240619-3-082 ทางเอกภาค3-ตอน082(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติศีลเป็นสติปัฏฐานเรามาต่อกันที่เราได้อธิบายถึงอาชีพหรือคำว่าอาชีวะและก็ได้ขยายความให้ฟังในนัยยะความหมายของอาชีวะไปหลายๆอย่างหลายๆอันแต่เราจะสัมมาอาชีวะอย่างไรซึ่งก็กำลังอธิบายเคลียร์ไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้เข้าไปจนกระทั่งถึงมิจฉาอาชีวะ 5 และในสัมมาอาชีวะนั้นมันจะขยับๆอย่างไรในสภาพของผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้วมันจะไปยังไงมายังไงซึ่งก็เด็กอธิบายไปพลางๆแล้วว่าถ้าเราปฏิบัติธรรมตั้งแต่ต้นต้นที่บัตรไปในศีล 5 นี้ผู้ที่มีศีล 5 ปฏิบัติไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์ไม่ผิดผัวเขาเมียใครไม่โกหกไม่วุ่นวายแนวบายทั้งหลายเพราะฉะนั้นผู้ใดที่ทำงานอยู่ยังจะทำงานมีอาชีพเกี่ยวข้องกับเรื่องราวนี้โดย มึงก็ต้องรู้ตัวทันทีหรอกเพราะมันปฏิบัติธรรมเนี่ยมันรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราฆ่าสัตว์อย่างนี้ตรงๆตายแล้วนี่เป็นอาชีพประมงอาชีพไม่ต้องเอาตรงที่เดียวแล้วมันต่อไปหน่อยเดียวเท่านั้นเราเลี้ยงไก่ขายเลี้ยงหมูขายไอ้ไก่นี่เขาก็ไม่เอาไปทำอะไรนักหนานอกจากไก่ชนเท่านั้นก็เลี้ยงไว้เดี๋ยวมันก็ทรมานถ้าเลี้ยงไก่ชนไปขายเขาเอาไปชนกันตอนนี้ไก่ธรรมดาไม่มีอื่นเลยขายไปก็เอาไปลงหม้อแกงท่าเดียวเลี้ยงหมูเขาเอาไปฆ่ามันก็รู้ๆอยู่มันก็จะเห็นว่ามันเป็นอาชีพที่มันไม่บริสุทธิ์เป็นอาชีพที่มันต่อโยงมีการละเมิดศีลมีการมีสันติมีประวัติสติมีการต่อไป ประวัติสติคือเป็นไปอยู่อย่างนั้นน่ะมันมีความเป็นไปอยู่ในจุดที่มันเห็นชัดๆอยู่แล้วแล้วเราก็เป็นต้นเหตุที่จะส่งเข้าไปอย่างนั้นยังไม่เข้าเรื่องอาชีพนี้เขาก็ยังไปลักทรัพย์ยังไปขโมยอะไรกับเราเองเราไปทำงานอาชีพที่มันยังเป็นการขโมยลักทรัพย์ทำของที่มันยังขี้โกงอะไรอยู่ชัดๆตรงๆเป็นมิจฉาชีพดีแท้ๆโฆ
อ่านต่อ
ษณาหรือแม้แต่จะเป็นลักษณะยังมีวาจาอยู่ในศีลข้อที่ 4 อยู่ด้วยอย่าโกหกยังสับปรับยังจะต้องคดคดโกงโกงอะไรกันอยู่จริงๆจังๆจะด้วยกายหรือด้วยวาจาอะไรอย่างเงี้ยมันก็ไม่ทำแล้วแม้จะเป็นพ่อค้าจะบอกว่าไม่โกหกไม่ได้อย่างนี้มันก็จะต้องปรับ ปรับปรับมาจะทำให้เราเป็นคนซื่อสัตย์คนสุจริตคนจริงคนจริงเข้ามาจริงๆไล่เลื่อนขึ้นมาแม้เรื่องผู้หญิงผู้ชายเนี่ยผัวเดียวเมียเดียวก็ดูมีกิเลสมันก็ผัวเดียวเมียเดียวคนอื่นก็ต้องหยุดหัดมองหัดไม่มีอะไรที่จะไปมีจิตใจไปวอกไปแวะอะไรกับอื่นเขาอะไรต่างๆนานาซึ่งถ้าบอกว่าไม่มีศีลรอบรับแล้วพูดได้ไม่สำนึกไม่สังวรแล้วมันอดไม่ได้มันยั่วยวนมันเป็นอย่างนู้นอย่างนี้มันไม่มีขีดไม่มีขั้นไม่มีอะไรกันเพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรกั้นมันก็เกิดด้วยวันละนิดวันละหน่อยก็เดี๋ยวมันก็เต็มกระป๋องจนกระป๋องแล้วมันก็เป็นยังไงมันก็ห้ามไม่อยู่เท่านั้นเองก็ระเบิดมันจะมีศีลเรารู้ว่าเรามีสีนั้นถือศีลนะ โดยเฉพาะผู้ชายก็ดีผู้หญิงก็ดีอะไรที่แต่งงานแล้วมีผัวมีเมียเราจะต้องทำงานเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้หญิงผู้ชายอื่นๆอะไรนะต้องมีศีลกั้นไว้และมีสติสัมปชัญญะปฏิบัติตนมีสติปัฏฐานเสมอไม่รับสัมผัสคนนู้นคนนี้เขาก็แต่งเขาก็อยู่เขาก็โยนก็มีลีลาทีถ้าอย่างนู้นอย่างนี้หรือแม้แต่ผู้หญิงนี่บางทีไม่มองผู้ชายหล่ออย่างเดียวมองว่าเขาเป็นคนงามความดีมีดีมีนู่นมีนี่ก็เดี๋ยวเราก็จะไปพลอยเผลอใจนี่เค้าคนดีนะมันน่าจะเป็นของเรานะอะไรเงี้ยเดี๋ยวก็เผลอๆใครๆอ่ะเพราะเราก็จะต้องมีบอกเรามีศีลนะเรามีศีลนะมันสั้นอยู่อย่างนี้มันถึงทำให้คนดีอยู่ในขอบข่ายมันเป็นเครื่องเตือนเป็นสติปัฏฐานฟังดีๆนะว่าปฏิบัติศีลเป็นสติปัฏฐาน อย่างไรฟังดีๆปฏิบัติศีลเป็นสติปัฏฐานอย่างไรเมื่อเรากำหนดแล้วว่าเราถือศีลเรามีศีลข้อนั้นคนนี้มีความหมายขนาดนั้นขนาดนี้ในขณะนี้กำลังอธิบายได้แค่ว่าเรามีศีล 5 และศีลข้อที่ 3 หมายเอาแต่แค่เรามีผัว 1 เมีย 1 แล้วถ้าเผื่อว่าคนอื่นนี่เราก็จะปฏิบัติอย่างไรมันก็จะสำเนียงเราเรียกว่าสำนวนศีลตามหลักธรรมสำรวมอินทรีย์เป็นสาธารณะปฏิบัติไปเสมอจะระณะแปลว่าการปฏิบัติการประพฤติประพฤติไปเสมอมีหลักศีลนี้อยู่ประจำใจกายกรรมมันจะเป็นไปนะนี่ไม่เข้าท่าแล้วนะเขาแล้วนะ มันก็จะรู้ไม่เอาไปแตะตังค์เค้าด้วยกายไปแตะหนังเขาด้วยวาจาที่พูดไปเล้าประโลมกะลิ้มกะเหลี่ยไม่เอาออกมาจากจิตอย่างไรพิจารณาลงไปเราจะรู้ว่าเอานี่ออกมาจากจิตตัวนี้ชักพูดไม่เข้าทีแล้วเนี่ยพูดไม่มีจิตจิตเนี่ยชักมีความกำหนัดใครมีความปฏิพัทธ์มีความชักไม่ดีมันจะรู้ที่ตัวเองนี่แหละตัวเองก็จะสำเนียงจะสำนึกจะสังวรการสังวรศีลแล้วก็การควบคุมกายว่าจีโน่หรือการรู้ต่อสัมผัสเราไม่แสดงออกกลายเป็นกิโมโนที่เราแสดงออกส่วนเราจะรับเข้ามานี่ก็คือทวาร 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจเราสัมผัสแล้วมันก็จะรับเข้ามาเราก็จะอยากรู้กรองก่ายกองพิจารณาบางทีมันก็สัมผัส [ไม่สามารถถอดข้อความได้] อิริยาบถอยู่ญวนในงวดนี้พิจารณาเข้าไปภาษาพูดน้ำเสียงมาลาของเป็นรูปเป็นสีมาสัมผัสเป็นกลิ่นเป็นสัมผัสแตะต้องวิเลปะนะอะไรที่เราจะส่งไวอะไรที่เราจะรับมาสาธารณะหรือสาธารณะอะไรก็ตามแต่ทั่วๆไปที่เราจะมาส่งไว้เราจะส่งไว้แต่เฉพาะที่สะอาดสะอาดกลองแล้วก็ส่งไว้อย่างสะอาดไม่ให้เป็นมันชนะไม่ให้มันตกมันแต่งไม่ให้มันประดับประดาไม่ให้มันเอ่อขึ้นไปจนกลายเป็นนางงิ้วที่ผู้ชนะฐานาไม่เป็นฐานะเองผู้ที่ประดับ ดาวมาตกปลาแต่งซึ่งมันก็รู้อยู่แล้วเราอยู่ในฐานะนักแต่งแล้วเราไม่แต่งนี่เราจะมาด่าพวกเรานี่ไปเนี่ยใครก็จะวาดดูที่ทำแต่งตัวเขาจะว่าเราดูทำแต่งตัวนะเนี่ยวิภูสำนักฐานมาก็มอซออย่างนี้แต่งลงไปมอซออย่างนี้เขาก็หาว่าแต่งไปอีกเทอมนึงช่างหัวเขาเถอะไอ้พวกยัดพวกเหี้ยพวกแดกพวกดันนี่ก็เป็นนะเนี่ยช่างคิดนะเนี่ยจะแต่งให้มันเป็นอย่างนี้ก็เขาแต่งมักน้อยแล้วก็ไปทิศทางมักน้อยแล้วยังไม่ดีเลยหลักการของพระพุทธเจ้าก็ให้มากน้อยไม่ให้มากๆก็วันดีแล้วเขาน้อยได้แถวนี้ก็ดีแล้วดีก็ไม่น้อยกว่านี้แต่น้อยเกินไปเหลือถูกผีก็ยิ่งยุ่งเหมือนกันนะ น้อยไปแล้วเหรอทูพีชยิ่งไม่ได้เรื่องเลยนะก็รู้ล่ะเขาก็จงใจหรือไม่จงใจเราก็รู้ด้วยสามัญสำนึกอยู่แล้วขนาดไม่พอดีผ้านุ่งผ้าห่มผู้หญิงคนหนึ่งก็สิ้นของเรานี่ y8 ไทยๆก็พร้อมลงไปไม่ทันตื่นๆอะไรอย่างนี้ก็ดีแล้วจะซื้อผ้าก็ปิดบางทีแขนกุดเกินไปก็ไม่นานเดี๋ยวเราดูคอกว้างเกินไปก็ไม่เข้าท่าแล้วก็ได้ทำให้มิดชิดดูดีๆพอเหมาะพอแค่แขนพอสมควรเรามันเมืองร้อนก็แขนมันคุณเกินไปมันก็บางทีมันก็มันก็สบายแต่ว่ามันไม่ค่อยดีก็ออกมายาวหน่อยนึงก็ถึงมีแขนลักษณะสัตว์ที่เป็นสุภาพแขนยาวเลย แขนยาวเลยยิ่งดีอย่างนี้เป็นต้นแต่เราก็รู้ความจริงแล้วก็ทำให้มันเรียบร้อยไปไม่ได้ดีแล้วมันจะรู้สึกในการที่เราจะปฏิบัติธรรมข้ออื่นๆแม้จะระลึกถึงความใหญ่ความโตอะไรนี่ข้าวของใหญ่แล้วนะไม่ว่าเพียงไม่ว่าตังค์ไม่ว่ามาไม่ว่าที่นั่งที่นอนไม่ว่าที่ใช้ของใช้เครื่องเขาอะไรอย่างนี้เป็นต้นมันใหญ่ไปนั่นมันมากเลยนะอะไรเงี้ยพิจารณาไปนี่เป็นความหมายและเป็นความรู้ที่เขาอธิบายมาจนกระทั่งมันไปอธิบายลงมาเฉพาะเจาะจงง่ายที่สุดแล้วก็เหลือเฉพาะเรื่องนี้แล้วก็ระบุเป๊ะเอาไว้ห้ามใช้เตียงใหญ่สั่งใหญ่อยู่แค่นั้นเองเฉพาะไปจริงๆก็ถูกแต่ อย่างน้อยไปบังคับยิ่งสุรามีอะไรก็ห้ามดื่มน้ำเหล้าอย่างเดียวมันก็ยิ่งแคบและก็ยิ่งสั้นเพราะว่าเวลาเรื่องสั้นๆเขาดูอธิบายคนไม่ค่อยเข้าใจก็เอาตัวสำคัญอยากที่สุดใหญ่ที่สุดก็เอาตัวอย่างที่สุดใหญ่ที่สุดมาอธิบายเพราะไว้พี่ก็ไม่ออกทีนี้พอยึดมั่นถือมั่นก็แล้วตัวนี้ต้องแปลว่าอย่างนี้แปลว่าอื่นไม่ได้ก็เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่ไม่เข้าใจในความหมายหรือลักษณะคนนั้นก็ไม่มีอธิศีลไม่มีศีลที่มันดูขยายความซึ่งมันเป็นนัยยะเดียวกันวินัยยะเป็นวินัยยากเป็นนัยยะอันยิ่งนัยยะอันที่ต้องพิจารณาด้วยความรู้ความหมายใช้ปัญญาแล้วก็จะเข้าใจมันไม่ใช่เรื่องที่เลอะเทอะเพื่อนไม่มีความสืบต่อไม่มีความหมายที่ เข้าใจได้ไม่ใช่มันเป็นเรื่องที่เห็นๆอยู่มีรูปมีรอยมีลักษณะเดียวมีลักษณะสำคัญไม่ใช่ว่ามันขาดตอนมันคนละเรื่องอะไรไม่ใช่ปัจจุบันนี้ก็รู้เรื่องอยู่แล้วมันก็ตอบไปละเอียดลึกซึ้งไปสุขุมประณีตไปอีกเนี่ยมันก็เป็นความหมายที่เราจะเข้าใจว่าลักษณะอภิสิทธิ์ก็คือลักษณะความหมายที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวโยงต่อไปอย่ากลางละเอียดไปเรื่อยๆขึ้นหาละเอียดไปตามลำดับด้วยสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นเราจะมีปัญญารู้อย่างไรอย่างไรก็ต้องรู้เข้าไปเรื่อยๆแล้วเราก็จะเห็นขอบเขตและจะทำความหมายในเรื่องการตัดขอบเขตเหมือนกันว่าขอบเขตนั้นขอบเขตนี้ขนาดนี้เอาหลักขนาดนี้แต่ความหมายแม้กระทั่งอย่างที่กล่าวแล้วขยายความ 8 อะไรงี้มันก็จะเพิ่มทำให้เรานี่แบบระมัดระวังในปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยศีลมีวิปัสสนามีวิเคราะห์วิจัยกายเวทนาจิตธรรมอารมณ์หรือธรรมะธรรมารมณ์ละหมาดเอาตัวอารมณ์จิตคืออารมณ์จิตที่มันกำลังเกิดอยู่ทรงอยู่ธรรมะก็หมายความถึงความหมายเชิงชั้นความรู้เป็นกุศลเป็นอกุศลกุศลธรรมอกุศลธรรมอันนี้ดีกว่าอันนี้อันนี้ไม่ดีก็รู้ธรรมในธรรมธรรมะก็พิจารณาไปความหมายและจิตของเราเป็นอย่างนี้แหละอาการอย่างนี้เราก็รู้ปรอทด้วยไปรู้จิตรู้ใจแต่สิ่งและก็รู้อารมณ์ของจิตเข้าใจไปเรื่อยๆก็ปฏิบัติธรรมตามสัมมาอริยมรรคองค์ 8 เมื่อเราเข้าใจความอย่างนี้แล้วเป็นสมาชิก คุณก็ไปปฏิบัติสิมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติฟังดีๆนะตอนนี้อธิบายอย่างกับกไก่เลยไล่เรียงเอาอันนั้นอันนี้มาขยายกันไปหมดถ้าไม่รู้แล้วมันก็งงแต่ทีนี้พอรู้แล้วก็ยิ่งเรามีภาคปฏิบัติไปแล้วอะไรก็จะเข้าใจเมื่อเราเข้าใจความหมายอย่างที่กล่าวนี้ถูกต้องเราก็ไปจัดการมีสัมมาอาชีพมีอาชีพอะไรอยู่เราก็ไปกระทำมันละเมิดศีลมีไหมมันผ่านมันไปเกี่ยวข้องศีลนี้ไหมเราก็จะรู้ความหยุดเชื่อมโยงติดต่อแล้วนะเมื่อเวลาเราไปปฏิบัติเราก็พยายามมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติสติอยู่เสมอระลึกรู้ทั่วพร้อมพยายามทำให้รู้เท่าทันสมัย อินทรีย์โภชนาแล้วเข้าไปหาศีล 8 ทีเดียวแต่สีหน้ามันก็ยังไม่ถึงนะศีล 5 มันก็ยังไม่เข้าขั้นเพราะฉะนั้นยุทธตานะแต่ก็ต้องใช้เหมือนกันนั่นแหละศีล 5 ก็ต้องดูมั่งในของกินของใช้เครื่องเคราอะไรมันมากเกินนั้นหยาบๆตรงๆอยู่แท้ๆแล้วโอ้โหกินเป็นวิมานกินเป็นเจ้าสัวเกินการอะไรหรือว่าเลอะเทอะกินของอย่างที่ว่าไปกินของที่เป็นอบายมุขอะไรอย่างนี้แหละกินเหล้าอย่างเงี้ยมันก็พอชะนีวัตสันอยู่ตาเขียวมาด้วยเครื่องกินเครื่องใช้เสื้อผ้าหน้าแพ้ข้าวของอะไรเหมือนกันมันมากเกินไปแล้วมันถึงขั้นอบายมุขนี้มันก็ไม่ไหวอย่างที่อธิบายอย่างนี้เลยอะไรอย่างนี้มันก็เกินไปลดลงมาบ้างแต่ว่าสีหน้า รถลงมาบ้างแต่ศีล 8 แล้วก็ไม่เอาเราไปแตะไม่ต้องไม่ทำไม่แต่งไม่พัดมีสีอะไรอย่างนี้เป็นต้นมันก็มีความหมายเป็นขั้นเป็นระดับตอนขึ้นมาเมื่อเราได้มาดูพยายามไม่ให้มันผิดศีลไม่ให้มันละเมิดขอบเขตแล้วก็ทำไปตามขั้นตอนที่เราสามารถมีอินทรีย์พละเราก็จะจัดแจงจัดการแม้กระทั่งดำรินึกคิดสังกัปปะภายในหลักที่จิตก่อนเลยถึงเอาฉันกับปากขึ้นก่อนจะมีเรื่องอะไรอย่าให้มันออกนอกอย่าให้มันละเมิดอย่าให้มันเขตที่เราได้มีขอบเขตไว้แล้วนะว่าเราเป็นคนมีศีลขอบนี้เขตนี้นะเราตั้งสินทรัพย์ไว้แล้วนะอยากให้เป็นศิลปะปรามาสมีความระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมหมดเลยในการสัมผัสทางตาแล้วนะที่เข้าทางหูแล้วนะ เขาทำจมูกลิ้นกายสัมผัสแล้วนะในใจมันก่อเกิดเองแล้วนะสำรวมอินทรีย์ 6 พร้อมฟังอยู่เสมอจิตก็จะแยบคายสติสัมปชัญญะก็จะตั้งมั่นขึ้นเรื่อยๆๆๆการจัดแจงการกระทำทางคิดก็ดีทางพูดวาจาก็จะพอเหมาะพอจะลงตัวก็จะมีความไม่ละเมิดศีลไม่ละเมิดธรรมการทรงทำก็จะเกิดขึ้นกายกรรมของเราก็จะส่งขึ้นถูกต้องถูกเรื่องวาจาวจีกรรมของเราก็จะถูกต้องขึ้นด้วยเป็นสัมมาวาจาเป็นสัมมากัมมันตะเราจะทำได้มากขึ้นมากขึ้นเป็นสัมมาอาชีวะสมาชิกแปลว่าเราทำอยู่เนืองๆทำอยู่มากๆชีวิตของเราดิ้นด๊อกแด๊กอยู่เราก็ทำอย่างนั้นมากๆทำอย่างไหน อย่างถูกศีลทำอย่างทรงธรรมทำอย่างที่ไม่เป็นอกุศลทำอย่างที่ไม่เป็นทุจริตทำอย่างที่ไม่มีกิเลสสูงขึ้นไปเรื่อยๆแล้วจะอ่านรู้เราต้องทำอย่างไม่มีกิเลสมากวันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็รู้ว่าชีวิตของเราได้ยินต้องได้ทำการงานทำนู่นทำนี่สัมผัสสัมผัสมามันก็ไม่เป็นกิเลสมันก็ไม่ทุจริตมันก็ไม่อกุศลอันใดเป็นอกุศลก็รู้แล้วก็ไปทบทวนวิจัยอีกใช้แต่วิชชาจะมีโชว์ใช้บุพเพนิวาสานุสติญาณนั่งระลึกทบทวนสิ่งที่ผ่านมาวันนี้วันหนึ่งคืนหนึ่งเราผ่านมาเราทำอะไรผิดพลาดไปบ้างพอเหมาะไหมเอออันนี้ไม่เหมาะกับแจงอย่างนี้ขึ้นมาจะดีอย่างนี้มากไปก็อย่ากินน้อยไปถ้าอย่างนี้จะดีเพราะชอบส่วน การเกิดความดับที่เราได้ทำไปแล้วอันนี้มันเกิดอย่างนั้นอันนี้มันเกิดอย่างนี้อันนี้กายกรรมเกิดอันนี้วจีกรรมเกิดเกินไปอันนี้มโนกรรมเกิดมาแรงไปมากไปนี้เราไม่ยับยั้งยับยั้งไม่อยู่นี่ทั้งๆที่รู้ตัวแล้วก็ยังยับยั้งไม่อยู่ก็ลงโทษตัวเองเนี่ยตัวเราเองยังไม่ไว้นะยังไม่เก่งนะดับไม่ได้นะดึงไม่ได้หยุดไม่ได้นะระงับไม่เป็นนะรู้ตัวเองอย่างนี้ทบทวนไปใช้เตวิชโชไปซ้ำดูความเกิดความดับเหล่านั้นด้วยญาณด้วยปัญญาด้วยความรู้และก็ปรับกับตนเองคือกำชับกำชาตนเองขึ้นมีศีลมีพระเข้าตัวเองอีก 2 วันอีกเราจะหาอุบายไหนแล้วจะหาวิธีไหนเดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะขึ้นไปทำอย่างนั้นอีกละคือไปทำอย่างนั้นเราเองเราห้ามไม่ได้อย่างนี้เราจะทำ มันก็บอกตนมันก็จะฉลาดรู้จักมักเขาวิธีซ้อนซ้ำไม่ฟังก็ดีนะว่ามรรควิถีสอนซ้ำกลวิธีนโยบายกรรมวิธีอะไรก็แล้วแต่กลวิธีอะไรก็แล้วแต่มันก็จะจัดแจงให้ตัวเองนั่นแหละคือมักเกิดอยู่ตลอดเวลามรรคคือทางปฏิบัติวิธีปฏิบัติฤาษีเพราะที่ซ้อนแทรกเป็น Assistant นี่ไม่ได้หมายถึงความหมายสูงขึ้นแต่หมายถึงกลวิธีสูงขึ้นเป็นศีลอย่างมากเป็นการกระทำเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์หลักเกณฑ์หรือว่ากฎวิธีของเราเองแล้วก็จะกำหนดสูงขึ้นอย่างนี้มันไม่ดีอย่างนี้เคร่งขึ้นนะทำอย่างนี้คือนะก็เป็นศีลเป็นเพราะของเรามันจะได้ไม่สักแต่ว่า สีมีพจน์แล้วก็ฉ่ำแฉะอยู่อย่างนั้นหรือว่าไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลยทำไปทำไปทำงานซะจนเป็นประเพณีทำนาซะจนเป็นจารีตทำนาซะจนเคยตัวเสร็จแล้วก็ไม่ได้ดิบได้ดีอะไรไม่เจริญเป็นประทับปรมะไม่บรรลุธรรมไม่เจริญขึ้นในทุกขณะไม่มีการบรรลุในชาตินั้นชาติอะไรเกิดจิตเกิดกายกรรมเกิดวจีกรรมเกิดไม่มีชาติใดดีขึ้นการเกิดกายกรรมกระทบเก่าไม่ดีขึ้นเลยทะเลก็เลวอยู่อย่างเก่าวจีกรรมเกิดขึ้นวจีกรรมไม่ได้ดีขึ้นและเกิดขึ้นทีไรเท่าเก่าหรือเลวกว่าเก่าลงไปอีกแบบนี้ก็เสื่อมแน่ฉิบหายแน่แต่ถ้าวจีกรรมเราก็ได้ปรับปรุงขึ้นดีขึ้นกายกรรมก็ปรับปรุงขึ้น โดยเฉพาะมโนกรรมกับปรับปรุงขึ้นทำได้มากขึ้นเป็นสัมมาอาชีวะที่พอเหมาะได้คือส่วนใหญ่ที่เราได้ทำให้แก่ตนเองดีขึ้นแต่ทีนี้ก็ยกตัวอย่างประกอบโดยของจริงที่เราได้มาปฏิบัติธรรมกันที่นี่วันหนึ่งคืนหนึ่งก็คือเรามาทำอาชีพอาชีพของเราในที่จะต้องทำนี้วันหนึ่งคืนหนึ่งเราได้ดีขึ้นหรือไม่เราได้มีส่วนมากส่วนใหญ่ในอิริยาบถของเราอย่างวันหนึ่งคืนหนึ่งแต่ก่อนนี้เราก็ทำงานอยู่ในโลกมาที่นี่ก็มาทำงานเหมือนงานที่ทางโลกเราทำงานเดิมแต่ว่าพอเราทำงานเดิมแต่ว่าจิตใจไม่เหมือนโดยกาย ไม่เหมือนเดิมวจีกรรมไม่เหมือนเดิมมโนโดยเฉพาะมโนได้ปรับปรุงได้รู้รู้วิเคราะห์วิจัยและเกิดปัญญาเกิดการจิตระงับได้จิตรู้จักรถรู้จักยืดหยุ่นรู้จักไม่ให้แรงนะไอ้บ่าวนั้นจัดแจงแหมเป็นเครื่องกำกับเป็นเครื่องทำให้เรานี่รู้จักอะไรแต่รายละเอียดละออแยกคายขึ้นจริงๆคุณมีอย่างนั้นไหมตรวจตราตัวเองดูอาตมาว่ามีนะไม่ว่าจะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ยังไงปฏิบัตินี่แหละคือปฏิบัติตามสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำแล้วมันก็สั่งสมเข้าจริงๆเป็นสัมมาสมาธิอันประเสริฐหรืออริโยสัมมาสมาธิเป็นอริโยสัมมาสมาธิเพราะปฏิบัติ ก็ตั้งถึงสภาพสัมมาอาชีวะอธิบายมาแล้วว่าอาญามากกับสติสัมมาวายามะสติขึ้นไปห้อมล้อมสัมมาทิฏฐิอยู่แล้วก็มีหลักมีกฎมีศีลอยู่ในนั้นมีศีลทดอยู่ในนั้นเราสักกายะเท่านี้เราทำเท่านี้เรารู้ขนาดของเราอินทรีย์พลังของเราทำไปศีล 5 ศีล 8 แม้ศีล 5 ศีล 8 นี้ก็ยังขยายก็ยังไม่ตายตัวละเอียดละออได้ขึ้นไปตามขั้นตามตอนของผู้ปฏิบัติเป็นอนุบาล 2 อุบาสิกาที่มีอินทรีย์มีภาระมีอินทรีย์ 5 พละ 5 แก่กล้าขึ้นศีลก็อันที่ศีลขึ้นจิตก็อาทิตย์จิตขึ้นปัญญาก็เป็นอธิปัญญาขึ้นมันสูงขึ้นเรื่อยๆและมันจะเป็นขึ้นด้วยแหละ เป็นขั้นเป็นตอนขึ้นจริงๆพูดอย่างนี้ก็คิดว่าคงจะเข้าใจความหมายกันได้อยู่ทุกคนวันอาทิตย์ศีลขึ้นไปแล้วแม้แต่จะเป็นภาษาเก่าว่าภาษานานะเออจริงด้วยพี่กำลังชนะแต่ความหมายของเราอธิษฐานการกำหนดของเราเอาวิธีการที่เราจะปฏิบัติก็สูงขึ้นนะละเอียดขึ้นนะแม้แต่เรื่องเรากินเพราะฉะนั้นมันต้องยึดตาหรือว่าเราใช้แต่เราเกิดการกินปฏิบัติธรรมอยู่ซึ่งเราก็ต้องกินยังไงยังไงมันก็ต้องกินเรากำหนดเป็นรูปแบบเป็นมื้อเป็นคราวแล้วเวลาสัมผัสเวลาแตะต้องเราก็ยังสังวรสำรวมสำรวมอินทรีย์แตะสัมผัสแล้วนะรู้ว่าสัมผัสเป็นปัจจัยแล้วนะและได้ปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลานะเนี่ยสัมผัสเข้าไป มานี่ไอ้การวิเคราะห์ชอบถ้าไอ้มีขนมนี่ของชอบไม่ไอ้ผลไม้นี่โอ้โหมาแล้วเนี่ยของชอบหรือของคนที่เกลียดจังโอ้โหไอ้นี่เราไม่เคยชอบเลยไม่เคยกินเลยไม่อยากกินเลยอะไรเนี่ยเราก็ต้องปรับปรุงลองดูไอ้ไม่ชอบให้กินมันไอ้ชอบนี่เลิกดูซิมันจะดึงใจเราไปขาดไหมเนี่ยไม่เอาแล้วไอ้ของชอบเอาไปใช้เกือบขาดในใจขาดชักลงไปตรงนั้นเลยให้มันรู้ไปนี่เป็นการปฏิบัติธรรมอยู่ทั้งสิ้นเราได้ทำไหมแล้วเราก็เห็นจริงๆเห็นกายเห็นใจของเราแม้กายในกายกายกายกายกายนอกกายเวทนาในเวทนาเวทนาในเวทนา โทรรู้สึกนะแม่ได้รับลิ้มวันนี้แต่สถานีก็หลงเป็นสุขแล้วไม่ได้รับหรือว่าได้รับวันนี้ผมเหลือเกินคือไม่เคยเป็นทุกข์เหลือเกินแต่คนอื่นก็ไม่กินได้เรานี่เป็นคนโง่เราเป็นคนที่ไม่มีอินทรีย์พละซะเลยกินกินของกินเลยคืนเขาก็กินมันไม่แสบไม่เผ็ดมันพริกก็จะไม่บังคับให้ใครกินเพราะว่ามันแสบจริงๆว่าตัวเองก็แย่เหมือนกันเดี๋ยวนี้แต่ก่อนนี้โอ้โหเด็กเก่งด้วยนะมันมีระลึกได้เลยนะแต่ก่อนนี้รู้เลยว่าเรากินแล้วเราก็เลยนะแหมทีละเม็ดเขียวนี่ฉุนออกจมูกรู้สึกมันหอมระที่จริงจะตายนะแหมแตกพยายามสะกดอย่าไปซี๊ดๆที่เขาเห็นเงินก็ไม่ แอ๊คท่าแล้วก็ทำใจให้รู้สึกว่ามันอร่อยมันแซ่บหลายแล้วก็เก๊กท่ารถเก่งมากทำให้ใส่ยังไงไม่รู้อร่อยปากลำบากตูดไม่เข้าใจลำบากจริงๆด้วยนะรัฐบาลกินด้วยมันมากเกินไปก็ทนได้นานๆมันก็ทนได้เหมือนกันนะแต่ว่าอึดทนยังไงมันเวลามันเกินขีดมันก็เอาเรื่องเหมือนกันจริงๆด้วยแต่ก็บ้าๆบอๆอย่างเงี้ยในความไม่รู้มาดูแล้วก็เราก็รู้ว่าไอ้สิ่งนี้มันมีของมันจริงๆนะถ้ามันมีสภาพของมันว่ามันเผ็ดมันขมถ้ากินขมไม่เป็นไรมันเป็นยาถ้ากินเผ็ดนี่มัน ก็คงจะเป็นยาบ้างแต่มันไม่ไหวแล้วมันร้อนมันแสบแต่ถ้างั้นก็เราก็เข้าใจเราจะลดจะละบ้างก็ไม่เป็นไรแต่ก็พยายามบ้างอย่างทุกวันนี้ผมเองก็เพิ่งเคยพยายามกินพริกบางทีมันไม่ฝึกไม่ปรือนักมันไม่ไหวนะมันแตะไม่ได้เลยน้ำตาเล็กเลยแล้วเดี๋ยวนี้ก็ต้องฝึกไปต้องพอเป็นพอไปนะพอได้จากพอสมควรแต่ว่าจะให้เกร็งว่าไงแต่ก่อนนี้โอ้ยความเก่งรถรถมากเลยแต่ผมจะคืนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเราก็กินอยู่สะเดามาไอ้มะระมาอะไรมาก็มันต้องเป็นอาหารน่ะเป็นทาสที่มันก็ใช้ได้เราเรียนรู้ไปพลางแล้วเราก็หัดฝึกเวทนาในเวทนาไปพรางในทุกหน้าทุกขเวทนานะนี่สุดก็เวทนานะถ้าใจปล่อย เป็นมโนธรรมหมายมันก็วางเฉยได้มันก็ไม่ไกลมีรู้สึกนิดๆหน่อยๆมันก็พอสบายเราจะรู้เลยว่าเราได้ดีขึ้นในปัจจุบันขึ้นเลิกการกินการอยู่เรื่องอาหารนี่แหละมักจะยึดตาจะพัดเรปฏิกูลสัญญาก็ให้พิจารณาให้หาอะไรปฏิเสธสัญญาในพิจารณาโดยที่มีราคะจัดในเรื่องอาหารต้องพิจารณาเป็นของปฏิกูลของเหมือนอะไรต่ออะไรให้มันทรุดนี่มันจะของอร่อยเราไปขอเหมือนที่เหมือนปฏิกูลเหมือนของเน่าของเสียให้พิจารณาลบล้างไอ้ที่ความรู้สึกของเราไงมันราคะปฏิพัทธ์ชอบใจ รักมันมากจะอร่อยมันมากกว่าพิจารณาออกอาหาเรปฏิกูลสัญญาก็คือกำหนดลงไปในเรื่องที่มันติดมากหยาบนักก็พิจารณาลงไปให้เป็นอสุภะจัดๆส่วนพัดพัดยศตราจากภัสก็คือการสรุปประมาณนะประมาณทั้งขนาดประมาณทั้งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสประมาณทั้งปรมัตถ์ประมาณ 70 เวทนาสัญญากำหนดหมายรู้ประมาณแม้แต่เวทนาแม้แต่การประชุมของอารมณ์จิตกายยะกายในกายเนี่ยก็คือการประชุมของอารมณ์จิตก็คือทำอารมณ์นั่นเองการประชุมของอารมณ์จิตของเราประชุมมากไปแล้วนะนี่ชักจะรวมกำลังมาตั้งมั่นในชักจะเอาใหญ่เลยนะอร่อย เข้ามาแล้วนะก็ต้องรู้ความหมายรู้ภาษาแล้วก็รู้อาการรู้ลิ้นชักลูกนิมิตนิมิตหมายว่าเออนี่มันไม่มีตัวตนหรอกเราปฏิบัติธรรมอยู่ในโลกของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้นแต่คนที่เขาบอกว่าไม่มีตัวตนที่อธิบายกันแต่ภาษานั้นน่ะมันไม่รู้อารมณ์ไม่รู้อาการมันไม่รู้รูปนามเพราะถ้าพูดภาษารูปนามไม่รู้เรื่องนะรู้แต่ภาษาหยาบๆความหมายว่ารูปคือวัตถุนางคือใจเท่านั้นแหละพวกนี้เขาไม่รู้เรื่องราวที่ละเอียดอ่อนหรอกอย่าไปรู้รูปนามที่ท่านไม่รู้อาการลิ้นพระนิมิตอุเทนนั้นไม่รู้หรอกพวกศึกษาภาษาแต่ว่าเออไม่มีตัวไม่มีตอนจิตว่างแล้วก็เลยเลยเถิดๆไปจิตของตัวเองไม่ว่างแสบขนาดไหนมีกายในกายมีความประชุมของอารมณ์จิตเนี่ยมีอะไรใหญ่เข้าไปตั้งเยอะแล้วนี่สวยใหญ่ชื่นใจเพราะสวยนี่ผลสัมผัส สีอย่างนี้พออกพอใจเข้าไปตั้งเท่าไหร่แล้วไม่รู้ตัวเพราะฉะนั้นการจะบอกว่าสังวรศีลเอยศีลอะไรควรปฏิบัติศีลชั้นต่ำสำรวมอินทรีย์แท้ๆอะไรกันมีแต่จะเพิ่มสี 5484 4 อะไรอย่างนี้ไม่เอาเขาก็ไม่มีคายไม่มีใครเค้าก็จะไปเพิ่ม 40 บาทตั้งหน้าตั้งตาพยายามเดินหน้าก็เจริญงอกงามเขาก็ถือว่าเป็นสัมมาอาชีวะเพราะฉะนั้นเนี่ยพัฒนา 4 ไม่ใช่ไปสำรวมอินทรีย์จะพัฒนา 4 4 5 แล้วเมื่อไหร่ฉันจะต้องขึ้น 2 คัน 8 คันให้ได้แล้วสำหรับพัฒนา 4 ขึ้นไปอย่างนั้นเองและอธิบายแล้วในภาษาก็ตามไม่ได้นัยยะพวกนี้ก็ใกล้เคียงกันก็เอามาแวะอธิบายไป มันมีจิตใจอย่างนั้นไหมมันโลภโมโทสันแม้กระทั่งรากกระทั่งยศแล้วก็ปฏิบัติธรรมไปถ้าเราไม่หลอกเราทำงานจริงๆปฏิบัติธรรมด้วยแล้วก็ทำงานด้วยนี่นานี่งานนี้นี่มันยังไม่พัฒนามันยังบกพร่องในงานแล้วก็พัฒนาเรามีงานอาชีพอะไรทำไปเป็นเน้นที่เนื้อหางานการขยันหมั่นเพียรปรับปรุงแล้วเนี่ยมีกรรมวิธีมีความเฉลียวฉลาดเอามาแก้ไขมีวิธีมีวิมังสามีการพัฒนามีการทำได้โดยความรู้โดยความเป็นเครื่องทุนแรงนึกว่าเป็นความรู้ที่ได้เห็นที่รู้อะไรลึกซึ้งขึ้นอีกปรับปรุงไปปฏิบัติไปฝึกหรือแม้แต่การกระทำการงานต่างๆในงานนี้เราทำ กำลังพับกระดาษพับยังไงมันถึงจะดีพับยังไงมันถึงจะเข้าร่องเข้ารอยพับยังไงมีวิธีดีอาจจะเรียงจะปัดจะกวาดจะทำเนี่ยทำตู้ทำโต๊ะจะขัดสีจะกลึงจะทำประกอบเครื่องกลเครื่องยนต์อันนั้นมาใส่ตรงนี้อันนี้มาใส่ตรงโน้นหรือเครื่องอันนี้คิดอ่านออกมาเครื่องทุ่นแรงอันนี้เป็นอุตสาหกรรมเพิ่มเติมขึ้นอีกก็คิดไปสิอาชีพที่ไปสิเป็นงานใจเราก็ทำงานให้งานมันดีขึ้นเท่านั้นไม่ได้มีความโลภกว่าเราจะต้องได้ไปแล้วก็เอาไปแลกลาภได้แล้วไปเอาไปอวดไปโชว์เอาไปเอาตำแหน่งนี้เป็นความเก่งความวิเศษแล้วก็จะเอาไปแลกสิ่งแรกเปลี่ยนอย่างน้อยก็ไปแลกให้เขาสรรเสริญนี่จะทำวันนี้เราทำวันนี้มากขึ้นนะเราทำวันนี้ได้เก่งขึ้นแล้วเนี่ยให้เขาสรรเสริญมาอะไรอย่างนี้หรือแม้แต่รู้ในตัวว่าเราคิดได้ เราทำขึ้นเก่งได้อันนี้อันนี้เราก็ไม่เผลอไม่พึงเหลิงใจด้วยสุขด้วยปิติยินดีเราก็ชอบใจดีใจเหลือเกินของเราเหลือเกินก็อย่าเพิ่งให้มันเกิดนี่มันสำรวมอินทรีย์ไปหมดทั้งใจกำหนดรู้กายกำหนดรู้เวทนากำหนดรู้จิตกำหนดรู้อารมณ์ที่ทรงทุกขณะที่ทรงอยู่ที่เป็นอยู่หรือที่กำลังเกิดหรือไประลึกย้อนที่ความเกิดที่ผ่านมาก็ตามอารมณ์ที่มันเกิดผ่านไปแล้วก็ไปรำใช้ชีวิตโชว์ดังกล่าวแล้วมีบุพเพสันนิวาสสติให้เกิดญาณมีจุดดูประปาปะรู้ความเกิดความดับให้เกิดญาณจะเกิดปัญญาเราก็ทำงานไปแล้วเราก็มีไปไม่ได้ อยู่ในสัมมาอริยมรรคองค์ 8 อธิบายประกอบไปด้วยศีลอธิบายประกอบไปด้วยสติปัฏฐานอธิบายไปประกอบไปด้วยสัมมัปปธาน 4 มีการสังวรปธานมีการประหารประธานอันนี้ไม่ดีนะค่ารถไม่เอาอาการอย่างนี้อารมณ์นี้แม้แต่กายกรรมไม่เอาวจีกรรมนี้ก็ไม่เอาค่าลงลดลงประหารประธานสังวรระลึกรู้ตัวทำให้ประเสริฐขึ้นทำให้ดีขึ้นเสมอนี่แหละปัญญาวิเคราะห์วิจัยมีสติสมโภชน์ชงมีทำมาวิจัยเฉพาะชงมีวิริยะ ก็ดีๆนิดนึงลดได้มากขึ้นก็ได้ดีมากขึ้นปัสสัทธิสัมโพชฌงค์เกิดตามที่เห็นดีรู้ดีเราทำได้ดีเราเข้าใจด้วยปัญญาตัวปกติเป็นตัวใหญ่โตเป็นตัวจิตเป็นจริงสงบจริงนะเราลดได้จริงนะเราน้อยลงได้จริงนะอู้อย่างนี้สงบแน่เลยไม่มีอาการไม่มีอารมณ์ที่เป็นกิเลสเลยปัสสัทธิสั่งสมลงไปอย่างนี้เรื่อยแหละปิติสมโภชจงเกิดสมัยมันเป็นพวกชงคนเดินอยู่นี่อธิบายสำหรับประธานแล้วก็ผ่านมาถึงสมโภชน์มีสังวรประธานมีประหารประธานทำได้เป็นภาวนาประทานเกิดผลขึ้นเรื่อยๆภาวนานี้เกิดผลขึ้นไปปฏิบัติไปก็เกิดผลขึ้นไปแล้วอนุรักษ์คณาประธานรักษาสิ่งที่ดีแล้ว แล้วก็ทวนทำไมสังวรไปประหารไปได้ไปเป็นผลอนุรักษ์ขนาไปทำไป
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive