250527-3-223 ทางเอกภาค3-ตอน223(18ส.ค.2519-หน้า437)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์51 KB
วันที่แก้ไข28 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ไม่มีอะไรที่ลงกันไม่ได้ไม่มีอะไรที่ร่วมกันไม่ได้ไม่มีอะไรที่เสมอกันไม่ได้เป็นความเสมอภาคที่บริสุทธิ์ยิ่งทีเดียวเป็นความเท่ากันที่บริสุทธิ์ยิ่งถ้าเป็นสภาวะของพระพุทธเจ้าถ้ามีใจสนิทที่จะเสมอหมดจิตของท่านไม่ขึ้นไม่ลงแต่ก็ยังเป็นหลักฐานนะถ้าจะเกิดมีในเวลาซ้อมพระองค์เป็นไปไม่ได้ที่จะมี 2 นี่มันจะเห็นได้ว่ามันยอดที่จะขัดแย้งหรือยอดที่ภาษาที่มันจะตีความกลับกันวนไปวนมาอย่างปวดหัวแล้วแต่ก็ให้มันอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติที่สุดหรือวิเศษที่สุดสะดุดสิ่งสิ่งเดียวด้วยความเข้าใจอันดียิ่ง สัจจานนท์โรมยานอันเป็นสภาพดีที่สุดแล้วก็มีความจบทำให้มันดีที่สุดให้เข้ากันได้ดีที่สุดโดยอนุโลมแค่ไหนก็แล้วแต่ผู้จะอนุโลมมากแล้วพูดจะอนุโลมให้แก่ผู้อื่นก็คือผู้ใหญ่ถ้าอยู่ในอาวาสเดียวกันสังวาสเดียวกันก็จะต้องผู้ใหญ่การอนุโลมให้แก่ผู้น้อยหน่อยแต่ก็ต้องมีทีท่าของความเก่งและต้องเป็นผู้ที่มีฤทธิ์แก่งในการที่จะต้องใช้แม้จะอนุโลมยอมยังไงก็ไม่ใช่ยอมให้ข่มหรือว่าให้เขากลืนเสียให้ผู้น้อยกลืนลงไปเป็นผู้น้อยให้ธรรมะอันสูงถูกธรรมะอันต่ำกลืนตัวทับถมเข้าไปหรือว่าทำลายไปก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นจะต้องเป็นแนวหนึ่งแม้จะพยายามอนุโลมในส่วนใดก็ตามก็ต้องรู้ว่าจุดนี้อนุโลมได้ อนุโลมไม่ได้ต้องดึงต้องแข็งขืนอยู่ก็จะต้องมีสภาพดังนี้ชื่อว่าผู้คนอัตตานุทิฏฐิเป็นที่สุดคือเป็นผู้หมวดการถือตัวยึดตนไม่ยึดราวถือเขาได้แล้วจริงๆหมดจิตโทรศัพท์สิ้นจิตโลภะกลายเป็นผู้รู้ความจริงละเอียดยิ่งแม้เศษทุเรียนขนาดอนุภาคใดปานใดที่จิตยังทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบันนั้นๆก็เห็นได้แท้รู้ในจิตตนที่มันยังมีงานหรือมันยังทำหน้าที่รู้นั้นได้แน่ๆจริงๆตามสมรรถภาพของจิตตามความเป็นจริงของพลังงาน ซึ่งมีสมรรถนะนั้นอยู่ไม่มีความเพ่งพุ่งมุ่งมุกวงเล็บอภิชชาอภิชาติหมายความตามรากศัพท์เด

อ่านต่อ

ิมว่าเผาเกินไปหรือไม่เกิดการเผาเอาเสียเลยอภิชาญไม่มีความเที่ยงพรุ่งนี้คือไม่มีอิทธิพลชาไม่เผาเกินไปหรือไม่หรือว่าไม่เกิดการเผาเอาเสียเลยก็ไม่ใช่ยิ่งไปกว่ารู้ยิ่งไปกว่าไม่รู้ไม่ใช่ยิ่งไปกว่ารู้และไม่ใช่ยิ่งกว่าไปกว่าไม่รู้หรือคือรู้มากไปจนเป็นลมไม่รู้มากไปจนเป็นทึบไม่พอเหมาะพอดีนั่นเองไม่ใช่อย่างนั้นอภิชา เป็นผู้ที่มีพร้อมไม่ใช่ 0 อย่างสนิทอ่ะแล้วก็ไม่ใช่เกิดอย่างพี่จนเกินไปพระในกับตัวเจริญอยู่แล้วพอสำเภาแล้วก็เจริญจนเป็นพิษตีตลกไปเป็น 33 ไม่มีอะไรจะหมดกลางคืนหมดแล้วสื่อความหมายที่สั้นที่สุดและแทนความไม่มีที่สุดนะมะอะอุเนี่ยนะก็แปลว่าความไม่แต่ไม่ยังมีแล้วนั้นน่ะสวนสาธารณะเกิดอุบัติเหตุก็แปลว่าเกิดหรือ มีขึ้นมาแต่ไม่เกิดเกิดมีสภาวะที่ดีขึ้นมาแล้วแต่ส่วนอุนั้นน่ะอะไรเกิดก็ได้กลางๆตรงกลางอะไรเกิดก็ได้เพิ่งเริ่มเป็นเริ่มมีคอร์ดไม่มีอภิชาก็คือไม่ไม่มีตัวที่แพงเกินไปหรือว่าเผาเกินไปไม่ล้นไม่รู้มากไปจนล้นไม่รู้มากไปจนเป็นทึบอ่ามันไม่พอเหมาะพอดีนั่นเองไม่มีไม่มีความเข้าใจผิดเลยไม่เบี้ยวนิดมวลหน่อยก็ไม่เหลืออยู่จริงๆในปัจจุบันนั้นในขณะที่เป็นธาตุรู้หรืออายตนะรู้จำนวนนั้นทำงานอยู่ว่ามัน ต้องการที่มีเราเป็นผู้รับเป็นผู้เอาเป็นผู้ได้ประสมอยู่ในนั้นอยู่หรือมันรู้รู้ว่าไม่มีความต้องการที่มีเราเป็นผู้รับเป็นผู้เอาเป็นพูดได้ประสมอยู่ในนั้นอยู่หรือวงเล็บซึ่งมันไม่มีจริงๆมันรู้ยิ่งแพงทะลุรอบถ้วนรู้ยาวรู้ไกลรู้ได้ทุกอย่างละเอียดจริงๆไม่ขี้โกงเลยแม้แต่เศษธุลีรู้ยังไม่ขี้โกงเลยแม้แต่เศรษฐกิจเขียนเติมนะอันนี้เติมนี่คือความเป็นยอดจิตไม่ต้องเขียนหรอกเพราะมันยาวเขียนก็ไม่ทันนี่คือความเป็นยอดจุดยอดปัญญาที่ทั้งรู้ยิ่งทั้งซื่อสัตย์บริสุทธิ์แท้เป็นสิ่งที่วัตถุไม่มีคุณภาพเหมือนสิ่งที่วัตถุไม่มีคุณภาพเหมือน มีอันนี้ไม่มีวัตถุใดในโลกจะมีคุณภาพเหมือนมันไม่ขี้โกงจริงๆนี้เป็นยอดเจ็ดยอดปัญญาทั้งรู้ทั้งซื่อสัตย์บริสุทธิ์แท้เป็นสิ่งที่วัตถุไม่มีคุณภาพเหมือนว่าอธิบายว่าแม้จะมีพลังงานจำนวนหนึ่งในคนวงเล็บคือเรานี่แหละคือเราเองนี่แหละแม้จะมีพลังงานจำนวนหนึ่งในคนทำงานอยู่ดำเนินบทบาทอยู่จะเรียกตามภาษาว่ามีความมุ่งหมายมีความปรารถนามีความจำนงหรือมีจิตต้องการวงเล็บภาษาบาลีเรียกว่าอิจฉาอยู่นั้นนั้นก็ตามก็เป็น เรียงเครื่องกลเครื่องนึงมันทำงานโดยจริงอยู่ตามสมรรถภาพของมันเองอย่างสุดฤทธิ์สุดความสามารถแห่งมันก็เท่านั้นก็เท่านั้นวงเล็บนี่คือความเป็นยอดวัตถุที่ทั้งดำเนินแรงคนไปได้อยู่เต็มตามประสิทธิภาพของมันทั้งไม่มีทุกข์และไม่มีห่วงแม้สุขซึ่งเป็นคุณภาพที่จิตคนธรรมดาธรรมดาจะไม่มีเหมือนจะเป็นสภาพวัตถุก็เหมือนอย่างนี้แหละเป็นเครื่องกลเป็นยอดวัตถุที่มันทำด้วยแรงคนที่เต็มตามประสิทธิภาพของมันจริงๆไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่มีห่วงไม่มีอะไร เหมือนจิตเหมือนคุณภาพของจิตคนธรรมดาจะไม่มีเหมือนเลยมันไม่ได้ทำงานเพื่อความยินดีของตนเองวงเล็บอยากกล่าวไปถึงความยินร้ายเลยนะมันไม่ได้ทำงานเพื่อความยินดีของตนเองเราไปผูกก็ยินดีคือมีจิตอย่างนึงอ่ะที่เรียกว่าแหมรักชอบปรารถนาใคร่เต็มตื้นกุ้งแห้งที่จะทำยินดีปรีดามากมายคำว่ายินดีเนี่ยมันมีเชิงโน้มไปในภาษามันเดี๋ยวนี้คำว่ายินดีภาษาไทยมีเชิงลบไปในทางชอบจัดไปแล้วจริงๆยินดีน่ะมันเป็นสภาวะแค่มันก็เห็นดีแล้วมันก็รู้มันแค่เห็นแค่รู้ว่ามันรู้ว่าดีมันเป็นการใช้ภาษาอีกอันนึงมาใช้จน น้ำหนักของภาษานี่มันสื่อความหมายไปในทางยินดีนี่ไม่เท่ากันก็เห็นดีซะแล้วหรือไม่เท่ากับคำว่ารู้ดีซะแล้วมันมีน้ำหนักของจิตกินนมชอบน้อมยึดโน้มเกาะนกจะต้องใฝ่หามาให้แก่ตนมันมากเกินไปซะแล้วโดยประสานให้ดีนะเดี๋ยวนี้ยินดีมันมีมันมีมันมีนิยามอย่างนั้นน่ะมันมีความหมายอย่างนั้นน่ะใช่ป่ะมันผิดกันก็เห็นดีหรือรู้ดีเราใช้คำว่ารู้ดีหรือเห็นดีนี่นามันคือการใช้สื่อภาษาคำความทวารทั้งหลายนี่แหละที่ยิ่งไปใช้ทวารจ่ายแล้วรู้ดีมันก็ไม่มีอะไรมากเห็นดีเอามาใช้รัฐบาลปลาก็ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ถ้าบอกว่ายินดีและแรงรู้ว่ามันคือความหมายอะไรยินดีมันจะต้องรู้สึกว่าใจมัน มันมีเชิงชอบขึ้นไปตั้งเยอะเพราะฉะนั้นคนที่ทำงานอย่างนี้มันรู้ดีทำงานด้วยความรู้ดีมันไม่ได้ทำงานเพื่อความยินดีของตนเองเพราะงั้นจะกล่าวไปยายถึงความยินร้ายเลยนะมันไม่ได้ทำงานเพื่อมันจะได้รับผลสุกเพื่อมันเพื่อมันจะได้เปรียบคนอื่นด้วยกลวิธีลึกซึ้งลึกซ้อนแฝงซ่อนอยู่อย่างใดก็ไม่มีจริงๆยิ่งกว่ามันจะได้รับผลอะไรมาตอบแทนเป็นสรรเสริญเป็นยศเป็นลาภทางอารมณ์อย่างไรอย่างไรหรือลาภทางวัตถุใดๆนั้นยิ่งหยาบก็สุขจึงยิ่งไม่ต้องกราบก็ได้วงเล็บนี่คือความไม่มีสภาพเป็นจิตนิยมนี่คือความไม่มีสภาพเป็นจิตนิยมเหลืออยู่เลยอย่าง สูงสุดและยิ่งวัตถุนิยมก็ยิ่งไม่ไม่เป็นแน่ๆเพราะไม่เพื่อความแลกเปลี่ยนใดๆทั้งไม่เอียงเอนไปเห็นแต่ว่าวัตถุสำคัญกว่าจิตด้วยขนาดกูเหลือจิตยังป่านนี้แล้วก็ไม่มีอะไรเสพอยู่ในจุดนี้เรียกว่าหมดจิตนิยมคนพูดทำงานอยู่ดังนี้เรียกว่าผู้พ้นมิจฉาทิฏฐิแท้ๆหมดสิ้นมิจฉาทิฐิละเอียดสูงสุดจริงๆรู้แจ้งในมิจฉาทิฏฐิจนเป็นปัจจุบันสุดท้ายได้จึงถูกตัวแทนเพราะฉะนั้นพอแตะปั๊บก็สัมผัสเข้ามาในโลกปั๊บไม่มีมิจฉาทิฐิทุกตัวมีความต้องการแต่ไม่ได้สะสมความต้องการ ไม่หลงยินไม่หลงยึดมั่นถือมั่นไม่หลงยึดมั่นถือมั่นในความต้องการนั้นมีความต้องการนั้นเดิมเป็นอะไรก็ไม่รู้ไม่หลงยึดมั่นถือมั่นในความต้องการนั้นไอ้ตัวนั้นน่ะมันคืออะไรไม่รู้นั้นใช่ไหมอ๋อต้องการนั้นจนกลายเป็นผู้ไม่เข้าใจตามเหตุปัจจัยก็ไม่ใช่จนกลายเป็นผู้ไม่เข้าใจตามเหตุปัจจัยก็ไม่ใช่เห็นผู้รู้ถึงเหตุซึ่งปัจจัยจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มีอริยสัจมีทุกอริยสัจมีสมุทัยอริยสัจมีนิโรธรับรู้หมดรู้วางรู้มีมรรคเป็นองค์ 8 อยู่นะไม่เป็นไปอย่างคน หมดทุกอย่างชาวโลกหมดทุกข์นิโรธทักทายไม่มีปฏิปทาทุกอย่างชาวโลกอยากได้อยากเป็นอยากมีอยากได้เสพรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแล้วเขาไม่ได้ก็ทุกข์คนผู้นี้หมดทุกข์นิโรธทักหาไม่มีปฏิปทาปฏิปทาอย่างชาวคามะบุคคลทั้งหลายแหล่อย่างชาวกามินีบุคคลอย่างชาวโลกชาวบ้านทุกวันทุกข์นิโรธแล้วดับแล้วสิ่งทุกอย่างนั้นทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาแต่ท่านก็รู้ในทุกข์สิ่งที่ทนอยู่ตามขันธ์ตามอำนาจของความเป็นจริงตามความเป็นจริงฟังให้สุดอันดับทุกอย่างที่ชาวโลกเขาปรารถนาต้องการหมดแล้วจึงเรียกว่าทุกข์นี้ปฏิบัติธรรม ทุกข์นิโรธรู้นิโรธที่ถูกต้องไม่ใช่เป็นนิโรธเอาจนกระทั่งไม่มีจิตไม่มีตัวฆ่าตัวตายถ้าอย่างนั้นศาสนาพุทธเห็นจะเป็นทีว่าพอมันรู้สึกยอดแล้วหมดทุกข์แล้วพ้นทุกข์ได้แล้วต้องฆ่าตัวตายไปทันทีตามเพราะถ้าเหลือคันอยู่มันก็ต้องมีสิ่งที่จะต้องสัมผัสจะต้องมีตัวนั้นตัวนี้มันจะต้องมีรูปขันนามขันตัวรู้มันจะต้องมีทุกข์เป็นอริยสัจอยู่ธรรมดาเกิดมีแก่มีเจ็บมีตายมีหรือแม้แต่การเป็นไปอยู่ก็ต้องมีเหตุการณ์กรุงตามฐานะควรปรุงมันต้องมีแน่ๆแน่ๆนอนๆปฏิเสธมันไม่ได้ศาสนาพุทธจึงไม่ใช่ศาสนาแห่งการมาฆ่าตัวตายเพราะรู้แจ้งเห็นจริงเลยว่าอ๋อจริงๆนั่นแหละ ก็ไม่รู้หูก็ไม่ได้ยินจมูกก็มีได้กลิ่นกินอย่างนี้เคยจำได้ว่าอย่างนี้เขาเรียกว่าเหม็นเขาไม่ชอบกันในโลกแล้วก็เออถ้าจำเป็นจะต้องดมก็ดมมันซะในโลกก็จบมันไปเฉยๆไม่เป็นอะไรถ้ามันมีพิษมีภัยแรงโอ้โหถ้าโดนไปอีก 5 นาที 10 นาทีแล้วอีกปีนึงจะตายนะถ้าทำอย่างนี้อีกปีนึงจะตายแล้วก็หนีไปถ้าเราคิดว่ามันยังไม่ควรตายถ้ามันจะตายเราก็ไม่แคร์ก็ดมมันไปเห็นมันไปสัมผัสมันอยู่แต่ก็ไม่ควรจะแกล้งตัวเองให้ตายรู้อยู่ว่าจะลงไปแล้วนี่อีกนาทีนึงตายอีก 2 นาทีตายแล้วนี่สัมผัสไปกี่นาทีตาย 2 นาทีตายสัมผัสมันไว้เดี๋ยวเราก็ ก็ไม่มีจิตอย่างนั้นรู้อยู่ว่าเราจะฆ่าตัวตายโดยที่เราเจตนารู้อยู่ว่านี่เป็นเครื่องประกอบที่จะทำให้ตัวตายแล้วก็ไม่ได้ทำไม่ได้เป็นอย่างนั้นแต่เป็นตามเหตุปัจจัยอันเหมาะสมของมันเป็นไปจำเป็นจำยอมหรือว่ามันเป็นอย่างนั้นแหละตามสุดท้ายสุดที่มันก็ได้เท่านี้ก็ได้เท่านี้เป็นอยู่อย่างนี้ก็เป็นอยู่อย่างนี้เท่านั้นเองเราก็มีบทบาทเท่านั้นเองมีสิ่งเท่านั้นเองอย่างนั้นเองไม่ประหลาดอะไรพวกนี้พวกมิจฉาทิฐิอย่างแท้จริงรู้ในปัจจุบันทุกปัจจุบันไม่คิดผิดมีเจตจำนงที่รู้ 7 จำนงเรียกว่ามะบอกอิฉันจิตที่เป็น 7 จำนองหรือเป็นไปในทางที่ดีทางร้ายทุกปัจจุบัน กลางมีเจตจำนงไปเอาไม่นึกอะไรก็อยู่เฉยๆถ้านึกอะไรมีเจตจำนงขึ้นมามีมะบอกอิจฉาจิตที่มีเจตจำนงมีเป้าหมายขึ้นมามีต้องการขึ้นมาก็ต้องดีมีตัวรู้ที่กำกับไปเสมอทุกทิฐิทุกปัจจุบันจึงเรียกว่าเป็นผู้ค้นมิจฉาทิฏฐิที่เอาคำว่ามิจฉาทิฏฐิมาหมายเอาว่าเลวมีชาร์จจริงๆว่าไม้เอาไว้เร็วรู้ในเลวนั้นและตัวเองจิตของตัวเองนี่มะของตัวเองนี่แหละมีอิจฉาหรือมีอิจฉาว่าจรมีเจตจำนงต้องผลักเบนไปในทางดีเสมอคนมันจะถูกปากแบนไปในทางที่ไม่ดีเสมอแต่ท่านองค์นี้ผู้นี้ผู้บรรลุชุดนี้มีปัจจุบันทุกปัจจุบันสัมผัสทำความเจ็บ มีความต้องการที่เป็นไปในทางที่ดีมีความต้องการแต่ในไม่ได้สะสมความต้องการไม่หลงยึดมั่นถือมั่นในความต้องการจนกลายเป็นผู้ไม่เข้าใจตามเหตุปัจจัยก็ไม่ใช่ไม่หลงผลของงานที่เกิดจากความต้องการนั้นๆดังนี้อิจฉาวรมีความต้องการไม่ได้สะสมความต้องการมีผลของงานที่เกิดจากความต้องการนั้นๆไม่สะสมผลของงานที่เกิดจากความต้องการนั้นๆมามัวเมาเฝ้าเสพเป็นสุขไม่ดีใจไม่เสียใจในผลงานที่เกิดจากความต้องการอันบริสุทธิ์นั้นๆเรียกว่าเป็นผู้มีอิจฉาทำงานอยู่ที่มะวงเล็บจิตหรือถ่ายรูปมาตอนนี้อิจฉาทำงาน หิมะในปัจจุบันนั้นๆในขณะนั้นๆเท่านั้นแล้วจบในตัวมันเองที่ไม่อิจฉามีจิตรู้มีจิตต้องการก็รู้ต้องการหรือมีเจตจำนงก็รู้เจตจำนงกลางๆอย่างนั้นแล้วก็ทำงานอย่างนั้นแล้วก็โน้มน้าวไปในทางดีพอจะเห็นได้ว่าคำว่าอิจฉานี่มันหมายความเอาดีด้วยซ้ำไปแต่คนทุกวันนี้มันเมืองไทยเนี่ยโดยเฉพาะคนไทยหน่อยฝรั่งก็คงไม่หรอกเพราะเขาคงไม่ใช้คำว่าอิจฉาหรอกคงจะอธิบายกันง่ายหน่อยถ้าฝรั่งคงจะเป็นอาตมาว่าอาตมาก็ไม่รู้เขาใช้คำว่าอิจฉาไปแต่คงไม่ใช่ภาษาคำว่าอิจฉาเขาก็ไม่มีแต่ภาษาไทยมันมีคำว่าอิจฉาแล้วมันก็มีสื่อความหมายไปในเชิงนี้ไปเชิงเลวแต่ถ้าจริงมันไม่น่ะทางดีด้วยมันกลับตาลปัตรมึงกลับกัน หลายๆอย่างมากมายภาษาไทยเนี่ยมันกลับตาลปัตรกันเยอะเพราะผู้ที่มีอิจฉาทำงานอยู่ที่มะในปัจจุบันนั้นๆในขณะนั้นเท่านั้นแล้วก็จบในตัวมันเองจึงเป็นผู้ที่มีสิ่งมีชีวิตเรียกว่ามิจฉาทิฏฐิมีอยู่โดยปกติเพราะท่านรู้ตัวมิจฉาทิฏฐิตัวรู้จิตรู้จิตใจจำนงรู้ความต้องการในปัจจุบันทุกๆปัจจุบันอยู่แล้วแล้วก็ไม่ให้มันไปเร็วมีแต่มะม่วงทิฐิกล่าวคือมีธาตุรู้หรือจะเรียกว่ามีอายตนะรู้ก็เข้าใจให้ได้ว่ามันหมายถึงความรู้ที่รู้เก่งได้ทั้งหยาบไปตลอดถึงแม้ธุลี ละเอียดสุดคุ้มขึ้นไปอีกอันเป็นสภาวะธรรมที่ใช้บัญญัติสมมุติขึ้นเรียกสมมุติขึ้นเขียนแทนไว้คือมันมีธาตุมันดูยิ่งรู้ละเอียดรู้เก่งอยู่อย่างนั้นน่ะกับความมีทิศทางของพลังงานจิตมันมีทิศทางความมีทิศทางไปทิศทางมาของพลังงานจิตครับความมีทิศทางของพลังงานความมีสมรรถภาพของพลังงานจิตที่มันทำงานเข้ามันก็จะมีอำนาจมีแรงเคลื่อนมีบทบาทก่อบทบาทประกอบอะไรอะไรขึ้นมาได้ตามฤทธิ์แรงและมุ่งไปตามแรงประกอบนั้นๆก้าวไปก้าวไปก้าวไปมันดำเนินอยู่มันเป็นคนจะรัก เป็นตัวแกนเป็นตัวตั้งอิจฉาเป็นตัวจอนมักเป็นกลิตเตอร์มะเป็นกะหรี่ตัดมันเป็นตัวรู้เป็นยางก็ได้มาดูนิ่งอยู่อย่างนั้นน่ะรู้ไม่เคลื่อนแต่อิจฉานี่มันเป็นตัวเคลื่อนเป็นตัวโคจรอิจฉาว่าจอห์นอิจฉาเดินแล้วมันก็ทำงานไปมีทิศมุ่งมีทางเดินมีทางไปมันเป็นสภาวะธรรมที่ใช้บัญญัติอิจฉานี้สมมติขึ้นแทนสมมุติขึ้นเรียกสมมุติขึ้นมาแทนไว้อ่านี่มะอิจฉาเลยนะแล้วก็อิจฉาก็ได้และความปรากฏอยู่เดี๋ยวนั้นตัวเองนั่นแหละรู้เห็นเข้าใจตามภูมิพลผู้นั้นผู้นั้นความมีสภาพ ขึ้นในขณะนั้นขณะนั้นที่เราเรียกขานกันว่าปัจจุบันนั่นแหละแล้วตนเองก็มีฤทธิ์แรงตามนั้นอันเป็นสภาวะธรรมที่ใช้บัญญัติทิฐินี้สมมุติขึ้นเรียกสมมุติขึ้นแทนไว้ความปรากฏอยู่นั่นความเป็นสภาพอันนั้นอยู่อย่างนั้นน่ะเห็นเข้าใจอยู่อย่างนั้นมีสภาพขึ้นให้เรียกให้ขาดว่าเป็นในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วตนเองก็ไม่ได้มีแรงในนั้นตามนั้นจริงๆเป็นสภาวะธรรมที่ตนเข้าใจรู้เห็นอยู่อีกทีหนึ่งซับซ้อนออกไปนอกจากว่ามะมันก็เป็นตัวรู้อยู่แล้วเพื่อนมันก็เคลื่อนไอ้ตัวนี้ก็เคลื่อนอยู่แล้วทิฐิก็ยังเป็นปัจจุบันทันทีกำหนดกาลเวลาลงไปด้วยแล้วก็เป็นสภาพที่ซ้อนออกไปด้วยว่ามันมีหางมีหัวอะไรที่ดีหรือไม่ดีอะไรรู้เข้าใจจริงๆที่เรียกว่าความ ใจมันเข้าใจหรือมันมีใจที่แน่นอนลงความแล้วก็หมายความสั้นๆว่ามธุอิจฉาการทำงานของธาตุรู้ซึ่งยังมีบทบาทและมีจุดมุ่งมีจุดมุ่งมีทิศทางทิฐิตนเองก็เป็นไปตามฤทธิ์แรงของธาตุรู้ที่ตนยึดอยู่เดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามนั้นอามีแม่อยู่แต่เพียงว่าธาตุรู้นั้นมันรู้ถูกจริงๆแท้ๆถึงที่สุดมีข้อแม้ว่าดูถูกดูถูกเหมาะสมที่สุดกับเหตุปัจจัยทั้งหลายแล้วกับเหตุปัจจัยทั้งหลายทั้งปวงแล้วหรือยังเหมาะสมที่สุดกับเหตุปัจจัยทั้งหลายแล้วทั้งปวงแล้วหรือยังฟังดีๆนะตอนนี้ต้องขอต่อนิดหน่อยต้องเร็วนิดนึง ก็จงเรียนรู้เพิ่มฟังให้ดูขอดูให้ดีนะมันรู้จิตอย่างนี้กำลังดำเนินปัจจุบันนี้อยู่ต่อไปอยู่ทีเดียวรู้ชัดรู้จริงรู้ต้องรู้ได้เลยว่ามันดีหรือยังถ้ายังก็จะเรียนรู้เพิ่มพากเพียรเพิ่มพิสูจน์เพิ่มเข้าให้รู้ถูกจริงๆแล้วทำลงทำให้ลงตัวถ้ายังมีตัวที่ยังไม่ดีแท้ผสมอยู่ก็จงรู้เพิ่มว่ามันควรจะแก้อย่างนี้มันควรจะเป็นอย่างนี้ทำให้ได้เด็ดขาดเพื่อจะได้เป็นสมุดเขตหรือเป็นอภินิหารนี้ได้แล้วก็จงทำต่อไปเถิดถ้าไม่ได้แล้วก็จะทำต่อไปเถอะคือเรารู้จิตของเรานี้ว่ามีอะไรที่แก้ไหมมีอะไรต้องแก้มั้ยถ้าต้องแก้ ตลาดเรารู้อยู่ว่าอ๋อจิตของเรามีสิ่งที่ต้องแก้มีสิ่งที่ต้องเพิ่มจงเรียนรู้เพิ่มนิสิตจะต้องพิสูจน์อีกมีสิ่งที่จะรู้ถูกอีกที่จะต้องแก้จึงเรียกการกระทำนี้ว่าอ่ะไม่ใช่ทำให้ได้เด็ดขาดให้เป็นอย่างที่ว่านี้ให้ได้อันดับที่หาให้ได้และจงกระทำต่อไปไม่รู้แต่ต้องแก้ที่สำคัญตรงนี้คือมันยังอ่ะแต่ต้องแก้จึงเรียกการกระทำนี้ว่าเป็นมิจฉาทิฐิเพราะมันยังไม่บริบูรณ์น่ะเพราะมันยังไม่บริบูรณ์จึงเรียกว่ามิจฉาทิฏฐิแต่เมื่อรู้แทนได้รู้ถูกได้ชัดเท่านั้นก็เริ่มนับว่าคนมิจฉาทิฐิ ถ้ายังจะต้องแก้อยู่นั่นแหละมิจฉาทิฐิถ้ารู้จริงแล้วว่าไม่ต้องแก้ก็เป็นการรู้ของตัวมันรู้มันเองเป็นมะบอกอัดช้าก็อิจฉาบอกทิศผิดนั้นเท่านั้นเองโดยตัวของมันเองก็ไม่ต้องแก้ก็ดำเนินต่อไปเธอก็ดำเนินต่อไปเถอะแต่ถ้าแก้ยังจะต้องแก้นะยังมีผิดอยู่นิดนึงอ้าวยังมีมิจฉาทิฐิหน่อยๆเพราะฉะนั้นความหมายของวิชาที่ผิดเนี่ยมันรู้จะพ้นก็ต้องไม่รู้แท้ไม่รู้ว่ามีแก้ก็เรียกว่ายังผิดก็จะต้องทำ ถ้ามันไม่มีแก้มันก็รู้แล้วมันก็ปล่อยไปเลยได้เท่านั้นก็เริ่มพ้นมิจฉาทิฐิขั้นต้นได้แล้วและรู้ที่ที่จะแก้แล้วมันรู้รู้ขั้นต้นขั้นตอเลยจุดต้นจุดต่อนี่เลยว่ามนุษย์ปลุกพังฉันขั้นต้นขั้นตอนขอดูที่ที่จะแก้แล้วและจะยังต้องมีการกระทำมีธาตุรู้มีทิศทางเดินมีทิศทางเดินไปหรือมีความมุ่งมั่นปรารถนาให้เดินไปทางนั้นทางนั้นอยู่และต้องกระทำอยู่ จึงจะคือมะบอกอิจฉาบอกทิศทิศมันแปลว่าจงให้มีจิตต้องการและรู้ว่าจะเริ่มเกิดขึ้นมามันก็ต้องการถ้าไม่ต้องการเกิดแล้วมันก็ตายอยู่เกิดแล้วมันก็ตายอยู่ก็เป็นคนหยุดอยู่เฉยๆหยุดๆๆๆเท่านั้นเองมันจะกลายเป็นคนจิตหยุดๆๆแล้วก็ไม่รับรู้รับรู้ก็เฉยอยู่ตรงนั้นเองมันก็ไม่มีอะไรจิตมันก็จะต้องมีความต้องการนิดนึงขึ้นมานั่นแหละดีเจจำนองมีแกจะเสร็จอันแปลว่าจงไม่มีจิตต้องการและรู้ในความต้องการที่ดีที่ถูกจริง รู้ด้วยความที่ดีที่ถูกจริงทั้งให้มีการกระทำเพิ่มความดีนั้นๆอยู่เสมอๆอย่าให้หยุดลงได้ง่ายๆให้มันมีอยู่ทุกๆขณะเสมอจนที่สุดถึงขั้นแก้ได้แล้วให้ได้เนื่องจากมีการรู้เห็นแท้เป็นญาณทัศนะเสียก่อนแล้วข้อใดรู้อยู่เห็นอยู่ในทุกๆปัจจุบันในตนในส่วนที่จะต้องแก้ปวดและเกิดทักษะการรู้อยู่เห็นอยู่เห็นอยู่ที่เดียวว่าจิตของเราตัวนี้จะต้องแก้และได้ระมัดระวังตนอยู่เสมอๆที่จะให้ดีขึ้นดีขึ้นเรียกว่าสังวราทัศนาได้เห็นจิตตัวเองอยู่ว่าที่จะต้องแก้เพราะฉะนั้นผู้ใดที่เข้าในสูตรที่กำลังพากเพียรปฏิบัติอยู่จะต้องมีทัศนาให้เห็นอยู่ว่า ผู้ติดตัวที่เราต้องการได้ระมัดระวังตนอยู่เสมอๆให้อยากให้ตนดีขึ้นดีขึ้นในวันสังวราได้พิจารณาแล้วแท้ทุกเที่ยวทุกขณะจึงทำอย่างนั้นจึงรับอย่างนั้นและก็ทำแล้วทำเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อีกอยู่นั่นเองเรียกว่าปฏิเสธวนาได้ฝืนทำได้ทนทำในภาคเรียนอุตสาหะอยู่ตลอดจึงเกิดผลขยับขึ้นขยับขึ้นไปสู่ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเรียกว่าอาทิตย์วาสนาได้ภาพเพียรทำจริงจนมีมากพอจนถึงเขตที่เรียกว่าครบจนเกิดอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นได้โดยรู้สึกไม่ลำบากผ่อนรถการชนลง ความฝืนรถลงแล้วจนรู้ชัดเรียกว่าปฏิวัติชนาได้ทำจริงมีจริงให้แก่ตนแล้วในการขับไล่สิ่งที่ควรขับออกไปเลิกสิ่งที่ควรเลิกทำตนให้เป็นอย่างใหม่มีอย่างใหม่ที่ดีกว่าเก่าง่ายกว่าเก่ามีสาระกว่าเก่าเป็นสัจจะแท้กว่าเก่าและทำได้โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากโดยบรรเทาฝืนบรรเทาทนลงไปลงไปจริงๆแล้วมันทำได้โดยไม่หนักหนาทำได้โดยง่ายเป็นอย่างนั้นได้โดยไม่ลำบากจริงๆนี่มีหนูนาโดยมีสภาพนั้นแล้วอย่างแท้เป็นสภาพนั้นแล้วโดยปกติเป็นได้เหมือนอย่างมันเป็นเองมีเองเกิดผลตามที่เรามุ่งหมายปรารถนามา ต้นจนบัดนี้ครบถ้วนบริบูรณ์กระทั่งแม้แต่เราไม่ต้องการสังวรไม่ได้พยายามฝืนทนตั้งใจมันก็เกิดได้เป็นได้ของมันเองเป็นปกติได้แล้วแต่ก็ภาวนาอันนี้อธิบายกับภาวะชัดๆขึ้นมาให้ดูให้ดีอีกทีถ้าเกิดสภาวะคำอธิบายของตัวมันเองไม่อาจทำเราไปพิจารณาเอาเองก็อ่านซ้ำก็ไปทำเผื่อมันเป็นคำคาถาแล้วไม่ดีอันนี้เอาไปอ่านกันเองครับอ่านแล้วก็ทำความเข้าใจกับคนนั้นก็จบของมันเป็นยังไงและตัวแทนลงไปแท้ๆเข้ามาเพื่ออะไรเมื่อเป็นได้แล้วออกป่านนี้ก็มันก็คือสมปรารถนาสมที่ต้องการสมปรารถนาสิ่งที่ต้องการแต่ แม้ไม่ต้องการมันก็จะได้จะเป็นอยู่อย่างนั้นอย่างนั้นแน่ๆจึงไม่ต้องไปปรารถนามันอีกไม่ต้องไม่ต้องการมันอีกก็ได้แล้วแต่มันก็เป็นความบริบูรณ์ของสิ่งของสิ่งของเรื่องที่เราได้ต้องการได้มุ่งมั่นและมุ่งมาดมาก่อนแล้ววงเล็บอิจฉาเราได้ต้องการอะไรเราต้องการจุดจบอย่างนี้เราต้องการจุดที่เป็นจริงอย่างนี้ของจิตเราได้แล้วเป็นแล้วจงเป็นอัตโนมัติจนไม่ต้องอยากได้ไม่ต้องสังวรไม่ต้องฝืนทนไม่ต้องตั้งใจมันก็เป็นเองมีเองอยู่แล้วสมปรารถนาคนที่ต้องการแล้วไม่ต้องการมันก็ได้มันก็เป็นอยู่แล้วยังไม่ต้องไปปรารถนามันอีกไม่ต้องไปเป็นอีกแต่มันก็เป็นความบริบูรณ์ของสิ่งของเรื่องที่เราต้องการอยู่แล้วบัดนี้ได้ตั้งมั่นลงที่เกาะฐานเป็นเชื้อเกิดแท้ลง กระทั่งมีอยู่เสมอๆทุกปัจจุบันของเราจะต้องการอธิษฐานของเราจะต้องการคือมันจะเจตนาให้มันเกิดให้มันก่อเป็นกายกรรมเป็นวจีกรรมก็ทำได้ทันทีทุกครั้งทุกขณะไม่มีอะไรมากั้นมาขวางได้ในวันที่ 4 เรียกในภาษาเรียกในบาลีสุดท้ายว่าการเขียนเชิงเรียกในบาลีสุดท้ายว่าจะบวกมะเท่ากับผสมวงเล็บประกอบพร้อมไปด้วยมะแปลเป็นไทยกับมรรคมีแต่ประกอบพร้อมไปด้วยไหมครับแปลว่าประกอบพร้อมประกอบพร้อมไปด้วยมะเร็งที่ให้เขียนว่าเรียนในเรียก บาลีสุดท้ายว่าจะบวกมะเท่ากับสมัครหรือเท่ากับ 2 เรียกในมาลีสุดท้ายว่าสระบอกมาเท่ากับสมวงเล็บประกอบพร้อมไปด้วยมะมะตัวนี้ในเครื่องหมายคำพูดจึงเรียกความบริบูรณ์นี้ว่าสัมมาทิฏฐิจิตเป็นอย่างนี้แล้วจึงเรียกว่าสัมมาทิฏฐิที่จริงมิจฉาทิฏฐินั่นแหละตัวที่รู้จริงเห็นสิ่งของตัวโปรแกรมเป็นบัญญัติใหม่ขึ้นมาอีกคำนึงขึ้นมาอีกคำที่คำ มาอีกครั้ง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน