240616-490 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์23 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เราได้ศึกษากันมาลึกซึ้งเมื่อได้ศึกษากันมาลึกซึ้งแล้วเราก็จะลืมหัวลืมหางกันโดยที่เราอาศัยสิ่งของสิ่งเหล่านี้อาศัยกายกับจิตอาศัยวัตถุกับจิตอาศัยบุคลากรที่ฐานกับธรรมาธิการแต่สุดท้ายเราก็จะมาเอาแต่ทำอธิษฐานเราจะทิ้งบุคลากรอธิษฐานโดยสมมติก็ไม่ได้สมมุติก็เกิดตามความเป็นจริงที่มันเป็นสัจจะส่วนหนึ่งปรมัตถสัจจะหมายความว่าสหรัฐแก่นสารอันสูงสุดที่จะเข้าถึงด้วยความลึกความละเอียดความสุขของประณีตแม้แต่ ทอมในธรรมเราก็จะเข้าถึงอย่างสูงสุดเพราะเมื่อเราพิจารณาธรรมในธรรมหรืออธิษฐานของความยิ่งที่สูงสุดเราก็จะไม่วนที่จะลืมไปว่าความจริงนั้นมีทั้งกายมีทั้งจิตและเราก็ต้องอาศัยทั้งกายทั้งจิตความทุกข์ความสุขของปัจจุบันทำของเรามีทั้งกายและจิตเราจะต้องคงความเป็นกายและจิตและจะมีความแปลกทั้งกายมีความแปลกทั้งจิตเราจะไม่สงสัยเมื่อเราพบความแปลกและเราจะไม่ประหลาดอะไรเมื่อมีความแตกที่แปลกจนเกินเชื่อแม้เราจะไม่ได้พบไม่ว่าจะเป็นทางด้านรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นทางด้านนามธรรมที่เรายังเข้าไม่ถึง ไปอุดมการณ์อันสูงยิ่งจะเป็นธรรมาธิการชั้นลึกละเอียดและยังเข้าไม่ถึงเราก็ไม่แปลกเรายังไม่ได้พบสภาพที่เป็นวัตถุธรรมเป็นรูปธรรมอย่างหยาบแต่มันก็พิลึกพิลั่นประหลาดมากเราก็จะไม่แปลกเพราะว่าสิ่งเหล่านั้นย่อมเป็นไปได้เมื่อเหตุปัจจัยครบไม่ว่าจะเป็นด้านรูปไม่ว่าจะเป็นด้านน้ำเราจึงจะไม่เถียงกันว่าอันนั้นอันนี้มันจะเป็นไปไม่ได้แต่เราจะพูดกันถึงเหตุและผลความประชุมของปัจจัยเมื่อเราพิจารณาถึงความประชุมของปัจจัยแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นเหตุผลที่จะเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั้นถึงจริงหรือไม่ถึงจริงก็แล้วแต่เราไม่เคยพบก็ไม่ต้องพบเราพบได้เราก็พิสูจน์สิ่งพบได้ที่มันแปลกไปตามขั้นตามตอนอยู่ ทุกวันนี้ก็มีทั้งรูปที่แปลกมีทั้งนามที่แปลกพวกเรามาอยู่ที่นี่เป็นขอ

อ่านต่อ

งแปลกแปลกจนคนไม่เชื่อแปลกจนคนไม่ยอมรับว่ามันจะเป็นไปได้แต่มันเป็นอยู่เขาก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นอยู่เขาไม่กล้าเข้ามาเขานึกว่าเราปลอมเขานึกว่าเราพรางเขานึกว่าเราลวงเขานึกว่าเราโกหกมีอะไรมาผสมเปอร์เซียเขาไม่เชื่อว่าเหตุปัจจัยนี้เป็นของบริสุทธิ์เพราะเชื่อว่าจะมีเหตุปัจจัยอื่นมาผสมผสานมันจึงจะเป็นไปได้เขาไม่เชื่อว่าโอโซนนี้เป็นไปได้โดยบริสุทธิ์เขาไม่เชื่อว่าเท่าที่เขารู้นี้มีเท่านี้เขาเชื่อว่าจะต้องมีอะไรอื่นๆอีกผสมผสานอยู่เบื้องหลังนั่นเป็นความไม่เชื่อเพราะมันเป็นของแปลกที่เกิดขึ้นแล้วในสังคมคนอย่างผู้ที่ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้านั้นจะมีความแปลกยิ่งขึ้น ไปเรื่อยๆอโศกต่อความแปลกขึ้นไปจนคนเขาประหลาดนี่เป็นรูปธรรมที่ชัดเกิดมาแต่นางเกิดมาแต่ปัญญาและความเอาจริงของเราความเป็นได้จริงของเราทั้งนามธรรมและเราอยู่อย่างรูปประธรรมที่มันเกิดผลสังขารขึ้นมามันแปลกเพราะฉะนั้นเราอยู่กับตัวนี้เองเราไม่แปลกเราอยู่กับสิ่งที่เป็นอย่างนี้เราจะไม่แปลกจริงๆยังไงเราก็ไม่แปลกแต่ข้างนอกเขาแปลกขึ้นเสมอแปลจนเขาไม่เชื่อดังกล่าวแล้วเพราะเราจะวิเคราะห์ก็ขอให้วิเคราะห์กันแต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดเพราะสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ด้วยรูปคดีที่นางก็ดีนะจะไม่มีมันมีมีได้เป็นได้เป็นแต่เพียงว่ามันยังไม่ครบเหตุปัจจัยเท่านั้นแปลอย่างไร มีปัญหาอะไรอันนี้ก็ขอบอกกล่าวพวกเราถ้าไม่เช่นนั้นเราจะทิ้งกายเราจะทิ้งจิตถ้าเราบอกว่าจะเอาแต่ทำอธิษฐานก็เหมือนกับเดี๋ยวนี้ที่เรากำลังว่าพวกที่ใช้แต่ความคิดไปในทางธรรมะไปในทางความเป็นทางจิตวิญญาณแล้วก็ว่ามีแต่จิตต้องว่างชาติหน้าไม่มีจิตที่มันจะไปรวมเป็นอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นของละเอียดและเขาก็นึกว่าเป็นของที่ตัดทิ้งได้เพราะมันเป็นของที่ไม่มีฤทธิ์มีแรงมันไม่เป็นตัวเป็นตนมันไม่เกาะในกลุ่มมันไม่ดำเนินการเชื่อมต่อเขาก็เลยเห็นเป็นอุทิศทีแล้วเขาก็ประมาทอยู่กับปัจจุบันนี้กับกายที่เขาอาศัยนี้เท่านั้นเขาก็อาศัยเท่านี้ความแปลกอื่นเขาก็ตัดทิ้งเขาก็จะเอาแต่แค่การ โทนโท่ที่อยู่ในปัจจุบันนี้เท่านั้นความแปลกทางนามธรรมเขาก็ไม่เชื่อความแปลกทางรูปธรรมเขาก็ไม่เอาเขาก็จะเอาแต่แค่ในวงวัฏฏะของเขาเท่านี้นี่ก็เป็นความสั้นขุดในวัฏฏะของศาสนาที่ไปตัดนามธรรมทีนี้ด้านนามธรรมเมื่อไปเอาแต่นามธรรมไปอย่างนั้นมันก็จะตัดรูปประธรรมดังที่เรากำลังจะมีมิจฉาทิฐิกันเรากำลังจะทิ้งลูกเราจะทิ้งกายเรากำลังจะทิ้งวัตถุซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เราจะไม่ทิ้งแต่เราจะเรียนรู้ให้มีเหตุมีผลที่แท้จริงเราจะเป็นไปได้แค่ใดเราจะเชื่อมั่นในสิ่งเหล่านั้นแค่ใดเราจะเชื่อมั่นเมื่อเราสัมผัสเมื่อเรามีเหตุปัจจัยเมื่อเราเองเป็นผู้ที่มีบารมีถึงเหตุปัจจัยนั้นๆ เราไม่มีบารมีถึงเหตุปัจจัยนั้นๆเราจะไม่ได้พบเราจะไม่ได้สัมผัสเราจะไม่ได้ก่อเกิดโดยเราถ้าเราได้พบได้สัมผัสนั้นก็เป็นบุญบารมีท่านหนึ่งได้พบสัมผัสแล้วแล้วต้องแถมเกิดเองเป็นเองจะเป็นบุญบารมีอีกชั้นหนึ่งมันขอให้เราศึกษาใช้การศึกษาและก็ดูตามเหตุตามผลไปเรื่อยๆเราไม่ได้ไปหลงงมงายในสิ่งเหล่านั้นว่ามันแปลกมันประหลาดแล้วเราก็หลงเชื่อว่ามันจริงอยู่อย่างที่เรียกว่าไม่กระทำสิ่งดีขึ้นไปเราไม่ใช่เราจะรู้เหตุผลว่ามันไปได้อย่างนั้นเป็นผลดีอย่างนั้นได้อย่างนี้เป็นผลเสียอย่างนี้เป็นผลเลวอย่างนี้เราจะไม่ต้องได้เราไม่ต้องเอาอย่างผลเสียพอเราจะถึงขั้นที่ไปให้ธรณีสูบออกไปเหมือนกับพระเทวทัตจะถูกธรณีสูบนี่เป็น อธิษฐานแบบเสียๆเราจะไม่จำเป็นจะต้องให้เธอเป็นแต่ถ้าเกิดว่าเป็นบุคลิกฐานแบบสูงๆแบบดีๆแบบกุศลที่พิเศษๆที่เขาเอามาเจรจาให้แก่พระพุทธเจ้าเอามาบรรยายว่าพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้เราก็สั่งสมบุญไปถึงเมื่อไหร่ก็เป็นถึงเมื่อไหร่ก็ถึงไม่ถึงช่างมันเราไม่ต้องอยากไม่ต้องได้มันจำเป็นต้องอยากได้แต่มันจะเป็นมันจะเป็นไปก้าวเข้าไปใกล้ก็ไปเราจึงจะเป็นผู้ที่ได้พิสูจน์ความจริงโดยการรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เราละเว้นไอ้นี่มันไปในทิศทางที่เป็นเหตุปัจจัยจะไปทางเลวเราไม่สะสมเลยแม้แต่เศษธุลีส่วนที่มันจะไปทางดีนั้นเราจะสะสมไม่ละเว้นแม้แต่กุศลจะมีประมาณน้อย เราจะสะสมเราจะไม่ประมาทเพราะสิ่งที่เป็นเศษธุลีแห่งความเป็นอกุศลสิ่งที่ไม่ดีเราก็จะไม่ให้มันมีให้ได้อย่างลึกซึ้งข้อนี้แหละสำคัญจุดนี้แหละสำคัญที่เราควรจะได้รู้จริงรู้จริงอย่าได้ประมาทส่วนการจะมีจริงเป็นจริงถึงจริงอะไรนั้นวิเคราะห์กันได้แต่ระวังอย่าไปถกเถียงกันอย่าไปปล่อยไม่เช่นนั้นเราก็จะกลายเป็นคนคนสุดโต่งไม่ว่าไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเราจะไม่เป็นคนสุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่งเป็นอันขาดแต่เราจะเป็นผู้ที่รู้ว่าสิ่งประสมในโลกเราเรียกว่าสังขารและธรรมทั้งสิ้นพระอรหันต์ก็เป็นสังขารธรรมชนิดหนึ่งส่วนสิ่งที่มันสูงสุดยอดที่เป็นเอก หรือเป็นเอกเดี๋ยวนั้นมันมีแต่นิพพานลูกเดียวมีแต่ความปล่อยแล้วจริงความไม่มีอะไรอันนั้นความไม่มีเมื่อไม่มีมันก็ไม่มีอะไรมันเป็นความว่างความปลอดภัยของจิตที่สูงสุดเท่านั้นที่มันไม่มีอะไรนอกนั้นมันมีเป็นสังกัดกระทำอยู่ทั้งสิ้นเราจะต้องพยายามรู้ว่าเราจะถูกจะเถียงกายก็ดีคิดก็ดีอะไรก็ตามแต่มันล้วนจะเป็นไปได้ทั้งนั้นแต่เรายังไม่ถึงเท่านั้นเองนี่ก็ขอย้ำหรือขอเตือนพวกเราว่าอย่าสุดโต่งไปในทางใดๆเป็นอันขาดเราอาศัยรูปทุกวันนี้เราพูดว่าเราจะเอาแต่ทำมาผิดฐานก็เอาแต่ทำในธรรมเราก็อาศัยรูปเราอาศัยรูปเราจะต้องลงตัวเป็นกุศลเป็นฝ่ายที่เป็นศีลเป็นธรรมเป็นระเบียบเป็นวินัยอยู่ในหลักในเกณฑ์ที่ดี รูปก็ดีนามของเราก็ละเอียดลึกซึ้งขึ้นตามแล้วมันก็จะรู้จะเห็นสิ่งที่ประณีตลึกซึ้งเองเราอย่าเอาแต่ผกผันเอาแต่นั่งคิดนั่งคำนวณนามธรรมอย่างเดียวและคิดว่าได้บอกได้เกิดขึ้นมาผู้ใดจะสุดโต่งไปหลงแต่นามธรรมอย่างเดียวธรรมะอย่างเดียวเราจัดการความคิดนั้นก็ให้ระวังอย่าไปประมาทดูถูกทั้งลูกพวกที่หลงแต่รูปแล้วก็ติดแต่รูปอยู่ไม่ก้าวขยับเขยื้อนขึ้นไปหานามธรรมอันลึกซึ้งได้ตัวก็เกาะอยู่ที่ลูกมากเกินไปดังนั้นในสิ่งที่เป็นรูปประธรรมนั้นเป็นเพียงของหยาบเป็นเพียงที่จะพาให้เราไปสู่สูงไม่ได้เพราะมันติดมันไม่ละเอียดจริงๆโดยสัจธรรมมันไม่ละเอียดเพราะเราไปเกี่ยวอยู่เกาะอยู่ในเครื่องหยาบๆ เราจะไปในทางที่จะปล่อยให้เป็นแต่จิตที่จะไปไกลบ้างไม่ได้เราก็เลยไม่ได้รู้ลึกรู้ละเอียดไปหรือเราไม่ปล่อยสิ่งที่เป็นวัตถุได้สิ่งที่เป็นรูปประธรรมที่เราติดเพราะมันเป็นสุขเป็นของอาศัยที่ยื่นขออาศัยที่เล็กละเอียดเท่าใดๆเราจะเข้าไปอยู่ในทางลึกทางละเอียดเพราะเขาอาศัยมันเล็กมันจึงไปได้ก็ด้วยการทิ้งของอาศัยที่หยาบนั่นก็จริงสภาพพวกนี้เป็นสภาพคัมภีร์เราพาโซเป็นสภาพที่ลึกซ้อนที่เงาเป็นเงาซ้อนเงาไม่ใช่ของรู้ได้เห็นได้โดยการคาดคะเนโดนดาวอย่างเดียวก็จะขอให้พวกเราสุขุมและการมีเป็นจุดเตือนและเป็นจุดที่จะต้องใช้ระมัดระวังศึกษาทำออกไปภาษาพูด บอกแต่ส่วนการกระทำนั้นคุณจะต้องเรียนรู้ของจริงตามความเป็นจริงเพราะคนสุดโต่งอยู่ในทางใดทางหนึ่งเท่านั้นมันจึงไม่รอบทวนถ้าเราไม่สุดโต่งเราเองเรารู้ว่าเป็นสิ่งสองส่วนที่เป็นสังขารในการศึกษาเราจะศึกษาสังขารให้หมดเพราะว่าเราจะต้องมีวิชาในสังขารไม่ใช่เราจะเอาวิชาในสังขารเรามีวิชาในสังขารเราจึงจะไม่ถกเถียงและเราจึงจะไม่สุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่งอย่างแท้จริงอันนี้เป็นของยากที่จะเข้าถึงทุกวันนี้ในการวิเคราะห์วิจัยเรื่องจิตนิยมหรือวัตถุนิยมกำลังจะมากขึ้นอีกเราจะต้องเป็นผู้รู้เราจะต้องเป็นผู้เข้าใจจุดนี้ให้สำคัญเราจึงจะเป็นตัวหลักเป็นตัวยืนเป็นตัวที่จะรู้ เห็นจริงที่จะช่วยเขารู้ช่วยเขาตัดสินช่วยเขายืนหยัดยืนยันได้ไม่เช่นนั้นเราก็จะเป็นคนสับสนเป็นคนหลักลอยเป็นคนที่ไม่แน่ไม่นอนเป็นคนที่ไม่รู้จริงเห็นจริงอยู่นั่นเองเราจึงจะต้องเป็นผู้ที่เข้าถึงในความลึกซึ้งละเอียดอันนี้ให้จริงๆให้ได้โดยการวิเคราะห์กันก็ดีแล้วแต่อย่าหลงดังกล่าวแล้วนั้นให้ได้จริงๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน