240611-487 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์18 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกหากมีผู้ตู่ทวงหรือว่ามีผู้ที่เขาขัดแย้งซึ่งมีผู้ที่จะพยายามช่วยวิจัยทุกคนจะต้องฟังใครจะพูดยังไงก็ฟังฟังแล้วก็รับเหตุผลเพราะเราเองเป็นมนุษย์มนุษย์นี่ใช้สมองใช้ปัญญาในการตัดสินในการเลือกเฟ้นในการรู้เหตุ ดูผลรู้ความจริงที่สูงสุดดูความถูกต้องและความมีความเหนือชั้นมีความที่เป็นประโยชน์สูงเป็นเจ้าภาพที่ดีงามที่จะเป็นไปได้ก็เลือกเป็นให้ดีให้สมหวังสมควรขึ้นไปแล้วใครจะไปว่าในทางโน้นทางนี้มีแง่มีเชิงที่ทำให้แต่ว่าไปได้คิดไปได้อะไรไปได้ล้วนแล้วแต่มันดีที่เราจะได้รู้เรื่องเยอะแยะมากมายเมื่อเราได้รู้เราก็จะได้ป้องกันเราก็จะได้หลบเลี่ยงในส่วนที่มันไม่ดีไม่งามจนกระทั่งเราเห็นว่าเราปลอดภัยไม่ได้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้จริงสะอาดหมดจดจำสิ่ง อย่างนี้แล้วใครจะว่าอย่างไรก็เป็นการปราบตูดเป็นการว่าของผู้นั้นผู้นี้เขาว่าเราได้เขาก็ว่าไปเพราะความไม่รู้ความจริงถ้าเรามีโอกาสจะบอกกันบ้างเปิดเผยความจริงใจกันบ้างทำความเข้าใจให้แก่กันและกันบ้างมันเป็นการเข้าใจถูกเราก็ทำแล้วพอทำไม่ได้เราก็ต้องปล่อยไปต้องวางไปเราจะหลีกพ้นคำนินทาปลาหรือว่าการที่จะถูกต่อต้านในส่วนที่ดีนั้นเราทำดีแล้วจะต้องไม่มีใครกล่าวว่าในการใช้ตัวไม่มีใครนินทานั้นไม่มีในโลกเพราะว่าในโลกนี้มีทั้งคนดีคนชั่วและส่วนใหญ่คนชั่วมันก็เยอะด้วยคนโง่หรือคนชั่วมีประมาณมากเพราะมีประมาณ เขาก็ต้องเสียผลประโยชน์ในทิศทางที่เขาติดเขายึดเขาชอบเหมือนเราเองเราทวนกระแสอย่างนั้นกลับเราไปพูดทวนกระแสเป็นผู้ที่ทำให้เหมือนให้เขาสำรองเพราะรักเขาวางก็ปล่อยเขาไม่ยอมง่ายๆหรอกความไม่ยอมเนี่ยทางเขาดิ้นรนหาเหตุหาผลหาอะไรก็ได้ที่มาแวดล้อมให้ตัวเองมีน้ำหนักและตัวเองจะได้ย

อ่านต่อ

ึดครองจะได้ยึดถืออยู่อย่างเก่าอย่างเก่านั้นนั่นเป็นความจริงเขาก็ทำกันอยู่ทั้งนั้นทั้งนั้นวันแม่แต่ว่าเราจะต้องถูกต่อต้านและจะต้องถูกโต้กลับโต้อะไรมากหลากหลายมันจึงไม่ใช่เรื่องที่จะน่าจะออกตกใจอะไรก็สำคัญต้องใช้ปัญญายิ่งและหาประโยชน์จากคำติเตือนคำวิจัยวิจารณ์ สามเหลี่ยมที่เขาวิเคราะห์วิจัยนั้นเอามาปรับปรุงให้เราสนิทมีเงินจะทำอย่างไรเราจึงจะพ้นในความหมายที่เขาว่าในประเด็นที่เขาว่าเรานั้นว่าถ้าอธิบายให้เห็นแง่ของความมันไม่ค่อยดีมันเสื่อมเสียเขาก็เห็นก็รู้ชัดเราก็พยายามปรับปรุงตนให้มันเนียนให้มันแนบเนียนให้มันงดงามให้มันไม่เป็นไปตามที่เป็นที่เขากล่าวเขาโตอย่างนั้นอย่างนั้นให้ได้ผู้ใดที่มีปัญญาเพียงพอแล้วเลือกเป็นแล้วก็ยืนหยัดยืนยันได้ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดำเนินไปผู้บรรลุธรรมนั้นน่ะมีเท่าเขาคอหรือผู้บรรลุธรรมนั้นมีจำนวนน้อยถ้าเป็นผู้บรรลุธรรมไม่มีปัญญาอันมั่นคงไม่เห็นแจ้งเห็นจริงแล้ว มันไม่เหลือหรอกสัจธรรมหรือธรรมะมันจะถูกชาวโลกที่อยู่ในข้างฝ่ายอธรรมอยู่ในข้างฝ่ายกิเลสนั่นแหละดึงจูงเราไปหมดจนเกลี้ยงจนสิ้นเพราะฉะนั้นนักธรรมะที่จะยืนหยัดยืนยันองอาจแคล้วคลาดต่อสู้เป็นหลักจึงเป็นหลักยึดกู้กลับเอาธรรมะคู่ปรับเอาพฤติกรรมหรือสิ่งที่ดีมันเวียนคืนมานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญที่สุดต่อสู้กับหมู่ที่ทวนกระแสหรือหมู่ที่เขาเห็นอย่างโลกิยะอยู่นั่นหมากหลากหลายไม่รู้ติดต่อเพราะฉะนั้นจึงอย่าเพิ่งตัดสินอย่าพึ่งเอนเอียงอะไรจะเร็วต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งเห็นกระจะกระจ่างแจ้ง บ่ได้เห็นชัดเจนคือจักจั่นแจ้งแล้วเราไม่ใช่อยู่ในฐานผิดไม่ได้อยู่ในตกไปในฐานะที่ทำมันอย่างที่เขาอยู่เขาว่ามองเป็นแง่เสียเมาไปในเชิงเสื่อมเชิงต่ำมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วเราก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็พัฒนาตัวสิ่งที่มันควรจะดียิ่งๆขึ้นไปอีกถ้ายิ่งเราได้รับคำตอบทวงต่อต้านอะไรแรงๆนั้นมันยิ่งยืนยันว่า 1 เรามั่นคงหรือไม่ 2 เรามีปัญญาดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ที่จะรู้ความจริงอย่างชัดเจนขึ้นไปไม่ใช่ว่ายึดติดเลยเพราะตัวอะไรก็ไม่ฟังเสียงก็ตัดทิ้งถือว่าเป็นเสียงนกเสียงกาไปซะหมดโย อย่างนี้มันไม่เกิดปัญญาเราได้แต่ความมั่นคงหรือยึดมั่นกลายเป็นกิเลสลักษณะหนึ่งไปด้วยซ้ำเพราะเราจะไม่เอายึดมั่นถือมั่นหลักอย่างนั้นไม่เอามันเป็นความมั่นคงนั้นไม่ต้องไปยึดมั่นไม่ต้องไปยึดอยู่แต่เราเห็นด้วยปัญญาอันยิ่งว่าอย่างนี้ควรอันนี้เป็นเครื่องอาศัยอันนี้เป็นสิ่งที่ทรงอยู่ยืนอยู่จึงเรียกว่าธรรมะคนส่งไว้ในลักษณะนี้ควรยืนอยู่ในลักษณะนี้ไม่ใช่หมายความว่าเรายึดมั่นถือมั่นแล้วอันอื่นไม่แลไม่ดูก็มีเหตุผลอะไรมาก็ไม่ฟังเสียงไม่เอามาเสียบมาเทียบแบบนี้เราไม่พัฒนาเราไม่เกิดปัญญาเราไม่เกิดการเจริญยิ่งๆอยู่เราไม่เกิดมันเป็นการยึดมุมเดียวแล้วก็งมงายสหายนี้เราไม่ทำ ตั้งใจให้ดีมุมนี้ต้องดูให้ชัดเจนต้องเข้าใจให้ชัดๆเพราะมันไม่ใช่สภาพยึดมั่นถือมั่นนั่นหมายความว่าอย่างไรสภาพที่ตั้งมั่นนั้นหมายความว่าอย่างไรมันตั้งมั่นนั้นเพราะว่ามันเห็นแท้เห็นชัดยืนยันยืนยันไม่ต้องใช้เบี้ยวใช้แรงอะไรปัญญารู้เท่าทวนรอบจริงอยู่ว่ามันดีมันมีถ้าเหตุผลในความไม่ดีอื่นๆเขาว่ามาอีกเท่าไหร่เท่าไหร่เท่าไหร่เราก็เอามาเทียบเคียงมาวิเคราะห์มาดูเหตุดูผลทุกอย่างมันจึงจะเห็นความสะอาดยิ่งเห็นส่งเสริมไปในมุมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นยิ่งจะตั้งมั่นลงไปอีกแต่ไม่ใช่หมายความว่ามันยึดติดยิ่งจะเห็นจริงยิ่งลึกซึ้งเข้าไปอีกไปอีกไปอีกอย่างนี้เป็นต้นลักษณะตั้งมั่นก็ลักษณะยึดมั่นจึงไม่เหมือนกันเราลองฟังดูเหตุผล ดีๆแล้วก็เปรียบเทียบสิ่งที่เราเคยได้เคยเป็นเคยมีมันเป็นอย่างนี้หรือไม่เราก็จะรู้ลักษณะแต่มันเป็นลักษณะอาศัยหรือว่าไม่คลอนแคลนแข็งแรงยืนหยัดยืนยันอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงไม่แปรปรวนเป็นลักษณะอันนินทาไม่หวั่นไหวไม่กลับไปกลับมาบอกไปเวียนมาเป็นผู้มั่นคงจริงมันจะมีลักษณะยืนหยัดยืนยันอย่างนั้นให้พิสูจน์ในด้านปัญญานะเรายิ่งเห็นใครเขาทวงในมุมนั้นแง่นี้ก็ช่างคิดช่างหาเหตุหาผลช่างหาเหลี่ยมหาครูมาสู่มาทวงอย่างโน้นอย่างนี้เราไม่ได้คิดแต่เขาคิดให้เราเราก็จะฉลาดขึ้นแล้วก็รู้อย่างนี้อย่างนี้เชียวเหรอเหลี่ยมนี้เหลี่ยมนี้เราก็เอามาเอามาเปรียบเทียบแต่อย่าเพิ่งปรับใจว่าของเราดีไปทีเดียว นี้ก็อาจจะมีน้ำหนักมากๆโอ้มีเหตุผลที่ดีจังเลยชัดเจนจังเลยเมื่อไหร่จะมาล้มล้างความเห็นแจ้งด้วยความที่เราเคยเชื่อมั่นอยู่นั้นลงไปก็ได้มันจะได้มันเหมือนมันก็อาจจะเป็นได้เราหลงเกินไปไม่เช่นนั้นแล้วเราก็ยึดมั่นถือมั่นตายเลยเพราะอันนี้เป็นเรื่องดีทุกวันนี้จะมีอะไรถ่วงมาจะมีอะไรมีแง่มีเงื่อนมีเหตุมีผลมีอะไรต่ออะไรมาดีเราจะได้ลองความตั้งมั่นอย่างที่กล่าวแล้วกลับจะได้เพิ่มภูมิปัญญาขึ้นไปเสมอๆคิดที่เราอยู่ในตนกิจอื่นที่เรามีเราก็ต้องทำไปสิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นว่าแทนที่เราจะต้องกังวลความหาเหตุหาผลหาเหรียญหามุมแล้วไม่ต้องเลยมีคนทำแทนมีคนช่างว่าช่าง น่าคิดนะแล้วก็พี่เอามานำมาพิจารณาต่อว่าไม่มีน้ำหนักมันมีความเสียหายโดยมีความไม่ดีอะไรรุนแรงจนมากกว่าที่มันได้ดีหรือเปล่าส่วนได้ดีนั้นมีอยู่ส่วนที่บอกว่ามันเสียหายมีอยู่ถ้าเกิดเสียหายมันมากไปก็จะรู้ส่วนเสียหายมันไม่ใช่หรอกจริงๆมันเป็นความเข้าใจผิดแต่แท้จริงมันก็ยังดีคงเดิมเราก็จะรู้เหมือนกันอาจจะพูดในนี้ก็เพราะว่ามันเป็นภาวะที่กำลังมีเรื่องเหล่านี้ติดอยู่ตามอยู่ดำเนินไปอยู่มากกว่ามากเมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้วเราอย่าไปทำใจอึดอัดขัดเคืองอยากจะให้เกิดจิตที่เป็นประสิทธิภาพอกุศลอะไรต่ออะไรขึ้นเป็นอันขาดเราจะต้องมั่น แน่นอนแล้วก็พิจารณารับความรู้ความเห็นของผู้อื่นไม่ใช่ไม่รับรับรู้รับพิจารณาไปเสมอๆจึงจะชื่อว่าเราเป็นผู้ไม่ถือตัวไม่ถือตนไม่มีมานะและชื่อว่าเราไม่ได้เป็นผู้ยึดมั่นถือมั่นอย่างงมงายหลงใหลแต่เราเป็นผู้ที่ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นเราใช้ปัญญาเราใช้ความรู้และเป็นผู้วางใจเป็นกลางๆอยู่ตลอดเวลา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน