240618-492 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt
เนื้อหาในไฟล์
ตะขอทบทวนตั้งแต่เราได้ปฏิบัติธรรมมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายืนยันกับเราว่าอมตะธรรม 3 ซึ่งเราจะต้องมีทั้งสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายนี้เป็นทิศทางเป็นจุดสำคัญทีเดียวการสำรอง NC ก็ต้องรู้สิ่งที่มาสัมผัสและก็รู้ตอบอัตสัมผัสนั้นมันจะโยงใหญ่ไปถึงอะไรมันก็โยงใหญ่ไปถึงประมาณจะเกิดอาการกินดีกินได้จะเกิดอาการท่อประการังเกิดเวทนาหลงเป็นสุขหรือแม้แต่เป็นทุกข์เราก็จะรู้ความจริงในสิ่งเหล่านั้นเป็นไปแล้วก็ทำอารมณ์วิชาญธรรมเวทนาให้มันเป็น ปรางให้เป็นอนุกรมบรรจุให้เป็นอุเบกขาฐานธรรมในลักษณะที่เราทำนั่นแหละปรับปรุงมันอยู่นั่นแหละนั่นคือการปฏิบัติธรรมและนอกจากที่ท่านบอกทวารหรือประตูที่มันจะเกิดสัมผัสต่อสิ่งทั้งหลายแล้วข้อที่ 2 ท่านก็บอกให้ประมาณในเรื่องโภชนาการศึกษาประมาณหรือพยายามที่จะรู้ที่จะสังวรที่จะต้องรวมที่จะอ่านคิดวิเคราะห์สิ่งนี้แหละจุดนี้อยู่ที่จิตนี่แหละฉะนั้นอะไรก็ตามที่มันจะมาเป็นอีกสิ่งหนึ่งไม่ใช่ทวารต่างหูจมูกลิ้นกายแต่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะเข้ามาจะเป็นเครื่องบริโภค อุปโภคเป็นอาหารเป็นเครื่องใช้เป็นของกินเป็นอะไรก็ตามใจโดยเฉพาะโภชนาโภชนะเราเน้นไปเอาจุดสำคัญที่ของกินเขากินก็ด้วยโภชนาการของกินกระโดดของใช้ก็ด้วยแต่เขาจะเน้นของกินก็ยิ่งดีก็ยิ่งสำคัญตอนนั้นท่านปฏิบัติธรรมท่านให้เน้นเรื่องการกินเรื่องของกินเป็นสิ่งที่กินนั่นแหละมันจะไปเกี่ยวเนื่องมันจะไปสืบโยงถึงกิเลสให้เรียนรู้ที่ปรมัตถ์ที่กิเลสการปฏิบัติที่เราได้พิจารณาโภชนะอาหารของใช้อันโดยเฉพาะบอกแล้วว่าเขาเน้นอาหารก็ปฏิบัติธรรมด้วยเอาอาหารมาเป็นเรื่องพิจารณามาเป็นเรื่องปฏิบัติมาเป็นกรรมฐาน มันไม่ได้ผิดอภัยในกระทำคือธรรมะอันไม่เสื่อมธรรมะอันถูกต้องแล้วของพระพุทธเจ้าที่ปฏิบัติมีการสังวรสำรวมนี่หลักใหญ่เลยอินทรีย์ทั้ง 6 ดูสัมผัสเป็
อ่านต่อ
นปัจจัยแล้วก็มีการดูของที่จะมาเกี่ยวกับทวารก็คือสิ่งที่จะมาสัมผัสโดยเฉพาะเรื่องอาหารนี่เป็นตัวปฏิบัติถ้าเราเข้าใจนี้เราก็ย่อมจะไม่พูดเหมือนอย่างที่เขาพูดกันว่าโอ๊ยเรื่องกินเรื่องอยู่มันไม่ใช่เรื่องอะไรหรอกเรื่องของอาหารโดยเฉพาะสัตว์มันไม่ใช่เรื่องที่จะพาบรรลุไปหรอกทำไมคนเจ้าท่านบอกว่านี่คือการปฏิบัติไม่ผิดการปฏิบัติที่จะถูกทางที่จะไปสู่จุดสูงและพูดอย่างนี้มันก็เป็นการไม่เข้าใจใช้ปัญญาไม่ถึงไม่ใช้ปัญญาไม่ถึงเราก็รู้ไม่ได้ การก็มีอะไรจะได้ยืนยันก็มีคำว่าการปฏิบัติไม่ผิดนี่เป็นหลักการที่เน้นเป็นตัวยืนยันที่เน้นไม่ใช่หลักการที่จะเป็นตัวทฤษฎีที่เน้นถึงหลักการถึงวิธีที่จะปฏิบัติเมื่อปฏิบัติสำรวมอินทรีย์เมื่อปฏิบัติดูประมาณว่าให้พิจารณาให้เอาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญเนื่องจากเรื่องของกินของใช้ในเรื่องเครื่องกินเครื่องใช้พวกนี้ให้สำคัญมันจึงจะเป็นตัวสำคัญเป็นตัวที่ถูกต้องอีกอันนึงก็เรื่องของสติคือสติชาวเขาหรือช้าขึ้นมานะโยคะเป็นข้อที่ 3 เราจะทำอย่างไรเราจะให้เกิดสติแข็งแรงเกิดการระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมมีการใช้จิตวิญญาณให้เต็มไม่ใช่การไปใช้สิทธิ์ฟรีไปใช้จิตหลบ จิตที่ไม่รู้ทั่วพร้อมในสิ่งที่แวดล้อมอยู่ไม่ใช่แต่ท่านให้รู้ไว้พร้อมในสิ่งที่แวดล้อมอยู่แม้กระทั่งว่าเราจำเป็นที่เราจะหลับเราจะนอนท่านยังให้มีสติสัมปชัญญะตื่นมีสติสัมปชัญญะให้รู้สึกแววไวให้รู้สึกอย่างอย่าไปตกดับตกดินตกลึกให้กลายเป็นผู้ที่รู้ไว้มีการรู้ไหวพริบมีการรู้สึกตัวทั่วพร้อมที่จะพร้อมที่จะตื่นพร้อมที่จะรู้ว่าอะไรต่ออะไรมาสัมผัสไอ้โน่นไอ้นี่ที่เราจะได้รู้เท่าทันได้เร็วความหมายเป็นอย่างนั้นเพราะถ้าผู้ใดที่ฝึกสติแล้วก็ทำให้คนมีสติเราไวอยู่ได้ดังกล่าวแล้วพวกนั้นก็เข้าหลักการที่จะ รอบทั่วถ้วนแล้วก่อนพิจารณาตามหลักต้นอินทรีย์ 6 และสิ่งที่จะมาเกี่ยวข้องกับชีวิตเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคให้สำคัญเราก็จะได้เจียรลงไปถึงปรมัตถ์ถึงจิตใจเป็นสิ่งและก็ปรับปรุงให้รู้อาการของจิตเราก็รู้ลูกรู้นามให้รู้อาการรู้ความแตกต่างระหว่างลิงคละหรือเพศไม่รู้นิมิตรู้เครื่องหมายรู้ลักษณะต่างๆที่ว่าอย่างนี้อาการนี้ลักษณะอย่างนี้หรืออันนี้เป็นเครื่องหมายแทนเป็นสมมติแทนในสภาพแทนแต่ไปถึงแก่นสารถึงความหมายละเอียดตามธรรมแล้วหมายความถึงทำในธรรมเป็นอย่างนี้เป็นเรื่องนี้เพราะฉะนั้นจะเป็นบุคลากรที่ฐานอยู่เป็นวัตถุธรรมอยู่ก็ เหมือนเน้นเข้าไปหาธรรมอธิษฐานแล้วเราก็รู้ความหมายที่สุดสำคัญเป็นธรรมในธรรมก็มีนิมิตบอกได้มีเครื่องแทนได้มีสิ่งที่ต่อทอดได้มีความหมายมีอธิบายอุเทศยกกล่าวถึงถึงชี้ถึงได้นางอุเทศหมายความว่าสิ่งที่กล่าวถึงสิ่งที่ชี้ถึงเราก็พยายามรู้ทั้งความหมายที่จะกล่าวถึงอีกเพราะผู้รู้ก็รู้ทั้งหมดทั้งที่จะเอามาชี้ถึงได้บอกนิมิตหมายได้และเราก็มีนิมิตนั้นเห็นแจ้งอยู่ในตัวมีเครื่องหมายนิมิตหมายจนกระทั่งรู้ถึงเวลาละเอียดของความเป็นอาการเพราะจิตวิญญาณหรือจิตแก 70 ขั้นประมาณนั้นมันไม่มีตัวตนมันมีแต่อาการที่แสดงบอกความต่างกัน กับน้อยก็ต่างกันสะอาดสูงสุดกับสะอาดเกือบสูงมันก็ต่างกันดังนี้เป็นต้นเพราะคำว่าสะอาดเกือบสูงสุดกับสะอาดสูงสุดก็เป็นเพศแล้วเป็นความต่างกันอยู่ในชั้นเชิงถ้าจะบอกว่าดีกว่าหรือว่าเหนือกว่าโลกุตระก็ต้องเอาสูงสุดกับเกือบสูงสุดสูงสุดก็ต้องเป็นโลกุตระกว่าเกือบสูงเป็นต้นว่าเราจะต้องเข้าใจความที่ยังไม่ลงตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวเป็นอันสุดแห่งที่สุดเราก็จะต้องไล่เรียงชั้นตอนอะไรต่ออะไรได้มีความละเอียดแม้แต่ของหยาบของละเอียดละเอียดสุดถึงขั้นจิตใจเป็นสิ่งดังกล่าวแล้วเมื่อเราได้ปฏิบัติรับรู้รับพิจารณา ตั้งแต่ของหยาบมาแม่นความหมายแม่นความจริงได้รับในรถเราถึงจะแน่ใจเราถึงจะได้เห็นของจริงแต่ก่อนนี้เรามีกิเลสเป็นรูปร่างอย่างนี้เดี๋ยวนี้เราปฏิบัติไปแล้วมันลดละจางคลายลงอย่างนี้บางอย่างที่เราปฏิบัติจนมันก็อย่างนี้มันหมดการหมดเป็นอย่างไรการเหลือบ้างมากบ้างน้อยบ้างก็รู้ของจริงการลดลงได้รู้การไม่ลดก็รู้การยังมีมากด้วยไม่ใช่ไม่ลดเท่านั้นและยังแถมไม่ทรงซะด้วยเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นก็มีเราก็จะรู้เพราะถ้าเกิดกิเลสนั้นหรือว่าสิ่งที่ยึดนั้นมันเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเราแน่แย่แน่ๆแน่เลยว่าเราจะต้อง ทุกข์ร้อนเราจะต้องลำบากเพราะใครระงับเป็นขั้นตอนได้ว่าอย่าให้มันตัวใหญ่ไปนอกจากไม่มันตัวใหญ่แล้วยังจะมาทำรีดให้มันเล็กลงอ่อนลงบางลงนอกจากบางลงแล้วจะต้องเอาสูงสุดจนกระทั่งหมดเกลี้ยงรู้ความหมดทุกความจบนั่นคือรู้จุดวิมุตรู้จุดนิโรธรู้จุดนิพพานรู้จุดสุภาพหรือจุดสูญญตาหรือรู้จุดอนัตตามันไม่มีตัวตนคำที่กล่าวไปทั้งหมดนั้นเป็นคำคล้ายเป็นคำเหมือนเป็นคำแสดงสภาพอันเดียวกันเมื่อลงอันเดียวกันแล้วเราจะเรียกอย่างนั้นไปในนัยยะไม่ว่าจะกล่าวว่าวิมุติจะกล่าวว่าอนัตตาจะกล่าวว่าสูญญตาสุภาพจะกล่าวว่านิโรธจะกล่าว ทานอะไรก็ตามแต่มันเป็นคำคล้ายคำที่บอกลักษณะที่ที่จริงอันเดียวกันอย่างสูงสุดนั่นแหละแต่ทำความหมายตรงนี้แล้วแต่ใครจะมีความถนัดความเห็นชัดไปในคำใดความใดมุมใดแง่ใดแต่พอมาลงตัวแล้วก็คือความมันไม่มีมันหมดสภาพอากาศที่เราเรียกว่ากิเลสเราเรียกว่าอารมณ์ของโลกโลกียะอารมณ์ของทุกข์อารมณ์ของเวทนาไปในเชิงติดยึดอยู่ไม่ว่างปล่อยไม่วางเฉยได้เราก็จะรู้อาการเหล่านั้นไปได้ด้วยความจริงที่เราจะต้องสัมผัสรู้ในใจในใจมันมาจากข้างนอกมันก็ต้องเกี่ยวโยงต่อมันจะเชื่อมโยงต่อไปจนกระทั่งถึงจิตเป็นที่สุด เราเรียนรู้ได้เราทำได้เห็นจริงผู้ที่เห็นจริงเท่านั้นถึงจะมั่นใจถึงจะมั่นคงเด็ดเดี่ยวไม่แปรปรวนจะพูดจะกล่าวใครจะว่ายังไงก็ไม่มีปัญหาเพราะเราดับเราสูญหายเราเลิกราเราเห็นดีเราได้ดีทรงดีนั้นแม้ชีวิตของเราไม่มีสิ่งนั้นเราก็แน่ใจว่าเราไม่ได้ตกต่ำเราเจริญเราเป็นไปได้ดีด้วยเพราะฉะนั้นก็ขอให้พวกเราได้รู้ในระดับขั้นตอนฐานะที่เรียกว่าคือตัวการใหญ่อาตมาแปลภาษาที่ถือว่าเป็นการใหญ่หรือตัวตนตัวการที่มันทำให้เราทุกข์ตัวกลางที่มันทำให้เราตกต่ำโดยการที่มันทำให้เราเสื่อมเรารู้มันได้ง่ายรู้มันก่อนเรารู้ว่ามันเป็นพิษเป็นภัยแก่เรามากเราจัดการมันออกไปก่อน เปิดจัดการมันออกไปก่อนแล้วเราก็จะปลอดภัยขึ้นเรื่อยๆเมื่อตอนนั้นเบาบางลงตัวอื่นอีกตัวไหนเด่นอีกก็เรียกดูดูมันทุกตัวค้นดูหมดทุกตัวในตัวเราเองมันก็จะเจอตัวที่มันมีเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปตัวนี้หมดลงอ่อนลงแล้วตัวไหนเด่นอีกเอาอีกซับซ้อนเก็บไปเก็บไปมันก็จะหมดจนสูญสิ้นสนิทได้อย่างเด่นชัดอย่างมีสภาวะรองรับไม่ใช่มีแต่เหตุผลของความรู้มีแต่หลักทฤษฎีเป็นตรรกะวิทยาอยู่ไม่ใช่แต่เราได้พิสูจน์เราได้ทำจริงเราจึงจะเป็นผู้ยืนยันยืนยันเมื่อเราได้แล้วเขาก็ยอมเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเพราะยืนยันหลักฐานว่าเราไม่ต้องเกี่ยวข้อง เราไม่ต้องไปวุ่นวายเราเลิกเราหมดเราไม่มีเสียได้เพื่อยืนยันแน่นอนเรามีชีวิตเป็นสุขเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานหรือผู้พ้นทุกข์เป็นผู้ที่แจ่มใสอยู่ได้โดยไม่ต้องมีสิ่งนี้ได้เราก็จะไม่มีสิ่งนั้นบางอย่างมันจำเป็นต้องมีบ้างทุกทีเกี่ยวข้องบ้างเป็นส่วนที่เสริมน้อยก็มีต้องเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่พอสมควรก็มีหรือบางอย่างต้องเป็นส่วนที่ต้องเกี่ยวข้องอยู่ตลอดในชีวิตต้องอาศัยสิ่งนี้อยู่ด้วยเป็นปัจจัย 4 เป็นต้นเป็นสิ่งที่เป็นบริขารหรือเป็นของจำเป็นที่ใกล้ชิดตามระดับเราจะมีเราจะเรียนรู้เป็นขั้นตอนไปเพราะฉะนั้น [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ในวาระที่จำเป็นต้องการแล้วต้องกินนมนะถ้าไม่กินนมเนี่ยไม่พออาตมาก็จะกินอันนี้เป็นต้นคือสิ่งที่เราจะสัมผัสบ้างในอนาคตหรือว่าจำเป็นเป็นยาหรือเป็นของที่จำเป็นในครั้งๆก็จะกินแต่ถ้าเผื่อว่าปกติธรรมดาสามัญอยู่ทั่วไปแล้วไม่เอาไม่กินไม่กินอย่างนี้เป็นต้นเป็นสิ่งที่อาตมากำหนดเป็นสิ่งอาตมารู้ว่าสิ่งนี้จะเกี่ยวข้องบ้างแต่น้อยก็ได้การอนุโลมให้เกี่ยวข้องอีกก็ได้ไม่เกี่ยวข้องอยู่เป็นส่วนมากก็ได้หรือบางอย่างเราจะจำเป็นเลยจะไม่กินข้าวนี่ก็เป็นของถูกเป็นของมีมากทั่วไปถูกเศรษฐกิจดีแล้วจะไปกินซะเลย ไม่เอาอ่ะมันไม่ดีมันไม่มีอะไรที่จะถูกกว่านี้หรือว่าดีกว่านี้แล้วคุณค่าก็ดีถูกมีทั่วไปหาง่ายอะไรแล้วกินข้าวประหยัดจำเป็นอันนี้ต้องคลุกคลีอยู่ใครจะมาพูดอย่างโน้นอย่างนี้วะแน่จริงอย่ากินคิดถึงข้าก็โง่กันเท่านั้นเองเราก็รู้ว่าสิ่งนี้จำเป็นจะต้องเกี่ยวข้องจะต้องคลุกคลีจะต้องเป็นไปเพื่ออาศัยเราก็จะรู้ขั้นตอนเหล่านี้ด้วยเมื่อชีวิตเราเข้าใจความหมายเหล่านี้ถูกต้องแล้วชีวิตเราจะง่ายชีวิตเราจะเป็นตัวอย่างเป็นครูเป็นหลักฐานยืนยันเป็นแบบเป็นพิมพ์ที่ดีและเราก็สอนเขาทั้งด้วยสิ่งที่ทรงไว้ที่เราไม่ต้องพูดเพราะสิ่งที่ทรงไว้ด้วยพูดอธิบายด้วยหรือสิ่งต้องอธิบายอย่างมากไม่ส่งไว้เลยก็อธิบาย ทรงไว้อยู่ก็อธิบายอย่างมากเพื่อจะให้รู้ลึกซึ้งเพื่อจะให้เข้าใจอย่างแท้จริงแล้วเราจะได้มารักมาเลิกก็ปล่อยบ้างชีวิตเราจึงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและเราก็จะได้ไม่ต้องไปแย่งชิงไม่ต้องไปตีรันฟันแทงไม่ต้องไปก่อบาปของกรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยเป็นเรื่องที่มันปรุงมันสร้างอยู่ในโลกเยอะแยะพูดคำว่าฟุ้งซ่านก็ไม่ใช่เรื่องเพิ่มเติมซึ่งพวกเขามาเป็นเหตุเป็นปัจจัยก็ไม่ใช่เรื่องจริงๆมีความลึกซึ้งอยู่ในตัวของมันเองมากหลายผู้ได้พิสูจน์แล้วดั่งพวกเราได้มั่นใจมั่นคงก็ขอให้ได้เก็บกว่าสิ่งที่เหลือเศษเหลือละอองหรือธุลีหรือว่าเหลืออะไรต่ออะไรที่เรายังตาตื้นเรานึกว่าหมด เราหลงตัวว่าหมดได้ง่ายๆแล้วก็ไม่พิจารณาเข้าไปอีกปล่อยปละละเลยก็ขนาดเราพิจารณามันยังไม่ใช่เจ้าเห็นได้ทันทีเห็นได้ง่ายถ้ายิ่งไม่ไปเพราะไม่พิจารณาเลยปล่อยเลยทิ้งเลยเราคิดว่าเราจบแล้วหมดแล้วศูนย์แล้วมันหลงได้โดยที่ไม่เสด็จไม่สะอาดสนิทไม่สูญสิ้นบริบูรณ์จึงขอเตือนพวกเราในเรื่องนี้เราได้พอทนได้โดยไม่ยากเพราะเราละกิเลสนั้นตัวใหญ่ตัวอย่างมันออกไปแล้วจริงเพราะฉะนั้นเศษเล็กเศษน้อยพวกนี้เราทนได้แน่แต่การทนได้เหล่านั้นก็ยังไม่ใช่ความบริสุทธิ์บริบูรณ์หรือไม่ใช้รหัสกับคนที่แท้จริงจึงขอเตือนจุดนี้สำคัญทุกวันนี้เรื่องของการที่จะปฏิบัติต้านทานหยาบๆมีคนเข้าใจเพิ่มขึ้นเยอะแล้วเราก็จะเผย สวนต้านทานสูงของเราเองก็ปลั๊กปล่อยไม่ได้ดูถูกดูแคลนว่ามันเป็นสิ่งเล็กสิ่งน้อยไม่ได้พระพุทธเจ้าไม่สอนเราอย่างนั้นพระพุทธเจ้าสอนเราว่าแม้โทษภัยอันมีประมาณน้อยเราก็จะต้องกระทำให้สิ้นซากให้สะอาดหมดจดแม้ธุลีละอองทุกอย่างดังที่เคยเน้นแล้วเน้นอีกเราจึงจะเป็นผู้ที่ถึงคำว่าอรหันต์หรือคำว่าอรหัตผลแต่ละเหตุแต่ละปัจจัยไปได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ถูกต้องแท้จริงและ