกมาแล้วเหมือนหม้อแบตเตอรี่ชาร์จเข้ามันก็ต้องชาร์จเข้าอยู่ไว้ถ้าไม่ออกไม่มีทางที่จะให้มันกระจายไม่ให้มันไหลออกมันก็ตายระเบิดเพราะคนบ้าไม่มีจุดหมายไม่มีเหตุผลจะจ่ายแรงงานที่เป็นประโยชน์อะไรไม่รู้นั่งจ่ายรายงานไปคนเดียวอะไรไปตามเรื่องของแกพูดพร่ำอะไรไปก็พูดข้ามไปเรื่อยๆไม่มีประโยชน์อะไรไม่มีสาระเพ้อเจ้ออะไรแล้วก็ไปเป็นเรื่องเป็นราวอะไรไม่น้อยไม่เพียงไม่มีเหตุมีผลว่ากันไปตามไอ้หนุ่มไอ้นี่มาเล่นไปตามเรื่องของแกไอ้บ้าแท้บ้าจนกระทั่งไม่มีสติสัมปชัญญะจะไกล่คลองดูว่าไอ้ที่คำพูดที่ออกมาจากเรานี่คืออะไรระบายชนิดหนึ่งก็ไม่รู้ว่าแรงกายที่ออกจากมาจากเรานี่คืออะไร ไปทำโน่นทำนี่ทำออกแรงทำอะไรทำไปตามเรื่องตามราวไม่เป็นชิ้นไม่เป็นอันไม่เป็นสาระแรงกายก็ออกนะคนบ้านี่มีแรงเยอะเพราะว่าแกไม่ได้ค่อยออกคนบ้านี่ถ้าเราเอาแรงกายของคนบ้าไปเข้าท่าเข้าทางรู้จักทำโน่นทำนี่ได้มากเหนื่อยยากไม่ค่อยเหนื่อยเร็วหรอกคนบ้าไม่เคยเหนื่อยเลยจะให้มานั่งพูดน่ะมันเป็นมันยากเพราะพวกนี้จะต้องควบคุมดูแลและต้องมีเหตุผลจริงๆมันถึงจะประสานร้อยเรียงดีเพราะถ้าคนบ้ามาใช้แรงไปวาจานะไม่ได้หรอกจะเอามาใช้ได้กับแรงกายให้แก่ยกแต่หางเป็นคนอะไรเราก็ได้คนบ้าให้ไปทำสิ่งเหล่านั้นพอได้เพราะจิตมันไม่เป็นระเบียบ เราไม่มีเครื่องกรองมันก็ไม่ได้เรื่องทีนี้ถ้าเผื่อว่าเป็นคนดีแล้วก็รู้ว่ามันมีแรงคนมีแรงงานมีการกระทำอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ข้างในตั้งแต่ 7 แล้วเราก็ตัดสิทธิ์เข้ามาในทิศทางที่จะต้องทำจะรู้ไตร่ตรองนี่เป็นความเกิดนะคนเรายังไม่ตายนี่แม้แต่นอนแม้แต่นอนหลับพักผ่อนจิตมันก็ยังทำงานเพราะฉะนั้นให้มันไตร่ตรองให้มันคิดอะไรต่ออะไรอยู่ในจิตถ้าผู้ใดมีความแน่จริงสมาธิดีแล้วก็ให้มันไตร่ตรองได้อยู่ในเรื่องราวดีเดินออกมานี่ฉลาดเดินออกมาแล้วติดสายโปร่งมีผลด้วยแต่ถ้าเผื่อว่ามีแต่กิเลสนะตื่นออกมานี่เคลียร์ถือออกมาพูดงงเพราะคนที่เป็นพระอริยะ ที่เป็นคนธรรมดาเนี่ยนอนหลับตื่นผิดก็ผิดกันมากคนธรรมดาตื่นมาแล้วงัวเงียง่วงก็ไม่รู้เรื่องงงๆแล้วก็ไม่ได้เรื่องอะไรแต่พระอริยะตื่นปั๊บสายโปร่งเพราะไม่มีอะไรวุ่นจริงๆถึงแม้จะทำงานก็ทำงานในเรื่องที่เรียบเรียงเรื่องที่ไม่ต้องไม่ต้องไปห่วงหาเธอคนธรรมดานี่มันไม่หมดไม่ได้เพียงไม่อะไรดีไม่ดีเพื่อนเป็นกิเลสเพิ่มเติมขึ้นมามีกิเลสด้วยมันแม้แต่ความเกิดที่อยู่ในสภาวะนอนก็มีแรงคนเกิดตื่นขึ้นมาก็มีแรงกรรมหรือออกมาทางคำพูดปากแล้วก็ให้แรงคนเหล่านี้ซึ่งมันเกิดเป็นธรรมดาเกิดแน่ๆ เราเติมน้ำมันเติมเครื่องเติมไอ้สิ่งที่จะเข้าไปหนุนเป็นเชื้อเพลิงใช้จำนวนให้มันเกิดแรงงานอยู่เกิดการเป็นไปอยู่มันก็ต้องเกิดเป็นธรรมดาต้องรู้แจ้งแล้วก็รู้ซึ่งโทษอันต่ำตามในความเป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดารู้โทษที่มันเกิดอะไรมันจะเกิดเป็นโทษที่ต่ำทรามแต่ธรรมดาอย่างนี้แหละเป็นธรรมดามันไม่ได้เรื่องไม่ใช่เรื่องดีอันนี้เป็นโทษเธอแสวงหาอยู่ซึ่งนิพพานอันเป็นธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องถูกรักคือการพ้นห้องนิทานมันไม่คล่องแล้วมันไม่มีอะไรถูกมันไม่มีอะไรข้องไม่มีอะไรรัฐหรือการเป็น ที่ปลอดภัยจากเครื่องถูกครับไม่มีธรรมะอื่นอันยิ่งกว่าไม่มีธรรมะอื่นยิ่งกว่าการที่หมดเครื่องผูกรับหมดเครื่องข้องหมดห่วงหมดกังวลเนี่ยเป็นนิพพานหัวใจของเรารู้แล้วอ๋อมันหมดเครื่องเข้าเราจะทำอะไรก็ทำโดยรู้แล้วก็ดีแล้วก็ทำแล้วก็ปล่อยวางไปไม่ต้องการอะไรตอบแทนงดเชื่อยากจริงๆนะมีแต่ตรงทำให้รู้ดีคำนวณว่าดีแล้วก็เป็นของโลกไม่ได้มีของขายไม่ได้มีของเราเป็นธรรมะที่ไม่เกิดภาษาอังกฤษเป็นธรรมะที่ไม่เกิดฟังแล้วถ้าไม่มีปัญญาแล้วจะเห็นว่าพูดยังไงก็ท่านบอกว่ามันทำเป็นการเกิด ธรรมดาสุดท้ายต้องบอกนิพพานท่านบอกว่าท่านก็อธิบายไปแล้วนะรู้โทษตามๆแล้วก็แสวงหานิทานแล้วก็รู้นิพพานธรรมะเส้นทางคืออะไรคือความปลอดภัยจากการถูกครับเมื่อครูจากการปลอดภัยจากการถูกรัฐธรรมนูญแล้วก็เป็นธรรมะอื่นที่ไม่ยิ่งกว่านี้ไม่มีถ้าเป็นเท่ากับขยายความเป็นธรรมะที่ไม่เกิดมันอยู่ตรงนี้จริงๆมันอยู่ในการอธิบายพร้อมๆกันเนี่ยภาษามันขัดกันอยู่ในตัวแต่ธรรมะมันเดินสภาวะธรรมมันคนละตอนนั้นนะคำว่าที่เกิดเป็นธรรมดาใช่แต่เกิดเป็นธรรมดาแต่ธรรมะนี้มันก็ไม่มีความเกิดเพราะฉะนั้นความเกิดก็ต้องมีอยู่และสิ่งที่ไม่เกิดก็ต้องสอนอยู่ในนั้นจะสามารถที่ไม่เกิด เกิดอะไรก็บอกแล้วเดี๋ยวนี้เครื่องผูกรักไม่เกิดอารมณ์ที่ผูกรักไม่เกิดธรรมะที่ปลอดภัยจากเครื่องผูกรักแล้วเป็นสภาวะที่ทรงอยู่ในสภาพที่ไม่มีเครื่องผูกขาดไม่มีอะไรเกิดที่ผูกรักลูกไม่เกิดแต่มันก็เกิดบทบาทของกรรมของการงานที่ดีนั้นเกิดอยู่ในตัวจึงมีแต่ดีแต่ถ้าเกิดชั่วหรือทุกข์ไม่มีทางคือไม่มีเครื่องโฟกัสไม่มีเครื่องเข้าไม่มีเรื่องยุ่งฟังแล้วมันขาดแล้วแต่คนไม่ละเอียดลออจริงๆพูดแล้วก็พูดแล้วก็ย้อนแย้งตัวเองถ้าเราจะเล่นเล่นคนที่ไม่รู้เท่าทันและไม่มีสภาวะก็รับได้ มีการเกิดเป็นธรรมดาอยู่ด้วยตนเสร็จแล้วก็มาพูดว่าธรรมะที่ไม่เกิดเป็นธรรมะที่ยิ่งกว่าไม่มีอื่นยิ่งกว่าและเป็นธรรมะที่ไม่เกิดพูดยังไงแต่แท้จริงจะรู้ความจริงแล้วมันมีสิ่งที่ไม่เกิดสิ่งอะไรไม่เกิดในนี้ถ้าอธิบายเป็นช่องๆๆไปหมดแล้วพอรู้จักโทษผู้มีความเกิดเป็นธรรมดานี่มันรู้จักโทรศัพท์ที่มันอยู่ในความเป็นผู้มีการเกิดเป็นธรรมดาเพราะโทษอันใดท่านก็รู้เมื่อแสวงหานิพพานนั้นก็ไม่ให้มีโทษนั้นเกี่ยวข้องกับโทษและโทษนะโทษมันมีอะไรมากที่สุดเพราะอะไรที่มากที่สุดก็คือการถูกการรับการดึงการติดกันข้องเอาไว้เป็นราวของเรา ทำไมไม่มีของเราอะไรหรอกเราไม่หมดแรงกดทำตนให้เป็นแรงคนธรรมดาโดยความรู้โดยไม่มีใครบังคับหยุดไม่ได้แล้วก็ทำให้ได้และทำได้เสร็จแล้วมันเป็นผู้รู้เองอิสระโดยตรงคล้ายๆว่าไม่มีอะไรเลยไม่มีอะไรแล้วมันรู้มันรู้ความจริงที่ดีแล้วมันก็สั่งให้ตัวเองทำไม่มีอะไรไม่มีอิสระเหนือก็บอกตนขึ้นเป็นความอิสระที่สูงสุดรู้ดีแล้วก็ทำดีนี้ใครมาติดเตียงก็ไม่โกรธไม่คล่องในความผิดเปลี่ยนการงานอันนี้เราก็เอามาคิดคิดพิจารณาแล้วว่าเราเห็นว่าดีอยู่ก็ทำถ้าจะทำทำก็ทำไป เธอไม่กลัวตายถ้าเผื่อว่ามันไม่ดีเราก็แก้ไขไม่ถือตัวไม่ถือตัวถือตนว่าเออเขามาตีเราแล้วเราก็จับได้แบบไม่ดีแล้วก็เลยทำอายไปอุจจาระไม่มีเศษวัฏจักรไม่เหนียวไม่อายรับความจริงว่าเออผิดจริงแล้วเราก็แก้ไขมันแก้ไขมันก็ดีเท่านั้นเองแล้วก็ทำสิ่งดีขึ้นไปถ้ามันดีจริงเราพิจารณาอีกโดยไม่เข้าข้างตัวแล้วเด็ดขาดก็ยังเห็นว่าเอ้ยที่เราทำนี่ก็ยังดีเหมือนกันเราจะทำติดต่อไปไหมล่ะใครจะทำอีกต่อไปก็ทำเลยไม่กลัวไม่กลัวเพราะไม่เจอกันนานแล้วสิ่งดีและควรทำอยู่มีประโยชน์อย่างเกื้อกูลแก่ชนมีจิตบริสุทธิ์ไม่ได้ทำเพื่อเห็นแก่ตัวทำเพื่อความดีนั้นให้เกิดขึ้นในโลก มากไปไหมตอนนั้นคำนวณแต่ว่ามันมากไปไหมถ้ามันแรงมากไปจนกระทั่งคนอื่นก็รับไม่ไหวมันหนักไปแต่มันจะเกิดความแตกร้าวทำลายเพราะอัตราความแรงมันมากไปมันก็จะศูนย์ทำลายไม่ได้เนื้อมันแรงจัดไปเกินไปมันไม่ได้เนื้ออะไรแตกแล้วทำลายไม่เข้าท่าแล้วก็จะลดลงให้เบาลงมาหน่อยแต่ถ้าบอกขนาดนี้แรงดีแล้วแรงกำลังได้ผลดีและกำลังได้ขนาดสูงสุดแล้วก็ทำแล้วเราก็รู้ด้วยว่าพวกนั้นจะมีอนาคตทาง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive