240323-460 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ025.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์19 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระพุทธะได้นำพิจารณาประเภทปัจจัยที่สถานปฐมอโศกข้าอยากจะขอย้ำเรื่องอิทธิบาท 4 กับนิวรณ์ 5 ซึ่งเป็นธรรมะคู่สำคัญที่เราจะต้องให้รู้ให้เห็นให้มีสภาวะประจำจนคำว่ามีคำนี้ไม่ใช่วันนี้รู้ว่าตัวเองให้เห็นนิวรณ์ของตนเองตลอดเวลาแต่เราก็พยายามที่จะพัฒนาด้วยพยายามทำให้เกิดสมถะทำให้เกิดรถ เธอเกิดที่รักก็ทำเกิดการขัดเกลาตัวเองด้วยสภาพของอิทธิบาท 4 เป็นสภาพที่สำคัญของตัวที่มันเป็นกลไกเป็นแรงคนของผู้ปฏิบัติธรรมถ้าเรากระทำอย่างที่มันถูกต้องได้อย่างแท้จริงไม่เกิดไม่ฝืนและเป็นสภาพที่เป็นรูปที่ที่มีสภาพกินดีที่ฉันพักเราไม่ได้มีความอึดอัดขัดเคืองเราไม่มีความลำบากตำบลในใจและปฏิบัติธรรมไปไม่ว่าจะเหนื่อยหนักหนาไม่ว่าจะทำอย่างไรอยู่ก็ตามแต่จิตใจของเราก็ยังยินดีมีสภาพ มองไม่เห็นนายไม่เซ็งไม่เบื่อเห็นสภาพที่พอใจเป็นสภาพฉันพระมีเปรมอยู่แม้จะหนักแม้จะตั้งตนอยู่ในความลำบากเพราะกิเลสของเรามันดื้อนักมันเหนียวนักก็ตามเพราะอะไรก็ตามแต่มันอยู่ในการต่อสู้อยู่ในการขับเที่ยวแต่เราจิตใจนั้นในส่วนจริงแล้วก็ยังมีความพอใจยังมีความยินดีและมีความอุตสาหกรรมมีความพอใจมีความจำเป็นที่มันจะเป็นอย่างนั้นได้เพราะว่าเราเข้าใจพอแล้วมีความมุ่งมั่นพอว่าเราจะเอาให้ได้ ทำให้ดีและยิ่งปฏิบัติเข้ามันก็ยิ่งได้ผลดีได้ประโยชน์ขึ้นเรื่อยๆใหม่ๆถ้าพูดถึงมีบารมีมาเดิมมันก็จะง่ายหน่อยล่ะในเรื่องต้นในเรื่องก่อนถ้าเราก็สลับง่ายรู้ง่ายทำออกง่ายเพราะว่ามันเป็นเรื่องต้นเรื่องแรกเราก็คงได้ง่ายๆมันก็ธรรมดาล่ะพอได้มาแล้วสูงขึ้นสูงขึ้นมันก็จะไล่ขึ้นไปตามบารมีของตนถ้ามีบารมีมากมันก็จะง่ายขึ้นไปอีกมากถ้ากรณีเราไม่มากมันก็จะง่ายไปจนกระทั่งถึงในระดับใดระดับหนึ่งเราก็จะเห็นว่าชักอื่นและการชักจะไม่ไม่เคยไปแล้วอันน

อ่านต่อ

ี้ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงเราจะ เศษความจริงไม่ได้ว่าเราเองเราถึงที่อย่างนี้มันชักจะไม่ค่อยคล่องรู้ทั้งรู้เข้าใจทั้งเข้าใจปัญญาก็รู้ดีแต่เราก็ยังต้องต่อสู้จะต้องขับเคี่ยวกันหนักอยู่มันก็ยังไม่ออกยังไม่ไปหมดยังไม่ได้ง่ายๆเราก็ต้องทำอยู่ทำไปแล้วก็ยังวนเวียนแวะมาอะไรต่างๆนานาเราก็ต้องรู้ความจริงแล้วเราจะไม่เกิดแหนงหน่ายเบื่อเซ็งเราจะรู้ว่าอ้อมเป็นอย่างนี้เองเราก็จะได้เพิ่มเราจะยังยินดีจะพอใจแล้วจะได้โชควิริยะเพิ่มอีกสักเพิ่มความเอาใจใส่ความต้องการคือเราจะต้องเพื่อความเป็นไทยเพิ่มความอุตสาหกรรมวิริยะเพิ่มเรี่ยวเพิ่มแรงในการที่จะ อยากจะทำให้มันบ่อยให้มันได้เสมอควบคุมเสมอดูแลให้ตนเป็นหลักๆของสติปัฏฐานให้มันอยู่ในบทสติปัฏฐานคือทุกเวลาเราจะมีสติทุกเวลาเราจะทำมันมีใจให้บอยให้อย่าเผลอสติอย่าเผลอใจอย่าห่างใจหรือแม้กระทั่งตายกายกรรมวจีกรรมเรามีกายเป็นอย่างไรอยู่ขณะนี้เรามีวิธีการทำอย่างไรอยู่รู้ว่าถ้ามันสุจริตความหมายของคำว่าเศรษฐกิจหรือทุจริตของกายกรรมมโนกรรมเนี่ยก็ให้รู้ให้ชัดเจนว่ามันเป็นขั้นตอนของผู้ที่สุจริตขึ้นหรือว่าแต่ละความทุจริตอยากอยากมาแล้วมันก็มีความทุจริตที่ละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆเราจะรู้จัก Siri ฝนตกป่ะเราจะอายต่อบาปที่เราเองสุขุมวิท แอบถ่ายขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นกายกรรมวจีกรรมโดยเฉพาะมโนกรรมถ้าเราไม่เผลอใจไม่ห่างใจเราพยายามปรับปรุงปรับปรุงรู้ว่าบทบาทในการปรับปรุงเป็นอย่างนี้เราได้ทำบ่อยๆสั่งสมบ่อยนี้เป็นกรรมหรือเป็นการกระทำหรือเป็นเรื่องปฏิบัติที่แท้จริงกลับถูกฝาถูกตัวกลับสู่รูปลักษณะของมันมีอิทธิบาทตรงพร้อมเมื่อถึงขั้นเรามีฉันทะวิริยะจิตตะมันก็จะวิมังสาวิมังสาคือผลได้คือความก้าวหน้าคือความเจริญคือสิ่งที่ได้ปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆๆๆที่มังสามันจะเกิดจริงเป็นจริงแล้วเราจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมที่อย่างสบายเป็นผู้ที่มีความยินดีกับคนที่ไม่เน้นหน้าเพราะเข้าใจให้มันมี รอแม่คนข้างนอกดูเห็นเราก็จะไม่เป็นนักปฏิบัติธรรมที่เคร่งเครียดแม้เราจะเหลือกิเลสอยู่ก็ตามเราก็จะไม่เป็นคนที่เคร่งเครียดจะเห็นผ่องใสยินดีเป็นผู้ที่มีฉันทะมีวิริยะเห็นลักษณะเพียรไม่ใช่ลักษณะเซ็งลักษณะนั้นหน่ายลักษณะท้อถอยไม่ใช่มันเป็นลักษณะที่มีจริงมันจะมีจริงเพราะเราทำถูกจริงเราเข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่งถ้าแม้ว่ามันมีอะไรเข้ามาข้องมาขวางมาขัดแล้วก็ตัดออกตัดออกอย่าให้มันผิดอย่าให้มันติดจากที่ลักษณะแท้ๆที่ดีๆและมีชั้นพระมีวิริยะมีจิตกะแล้วมันก็เพิ่มไปมากหรือน้อยก็แล้วแต่สมรรถภาพของแต่ละบุคคลเราจะก้าวหน้าหรือเราจะเจริญได้มากหรือน้อยมันก็ ของบุคคลแต่ละบุคคลการปฏิบัติธรรมเข้ามาอย่างอื่นนอกจากเราจะรู้ถึงนิวรณ์นิวรณ์ทั้ง 5 ตั้งแต่หยาบคำว่ากามเรายังพอใจในการการที่ว่านี่คืออาการมันอยากเป็นใครมันปรารถนามาให้สมอยากสมกายเสร็จสมสุขสมแม้จะปัจจัยอย่างอบายมุขก็เป็นตามปัจจัยอย่างสูงขึ้นมาเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหรือว่าปัจจัยอย่างราบยศสรรเสริญโรคที่เกิดขึ้นในใจก็เป็นการแต่เราได้เงินทองมาก็ชื่นใจแล้วก็เป็นสุขเป็นการให้อยากได้อยากได้ยศมาก็เป็นการอยากได้สรรเสริญมาก็เป็นการแต่มันใช่ยามันอยากได้อยากได้รูปอย่างนี้สนใจรถอย่างนี้สนใจสิ่งนี้สนใจก็ผ่านอย่างนี้ก็จะเป็นการ การประจำชาติทั้งนั้นมันมีอะไรขัดข้องมันก็พยาบาทอาฆาตไม่พอใจโทรศัพท์มันมีคู่กันอยู่ถ้าไม่สนใจได้มันก็จะเกิดโสดโสดเคืองยึดเพราะงั้นก็แม้แต่การโกรธหรือการพยาบาลในระดับของรูปรถจริงเสียงสัมผัสในระดับของวัตถุรากในระดับของอบายมุขมันก็เกิดประโยชน์ได้เพราะเหตุปัจจัยแค่อบายมุขไม่ได้ไปเล่นไพ่สนใจไม่ได้ดื่มเหล้าสนใจโกรธแล้วมันก็เป็นการโสดแค่นั้นถ้าเรื่องสูงขึ้นมาเป็นไม่ได้เงินไม่ได้ยศไม่ได้ลูกก็กินเสียงสนใจเพราะมันขัดข้องใจมากมันก็เกิดมันก็พยาบาลแก้แค้นประชดประชันแดกดันอะไรต่างๆนานามันก็เป็นเรื่องของกิเลสส่วน เกี่ยวข้องกันอยู่กับการวิสาขะแล้วถ้าผู้ใดที่ได้ปฏิบัติไปจนกระทั่งกามราคะก็อ่อนเบาปฏิกะในเรื่องของการในเรื่องของการใคร่อยากในเรื่องวัตถุหยาบในเรื่องของหยาบข้างนอกที่จะต้องสัมผัสด้วยทวาร 5 ก็เบาแล้วก็เข้าใจเดียวถึงแม้ว่าเราได้แล้วเราก็ไม่ควรซื้อมานะถ้าเทียบกับชีวิตดีจะต้องไปขัดเคืองกับผู้อื่นที่ผู้อื่นเข้ามาค้างมาแย่งตอนนี้มันก็ชักจะตายขึ้นมาหาสภาพของภาวะตัณหามีมานะหรือตัวที่ตนและทำถูกเขามาว่าเราก็ไม่ได้ถือตัวเราทำถูกเขามาด่าเขามาว่าเราผิดโปรดเราก็เกิดของเราเองเพราะความโง่เราไม่ควรโกรธไม่ว่าเราจะถูกหรือผิดเราไม่โสดในเรื่องของ สังโยชน์ก็จริงมีซ้อนอยู่ในกามทั้งหมดกามแล้วเราก็ยังเกิดมานะเราก็ยังเกิดเพราะการถือตัวถือดีอะไรได้อีกอย่างนี้เราก็ไล่เรียงขึ้นมาได้เกิดขึ้นมาเราจะได้เห็นของจริงเห็นความจริงว่าเรามีอารมณ์เรามีความเป็นกิเลสตัณหาพวกนี้มันชัดยิ่งเรียนยิ่งศึกษาก็ยิ่งชัดแต่ถึงแม้ว่าเราจะมีเราก็ต้องยอมรับความจริงว่าเรามีอย่าไปเกิดไม่พอใจเซ็งเบื่ออะไรต้องมีฉันทะมีวิริยะมีจิตตะมีบังสาเพื่อที่จะปราบกิเลสกามกิเลสที่จะบาปจนกิเลสหินนั้นมีพระพุทธเจ้าเป็นสภาพจิตในจิตเป็นสภาพที่มันเป็นภพเพราะว่าปัญหาก็ไปอีกมาก งั้นเราก็จะเรียนรู้เราก็จะพยายามทำไปด้วยเรียนรู้ไปด้วยอธิบายกันอยู่บอกกันอยู่ชี้แนะกันอยู่แล้วเราก็รักลงไปในเป็นนิวรณ์แท้ๆพวกนี้หมดนิวรณ์ 5 เราก็พ้นอวิชชาและเราก็เป็นพระอรหันต์ได้แม้ด้วยเหตุปัจจัยตามระดับดังกล่าวมาแล้วมันก็ทรัพย์ก็ซ้อนกันอยู่ในตัวเราจะรู้เห็นความจริงเราจะชัดแจ้งว่าสัจธรรมนี้มันมีของจริงมีความจริงอนัตตาก็เป็นสภาพหมดจริงไม่ใช่ว่าอนัตตาเป็นแต่เพียงเข้าใจความหมายมีปัญญารู้ความหมายแล้วก็นึกว่าเราได้ไม่ใช่มันเป็นอนัตตาที่มันหมดหมดอาสาพระหมดศรัทธาที่เราหลงเสพหลงผิดหลงยึดหลงถือจริงๆเห็นอนัตตาปรากฎแท้ๆเป็นศูนย์คุณภาพอยู่แท้ๆ จะต้องเป็นผู้รู้ผู้เห็นเองจึงจะเรียกว่าไม่หลงใหลไม่ผิดพลาดมันมีของจริงปรากฏมันยืนยันเรารู้เองฉันเองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิรู้เองเป็นปราสาทตัวเองเป็นบัณฑิตตัวเองมาเป็นผู้รู้ชัดแจ้งแล้วก็ขอให้พวกเราได้พระพุทธปฏิบัติให้มีสภาวะของอิทธิบาท 4 ดังกล่าวแล้วเพื่อปราบนิวรณ์ 5 ดังที่อธิบายโดยย่อบ้างในช่วงนี้เราก็จะได้เป็นผู้ที่เรียนรู้มักรู้ผลที่เราได้ปฏิบัติก็ขอให้ทุกคนได้ประสบผลนั้นและมีสภาพของอิทธิบาทปรากฏเราจึงจะได้ชื่อว่าเราเป็นสมณะผู้มีอายุทั่วตัวทุกคน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน