231028-2-246 ทางเอกภาค2-ตอน246(หน้า524)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 28 ตุลาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระพุทธทาสอบรมทำวัตรเช้าบรรยายธรรมเอกภาค 2 ต่อที่พุทธสถานปฐมอโศกเราออกพรรษาแล้วออกพรรษาแล้วแต่เราก็ยังคงซ้ำซากอยู่ดังกล่าวเพราะว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาก็แปลว่าการทรงอยู่อย่างเดิมธรรมะก็แปลว่าการทรงอยู่อย่างเดิมการทรงอยู่อย่างเป็นสัจจะเป็นความจริงยืนยันยืนหยัดนิรันดร์ นั่นคือความทรงอยู่อย่างเดิมและเป็นความจริงในความจริงมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นความดีต้องมีความถูกต้องและต้องเป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์หรือความสุขเช่นง่ายสบายเอาคำว่าง่ายสบายนั้นอยู่ที่ความรู้สึกของแต่ละบุคคลง่ายสบายสำหรับผู้ที่มีของแบบอยู่บนบ่าร้อยตันคนแบกนั้นสบายมากง่ายมาก นั่นเป็นความง่ายของผู้แบก 100 ตันนั้นได้และเขาก็เห็นความดีว่าเป็นความดีที่เขาควรแบ่งก็ควรหาควรหามและเขาก็เต็มใจทำทำอย่างเบิกบานร่าเริงแจ่มใสเธอก็ทำก็มีความเบาง่ายทั้งๆที่ของคนอื่นยกไม่ได้เลยเพราะเป็นตั้งร้อยตันเขายกไม่ได้แต่เจ้าตัวผู้ยกได้นั้นเป็นความเรียบง่ายเพราะว่าเขาทำได้อย่างถนัดด้วยสบายกายสบายใจของนั้นรู้ว่าเป็นน้ำหนักที่คนอื่นเขาแบกไม่ได้เลยไม่มีใครสามารถเขาทำ คนเดียวเท่านั้นในโลกนี้เขาทำได้คนเดียวและในโลกไม่มีใครค้านแย้งว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นความไม่ดีไม่มีใครค้านทุกคนยอมรับว่าสิ่งที่เขาแบกข้อหาร้อยตันนั้นเป็นความดีตามเงื่อนไขนั้นที่ถูกต้องตามเงื่อนไขนั้นและเป็นไปเพื่อความสุขหรือเพื่อความพ้นทุกข์อย่างถูกต้องด้วยผู้นั้นเรียกว่าผู้ที่สูงสุดและเป็นเจ้าแห่งความจริงที่สูงสุดเราเรียกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรากำลังจะมาเดินตามรอยพระยุคลบาท เราจะมาเป็นคนที่เป็นแบกภาระให้ได้ 100 ตันหรือยิ่งกว่าถ้าเป็นไปได้แต่ขนาด 100 ตันที่พูดนี่ตั้งราคาไว้เนี่ยมันไม่มีมันเป็นเรื่องที่ถ้าพูดกันแล้วก็เป็นแต่โบราณคนอย่าไปสามารถแบก
อ่านต่อ
อะไรพันนึงก็แบกไม่ถึงแบกไม่ขึ้นแต่เป็นโวหารให้ฟังเรากำลังจะมาเป็นผู้ที่ทำอะไรให้เบาเรียบง่ายสำหรับเราเท่านั้นแต่สำหรับผู้อื่นนั้นเป็นประโยชน์คุณค่าแก่ผู้อื่นไม่ใช่เราจะมาเป็นคนง่ายหยิบโยงไม่มีสาระไม่ทำอะไรลอยฟ่องๆแสงๆยิ่ง เราไม่ได้มาประพฤติตนอย่างนั้นศาสนาพระพุทธเจ้าขอยืนยันว่าไม่ได้สอนให้คนเป็นอย่างนั้นไม่ได้สอนให้คนเป็นอย่างความเข้าใจผิดอย่างนั้นอันนั้นมิจฉาทิฏฐิศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนมาพบความสงบโดยเสร็จแล้วก็เดินหนีขึ้นภูเขาหิมพานต์ไปหารู้รอบแล้วก็แท้ๆกินๆอยู่ให้ชีวิตนี้เดินทางไปศูนย์รวมทั้งสองเท่านั้นไร้ค่าไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าก้อนดินก้อนหินก้อนหนึ่งศาสนาพุทธไม่ได้สอนคนเป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นคำว่าความสงบหรือว่าเป็นความระงับแล้วอย่างสนิทเป็นความพบความสงบแล้วเรียบร้อยแล้วในภาษาบาลีเขาเรียกว่า ไปพูดถึงซึ้งสันติหรือสมถะสงบสันติสงบสมถะมีความหมายจุดร่วมอันเดียวกันสันติคือถึงที่ปลายแล้วนั่นน่ะเคยแปลด้วยบัญญัติภาษาอะไรต่างๆมาให้ฟังมากหลายเขาแปลภาษาก็แปลว่าสงบคำแปลเอาเนื้อหาที่แปลว่าสงบแต่โดยพยัญชนะมันก็แยกให้ฟังแล้วว่ามันประกอบไปด้วยความเป็นที่สุดอัลติเมทที่สุดความเป็นปลายท้ายจบแล้วสุดยอดเกินกว่านั้นไปไม่มีอีก ส่วนสมถะนั้นแปลว่าเป็นผู้ที่ก็มีความหมายร่วมหรือคล้ายกันอยู่แต่เราหมายร่วมมีข้อแม้หรือเงื่อนไขลงไปอีกว่ามันไม่ดีดดิ้นด้วยกิเลสแล้วกิเลสหยุดสงบจากกิเลสเป็นผู้ห่างไกลจากกิเลสแล้วกิเลสมันมีอยู่ในโลกคำว่าห่างไกลไปสำนวนที่จริงกิเลสแล้วกิเลสเพราะฉะนั้นความหมายอันนี้จึงทำให้เข้าใจ 2 อย่างเพราะว่าห่างไกลจากกิเลสพวกฤาษีก็เลยวิ่งหนีกิเลสเข้าไปในป่า ห่างไกลกิเลสกิเลสก็กระโดดไปฉันก็อยู่ต่างหากไกลๆกันฉันก็พ้นจากกิเลสแล้วส่วนศาสนาพระพุทธเจ้านั้นอยู่กับกิเลสแต่เหมือนกับกิเลสมันห่างไกลมันเป็นนามธรรมกิเลสกับตัวเราหรือว่าจิตวิญญาณของเราด้วยความเป็นตัวเรานั้นกิเลสมันไกลห่างเหลือเกินแต่ที่จริงก็อยู่คลุกคลีกับมันและสามารถที่จะปราบกิเลสนั้นให้แก่ผู้อื่นได้อีกด้วยอยู่เหนือมันไม่ได้หนีมันเพราะลักษณะคำว่าห่างไกลจากกิเลสในความหมายนี้จึงเข้าใจผิดได้เป็นสองแง่สองทางถ้าผู้ใดเข้าใจเป็นวิ่งหนีกิเลสห่างไกลจิตกิเลสไว้อยู่ที่โน่น 4 กิเลสอยู่ที่ส่วนกิเลสชั้นหยวนคือส่วนที่ฉันมีระยะทางมีวัตถุขั้นมีสิ่งที่เป็นตัวตนบุคคลเราเขาคั่นเราจึงจะต้องทำอย่างนี้ศาสนาเมื่อเข้าใจอย่างนี้ก็ทำศาสนาอย่างนี้ให้ตัวเองจึงเป็นศาสนา 2 อย่างอีกอย่างหนึ่งอย่างพระพุทธเจ้านั้นพุทธสโรกับธัมโมและยังแม้แต่อโศกกับวิรัชที่เป็นเศษสุดท้ายอีกที่จะต้องอ่านเป็นความซ้ำซากที่จะต้องตรวจสอบทั้งๆที่กระทบสัมผัสกับโลกกระทำกับกิเลสที่อยู่ในโลก ที่เป็นชีวิตชีวาของกิเลสแท้ๆเต็มเราก็จะต้องมีปัญญาหยั่งรู้เท่าทันความจริงตามความเป็นจริงว่านี่คือกิเลสนี้กิเลสอย่างนี้กิเลสจากนี้กิเลสปลานี้กิเลสละเอียดจะต้องรู้เท่าทันและเราไม่ได้ตกเป็นทาสสิ่งเหล่านี้เราลูบหัวมันได้รูปหัวมันได้มันเชื่องกับเรามันจะทำให้แรงอะไรกับเราไม่ได้เราอยู่เหนือมันเป็นทาสเรามันเป็นภาพเราเราฆ่ามันได้จริงๆไม่ใช่ปากพูดเล่นไม่ใช่เพียงธาตุแค่นี้รู้อยู่เห็นอยู่เข้าใจอยู่ไม่หลงผิดด้วยไม่ลดยอดลงผิดด้วย เมื่อเรารู้เราอยู่อย่างนี้แล้วเราจึงอยู่กับมันได้แม้แต่จะมีธุลีละอองขึ้นมาอีกเรียกว่าธุลีหมองธุลีลงหรืออโศกกะวิริยะเราก็ตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในธุลีสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นในแง่เชิงของโทสะหรือความโศกเศร้าหม่นหมองความไม่สบายใจไม่ชอบใจหรือแม้แต่จะเริงร่าเกินไปมากไปในเชิงวิชาการหรือธุลีมันเจริญมากไปมันจะเบิกบานล่าสัตว์ไปก็จะต้องรู้ขอบเขตว่าความหมายสุดท้ายพระพุทธเจ้า ว่าเราจะต้องเป็นผู้ที่เบิกบานแจ่มใสหรือเป็นผู้ที่มีประมุขชะมีความยินดีร่าเริงไม่ได้หมายความว่าเป็นการยินดีจนเป็นสิทธาปทิตาความยินดีรื่นเริงนั้นเป็นโทษไม่ใช่เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ความหมายละเอียดละออว่าสุดท้ายเราเป็นคนที่อยู่ในสภาวะเบิกบานร่าเริงยินดีเราอยู่ในสภาพที่เบิกบานร่าเริงยินดีแล้วเพราะฉะนั้นพุทธคำนี้เขาจึงแปลความหมายหรือว่าลักษณะจบเป็นพุทธานั้นคือเบิกบานร่าเริงและรู้รู้คือมีปัญญาและอื่นไม่ได้ ไม่ได้ขอหมายความว่าลบไม่ได้หมายความว่าหมกหมักหาตัวไม่ได้พระจันทร์อยู่ทีเดียวพุทธะแปลว่าพระจันทร์อยู่ตื่นนี่หมายความว่าพระจันทร์อยู่พระจันทร์อยู่ชั้นโทษเดี๋ยวนี้รู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวนี่คือลักษณะของพุทธไม่ใช่หนีหาไม่เจอนั่งอยู่ต่อหน้าแต่ไม่เจอหรอกไม่เจออะไรวิญญาณไม่อยู่ปีหน้าลาออกไปเดี๋ยวนี้พุทธะรู้แล้วพุทธะไม่โง่ไม่โง่อย่างนี้ประจำหน้าหน้ารูปเท่านั้นแต่นามไม่ประจำกันไม่โยนิโสมนสิการ 7 มโน ไม่ได้ผูกอยู่ด้วยกันไม่ได้ร่วมกันอยู่ด้วยกันห่างไกลกันหลบลี้หนีไปคนละทิศคนละทางไม่ได้อยู่ร่วมกันไม่ได้ประจำกันจริงพระจันทร์เป็นรูปนี่มานั่งอยู่ด้วยกันนี่บอกว่ามานั่งประจำประชุมอยู่ที่เดียวกันแต่ไม่ได้ประชุมตัวเองรีบไปไหนไม่รู้เอาตัวสำคัญของจิตของตัวสำคัญของชีวิตซะด้วยคือเอามโนตัวประธานของชีวิตหลบไปไม่รู้เรื่องด้วยไม่สำคัญด้วยร่วมฟังร่วมรู้ร่วมคิดร่วมเห็นด้วยอันนี้สูญเปล่าแล้วไม่ใช่พุทธะไม่ใช่พุทธทาส เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจความหมายคำที่กำลังอธิบายนี้ให้ลึกซึ้งแม้แต่ได้พูดซ้ำซากแต่อธิบายนัยยะให้รู้ความหมายเพิ่มเติมขึ้นลึกซึ้งขึ้นพิสดารขึ้นแม้แต่คำว่าเบิกบานร่าเริงรู้และตื่นแล้วโดยความจริงเรามานั่งหลับอยู่ตรงนี้ลงไปแล้วมันตื่นอะไรอ่ะนั่นก็ชัดๆอยู่แล้วนอกจากความหมายคำว่าตื่นยังงั้นถูกต้องแล้วยังจะต้องประจำกันอยู่นี่ก็ผลัดแปะอยู่รู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวรู้ด้วยเห็นด้วยไม่ได้หมายความ วางแบบไม่รู้เรื่องไม่ใช่ปลดปล่อยแบบไม่รู้เรื่องดับสนิทแบบไม่รู้อะไรก็ไม่รู้ไม่ใช่ดับสนิทของพระพุทธเจ้านั้นรู้แจ้งภาษามี 2 นัยยะเป็นอุปโภคแต่สิ่งนั้นไม่ขัดแย้งกันมีความจบในตัวไม่ขัดแย้งกันแม่รู้ก็มีดับแม่เกิดก็ดับอยู่ด้วยเขาว่าแม่เกิดก็ดับอยู่ด้วยไม่ค้านแย้งกันเลยผู้ที่มีปัญญาตัวที่รู้ชัดรู้แจ้งว่าอันนี้เป็นคำตอบที่สูงสุดไม่ค้านแย้งและจบแล้วจบในตัวผู้นั้นมีสิ่งนั้นอยู่ในตัวรู้ทันทีรู้ว่ามีเกิดแต่ก็มีดับสนิทอะไรไฉนหมายว่าดับ รู้เลยอะไรไฉนหมายความว่าก็จบแล้วนี่ธาตุรู้มันก็ย่อมเป็นธาตุรู้อันสูงสุดแล้วมันก็รู้อย่างประภัสสรไม่มีที่สิ้นสุดอยู่มีจริงๆเพราะเราเองเรายังเป็นผู้ที่มีเศรษฐศาสตร์นิพพานเป็นผู้ที่ยังเหลือรูปนามขันธ์ 5 เป็นผู้ที่ยังมีจริงๆรูปนามขันธ์ 5 เรายังมียังเหลืออุปสรรคยังเหลืออุปาทิยังเหลือต้นรากเหง้าที่มันน่าจะพอจากแม่มาหรือได้จากตัวเราเองดิ้นรนหาเอาจนได้มาก็ตามและเป็นเครื่องอาศัยก็อาศัยรูปนามขันธ์ 5 อยู่ตามจริงและเราก็เป็นผู้ที่ถึงพุทธะสูง แล้วตามจริงคือสบายแล้วตามจริงพ้นทุกข์แล้วและก็มีประโยชน์อยู่กับมนุษย์สุรชาติผู้อื่นสำหรับตนนั้นง่ายที่สุดเบาที่สุดแม้แบกน้ำหนักอยู่อาจจะไม่ต้องร้อยตันเท่าที่ยกตัวอย่างว่านั่นคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแม้แต่แบกอยู่ตั้ง 50 ตันหรือ 10 ตันแต่อยู่แบบไปทำไมแบกให้คนอื่นตัวเองไม่ต้องแบกไม่ต้องเป็นภาระไม่ต้องมีภาระเลยสบายมากเราอยู่วันคืนวันคืนก็ง่ายไปเป็นเดือนใครไม่ไปทวงใครไม่ไปทำให้คนไหนก็เป็นภาระตัวเราเองช่วยตัวเองพ้นภาระแล้วด้วยแล้วคนอื่น ก็ไม่ได้ไปทำให้คนอื่นก็เป็นภาระและเราจะช่วยปลดบล็อกปลดปลงหรือช่วยล้างภาระทำให้เขาปลงภาระทำให้เขารู้ภาระแล้วก็หยุดภาระลงไปด้วยลงไปด้วยลงไปด้วยเรื่อยๆด้วยซ้ำช่วยก็ปลงภาระเราจึงเป็นมีชีวิตที่มีค่าเราเริ่มต้นทำตนเองของเราให้เบาภาระให้ปลงภาระให้รู้เท่าทันโลกไม่ต้องไปถูกหลอกจนเหน็ดหนาหนักเหนื่อยวุ่นวายแล้วก็ไร้ค่าไร้คุณมีแต่มาบริการตัวเองมีแต่มาวุ่นวายตัวเองหลงว่าอย่างนี้เป็นความประเสริฐหลงว่าอย่างนี้เป็นของที่เลิศยอดอะไรตามโลกที่เขาสมมติค่าเป็นชาติแต่รูปเป็นรัชตะอะไรอยู่ไปลูกโลกก็สมุดไป เรารู้เท่าทันแล้วเราก็ปลงวางเลิกไม่เห็นว่าเป็นค่าจริงจังอะไรมันเป็นมายาลวงคนอยู่เท่านั้นปลดปล่อยออกมาจริงๆเราไม่หลงจริงๆแล้วเราก็รู้เห็นความจริงด้วยว่าเรามีชีวิตอยู่ได้อย่างสุขภาพกายก็ดีสุขภาพใจยิ่งดีใหญ่เพราะใจของเราไม่โง่แล้วหมดโมหะหมดอวิชชาลงไปแล้วก็ไม่ต้องไปเอียงซ้ายเอียงขวาเป็นแผ่นเดียวก็ดูดไปเดี๋ยวก็ผลักหรือไปเดี๋ยวก็ชอบประเดี๋ยวก็ชังเป็นแรงที่มันคือถุงอยู่ในจิตเราไม่มีสงบสบายกระทบสัมผัสโลกอย่างไรก็รู้เท่าทันไม่สะดุ้งสะเทือนไม่เดี๋ยวก็ส่งไปทุกแล้วส่งไปรอบศพส่งไปโกรธ หรือว่าตกไปชอบไม่ชอบแม้แต่ที่สุดคำสุดท้ายว่าแม้แต่ยินดีไม่ยินดีไม่เกิดไม่ตรงไปตรงมาแม้คำว่ายินดีก็รู้อยู่ว่านี่เป็นสิ่งที่สุดท้ายที่เราจะร่วมอะไรด้วยก็ร่วมด้วยยินดีและแม้เราจะตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่ด้วยอารมณ์ยินดีแต่ไม่ใช่ลืมเรื่องร้ายจนเกินการไม่ได้ยินดีล่าสุดแต่เป็นความเบิกบานร่าเริงที่พอดิบพอดีอยู่ที่เดียวถ้ากูจะรอได้ยินไหมรู้เรื่องไหมจิตตกใช่ไหม ฟรีใช่ไหมวันนี้คุณมีเวรบิณฑบาตไหมอ่ะดิไม่ได้บิณฑบาตก็ดีแล้วเสร็จนี้ก็พบกันหน่อยเอาต่อในคำว่าเบิกบานร่าเริงหรือปลายสุดท้ายคำว่ายินดีนั่นแหละคำว่ากินดีเนี่ยจิตมันเบามันง่ายมันสบายอยู่มันสบายคำนี้ภาษาไทยนี่ลึกซึ้งภาษาไทยลึกซึ้งสบายคำนี้แม้แต่น้ำหนักอยู่ 100 ตันก็สบาย อยู่เลยโอ้โหตอนนี้กำลังทำงานนี่มันร้อนเหงื่อก็ออกเหงื่อไหลไคลย้อยแต่ยิ้มสบายสบายใจมากตาเย็ดกะทุกข์เป็นไปตามธรรมของสภาวะยถาภูตญาณทัสสนะเป็นความจริงตามความเป็นจริงเป็นกรรมมันโตเป็นอาชีวะเป็นพฤติกรรมเป็นการงานมนุษย์มีบทบาทมนุษย์มีการงานมนุษย์มีชีวิตชีวาไม่ใช่ก้อนหินแผ่นดินไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีกำหนดด้วยวิญญาณไม่ใช่ท่านก้อนของเรารูปนามขันธ์ 5 เรากำหนดด้วยวิญญาณเป็นประธานและรู้จักเศษทองรู้จักมายามโนผูกพันขมาธัมมามโนเสฏฐาวิเศษ ลมมายาจิตเป็นประธานโดยเฉพาะรูปนามขันธ์ 5 ที่เรารับผิดชอบมากที่สุดเรารับผิดชอบรูปนามขันธ์ 5 ของเราและเราก็ให้มันเป็นตัวเศษโทรเป็นตัวเจริญเป็นตัวที่ประกอบความเจริญให้แก่อะไรทุกๆอย่างในโลกแม้ตัวเราเองตัวเราเองเจริญที่สุดคือตัวเราเองหยุดดิ้นรนที่จะโลกไม่อยากมีไม่อยากได้อะไรไม่ให้ตัวเป็นแต่เพียงว่าถ้าจะมีสิ่งที่สังเคราะห์ตามปัจจัยก็มีวิธีการที่จะมีปัจจัยสังเคราะห์ชีวิตอย่างพอดีแล้วแม่น้อยสันโดษมีคนจะแปลว่าพึงพอใจในสิ่งที่มี แม่น้อยพอใจร้อนจะน้อยจนถึงขนาดที่สุดว่าศูนย์ความน้อยนั้นมีค่าเท่ากับศูนย์เราก็ยังพอดีหรือยินดีอยู่ได้นี่เป็นที่สุดเรียกว่าสันโดษแท้ควบคู่กับเงื่อนไขต่างๆจะเป็นอับปิดฉากมักน้อยจะเป็นสันโดษทำการจะเป็นกวีเอกคำว่าสงบอยู่แม้ศูนย์ก็สงบไม่พอนะจริงๆไม่ค่อยพอด้วยซ้ำไปขาดด้วยซ้ำไปเช่นว่าต้องแหมเราจะต้องได้กินข้าวไปบิณฑบาตรไปกินข้าววันละมื้อนี่เป็นพอดีตามเกณฑ์ตามควรแต่ไป บาทแล้ววันนี้ไม่ได้ข้าวกินเลยพรุ่งนี้ก็ไม่ได้กิน 2 วันก็ไม่ได้กินข้าวเกิดความน้อยกว่าควรแล้วขนาดนั้นเราก็ยังสงบได้สบายอยู่แน่นอนเราก็สงบได้สบายอยู่ไม่ได้หลงว่าโลกนี้มีสวรรค์อะสังขะให้เป็นคำอธิบายที่ต่อไปอีกไม่ได้มีสวรรค์ไม่ได้มีนรกเลยไม่ได้หลงว่าสวรรค์คือสิ่งที่เป็นอะไรอันหนึ่งไม่มีหรอกที่จริงไม่มีเป็นภาษาเรียกเท่านั้นเองเป็นมายาหรอกมนุษย์แล้วเราก็หลงเสพว่าจะได้สิ่งนี้มาเสพติดพอใจเป็นสวรรค์เสพ สุขพอใจแล้วเราก็เป็นสวรรค์อยู่อย่างเป็นสวรรค์เมื่อมันติดไอ้ตัวสมุดสวรรค์นั้นเราก็จะต้องแสวงหาเราจะต้องอยากได้เมื่อมันไม่ได้สมใจเราก็เป็นนรกเพราะฉะนั้นสวรรค์ที่มีนรกอยู่อย่างนี้ไม่มีความจบส่วนเราไม่ได้หลงว่าเป็นสวรรค์อะสังฆะไม่ต้องเกี่ยวข้องก็ได้ไม่ต้องคลุกคลีก็ได้ตัดขาดกันไปเลยก็ได้เลิกเลยก็ได้ตายเลยก็ได้เราก็ดูสิว่าไม่ได้กินข้าว 2 วันหลังจะยกตัวอย่างนี้เฉยๆไปพรุ่งนี้ถ้ามีเวลาอยู่มีชีวิตอยู่ก็ดำเนินตามระบบระเบียบของเราใหม่พระพุทธเจ้ามาเป็นพาไปแล้วจะเลี้ยงตนไปแข่งก็เลี้ยงไป ใครก็ไม่ให้กินอีกไม่ให้กินอีกคุณควรตายแล้วใครเขาก็ไม่ให้ข้าวกินแม้แต่จะมีคุณธรรมทั้งกายจะทำก็แสดงเต็มที่วจีทำก็แสดงอยู่ไม่ใช่คนขี้เกียจหลบหนีอะไรก็ไม่มีคุณธรรมไม่มีค่าอะไรเลยและไม่ทำอะไรเลยด้วยถ้าไม่ทำอะไรเลยคนตายจริงๆแหละแต่ถ้าทำอะไรอยู่แล้วก็คุณเองพิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครเขาให้กินน่ะก็ให้มันรู้ไปสิว่ามันเป็นคนขายให้กินก็ตายคนตายก็โรคนี้มันไม่รู้ความดีความชั่วเราแสดงธรรมอยู่ทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนก็เป็นผู้รู้ธรรมเห็นธรรมมีธรรมจริงๆทำไม่เลี้ยงคนมีธรรมเอาไว้ก็โรคนี้จะไปอยู่กับมันทำไมโลกอย่างนั้นมันก็ไม่ต้องอยู่กับมันหรอกโลกอย่างนั้น ถ้าเป็นความจริงว่าเรามีสัจธรรมแล้วเราเป็นคนมีธรรมท้าทายนักหนาธัมโมหะเวแล้วกะติธรรมดาจะเลี้ยงคนมีธรรมหรือผู้ประพฤติธรรมที่สมควรแก่ธรรมเอาไว้นอกจากมันประพฤติทำไม่ถูกทำแล้วไม่ได้ทำคนก็ไม่ค่อยเลี้ยงเอาไว้ก็จริงไม่สมควรแก่ฐานะไม่สมควรแก่กฎระเบียบหลักเกณฑ์เช่นตำรวจแล้วเป็นนักบวชจะมีศีลอย่างนี้มีทำอย่างนี้มีอย่างนี้อย่างนี้แต่เราไม่มีทำสัญญากับประชาชนก็ว่าพระควรจะมีศีลประมาณนี้อยู่พอสมควรแต่ไม่มีแม้แต่หลักๆใหญ่ๆที่ใครก็รู้เราก็ยังมีไม่ได้เลยป่วยการกล่าวไปใหญ่ถึง ศีลวินัยหลักเกณฑ์อันละเอียดลออยาวๆนี่เขาก็รู้อยู่ว่าหยาบๆนี้ยังทำไม่ได้เลยแล้วใครจะไปเชื่อว่าอย่างละเอียดที่ยากที่สูงกว่านั้นทำได้เขาไม่เชื่อพญานาคเรื่องหยาบๆง่ายๆนี่แค่นี้ทำไม่ได้เขาเองเขาเป็นผู้ที่ไม่ได้สัญญากับประชาชนว่าเขาจะทำอันนี้แหละเขาจะอยู่ในกรอบเขตอันนี้แล้วเขาจะมีศีลเท่านี้แล้วเขาจะมีวินัยเท่านี้แล้วขอให้จำเข้าไปเจ้าว่าข้าพเจ้าจะถือศีล 8 ข้าพเจ้าจะถือศีล 10 ข้าพเจ้าจะถือศีล 227 ข้าพเจ้าจะถือศีลอะไรสูงสูงขึ้นไปให้ยิ่งกว่านั้นเป็นผู้ประเสริฐจงกล่าวข้าพเจ้านะแล้วเขาก็กล่าวแต่เราไม่มีศีลเหล่านั้น เราก็เป็นหนี้แต่พูดตลกๆกล่าวอย่างหนึ่งแต่เราทำอยู่อีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเป็นผู้ที่ยังไม่มีแม้แต่อาชีวะหรือเป็นมิจฉาชีพอยู่แม้แค้นเนรมิตตะกั่วตาก็ยังไม่พ้นตลบตะแลงอยู่ถ้ายิ่งโกหกหลอกลวงต้องไปก็เป็นรัตนาเป็นมิจฉาชีพติดยายิ่งขึ้นส่วนทุจริตผู้พันนัดทั้งรักทั้งขโมยทั้งศีลข้อใดก็ไม่ได้เรื่องหยาบคายที่สุดแล้วก็ไม่ต้องพูดกันฆ่าฟันกันแทนโหดร้ายทารุณขี้โรคจนกระทั่งทุจริตลักขโมยมันก็ไม่ต้องพูดกันนะจะเอาความเป็นมนุษย์ อะไรจากคนคนอย่างนั้นอาชีพอย่างนั้นโลกเขาก็กำหนดกำราบกันอย่างรุนแรงอยู่แล้วเพราะวันแม่เราเองเราจะมาสัญญาว่าเราจะมีอาชีพอย่างนี้นะจะมาเป็นพระจะมีศีลเท่านี้แม้แต่เราไม่ได้ประกาศเป็นพิธีการเลยทีเดียวแต่ก็รู้โดยนัยยะกันตนาๆเพราะว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีเป็นต้นว่าเรามาเป็นผู้ปฏิบัติธรรมเรามาเป็นผู้ปฏิบัติธรรมโดยปริยายเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าเราถือศีล 8 กันนะเราอยู่นี่เป็นอยู่กันอยู่ในนี้เนี่ยศีล 8 และศีล 8 แม้แต่การโภชนาการยุทธการและโภชนาของเรานี่ก็ถึงขนาดกิน เดียวกันนะที่นี่อะไรอย่างนี้แม้แต่เป็นฆราวาสมาอยู่ที่นี่ไม่ได้มีรูปแบบต้องไปเข้าพิธีสัญญาสัญญิงอะไรแต่ก็รู้โดยปริยายกันคุณก็พยายามทำได้ทำให้ได้แล้วคุณก็ทำได้อย่างสบายเบิกบานแจ่มใสใครก็ไม่ทวงหรือเขาจะทวงคุณก็ยังสามารถแก้ตัวได้กว่าผู้ที่สัญญิงสัญญาอย่างมีพิธีการอย่างสัญญากับประชาคมอย่างแน่นอนด้วยซ้ำส่วนคนที่เขาไม่สนิทสัญญาอะไรเลยก็จะไปทำเล็กๆแท้ๆอะไรอยู่ก็ช่างเขาแต่เราก็ควรเตือนสติเขาบอกคุณกินมากไปแล้วนะทุกข์นะ เหตุแห่งทุกข์และติดยึดนะแล้วก็ไร้ค่าแล้วก็ดีเป็นเหตุแทงภาวะเดือดร้อนมากประการทั้งเศรษฐกิจทั้งสุขภาพทั้งความเปลืองเปล่าเผาผลาญอะไรต่างๆนานาทั้งนั้นน่ะสังวรสำรวมบ้างนะแม้แต่การกินอยู่หลับนอนถ้าเรามีปัญญามีความรู้จริงแล้วเราได้พิสูจน์แท้เอ็นดูเขาเมตตาเขาก็เป็นสรรพสัตว์ที่ยังไม่เข้าใจยังอวิชชายังโมหะสังคมไม่ได้หลอกลวงกันจนกระทั่งมันเลอะเทอะเราจะเตือนเขาสอนเขาพยายามอบรมเขาถ้าเขาศรัทธาถ้าเขาพอใจให้เราอบรมอบรมไม่พอใจก็เราจะไปมีสิทธิ์อะไรเขาไม่ศรัทธาเราจะไปมีสิทธิ์อะไรแล้วก็ ดูเกื้อกูลกันไปเท่านั้นพูดทำได้ลงตัวจริงแม้จะไม่ได้สัญญากับประชาคมแต่โดยปริยายเรื่องที่กล่าวแล้วว่าเราเป็นฆราวาสมาปฏิบัติธรรมเรามีศีล 8 กันนะแม่ศีล 10 ข้อที่จะต้องรับเงินรับทองก็ต้องหัดรถบ้านขึ้นมาเป็นชั้นเชิงนโยบายที่ควบคุมหรืออบรมประพฤติแหมมันไปอย่างรกโลกให้มันเป็นไปอย่างสังคมนิยมของโลกแบ่งเป็นไปอย่างที่เขาเป็นไปอยู่ส่วนใหญ่ที่เขานิยมกันหรือว่าถือว่าอย่างนี้เป็นภาวะที่เที่ยงแท้เอาอย่างนี้เป็นหลักเกณฑ์เป็นจุดยืนเราไม่ได้ดำเนินตามจุดยืนหลักเกณฑ์เขายืนเขา แม้แต่จุดหมายปลายทางหรือว่าแนวโน้มเองก็เป็นไปอย่างที่เขาเข้าใจว่าทิศทางอย่างนั้นแหละถูกเราก็ไม่ได้เดินทิศทางอย่างนั้นเรามีความเห็นเป็นปฏิเสธทวนกระแสแล้วเราก็มาฝึกตนให้เป็นไปอย่างทวนกระแสไม่ได้มีแนวโน้มไปที่ทิศทางตามจุดยืนหรือเป้าหมายปลายของเขาเป็นเรามาในทางที่เป้าหมายปลายทางอีกทางหนึ่งเมื่อเอาเป้าหมายปลาย 2 ทางของคน 2 ตระกูลนี้มาวัดกันแล้วมันหันหลังชนกันมันหันทิศไปดำกับขาวตะวันตกกับตะวันออกคนนึงหมายมีอีกคนนึงไม้หมดหมายศูนย์มันเป็นอย่างนั้นมันทนกระแส เมื่อเราเข้าใจถึงจุดที่เป้าหมายปลายกันอย่างชัดแล้วแม้เรายังไม่ถึงเราก็จะต้องทำแนวโน้มจะต้องพยายามเดินทางให้มาสู่ทิศที่ร่มไม้ไม่ใช่มันยังกลับไปกลับมาวกวนโค้งคดสะบัดไปตะวันออกทีตะวันตกทีถ้าท่านเห็นรู้ว่าเราจะไปตะวันออกแต่เราก็ยังฉลาดตะวันตกดินมาอยู่อย่างนั้นแหละมันไม่ไปตะวันออกเป็นส่วนมากเนื้อหาสาระที่เราสั่งสมให้แก่ตัวเองก็ดิ้นไปทางตะวันตกอยู่ทั้งๆที่เราตั้งใจบอกใครเขาหรือว่าความเห็นก็เห็นอยู่ว่าตะวันออกดีมันก็ตลกแต่แรงชัดแจ้ยักษ์จันทร์อยู่อย่างนั้นเองก็เป็น ยากที่พูดที่หมายนี้ฟังดีๆเข้าใจดีๆเมื่อเรามาทำได้เป็นไปได้เราก็จะง่ายเบาสบายว่างแล้วเราก็มองเห็นค่ามองเห็นคุณมองเห็นประโยชน์ว่าเออเรามาทำอย่างนี้มันสบายจริงๆนะแล้วความเป็นคนในรูปนามขันธ์ 5 มีสุขภาพกายสุขภาพใจเราแข็งแรงดีหรือเปล่าก็แข็งแรงดีจริงๆและเป็นคนที่โปรดปรงภาระแต่ก่อนที่จะต้องคอยบริการให้แก่ตัวเองว่ามันเป็นสวรรค์หลวงพ่อมันเป็นสุขจะต้องเกี่ยวข้องจะต้องคลุกคลีและสัตว์ไม่ขาดแม้ที่สุดนานๆต้องไปเติมเชื้อให้มัน อย่างนี้เรียกว่ามันยังไม่ขาดหรือแม้ที่สุดต้านวิญญาณไม่ได้ไปเติมเชื้อด้านกายเนี่ยขาดจริงไม่ไปเห็นเลยว่าจะต้องไปเกี่ยวข้องคลุกคลีแต่ใจยังมีเยื่อใยอะไรอาวรณ์อาลัยอาวรณ์แต่ก็ยังสามารถที่จะกดข่มได้ระงับได้แต่ใจก็ยังไม่หมดเยื่อไม่หมดใจยังไม่ขาดสิ้นแม้แต่น้ำมันทำถึงปลาทีนี้เราก็จะรู้คำว่าใหญ่ไม่มีใจหรอกเยื่อนี่มันไม่เป็นสายให้เห็นเป็นของหยาบรูปหยาบลงเป็นรูปเป็นนามธรรมเราก็จะรู้นามธรรมนี้มันแสนที่จะไปได้อย่าง มันยังต่อได้เก่งมันยังติดอยู่มันยังโยงอยู่มันยังเป็นหนังสติ๊กด้วยเราจะรู้แล้วเราตัดขาดมันหรือว่าทำให้มันหมดเยื่อหมดใจเด็ดขาดสนิทไม่มีการโผล่เกิดไม่มีการผุดเกิดอีกเลยดับสิ้นโอปปาติกะไม่มีการเกิดอุบัติเหตุอุบัติเหตุอุปกรณ์มาจากคำว่าจุดต่างๆเกิดคำว่าเกิดกับดับนั่นแหละไม่ เขียนความไม่เกิดของจุดหมายเมื่อเรามาเรียนศาสนาเรารู้แล้วว่าเราจะไม่ให้สิ่งที่เป็นกิเลสตัณหาความอยากทั้งหลายแหล่หรือแม้แต่มันยึดถืออยู่อย่างละเอียดที่สุดอุปทานอีกอันหนึ่งไว้ตัวความเกิดอุปาทานเนี่ยยังยึดยังฉวยอันนั้นไว้อยู่แม้เราได้พบที่สงบละเอียดแล้วเรายังยึดเอาพบสงบละเอียดนี้เป็นที่ของตัวของตนอยู่ก็ไม่ได้มันเป็นที่สุดในที่สุดเราก็ต้องรู้ว่านี่เป็นเครื่องอาศัยเป็นแต่เพียงอย่างนั้นแหละหมุนเวียนอยู่ในโลกพอเลิกกันก็เลิกกันเกิดจากภาคไปไม่ใช่ กันแล้วก็ยังจะมีเสพติดอะไรอีกไปตามผูกตามยึดตามอันนั้นอยู่อีกไม่ใช่นี่กำลังอธิบายถึงจุดปลายๆๆอาตมาแน่นหลายๆครั้งหลายๆคราวมาตอนหลังๆนี้เณรถึงพี่โมกปลายๆการเรียนที่จริงนี่กำลังเรียนกันอยู่ไร่วิโมกข์ 8 ไปวันนี้ยังตอนแรกคือมานั่งยังนึกอยากจะทำวิกแตกให้ละเอียดเพราะว่ายังไม่ได้เกลียดแต่เราคิดว่าไม่มีเวลาถึงซ้ำยังไงมันต้องซ้ำอีกเพราะฉะนั้นก็จะเปลี่ยนโครงสร้างใหญ่ๆก่อนผู้ใดมีภูมิฐานรับดีจะได้ตัด [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ทุกข์ร้อนกะหรี่ยุคเก่ามากจึงมีแต่คนแสวงหาถามกันเจอหน้ากันก็ถามกันเธอปฏิบัติธรรมะของผู้ใดเธอปฏิบัติธรรมะของผู้ใดเขาจะทักทายกันอย่างนั้นสมัยบวชพระพุทธเจ้านี่เรากำลังเข้าเริ่มต้นยุคแล้วเธอไปปฏิบัติธรรมที่ไหนนานๆจะมีคนอย่างนี้อยู่ในสังคมที่คุณพอพูดถึงธรรมะอ๋อเธอไปปฏิบัติธรรมมันก็เลยไปสำนักไหนพอมีแล้วเดี๋ยวนี้พอมีแล้วยังไม่ถึงขั้นระดับที่คนต้องการธรรมะมากกว่านี้ยกนี้กำลังต้องการธรรมะกันอยู่ในถ้าจะพูดแล้วก็ระดับที่ 1 ถ้า 3 ระดับเป็นจบยังอยู่ในระดับที่ 1 ต่อไปจะแรงกว่านี้เป็นระดับที่ 2 เจอหน้ากันหรือว่าความแสวงหาธรรมะจะสูงกว่านี้สุดท้ายระดับที่ 3 นั่นคือระดับต่ายในยุคสมัยพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นแทนที่จะทักกันว่ากินข้าวหรือยังเป็นประเพณีเธอไปทำปฏิบัติธรรมที่ไหนเดี๋ยวนี้ไปปฏิบัติธรรมะของอาจารย์ใดอาจารย์จะมากในยุคที่ 3 ในระดับที่ 3 ที่ว่านี้อาจารย์จะมากอาจารย์จะแสดงตัวอาจหาญทางกล้าขึ้นมาเวลาราวีแข่งขันกันประกาศขั้นระดับศาสดาจะประกาศการระดับศาสนาส่วนระดับที่ 2 นี้จะประกาศกันในระดับอาจารย์ที่เข้มข้นขึ้นมามากเลยมีเจ้าสำนักลาวมีผู้หญิงกันใหญ่ในระดับที่ 2 ในระดับนี้เราอยู่ในระดับที่ 1 อย่างยังไม่รู้ริมอ่ะยังไม่ได้เพียงอย่างนี้อย่างนี้ แล้วคนก็ยังหลงโลกอยู่เยอะยังไม่โงหัวมาแสวงหาเพชรหาทองหรือที่สมมุติว่าเพชรทองคือธรรมะนี้ยังเห็นธรรมะเป็นขี้เขายังเห็นไอ้ลาภยศสรรเสริญโลกียะเป็นเพชรเป็นทองยังถ้ายังเป็นหนอนกินขี้หรือเป็นหมากินขี้อยู่ธรรมดาคำว่าหมากินขี้กำลังนี้กลับกันกระทำพูดที่ยกตัวอย่างคำแรงเขาอยากเป็นอย่างนั้นอยู่แต่เราก็จะต้องปูพื้นฐานรักษาสัจธรรมนี้ให้เป็นแกนไว้ก่อนต่อไปรับยกที่ 2 หรือระดับที่ 2 และยุคที่ 3 ถึงจะเกิดขึ้นอีกระดับที่ 3 ถ้าเราทำงานนี้ไม่สำเร็จมีพระอรหันต์ไม่จริงไม่มีพระอรหันต์จริงไม่มีอัศวินผู้นำที่จะนำแกนี้ไปจริงศาสนาสูงแน่โดยเฉพาะคำว่าพุทธศาสนาถอนรากถอนโคนแน่ๆแต่ถ้าเราทำได้ศาสนานี้เดินต่อไปเราจะต่อยุคที่สองที่สามและจะยึดครองการยึดครองคราวนี้ไม่ใช่การยึดครองย่อยเลยการยึดครองศาสนาคราวนี้เพราะเป็นการยึดครองที่มีมวลโดยเฉพาะคนที่เกิดมาในโลกไม่ได้เป็นคนจำนวนสมัยพระพุทธเจ้า 250 ปีมันเป็นคนจำนวนที่มากกว่าสมัยพระพุทธเจ้าโอ้หลายร้อยหลายพันเท่าจำนวนคนคับคั่งเพราะฉะนั้นประโยชน์ที่จะเกิดแก่คนนั้นถ้านับเป็นตัวบุคคลแล้วจะมากมหาศาลศาสนาพุทธนี้เป็นศาสนายอดนี่เราไม่ได้พูดต่อหน้าศาสนาอื่นเถอะครับผมข่มใครไม่ใช่เราพูดด้วยความจริงเป็นศาสนาสากลเป็นศาสนาถึงที่ปลายสุดหรือสันติที่จริงที่เขาพูดภาษาคำว่ารักษาจะต้องการสันติภาพสันติภาพนั่นน่ะทุกคนไม่เถียงหรอกถ้าผู้ที่มีปัญญารู้เขาต้องการสันติภาพกันทุกคนจริงๆนั่นแหละแต่สัน ที่จริงนั้นอยู่ที่ศาสนาพุทธนิกายรับเอาแล้วเอาไปใช้เพราะมันถึงที่สุดจริงมันไม่เป็นแค่เดนเศรษฐีมันไม่เข้าแต่แค่รู
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive