240503-3-061 ทางเอกภาค3-ตอน061(หน้า282)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์126 KB
วันที่แก้ไข17 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเอาวันนี้เราก็มาต่อดาวกำลังจะเข้าใจให้ลึกซึ้งต่อลงไปถึงเรื่องกรรมต่างๆได้อย่างกำลงไปได้พยายามเตือนเราให้ระมัดระวังแม้กระทั่งที่สุดถึงมโนกรรมหรือการงานของจิตหรือจิตจะเกิดการงานให้ระมัดระวังให้มันเกิดแล้วเราจะต้องมีสติสัมปชัญญะควบคุมดูแลมีรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอแม้แต่เรานั่งอยู่ขณะนี้เราก็รู้เป็นภายนอกรู้กาย ภายนอกรู้กลายเป็นภายในรู้แล้วก็ควบคุมกรรมกรรมเป็นกำเนิดถ้าคุณนั่งแล้วก็ปล่อยสติไปเสร็จแล้วกิเลสมันก็เข้าควบคุมแทนมันก็จัดการขับเลยขับให้คุณโยกเยกเอยน้ำท่วมเมฆกระต่ายลอยคอหมาหางงออะไรอ่ะหาตัวเลขแล้วไงก็ไปมันก็กิเลสมันก็ขับขึ้นไปคุณก็สั่งสมกับชำนาญนะพอทำไปมากๆก็ชำนาญชำนาญไม่ล้มเก่งเอ็งเก่งแต่ข้าไม่ค่อยชอบว่ะเพราะมันไม่งาม สุรศักดิ์ส้มตำไปเรื่อยสั่งส้มตำไปด้วยเกิดเป็นมีเป็นมรดกเป็นทายาทคุณรับมรดกอันนั้นน่ะต่อไปถ้าเผื่อว่าอโศกนี้มีแต่แบบนี้เข้าไปก็บอกแล้วฉายากิ้งก่าได้ระวังมาชั้น 1 แล้วนะได้ระมัดระวังมาชั้น 1 แล้วแทนที่จะอาตมาเคยเล่าอยู่วัดอโศการามเวทีเขานั่งในสัตว์ที่พ่อรุ่งเช้าผ่านเข้าห้องนอนคือไม่ฉันข้าวเช้าหรอกมันเมื่อยแน่นอนเห็นใจเลยอยู่โอ้โหควงสวรรค์เลยไม่ล้มนะทนไอ้สัตว์ที่เขาทุกวันพระเก่งก็บอกว่าเอ็งเก่งๆแต่ข้าไม่ชอบว่ะรูปการมันไม่ก็เข้าทีเพราะฉะนั้นนี่พูด หยาบให้ฟังถึงขั้นแม่ปานฉะนี้แล้วเราก็จะต้องระมัดระวังกรรมมันมาจากจิตมันมาจากมโนมโนเราผีเข้าครอบงำเราก็ไม่รู้กายนอกกายในแล้วเราไม่รู้ว่าทรงกายอยู่อย่างไรเป็นอย่างไรไม่เอาต้องมีสติสัมปชัญญะรู้นอกรู้ในไม่ใช่เข้าไปตัดอยู่ในภวังค์ไม่ตัดอยู่ในภพถ้าเรายังไม่เก่งนอกอย่าเข้าไปในภพพาทำใจโตสมถะห้ามเท่าไรก็ไม่ฟังบอกเอานางให้มี

อ่านต่อ

สติสัมปชัญญะถ้าไม่เก่งอย่าเพิ่งหลับตาไม่เชื่อกิเลสมันเรียกร้องแหมมันนั่งไปแล้วอยากหลับนี่มันอยากหลับเพราะหลับแล้วก็ผีเข้านั่งหน้าสั่นหน้าร้อนเงินอยู่นั่นน่ะแล้วมันก็จะไปได้เรื่องอะไรเพราะเราต้องรู้พยายามให้สติมันแข็งแรงสตินี่เป็นตัวสำคัญที่จะสู้กับทีมนักวิทยาศาสตร์ ในขณะนี้เราก็มาระมัดระวังละเอียดลออทุกประตูทุกเวลานะแล้วก็หัดฝึกไปหัดฝึกไปนั่นสั่งสมกับจึงจำเป็นกำมะพันจึงจำเป็นทายาทเป็นมรดกของคุณเป็นความเคยชินที่คุณใส่กระป๋องออมสินไว้และคุณก็จะไปต่อเผ่าต่อกันได้เพราะคุณเป็นคุณเป็นอย่างนี้คุณก็ไม่ตอบข่าวอย่างนี้คุณไม่คุณเป็นนาคเลื้อยคุณก็ไม่ตอบเขามากเลยมันเกิดโดยกรรมถ่ายทอดโดยกรรมคุณไปกระทําพ่อแม่ทำพ่อแม่ทำอย่างโน้นอย่างนี้มันก็เห็นพ่อแม่ทำมันก็นึกว่าดีมันก็ทำตามทำตามมาเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นตามมานิสัยก็ตามมาสันดานก็ตามมา จักรยานก็ตามมามันเป็นธรรมดาเองเป็นแท้ๆเป็นธรรมดาเพราะงั้นเราจะสร้างคนเราก็สร้างด้วยกรรมพ่อแม่สร้างก็สร้างด้วยกรรมนอกจากยีนที่ต่อเชื้อทางยีนมาแล้วนะวิญญาณของเขามาเองก็ตามก็มีวิญญาณของเขามาคันบ้างมาขวางบ้างบางทีพ่อแม่เป็นอย่างนี้ไอ้ตัวนั้นมันมีวิญญาณคือตัวรู้ตัวธาตุสั่งซ้ำพ่อแม่ทำอย่างนี้พ่อแม่ก็ติดพ่อแม่ก็ว่าดีนะแต่ไอ้ลูกคนนี้มันเห็นไม่ดีมันไม่ทำตามพ่อแม่ก็มีเพราะฉะนั้นบางทีพ่อลูกเนี่ยมันไม่ทำตามพ่อแม่ทำพ่อแม่มีนิสัยอย่างนั้นมีบุคลิกอย่างนั้นนะไอ้ลูกมันเป็นบุคลิกเหมือนพ่อแม่มันก็เป็นมันก็มีเพราะงั้นวิญญาณไม่ใช่ของที่เราถ่ายทอดได้ยินนี่เป็นนะถ่ายทอดกันมา หน้าตาก็เหมือนศรีพรรณก็เหมือนพวกคนผิวดำแอฟริกาลูกออกมาไม่ต้องกลัวหรอกหาข่าวไม่ได้หรอกดำปีทั้งนั้นน่ะคนในเมืองไทยนี่ก็จะหาดำยากเพราะเราไม่มีเลือดพวกดำปี๋แบบถังกับแอฟริกาถึงแม้เราจะผิวดำผิวคล้ำจากเรานี่ใครทำที่สุดนี่ถ้าฉันจะไม่อยู่ถ้าสันตะอยู่ก็ยกตัวอย่างได้ทั้งกับเพื่อนเราก็จะมีอย่างนั้นอย่างนั้นออกมาขอให้เข้าใจเรื่องกรรมไม่สำคัญเพราะงั้นเราพูดถึงกรรมพันธุ์ทุกข์เนี่ยมันก็มาจากการเกิดกรรมโยนิเราจะต้องเป็นผู้ที่ให้การเกิดเราเป็นพระเจ้าเราเป็นผู้ที่จะต้องให้เกิดเองตามที่เราให้เกิดกรรมนั้นแม้แต่กายกรรมแม้แต่วจีที่สุดคือมโน เราจะระมัดระวังมโนให้รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไงขณะนี้ถ้าเราหัดฝึกไปจนกระทั่งละเอียดละออแล้วรู้สึกแม้แต่กระทั่งยาบ้าแต่ตายเลยมันหยาบถ้าเราส่งกายไว้ดีแล้ววจีตอนนี้เราไม่ได้พูดเราก็ดีแล้วแต่ตอนพูดก็ต้องระมัดระวังว่าจีนมีความระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมอย่าไว้ใจของเราออกไปขนาดนี้ช่วงนี้มีผลสะท้อนสัมผัสได้ผลดีหรือไม่ได้ผลดีชักจะไม่เข้าท่าแล้วนะระมัดระวังนะเปลี่ยนแปลงนะว่ากี่คำนี้คำนี้พูดออกไปอย่างนี้ถ้าไม่ได้ดีไม่ได้ประโยชน์แล้วก็จะทำยังไงมันถึงจะเกิดประโยชน์เกิดคุณค่าก็ทำวจีขึ้นอีกคุณค่าถ้ามันชักจะแรงเกินไปมากเกินไปไม่ใช่มันเคี่ยวอยู่ของเราเองหล่อและอยู่เรื่อยเลยเขาตายไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่รู้เรื่องนี้ก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกันนะเพราะไม่แน่ใจว่าจีเราก็ต้อง ควบคุมพัดปล่อยออกไปหรือสร้างเราสร้างวจีกรรมโดยเราเป็นกรรมโยนิเราเป็นผู้ให้วจีกรรมวจีก็เป็นกรรมเป็นการกระทำกระทำให้เกิดโดยเราเป็นกัมมะโยนิเราเป็นตัวตนเราเป็นตัวพระเจ้าเราเป็นตัวกำหนดให้เกิดนะแม้แต่ใจเราให้เกิดก็ควบคุมตอนที่เรานั่งอยู่เฉยๆว่าจีนไม่มีกายกรรมก็นิ่งๆก็เหลือแต่ใจใจก็ต้องให้มาทำในทรงอยู่มีสีหน้าสีตามีความเหมาะสมควรรู้ตัวแม้แต่จะกระดิกหยาบมือจะกระดิกแขนจะกระดิกขาจะกระดิกจะเอี้ยวตัวไฟตัวจะเกี่ยวแขนไปขาถ้าไม่มีสติให้รู้ตัวเสมอเพราะฉะนั้นแม้แต่ เพลงจะส่งราศีรังษีออกมาเราก็เป็นราศีพฤษภอยู่ข้างในแล้วก็ให้จิตเป็นพุทธฟังเป็นพูดตื่นเป็นผู้รู้โยนิโสมนสิการเป็นผู้ที่ตั้งใจฟังอยู่ผีไม่เข้าทีนะมิทธะไม่เข้าทรงอยู่เป็นผู้มีวรรณะสีการเป็นผู้มีใจมีจิตจิตอันเอาใจใส่จิตก็ใส่กับงานนี้จึงเรียกว่ามันน่ะสิกาลจิตติแปลว่าผูกกาละแปลว่างานจิตก็ผูกอยู่กับงานนี้ไม่ได้ไปไหนไม่ได้ฟุ้งซ่านไม่ได้ออกนอกเอกก็ขัดตาด้วยกันมีเอกภาพท่านพูดเรานั่งอยู่ด้วยเราก็ร่วมอยู่ด้วยไม่ใช่ว่าท่านพูดเราไปเที่ยวอเมริกาท่านพูดเราไปเที่ยวเชียงใหม่ท่านพูดเราไปทำจิตพิเศษของ ฟุ้งซ่านไประลึกถึงอดีตหรือไปสร้างอนาคตอะไรก็ตามตามแรงกิเลสแหมอยากจะไปทำโน่นทำนี่ไปทำซะแล้วจิตไปทำแล้วตัวนั่งอยู่นี่แต่จิตไม่อยู่ด้วยมันไม่เป็นเอกภาพแม้แต่จิตเราจะเป็นเอกภาพเป็นภราดรภาพเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นพี่น้องกันเป็นการสัมพันธ์กันอยู่ในขอบเขตอยู่ในหมวดหมู่ไม่แตกกระเซ็นอย่างนี้เป็นอำนาจความผนึกเป็นอันเดียวกันเป็นอำนาจความผลึกเป็นพลังสูงมากพร้อมกันพูดพร้อมกันกายกรรมพร้อมกันเหมือนทหารเดินแถวเนี่ยทหารเขาเดินแถวก็ยกขายกแขนอะไรทุกอย่างให้เป็นเหมือนกันพร้อมกันเป๊ะๆเหมือนไม้บรรทัดเลยอย่างนี้เป็นความพร้อมพลังแห่งความพร้อมพร้อมเพียงเนี่ย พลังแห่งความพร้อมเพียงมีอำนาจมากมีฤทธิ์แรงเพราะฉะนั้นถ้าเราทำละเอียดไปได้จนกระทั่งถึงอย่าว่าแต่กายกรรมมโนกรรมเลยเรานั่งนี่นั่งสงบเหมือนกันนี่เรานั่งนิ่งสงบเหมือนกันเสร็จแล้วจิตใจของเราก็มีราศีแห่งความเบิกบานไม่ใช่นั่งเยี่ยวถ้าเยี่ยวก็เหี่ยวเหมือนกันเศร้ามากเลยถ้าแต่ละคนนี่นั่งนิ่งในละครตบหน้าเหี่ยวอย่างงี้นะใครเข้ามาสัมผัสปั๊บนี่ตายนี่ที่นี่ก็มีคนตายกี่คนเนี่ยคงจะเครื่องบินตกตายโหงก็ไปเป็นสัก 10 ศพหน้าเหี่ยวหมดเลยนั่งคอตกมันแรงนะคุณเพราะแต่ละราศีแต่ละราศีแต่สภาพรังสีของความสงบนะคือนิ่งคุณแต่ว่าราศีหรือรังสีของจิตออกเนี่ยสัมผัสได้ คุณนั่งอยู่เนี่ยนิ่งนะแต่ทุกอย่างมีราศีออกผ่องเบิกบานเขาสักพักโอ้หน้าตาก็สงบดีไม่ได้ท้าทายไม่ได้อะไรมากมายแต่ว่าอยู่ดีมีรูปมีรูปจะดีเพราะกับนักก็มีราศีออกมาเลยมีสีหน้าออกมาราศีมันจะออกจากทางหน้าราศีออกมาเป็นหน้าเบิกบานมีความเบิกบานรูปแม่บอกแล้วว่าคนเราจะมีรูปธรรมนามธรรมหน้าเหี่ยวหน้ามันดูดีหน้ามันไม่งามมันไม่มันไม่เป็นหน้ารูปตามแล้วแต่มันมีสมุดโลกเรามีรูปมันเป็นรูปธรรมนามธรรมอย่างนั้นมาแล้วเพราะพ่อแม่เราก็ไปเกิดไม่ดีนี่ส่งยีนมาให้รูปร่างหน้าตาเส้นของมุมปากเส้นของดวงตามันดูมึง ไม่เข้าเครื่องมันดูไม่เข้าท่ามันดูเหี่ยวๆโหดๆก็ตามเราก็พยายามปรับยกเส้นที่มันควรยกเส้นอย่างนี้เป็นเส้นเบิกบานเป็นเส้นที่ดูยิ้มแย้มเราก็ทำทั้งเส้นทั้งตาเส้นของปากเส้นของจมูกคุมกระดกยากก็ไม่กระดกเส้นแล้วขยับกล้ามเนื้อปากกล้ามเนื้อตาอะไรได้แล้วก็ทำให้มันดูเบิกบานได้เนี่ยอธิบายละเอียดเป็นตัวที่เขานั่งขนาดนี้นะไม่รู้จะอธิบายอะไรกันให้ชัดเจนกว่านี้แล้วก็ทำระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมว่าเราก็เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานอย่าให้มากจนกลายเป็นแป้นแล้นดังกล่าวแล้วเท่านั้นแหละอยู่ในภาวะที่พอเหมาะพอเจาะพอดีเกินไปเขาเรียกดัดจริตเกิน แต่เราก็ดัดดัดดัดจริตที่มันน้อยไปให้มาพอดีให้มันพอดีพอดีอยู่ในจังหวะไหนขอบเขตและบอกแล้วว่าอัตราหรือว่าขนาดที่เราตัดแล้วว่าสูงหรือดีของเราก็คือพุทธะมีอารมณ์ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานเพราะฉะนั้นลักษณะเบิกบานนี้ต้องติดตัวพุทธบุตรพุทธศาสตร์ระยะพุทธศาสนทั้งหลายต้องเป็นผู้เบิกบานเป็นผู้รู้ไม่ใช่เป็นผู้ไม่รู้เป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะเต็มตื่นอยู่เป็นผู้ที่มีปัญญารู้เป็นผู้ที่แววไวปฏิภาณดีรู้อะไรรู้ได้เร็วสถิติรู้เร็วเป็นผู้มีสติตื่นตัวรู้อะไรมากระทบอะไรมาสัมผัสอะไรต่ออะไรแม้แต่นิดนึงกระแส เขาแสดงออกมานิดนึงเรามีกระแสรับตื่นแล้วรู้ไวแววไวมากมีปัญญาแววไวปัญญาแปลว่ารู้ฉลาดลึกแหลมและแววไวแปลว่าสติมันไวๆแล้วก็มีปัญญาร่วมด้วยวัยทำงานอยู่ไม่ใช่เป็นผู้เสื่อมซึมเป็นผู้เอาน้ำสาดยังไม่รู้เรื่องเลยทุบ 2 อ่ะยังหาไอ้พันนี้ไม่พูดมันจะพูดไอ้พันนี้หมดมดเป็นพวกที่ไม่ตื่นเป็นพวกที่ไม่ค่อยรู้ไม่แววไวไม่มีปฏิภาณไม่ฉลาดลึกรู้เท่าทันเลยเพราะงั้นไปอย่างนี้อะไรอะไรก็เป็นเป็นหนึ่งเดียวกันได้ง่ายๆเป็นแต่เพียงคนที่แสดงสัญญาณเข้าใจแล้วแล้วยิ่งรู้ยิ่งเข้าใจกันด้วยสัญญาณรวมกลุ่มรวมหมู่รู้ว่าทางนี้เราใช้สัญญาณ นี้แล้วนะตอนนี้เรามีสัญญาหน้านี้มาใช้เพิ่มแล้วนะพวกเราก็จะเข้าใจกันง่ายมีอะไรนิดนึงนิดนึงนิดนึงคนอื่นก็ยังไม่ทันรู้ทันหรอกคนอื่นก็ยังไม่จับรู้เลยว่าใช้สัญญาณอะไรเป็นสัญญาณที่เล็กน้อยในทีมีในทีเท่านั้นพร้อมพรั่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสามัคคีไปหมดเลยอธิบายให้ฟังนี่เราจะรู้ว่าโลกหรือสังคมนี้เขาใช้อะไรอันนี้แหละเป็นความเก่งของมนุษย์ประเสริฐมนุษย์ประเสริฐทำได้อย่างนี้จึงจะเกิดความพร้อมพระอาทิตย์จะเกิดฤทธิ์แรงถ้าเราสร้างอันนี้ไม่ได้นะเราไม่สามารถที่จะนำอาณาจักรนี้ก้าวหน้าไปได้พุทธเจ้าที่เราจะเราจะก้าวนี้เราจะได้อาณาจักรของเราแค่นี้เล็กน้อยกระจอกกระจอกอยู่แค่เนี้ยกระจอกกระจอกนี่ภาษาบาลีว่าคันลุงหรือคลัง ขไข่ฬจุฬาขอไข่รอจุฬาคลังคลังเรียกว่ากระจอกกระจอกกระจอกกระจอกเล็กน้อยมันได้น้อยๆอยู่แค่เนี้ยมันไม่ต่อเพราะฉะนั้นเราจะมาพยายามเขียนธรรมจักรสร้างสังกัดสร้างพุทธจักรสร้างพระพุทธเจ้าให้เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติเมื่อคุณได้มาเป็นพุทธบุตรแล้วคุณเชื่อแล้วว่าพุทธนี้สอนให้คนประเสริฐสอนให้คนเป็นผู้ที่ไม่หลงโลกไม่เป็นธาตุโลกอยู่อย่างเราอยู่อย่างคนเราอยู่อย่างมนุษย์ทำงานมนุษย์มีการเกิดมาใช้กรรมภาษาที่แสนซึงภาษาไทยนะเกิดมาทำไมก็เกิดมาใช้กรรมใช้มันเลยเรื่องกรรมนี่ใช้มัน อย่าเอาไปเก็บยาวกรรมไปเก็บชอบว่ากรรมไปเก็บนักเสร็จแล้วเอาไปซุกไปหมดเลยหยุดไม่ทำอะไรไม่มีกรรมนิ่งอยู่เฉยๆที่จริงก็ไม่นิ่งหรอกคนแบบนั้นไม่นิ่งเสพติดติดอะไรฟุ้งซ่านของตัวเองอะไรหยุดคุณครูอยู่อย่างนั้นแหละเสพไม่ได้หยุดหรอกที่จริงก็ไม่ได้หยุดเพราะว่าจิตย่อมเกิดดับอยู่เป็นธรรมดานอกจากเราไร้สติแล้วก็ไร้สภาพที่จะรับรู้ได้เราจึงไม่รู้เรียกว่าสติขาดสติตกเพราะฉะนั้นเมื่อสติขาดสันติไม่รู้แล้วก็เลยนึกว่าตัวเองเราดับที่จริงเรายังเป็นคนโดยจริงเรายังมีความเกิดดับพระพุทธเจ้าไม่ดับแม้แต่นอนหลับท่านสอน คุณจะซาบซึ้งคุณจะรู้สภาวะธรรมที่จริงก็สอนเทวดาคืออะไรคือท่านยังคิดอยู่พระพุทธเจ้าน่ะท่านนอนหลับท่านก็ยังคิดแต่ท่านไม่ได้คิดเรื่อยเปื่อยฟุ้งซ่านไปตามความไม่รู้ท่านคิดท่านมีสติสัมปชัญญะควบคุมการคิดจะให้คิดเรื่องอะไรมีเรื่องอะไรก็คิดก็พิจารณาปรับปรุงพิจารณาเรียนรู้ท่านยังเรียนรู้ที่จริงพระพุทธเจ้าจะรู้แล้วล่ะแต่ท่านยังมีสิ่งที่ท่านจะรู้จะเรียนท่านจะรู้อะไรถ้าจะทำอะไรถ้าจะตรวจสอบความเป็นไปกว้างขวางเพื่อจะวางแผนเป็นการงานเป็นอะไรต่ออะไรของท่านท่านคิดของท่านท่านรู้ของท่านท่านไม่ได้ปล่อยความคิดไปโดยไม่มีกำหนดโดยไม่มีความรู้ไม่มีสติสัมปชัญญะควบคุมไม่ใช่ท่านมีสติสัมปชัญญะควบคุม ไม่ได้หยุดไม่ได้พักคุณครูนั่นคือการพักผ่อนนอนหลับแล้วการนอนหลับนั่นคือการหยุดกายทวารกายไม่ทำงานเพราะมันใช้จ่ายแคลอรี่เยอะทำงานทำการใช้จ่ายแคลอรี่มากเพราะฉะนั้นเราจะพักผ่อนแล้วก็หยุดกายหยุดกายแล้วก็หยุดใจด้วยสำหรับคนที่จะพักผ่อนมากๆก็หยุดใจด้วยให้คิดแต่น้อยหรือให้สงบลงให้คิดเบาเครื่องลงมากๆมากๆควบคุมเบาเครื่องลงนี่เป็นความสามารถของคนธรรมดาธรรมดาก่อนทำได้แค่นี้ก็ได้พักแล้วหยุดคิดเลยถ้าหยุดคิดมันไม่มีมันไม่มีแม้เราเองเราจะรู้สึกว่าเราไม่รู้อะไรเลย แล้วเรานึกว่าเราที่เขาเรียกกันว่านิโรธแบบหลับตาหลับไปไม่รู้เรื่องที่จริงในใต้พบนั้นในภวังค์นั้นในใต้จิตนั้นน่ะจิตมันยังเกิดอยู่เหมือนกับชีวิตร่างกายของเราเนี่ยเรานอนหลับก็ตามเราเดินอยู่ก็ตามอวัยวะภายในมันทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงอวัยวะเราไม่เคยหยุดเลยหัวใจไม่เคยหยุดเลยเลือดไม่เคยหยุดเลยยังจะเดินอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงมันจะเป็นทั้งปีตลอดชาติของคุณมันก็เดินอยู่ทั้งตลอดชาติมันเดินอยู่ชั้นตลอดชาติมันไม่มีความหยุดเลยแม้แต่รูปฉันใดและนำมาทำกับคุณเอ๊ยนามธรรมเหมือนกันเลยมันไม่มีหยุดหรอกแต่เรารับรู้ไม่ได้หรอกขาดสติเราจึงไม่รู้จิตอยู่ พบจิตอยู่ในภวังค์อยู่ในภาวะตัณหาถ้าเราไม่มีตัณหาเราก็จะมีการเกิดของภพเพราะฉะนั้นการเกิดของพบในนั้นน่ะเราเป็นรูปไปพบอรูปภพที่เราหยั่งลงไปไม่รู้มันเป็นชีวานอุปาทิและกีฬาอนุปาทิเสสนิพพาน ต้องคิดไปในทางสร้างสรรค์ที่ดีจะเป็นประโยชน์เป็นอะไรตายแล้วก็คิดให้เอออันนี้เราควรจะทำให้ของคนนี้สำหรับเรานะไม่ต้องคิดเอาอะไรแล้วสำหรับเรานะเพราะอรหันต์เจ้าเนี่ยไม่ใช่คุณนะถ้าคุณทำได้ก็เอานะที่บอกว่าไม่ใช่คุณไม่ใช่ดูถูกที่พูดนี่หมายความว่าคุณยังเป็นไปไม่ได้ทีเดียวมันยังจะตามใจตัวเราอยากอยู่เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ตามใจตัวเราอย่างแล้วนะเราจะคิดนี่มันยังคิดวางแผนและคิดทำงานให้แก่คนนั้นให้แก่คนนี้ให้แก่เรื่องนั้นเรื่องนี้มันคิดจนกระทั่งมันมีไอ้สิ่งพวกนี้อยู่ในใจเนี่ยมันก็จะออกมาเป็นเครื่องแทนเครื่องแทนมันมีสภาพสัญลักษณ์แทนอะไรแทนแล้วก็ออกมาเป็นเรื่องแทนแล้วเราก็จะรู้ตามสัญลักษณ์แทนที่เราใช้ของแต่ละคนไม่เหมือนกันไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้น แต่ละคนใช้เครื่องแทนนี่แหละเครื่องแทนเป็นสภาพความคิดผู้ใดใช้เครื่องแทนตามรูปอะไรของตัวเองก็แทนของตัวเองสมมุติของตัวเองเป็นนิมิตของตัวเองเครื่องแทนเครื่องหมายนี้ไม่ไปเอาเครื่องหมายเครื่องหมายแทนเป็นสัญลักษณ์กระดาษเป็นนิมิตเป็นเครื่องหมายก็ได้มันก็แทนของตัวเราเองไปบางคนก็คล้ายกันบางคนไม่คล้ายแทนเองเข้าใจเอาเองก็ของใครของมันถ้าเราศึกษารู้ว่าอันนี้เป็นเครื่องแทนความคิดของเราแล้วเป็นรูปแทนเป็นนิมิตแทนเป็นสัญลักษณ์แทนเราก็ตีความหมายออกมันเหมือนฝันเป็นเรื่องอย่างนั้นน่ะทีนี้คนเราเข้าใจความฝันไม่ได้ทุกวันนี้เข้าใจความฝันไม่ได้ความฝันนี่ก็คืองาน เละๆของจิตมนุษย์แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าไอ้เครื่องแทนหรือสัญลักษณ์แทนหรือภาพแทนรูปแทนที่แทนลักษณะความคิดอย่างนั้นอย่างนั้นของเรามันคืออะไรเราไม่รู้เราเลยต่อเละเลยเรื่องนู้นเรื่องนี้บางทีเป็นเรื่องมันยังไม่ค่อยเป็นเรื่องเลยไปมันไม่น่าจะออกเรื่องนั้นเรื่องนี้มันก็เละไปเรื่อยตามเรื่องตามราวอย่างนั้นก็เรียกว่ามันมันฟุ้งซ่านใหญ่แต่ถ้าเราเองเราเป็นผู้รู้อยู่เราก็ควบคุมเครื่องแทนหรือสัญลักษณ์พวกนี้เพราะมันต้องเกิดจิตของคุณยังเปิดยังเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปอยู่ในวัฏฏะมันไม่ดับหรอกคนอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมศาสดาของเรายังไม่ได้หยุดงานจิตเลยยังไม่ได้ดับแล้วท่านยังไม่ดับเลยแล้วเรื่องอะไรเราจะไปดับจริงๆเราดับนั่นน่ะเป็นของ สีที่ไม่รู้เรื่องเป็นผู้ที่รู้ตามที่เขารู้แต่ของเราในพระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ตรัสรู้แล้วแล้วท่านก็พาเราเป็นนะเราจะเป็นอย่างที่ท่านเป็นแล้วเราไปทำให้ดับโดยไม่รับรู้นั่นน่ะเป็นการเป็นการเข้าใจผิดอย่างหนึ่งเป็นมิจฉาทิฐิอย่างหนึ่งซึ่งเราจะไปทำเป็นประเภทดับรับรู้เราจะหัดดาบรับรู้นี่เราจะหัดมีสติและแม้แต่เราจะหยุดไม่รับรู้อะไรเลยช่วงหนึ่งนี่ก็คือจิตของเราไม่ทำงานจิตของเราไม่รับรู้ปล่อยให้มันอยู่ในภพมันทำงานเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปอยู่ในภพของมันเนี่ยแล้วเราก็ไม่ตื่นเต้นเมื่อเราไม่รับรู้เราก็ไม่ตื่นเต้นพลังงานที่จะสปาร์คแคลอรี่ที่จะสปาร์คจ่ายเพราะว่ารับรู้แล้วก็ตื่นเต้นสลายตัวคือมีสภาพรู้นี่ก็เกิดแคลอรี่ที่จ่ายจ่ายออกไปสลายออกไปเราไม่ใช้เพราะฉะนั้นเราก็ รับรู้อยู่นี่ให้มันอยู่ในภพที่มันอยู่อย่างนั้นน่ะมันจะทุกข์ร้อนหรือมันจะฟุ้งซ่านหรือมันจะเกิดเรื่องราวอะไรของมันมันก็เกิดตามที่เรายังมีฌานของจิตหรือโยนิของจิตโยนนี้ของจิตก็คือกรรมของกิจการงานของจิตมันจะทำของมันอยู่จริงๆแล้วเราก็ไม่มีจิตอีกตัวนึงไปรับรู้ด้วยดีใจหรือเสียใจด้วยเราก็ไม่ต้องจ่ายแคลอรี่ด้วยการพักผ่อนจึงมีมากเพราะฉะนั้นในนิโรธหรือที่จริงมันไม่นิโรธแบบนี้มันไม่ใช่นิโรธอริยสัจมาเป็นการทำอสัญญีเป็นการดับไปเฉยๆเพราะฉะนั้นการที่ไม่รับรู้สิ่งนี้ได้นี่ถ้าได้ตื้นมันก็ออกมาไวเพราะการหัดทำนิโรธก็จะพยายามทำมีสติให้ระลึกเข้าไปภายในไกลๆจิตของเรามีกำลังแรงและก็ค่อยไปไม่รับรู้อยู่ในภาวะภูมิของจิตเป็นรูปเป็นรูปลึกเข้าไป จะไปดับอยู่ได้ลึกและนานเราได้พักผ่อนนานอันนี้เป็นผลประโยชน์ที่เราได้พักผ่อนนานถ้าจะทำอสัญญีไม่ได้หมายความว่าจิตไม่มีการเกิดจิตยังเกิดดับเกิดดับอยู่อยู่ในภพบอกแล้วอยู่ในภาวะภพอยู่ในองค์ของภพเขาเกิดเขาดับอยู่ส่วนพระพุทธเจ้าท่านไม่อำพรางแล้วท่านเปิดโล่งหมดทุกทิศทุกทางมันจะเกิดจะดับอะไรของมันอยู่ท่านก็ปล่อยให้มันเกิดมันดับตามธรรมแล้วท่านก็มีสติควบคุมและก็มีแต่การทำให้เจริญจึงเรียกว่าเทวะสอนเทวดาก็คือการแนะนำชักจูงพากเพียรทำให้จิตนั้นเจริญขึ้นจะสมมุติว่ามันไปเกี่ยวข้องกับจิตใครก็ตามท่านก็จะช่วยโลกช่วยคนอื่นถ้าเกี่ยวข้องกับจิตคนอื่นก็แนะนำให้ อู่นั้นเจริญพระพิจิตรของท่านเองเจริญก็ตัวจิตของท่านนั่นแหละเป็นจิตเทวดาจิตของท่านเองนั่นแหละเป็นกิจเทวดาแล้วท่านก็จะสอนผู้อื่นท่านนั่นแหละเป็นเทวดาที่จะสอนผู้อื่นเป็นพระพรหมที่จะสอนผู้อื่นจิตของท่านก็เป็นอยู่ท่านจึงไม่แปลกอะไรถ้าเกิดท่านก็เหมือนกับฝันนั่นแหละมันก็มีเรื่องมีราวที่ท่านสอนเทวดาก็มีเรื่องมีราวถ้าเราจะไปเรียกว่านั่นฝันมันไม่ใช่ความฝันของมนุษย์มนุษย์มันฝันเลอะเทอะๆมันก็มีเครื่องหมายพระพุทธเจ้าก็มีเครื่องหมายแทนของท่านเรื่องของท่านจะเป็นรูปออกมารูปเลยมันก็เป็นรูปของท่านจะเป็นรูปคือไม่มีรูปร่างมันก็ไม่มีรูปร่างแต่ก็มีสัญลักษณ์หรือมีเครื่องหมายแทนเป็นนิมิตแทนของท่านพระพุทธเจ้าเป็น อรหันต์ถ้าจะว่าก็จริงแล้วมีเรื่องราวในจิตไหมมีสิทธิ์ก็สอนเทวดาไม่มีเรื่องราวในจิตได้เลยแล้วเขาก็เรียกว่าพระอรหันต์ไม่มีฝันที่จริงอันนั้นเขาไม่เรียกขวัญแต่ในภาษาบาลีเขาเรียกมีอยู่ 2 คำมีนิมิตกับสุบินถ้าสุบินหมายความว่าคำว่าฝันสุบินเนี่ยฝันถ้านิมิตก็คือเครื่องหมายแทนมีเครื่องหมายแทนเรื่องราวและก็มีเรื่องราวอยู่ในเครื่องหมายนั้นเครื่องหมายเหล่านั้นแทนแล้วก็เป็นเรื่องเป็นราวดำเนินเรื่องดำเนินการเรียกว่ามีนิมิตพระอรหันต์เรียกว่าท่านมีนิมิตแต่ก็เป็นเรื่องราวเหมือนกันกับฝันแต่ไม่ไม่ตรงไม่เหมือนกันกับฝันตรงที่ว่าฝันนั้นมันมีกิเลสเข้าไปผสมแล้วมันไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวมันไม่ได้สารัตถะส่วน นิมิตรนั้นน่ะสภาพของพระอริยเจ้าหรือพระอรหันต์มีเรื่องมีราวในจิตเหมือนกันมันเรียกว่าไม่ฝันเพราะว่านิมิตรนี้มีเรื่องราวฟังให้ดีนะภาษาไทยเราเรียกว่าฝันคำว่าฝันจึงเป็นสภาพเลอะเทอะเป็นสภาพที่ไม่รู้เรื่องไม่ได้ประโยชน์อะไรไร้ค่าไร้คุณเป็นไปตามอำนาจของจิตและกิเลสซึ่งห้ามไม่ได้ยากด้วยสำหรับคนธรรมดาพระอริยเจ้าฉันสามารถจะห้ามความเลอะเทอะห้ามความไร้สาระได้เมื่อความไร้สาระได้ก็มีแต่เรื่องราวที่เป็นสาระมีเครื่องสัญญาอยู่อย่างเก่ามีเครื่องหมายแทนมีสัญลักษณ์อยู่อย่างเก่าสัญลักษณ์แทนเรื่องราวอยู่อย่างเก่าแต่สัญลักษณ์แทนเหล่านั้นตัวผู้ที่มีนิมิตนั้นเองก็ยังเกิดคุณเกิดค่าเกิดประโยชน์จากนิมิตเหล่านั้น อันนี้เรียกว่าเป็นสภาพจิตที่มันยังเกิดยังดับอยู่คนเข้าใจอย่างนี้ไม่ได้ก็บอกพระอรหันต์ท่านไม่มีนิมิตแล้วถ้าไม่มีฝันไม่มีเรื่องราวอะไรแล้วเอฟอันนี้เป็นเรื่องราวนะคือหมายความว่าหมดคำว่าหมดของเขาก็เลยอธิบายเพราะเราหันหมดแล้วถ้าไม่เกิดไม่ดับไม่เกิดไม่ดับท่านนอนหลับก็นอนนอนแบบนั้นน่ะเป็นนิโรธอย่างนึงนิโรธแบบที่อธิบายไปแล้วเพราะการงานที่มันเป็นนั้นก็เป็นได้พักผ่อนคุณจะพักผ่อนด้วยนิโรธอย่างนั้นก็เอาแล้วถ้าเผื่อว่าคุณเองเมื่อยจะจัดมามันพักน้ำมันต้องการพักมันพักอะไรคุณมันนอนมันไม่รู้เรื่องหรอกฝันแฟนมันไม่รู้เรื่องอ่ะนอกจากคุณจะฟุ้งซ่านมากเกินไปแล้วมันก็จะกดไม่ได้ที่จะต้องรู้ตามฝันคุณก็จะต้องสื่อเข้าไปรู้จิตของคุณแสงเอง มันจะพักแท้ๆมันยังอุตส่าห์จะได้รู้แต่ถ้าจิตของเราเมื่อยจริงๆนะมันดับไปเลยแล้วมันก็ไม่รู้อะไรมันก็พักไปมากเลยดับไปเลยเราจะเรียกอันนั้นวันนี้รอดแบบฤาษีนิโรธแบบอยู่ในภพแล้วก็ดับไม่รู้เรื่องไม่ทำงานก็ได้มันไม่ได้ลึกซึ้งลึกลับอะไรหรอกนิโรธน่ะส่วนนิโรธอริยสัจของพระพุทธเจ้านี่ท่านดาบเหมือนกันแต่ท่านมีเป้าดับท่านดับกลิ่นรู้ว่าหน้าตากิเลสเป็นอย่างนี้กิเลสหยาบกิเลสกลางกิเลสละเอียดรู้หน้าตาและท่านดาบมันตายไงหมดเลย 7 ถุงกันถึงโรงสว่างชัดเจนสัมผัสรู้นึกคิดรู้ลืมตาก็รู้หลับตาไปเวลานอนหลับท่านก็รู้ว่านี่ท่านกำลังทำงานกำลังสอนมีสติสามารถควบคุมด้วยเออ ตั้งเครื่องไว้แล้วก็เป็นไปจะต่อเครื่องหรือจะเปลี่ยนอยู่ในนั้นยังมีอำนาจมากก็สามารถเปลี่ยนเรื่องในกลางทางได้ในขณะที่นอนเรานอนหลับไปนี่แหละเรามีเรื่องนั้นแล้วเราจะเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นเรารู้ตัวเราเปลี่ยนเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามเจตนารมณ์มีสติสัมปชัญญะตื่นข้างนอกเราทิ้งกายได้แต่ข้างในเราทำงานเราจะต้องเรียนรู้แม้การงานของจิตเป็นกรรมมาโยนนิถึงปานฉะนี้ให้มันเกิดในสิ่งดีให้มันเกิดเป็นการงานในนั้นอย่างดีๆเป็นเรื่องยากนะที่ฟังนี่คุณฟังให้ดีไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเพราะเรานอนเราคิดว่าจะปล่อยๆเสมอนอนแล้วไม่มีสติชานนท์ไม่มีชาขี้ยานุ้ยโยคะนอนแล้วก็หลับปล่อยไปเลยเสร็จแล้วมันก็ไป หกคะเมนตีลังกามีฟุ้งมีฝันอะไรมันก็เลอะไปตามเรื่องตามราวตามอำนาจกิเลสแต่ถ้าเราควบคุมไม่ให้มันเกิดการงานตามอำเภอใจกิเลสเข้ามาใช้งานเกินการเราจะเป็นผู้ที่เคยเราจะสั่งสมกับที่ดีไม่ขาดทุนเราจะทำได้ลึกซึ้งดังกล่าวนี้เราจะไปพูดทำได้ลึกซึ้งดังกล่าวนี้เพราะงั้นผู้ใดที่ควบคุมกรรมได้อย่างนี้มากๆพวกนั้นก็มีความเจริญเร็วเจริญทางธรรมเป็นผู้ที่จะบริสุทธิ์สะอาดโอกาสกิเลสเข้าน้อยเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านได้สอนแม้แต่นั่งนอนยืนเดินถึงเวลานอนก็ตามต้องควบคุมหัดควบคุมรู้หลับลูกตื่นแล้วขณะที่หลับก็จะพยายามควบคุมไปจนกระทั่งถึงจิตที่มันจะเกิดอะไรเป็นอะไรยังไงยังไง มันมีคุณค่าอย่าให้มันฟุ้งซ่านอย่าให้มันไปตามอำนาจอำเภออยากมันไปอย่าตามอยากไม่ดีเพราะฉะนั้นจึงได้กำกับคุณว่าแม้แต่คุณนอนก็จะพยายามหลับตาแล้วก็มีสติสัมปชัญญะให้ตื่นโพรงเบิกบานแจ่มใสและมันจะขาดตอนออกไปสูงสุดเท่าที่คุณจะรู้จะเป็นไปไม่ได้ไอ้เรื่องการปล่อยแล้วนี่คุณอยู่ในภพของจิตไปเนี่ยสักพักนึงมันจะปล่อยวางทวารเองปล่อยวางทวาร 5 ข้างนอกปล่อยไม่รับรู้แต่คุณก็จะใสโพรงถ้ามีสติดีก็จะใช้โพรงถ้าใครประคองสายพระองค์นอนอย่างนั้นได้นะอยู่อย่างนั้นอาจจะรู้สึกว่าไม่นานน่ะแต่พอเวลาคุณออกมาจะตื่นขึ้นมาแล้วมาดูนาฬิกาที่นานไปแป๊บไปวันๆถ้าสิ่งใดที่ไม่มีทุกข์ไม่มีอะไรวุ่นวายไม่มีอะไรมากนะคุณจะนึกคิดเรื่องงานการคุณจะคิด อะไรก็ได้อยู่ก็นึกได้นึกได้แล้วจะไปเป็นงานที่คล่องที่เบาถ้างานไม่คล่องไม่เบานะคิดยากคิดเย็นคิดอะไรก็ได้อยู่นะจะรู้สึกน้านนานเพราะอะไรเพราะรู้สึกทุกข์หรือเป็นนรกแล้วมานานน่ะมันนานแล้วรู้สึกทุกข์สังเกตได้ในช่วงระยะที่แค่เรียกว่าคุณเองทำจิตเนี่ยอยู่ในสภาวะถ้ารู้สึกว่ามีอะไรเป็นต้องคิดยุ่งคิดยากมีทุกข์เข้ามาซ้อนนะมันเหมือนนานนานลืมตามาดูเวลาเนี่ยเดี๋ยวๆมันไปเพิ่งถึง 1 นาที 2 นาทีแต่รู้สึกน๊านนานแต่ถ้าช่วงไหนที่คุณเองคุณเมาว่าง่ายคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้หรืออันนั้นมันมีอะไรต่ออะไรนี่นะ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

240503-3-061 ทางเอกภาค3-ตอน061(หน้า282)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt | สารานุกรมชาวอโศก