240529-480 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt
เนื้อหาในไฟล์
เราได้พยายามศึกษาพุทธศาสนากันมาไล่ตั้งแต่ฐานต่ำฐานต้นเลิกจากโลกที่อยากต่ำที่สุดเรียกว่านรกชั้นต่ำอบายมุขเรียกว่าปากทางนรกแล้วเลิกมาละมาหลุดร่อนมาจนกระทั่งเราเกิดปัญญาอธิปัญญาญาณทัศนะวิเศษเห็นชัดแจ้งว่าจิตที่ยังเป็นหลงจิตเป็นทาสอบายมุขอยู่นั้นมันไม่ใช่สิ่งประเสริฐมันเป็นเรื่องเหลวไหลเป็นเรื่องมายาเราได้พิสูจน์ถึงอัษฎาตัวตนของรถตัวตนของรถยกล้อรถจักรยานยนต์รถที่เราหลงติดเราได้ ฟังดูตั้งแต่สิ่งที่เป็นปัจจัยชั้นต่ำคืออบายมุขเราจะมีตัวอย่างตัวอย่างที่จิตของเรามันเบาจางจนกระทั่งมันสะอาดสุดเป็นจิตที่ปราศจากอัสสาทะหรือตัวตนของกิเลสตัณหาอุปทานอนัตตาปรากฎเมื่อเราเห็นความหมดสิ้นของกิเลสตัณหาอุปาทานอย่างสูงสุดแม้แต่อนุสัยอาสวะของเราจิตลึกๆก็ถอดถอนสิ้นเราไม่ได้ไปเกี่ยวกับเราไม่ได้ไปทุกทีเราไม่ได้ไปลงสังขารไม่หลงเป็นทาสสิ่งนั้นอย่างเสด็จสนิทสะอาดเราเห็นตัวอย่างเรารู้แล้วว่าความเสด็จความเสด็จหรือว่าความหมดดับสนิทเป็นอย่างนี้เรารู้จักนิพพานรู้จักนิโรธบริ แม้ปัจจัยเพียงเท่านั้นนี่เป็นการชี้แบ่งออกมาเห็นเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายแม้แต่เราจะติดอันอื่นตกเป็นทาสเป็นมาเป็นทาสของมายาชนิดโลกธรรมธาตุมายาชนิดของกามทางตาหูจมูกลิ้นกายเราก็ได้เรียนรู้และก็ลดบางจากคลายลงมามันเป็นของที่สุขุมประณีตขึ้นใกล้ชีวิตขึ้นเราหลงจิตมันมากขึ้นเราก็ล้างมันยากขึ้นแต่มันก็ล้างได้อีกไม่ว่าจะเป็นลาภยศไม่ว่าจะเป็นรูปรถติดเสียงสัมผัสเป็นการแล้วก็ล้างได้อีกบางคนก็จะเห็นว่ามันหมดได้เหมือนกับเราหมดอบายมุขระดับสนิทอย่างเราดับสนิทอบายมุขจิต ลงคลิปปราศจากธุลีละอองบทความเป็นทาสเด็ดขาดเราก็จะรู้ได้อีกหรือแม้มันยังไม่หมดเราก็จะรู้ว่ามันก็ยังเบาบางมันก็ไม่แน่นหนารุนแรงเหมือนสมัยก่อนเราก็จะรู้เมื่อเรารู้นั้นก็คือทิศทางที่ว่ามันไม่เที่ยง
อ่านต่อ
มันเป็นไปได้เราจะปราบให้สูญได้เพราะมันไม่มีจริงมันเป็นมายาของโลกเมื่อเราปรับตายสนิทแล้วเราจึงจะรู้ว่ามันเป็นมายาของโลกมันเป็นตัวล่อให้เราติดแล้วเราก็ล้มเป็นธาตุมันเมื่อเราดับมันสนิทได้เราจึงเห็นว่ามันตายสนิทได้มันไม่ใช่ตัวตนอะไรมันอนัตตามันสูญได้มันเกิดขึ้นได้มันก็ต้องดับได้เมื่อเราดับสนิทได้เราก็หมดสิ้นเราก็ไม่มีคนอื่นคนใดเขายังโมหะเขายังเอาวิชาอยู่เขาก็หลงเขาก็ติดแล้วก็รู้ว่า อันนั้นยังมีอยู่ที่คนอื่นส่วนเรานั้นไม่มีสนิทเราจะรู้ได้พร้อมกันนั้นเมื่อเราเลิกโลกมาต่างๆได้เพราะว่าพบซึ่งเป็นภาวะของจิตวิญญาณเป็นธาตุรู้เป็นธาตุเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเราก็ไปหลงทิศหลงทางสุดโต่งเป็นดับเอาจิตอีกมันก็เป็นความโง่ศาสนาพระพุทธเจ้ารู้เท่าทันจิตประภัสสรสิทธิประเสริฐจากกามก็ไม่หลงอัตตาไม่หลงอัตภาพที่จะไปติดสงบอยู่กับจิตอยู่เฉยๆมันเกิดมาเป็นพลังงานมันเกิดมาเป็นเรื่องที่จะสร้างสรรค์มันเป็นจิตวิญญาณเป็นตัวสร้างตัวฉันเป็นตัวให้เราก็มาเรียนรู้ความเห็นแก่ตัวมาณสังโยชน์ตัวที่เหลือพวกนี้อีกเราก็สลัดคืนมาเป็นผู้ทำงานแต่ก่อนเราเป็นทาสลาภยศเป็นทาสถูกรถ เรายังทำงานคนแรกสิ่งเหล่านั้นเดี๋ยวนี้เราทำงานไม่แลกสิ่งเหล่านั้นเราก็เห็นความประเสริฐของคนพระพุทธเจ้ายอดสุดยอดตรงนี้เองที่แก้ไขปรับปรุงจากเดียรถีย์ที่หนีโลกได้แล้วเอาคนที่มีโลกได้นี้มาอยู่เหนือโลกอีกทีหนึ่งให้เป็นเครื่องมือให้เป็นคุณค่าให้เป็นของประเสริฐของโลกยืนยันพิสูจน์ในโลกด้วยไม่ใช่หนีหายตายจากไปลับตาไปไม่ใช่แต่กลับกลายอยู่กับโลกอยู่กับคนในโลกและพระองค์ก็ได้หาทฤษฎีที่จะปฏิบัติว่าทำอย่างไรจะปฏิบัติได้โดยไม่ต้องไปหลบหนีนี้ไปในป่าเขามากนักถ้าจำเป็นจะไปก็ไปถ้าไม่จำเป็นก็เรียนรู้สิ่งที่ชัดแจ้งเหมือนกับท่านสอนท่านสอนฤาษีที่ ตะพาบอย่างปัญจวัคคีย์ก็ช้าหน่อยเพราะมันหลงติด 2 พบส่วนท่านสอนพยัคฆ์สัพที่ไม่ติดพบ 2 ไม่ติดพบสงบไม่ติดภพฤๅษีเพราะเลิกกามก็เป็นอันบริบูรณ์เลยเพื่อนพระเจ้าอีก 50 60 ไม่ช้าไม่นานเร็วกว่าฤาษีปัญจวัคคีย์เป็นในไหนในนี้เป็นข้อสังเกตที่ควรเรียนรู้เราไม่จำเป็นจะต้องไปป่าไปเขาไปทำพระเจ้าไม่เคยออกป่าเพื่อนพระเจ้าไม่เคยต้องไปคลุกคลีป่าไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับป่าแต่ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ในทันทีทันใดเพราะร่างกายแล้วมันก็บริสุทธิ์ในตัวเพราะเราไม่ได้ไปสร้างสมจิตรอารมณ์ที่ไปหลงติดป่าติดเขาติดถ้ำติดอุปทานคนเขาสอนคนเค้ากรอกหูเอาไว้อย่างในทิศทางหลงๆความรู้เพี้ยนๆซึ่งเป็นมิจฉาทิฐิ เราไม่ไปหลงตามนั้นเราเดินเข้าใจตรงตามพระพุทธเจ้าอย่างชัดแจ้งมันก็ง่ายก็เร็วเพราะฉะนั้นในภาวะภพอีกถ้าเรายังไปหลงจิตจิตสงบดังคำสอนที่มันยังปนๆมันยังแสงๆมันยังชี้นำอยู่ว่าสงบนี่มันดีนะแล้วก็ความสงบแล้วก็ไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งเรายังไปหลงผิดความสงบอีกพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าความสงบเป็นสุขอย่างยิ่งแต่ขอตั้งข้อสังเกตให้ฟังว่าคำว่าสุขนั้นเป็นโลกีย์นะศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ติดสุขไม่ติดทุกข์อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์เพราะฉะนั้นนิพพานจึงไม่ใช่สุขจะไปติดความสงบอยู่มันก็ยังเป็นสุขแล้วก็ยังเป็นโลกีย์ยังไม่ใช่โลกุตระเพราะโลกุตระไม่ต้องสุขไม่ต้องทุกข์อยู่กันอย่างรู้ค่ารู้คุณแล้วก็นำ หมาไม่ติดสิ่งที่เป็นจิตของเราละร้างวางจากได้อีกอยู่กลางๆรู้ฐานะความเป็นจริงว่าเราเองเป็นตัวการงานเป็นตัวพลังงานและการทำงานอย่างโลกทำงานโดยไม่เหมือนโลกทำอย่างโลกแต่ไม่ใช่อย่างโลกทำงานเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกันสารัตถะต่างกันจะมอมเมาเขาก็ไม่ไม่ไม่ไม่เหมือนเขาเขามอมเมา 100% แต่เราไม่ได้มอมเมาเขาแต่เราเป็นแต่เพียงเกื้อกูลมีกุศลมีอุบายต่างๆมีปัญญาชาญฉลาดกระทำถ้าเราไปนั่งแชร์ติดอีกแล้วก็จะติดเพราะว่าพบไปลึกซึ้งแต่เมื่อเราไม่ติดเพราะว่าพบแล้วเราก็เป็นคนกลางๆรูปภาพรูปเพียรรู้ทำงาน การไปร่างนี้ชีวิตนี้มันตายแน่ตายช้าหรือเร็วตามวิบากของเราเองเราไม่แกล้งให้ตายเราไม่อยากตายด้วยเราไม่อยากเป็นมันเป็นไปตามกรรมของมันมีกินมีอยู่มีเป็นไปมันก็สังเคราะห์ชีวิตไปตามธรรมพระอรหันต์เจ้าจึงหมดความขี้เกียจเห็นสถานภาพของมนุษย์ว่าเป็นผู้ขยันหมั่นเพียรตามทฤษฎีของพระเจ้าที่ชี้ไว้ว่าทำได้วินัยใดเป็นไปเพื่อความขยันทำนั้นวินัยนั้นเป็นของเราตถาคตแต่ถ้าทำได้วินัยใดเป็นไปเพื่อลักษณะขี้เกียจทำนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตนี่เป็นทฤษฎีให้ตรวจสอบธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าและเราก็ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้และก็รู้จิตของเราด้วยว่าออกเศษขี้เกียจมันยังมีมัน ความขี้เกียจไม่มีความขยันมันเป็นลักษณะอย่างนี้ตามสัจจะที่เรียกว่าสมมติสัจจะเราก็ขยันตามสมมติสัจจะจิตใจของเราเข้าใจแล้วเราก็ทำตามความเข้าใจเท่านั้นเองเราไม่ได้ขี้เกียจตามรูปรอยตามลักษณะแต่เราขยันตามรูปรอยตามลักษณะใจเราก็ไม่ลำบากขี้เกียจก็เท่านั้นขยันก็เท่านั้นเมื่อยก็พักไม่เมื่อยก็เพี้ยนมันไม่ได้มีอะไรที่ข้ามกันแต่เรารู้ว่าความขยันนั้นมันเป็นของประเสริฐเป็นความสร้างสรรค์ความขี้เกียจเป็นความทำลายเป็นความเสื่อมของมนุษย์ชาติเราก็อยู่ในฐานะที่เป็นกุศลเราสุดท้ายเราจะรู้กุศลและอกุศลแล้วเราก็จะอาศัยกุศลนั้นยังชีวิตไปโดยเราไม่ได้หลงบุญไม่ได้หลงดีไม่ได้หลงการสร้างสรรค์ ลงของของเราทั้งๆที่เราเป็นคนสร้างแต่เราก็ไม่หลงยุคเราเป็นของของเราเราจะสร้างจะทำความดีไปได้ 108 พันประการอย่างไรความดีนั้นก็กลางๆเป็นของโลกเราไม่หลงตัวหลงตนไม่หลงยึดเป็นของของเรานั้นเป็นสูงสุดเพราะฉะนั้นในชั้นวิศวะภพเราจะเป็นผู้ที่ไม่ติดในวิภวตัณหาเราจะไม่ติดในการที่จะกลับมาไม่ติดอัตภาพไม่ติดขัดตะเกียงโดยอุตส่าห์ปฏิบัติตนแต่เสร็จแล้วเราก็ยังไม่พ้นมีการที่จะเหลือตัวตนในการที่จะไปเสพเอาภพเอาภาวะพบเขาอีกจุดนี้จึงเป็นจุดสำคัญที่สุดที่จะสร้างสมาธิให้ได้และเราก็จะไม่เป็นคนอย่างเดียรถีย์ คนที่เป็นยามพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้ารู้จุดนี้ดีจึงได้สร้างทฤษฎีสัมมารีมรรคองค์ 8 ซึ่งปฏิบัติทันทีสมาธิของพระเจ้าไม่ต้องไปนั่งหลับตาเอาไม่ต้องออกป่าออกเขาออกถ้ำแต่ถ้าผู้ใดมีบารมีดีแล้วจิตใจโตวิมุติแล้วจะพิจารณาในเวลาว่างๆอยู่ป่าพอดีเขาก็ดีทำคนดีคนใหม่ก็ดีลองฟังก็ดีไตร่ตรองตรวจตราดูดีๆในเวลาสงบสงัดอย่างนั้นไม่มีอะไรกวนนะเราจะไตร่ตรองได้ดีผู้มีแก่ตัววิมุติอยู่แท้แล้วเมื่อปัญญาตรวจสอบตนเองว่าตัวเองบริสุทธิ์มันก็บรรลุเท่านั้นเองแต่คนใดที่รู้ตัวอยู่ว่ารู้ก็รู้แล้วว่าเป็นอย่างนี้ตรวจเจอก็ตรวจแล้วตรวจอีกว่าเจโตเรายังไม่บรรลุหรอกเรายังติดอยู่อยากจะต้องฝึก ไปก็จงมาฝึกฝนกันเถิดไม่ต้องเป็นหลบอยู่ในป่าในเขาในถ้ำเพื่อที่จะไปนั่งเสพติดความสงัดแบบโล่งๆอีกมาสัมผัสมีสัมผัสเป็นปัจจัยและเรียนรู้ไปจริงๆเพราะเราต้องรู้ตัวว่าเราเจโตยังไม่วิมุตจิตมันยังเกิดสัมผัสก็ยังเป็นอดีตก็ยังระลึกถึงอนาคตยังมีการโหยหาอาวรณ์ซะอีกเรายังไม่ได้ละอนาคตเรายังไม่ได้หมดอดีตเลยเราปัจจุบันกระทบสัมผัสก็ยังสะดุ้งหวาดไหวอย่างกระเพื่อมอยู่ทีเดียวเราก็มาละล้างให้เป็นปัจจุบันลดละลงเป็นปัจจุบันนี่แหละแล้วเราจะรู้มันเดี๋ยวนี้สัมผัสเดี๋ยวนี้รู้เดี๋ยวนี้ดับสิ้นอยู่เดี๋ยวนี้อยู่เหนือมันเดี๋ยวนี้ไม่กระเพื่อมเดี๋ยวนี้เราจะรู้ได้อย่างแท้จริงและเราจะได้จบภารกิจ ไม่ต้องไปที่เล่นนักคำนวณนึกคำนวณคดีเอาเลยเราจะรู้ในปัจจุบันนั้นเทียวหรือแม้จะนึกคำนวณจะตรวจสอบทบทวนเราก็มีเวลาว่างพอใน 24 ชั่วโมงที่เราจะเป็นผู้ตรวจสอบให้แก่ตนเองโดยหลักเตวิชโชตามที่ได้เคยอธิบายให้ฟังแล้วและแนะนำวิธีการแล้วเราจะได้ทั้ง 2 ภาพการทบทวนไตร่ตรองรำลึกแม้เหตุแวดล้อมเล็กน้อยแล้วก็พอมันลึกล้ำลึกได้ตรวจสอบได้แม้ปัจจุบันที่จะปฏิบัติเป็นสติปัฏฐานหรือวิปัสสนาอันเป็นปัจจุบันนั่นเทียวเราก็จะทำได้สุดท้ายเราก็จะเป็นผู้ที่บรรลุพร้อมๆกันกับเป็นประโยชน์ตนได้แล้วก็เป็นประโยชน์ท่านไปในวาระเดียวกันเลยทีเดียว มึงเป็นคุณค่าอันสูงสุดว่าทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไม่ต้องใช้เวลา 2 เวลาไม่ต้องใช้ขณะ 2 ขณะแต่ในขณะเดียวนั้นเราได้ประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านไปพร้อมกันอันนี้จึงเป็นกำไรสูงสุดที่ทฤษฎีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านค้นพบเป็นของเลิศเป็นของเข้าใจยากเป็นของที่ยากสำหรับบุคคลไม่มีอินทรีย์พละจึงจะต้องเรียนรู้อย่างชัดแจ้งและกระทำไม่เข้าหาเป้าหมายนี้ผู้ใดยังอ่อนอินทรีย์อยู่ยังจะต้องรู้ไปว่ามาจะต้องออกป่าบ้างออกข่าวมาว่าสีบ้างก็เป็นไปตามอินทรีย์ของผู้นั้นผู้ใดมีอินทรีย์เพียงพอแล้วเข้าใจฐานะว่าศีลขนาดนี้เป็นของเราเราทำแค่นี้ได้มากมีฐานสูงขึ้นแล้วก็เพิ่มศีลขึ้นไปโดยไม่จำเป็นจะต้องออกป่าออกเขาออกถ้ำเลยทำตามพระพุทธเจ้า ศีลสมาธิปัญญากำหนดศีลตามขั้นตอนของเราไอ้ที่เกินแรงเราก็ระงับไว้อันที่พอเป็นไปเราทำไปเรื่อยๆเราจึงจะสร้างฐานเขยิบไปโดยไม่ต้องวูบวาบกลับไปกลับมาแต่เราก็ไม่ต้องดูถูกอรัญญวาสีคำว่าสีไม่ดูถูกคนเหล่านั้นเราก็จะอนุเคราะห์ไปตามตามธรรมผู้ใดเข้าใจทฤษฎีพระพุทธเจ้าอย่างสมบูรณ์ใช้สัมมารีมรรคองค์ 8 ปฏิบัติมีสติปัฏฐานเป็นปัจจุบันมีเทียวได้อยู่อย่างชัดแจ้งผู้นั้นปฏิบัติได้เป็นสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญาอย่างยิ่งแม้ที่สุดเมื่อเราบรรลุแล้วเราจะอยู่บนโลกทำงานให้แก่โลกเราก็จะไม่หลงระเริงกับการงาน ทำจนกระทั่งแรงจัดจ้านเราจะมีประมาณรู้ฐานะบุคคลรู้ฐานะกลุ่มหมู่รู้กาลเวลาประมาณได้อย่างดีแม้ตัวเราเองใหญ่แค่ไหนเก่งแค่ไหนถึงเวลาใหญ่หรือยังหรือยังไม่ใหญ่ก็จะประมาณอัตถะหรือว่ารู้ชั้นเชิงรู้แก่นสารที่จะประมาณการกระทำผิดทำการนั้นไปได้สมส่วนความเจริญก็จะเกิดขึ้นเกิดขึ้นเพราะอรหันต์ของพระพุทธเจ้าจึงขอยืนยันว่าคือคนขยันคือคนที่เป็นธรรมทายาทของพระพุทธเจ้าคือคนที่เป็นผู้สืบสานศาสนาของพระพุทธเจ้าต่อต่อและต่อไปได้นานเท่านานของทุกๆคนตามอายุขัยแต่ละคนแต่ละคน การสืบสานนี้ถ้าเป็นไปตรงตามที่กล่าวนี้แล้วศาสนาพระพุทธเจ้าจะยืนหยัดอยู่นิรันดร