240530-3-070 ทางเอกภาค3-ตอน070(หน้า282)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์151 KB
วันที่แก้ไข17 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 30 พฤษภาคมพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาอธิบายการสร้างให้ต่อให้จบนะฮัลโหลได้รู้เป็นขั้นเป็นตอนถึงขั้นแม้แต่บุคลิกฐานธรรมาธิการและที่สุดสูงสุดปรมัตถ์แล้วมันก็เข้าไปถึงธรรมาธิษฐานก็ไปถึงจิตลักษณะที่เรากล่าวโดยภาษาอย่างโลกๆบอกว่าเราอยู่คนเดียวเราเป็นคน คนเดียวพอดีหรือว่าถึงจุดสงัดผู้ที่ถึงความสงัดสงบแล้วไม่ได้หมายความเอาตัวนอกไม่ได้หมายความเอาอย่างโล่งๆว่าอยู่คนเดียวจริงๆก็อยู่กับหมู่นี่แหละแต่ใจของเรามันเป็นอิสระใจของเราเสรีแล้วใจของเราไม่เสพไม่ติดใจของเราไม่มีอกุศลอะไรเป็นผู้สัมพันธ์อันดีด้วยซ้ำแต่เป็นผู้สัมพันธ์เป็นผู้ที่เป็นภราดรภาพเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ที่เป็นมิตรดีเพื่อนดีสหายดีกับหมู่ฝูงด้วยซ้ำแต่จิตใจของเราอิสระเสรีในวันเดียวจิตของเราสงัดอยู่ อยากเป็นผู้อยู่สงัดเป็นผู้อยู่คนเดียวเป็นผู้ไม่คลุกคลีคลุกคลีเกี่ยวข้องความว่าเป็นทุกข์ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องก็ไม่ได้หมายความว่าร่างกายตัวตนไม่เกี่ยวข้องไม่คลุกคลีที่จริงเป็นผู้ที่จะถึงจุดสูงสุดของความไม่คลุกคลีเกี่ยวข้องไม่สำคัญไม่สำคัญก็คือผู้ไม่ติดเพราะไม่ติดไม่ดูดไม่ติดไม่ตั้งเป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่กับหมู่เป็นผู้ที่เข้าอยู่กับหมู่ได้เรียบร้อยด้วยซ้ำเป็นผู้ละสังโยชน์ได้ เป็นผู้มีจิตสมาธิสมบูรณ์เป็นผู้ที่ถึงที่สุดแห่งจิตหรือแม้แต่ปฏิสันลีนะเป็นผู้หลีกเล่นเป็นผู้ที่หลีกเร้นก็หมายถึงสภาพที่บริสุทธิ์บริบูรณ์อีกเหมือนกันอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้ฟังบ้างแล้วก็ยังเหลืออีกโสดหนึ่งถือว่าได้ธรรมะเป็นเครื่องผลิตโดยตรงก็ลองฟังดูนะดูกราฟิกสุดทั้งหลายภิกษุผู้มีทิศ แต่ละอย่างอันบรรเทาได้แล้วมีการแสวงหาทั้งปวงอันสละแล้วมีกายสังขารอันสงบระงับเราเรียกว่าผู้มีการหลีกออกเล่นอยู่ฟั

อ่านต่อ

งดูดีๆดูการ์ตูนทั้งหลายภิกษุเป็นผู้มีทิฐิสัจจะแต่ละอย่างอันบรรเทาได้แล้วอย่างไรธิติสัจจะแต่ละอย่างเป็นอันมากของสมณพราหมณ์ผู้มีกิเลสหนาแน่นเหล่าใดคือเห็นว่าโลกเที่ยงรู้ว่าโลกไม่เที่ยงโลกมี สุดหรือว่าโลกไม่มีที่สุดชีพก็อันนั้นสรีระก็อันนั้นหรือว่าจีบเป็นอื่นสรีระก็เป็นอื่นสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายย่อมเกิดอีกหรือว่าสัตว์เมืองน่านตายแล้วย่อมไม่เกิดอีกสัตว์เบิ่งหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มีย่อมไม่เกิดอีกก็มีหรือว่าสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ทิฐิสัจจะเหล่านั้นทั้งหมดอันภิกษุในธรรมวินัยนี้บรรเทาได้แล้วสละแล้วคายออกแล้ว ปล่อยแล้วละได้แล้วสละคืนแล้วพิสูจน์เป็นผู้มีทิฐิสัจจะแต่ละอย่างอันบรรเทาได้แล้วอย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลายก็ภิกษุเป็นผู้มีการแสวงหาทั้งปวงอันสระแล้วอย่างไรพิสูจน์ในธรรมวินัยนี้มีการแสวงหากามอันละได้แล้วมีการแสวงหารากได้มีการแสวงหาภพอันละได้แล้วมีการแสวงหาพรหมจรรย์อันสงบแล้วภิกษุเป็นผู้มีการแสวงหาทั้งปวงอันสระแล้ว อย่างนี้แหละดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุเป็นผู้มีกายสังขารอันสงบระงับอย่างไรภิกษุในธรรมวินัยนี้บรรลุจตุจักรอันไม่มีทุกข์ไม่มีสุขเพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆได้มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ภิกษุเป็นผู้มีกายจะสังขารอันสงบระงับอย่างนี้แลดูก็รับภิกษุทั้งหลายก็ภิกษุเป็นผู้ลีกออกเป็นอยู่อย่างไรภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้ละ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] อันภิกษุในธรรมวินัยนี้อิสระคืนแล้วการเชื่อถือสัจจะและฐานะแห่งทิฏฐิทั้งหลายอันภิกษุในธรรมวินัยนี้ถอนขึ้นแล้วด้วยประการดังนี้ภิกษุผู้สํารองราคะทั้งปวงบุรุษพ้นเพราะสิ้นปัญหาสละคืนการแสวงหาถอนฐานะแห่งที่ทั้งหลายได้แล้วภิกษุนั้นแลเป็นผู้สงบมีสติระงับกายสังขารเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้เป็นผู้ตรัสรู้เพราะรู้เท่าถึงมานะเราเรียกว่าเป็นผู้ ปลอกเล่นอยู่เราจะได้รู้ความมุ่งหมายเป้าหมายหรือความหมายแห่งสัจธรรมที่ชัดอะไรจะพูดถึงกายเราจะพูดถึงรูปพูดถึงบุคลาธิษฐานหลีกออกเวรโดยหมายถึงเอาตัวตนร่างกายพลิกไปหลบไปอยู่เดียวหรือว่าหลีกของหลบไปหลีกเร้นน่ะปฏิสนธินะหมายความว่าหลีดเล่นเอาร่างกายไปหลีกมันก็ได้มันก็หมายได้แล้วก็เข้าใจได้ถูกหลักอย่างนั้นแต่อย่างนั้นไม่ใช่ทั้งหมดของพรหมจรรย์อย่างนั้นไม่ใช่ทั้งสิ้นถ้วนทั่วของพระจันทร์อย่างนั้นเป็นส่วนปีส่วนน้อยเป็นส่วน ไม่เข้าใจง่ายเป็นเบื้องต้นเราก็เข้าใจนั่นไม่ใช่เป้าหมายของศาสนาพระพุทธเจ้าลักษณะอย่างนั้นศาสนาอื่นก็เข้าใจและสุดท้ายก็จบจบสิ้นพรหมจรรย์เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์แล้วเขาก็เอาตัวร่างกายลีออกเล่นไปเลยนั่นเป็นเป้าหมายของศาสนาอื่นที่อื่นก็ทำฤาษีก็ทำมานานถ้าตกเป็นอย่างนั้นพระพุทธเจ้าท่านก็ถือว่ายังมิจฉาทิฐิอยู่ยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์ยังไม่เป็นสิทธิสัจจะยังไม่ใช่สิทธิสัจจะยังเป็นความเห็นที่ยังไม่เข้าสัจจะที่สุดยังไม่เป็นจริงที่สูงสุดเพราะถ้าพูดได้ยังมีความเห็นอะไรต่ออะไรต่างๆนานาแม้แต่จะนึกคิด หากเป็นทิฏฐิเป็นความเข้าใจเป็นความนึกคิดเป็นความเห็นที่ยังไม่ลงตัวเห็นว่าโลกเที่ยงโลกไม่เที่ยงโลกมีที่สุดโลกไม่มีที่สุดชีพอันนั้นสรีระก็อันนั้นชีวิตอันใดสรีระก็อันนั้นสรีระก็เป็นอื่นชีวิตก็เป็นอื่นสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอะไรต่างๆนานาชาติเบื้องหน้าตายแล้วเกิดก็มีไม่เกิดก็มีอะไรอย่างนี้แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่เค้าเถียงกันใครก็ตกก็เถียงกันเพราะไม่รู้ยิ่งไม่รู้จึงไม่รู้เป้าหมายแห่งสัจจะสุดท้ายว่าเมื่อเราได้ถึงสัจจะสุดท้ายและสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นปัญหาสิ่งเหล่านี้เราไม่สงสัยสิ่งเหล่านี้ไม่หนักใจ จะเป็นอันนี้สรีระจะเป็นอันนี้ที่จะเป็นอื่นสรีระจะเป็นอื่นหมายความว่าเรานี่เป็นชีวิตเป็นจิตเป็นวิญญาณเขาบอกว่าจิตอย่างนี้วิญญาณอย่างนี้ที่เป็นอื่นสรีระเป็นอื่นหมายความว่าสรีระเป็นอันนี้แต่เวลาที่พลิกชีวิตหรือชีวะหรืออีกอันนึงเป็นอัตตาอีกอันนึงเข้าใจว่าอย่างนั้นเราก็จะไม่สงสัยเราจะไม่สงสัยเลยเมื่อเราถึงที่สุดความจบมีอยู่ความไม่จบมีอยู่ความไม่เที่ยงมีอยู่ทุกอย่างเกิดดำเนินไปตามกรรมไปตามสภาพที่จิตมันเป็นไอ้อยากจะพูดถึงลักษณะของจิตมันเป็นนี่ให้ฟังอีกนิดนึงก่อนเผื่อว่าจะเข้าใจคิดว่าจะมีโวหารหรือมีภาษาขึ้นมาบ้าง ที่จะพูดให้พอบรรเทาคือคนเข้าใจว่าจิตวิญญาณนี่บางคนเข้าใจว่าตายแล้วจิตวิญญาณนี่ก็เท่านี้แหละแล้วก็ 0 นี่เป็นอุทิศชีวิตแท้คือตายตอนดับจากร่างกายนี้แล้วก็ตายศูนย์เพราะอะไรเพราะว่าได้เรียนมาว่าวิญญาณไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนเป็นความประชุมเพราะฉะนั้นถ้ามันตายมันก็ไม่ประชุมว่างั้นนะเพราะมันตายลงร่างกายนี้แล้วมันก็ไม่ไปประชุมที่มันไม่เป็นอัตตาไม่เป็นตัวตนอะไรมันก็ล่องลอยหายไปก็เลิกกันจบนอกนั้นอะไรมันจะเกิดมาอีกตัวตนบุคคลเราเขาสัตว์ก็เกิดมาจากการสมสู่ก็ไปเห็นว่าการสมสู่นี่สามารถทำให้คนเกิดมา แล้วก็สร้างจิตวิญญาณในการสมสู่มนุษย์เกิดมาเองจิตวิญญาณเกิดมาพร้อมกับการสมสู่แล้วก็ก่อเกิดกาละแล้วเกิดตัวบุคคลขึ้นมาเขาก็คิดว่าเป็นอย่างนั้นอันนี้ก็เอียงไปโดยที่ระหว่างที่มาของจิตวิญญาณและจิตผู้ที่มีความไม่เท่ากันของจิตวิญญาณจิตวิญญาณดีมีเมตตากรุณาจิตวิญญาณไม่ดีไม่มีเมตตากรุณาที่มันเกิดมาในร่างกายคนมันมาจากไหนมันถึงมีคุณค่าไม่เท่ากันและมีปัญญาสูงสุดอย่างเงี้ยมีจิตวิญญาณที่ฉลาดลึกแหลมมันมาจากไหนเขาก็คิดแต่เพียงสั้นๆในอุตรดิตถ์ประเภทพวกที่คิดว่าตายแล้วสูญทีนี้ส่วนพวกที่คิด รถติดเกือบตายแล้วไม่สูญถึงยังไงที่สุดที่สุดเขาก็มีลัทธิสัสแต่คนยังเข้าใจสัจธรรมไม่ออกเข้าใจศาสตรานึกว่าในระหว่างตายแล้วนี่ก็นึกว่าการยังมีความสืบต่อทางวิญญาณเกิดต่อทำไมไม่ใช่เกิดต่อตายตายแล้วมันก็ตายไปแต่มันยังมีความสืบต่อเราไม่เรียกว่าเกิดต่อเราเรียกว่าสืบต่อและมันก็สืบต่อไปพัฒนาอีกหรือว่าเสื่อมอีกมันมีพัฒนาหรือมีเสื่อมอยู่อีกมันไม่เที่ยงจิตวิญญาณอย่างนั้นก็ไม่เที่ยงมันไม่เที่ยงมันก็มีการเสื่อมหรือมีการเจริญตามทุนตามฤทธิ์แรงความสั่งสมจิตวิญญาณที่ว่านั้นก็คือว่า จิตวิญญาณคนในวันเกิดมาโง่จิตวิญญาณที่เริ่มเกิดมาตั้งแต่เป็นสัดเซลล์เดียวนี่มันต้องเริ่มโง่แล้วมันก็ถูกโง่ด้วยมาแล้วมันก็พัฒนามาทางรูปทางนามอะไรเรื่อยมามันพัฒนาไม่ได้มันก็สลายสูญไปพัฒนามาได้มันก็มาจนกระทั่งมาถึงความเป็นมนุษย์เนี่ยเพราะว่าเป็นมนุษย์ซึ่งมันได้รู้ว่าจิตวิญญาณมันพัฒนามาถึงป่านนี้สัตว์มันก็ยังไม่รู้ตัวรู้ตนอะไรแต่สัตว์มันก็มีความดีคำสั่งความเร็วขั้นสัตว์เหมือนกันการพัฒนาขั้นสัตว์ทีนี้พอมาเป็นมนุษย์แล้วเนี่ยมนุษย์จะเป็นคนประเสริฐจะเป็นคนดีที่สุดก็มาศึกษากันว่ามันเกิดเป็นคนถึงจิตวิญญาณพัฒนามาถึงประดับนี้แล้วเนี่ย ยานที่จะเป็นคนดีที่สุดที่เราควรจะอยู่อย่างไรเราควรจะเป็นอย่างไรหรือแม้ที่สุดพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ค้นพบว่าจิตวิญญาณที่สุดในอะไรเป็นจุดก่อเกิดอะไรเป็นจุดที่จะสูญมีศาสดามากหลายตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าก็มีศาสดาที่คิดเห็นว่าโอ้จิตวิญญาณนี้เป็นของเที่ยงจิตวิญญาณนี้เป็นของนิรันดรเป็นยิ่งเป็นใหญ่เกิดมาจากก้อนใหญ่เกิดมาแต่กับแม่ใหญ่เราเรียกว่าพระเจ้าเป็นพระจิตวิญญาณแม่ยายนี่แหละสั่งมาให้เราเกิดเราเกิดเพราะแม่ใหญ่แบ่งจิตวิญญาณมาเกิดพวกเรานี่พระเจ้าเป็นผู้บรรยายให้เกิดมาจากนั้นเป็นแม่ใหญ่บันดาลให้เกิดมา พอเกิดมาแล้วที่สุดก็มาทำดีทำชั่วไปตามรูปตามเรื่องเป็นทุกข์เป็นสุขทรมานทรมานทำชั่วก็ทุกข์ทำดีก็สุขเชื่อพระเจ้าว่าพระเจ้าสอนไม่ดีต้องทำดีนะอย่าไปเชื่อซาตานซาตานมันสอนไม่ดีมันสอนชั่วก็ต้องเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าหรือว่าเป็นลูกพระเจ้าต้องทำตามพระเจ้าว่าเสร็จแล้วเมื่อทำอย่างพระเจ้าว่าก็ได้กลับคืนไปอยู่กับจิตวิญญาณพระเจ้าอย่างเก่าสุดท้ายก็ไปอยู่กับพระเจ้าไปสุขสมบูรณ์อยู่กับพระเจ้านิรันดร์เป็นชีวิตนิรันดร์ก็คือจิตวิญญาณเรามาเกิดเป็นมนุษย์แล้วเราก็จะพัฒนาไปแต่เขาก็ไม่เรียกพัฒนา เขาก็เรียกว่าทำให้จิตบริสุทธิ์บริบูรณ์ร่วมกันมาเกิดเป็นคนแล้วก็มาเป็นคนที่ดีที่สุดเป็นลูกของพระเจ้าเป็นตัวแทนของพระเจ้าผู้ใดมีจิตวิญญาณสูงสุดก็เป็นผู้ที่ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าที่สุดผู้ที่มีจิตวิญญาณสูงสุดเป็นผู้ที่นำเป็นตัวแทนของพระเจ้าที่ว่าเป็นนักบุญหรือว่าเป็นชั้นสูงของนักบุญที่เหนือกว่าเป็นตัวแทนเป็นครั้งคราวเกิดมายิ่งใหญ่อย่างเพราะเยซูอย่างพระโสรยาพระมูฮัมหมัดอย่างพระมหาอย่างพระอะไรก็แล้วแต่ก็ถือว่าพระเจ้าทรงมาแล้วก็มาพยายามที่จะช่วยเหลือเฟือฝ่ายมนุษย์เสร็จแล้วสุดท้ายก็ตายแล้วจิต ยานก็ไปอยู่กับพระเจ้าอย่างนี้ศาสดารู้เห็นมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าก็มีเกิดเป็นพระพรหมเกิดเป็นพระนารายณ์เกิดเป็นอะไรต่ออะไรตั้งชื่อตั้งชื่อวิญญาณใหญ่ว่าพระพรหมพระนารายณ์พระอะไรเป็นพระเจ้ากอดแล้วสุดท้ายก็ดีที่สุดก็ไปอยู่กับพระเจ้าผู้ดีในระดับหนึ่งก็เหมือนกับว่าคล้ายๆกับลักษณะผู้นี้มาเป็นพระอรหันต์ไม่ถึงกับขนาดอรหันต์กับสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่เป็นอรหันต์ธรรมดาผู้ที่จิตวิญญาณถึงอรหันต์ธรรมดาก็จะถูกพิพากษาให้ไปอยู่สวรรค์กับพระเจ้าส่วนผู้ใดที่ชั่วก็ถูกพิพากษาให้ตรงนรกไม่ได้ไปอยู่ พระเจ้าไม่ได้ไปเป็นวิญญาณใหญ่เป็นร่วมอยู่กับพระเจ้าผู้ที่จะทำดีที่สุดทำให้ดีหรือดีที่สุดไม่ดีที่สุดแล้วก็ได้ไปอยู่สวรรค์ร่วมกับพระเจ้าเป็นนิรันดร์เป็นชีวิตนิรันดร์เป็นสุขนิรันดร์ไปมีศาสดาทิฐิแท้ส่วนผู้แชร์แล้วก็ตายแล้วก็ศูนย์ไม่มีอะไรต่อไม่ต้องคิดไม่ต้องคิดต่อไม่ต้องคำนึงคำนวณรักษาชีวิตเอาตัวรอดเป็นยอดเดียวไปชาตินึงแล้วก็จบนี่เป็นความคิดที่เป็นภัยมากคุณเชฟทิฐิเป็นเอาความคิดที่เป็นภัยเป็นจอมกะล่อนได้เลยในชีวิตที่จะชาญฉลาดเอา เกาลัดอะไรเขาก็ถ้าฉลาดเอาเปรียบเรารักได้ก็ยามใจอยู่ในโลกนี้เพราะว่ายังไงตายแล้วก็แล้วกันนี่มันไม่มีอะไรอันนี้เป็นพิษเป็นภัยมากส่วนศาสนาบางศาสนาแม้จะเป็นศาสนาเขาก็ยังมีการเกิดต่อเขามีวัฏสงสารเหมือนกันในศาสนาพราหมณ์ศาสนาพราหมณ์เขามีการเกิดต่อก็มีการอะไรต่ออะไรอยู่นะเขามีการมีสังสารวัฏเกิดมาแล้วก็ได้รับบุญสะสมบุญเกิดมาชาตินี้ชาติหน้าชาติหน้าถึงเจริญงอกงามเพราะได้ทำบุญทำทานได้ทำไอ้โน่นไอ้นี่ไว้แล้วก็จึงเกิดมาดีศาสนาทั้งด้านโน้นอธิบายยาวอธิบายวิบากบุญวิบากกรรมวิบากได้อธิบายกรรมไม่บาปขึ้นมาเนี่ยเพราะอย่างนี้เป็นอย่างนี้มามาก แต่สุดท้ายเมื่อผู้ใดที่สูงสุดแล้วเขาก็ไปอยู่กับพระเจ้าเป็นไปอยู่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพรมนายเป็นศาสนาศาสนาส่วนพระสมาสพระพุทธเจ้านั้นไม่ให้เชื่อว่าสุดท้ายไปอยู่เป็นนิรันดรวิญญาณนี้เป็นนิรันดรไม่เชื่อและพิษให้เห็นจริงและไม่ใช่ตายแล้วก็สูญมันไม่ใช่ตายแล้วก็ 0 และอีกอันนึงก็คือว่าอย่าเพิ่งคิดดาวเพราะเราจะไม่รู้เลยว่าวิญญาณเนี่ยมันตายแล้วจะไปอยู่กับพระเจ้าอย่างไรจะสูญอย่างไรมันจะไม่รู้วิญญาณนี้จะไม่อยู่กับพระเจ้าแต่จะไปตกนรกไปขึ้นสวรรค์ ประเภทที่มีขั้นตอนด้วยสวรรค์ขั้นนั้นสวรรค์ขั้นนี้อะไรเนี่ยหรือตกนรกหนักนรกเบาอะไรต่างๆตายแล้วเราคิดไม่ออกพระพุทธเจ้าทั้งหมดอย่าคิดหลังตายไม่ต้องคิดแต่มาพิสูจน์หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าพิสูจน์ได้ดังนี้คือพิสูจน์ได้ว่าจิตวิญญาณเมื่อบริสุทธิ์บริบูรณ์แล้วนี่จิตวิญญาณแท้ๆเนี่ยจิตวิญญาณนี้มันเป็นทาสรู้เท่านั้นพอพักสอนเกิดเพราะมีความประชุมเมื่อบริสุทธิ์แล้วนะเป็นทาสบริสุทธิ์แต่มันมีอนุสัยอาสวะก็ดีกิเลสก็ดีตัณหาก็ดีเป็นตัวเจ้าเรือนเป็นอาคารตุ๊กแกเป็นแขกจอนที่เข้าไปอยู่ยึด คลองจิกแล้วก็พาเกิดพาดับมีพบมีชาติพาให้มีภพมีชาติที่นี่เมื่อเราตายแล้วไปไปพบไปเป็นชาติมันบอกแล้วว่ามันคิดไม่ออกมันเดาไม่ได้ตายแล้วไปคิดว่าเป็นเพราะเป็นชาติเป็นสรีระอันนั้นไปพบนั้นเกิดแล้วตายไปก็มีเกิดแล้วไม่ตายก็มีชาติหน้ามีชาติหน้าไม่มีเนี่ยเท่าที่ทราบกันนี่เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดเบื้องหน้าแต่ตายแล้วไม่เกิดอะไรนี่มันคิดไม่ออกอยากคิดแต่พุทธเจ้าท่านบอกว่าอยากคิดแต่ให้พิสูจน์เดี๋ยวนี้ว่าตัวราคะโทสะโมหะเนี่ยเป็นตัวเชื้อให้เกิดภพเกิดชาติเป็นตัว ถ้าเกิดจริงๆจิตนั้นประภัสสรจิตนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องจิตนั้นเกิดดับธรรมดาไม่เป็นตัวตนไม่มีไม่เป็นอะไรเราก็มาพิสูจน์สิมาพิสูจน์ล้างละกิเลสตัวราคะโทสะโมหะจับรู้กิเลสต่อราคาเป็นอย่างนี้โทรศัพท์เป็นงี้โมอ่ะเป็นอย่างนี้อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เราเกิดพบเกิดชาติอยู่ท่านก็ให้เราพยายามเรียนรู้ว่ามันยังต่อนะมันยังเกิดการแสวงหามันพาจิตเราเกิดการแสวงหาจิตเราแสวงหากามท่านก็ให้มาเรียนรู้ว่ามันเป็นยังไงการแสวงหาตามอยู่ เราก็รู้อยู่แล้วว่าจิตดวงดาวจะต้องอยากนั่นอยากนี่อยากโน่นจากทางนอกตาหูจมูกลิ้นกายไปแสวงหากามกามที่หยาบก็ไปแสวงหาวัตถุที่มันเลวๆทรามๆไปแสวงหาอบายมุขอย่างนี้กับวัตถุเลวเป็นวัตถุกามที่เลวไปแสวงหาราบเกินการไม่เข้าเรื่องหลงตามหลงรักตามที่หลงรักกามหลงยศกามที่หลงสรรเสริญตามที่ลงรูปตามที่ลงรถกลิ่นเสียงสัมผัสภายนอกนอกจนเรามาหัดรถหัดละไม่แสวงหายุทธแสวงหาอันนี้ท่านบอกชัดแต่ว่ามีการแสวงหาความอันละได้ เพราะฉะนั้นกามนิตข้างนอกทวารตาหูจมูกลิ้นกายมันจะไปมีสัมผัสเป็นปัจจัยตั้งแต่เครื่องปัจจัยที่เป็นอบายมุขปัจจัยที่เป็นลาภยศสรรเสริญสุขแบบลูกโลกไม่ว่าจะสุขด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสใดๆก็เป็นการลองพิสูจน์แล้วว่าไม่มีแล้วละได้แล้วไม่มีกามไม่มีการก็ไม่มีปฏิกะหรือไม่มีพยาบาทด้วยมันเป็นคู่กันชอบหรือไม่ชอบราคะหรือกามันชอบพยาบาทหรือปฏิกะน่ะมันไม่ชอบมันผลักไสหรือมันผูกแขนข้าจะทำลายเขาน่ะมันแรงถ้าอย่างนั้นก็แรงถ้าเบาบางแล้วมันก็เป็นแต่เพียงว่าเราผลักเราไม่ชอบ อารมณ์อาการพรุ่งนี้เราต้องเรียนรู้ของเราเองจิตของเราในจิตของเรานี่แหละที่จริงมันไม่ใช่จิตมันเป็นกิเลสอาคันตุกะที่มันไปครองจิตเป็นเจ้าเรือนเป็นเจ้าเรือนเป็นแขกเป็นตัวการจริงๆมันเกิดเป็นธาตุรู้แต่ทีนี้มันมีอะไรก็ไปผสมเป็นตัวตนแล้วก็ไม่หยุดแสวงหาอยู่นั่นเองเพราะเมื่อมันไปแสวงหาจากที่อธิบายไปแล้วว่าจิตของเราหมดกรรมแล้วเป็นเพราะว่าถ้าเป็นกามมาพบเราหมดแล้วไม่ดิ้นหาข้างนอกนี่เราควบคุมได้เลยตัวอาคารตุ๊กแกหรือว่าตัวกิเลสพวกนี้เราสามารถบังคับมีอำนาจเหนือไม่ให้ออกมาทางกายได้ไม่ออกมาทางทวาร วัตถุกามข้างนอกทั้งหมดพัทยาอบายมุขลาภยศสรรเสริญโลกียสุขด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสใดๆสัมผัสแล้วเป็นปัจจัยเราก็สามารถที่จะควบคุมได้เรามีเจโตว่า 10 ประตูไม่ออกมาแน่ไม่มักจะดีเซลอากาศแสวงหาธรรมการเอร็ดอร่อยหรือว่าผลักไสโกรธแค้นโกรธเคืองไม่ชอบใจชอบใจอะไรอยู่ข้างนอกเป็นอาการข้างนอกไม่แล้วแต่ยังเหลือโอปปาติกะนี่เป็นฐานอาณาจักรมีฐานะธนาคารยังเหลือจิตของเรานี่ยังผุดเกิดโรคเกิดยังมีเชื้อ อาการยังมีอารมณ์อยากให้อยู่ในจิตยังมีอารมณ์รถยังมีอารมณ์อารมณ์เป็นรถเป็นภาวะภพมีการแสวงหาภพอันละได้แล้วแม้แต่ในภพเราก็รักได้อีกอ่านออกภาวะกดสิทธิ์เพราะว่าพบกับสิ่งมีชีวิตมีการแสวงหาพรหมจรรย์อันสงบแล้วเราได้แสวงหาพรหมจรรย์ก็คือความบริสุทธิ์สะอาดในนี้เขาเรียกพรหมจรรย์โดยภาษาเราแสวงหาศาสนาเราแสวงหาธรรมอันเป็นสัจธรรมสูงสุดก็เหมือนกันความหมายเดียวกันสมัยก่อนเขาใช้ภาษาแทนว่าแสวงหาพรหมจรรย์คือพฤติกรรมมันสูง เราก็เป็นอันสงบแล้วเดี๋ยวฉันใช้ว่าเป็นอันสงบแล้วถ้ากามก็จะใช้คำว่าอันละได้แล้วพบท่านก็เรียกว่าอันละได้แล้วสวนแสวงหาพรหมจรรย์ท่านเรียกว่าอันสงบแล้วก็คือรู้อาการของพรหมจรรย์พฤติกรรมที่สูงสุดแต่ก่อนก็อธิบายพรมเดี๋ยวนี้เราจะอธิบายพรหมก็ได้เพราะสูงสุดเราก็จะเป็นลักษณะพรหมแต่เราเองเราก็สงบจากพรมเราไม่ติดแม้ว่าพรหมเป็นอัตราอันนี้เป็นลัทธิของพระพุทธเจ้านะหมดอัตราหมดการยึดเป็นของตัวของตนหมดอาซามิมานะเป็นของพระพุทธเจ้าเราสามารถที่จะรู้เท่าทันเพราะมีเมตตาก็มีอยู่มีพฤติกรรมจริยธรรมแปลว่าพฤติกรรมคือพฤติกรรม รื้อพลาสติกมีอาการมีกิริยาอาการกิริยาของใจที่มีเมตตาการกิริยาของใจที่จนกระทั่งทำให้เกิดกรุณาทำให้เกิดมุทิตาและอุเบกขานั้นเรามีอยู่แต่เราก็รู้ว่าอาการเหล่านี้ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนเป็นอาการความประชุมที่เรารู้ว่ามันเป็นสภาพของขั้นสูงสุดคือวิภวตัณหาเป็นวิเคราะห์ปัญหาโน้มน้าวไม่เป็นไปตามที่มันควรเป็นเท่านั้นจะบอกว่าอยากมีอาการอยากแล้วอยากช่วยเหลือเขามีเมตตาอยากช่วยเหลือจากเกื้อกูลเขาเราก็ทำอาการอย่างนี้เราเองเรา ทำจิตให้เป็นจริงทำจริงว่าเออช่วยเหลือเขาไม่ใช่ตัวตนไม่ได้เป็นเรื่องของตัวของตนอะไรตัวตนนั้นรู้แล้วว่าตั้งอยู่ได้สบายๆเกิดขึ้นตั้งอยู่มีปัจจัย 4 มีอาการกินกันอยู่มีการนุ่งการหอมมีการป่วยเจ็บก็ใช้ยารักษาโรคมีเครื่องใช้ที่เรียกบริขารจำเป็นก็มักน้อยเอาเป็นผู้ไม่มีกิเลสที่จะไปสะสมไม่มีกิเลสที่จะไปอยากได้อยากมีอยากหอบอยากหาเมล็ดจริงๆรู้ว่าสมบัติอื่นสมบัติใดเนี่ยมันก็เป็นแต่เพียงว่าเราใช้อาศัยเท่านั้นเองตามสมมุติโลกสมมุติบริษัทจัดทำถ้าเราเองเราเป็นตัวเหตุให้คนอื่นเขาเกิดกิเลสมากมายเราก็เป็นตัวเหตุที่ไม่ดี เราก็อยู่อย่างตัวที่เป็นเหตุให้ดีเราเป็นเหตุจูงนำคนอื่นได้เป็นตัวอย่างคนอื่นเห็นก็ว่าเออเอาอย่างท่านผู้นี้นะดีเราก็อยู่อย่างดีเป็นเหตุจูงให้ผู้อื่นดีเท่านั้นในชีวิตที่ยังเหลืออยู่ที่เรายังมีองค์ประชุมเราก็เป็นผู้ที่ให้ดีที่สุดจงดึงได้มากนำพาได้มากมาสู่ดีได้มากเรารู้ดีเป็นที่สุดไม่ดีเป็นที่สุดเรารู้กุศลอกุศลเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นนิวรณ์ 5 และนิวรณ์ 8 จึงรู้สูงสุดที่กุศลและอกุศลคุณจะได้เข้าใจว่าเอ๊ะทำไมมันน่าจะเป็นว่านิวรณ์ที่ 8 นี่มันน่าจะเป็นวิชาอวิชชาทำไมนิวรณ์ที่ 8 ผ่าน กุศลอกุศลเคยสังเกตไหมวันนี้วอนเพิ่มขึ้นมาอีก 3 น่ะวิชาอวิชชาๆกุศลอกุศลรูปเป็นที่สุดอันนี้สุดท้ายบ่สูงสุดต้องมาอยู่ยืนหลับอยู่ที่กุศลอกุศลก็เพราะว่าเป็นสิ่งอาศัยเราจะรู้เบื้องต้นชัดๆเลยพอเวลาเราได้เพราะนิวรณ์ 5 จิตของเราปราศจากนิวรณ์ 5 เราสบายเรารู้แล้วมันเป็นฐานรู้แล้วถามสบายพอหมดนิวรณ์ 5 ไปทานสบายจะเรียกว่าสุขที่สุดก็สุขที่สุดจะเรียกว่าพ้นทุกข์กับพ้นทุกข์ที่สุดแต่มันยังทรงอยู่เป็นเสาที่แสนสันนิภา Japan นิพพานที่เหลืออยู่นะมันเหลืออยู่เราจะอาศัยอยู่เราจะเหลืออยู่แม้เราจะใช้คำพูดหรือใช้ความเห็นว่ามันไม่ใช่ตัวตนของเราแต่มันก็จะต้องรับผิดชอบตัวตนนี้ไม่ใช่ของเราแต่เราต้องรับผิดชอบเพราะฉะนั้นเราจะต้องมีความรู้มีวิชารู้ว่าสังขารนี้จะเป็นสังขารอยู่กายก็สังขารจิตก็ยังเกิดดับจิตจิตก็ยังรับรู้สัมผัสรู้แล้วก็เอามาปรุงได้เอามาแต่งได้เอามาคิดได้เอามาคำนวนได้เอามาปรุงออกไปให้ผู้อื่นได้เราก็จะปรุงด้วยฤทธิ์แรงแห่งความรู้แห่งความยินดีเพราะฉะนั้นคุณเกิดวางและสลัดคืนได้แล้วอ่ะมันยังทรงมันยังมีองค์ประกอบเรารู้ด้วยความจริงว่ามันมีองค์ประกอบนะความ ยถาภูตังความจริงตามความเป็นจริงนี่สมมติสัจจะสูงสุดเรายังไม่สลายเราได้พิสูจน์แล้วว่าจิตเมื่อจิตบริสุทธิ์ผ่องแผ้วจิตมันก็เป็นทาสรู้ที่เกิดแล้วก็ดับเกิดแล้วก็ดับคุณนั่งพิสูจน์นั่งจะหลับตาหรือไม่หลับตาก็ตามจะมองเฉยหรือไม่มองเฉยก็ตามเมื่อคุณเองคุณรู้อาการที่มันมันคิดแล้วมันปรุงจิตคือถ้ารู้มันก็รู้ต่อเนื่องกับมันอยู่มันเกิดแล้วมันก็รู้แล้วมันก็หลับดับแล้วมันก็เกิดมารู้แล้วมันก็ดับถ้าเราให้มันอยู่ในภพอยู่ในภาวะอยู่ในภพภวังค์ข้างนอกเราหลับตาเลยก็ได้แล้วมันก็อยู่ภวังค์เงียบอยู่เฉพาะจิตกูก็ตรวจดูจิตมันเกิดแล้วมันก็ดับมันไม่คิดไม่นึกอะไรคุณก็ทำไม่รู้ ทำหินอ่อนจิตไม่คิดไม่นึกเฉยๆอย่างนี้จะมารับรู้สึกอะไรที่เป็นกสิณ 1 เป็นสิ่งหนึ่งที่เรารู้รู้ลมหายใจก็ลมหายใจเฉยๆอย่างนี้นะไม่มีลมหายใจจะไปนิกสีนึกภาพนึกแสงอยู่ข้างในก็แสงเฉยๆไม่มีอารมณ์อะไรอื่นไม่มีสุขไม่มีทุกข์อะไรอื่นคุณก็จะเห็นว่าความหมดสุขหมดทุกข์มันเป็นอย่างนั้นคุณทำรู้นะพิสูจน์เองนะยิ่งในจิตจิตในจิตอย่างนี้แล้วก็ไม่ๆๆไม่มีใครรู้แทนกันได้หรือแม้แต่จะลืมตาก็ตามไม่ใช่จิตไม่คิดก็ตามคนจะรู้ว่าต้นเสานี้ไม่ปรุงอาการที่ไม่ปรุงต่อเป็นอย่างไรคุณจะดูว่าคนนี้ก็คนเห็นผู้หญิงกับผู้หญิงผู้ชายกับผู้ชายคนนี้เขาสมมติ สวยก็เขาสมมุติเขาสมมุติว่าไม่สวยเขาก็สมมุติเราเองเราก็เขียนเป็นอย่างนี้อันนี้สามเหลี่ยมก็สามเหลี่ยมวันนี้สี่เหลี่ยมกับสี่เหลี่ยมอันนี้เบี้ยวๆๆอันนี้กลมๆๆเขาบอกว่ากลมๆมันสวยกว่าเบี้ยวๆเขาก็สมมุติกันเองก็ธรรมชาติเบี้ยวมันก็เบี้ยวธรรมชาติกลมมันก็กลมจะบอกว่าไอ้กรมสวยกว่าไอ้เบี้ยวก็คุณน่ะมันเทียบค่ากันแล้วก็สมมุติเองคุณบอกว่าไอ้แดงมันสวยกว่าไอ้ขาวก็คนน่ะสมมุติแต่ธรรมชาติแดงมันมีธรรมชาติขาวมันธรรมชาติเบี้ยวมีธรรมชาติกลมมีธรรมชาติเป็นหญิงมีธรรมชาติเป็นชายมีต่างคนก็ต่างอยู่คุณเป็นผู้อยู่ผู้เดียวแล้วแดงก็แดงแต่คุณจะธรรมชาติคุณเป็นคนสีแดงผิวสีแดง Google แดงๆอยู่ของคุณธรรมชาติของคุณคนอื่นเขาขาวๆขาวๆแล้วก็ไม่ได้ริษยาเขาไม่ได้ชังไม่ได้ผลักเขาไม่ต้องไปผสมส่วนอะไรไม่ต้องดีกว่าเหนือกว่าก็ใหม่คนมีธรรมชาติคุณมีทำคุณมีความเป็นเอดส์เป็นหนึ่งแล้วไม่ปรุงไม่เปรียบไม่เปรียบไม่เนื้อไม่สูงอะไรคุณก็สบายสบายใจของคุณต้องรู้ของจริงอันนี้ว่ามันไม่ปรุงเป็นอย่างไรถ้าจะปรุงแล้วทีนี้ก็รู้ตามสมมติโลกโลกโลกโลกโลกก็มีถูกออกก็สมมุติอันนี้ดีกว่าอันนี้ก็แค่นี้แค่นี้ถ้าเขาปรุงมากไปโอ้โหเยอะแยะเลยแล้วเราก็ไปหลงมากๆกับเขาเหนื่อยไม่ไหวนะเพราะงั้นเราก็ดึงคนมาอย่าไปหลงกับลุงมากๆนะมันเหนื่อยแค่ปรุงน้อยๆนี่คุณติดน้อยๆนี่คุณก็ทุกข์อยู่แล้วเพราะฉะนั้นดึงคนที่เขาปรุงมากลงมาหาน้อยลงน้อยลงน้อยลงน้อยลงจนที่สุดก็ไม่ต้องปรุง คุณก็สบายพาเขาสบายคุณทำได้แล้วคุณจึงไปพาเขาลงมาเกลียดของคุณจนสะอาดแล้วก็มารู้อีกว่าเมื่อคุณละเป็นอันละได้ทั้งกามเป็นอันละได้ทั้งภพพบที่ปรุงด้วยรูปรถเป็นเสียงวัตถุนอกหมดทีนี้เมื่อรถที่ปรุงนอกหมดเพราะว่าพบคุณก็มันติดสว่างกันดีติดที่ไปปั้นเป็นมโนอัตราปั้นเป็นรูปเป็นสีเป็นกลิ่นอะไรซึ่งมันไม่มีจริงคุณปั้นขึ้นมาไม่มีจิตวิญญาณไม่มีตัวตนแม้แต่โลภโกรธหลงต่างๆมันก็ไม่เป็นตัวตนหรอกแต่มันเป็นอารมณ์ที่มันหลงแล้วมันก็ปั้นๆมากมันก็เป็นมากเหมือนกับคุณนั่งคุณเองคุณมีความ รักสิ่งใดไม่ต้องเอาไปถึงหยาบๆคล้ายๆแต่แค่ว่าผู้หญิงเนี่ยไปรับเพชรไปเห็นแหวนเพชรวงนึงสวยเหลือเกินคุณมานั่งงี้ก็เอาแล้วไอ้รูปแหวนเพชรรูปนั้นก็ลอยทั้งสีทั้งรูปติดจัดหลงจัดมันก็มันลอยอยู่ตรงหน้าเนี่ยลืมตามลำโพงก็มารออยู่ข้างหน้าเลยหลับตาลูกแหวนเพชรก็ลอยฟ่องแหมใครจะไปซื้อมาหมั้นเราก็ดีอะไรอย่างนี้หรือแม้แต่คุณเป็นผู้ชายคุณมีอะไรเราก็ไปติดผู้หญิงแมนหน้าแฟนหน้าคนที่เราหลงรักเขาข้างเดียวหัวโตด้วยหน้าผู้หญิงคนที่คุณรักรออยู่เนี่ยหลับก็เห็นตื่นก็เห็นจับตาเขาก็เห็น มันเป็นภาพมันเป็นรูปก็ภาพตัวตนของเขาที่ไหนเราตัวตนของเขาอยู่โน่นน่ะคุณไปจับมายัดกล่องใส่หัวสมองคุณเหรอคุณใส่ตรงไหนของจิตมันไม่ใช่นะคุณมาปั้นภาพมโนอัตราขึ้นมาแล้วมันปั้นโดยกิเลสด้วยกิเลสมันปั้นให้เลยหรือแม่เหล็กมันไม่ปั่นคุณก็ไปหลงหลงแล้วก็ไปเรียนรู้การปั่นแล้วคุณก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน