200218-040 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน040-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 18 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 จะถึงนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่าววันนี้เรามาต่อสิ่งที่ได้ตรัสรู้ที่เราเรียกว่าความสุดโต่งสองฝ่ายที่อธิบายไปแล้วแล้วก็เน้นข้อหาสายกลางสายกลางเป็นอย่างไรถ้าเราข้อใดต่อกันไปแล้วสายกลางก็มีประกอบไปด้วยมรรคองค์ 8 เมื่อจบมรรคองค์ 8 แล้วเราก็ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ด้วยความพยายาม the city ที่พยายามจัดแจงตกแต่งปรับปรุงอยู่เรื่อยเมื่อใดเราจัดแจงหรือปรับปรุงได้ลงตัวเป็นสัมมาตามที่เรามีสมาธิมากล่าวตามที่เราเห็นแล้วเข้าใจแล้วได้ปัญญาของเรารู้ว่าอันนี้เป็นอย่างนี้อันนี้ควรจะลดอันนี้ควรจะเพิ่มด้วยปัญญาของเราและเราก็เห็นจุดๆที่มีเป็นอุดมคติในอุณหภูมิปกติหรือเป็นทัศนคติอันสูงที่เราควรจะไปสู่จุดสูง อนันตังถ้าอย่างนี้ดีกว่าอันนี้แล้วเราก็พยายามรู้ว่าจุดนี้ดีกว่าแล้วเราก็ทำกับตนเองทุกขณะว่าประมาณขอบเขตขนาดนี้คือความพอดีหรือได้พอสำหรับขนาดนี้แล้วการได้ลงตัวส่วนสัตว์ที่เราจัดให้ลงตัวพอดีแล้วก็พอแล้วขนาดนี้อย่าให้มีจิตเป็นอภิชาอยากให้เมียคิดถึงพี่จะพาเรามองเห็นทิศทางที่สูงที่เรายังไปไม่สุดยอดมันมีอยู่เป็นอนันตังหาสูงสูงนิรันดรเรามีอุดมคติจริงๆเราเข้าใจเปล่าเพราะสมาธิพระพุทธเจ้าเป็นหลักใช้อันสูงสุดท่านมีความดีทางกายทางวจี โดยเฉพาะทางมโนมีปัญญาและมีวิมุตสุดยอดเรามีฐานร่วมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือมีวิมุตร่วมและมีญาณแนวเดียวกันแต่ทว่ายังไม่ถึงเท่านั้นเองยายเป็นสรรพคุณอยู่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นส่วนสูงที่เรารู้อยู่ว่าสูงไปอย่างไรและเราก็ได้สูงขึ้นเรื่อยๆเราได้รู้ละเอียดลึกซึ้งขึ้นทุกวันทุกขณะที่ปฏิบัติคุณจะรู้อย่างนั้นคุณจะเข้าใจอย่างนั้นคุณจะเข้าใจเลยว่าเราเก่ง
อ่านต่อ
ขึ้นในยามได้ปัญญาและภาษาโดยชีวิตมีโรคกระทะมีชีสอันกว้างขวางเข้าใจส่วนที่ไม่เคยเข้าใจได้แต่ก่อนแต่ไรเข้าใจไม่ใช่ว่าไปเข้าใจ เพราะงานเราบวชแล้วเราก็เก่งขึ้นว่าเราก่อสร้างเก่งบวชแล้วเราไปแก่งขึ้นว่าเราปลูกผักเก่งแกงขึ้นเรามีวิชาแพทย์เก่งยิ่งบวชเก่งบวชมากขึ้นแต่งกวีเก่งแต่งกลอนเก่งแต่ไม่ซื้อเก่งเฉยๆไม่ใช่เรามีโลกกระทัดเทวทัตนั่นเองเรามองเห็นโลกได้ละเอียดละออตั้งแต่โลกเล็กโลกใหญ่จักรวาลเล็กจักรวาลน้อยจักรวาลใหญ่ประสานกันอยู่ทั้งหมดตั้งแต่อายุพระธรรมนูญอณูจนกระทั่งถึงมวลต่างๆจนกระทั่งถึงกรรมกิริยาต่างๆศาลกันไปเห็นด้วยตาอันลึกซึ้งอ่อมันประกอบกันมันเกือบคูณกันมันสนับสนุนการมันมี ใจเป็นไปอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นจนกระทั่งโสดอย่างนี้มองออกไปนอกโลกเป็นจักรวาลเป็นพิภพเป็นมหาจักรวาลเราก็เข้าใจถึงการเป็นไปหรือการโคจรกับการที่เป็นตัวของสิ่งนั้นมันมีแต่สิ่งที่โคจรกับสิ่งที่เป็นตัวของสิ่งนั้นนั่นคือไอ้ที่มีอยู่จากนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็สลายหรือเกิดขึ้นตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่โดยเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นทวีขึ้นเรียกว่าเจริญตั้งอยู่โคจรไปก็โคจรอย่างเจริญเรียกว่าเกิดขึ้นถ้าเผื่อว่าโคจรไปสู่ความสลายตั้งอยู่ตั้งอยู่อย่างที่ไปหาทางเสื่อม จะเรียกว่าดับไฟมันมีทิศทางอยู่แต่มันแค่นั้นเองเพราะเรารู้ความจริงหรือความตั้งอยู่ถ้าเราเป็นผู้ที่ได้รู้ความตั้งอยู่ที่จริงเขาก็พูดตามภาษาไตรลักษณ์ว่าเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปพูดตามภาษาไตรลักษณ์คือเราพูดก็ได้หรือเราไม่พูดก็จงเข้าใจว่าเราได้พูดอยู่ในที่เธอเข้าใจให้ได้ว่าผมนี่พยายามพูดอยู่ในที่ไม่ได้ออกนอกเหนือไปจากที่ใครเขาเรียนรู้กันมาตามหัวข้อธรรมะอะไรอะไรก็ไม่ได้นอกเหนือไปหรอกอยู่ด้วยกันนั่นแหละเป็นแต่เพียงจะยกขึ้นมาหรือเปล่าหรือวงเล็บคือไม้คุณได้ได้ยินหรือเปล่าเท่านั้นแหละบางทีก็ไม่ได้วงเล็บขึ้นมาไม่มีอะไร มันก็จะเจอความตั้งอยู่ที่เป็นไปและแม้ในความตั้งอยู่ก็มีความเกิดหรือความดับเราจะต้องเข้าใจจุดติดและอุบัติการเคลื่อนไหวหรือว่าการเปลี่ยนไปนั่นเรียกว่ายุติการเกิดอยู่หรือการทวีอยู่เรียกว่าอุบัติเราเป็นคำสิ่งนี้ส่วนนี้ถ้าจะยุติไปสู่ส่วนสูงเคลื่อนไปแล้วก็ไปเป็นศูนย์สลายไปเลยเราก็รู้ความจริงให้ได้เคลื่อนย้ายไปสู่ส่วนสูงถ้าจะเคลื่อนไปเป็นส่วนเจริญเป็นส่วนพอกเพิ่มเป็นส่วนที่ทวีเราก็เข้าใจให้ได้ว่าเคลื่อนไปสู่จุด ทวีปไปสู่จุดเจริญขึ้นเจริญขึ้นในป่าโลกนั้นมีแต่ปริมาณมีแต่เรื่องของความจัดจ้านไม่มีสิ้นสุดทางโลกนะมีทิศทางไปอย่างนั้นส่วนทางธรรมนั้นรู้ความเจริญแบบโลกที่เขาไปสู่ความมีปริมาณมากกับมีคุณธรรมจัดจ้านขึ้นเราเข้าใจเพราะฉะนั้นถ้าจะเป็นคุณธรรมถ้าคุณธรรมแปลว่าความดีแปลว่าประโยชน์จะมีมากขึ้นจัดขึ้นปริมาณมากขึ้นฤทธิ์แรงของคุณธรรมและความดีนั้นมากหนักแน่นขึ้นจัดขึ้นชัดขึ้นแรงขึ้นก็อ้าวถ้าเราส่งเสริมด้วยร่วมด้วยได้ แม้ว่าเราจะส่งเสริมร่วมด้วยเราก็ยังรู้เหตุปัจจัยเราต้องรู้ความเป็นจริงว่าควรเป็นไปได้ขนาดไหนมีต้นทุนขนาดไหนจะทำได้ขนาดไหนไม่ใช่ว่ามีต้นทุนขนาดนี้แล้วก็มีความต้องการจัดจ้านกว่านี้หรือว่าจะให้เป็นอย่างนี้อย่างนี้แล้วมันไม่เป็นแล้วก็จะพลอยทุกข์พลอยร้อนอะไรอยู่ก็ไม่ใช่เราก็ทำด้วยส่งเสริมด้วยตามตามสภาพที่เราเห็นว่าควรส่วนนอกนั้นแล้วก็จะเน้นให้คนเห็นว่าไปหาจุดศูนย์เคลื่อนย้ายออกไปแล้วก็ไปหาจุดศูนย์ไปหาจุดสลายซะบ้างทำไมต้องสลายที่ต้องสลายก็เพราะว่ามันเป็นแนวถ่วงโลกก็ไปหาแต่จุดที่เขาจะเพิ่มไม่ เขาจะไม่มีการตายเขาจะไม่ยอมรู้ความจริงว่าทุกอย่างต้องเกิดจะต้องดับเขาไม่รู้ความจริงว่ามันจะต้องดับทั้งๆที่เขารู้แต่เขามีจิตของเขาตัวนึงว่าเขาไม่อยากดัดไม่อยากไม่อยากไม่อยากตายไม่อยากสูญไม่อยากเพราะอะไรเพราะเขานึกว่าโลกนี้เกิดมาแล้วมันเป็นความสุขสุขมันมีชีวิตนี่ก็สุขก็พอใจมันมีชีวิตแล้วนอกจากชีวิตแล้วก็จะต้องหารูปรถติดเสียงให้มันส่งให้มันเลื่อนเร็วยินดีบันเทิงสมใจสมใจสมใจแล้วเขาก็เพิ่มความอยากไม่ได้อยากนิดนึงที่สนใจนิดนึงเขาพยายามจ่าย ย่ามใจพอได้นิดนึงแล้วเขาก็จะได้มากกว่านั้นเขาก็ทำอีกเขาก็ยอมใจอีกเขาก็นึกว่าตัวเองเก่งอีกแล้วก็พยายามใจอีกให้มากขึ้นอีกแล้วเขาก็นึกว่าตนเองจนได้มากเกินพอมากจนคนอื่นเข้ามาสู่ฮกมากจนคนอื่นเข้ามาสรรเสริญว่าเก่งนี่คุณได้มากคุณทำเก่งก็ยิ่งยากใจซ้ำลงไปอีกว่านอกจากทำได้จริงแล้วได้มาแล้วยังมีคนมาสรรเสริญเยินยอว่าเฮ้อลูกเก่งนี่หรือทำได้มากสมใจในสรรเสริญกันอีกว่าเป็นนอกจากเก่งคนเดียวหรือว่าเราเก่งยังไม่พอคนอื่นยังมาชมเราก็เก่งอีกก็เลยเก่งกันใหญ่แล้วเขาก็จึงโลกในล่า นอกจากมีเหล้าแล้วล่ามันก็มีอำนาจเพราะคนแย่งสิ่งนี้เมื่อเขามีมากเกินเพียงพอที่เขาจะหยิบยื่นให้แก่คนซึ่งไม่ขนหน้าแข้งไม่ร่วงเขาหยิบยังไงยังไงก็ยังหยิบได้หยิบให้แก่คนอื่นได้อีกคนอื่นก็มาสู้รบก็ได้ยศได้ศักดิ์เด็กฐานะอีกมีอำนาจถ้าคนไหนที่เขาอยากได้ของเหล่านี้มากมากจนเขายอมเป็นทาสจะใช้ให้เป็นทุกข์ทรมานเหน็ดเหนื่อยซมซานยังไงเอาอำนาจลาบเอาอำนาจยศเหล่านี้ให้เขาก็ยอมอยู่ใต้ฝ่าเท้าไปเลยคนก็ยิ่งหลงไอ้สมบัติพวกยิ่งใหญ่เพราะฉะนั้นเขาจึงติดเงินราบยศสรรเสริญสุขอย่างถอดถอนไม่ขึ้น ในความเป็นมนุษย์มนุษย์ทุกคนถอดถอนไม่ขึ้นสวดองค์ประกอบอื่นมันจะเป็นไปเนี่ยล้วนแล้วแต่เกิดมาจากลาภยศสรรเสริญสุขเป็นรากเหง้าทั้งนั้นจะไปเล่นการพนันก็เพราะหลงในลาภหลงในยศโรงเรียนสรรเสริญหรือสุขอย่าไปเสพสิ่งเสพติดก็เพราะหลงในลาภยศสรรเสริญบางคนเนี่ยไปซื้อเศษสิ่งเสพติดเพราะอยากอวดเบ่งเพราะตัวเด็กเก่งอยากได้สรรเสริญแล้วก็เป็นยศอะไรแล้วมันโง่ทั้งๆที่เขาแต่ตอนที่เขาเองก็เหมือนกันแต่ก็โง่เพราะมันเป็นเก่งอย่างหนึ่งแล้วมันเป็นสุขแล้วก็เป็นศพอะไรเงี้ย มันมาจากเหตุลาภยศสรรเสริญสุขตัวสุขเนี่ยตัวร้ายที่สุดคู่กับตัวทุกข์นี่แหละก็สุขนี่แหละตัวร้ายที่สุดร้ายจริงๆวันๆเข้ามาสิ่งใดก็ตามเมื่อได้ล่าสมใจมันก็ส่งยศเพิ่มขึ้นทางฝั่งแล้วแต่สรรเสริญมาอีกสุกมันได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งสุขนอกจากลาภยศสรรเสริญสุขก็ยังไม่พอก็ไม่รู้นี่ตัวเองที่มีทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 ที่รับสัมผัสจากอะไรแม้จะได้รับอะไรต่ออะไรมาตามที่โลกเขาหลอกไปสุดจะหลอกสุดจะหลอกเลยหลอกกันจนถ้าได้อะไรมาเนี่ยพอเห็นได้ตายอ๋อไอ้ เห็นด้วยตาอานิสงส์ใจก็สุขได้ยินในหัวข้อนี้เหรอเขาไม่ได้ก็ต้องติดยึดไปอย่างนี้ทั้งนั้นได้ทั้งจมูกทั้งลิ้นทางกายสัมผัสใดๆหรือแม้แต่ได้นั่งนึกคิดหรือได้นั่งเอาอารมณ์อารมณ์อารมณ์อารมณ์อะไรก็ตามที่เขาสร้างให้เขาหลอกไว้ให้เขาปั่นไว้ให้เขาพูดไม่ให้เป็นจิระดังได้ยินมาเป็นกิเลสอ่ะไม่ได้ยินมาอย่างนี้แล้วก็ยึดเอาไว้ในจิตเป็นภพเป็นชาติอยู่เป็นภพอยู่นั่นแหละอุปทานเอาไว้ยึดเอาไว้แล้วก็มาอยากได้แล้วก็มาคอยแสวงหาหรือคอยโอกาสพอได้ปั๊บก็นี่ตรงกับพบที่เราตรงกับสภาพจิตของเราที่เราปั่นไว้รูปนี้ร่างนี้เป็นอย่างนี้ อย่างนี้อย่างนี้แล้วก็เป็นสุขมีอยู่นานนับประการนับไม่ถ้วนอยู่ในจิตที่อุปทานไว้หรือนิมมานรดีไว้นิมมานรดีคือสร้างรอยไว้ในจิตนับไม่ถ้วนมากเหลือเกินและเขาก็จะได้ตามภพของจิตที่ตีปลานั้นไว้ตีปลาไว้ตรึงไว้ที่ใจว่าเป็นรูปนี้รอยนี้ไม่รู้กี่อย่างจะต้องได้เหมือนกับหมอที่ปกครองไม่รู้กี่ล้านบอกอยู่ในใจเพราะอะไรเข้ามามันดูเหมือนจะลงไปได้หมดอะไรเหมือนๆมันจะเข้ามาโอ๊ยลงบ่อนี้ได้สมใจในบ่อนี้ได้แล้วบ่อนี้ได้แล้วมีแต่บ่อที่แห้งคอร์ดที่คอยอะไร เอามาลงทุกอย่างเลยเป็นล้านๆบอกคนจริงคือมนุษย์ที่ซมซานเหมือนกับคนกลางทะเลทรายแห้งผ่าคอยอยากได้อะไรก็ไม่รู้ทุกอย่างที่เขาอยากได้พอได้มาก็ไม่เคยสนใจสักทีเพราะว่ามันหมอเยอะเหลือเกินเนี่ยเป็นอย่างนี้แล้วเขาก็ได้มาเขาก็จะว่าเขาส่งเพราะแม้แต่จิตของตนเองทวารจิตก็เป็นเช่นเดิมมีอุปทานมีพบเอาไว้ไม่รู้กี่อย่างกี่อย่างมีรูปมีรอยอะไรที่ว่าฉันจะต้องได้อย่างนี้ต้องเป็นอย่างนี้ต้องมีอย่างนี้เต็มไปหมดแม้แต่ตาหูจมูกลิ้นกายก็จะต้องได้หนีตามสมมติไม่ตรงกันถ้ายิ่งตรงกันนะยิ่งแหลกเลย นี่ขนาดไม่ตรงกันนะคนที่ชอบแดงหน่อยคนนี้ชอบแดงจัดคนนี้ชอบแดงบางคนที่ชอบเหลืองไปคนที่ชอบน้ำเงินไปขนาดที่เปลี่ยนเพี้ยนไปอยู่ตลอดเวลาไม่ตรงกันทีเดียวแม่ลูกแม่สีแม่รถอะไรต่างๆมันก็ยังอยากถึงขนาดนี้ยังตีกันแย่งกันถึงขนาดนี้เพราะความไม่รู้แล้วก็ไปยึดมั่นยึดหมายได้หมายใจเอาอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนู้นได้ทวารที่เรารับได้ 5 ทวารโดยเฉพาะไปลงที่ทวารเจ็บอะไรๆก็ไปลงที่ตะวันแล้วไม่รู้แล้วก็หลงว่าได้มาสมใจเป็นสุขผู้ใดยังหลงสุขอยู่เป็นอนิจกรรมไม่ว่าจะสุขทางอัตรา หรือว่าสุดทางใครอยากทำตาหูจมูกลิ้นกายได้ก้าวมาสู่คาริกะและเป็นภวตัณหาทั้งจิตเป็นอัตตาเป็นอัตนิยมจะต้องมาให้สมใจเป็นรูปพลอยอย่างนั้นอย่างนี้เป็นรูปพระจิตตามใจเราจะไปอุปทานไว้ทุกข์ทั้งนั้นทุกข์ทั้งนั้นเพราะใครยังมีการแสวงหาหรือการที่อยากได้ใครมีใครผู้ใดละกิเลสทางกามมาแล้วตาหูจมูกลิ้นกายไม่เป็นภัยแล้วหมดโศกหมดทุกข์กันในส่วนที่ต่างหูจมูกลิ้นกายถ้าก็ถือว่าเป็นพระอริยะที่มี ประโยชน์เบื้องต่ำเหตุผลไปแล้วจะเหลือเศษบ้างเป็นรูปราคะอรูปราคะโดยการอธิบายที่ผมได้อธิบายสู่ฟังว่าจะเป็นเศษของเก่าบ้างเล็กน้อยก็เป็นส่วนอ่อนเป็นส่วนที่แน่ใจว่าไม่มีทางที่จะออกมาให้ใครเห็นได้ทางกายทางวชิไม่ออกมาสู่ภพนอกนี้แล้วมันจะอยู่ในใจของเราสัมผัสเมื่อไรรู้เท่าทันทุกทีรู้เท่าทันเราเองเราไม่ปล่อยออกมาเรามีความอายมีโอต่อปะเพียงพอและเข้าใจจริงๆด้วยก็มันไม่จำเป็นหรอกไอ้สิ่งเหล่านี้และเราก็ได้เบาบางมาเราก็สบายแล้วแม้เหลือเล็กน้อยเราก็ได้โดยไม่ยากจะปราบมันลงก็โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากมีสติเมื่อไหร่ก็ตบหัวมันลงได้สบายจริงๆเพ้อสติเท่านั้นที่จะระวัง ระวังเผลอสติไม่ได้ขอดูราคาอรูปราคะเป็นเศษของกามบ้างหรือครูบากับรูปพระราคะเป็นความหลงผิดในจิตเองเป็นมโนอัตราก็ตามเป็นอรูปไม่อยากอัตราก็ตามเป็นอัตตาที่เกิดในจิตใต้สำก็หลอกมาเหมือนกันแต่กิเลสเป็นภพทางปั้นรูปปั้นภาพปั่นสีปั่นมีเทวดาเทวดามีเมืองสวรรค์วิมานมีอารมณ์อารมณ์ของจิตจิตได้พบอย่างนี้ได้เห็นอย่างนี้แม้ได้พบผ้าก็ชอบใจเป็นภาพเลยนะเป็นภาพเป็นเมืองเป็นแดนหรือไม่พบภาพเป็นอาสาเป็นสภาพที่ว่างแต่ก็เป็นสถานที่ที่ ไปสัมภาษณ์แต่มีอย่างนี้แหละมีอารมณ์เป็นอยู่อย่างนี้แหละทึบๆตื๊ดๆสว่างๆแล้วแต่ขนาดไหนก็ตามใจหรือว่าโล่งไปหมดหรือแม้ที่สุดอยู่อย่างนี้แหละแต่ว่าสัญญานาสัญญามันจะเป็นยังไงช่างมันรู้ก็ไม่รู้ว่าไม่รู้ก็รู้รู้อะไรอยู่รู้ก็รู้ว่ามีตัวมีตนอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไรคือไม่ใช่เฉยๆไม่มีงานหรือไม่ก็ดับไปไม่รับรู้อะไรเลยชนะไปเลยก็แล้วแต่ก็เป็นเพราะกุ้งจิตมันเพราะวันนี้ก็คือหยุดทางกายทางวัดจีนแล้วก็มาหยุดที่จิตพักเข้าไปหลบเข้าไปอยู่เฉยๆไม่พบอย่างนี้เขาเรียกว่ารูปประชารัฐ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] แต่ไม่ใช่กามสุขัลลิกานุโยคและต่อสู้กับไอ้เรื่องนี้มันยิ่งยากเรื่องอัตตาเนี่ยมันยากนักหนาเพราะมันไม่เคยรู้ตัวพอรู้ตัวแล้วจริงๆไม่ยากฟังให้ดีนะมันยากคือ ไม่รู้ตัวมันเพราะมันไม่มีตัวไม่มีตนมันละเอียดน่ะอัตตาเนี่ยเราไม่รู้ตัวมันมันจึงยากที่เราจะปรับปล่อยพอรู้ตัวมันอ๋ออาการอย่างนี้สภาพผสมส่วนอย่างนี้เองผมใช้คำว่าประสมส่วนเพราะมันไม่ๆๆไม่ใช่ตัวใช่ตนอะไรมันเป็นองค์ประกอบอ๋ออย่างนี้เองแล้วใจของเราก็จะต้องมาปั้นเป็นอย่างนี้เป็นนิมมานรดีอย่างนี้เป็นสวรรค์วิมานใหญ่จะต้องเอาอย่างนี้เสมอเราก็จะติดมันอยู่เสมอนั่นเองเพราะเราไม่รู้พอรู้ตัวมันใจเราต้องทำใจอย่างนี้เนี่ยไปหลงอาการใจแต่ผมอาการใจอย่างนี้เองแล้วเราก็มาทำใจอย่างนี้กับตัวเองการทดลองใหม่นึกไม่คิดใหม่อะไรไม่ตายไม่ต้องนึกคิด ปั่นร้อนหัวแล้วก็ยังไม่รู้แล้วต้องหยุดได้แม้แต่คิดก็พอประมาณไตร่ตรองก็พอประมาณจะทำงานก็ใช้สมองก่อนแล้วก็ใช้วาจาใช้กายเมื่อเราจะใช้อะไรได้ออกมาถึงขนาดทำกายบ้างทำบัญชีบ้างเป็นสัมมากัมมันตะเป็นสัมมาวาจาหรือแม้จะใช้เศรษฐกิจเป็นสัมมาสังกัปปะจะคิดนึกไตร่ตรองไม่ใช่สัมมาสัมพุทโธสัมมาสัมพุทโธคือดำริว่าจะทำอะไรถ้าทำผิดทั้งทางกายกรรมเลยก็ออกมาทำกายกรรมดำริจะมาทำวจีกรรมก็ทำบัญชีกรรมตามเด็กจะทำแต่เฉพาะมโนกรรมก็คือวิจารณ์หรือทำอาชีพไปจ่ายอยู่ในจิตวิเคราะห์อยู่ในจิต ก็ทำงานอยู่จะทำอะไรก็ทำเพราะกายกรรมเราจะทำงานอะไรทางกายที่เราถนัดก็ทำไปก็มีการงานอย่างนั้นมีการงานทางกายทางวจีและทางมโนนี่เป็นเรื่องของชีวิตหรือเป็นเรื่องของอาชีวะเป็นเรื่องของผู้ที่ยังมีชีวิตอาชีวะเรียกมันซะว่ายังมีที่ยังมีชีวิตเราก็จะเป็นผู้ที่มีสัมมาอะระหังอย่างนี้แล้วเราก็รู้ดีรู้ชั่วว่าทำอย่างนี้ดีแล้วเราก็มีอิทธิบาทมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาประกอบร่วมเมื่อทำสิ่งใดก็ทำที่ลงมือทำมีอิทธิบาทมีอิทธิบาทพาให้เจริญอิทธิบาทพระให้เจริญแล้วก็ทำตรงตามนั้นด้วย 20 บาทนี่ก็ทำได้ฉันไม่มีนิวรณ์เมื่อเรารู้แล้วว่าทำวันนี้จะเป็นนี่ก็ว่าไปมีอะไรแซงมาก็รู้ว่าแซงมาแล้วเราจะใส่ใจก็เอาไปใส่ใจกับวันนั้นแล้วก็รู้ว่าอันนี้เราจะปรับปล่อยแค่ไหนวางมือได้แค่ไหนที่จะไปว่าอันโน้นถ้าวางมือได้โดยที่เรียกว่าวางขายไม่ได้นะต้องคอยระวังดูนะเป็นไอ้นี่เคลื่อนไปมาถึงบทจบแล้วอันนี้จะขาดตอนก็ต้องคอยดูแลของเราอย่างนี้เป็นต้นแล้วเราก็ทำอยู่อย่างนั้นถ้าจะทำการงานถ้าจะพักสนิทเราก็พักรู้การพักจิตของเราได้หมดจิตของเราเป็นเจโตสมถะเราก็ทำได้จะสงบตัวเองแก่ตัวจะมาถามว่าคำว่าเราทำความสงบได้หยุดได้พักได้มีอำนาจมีวัดศรี ข้าวกล้องมีวัดศรีเลยมีอำนาจในการกระทำและแถวคลองหลวงไว้เป็นสวัสดีเป็นวัดสาวัตถีเป็นผู้มีอำนาจมีจิตสามารถที่จะกระทำได้ขนาดนั้นขนาดนี้ยังกินอย่าทำได้จริงเลยจริงๆเราก็ทำทำจิตของเราให้เป็นสมถะขนาดนี้แล้วจะให้มันขนาดนี้แหละให้มันพักขนาดนี้แล้วก็ถามทำเอาได้ทำเอาถึงแล้วก็รู้ด้วยเจตนาไม่แปลกใจหมดความแปลกใจและทำได้ขนาดนั้นขนาดนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่มีเจโตสมถะเป็นผู้มีโลงอุลตร้าคือเป็นผู้ที่รู้จิตจริงๆรู้โลภะโทสะโมหะรู้โลกนอกโลกใน แล้วก็อยู่เหนือโลกทุกจุดเราจะอยู่กับโลกนอกขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่กับภาคภาษีเกษียณกับลูกก็รถก็กินถ้าเราก็อยู่กับมันแล้วเราก็อยู่เหนือมันมันไม่เป็นนายเราเมื่อเราไม่ได้เป็นธาตุมันเราไม่ได้ทำเพราะเกิดรสชาติเอร็ดอร่อยเราทำเพราะเรารู้ว่านี่เราทำร่วมด้วยให้ดีเราสังเคราะห์ร่างกายของเราไว้ด้วยอาหารปัจจัยและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มปัจจัยและเราอยู่ที่ไหนก็อยู่ยารักษาโรคถ้ามีโรคถ้าไม่มีโรคก็ไม่ต้องยาเรามีปัจจัยอันบริบูรณ์แล้วนอกนั้นก็มีแต่องค์ประกอบที่จะต้องทำงานเราก็ทำงานกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปโดยไม่มีโลภะโทสะอะไรไม่มีจริงๆต้องรู้เป็นโลกุ ว่าเราอยู่เหนือเราอยู่เหนืออารมณ์เหล่านั้นเป็นอารมณ์วางว่างสบายโปร่งจริงๆแล้วก็อารมณ์อย่างนั้นจริงๆแล้วเราก็ทำงานไปแล้วก็ทำอะไรไปได้อยู่กับโลกได้ทุกอย่างนี้เรียกว่าเราอยู่เหนือโลกเป็นโลกุตระผู้ได้รู้เจโตสมถะผู้ใดรู้โลกุตระและทำเอาได้ทั้งโลกุตระบางคนมีโลกุตระจะเจอสมถะจะทำให้ตัวเองหยุดตัวเองพักพักไม่เคยลงอ่าพรรคไม่ค่อยได้ตามใจตามต้องการและก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพรรคคืออะไรไม่ค่อยถนัดถนัดในเรื่องจิตสมถะหมายความว่าสงบลงหรือว่าให้อยู่ในขณะนั้นให้เป็นอย่างนั้นทำไม่เก่งก็เลยว่าไม่เก่งไม่อยากนั้นคนเก่งต้องเก่งทั้งเจ สมถะทั้งโลกุตระรู้ชัดแจ้งเราจัดขอบเขตของจิตของเราให้ได้แค่นี้แล้วก็อยู่แค่นี้จะพับลงไปกว่านี้ก็แขนขวานี้จะให้ปรุงขึ้นไปอีกก็ปรุงได้ทำได้และไม่ได้ทำเพราะอยู่ใต้อำนาจมันอำนาจมันชี้ชวนให้เราทำตามเราทำเพราะเรารู้มันว่าควรมากไปเราก็รู้ว่านี่มากไปแล้วคนอื่นข้างนอกเขาต้องการมากกว่านี้แต่เราเองก็ต้องเป็นคนสุดๆก่อนมากกว่านี้ไม่ได้เราเป็นคนกำหนดมากกว่านี้พังเรารู้เนื้อเรารู้ตัวเรารู้ตัวเราก็ทำได้แค่นี้ถ้ามากกว่านี้แต่เราพังไม่ได้คนทั้งโลกก็อยากได้นี่แม้แต่พวกเราก็อยากได้ก็จะสร้างวัดให้เขาอยากได้ผู้ เขาอยากได้ไอ้โน่นไอ้นี่อะไรต่ออะไรแต่เขาจะได้อยากได้นะแต่เขาไม่สนับสนุนโดยที่เราไม่รู้เหตุปัจจัยว่าเขาจะเอาอะไรมาให้เขาถึงจะตายแล้วก็ไม่รู้อ่ะมันก็ไม่รู้มันก็ไม่เดินถ้าเขารู้ว่าอ๋อถ้าจะสนับสนุนที่มีเหตุผลไม่มีมากอะไรต่ออะไรมากก็ควรจะให้มันมีพักพร้อมมีที่ทางส่งเสริมจะปลูกที่นี่ก็จะต้องมีปุ๋ยมีอาหารมีอะไรต่ออะไรที่จะส่งเสริมให้ที่นี่งอกงามขึ้นทำดินทำยากทำที่ให้ร่มเย็นทำที่ให้เราเรียนกันได้ครับที่ให้มีอะไรเกิดขึ้นมาบ้างเขารู้เขาก็จะสนับสนุนแต่ผู้รู้ก็มีอยู่มีตาเขาก็ค่อยสนับสนุนอยู่แต่ผู้ไม่รู้ก็รู้แต่ว่าอยากได้อยากได้สิ่งนั้นแต่ไม่รู้ว่าจะสนับสนุนอะไรเป็นส่วนที่ตัวเองมีเอามา มันยังไม่เอามาให้ก็มีอยู่แต่เราจะไปขี้เอาทีเดียวทีเดียวทีเดียวก็ไม่ได้คนก็หวงของเพราะว่าเราจะต้องดูจนกว่าเขาจะเกิดญาณเกิดปัญญาเมื่อเขาเองเขาต้องการรู้ต้องการใดๆก็ค่อยแนะชี้แก่เขาขึ้นมาเดี๋ยวมันจะมีผลมีส่วนแล้วก็ไปสนับสนุนเราเอามาไม่ใช่โรคแต่เราเอามาเพื่อสร้างเพื่อก่อเพื่อเป็นมวลสารเพื่อเป็นสิ่งที่ร่วมสังเคราะห์เป็นองค์ประกอบที่จะสังเคราะห์สิ่งที่เป็นประโยชน์สืบสานกันขึ้นมาบางคนเกิดมามันก็มีแต่ทำงานกับรู้ตัวพระเมื่อผู้ใดทำตัวพรรคเป็นตัวหยุดเนี่ยตัวสมถะได้ในจิตง่ายดายเมื่อเวลาตื่นก็รู้ว่าเราตื่นแล้วเราก็มีพรรคมีวางมีอยู่ มีขอบเขตในการทำงานมีขอบเขตในการรับรู้ตาหูจมูกลิ้นกายใจสัมผัสเมื่อใดรับรู้มีผัสสะด้วยภรรยาและสฬายตนะทั้งทุกประตูรู้ในนามในรูปอะไรมีสังขารพร้อมไม่โง่เลยมีวิชารู้ในสังขารรู้เท่าทันในสังขารอย่าเข้าใจว่าไม่มีสังขารอวิชชามีสังขารอวิชชาน่ะไม่รู้เท่าทันสังขารมีวิชาและรู้เท่าทันสังขารและสังขารเหล่านั้นก็เราก็รู้ว่าเป็นอนัตตาสังขารทั้งหลายเสื่อมไปเป็นธรรมดาเพราะฉะนั้นเมื่อเราเองเราจะยังประโยชน์ก็คือยังสิ่งที่ยังไม่เสื่อมหรือให้ตั้งอยู่อย่างไม่เสื่อม เราจะทำสิ่งนี้ให้ไม่เสื่อมให้เป็นประโยชน์เราก็ทำด้วยเราสังขารด้วยแต่เราก็รู้ว่าสังขารนี้ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนไม่ใช่ของเราของเขาไม่ใช่ไม่ใช่อัตตาไม่ใช่อัฏฐมียาไม่ใช่ของของตนไม่ใช่ตัวตนไม่ใช่มันเป็นของกลางๆเมื่อทำขึ้นสร้างขึ้นประกอบขึ้นมันก็เป็นสิ่งนั้นเท่านั้นเองไม่ใช่ของเราโดยเฉพาะเนี่ยเราจะพ้นทุกข์ตรงนี้ตรงที่มันไม่ใช่ของเราหรอกไม่ใช่ตัวเราเราจะเป็นห่วงหาผูกพันใส่ตนใส่ตัวให้มีจิตไปผูกเข้าเราก็จะเก็บทีหลังรู้ว่าสิ่งที่เป็นของดีเราก็ร่วมสร้างร่วมสังเคราะห์ร่วมสังขารร่วมตรง รูปสักแต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เกิดในรูปนี่ชื่อเรียกอะไรก็ได้ตั้งแต่อยากจนกระทั่งถึงละเอียดวัตถุก็เรียกน้ำลูกสีก็เรียกนามรูปกลิ่นก็เรียกนามรูปรถก็เรียกนามรูปอะไรก็เรียกนามรูปนั้นสิ่งที่เรามีจิตของเราเข้าไปร่วมด้วยรับรับรู้เรียกว่าน้ำลูกเท่านั้นถ้าจิตเราไม่รู้ด้วยเราก็ไม่มีนามไม่มีความรับรู้เข้าไปรู้สิ่งนั้นมันก็เป็นวัตถุทั้งนั้นคุณนี่เป็นวัตถุตัวแทนวัตถุแห่งหนึ่งของคุณตัวคุณน่ะสำหรับผมคุณเป็นช่างวัตถุเพราะผมเองถ้าผมไม่รู้อะไรกับคุณเลยผมก็ไม่มีนามรูปอันนี้ไม่มีวัตถุอันนี้วัตถุอันนี้เป็นของวัตถุเองมันก็เป็นของคุณเองถ้าผมไปร่วมด้วย เป็นนามรูปรูปก็คือแท่นที่ถูกรู้นางก็คือความรู้ที่เราได้รู้เราก็ไปรู้สิ่งนี้ด้วยก็เป็นนามรูปและนามรูปนี้ก็ไม่มีอำนาจหยั่งลงในใจเราว่าเป็นของเราไม่ใช่ไม่ใช่ของเราไม่ว่าเสียงนี้ก็จะต้องเป็นของเราหรือเราจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นไม่เสื่อมสลายไม่มีกลิ่นนี้รสนี้จะต้องได้เป็นของเราเราจะจำเอาไว้เราจะต้องได้อย่างนี้เราจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นอย่างนี้ไม่มีไม่ได้อย่างนี้ไม่เป็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นไรไม่เป็นไรไม่มีเลยก็ตายถ้ามีอยู่ไม่มีก็เอาอันอื่นมาแทนได้ก็แทนก็อยู่ไม่มีเลยไม่มีอะไรแทนได้เลยก็ตายก็ตายไม่เป็นไรไปไม่มีอยู่ เข้ามาเอามาให้ถึงเวลาเราบอกไม่เอาแล้วเราจะตายแล้วก็ตายทั้งนั้นที่มีสิ่งนี้เอามาสังเคราะห์ไม่ได้แต่เราไม่เอาตายจะตายแล้วก็ตายจะไม่มีปัญหาอะไรและนามรูปต่างๆนี่มันก็หลายเหรียญเข้ามาแล้วทีนี้ก็มาหาตัวเราก็คือสัญญาชนะเรามีทวารทั้ง 6 นี่แหละรับรู้มีเรารู้เท่าทันในทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 อายตนะเรารู้ในประโยคส่วนเล็กส่วนน้อยส่วนใหญ่ประโยชน์ทั้งปลาประโยชน์ต่างหูประโยชน์ทางจมูกลิ้นกายรู้ว่าชัดเจนแต่อันตรายมันก็มันกระทบทวาร 5 ข้างนอกแล้วก็ทวารใจ 6 เพราะฉะนั้นเอง ภาษาและภาษาจะเกิดทุกข์เกิดสุขหรือไม่ถ้าคุณยังมีสุขอยู่แม้ในประตูนอกตาข้างนอกหูข้างนอกทวารนอกผมก็หลงมาเป็นสุขไปอยู่ในภพในจิตเค้าก็หลงว่ามันสุกคุณเองคุณก็ต้องแสวงหาพระคุณหลวงพ่อเป็นสุขนั่นแหละคุณยังไม่หมดสาริกาคุณยังไม่หมดความหลอกถ้าคุณยังร้องเป็นสุขไม่ว่าตาไม่ว่าหูไม่ว่าข้างนอกหรือหลงอยู่ในภพข้างในของคุณซึ่งคุณไปสร้างภพเอาไว้ทีนี้ก็ปฏิเสธจะสงสารไว้คุณยึดไว้ในจิตของคุณเรามาเป็นสภาพนั้นคุณจะต้องได้ต้องต้องเป็นถึงเรียกว่าเพราะอุปทานไว้ว่า ต้องมีปัญหาคุณคุณจึงต้องมีปัญหาเพราะสุขเวทนาของคุณไม่หมดหรือแม้แต่คุณนึกว่าทุกอย่างนี้มันทำให้คุณทุกข์มันทำให้คุณลำบากคุณก็จะต้องดิ้นรนผลักออกมันมีสุขก็มีทุกข์ถูกต้องผลักออกอย่างหนึ่งกับสุขต้องหามาให้ตนอย่างหนึ่งนี่เป็นปัญหาทั้งนั้นปัญหาอยากผลักออกอยากเอามาอยากทำร้ายอะไรก็อยากเอามาสอนเราเองเราทำลายความหลงผิดและทำลายความหลงผิดนะจากใจของเราเพราะเราทำลายความหลงผิดอันนี้แหละได้หมดแล้วเราก็มีแต่วิชาความรู้ถูกทุกอย่างต่างหูจมูกลิ้นกายก็มี บริบูรณ์เสียงรู้จักขนาดไหนก็ได้ไม่ทำร้ายเราไม่มีฤทธิ์รูปอะไรก็ไม่มีฤทธิ์ลดอะไรไม่มีฤทธิ์กลิ่นเสียงอะไรไม่มีฤทธิ์แล้วเรามีญาณทัศนะด้วยมีญาณทัศนะพิเศษสามารถรู้ซ้อนลงไปด้วยว่าไอ้นี่เป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ไอ้นี่มาแรงจัดไอ้นี่มาปริมาณมากมีหมดขนาดไหนเรารู้เราเข้าใจหมดเลยสำหรับตัวเราหมดที่จะเปรียบเทียบว่าซั่นว่ายาวว่าดีกว่าสั้นดีกว่ายาวๆดีกว่าสั้นอย่าดีกว่าละเอียดดีก็หยาบดีๆก็ดีดีดีกว่าไม่ดีไม่ดีดีกว่าดีอะไรแล้วแต่สำหรับตัวเราเอง ที่จะมาให้ตนหมดความกังวลในเรื่องที่จะเทียบส่วนได้เปรียบเสียเปรียบไม่ว่ายาวดีกว่าสั้นดีกว่าจึงเรียกว่าหมดที่ท่านจะรับฉันจะอนุมูลหลังสุภาสุพรรณแต่เรารู้นะตามสมมติฐานตามสมุดโลกว่าไอ้นี่ดีกว่านี้เรารู้ไอ้นี่ยาวกว่านี้ตอนนี้ต้องการยาดีกว่าตอนนี้ต้องการสร้างดีกว่าตอนนี้ต้องการหยาบดีกว่าตอนนี้ต้องการรายละเอียดดีกว่าเรารู้นะว่าโลกนี้ต้องให้เหมาะสมในขณะนี้ที่เราจะส่งให้เขาเขารู้แต่ตัวเราเองนั้นจะยาวจะสั้นจะหยาบจะละเอียดจะดีจะไม่ดีถ้ารู้ว่าไอ้เหมาะสมเป็นปัจจัยในขณะนี้ก็รับหมด สิ่งที่สำคัญในชีวิตที่เป็นปัจจัยเป็นไปตามกาลตอนนี้กินอาหารรับอาหารแต่ตอนนี้มีพันธุ์หนุ่มพอสมควรตามเหตุปัจจัยอ้าวเกินกว่านี้เรากำหนดแล้วว่าเราไม่ก็ไม่แค่นี้ก็อยู่ให้มันได้ประวีร์กลับมาจะแข็งตายแห้งตายก็มันอยู่แค่นี้แหละเราจะใช้ผ้า 3 ผืนถ้าเผื่อว่าถึงเวลาที่มันหนาวจัดมี 3 ผืนมีผ้าโชว์ภาพอื่นประกอบผิดไปบ้างพอเราจะทนหนาวทนอะไรได้บ้างได้แค่นี้แหละก็ได้มาบ้างไม่ต้องดิ้นรนไม่ต้องแสดงออกมานอกหน้าใจเราอาจจะออกใหม่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive