250527-3-229 ทางเอกภาค3-ตอน229(12ก.ย.2519-หน้า508)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ005.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้ตอนเช้าของวันที่ 12 กันยายนพุทธศักราช 2519 จากนี้ไปเพราะท่านผู้บริรักษ์ได้บรรยายธรรมะในทางอื่นต่อมาทำวัดกันครั้งหนึ่งเรียนมาเจอกันเพิ่มเติมสิ่งที่ควรจะได้คิดชั่วระยะที่บางทีเราก็คิดเราก็รู้ตามประสาเราคนทุกคนก็รู้ตามประสาตนและก็กระทำตามที่ตนเองจะยึดติดใจมันพอใจมันจะพาให้เราเป็นไปตามที่ใจของเราเข้าใจแล้วก็คิดว่าจะต้องเอาอย่างนั้นจะต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องให้ได้อย่างนั้นดั่งที่ใจเรานั่นน่ะเข้าใจบางทีก็เข้าใจดีอยู่หรอกอย่างหนึ่งแต่บางทีมันก็จะต้องเป็นตามใจที่เราเคยเราเคยยึดไปกล่าวเราเคยเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นมากล่าวมาถึงต้องทำกันทั้งสองจังหวะต้องรู้แล้วก็ต้องทำให้เป็นให้ได้กินจนเกิดความปกติจนตายในใจมันไม่ดึงไม่ถ่วงไม่อะไรก็อะไรเลยปล่อยวางได้อย่างสนิทฝั่งโน้นฝั่งนี้ยึดไปนอนวิตามินถ้าจะมาเอาตรงไหนก็เป็นปัจจุบันตรงนั้นเอาอันนั้นแล้วก็เป็นอย่างนั้นแล้วก็ไม่อึดอัดขัดเคืองในสิ่งนั้นแทนใจไม่เบื่อแม่ก็เอาอะไรอยู่ได้โดยสบายใจแท้จริงไม่ได้วันอาทิตย์เป็นกลาง ไม่เป็นปัจจุบันที่ไม่เป็นตามที่เราเห็นแล้วก็เราก็ไม่มั่นใจทุกอย่างมันไม่ยุติธรรมอันไหนไว้ไม่ใช่มันมานี่มันก็ไปยึดอำนาจให้มันทำไอ้นี่มันก็ยังมีสิทธิอันหนึ่งที่กล่าวไว้ว่ามันไม่ควรทำถ้ามันไม่มีอะไรถ่วงอย่างนั้นแล้วก็สบายสำหรับบุคคลทุกคนไม่ได้ตามที่ได้รับรองไอ้ทดสอบขึ้นมาเรื่อยๆผมเองผมก็ทำไม่มีอะไรก็ทำประโยชน์เราคิดว่าคุณทำประโยชน์เหตุการณ์งานเป็นกรรมมันโตเกิดที่สุดเพราะสิ่งที่เป็นที่สุดคือชีวิตคนเราเมื่อมันเป็นที่สุดแล้วมันก็ไม่มีอะไรอื่นหรอกมีกรรมมันโตเป็นนักอารยธรรมหรือว่าเป็นผลสุดท้ายของ มันอยู่ตรงนั้นแหละมันยังมีรูปขันน้ำขันมันก็เป็นไปเพื่อการงานมีการพักการเรียนพระพุทธเจ้าก็มีการพรรคการเมืองหรือเราไม่ทักเราไม่เขียนแล้วก็เป็นเรื่อ
อ่านต่อ
งสุดท้ายใครมีอายุอยู่กับการที่จะหมดสิ่งเหล่านั้นไปไม่รู้จักพอรู้จักอยู่ในใจของเรานั้นน่ะมันก็พอทั้งนั้นน่ะเพราะเราพอเราเข้าใจอยู่แล้วว่าสังเคราะห์ไว้ด้วยปัจจัย 4 แล้วนอกนั้นก็เป็นส่วนประกอบที่เราจะเอามาร่วมทำงานเป็นประโยชน์ผู้อื่นธรรมดาก็เป็นประโยชน์ผู้อื่นมันยังไม่ตายแล้วตายแล้วเหมือนจะยังอะไรก็ตามแต่ที่มัน แล้วก็ควรจะเป็นประโยชน์ที่เหลือได้จะเป็นปุ๋ยได้ก็เอามันจะเป็นปุ๋ยถ้าเราไม่ค่อยจะสลายตัวมันกลายเป็นที่สุดจะคล้ายอย่างนั้นน่ะเพราะเราเป็นคนเรามาสะสมลาภยศสรรเสริญสุขตามที่เราเคยหลงมาไม่รู้กี่มานับชาติและเราก็จนกระทั่งเราเข้าใจอย่างแน่แท้ไม่สงสัยเลยแล้วเราก็ไม่ริษยาใครอีกแล้วแม้แต่สุขอย่างโลกียะรสที่เขาเองเขาหลงกันต้องแสวงหาต้องเหน็ดเหนื่อยหนักหนาอะไรแล้วก็ไม่แล้วมันก็อยู่นิ่งๆอยู่ได้สบายๆวันๆนึงก็ไม่เคยไม่แสวงหาอะไรจะเอารถอะไรมาส่งไม่สามารถลดอะไรมันเสียเราไม่จิตใจของเราเองแล้วก็ไม่มีครบมีค่าไม่มีตัวอะไรที่ยังไปยึดว่าเราจะต้องเอาอันนั้นมาให้แต่เราคิดเอาฟันเอา เอานิสิตแล้วก็มีพบมีรูปมีร่างมีเรื่องมีอะไรก็ได้มีจิตเจออีกก็ไม่มีไม่มีน่าจะไม่มีแล้วก็ไม่มีอะไรถ่วงจะอยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้นจะอยู่ไหนก็อยู่จะทำอะไรก็ทำตามที่เรามีคิดที่มันรู้มันมีปัญญามันแบ่งได้บอกได้ว่าไอ้นี่ก็ทำสิ่งดีมีแต่สิ่งนั้นเป็นปุ๋ยได้ก็ทำเป็นปุ๋ยทีนี้มันมาทำได้ดีกว่าปุ๋ยมันทำกรรมกายกรรมวจีกรรมอะไรก็ได้ก็ให้มันทำกายกรรมและกิจกรรมวันนั้นก็ไม่รู้ว่าจะแรงอะไรอาจจะต้องใช้ความพยายามบ้างทนขึ้นบ้างลำบากอยู่บ้างลำบากโดยจะทนได้เด็กทำลำบากแต่ว่าไม่ลำบากจนเกินไปจนเกินมันก็ไม่ธรรมดามีเพียงอยู่ มันก็ตั้งตนอยู่อย่างนั้นแหละเพราะฉะนั้นผู้ใดที่ทำตามอำเภอใจมันก็อาสวะเจริญดีไม่ต้องทนอยู่ในความลำบากปล่อยไปตามใจตามอำเภอใจมันก็ไปหลายไปหาเศษอาสวะก็เจริญยิ่งถือว่าอันนี้สายกิเลสมันก็จะเจริญสมต่อรูปต่อร่างก่อตัวหนาเป็นสุขเป็นแน่นที่เห็นได้ชัดได้แต่ถ้าไม่ได้ผมไม่ชัดได้แล้วไม่เห็นชัดได้สิ่งนั้นไม่มีปัญหาแล้วมันก็ไม่อยากจะอะไรมันไม่เช่นเดียวกับผีพระพุทธเจ้าท่านได้คิดว่าแล้วก็คือความปล่อยวางไม่ใช่หมายความดับเฉยๆ ไม่ใช่อย่างนั้นน่ะไม่ใช่สภาพอย่างนั้นดังนั้นน่ะรู้ง่ายไม่ยากหรอกง่ายๆเดือนหน้าไม่ต้องซื้อขึ้นอะไรหรอกเรารู้อย่างนั้นเราก็เข้าใจว่าอยู่เฉยๆมันก็สบายมันสบายกายสบายไว้ทีมันสูญไปเฉยๆมันตายก็ตายแล้วก็ตายเลยเราก็ไม่มีอะไรเลยแต่ทีนี้เราไม่ต้องแกล้งมันร่างกายนี่มันเป็นขันสุดท้ายฉันนึกถึงสุดท้ายที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนถ้าไม่สืบต่ออันนี้ให้ประชาชนเป็นตัวอย่างไปแล้วโดยเฉพาะไม่ทำงานสอนไม่ทำงานที่จะเผยแพร่คุณธรรมที่เราได้รู้นะครับถ้าไม่ต้องไปต่อไปสร้างอะไรมากมายหรอกไอ้เรื่องก่อเรื่องสร้างที่จะไปทำอย่างชาวโลกครับเพื่อเป็นโรคไตก็ไม่ต้องแล้วเราก็เป็นกระเทียมก็ขนขายบ้างเป็นตัวอย่างถ้าทำให้คนขายไปเลยแม้ที่อยู่ที่ เป็นอะไรก็ได้ไม่ค้นหาอะไรสักนิดนึงเลยเขาก็จะบอกว่าเรานี่เป็นห่วงเขาจนเกินไปซึ่งคนมันเพ่งได้มองได้เพราะเราค้นหาแม้แต่กินแล้วก็ค้นหาจากบิณฑบาตเลยนะครับแล้วไม่สะสมแล้วเงินทองข้าวของข้าวเม็ดนึงแล้วไม่สะสมอะไรแล้วก็เดินออกไปบ้างไปเดินออกไปเป็นสมมุติเวลาเขารู้กันอยู่แล้วโดยสมมุติจะรู้กันมีสัญญาอะไรเขาก็จ่ายมันเองเราไม่ต้องขอเขาจะให้ได้บุญคุณเขาจะคารวะให้ด้วยอย่างนี้ก็ไปบางคนขายบ้างถ้าเราไม่แสดงความขนขวายอะไรเลยมันไม่ใช่บุญกิริยาวัตถุหรือต้องมีเวลาไว้กฎหมายแล้วก็มีภรรยาว่าจดหมายก็มีการค้นคว้าและอีกอย่างแท้จริงเป็นคนถ้าไม่ค้นขวายไปเลยในการเป็นคน ก็กลายเป็นคนขี้เกียจขี้คร้านหยุดนิ่งๆอยู่เฉยๆอันนี้รู้งานอยู่เฉยๆมันก็สบายดีแต่ไหนแต่ไรไม่มีปัญหาอะไรแล้วเมื่อเราไม่เสริมความขี้เกียจไม่เติมความขี้เกียจให้กับตนเองแล้วก็ไม่ผิดไปเกาะที่ความขี้เกียจไม่เจ็บไม่กรอบความขี้เกียจคิดว่าเป็นปัจจุบันเราบอกว่าเอออันนี้ควรอันนี้เกี่ยวข้องมาเราจะทำวันนี้เราก็ทำไม่เจ็บไม่มีคนดึงถ่วงอยู่ที่จุดว่าอยู่เฉยๆไม่มีอะไรเป็นปกติเป็นยามันก็ไม่มีอะไรดึงเหมือนกันแต่ถ้าเรามีกิจกรรม โคตรยากลำบากก็ต้องดึงต้องฝืนต้องทนหรือเรียกว่าปฏิกิริยาอะไรมันมีไอ้นั่นน่ะต่อต้านยายาปรับเอานะยาน่ะเอาน่ะมันก็ถึงไม่พ้นทุกข์ไม่หมดไม่หมดพูดไปสู้มันไม่มาพูดต่อสู้เพราะถ้าเราวางใจเธอแล้วก็ตัดสินทุกอย่างตัดสินฉันดีก็ทำดีดำเนินไปก็ครั้งนี้รูปนี้มันก็จะสลายพม่าสลายเร็วเท่านั้นแหละไม่มีเรื่องอะไรเลยก็จะสลายพม่าก็สลายเลยแล้วเราก็ไม่แดกดันแรงชีวิตการใช้จิตใจของเราด้วยมันเป็นคนแรงดันสูงแบบดังนี้คือการทดลองแกล้งแล้วไม่มีแกล้งมีเจตนาบริสุทธิ์กันด้วยดีเพราะเราจะสอนทานด้วยดีให้กับคนให้งานพร้อมไม่มีเชิงประจักษ์ เปิดเพลงแกล้งเพลงเศร้าเพลงอะไรไม่มีเราจะทำให้งามพร้อมเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดเป็นชิ้นสุดท้ายแล้วผู้ใดแน่ใจแล้วชุดสุดท้ายนี่แหละทำให้แก่โลกมันต้องตายทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นการปรุงขึ้นการแต่งขึ้นการประดิษฐ์ขึ้นการผสมซึ่งประกอบขึ้นเขาเรียกว่าสังขารเพิ่มสลายไปเป็นธรรมดาเขาก็ยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านท่านก็มาถ้าเราประมาทจะหมายความว่าจะลงไปสู่ปาฏิหาริย์แม้แต่ผีติดอยู่ก็ไม่เที่ยงมันดังกล่าวนั้นมาได้ตั้งร้อยแล้วก็ใช้เงินตั้งอยู่ใช้ เราตั้งไว้ร้อยแล้วเราไม่เติมเราไม่มีเติมไม่เจริญขึ้นไม่ให้มันร้อนมันก่อนลงไปลูกแม่มันแล้วแต่แม่มันแล้วตั้งร้อยแล้วมีความหยุดได้มีความนิ่งได้ตั้ง 100 หน่วยแต่ถ้าเราไม่เพิ่มไอ้สิ่งนี้อีกถือว่าไม่เติมความขยันในนี้ก็เข้าไปอีกหรือว่ามันพยายามทำจิตให้มันแนบเนียนขึ้นไปกว่านี้อีกฝ่ายก็ไปอีกความมั่นคงวันนั้นก็ไม่เต็มแล้วทนได้อย่างนี้แต่ก็ไม่เคยจำความทนได้อันนี้แต่ถ้าไปอีกมันก็ทนไม่ได้มันก็เสื่อมสลายลงเพราะเราแม้แต่สีๆมันก็เป็นความเชื่อแต่จะมีสิ่งเจริญด้วยอย่างที่บอกแล้วถ้าทำเป็นรูปคนแล้วก็เดินไปเรื่อยๆอย่างนี้อนันตังอนันตังไม่เที่ยงเขาเจริญมั่นคงนี่แหละแล้วก็ คงที่ ทุกสิ่งทุกอย่างเสื่อมเสมอถ้าเราไม่เติมไว้มันก็ไม่คงที่นอกจากคงที่แล้วเป็นชีวิตติดพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่สนใจพ่อแม่เกือบหนึ่งจะเติม 2 เชื่อม 1 2 เทอม 1 ก็จะอีก 2 ก็มีแต่ความเจริญขึ้นเจริญขึ้นเจริญขึ้นโดยทิศที่เป็นกุศลธาตุเดียวและสิ่งที่เรามอบให้เห็นเป้าหมายแล้วเห็นทิศทางที่ดียิ่งแล้วและเราก็กระทำอันนั้นให้แล้วมันย้อนแย้งและจะเอาจะหยุดใส่ตัวคนตายเพราะฉะนั้นเราต้องมีกรรมเป็นพิเศษก็เห็นได้ว่าถึงจะตายพระพุทธเจ้าไม่ได้มีผลอย่างไร ถึงจะบอกคำศัพท์หมายความว่าให้ได้สุริยะบอกคำศัพท์เป็นสุริยะเป็นขั้นปลายสุดไม่มีมีแต่กรรมมันจะจำมันจะเป็นอริยมรรคอันสุดท้ายเป็นอริยสัจ 4 และสุดท้ายและไม่มีและอธิบายไปแล้วออกมาก็คือผลและมีสัมมาทิฏฐิสัมมาวาจาอะไรบริบูรณ์หมดแล้วนั่นแหละคือผลผลสุดท้ายเป็นมักกะลีอากาศหรือเป็นทุกที่เลยทักทายไม่มีศรัทธาและไม่มีแล้วทุกอย่างเท้าลูกโลกเขาทำงานเราก็ไม่ทุกข์เป็นอะไรเราก็ไม่ทุกข์อยู่กลางเตาหลอมเหล็กเหมือนน้ำแข็งในการกาวร้อนเด็กอยู่ที่ไหนๆๆอยู่ที่ไหนมันก็ไม่ขึ้นซึ่งเราเรียกว่าไม่ทุกข์คือเราไม่อึดอัดขัดเคืองอะไรเราไม่มีแม้แต่ญาติโทรมานัดที่เราจะต้อง ผิดที่เราจะต้องคิดคิดอะไรไปอยู่ไม่มีจึงเรียกว่าไม่ทุกข์แต่มันก็เป็นการชนเป็นการชนสิ่งที่มันเป็นไปก็คือการผ่อนด้วยการปรุงกันอยู่มันถูกละถูกล้างถูกสงสัยถูกสร้างขึ้นอยู่แล้วก็ถูกสลายไปอยู่มีแต่ความถูกสร้างขึ้นและถูกสลายไปอยู่ถ้าเป็นสัจธรรมที่แท้จริงเราต้องพยายามรู้มันให้หมดแล้วก็ทรงไว้หรือว่าทำให้ดีขึ้นอาจจะมีก็มาหันเข้ามาหาทางเพศที่เราได้อธิบายกันไว้มากมายเอาว่าให้เข้าใจคำว่าฌานจนกระทั่ง กิเลสส่วนไหนๆไหนๆเราก็ขี้เหร่ต่างๆมาอธิบายจนแจกแจงไปถึงกับภาษาเนี่ยถึงอาจจะสายอาสวะต่างๆนานาซึ่งมันเป็นอัตตาเป็นเจ้าภาพจิตที่เราไปเกาะไปคุมประโยคลงลึกลงติดเอาไว้ไล่มาเรื่อยๆจนกระทั่งพบกับกิเลสต่างๆและเราก็เยี่ยมยอดจากละเอียดเข้ามาอีกมาเป็นอันดับอีกมันไม่มีอื่นถ้าจะพูดกันตรงแล้วคนเรานี่เป็นแต่เพียงรักตามมาฉันทลักษณ์พยาบาล ถ้ามันไม่ว่างมันก็ทำงานมันก็ทำไปทำเองแล้วก็ใช้อันนี้เป็นสุดท้ายแล้วทีนี้ก็ย้อนมาพูดว่าจะได้พูดไปแล้วอธิบายไปแล้วทุกคนก็จัดเชิงตามและอุปทานของเรามันหยาบอยู่มันเป็นพรุ่งนี้ตั้ง 5 ออกไปแล้วกลับไปคิดเป็นองค์ประกอบไปแล้วอธิบายให้ฟังแล้วก็เอาละเลิกคิดถึงเรื่องพ่อตาเพราะหูเพราะจมูกคนอื่นเขาตายแล้วซื้อเอามาแล้วก็เข้ามาหากินแล้วเราก็ไปสมมติว่ามันไม่รู้ว่ารถเราถึงจะเขียนซึ่งมาจริงๆมีข้างนอกไปวัตถุก้อนๆเลยซื้อก็มีจริงๆเสียงก็มีจริงๆอยู่ข้างนอกน่า เรื่องของสภาพโลกอยู่กับโลกเขามีอันนึงทีนี้ไม่ล่ะสภาพวัตถุรูปข้างนอกไม่มีแล้วตัดทวาร 5 หมดแต่เราก็ยังไปปั้นเป็นอัศจรรย์เป็นรูปมีรูปสีมีอะไรเป็นไรอยู่ปั้นขึ้นมาเองเป็นมโนราห์อาจตายเพราะจำได้แล้วเราก็วาดภาพเศรษฐกิจพอได้ยืนยันแล้วว่ามันไม่มีอดีตมันผ่านไปแล้วมันก็จะเกิดความจำรูปที่เราผ่านมาเมื่อวานนี้มันก็เป็นโรคที่ผ่านมามันไม่มีวัตถุนอกวัตถุนอกมันไม่มีมันอยู่ที่อื่นส่วนอื่นมันแล้วมันไม่ได้เข้ามาด้วยวัตถุมันก็อยู่ข้างนอกแต่อารมณ์คิดของเราเท่านั้นแล้วเราก็รับข้อมูลแล้วเราก็มาปั้นเป็นรูปจุด ต้นอะไรขึ้นเอามันก็ปั่นได้แม้อดีตที่ผ่านไปยิ่งไม่มีจริงแต่เราก็ไปยึดว่าเป็นจริงเราเมื่อวานนี้มีจริงเราเมื่อวานนี้มีกิ่งแล้วผ่านไปแล้วเดี๋ยวนี้ไม่มีปัจจุบันนี้ไม่มีเราเมื่อวานนี้เดี๋ยวนี้ไม่มีเราเมื่อวินาทีที่แล้วใช้วินาทีที่แล้วมีเราจริงจึงเรียกว่าอดีตปัจจุบัน นอกจากไม่มีแล้วจะไปปั้นคำนึงคำนวณจินตนาการเป็นรูปนรกเป็นรูปสวรรค์ตามที่เราเคยได้ยินมาคือพระดังได้ยินมาเป็นกิเลสเก่าไม่รู้จำไว้ในชาติไหนก็ตามแต่บอกสอนกันมาแล้วก็เอามาปั้นสำเร็จรูปแล้วเราก็ติดอยู่แล้วก็ได้รถไม่ชอบถ้าเราไม่มีแล้วก็ไม่มีจิตก็ไม่ต้องกลับไปถ่ายรูปแต่สิ่งที่มันเป็นภาพรู้มันจะสัมผัสอะไรรู้ก็รู้มันจะไม่ต้องปั่นลูกมันก็รู้ได้โดยการสัมผัสหรือว่านึกคิดโดยไม่ต้องมีรูปก็ได้ที่จะไม่ต้องมีภาพมันจะทำให้ท่านไม่อยากให้เขามาถูกคิดโดยไม่ต้องมีภาพอะไรก็ได้มันก็มีความคิดและความคิดอันนั้นแหละเราเรียกว่าลูกถึงเรียกว่าอะไรอีกแม้แต่ความคิด ด้วยความเย็ดของจริงไม่ไปอุทยานฝ่ายที่เรียกว่ามันฟุ้งเป็นภาพแล้วก็จับพยาบาทก็มันก็ยังเป็นโทรศัพท์เป็นทุกข์มากทุกข์ชัดๆพ่อแม่ แต่ถ้า 6 เอาเพิ่มมาหน่อยนึงมันก็จะกระจายมีอาการขาประจำอิจฉาว่ะจรขึ้นมานิดนึงมีเจตจำนงมีเป้าหมายธุรกิจจะเรียกขยับยาว่าเป็นความปรารถนาเป็นความอยากมีความต้องการต้องการทำดีหน่อยเถอะก็มีขึ้นมาสักจุดนึงก็ได้สำหรับคนที่ยังไม่ไหวมันทุกข์ยากมันทุกข์อันนี้ขึ้นมาซักจุดแต่อย่างว่าพระพุทธเจ้าท่านน่ะถ้าไม่ใช่จุด 6 จุดชั้น 7.8.9 ท่านทำได้โดยท่านไม่มีสาระเอาใจเพราะท่านวางปล่อยอยู่ในตัวเสร็จท่านก็ไม่อะไรไม่สบายฉันทำงานทำงานทำงาน 20 ชั่วโมงพัก 4 ชั่วโมงแล้วยังแถมยังมีจิตปรุงอยู่สอนเทวดาอยู่ในจิตก็เรื่องของท่านและเป็นผู้ทวีศักดิ์ ทำได้แต่เราทำได้ใกล้เกินไปใกล้เกินไปเป็นตามอุดมคติหรือว่าตามผู้ที่เก่งที่สุดท่านทำได้ก็ทำสิเราก็ทำเอาแล้วมันก็ได้จริงๆฝึกเพียรมาฝึกเปลี่ยนมามันก็เป็นไปมันก็ไปก็วางก็เป็นการเป็นงานงานการที่ควรสมควรไปควรพักก็พักพักบ้างทำบ้างเป็นครึ่งๆกลางๆกึ่งทำกึ่งพักก็มีไม่ใช่ว่าตั้งอกตั้งใจทำอย่างซีเรียสก็มีข้อเท้าขนาดใดที่เราทำซีเรียสกันเต็มที่ 1 เขตเต็มงานเลย 100% ก็มีขนาดนั้นเราก็ทำงานเต็ม 100% บางครั้งเราก็ทำขึ้นพักครึ่งอยู่ในตัวเป็นไปพักไปทำไปบางครั้งเวลาเราพักจริงๆแล้วพักเป็นส่วนเราเลยเพราะจริงๆงานการส่วนอื่นเราต้องไม่เอาจะอาศัย ได้แต่ฉันดีไปเลยพักสนิทไปเลยก็ได้หรือเจตนาทำอยู่ไม่ใช่ทำไว้เพื่อเสพแล้วก็จะติดไม่ใช่แล้วมันก็เป็นจริงได้วัฏจักรก็ได้อธิบายให้ฟังทั้ง 2 ส่วนนะส่วนที่เป็นฉันทะนั่นแหละเดี๋ยวฉันทะเราไม่ได้กามราคะถ้ากามว่าฉันพระโดยที่เรายังมีความกำหนัดใคร่เรายังมีอารมณ์ที่เราไม่รู้เท่าทันมันก็เป็นกามว่าฉันทะเศษเสี้ยวน้อยอย่างนั้นก็ไม่รู้เท่าทันเศษพยาบาทยังห่วงหาอาวรณ์อะไรเคยแยกพยาบาลให้ฟังตั้งหลายขั้นตอนอาฆาตอาลัยอาวรณ์หารักอารมณ์อาภาพรยิ่งอาฆาตแล้วก็รุนแรงอย่างอะไรอาวรณ์ยังโหยหาไม่ได้มาสนใจก็จะถูกอยู่นั่นแหละหรืออารักษายึดไว้ หรือจะเป็นอารมณ์ฟูเฟื่องเศรษฐกิจอยู่ไม่เอาหรือไม่เอาภาพเลยชนิดใดๆอ่ะปกป้องเด็กคือใดๆแล้วก็ไม่เอาให้มันเต็มสภาพอยู่มึงก็บริบูรณ์พยาบาลก็คือความผูกพันระหว่างมันยังไม่เกี่ยวยังมีพันอยู่เหมือนหนังสติ๊กอย่างว่ามันมีหลักสองหลักถ้าเราอยู่หลักเดียวตลอดไปไม่มีปัญหาอาทิตย์นี้ก็พูดถึงอีกอันนึงที่จะขยายละเอียดแก้ตัวนี้ตัวร้ายทีนะมีตัวนี้ฟังดีๆฟังละเอียดๆทีนี้ถ้ามีความหมายลึกซึ้งแต่นี่กว้างขวางและกินความไกลโขอยู่เรียนรู้ให้รู้ชั้นเชิงให้สุขุมวิทได้หินนั้นมีถ้าไม่ได้แปลว่าง่วงนอน กินนะพี่ถ้าไม่ได้แปลว่าง่วงนอนหรือไม่ได้หมายความแค่ว่าง่วงเหงาหาวนอนกันเพียงเท่านั้นเมื่อเป็นธรรมะท่านละเอียดประณีตหรือขั้นสูงวงเล็บอภิธรรมมันยังมีความหมายมากแน่มากมุมเป็นเชิงซ้อนเป็นเหลี่ยมบางทีดูหลบเหลี่ยมบางทีดูย้อนแย้งบางทีตีกลับกลับขั้นตอนอะไรที่กินอีกสภาพง่วงนอนก็ไม่ใช่หมายเอาไว้เป็นกิเลสไปใช้ทั้งหมดจะตีขุมเหมาหมู่เอาอาการง่วงนอนเป็นกิเลสเป็นปัญหาไปซะหมดก็ไม่ได้แต่ถ้าใครติดยึดความลับความงามมากจนเอาแต่ง่วงเหงาหา มันนอนไม่รู้จักพอพักแล้วนอนแล้วตามที่ควรจะเป็นไปแต่ก็ยังไม่รู้พอยังอยากนอนหรือจะเอาแต่ง่วงเอาแต่นอนลักษณะเช่นนั้นก็คือติดการนอนร้องความหยุดเป็นกิเลสเป็นตัณหาแท้แท้จริงๆเถียงไม่ได้พระอรหันต์ก็ยังง่วงนอนได้เหมือนกันโดยไม่ใช่กิเลสไม่ใช่ตัณหาอุปาทานอะไรไม่ใช่กิเลสตัณหาอุปทานอะไรเลยเราจะต้องดูเหตุดูผลกันให้ถ่องแท้เพราะในขณะที่ท่านง่วงนอนนั้นมันมีเหตุมีปัจจัยเหมาะสมเพียงพอจริงๆซึ่งไม่ใช่กิเลสตัณหาอุปทานจริงๆเช่นหากว่าพระอรหันต์ท่านใดเกิด รับการพักผ่อนไม่เพียงพอความขาดมัชฌิมาเกิดขึ้นความไม่สมดุลในการทำงานกับการพักผ่อนเกิดขึ้นในตัวท่านดังนี้เป็นต้นพระอรหันต์ท่านนั้นก็ย่อมง่วงนอนได้แล้วจะไปถูกไปโทษท่านว่าเป็นกิเลสเป็นตัณหาก็ไม่ได้ด้วยประการอย่างนี้อย่างนี้แหละต้องพิจารณาดีๆการขาดสมดุลในร่างกายในรูปขันธ์ด้วยเรื่องอื่นๆก็อาจมีอีกมากมายหลายอย่างหลายแง่ของการขาดสมดุลในเรื่องอะไรบางทีเจ็บป่วยได้ไข้มีปฏิกิริยาข้างในจิตใจมันมันต่อต้านกันมันสลายกันอยู่มันทำการล้างสารกันอยู่พลังงานก็อ่อนเปลี้ยเพลียข้างในก็ น้องก็ต้องพักผ่อนเพื่อที่จะให้เขาเติมแล้วจะไปจ่ายพลังงานเพิ่มขึ้นอีกก็ยิ่งทางกายก็ไปช่วยจ่ายข้างในก็รบเร้าหรือความร้อนอันสูงทำลายอยู่ทำลายอยู่สลายพลังงานนั้นไปอยู่ในร่างกายอย่างนี้ก็เป็นได้เพราะฉะนั้นก็ต้องพักผ่อนต้องนอนพระพุทธเจ้าไม่เคยบังคับถ้าเจ็บป่วยได้ไข้มีสภาพทำอย่างนั้นจริงๆอย่างนี้เป็นต้นคิดง่ายๆมึงก็ต้องนอนพักผ่อนก็จริงถ้ามันมีจริงถ้ามันไม่เป็นมันไม่มีเราก็ไปเสพติดต่อพักเอาหยุดเพราะถ้าผู้รู้จริงหรือไม่ทำไม่ประมาทให้แก่ตัวเองไม่กระทำสั่งสอนให้แก่ตัวเองอย่างนอนพักนอนผ่อนเอาแต่นอนๆๆๆๆมันไม่ใช่ปากพูดมันมีสภาวะจริง แต่ถ้าเราไม่เราเคลื่อนไหวเคลื่อนไหวมากเราก็ถนัดเคลื่อนไหวออกกำลังมากแล้วก็ออกกำลังได้มากแต่ตื่นอยู่มากแล้วก็อยู่กับความตื่นมารับมากยิ่งหยุดมากแล้วก็ไปติดอยู่กับหยุดมากตับมากมันก็เป็นการสั่งสมได้เลยว่า ATM ไปข้างในปฏิเสธว่าหน้าที่วาสนาวินโมทนามันก็เป็นจริงๆเพราะงั้นเราก็จะต้องรู้ความเพียงพอที่เราจะทำให้มันสมดุลเมื่อใจเราสบายสุขภาพกายสุขภาพจิตเราโดยเฉพาะสุขภาพจิตนี้ไม่ต้องไปคิดอะไรมากเพราะว่าเรากำลังปรับปรุงมันเพราะมันเป็นยึดไปเกาะนี่แหละเพราะเราจะเอาแต่ความสบายไม่ได้คนในโลกเขาบอกว่าสบายแล้วสบายของเขานี่เขาจะมาแล้วก็มีบางองค์ 8 เข้าจากกินอะไรเขาก็ซื้อกินเขาอยากจะทำอะไรก็ทำกินทำใช้เขาจะเสพอะไรก็เสร็จเขาก็สบายถ้าเขามีเงินอยู่มหาเศรษฐี ไม่มีทุกข์ถ้าอย่างนั้นมหาเศรษฐีทุกคนไม่ถูกก็อยากได้อยากได้อะไรอยากเสพอะไรอยากมีอะไรก็ใช้เงินเท่านั้นน่ะมันก็สมใจทุกอย่างไม่รู้ก็มาหาเศรษฐีไม่มีทุกข์ได้อย่างนั้นแต่มันไม่จริงสัจธรรมไม่ใช่ว่าความพ้นทุกข์คือเป็นมหาเศรษฐีไม่ใช่คือจิตของเราเราไม่ติดเสพอะไรไม่ต้องไปอยากแล้วก็เสร็จแล้วก็ไปสมมุติเป็นสมมุติเป็นแต่เพียงบำบัดแล้วก็เป็นสัจธรรมแบบสมมติเทพเป็นสวรรค์มีความใคร่นำมามีความอยากนำมาแล้วก็เศษมันไม่ใช่นี่เราไม่อยากแล้วเราก็ไม่เสร็จมันจะไม่มีจุดไฟแล้วก็ไม่มีจุดบำบัดให้ วัดโดยนัยยะคล้ายๆกันนี่เองเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่องกรณีต่างๆอีกหลายกรณีที่พระอรหันต์ก็อาจจะมีกรรมจะเป็นกิริยาเติมคำว่ากรรมกิริยาใส่เครื่องหมายคำพูดด้วยก็ดีพระอรหันต์ก็อาจจะมีกรรมจะเป็นกิริยาเช่นคนปุถุชนได้โดยท่านมิได้มีกิเลสมีปัญหาอะไรเลยจริงๆโดยถ้าไม่ได้มีกิเลสมีปัญหาอะไรเพราะอาหารก็อาจจะเป็นได้ซึ่งจะดีผมรู้จักมาเป็นผิดไม่ได้ง่ายๆแต่ที่ผมจะกลับมาเป็นผิดไม่ได้ง่ายๆเมื่อมีเหตุมีปัจจัยดังเช่นกรณีง่วงนอนนี่เป็นตัวอย่างแต่ ถึงจะง่วงหาวพระอรหันต์ท่านก็จะมีสติสัมปชัญญะไม่ทำอย่างปราศจากความสังวรระวังดอกวงเล็บเพราะแม้พระอริยะขั้นต่ำกว่าพระอรหันต์ท่านก็จะสังวรสำรวมแล้วท่านก็จะสำรวมจะทำอยู่จะทำอย่างผู้มีสติสัมปชัญญะอยู่เป็นแน่แท้เราจะพอเห็นได้รู้ได้อยู่ที่เดียวว่าท่านทำเหมือนปฏิสนธิธรรมดาแต่ท่านมีสติรู้ในตนในเหตุในผลรู้ในกรรมในกิริยานั้นๆจริงๆจึงอย่าเพิ่งรีบไปจากช่วงเปลี่ยนพระอริยเจ้าท่านง่ายๆเป็นอันขาดเมื่อไปเห็นสภาพบางสภาพ เป็นเพียงสภาพจรไม่ใช่สภาพถาวรของท่านซึ่งบางทีบางเรื่องท่านอาจจะอนุโลมเพื่อผลอะไรบางอย่างในบางกรณีนี้ได้อย่างนี้ก็เป็นได้เช่นทหารแทบจะสูบบุหรี่สักมวนวงเล็บด้วยเหตุบางอย่างซึ่งไม่ใช่โลหะโทสะเหตุโมหะเหตุเลยอย่างนี้เป็นต้นซึ่งคนก็อาจจะไม่รู้เหตุกับท่านง่ายๆใครไปเห็นเขาก็จะเป็นหลงยึดเป็นยึดสายว่าไม่ได้ถ้าเป็นพระอรหันต์และจะสูบบุหรี่ไม่ได้เลยจับผิดเขาให้ซะเลยอย่างนี้ก็เป็นการเข้าใจผิดต้องระวังก็เดี๋ยวจะเลยผ่านเข้าใจผิดหนัก ไปจนกระทั่งพระอรหันต์หาวเห็นพระอรหันต์หาววงเล็บซึ่งเป็นกิริยาบ่งบอกความขาดตกบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่งในกายหรือในใจของคนเป็นบางครั้งบางคราวก็จะต้องเป็นได้งั้นเดี๋ยวเจริญพรเข้าใจผิดหนักไปจนกระทั่งเห็นพระอรหันต์หาสักครั้งก็ไม่ได้พานจับผิดเอาอยากๆง่ายๆว่ะเพราะท่านขาวท่านจึงไม่ใช่พระอรหันต์ถ้าอย่างนี้ก็อย่างนี้แล้วก็ที่รอดตาช้างห่างลอดตาเล็นแน่ๆหรือละเอียดจับผิดเกินกว่าเหตุมากไปแล้วและอันหนึ่งที่กล่าวกันนักกันหนาวว่าผู้บรรลุธรรมคือผู้ไม่ยึดมั่นถือมั่นนั้นก็ให้ระวังทีเดียว เพราะมันเป็นเพียงแค่ 1 เหลี่ยมในเชิงของจิตที่จะต้องทำให้เป็นให้มีจริงๆเมื่อเป็นแท้มีจริงแล้วก็เป็นความแท้ความบริสุทธิ์ใจของท่านเองเท่านั้นแท้จริงแล้วผู้บรรลุธรรมหรือพระอริยะชั้นสูงท่านก็จะยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ควรยึดควรถือตลอดชีวิตที่ท่านยังไม่ตายนอกเข้าโรงอยู่ด้วยวงเล็บลักษณะเช่นนี้แหละเป็นสภาวะจึงกลับหรือสภาวะหรือสภาพทำคืนนี้ศรัทธาประเพณีชักพระที่รู้ยากเห็นยากและจะต้องเป็นจริงพูดไม่จริงก็อาจจะเอาแง่นี้มาหลอกลวงผู้อื่นได้ด้วยเรียกว่าเช็คโปรและบางเรื่องบางอย่างพระอรหันต์แท้ๆ หยุดให้รู้ๆเห็นๆเลยแถมยุทธอย่างสภาพถาวรเอาด้วยท่านยึดด้วยความรู้ความเข้าใจในสมมติสัจจะยึดด้วยสัญญาเวทยิตนิโรธแบบเพื่อจะได้เป็นแบบเป็นอย่างเป็นแนวโน้มจูงดึงผู้อื่นเป็นกุศโลบายอันดียิ่งและท่านจะไม่กลัวว่าใครจะตู่จะทวงว่าท่านยังยึดมั่นถือมั่นเอาด้วยมันจะไม่กลัวใครจะมาดูว่าท่านที่บันทึกไว้เพราะผู้ที่ยังมีจิตกลัวคนเขาจะตู่ว่าตนยึดมั่นถือมั่นอยู่นั่นแหละผู้นั้นยังมีตัวตนอยู่ แล้วพูดได้หรือยังกลัวเขาบอกว่าเออนี่มันยึดมั่นอะไรนี่ทำไมต้องมานุ่งผ้าจีวรแล้วมาใส่ผ้าจีวรยึดมั่นถือมั่นอะไรอะไรมันก็ใช้ไปไม่มีอะไรก็ใส่กันได้นี่นะอย่างนี้เป็นต้นถ้าใครยังกลัวอยู่แม้แต่แค่นี้กลัวเขาจะหาว่าเราเองยึดมั่นถือมั่นสอนลงไปกลัวเขาจะมาหาว่าเรายึดมั่นถือมั่นถ้าทำมีแล้วก็ไม่มีปัญญาตอบเขาก็เลยกลัวที่มันถือมันใช้ปัญญาตอบตรงๆเลยบอกก็เพราะเราไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เราถึงยึดมั่นถือมั่นให้มะตูมเราว่าเรายึดมั่นถือมั่นเพราะคุณปู่คุณก็ยึดไป 4 ตัวมายึดมั่นถือมั่นกับคุณตู่คุณยึดมั่นถือมั่นกับคุณตู่เราไม่ได้กลัวว่าเราจะเป็นคนยึดมั่นถือมั่นหรือไม่ รู้ว่าเรายึดเพราะอะไรยึดมั่นด้วยซ้ำไปเพราะอะไรมีเหตุมีปัจจัยมีปัญญาเข้าใจใช้ประโยชน์อธิบายส่วนของฟังก็ได้มีประโยชน์อะไรอธิบายได้ถ้าเราอธิบายไม่ได้เราก็แต่เรารู้ประโยชน์อยู่แต่เราอธิบายอะไรก็มันทำพิธีการมันไม่เป็นปฏิสัมภิทาญาณก็เอ้าก็ไม่ว่ากันแต่เราต้องรู้แน่ว่าเราเป็นส่วนดีที่เราได้เราผู้ที่ยังกลัวคนอื่นเขาว่าเรายังยึดมั่นถือมั่นก็นั่นแหละคนนั้นยังมีตัวตนอยู่อย่างชัดเจนยังเหลือเศษมานะยังยึดอายัดที่เรียกว่าวิญญาณพิจิตรรู้ยังติดคือยังติดรู้ เดี๋ยวติดกลัวว่าตนจะไม่เป็นคนเก่งไม่เป็นผู้รู้ยังหลงสรรเสริญยังกลัวคนจะดูถูกว่าตนไม่รู้หรือตนยังมีตัวตนดังนั้นจึงยังมีในว่าสัญญานะสัญญานะอยู่อีกด้วยคือไม่รู้จริงคือยังไม่รู้ยิ่งเยี่ยมจริงคือเรายังไม่รู้ยิ่งเยี่ยมแต่ว่าคนพวกนี้ไม่รู้ก็ไม่ได้ก็รู้แต่ก็ยังไม่เป็นเอกก็รู้แต่ว่าคนที่ไม่รู้ก็ไม่ได้รู้รู้เหมือนกันมากด้วยกลัวคนก็จะสูงกว่าเรามีอัตราด้วยซ้ำไปแต่ก็ยังไม่เป็นเอกยังไม่เด็ดขาดยังไม่มีความมั่นคงในตนอย่างวันท่านจึงต่ออำนาจดิน ชั่วร้ายอยู่ยังไม่หมดความเป็นทาสของพระพรหมมันยังมีความใหญ่อยู่ในหน่อยมีเศษใหญ่ๆยังไม่สิ้นสังโยชน์มานะยังไม่เป็นไทยอย่างอิสระยังไม่เหนือโลกไม่เหนืออัตรามันอย่างสิ้นเปลืองยังไม่เป็นความลงตัวที่ตนได้ตัดสินด้วยปัญญาอย่างปราศจากความเห็นแก่ตัวด้วยถ้าปราศจากความลำเอียงทุกชนิดที่แท้ๆด้วยวงเล็บยังไม่เป็นอัตตะที่เป็นอรหันต์แท้ๆหรือยังไม่เป็นอรหันต์เป็นผลสุดท้ายนั่นเอง 7 ยังไม่ตัดสินเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธหาตัวอย่างเช่นพระมหากษัตริย์ ประยุทธ์เคร่งจัดเป็นธุดงควัตรว่ะถ้าจะไม่นอนแม่เอนกายแตะพื้นตลอดชีวิตดังนี้ท่านก็ยึดท่านก็ยึดจนแม่พระพุทธเจ้าก็ยังเคยท้วงการยึดอันนี้ของพระมหากัสสปะเพื่อให้พระมหากัสสปะต่อเหตุต่อผลอันกระจ่างออกมาให้ใครรู้เช่นนี้เป็นต้นข้าหรือแม่พระพุทธองค์จะยึดการไม่สวมใส่รองเท้าผมรับรองพระบาทตลอดพระชนม์ชีพทั้งๆที่ไม่ได้กำหนดเป็นศีลเป็นกฎสำหรับพระสาวกใดๆเลยไอ้เรื่องไม่ใส่รองเท้าไม่ได้กำหนดเป็นศีลเป็นวินัยอะไรแต่พระสาวกทั้งหลายก็ปฏิบัติตามวงเล็บในพระพุทธ ตั้งแต่สมัยมีหนำซ้ำพระองค์ยังเคยอนุโลมให้พระสาวกบางรูปใส่รองเท้าได้บ้างอย่างมีข้อแม้ด้วยซ้ำก็ตามนอกจากท่านจะไม่ใส่แล้วพระสาวกคนอื่นก็ไม่ใส่ถึงขนาดนั้นก็ยังมีท่านเคยอนุญาตอนุโลมให้แก่บางท่านอ้าวใส่รองเท้าก็ได้ฟังให้ดีนะถ้ากลัวก็ใส่รองเท้ากันแล้วจะต้องอนุญาตอนุโลมอะไรเล่าคนพระบางองค์ต้องมาอนุญาตทำไมเราต้องใส
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive