240709-506 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์37 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำพิจารณาประเทศปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าอยากจะขอย้ำเรื่องการทำใจในใจและจุดการทำใจในใจที่พิจารณาเห็นความน่ายินดีกับความไม่น่ายินดีต่อสภาพจิตสภาพจิตสภาพกรรมสภาพผู้ถูกสภาพอาหารสภาพจิตที่ไม่น่ายินดีอารมณ์จิตอย่างนั้นอาการจิตอย่างนั้นไม่ ยินดีเราก็อย่าไปทำใจให้ยินดีจงทำใจให้ยินดีกับอาการของจิตที่น่ายินดีอารมณ์ของจิตที่น่ายินดีแม้แต่กรรมกรรมอย่างนั้นการกระทำทางกายก็ดีว่าดีก็ดีหรือกรรมของจิตนั่นแหละสอนลงไปอีกกรรมของมโนมโนมโนกรรมสอนลงไปอีกก็ดีก็พิจารณาให้ชัดว่าอย่างนั้นไม่ควรยินดีไม่น่ายินดีก็อย่าไปยินดีก็อย่างนั้นจงยินดีกับกรรมที่น่ายินดีอ่าแม้แต่มโนกรรมดังกล่าวแล้วยินดีจงพยายามรู้ว่ากรรมอย่างนี้ควรทำควรเป็นคนมี คนเป็นไปตามกรรมอย่างนี้อย่างนี้เป็นต้นว่ากรรมที่ขยันกับการกรรมที่ขี้เกียจเป็นต้นอยู่ในกรรมที่ขี้เกียจไม่น่าจะยินดีจงอยู่ในกรรมที่ขยันเป็นสิ่งที่น่ายินดีควรยินดีกว่ามีเป็นต้นอุตุสิ่งแวดล้อมเหมือนกันสิ่งแวดล้อมอย่างนั้นไม่น่ายินดีบรรยากาศอย่างนี้สิ่งที่เกิดที่เป็นที่มาที่เราเองจะต้องประชุมอยู่ร่วมด้วยมันก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแล้วแต่เราเองเราก็จะต้องทำให้ใจพิจารณาแม้ว่ามันจำเป็นจำใจอยู่ในสภาวะที่มันเป็นที่สุดเช่นอากาศมันมามันหนาวมันเย็นมันร้อนฝนมันตกฟ้ามันร้องอะไรก็ตามหรือสิ่งแวดล้อม เราจำเป็นต้องไปอยู่กับหมู่กับกลุ่มอย่างนั้นอย่างนี้เราก็ต้องพิจารณาความพร้อมจนกระทั่งถึงแม้แต่บรรยากาศของจิตอุตุของจิตแล้วก็ต้องทำจิตปรับอุตุเป็นนักปรับอากาศที่จึงปรับปรุงตัวก็คือปรับอารมณ์จิตปรับไม่ถึงที่ปรับไม่ถึงดีที่สุดเป็นมัชฌิมาหรือเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แล้วเราก็จะได้สิ่งนั้นลงตัวโดยที่สุดแม้อาหารซึ่งลึกซึ้งเข้าไปอีกเยอะแยะเลยอาหารเร

อ่านต่อ

าเคยพูดกันอาหารหยาบอาหารแม้กระทั่งถึงปัจจัยต่างๆและวิญญาณอาหารก็ดีอันใดที่ควรได้ยินดีไม่น่ายินดีพิจารณาให้ชัดและเราก็จะส่งอยู่จงรู้ว่า เราเองเราเป็นผู้ที่ยังมีรูปนามขันธ์ 5 ยังมีอุบัติเหตุเหลือนี้อย่างไรเราจะรักษามันไว้เป็นประโยชน์เป็นคุณค่าสูงสุดแล้วให้มันอาศัยมันจะอาศัยจิตอาศัยกรรมอาศัยอุตุอาศัยอาหารคณะสายรูปนี้นามนี้มันอาศัยจิตอาศัยกรรมอาศัยอุตุอาศัยอาหารจริงๆอาศัยจิตที่มีอารมณ์ที่ดีที่สุดที่เราปรับปรุงได้จิตอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้กรรมการกระทำที่ดีที่สุดชั่วระยะเวลาตลอดเวลาพิจารณากายกรรมวจีกรรมใดที่ดีกว่านี้ยังมีอีกพิจารณาเข้าไปกรรมของจิตกรรมของกายกรรมวจีกรรมผู้ถูกสิ่งประกอบ ห้อมล้อมตั้งแต่ในใจจนกระทั่งถึงหยาบนอกเพราะฉะนั้นแม้ในใจทำใจในใจจะให้มันมีอุตุอย่างไรใจในใจเราจะต้องคิดต้องนึกอยู่ขณะนี้ขนาดไหนมันก็ต้องเป็นขนาดนั้นเรากำลังปรุงเรากำลังคิดเรากำลังใช้งานมันขนาดนี้มันก็ควรจะมีอุตุขนาดนี้มันก็ต้องมีความร้อนประมาณอย่างนี้แหละมันก็ต้องมีการสร้างสรรค์ประมาณนี้แหละมันต้องมีบทบาทมันต้องมีกรรมกิริยาขนาดนี้และจะให้มันไปเป็นว่างๆเฉยๆอยู่มันไม่ใช่มันต้องรู้ภาวะกรรมภาวะอุตุการงานก็เกิดอย่างนี้สิ่งที่จะเกิดมีผลมีปฏิกิริยาสืบเนื่องสืบต่อต้องเป็นอย่างนี้เราอุดรูอุดมนั่นคือเราทำอาหารทุกอย่างแล้วทำอาหารให้แก่ผู้อื่นและทำอาหารให้แก่ตน สำหรับตัวและเสพแม้กระทั่งวิญญาณอาหารแล้วเสพอารมณ์เราเสพการปรุงการคิดการนึกเราเสพการกระทำการของจิตนั่นเป็นภาวะตัณหาเรียกว่าสนองตัณหาหรือเศษภวตัณหาถ้ารัสเซียออกมาถึงข้างนอกด้วยวัตถุด้วยเป็นอาหารหยาบเป็นอาหารที่ข้างนอกแล้วก็ปรุงเข้าไปผสมได้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสพอใจอีกไปกันใหญ่เลยยิ่งหยาบคายยิ่งเลอะเทอะเพราะแม้แต่ทำใจในใจก็รู้ว่าอาหารของเรานั้นเรากินอาหารของว่างๆอาหารของเราไม่ต้องมีอะไรเลยว่างไหมคำว่าไม่มีเพราะฉะนั้นในอาหารใจนั้นไม่ต้องมีอะไรเลยก็ได้เรามีแต่รู้รู้ว่าอันนี้เป็นกิจเป็นการเป็นงานเป็นสิ่งอะไรแม้ที่สุดเราไม่ต้อง ใช้อะไรไม่ให้มันพอใจก็ได้มันไม่ต้องพอใจยินดีถูกอกถูกใจอะไรไม่ต้องถูกก็ได้แต่เรารู้ว่าดีดีทำดีให้ตรงดีสร้างสรรค์กรรมดีให้ตรงกรรมดีจบในตัวใจไม่ต้องดีก็ได้ไม่ต้องดีใจก็ได้เรารู้ดีแล้วว่ามันดีดีแล้วก็จบในตัวดีเห็นดีเป็นดีนึกว่าหมดทุกข์หรืออาจเรียกว่ามูลนิธิมุทิตาเห็นดีแล้วรู้ดีแล้วก็ดีนะดีแล้วจบในตัวของมันเองมุทิตาตัวนี้ก็อุเบกขาเฉยอยู่ในวันยินดีในส่วนดีเห็นดีในส่วนดีรู้ดีในส่วนดีสิ่งที่ดีเกิดแล้วก็ดีก็ดีจบอยู่ที่ดีจบกันไปอย่างนี้สูงสุดไม่ต้องลงดีใจอะไร เลยแต่ก็สร้างฉันให้ดีเพราะว่าเราเป็นชีวิตเราก็มีแรงงานเราก็มีคุณค่ามีคำกริยามีสมรรถภาพใจเราว่างเพราะฉะนั้นเราไม่มีอาหารเลยอาหารเราว่างๆอาหารก็มีแต่ความรู้ที่รู้ดีแล้วก็รังสรรค์ดีมีกรรมดีการงานดีจึงทำการงานอยู่เท่านั้นเป็นความเพียรเพราะฉะนั้นเมื่อยเมื่อถึงเวลาก็ควรพักก็พักพักแล้วก็เพียรเราไม่พักเราไม่เพี้ยนเราจึงเป็นผู้ข้ามฝั่งได้จบกว่าผู้ใดจะเข้าใจซาบซึ้งถึงลัทธิของศาสนาพุทธหรือลัทธิของพระพุทธเจ้านี้ก็จบอยู่ที่ตรงไหนเพราะฟังพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเราไม่พรรคเราไม่เพี้ยนมีเป็นตัวฆ่าศาลเป็นตัวพ้นฝั่งเป็นถึงเป็นตัวถึงนิพพานเราจะคิดไม่ออกเราจะยังไม่ถึง จะรู้ไม่ได้เลยเพราะว่าในตัวไม่พักไม่เพลียนี้คือตัวงานทั้งสิ้นเราทำงานให้รู้งานและเราก็พักตามที่สมควรที่จะพอพักครั้งแล้วเราก็ยังเพียรยังเดินอยู่อย่างนั้นสิ่งนี้มาอธิบายว่าเป็นนิพพานได้อย่างไรการไม่พรรคการไม่เพียงการทำงานก็ไม่ทำงานแล้วก็จบเป็นข้ามฝั่งเป็นนิพพานแค่นี้มาอธิบายถึงนิพพานข้ามพ้นฝั่งอธิบายได้ยังไงถ้าคนไม่มีความจริงไม่รู้จักสูตรทฤษฎีของพระพุทธเจ้าที่มีสัมมารีมักองค์ 8 มีสัมมากัมมันตะเป็นที่สุดเป็นศาสนาแห่งกรรมไม่นิยมในศาสนาที่ทำดีๆทำชั่วๆและทำจิตของเราให้สูงสุดเป็นจิตสะอาดผ่องใสบริบูรณ์ที่สุดแม้เราถึงที่สุดแล้วเราก็ไม่ติดอะไรแม้เราว่างแล้วเราก็ต้องไม่ว่างอย่างนี้เป็นต้น จะเข้าใจได้ยังไงขอให้พิจารณาให้ดีๆแล้วก็รู้ความทำใจในใจสิ่งที่ไม่น่ายินดีอย่าไปยินดีมันรู้ความจบความพอสิ่งที่จะทรงอยู่ให้รู้ว่าควรทรงอยู่เพราะฉะนั้นเมื่อเราทรงอยู่กับสิ่งที่เราไม่ชอบสิ่งที่เราไม่ติดแน่เราทรงอยู่ก็นี้แต่สิ่งที่เราไม่ชอบนี้มันเป็นความดีงามมันเป็นความที่จะต้องอุตสาหกรรมวิริยะจะต้องใช้อิทธิบาทจะต้องวิริยะจะต้องเอาจิตเอาใจเอามาใส่มันเข้าไปเพื่อการพัฒนาเพื่อการเป็นอยู่อย่างเจริญงอกงามประเสริฐเราก็ทรงอยู่อย่างนั้นเองเราแน่ใจได้เลยว่ามันจบเพราะเราไม่ได้ติดมันเราไม่ได้รักมันแต่เราไปอยู่กับสิ่งที่เรารักสิ่งที่เราติดสิ่งที่เราชอบสิ่งอะไร พอใจเราอยู่กับอันนั้นอย่าว่าแต่อะไรอื่นเลยแม้แต่การงานอย่าว่าจะไปติดจิตไปติดวิญญาณไปติดมโนสัญเจตนาไปติดการคิดการนึกไปติดการปรุงการสร้างในใจเลยแม้แต่การงานออกมาข้างนอกมาปรุงมาสร้างข้างนอกมีภัตตาหารและก็ได้ติดอยู่ในรถของสัมผัสติดอยู่ในการงานเป็นกรรมการก็ยังเป็นความเสื่อมของภิกษุและเป็นความที่จะสุดท้ายก็จะพังทลายหรือว่าสุดท้ายก็จะเกิดกิเลสอันที่จะทำผิดทำไปได้เหมือนกันเพราะงั้นการติดอะไรนั้นน่ะไม่ติดศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่ติดไม่ยึดอะไรไม่ติดอะไรจนเป็นแท้ๆถูกๆจริงๆเมื่อเรารู้แล้วว่าเราไม่ติดมายึดอะไร ที่เราอยู่นั้นเป็นกุศลเป็นของดีเราก็อยู่กับความไม่ติดนั้นเพราะงั้นก็สักแต่ว่าเราอยู่ด้วยกันเราอยู่ด้วยกิริยาเพราะอยู่ด้วยสิ่งที่มันเป็นการเป็นไปรังสรรค์สร้างสรรค์และก็ทำแล้วมันไม่ติดมันก็ไม่ยึดไว้มันก็ไม่หวงไม่เห็นทำแล้วมันก็หายจึงเป็นผู้สร้างเป็นผู้ให้เป็นจิตบริสุทธิ์สะอาดอยู่อย่างเดิมเพราะไม่มีอะไรสั่งสมไม่มีอะไรตกตะกอนไม่มีอะไรที่มันจะกลายเป็นอนุสัยอาสวะหมักดองมันไม่เกิดมันไม่เป็นมันไม่มีเพราะทำอะไรก็ปล่อยทำอะไรก็ปล่อยทำอะไรก็ปล่อยมันก็สะอาดอยู่ทำแล้วก็เททำแล้วกับความทำแล้วก็ปล่อยเป็นไปอยู่นี่เป็นภาษาพูดให้ไปอ่านใจในใจทำใจในใจเสมอเมื่อเรารู้ดีแล้วไป อธิษฐานแล้วก็พยายามฝึกมีสติสัมปชัญญะทำให้ตรงเมื่อทำตรงแล้วเราถึงจะเห็นว่าโอ้เป็นความสบายแล้วลงตัวแล้วแล้วก็จะรู้ความเจ็บว่าชีวิตจะอยู่ยังไงตลอดชีวิตนี้กิเลสตัณหาต่างๆมันก็จะลดได้เห็นได้ชัดจนกระทั่งไม่มีกิเลสอะไรทุกอย่างมันก็มีแต่ความเป็นไปสังเคราะห์กันไปนางเป็นความประชุมและเราจะรู้ว่ามันเกิดปัญญาเมื่อเราปล่อยเราวางอะไรได้หมดแล้วปัญญาของเรามันจะกว้างจะขวางจะเกิดปัญญารู้เห็นโลกะวิทูรู้เห็นโลกโลกตั้งแต่ใกล้ชิดจนกระทั่งโลกถึงละเอียดลออเกี่ยวโยงไปถึงอันอื่นต่อๆไปเราจะรับได้อย่างสบายและจะเป็นอยู่โดยสัมมาอะระหังไม่ต้องทนไม่ต้องลำบากเลยเราจะมีชีวิตอยู่คิดก็คิด ประโยชน์แต่พอเหมาะพอควรพูดก็พูดการกระทำก็การกระทำในความเหมาะสมควรอาชีพหรืออาชีวะสิ่งที่จะยืนยันเป็นอาชีพเป็นอาชีวะหรือสิ่งที่จะทำมากอยู่ในชีวิตของเราก็จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นกิจการเป็นอาชีพที่เป็นสัมมาอาชีพที่สูงนี่คุณมีค่าต่อมนุษย์โลกเราเองนั้นมันไม่มีอะไรแล้วเราเองมันอยู่ทำงานเป็นตัวจับคนให้แก่โลกเห็นธรรมจักรไปให้มันเกิดการดำเนินไปเรียกว่าธรรมจักรกัปปวัตตนะธรรมจักรกัปปวัตตนะนี่คือตัวเดินธรรมะเกิดจากจากนั้นแปลว่าแรงคนธรรมะเกิดเดินเครื่องอยู่เรื่อยมีแต่เดินนะธรรมะเดินตัวเราหยุดเพราะตัวเรา แต่ธรรมะมันเดินกลับไปวัดน่ะแปลว่าการดำเนินไปการเป็นไปการเคลื่อนไปการเลื่อนไหลไปแรงๆก็เป็นเพราะวัฒนะอันพุ่งเป็นการพุ่งออกไปทำมาจากก็จะพุ่งออกไปทำมาจากก็จะเคลื่อนไปทำมาจากก็จะไหลไปการกระทำให้เกิดการเคลื่อนไปไหลไปเป็นไปนั้นต้องทำต้องขวนขวายพระพุทธเจ้าทรงค้นขวายเมื่อเริ่มต้นรู้จบเมื่อเริ่มต้นตัดสินเมื่อรู้จนรู้เริ่มต้นรู้แจ้งจบกิจของท่านหมดแล้วท่านก็ดำเนินเลยดำเนินการสร้างสรรค์ศาสนาไปสอนคนก็สอนเสร็จก็สอนต่อสอนต่อจนได้พระอริยะได้พระอร ทรงพระอรหันต์ออกไปทำงานต่อเคลื่อนธัมมจักกัปปวัตตนสูตรมันมีอะไรก็ไปสอนแล้วมันไปทำกิจทำการแล้วมันก็จะรู้ว่าจะต้องกลับมาหาพระอาจารย์อีกเพื่อที่จะสร้างสรรค์ปัญญาเพราะเพราะปัญญาของพระพุทธเจ้ามีมากไปใช้บ่ได้ใบไม้กำมือเดียวไปจ่ายใบไม้กำมือเดียวแล้วประเดี๋ยวมันก็ต้องกลับมาอีกขออีกสัก 2 กำมือเถอะพ่อก็มาขอพ่อใหม่มาฆบูชาเลยมาสัก 1,250 องค์พระพุทธเจ้าเลยเติมเครื่องเติมน้ำมันให้อีกสอนวิธีการให้ไปอีกพักใหญ่ 1,250 องค์ก็ไปอีกในสมัยพระพุทธเจ้าบางองค์จะมีพระอริยเจ้าในเพิ่มไปมากๆเพิ่มแล้วก็จะมาเติมเชื้อ Money อีกหลายชุดหลายครั้งจึงมีมาฆบูชาหลายรอบส่วนพระพุทธเจ้าองค์นี้มีมาฆบูชารอบเดียวแล้วก็จะไปดำเนินการไปเขียนธรรมจักรกัปปวัตตนะให้ทำมาจากนี้เคลื่อนไปหลายไปได้พอประมาณแล้วมันก็หมดสิทธิ์หมดแรงไปตามเรื่องของมันอันนี้เป็นไปตามธรรมะเป็นไปตามขั้นตอนเป็นเรื่องของอจินไตยเป็นเรื่องของสิ่งที่ไม่ควรคิดเล่นซึ่งผู้ใดมีภูมิมีปัญญาจะรู้จะชัดถึงเรื่องความพอเหมาะพอเจาะแห่งเหตุปัจจัยมันจะดำเนินไปอย่างนั้นเพราะฉะนั้นที่สุดเมื่อจบพระอรหันต์และไม่จะมาทำอะไรจบพระอรหันต์และก็มาทำงานไปโปรดไปเผยแพร่ไปทำงานทำให้ทำมาจากกัปปวัตตนะเริ่มต้นไปเป็นพระโพธิสัตว์เป็นผู้แพ้เพราะงั้นเพราะประวัติศาสตร์กับพระอรหันต์นั้นเป็นคนเดียวกัน เข้าใจผิดประเดี๋ยวจะต้องแบ่งนิกายศาสนาที่เอียงมาในเถรวาทเอียงไปในทางมหายานนั้นมันเป็นนิกายเราไม่เป็นนิกายเราจะเป็นทั้งอรหันต์และโพธิสัตว์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่าเข้าใจผิดว่าอรหันต์ของพุทธนั้นไม่ทำงานไม่ใช่อรหันต์ของพุทธต้องทำงานเพราะหมดตัวหมดตัวนึงทำงานถ้าไม่หมดตัวหมดตนเสพติดยึดเป็นเดือนเศรษฐีเสพติดยึดหนักไปในทางเอียงขวาเอียงหยุดเอียงเป็นฤาษีซึ่งมีอยู่ครองโลกมีมากที่สุดลัทธิศาสนาที่เป็นนักพรตดาบสที่หนีไปเห็นแก่ตัวเอาไม่เอาโลกไม่เอาถ่านเขานึกว่าไอ้นั่นเนื้อโลกที่จริงมันหนีโลกมันเป็นโลกันตร์ไม่ใช่โรคอุจจาระรอการที่มาของคำว่าหนีสุดโลกไปหาสุดโลกอันตราบใดที่สุดแล้วก็ไปหาที่สุด ตัวเองหนีเข้าไปหนีไปสุดโลกวิ่งซิกซอกซ้อนหนีเป็นโลกันต์มันไม่ใช่ลัทธิของพุทธลัทธิก็พูดโลกุตระอยู่บนมันเหนือมันโดยเราเองเราทำประโยชน์ได้อยู่ที่นี่ไม่ไปไหนไม่ต้องมีที่ไม่ต้องหนีไม่ต้องซุกไม่ต้องสอนไม่ต้องหรอกไม่ต้องเลี่ยงทำจิตทำการอยู่ได้อย่างสบายเบาง่ายมีปัญญาอยู่เร็วมีปัญญาอยู่เพราะงั้นพระอรหันต์จึงเป็นผู้ทำงานได้อยู่ไม่มีอะไรพระพุทธเจ้าจึงทรงพระอรหันต์นั้นเข้าไปทำงานแล้วพระอรหันต์ทุกองค์จบแล้วก็ไม่มีกิจอื่นมีแต่กิจเห็นธรรมมาจากกัปปวัตตนะเพื่อที่จะเดินให้ทำมาจากน้ำมันเดินไปแล้วมีประโยชน์เท่านั้นเองงานเราก็เป็นอาชีพวันนี้งานก็เป็นการเขียนธรรมจักรเท่านั้นเองไม่มีอื่นเลย รถแม้ผู้ใดจะยังไม่จบอรหันต์ก็รู้ทิศทางแล้วเข้าใจแล้วก็ค่อยๆปรับปรุงเปลี่ยนสิ่งที่เหลือสิ่งที่มีฐานอาศัยแล้วอยู่กับหมู่กับกลุ่มก็เป็นไปตามฐานานุรูปน้อยผู้น้องก็ตามไปเราเป็นผู้ที่มีความก้าวหน้าเจริญเป็นภันเตขึ้นมาได้เรื่อยๆๆเขาก็จะนับถือเรามาตามความเป็นจริงจนเป็นภันเตที่เก่งที่สุดเขาก็จะนับเราเป็นเก่งที่สุดก็จะเชื่อถือเราเก่งที่สุดตามความจริงอีกด้วยเขาจะเชื่อถือเราตามความจริงขอให้มีความจริงอย่าหยามไม่ต้องอยากหรอกใครไม่เห็นก็ช่างเขาก็ไม่นับถือก็ช่างเขาทั้งๆที่เราดีเราเก่งเราสามารถเราทำประโยชน์ให้แก่โลกเยอะแยะได้แต่เขาไม่นับถือเขาไม่เป็นไรคนตาดีคนมีสายตาคนมีปัญญาเขารู้เองเขานับถือเองไม่จำเป็นที่จะต้องมาให้แต่ อยากให้คนมานับถือไม่จำเป็นของจริงเป็นของจริงความจริงเป็นความจริงนี่เป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์และมันพิสูจน์ได้ด้วยก็ขอให้พวกเราได้จำให้แม่นว่าเราจะพยายามทำใจในใจอย่างไรเราจะสำคัญในสิ่งที่น่ายินดีขอให้รู้ชัดว่าสิ่งที่น่ายินดีหรือควรยินดีสิ่งที่ไม่น่ายินดีอย่าไปทำใจในใจให้ไปติดไปยึดไปเครดิตเสพคุณอยู่กับสิ่งที่ไม่น่ายินดีไม่ควรยินดีเป็นอันขาดทำให้จิตใจมาอยู่กับสิ่งที่น่ายินดีสิ่งที่ควรยินดีและสุดท้ายก็เราจะไม่ติดแม้แต่สิ่งที่น่ายินดีควรยินดีก็เป็นแต่เพียงฐานอาศัยเราจะต้องอาศัยเป็นไปสร้างสรรค์ไปทำกิจกรรมทำงาน เมื่อหมดเมื่อควรพักก็พักเมื่อหมดเหตุปัจจัยก็หยุดแต่ถ้าไม่ควรพักมันก็เป็นไปเพี้ยนเรื่อยไปสุดท้ายเราก็รู้ที่พักเรารู้ที่อาศัยรู้ที่เป็นไปของชีวิตว่าเรามีชีวิตอยู่ก็เพื่อประโยชน์เป็นเพราะผมชนะให้ตายะเป็นพระองค์ชนะสุขายะช่วยเหลือปวงชนช่วยเหลือหมู่อื่นให้เขาเกิดประโยชน์เกื้อกูลและทำให้ผู้อื่นเป็นสุขโดยนัยยะชั้นสูงเป็นปรมังสุขังเป็นสุขที่มันสงบสงัดด้วยกิเลสทั้งหลายแหล่เมื่อหมดกิเลสแล้วมันก็จะเป็นอันเดียวกันหมดเราก็ทำงานทำการสร้างสรรค์ไม่ขี้เกียจขี้คร้านผู้ที่หมดแล้วมีจิตสงบที่แท้จริงก็หมดทุกอย่างเหมือนกันเป็นผู้ขยันพากเพียรมีกิจกรรมสร้างสรรค์สร้าง เป็นชีวิตประเสริฐอยู่แม้แต่สัมปรายิกัตถประโยชน์ก็มารวมกันอยู่เดี๋ยวนี้ตรงนี้เป็นศรัทธาสัมปทาเชื่อเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปรอวินาทีหน้าไม่ต้องรอเดือนหน้าปีหน้าชาติหน้าเดี๋ยวนี้ก็มีแล้วเป็นประโยชน์อันศรัทธาอันถึงแล้วศีลสัมปทาก็ถึงแล้วเดี๋ยวนี้มีศีลนั้นเดี๋ยวนี้มีหลักนั้นมีทฤษฎีนั้นมีกฎนั้นบริบูรณ์เดี๋ยวนี้จาคะเดี๋ยวนี้ก็จาคะอยู่สละอยู่สละอยู่ปัญญาอันเข้าใจแจ้งอันเป็นอธิปัญญาอันเป็นปัญญาชั้นสูงสุดก็มีที่เดียวนี้ถึงเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปรอบรรลุชาติหน้าไม่ต้องไปรอบรรลุปีหน้าเดือนหน้าวินาทีหน้าเดี๋ยวนี้ก็บรรลุเป็นปัญญาที่รู้แจ้งเป็นปัญญาตรัสรู้อยู่เดี๋ยวนี้จึงเป็นพระโพธิสัตว์โพธิแปลว่าปัญญาตรัสรู้ เราเป็นโพธิสัตว์อยู่เดี๋ยวนี้เป็นอรหันต์เดี๋ยวนี้อรหันต์โพธิสัตว์จึงเป็นตัวเดียวกันซ้อนกันอยู่ไม่สังฆเภทไม่มีนิกายไม่แตกขอให้เข้าใจให้ลึกซึ้งแล้วทำใจในใจจนกระทั่งถึงที่สุดรู้ได้ด้วยตัวเองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิถ้วนทุกคนเทอญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน