230628 เมตตาธรรม-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์124 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระพุทธชินราชได้แสดงธรรมโมลีภาษาก่อนฉันที่พื้นฐานสันติอโศกเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายวันนี้เราก็มาฟังพระธรรมหรือฟังธรรมที่คิดว่าเราจะควรได้ฟังตามที่มีจารีตประเพณีที่เราได้รับระบบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ได้พากระทำคือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระ เพลงเมื่อตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เองแล้วอย่างแน่พระทัยที่สุดและพระองค์ก็ทรงถ่ายทอดสอนต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ในโลกท่านใดที่สุดแต่กลุ่มแรกก็เห็นว่าเป็นไปได้และสามารถที่จะเข้าใจโลกุตตรธรรมได้ธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้นั้นเป็นธรรมะโลกุตตรธรรมเป็นธรรมะที่ควรกระแสเป็นธรรมะที่ไม่ใช่เหมือนกับสามัญสำนึกของมนุษย์มนุษย์ทุกคนไม่ต้องเรียนความ โลกโลกที่จะมาสั่งสมอารมณ์สุขแบบลูกๆแล้วก็กอบโกยใครจะได้เสพสุขอย่างรกโลกสมรสสมเสร็จสมสุขเราก็พยายามที่จะแสวงหาแล้วก็เสพไปวันหนึ่งวันหนึ่งก็นึกว่านี่เป็นความสมบูรณ์พูนสุขของชีวิตสิ่งอย่างนี้เป็นสามัญสำนึกเป็นความธรรมดาธรรมดาเป็นความธรรมชาติเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์และเขาก็เป็นสุขอยู่กับธรรมชาติอย่างนั้นแต่ธรรมชาติมันไม่จบในตัวหรอกธรรมชาติมันปรุงเพิ่มอีกปรุงจัดปรุงแก่จัดจ้านแก่หยาบมากขึ้นมาทุกวันทุกวันแม้จะย้อนจากแก่ แค่อยากให้มันจางเบาลงไปลงไปเหลือน้อยลงน้อยลงน้อยลงมันก็จะไปหาธรรมชาติที่น้อยลงน้อยลงจนเราจะรู้จักคำว่าชาติแล้วเราก็ตัดค่าเหลือแต่ทำล้วนๆเป็นธรรมะที่ไม่ใช่ธรรมชาติอยู่เหนือธรรมชาติผู้ที่เข้าใจสิ่งที่เป็นธรรมะอยู่ในโลกอันที่เป็นสิ่งจะพอรังสรรค์ได้ผู้ที่อยู่เหนือธรรมชาติแล้วจะทรงไว้เขามาส่งไว้ในแปลว่าธรรมะภาษาบาลีที่ว่าธรรมะสิ่งส่งไวถ้าจะทรงไว้หรือท่านจะสร้างสรรค์ร่วมให้ทรงอยู่ในโลกเราเรียกว่าสิ่งนั้นว่าปุญญา ฐานหรือเร

อ่านต่อ

ียกว่ากุศลธรรมหรือเรียกว่าสุจริตธรรมท่านจะเป็นผู้ที่รักษาสุจริตธรรมและสร้างสุจริตธรรมหรือรักษากุศลธรรมสร้างกุศลธรรมตามเรี่ยวแรงและความสามารถของท่านมีพระจะกระทำไว้ให้แก่โลกโดยตัวเองนั้นก็ไม่ได้ติดยึดในกุศลเหล่านั้นไม่ได้หลงไหลในสุจริตเหล่านั้นไม่ได้อวดดีอวดดีในกุศลเหล่านั้นไม่ได้ถือดิบชื้นดีในสุจริตและกุศลเหล่านั้นไม่ได้หลงว่าสิ่งเหล่านั้นก็เป็นของข้าใช้สำนวนพระพุทธทาสก็บอกว่าไอ้สิ่งดีที่เรา นั้นเป็นของกูมันต้องใช้ถึงๆนี้ภาษาพระพุทธทาสถึงเรียกตัวกูของกูทำไมมันถึงดีถ้าใช้แต่ว่าของกับผมของดิฉันมันเบาเบายิ่งก็สำเร็จตกถูกหนังแรดมันไม่รู้เรื่องมันเบามันรู้เหมือนกันแต่มันไม่กระหน่ำลงไปถึงความรู้สึกและความรู้สึกอันที่ว่านี้เป็นความรู้สึกที่ชาด้านซะแล้วมันจึงไม่กระตุ้นอะไรเลยรู้นะไม่ใช่ไม่รู้รู้แล้วก็หล่นดังที่กล่าวแล้วเหมือนสำลีปลิวมาพลัดตกหนังแรดแรดไม่รู้ตัวก็ไม่รู้เรื่องแรดน่ะมันเฉยๆ มันไม่รู้สึกว่าอะไรถูกตกถูกถ้าเพราะฉะนั้นการที่จะแสดงธรรมนี้ที่นี่แสดงธรรมหนักๆคุณต้องตั้งหลักให้ดีๆก่อนเอามาฟังธรรมของกลุ่มพวกนี้พวกเรานี้แสดงธรรมที่จะแสดงให้ชัดๆไม่ใช่เราเจตนาที่จะหยาบคายหรือว่าจะพูดรุนแรงไม่ใช่แต่เหตุปัจจัยมันเป็นอย่างนั้นความรู้สึกของเราทุกวันนี้เรามีปัญญามีความรู้มันรู้จนหลงตัวว่าฉันรู้แล้วหน้าไม่ต้องมาพูดจนกระทั่งมันมากระทบนิดนึงมันก็มีไหวพริบที่บอกว่าไหวพริบไม่รู้คลิปนึงภาษาไทยคำว่าไหวพริบนี่หมายความว่ามันรู้เหมือนกันน่ะมันไหวเหมือนกัน แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังคงเดิมอ่าเหมือนเดิมโดยไม่ต้องขอให้คือเหมือนเดิมโดยไม่ต้องขอให้เขาก็เหมือนเดิมอยู่อย่างเก่านั่นแหละจึงไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเลยและเมื่อถามเข้าจริงๆว่าคุณรู้บ้างไหมว่าสิ่งนี้ดีรู้เมื่อไปเกาะหัวเขาถามกันเมื่อไหร่แล้วก็รู้เรียกว่าถามกันอย่างชัดๆไอ้สำนวนของพวกเขานี่หมายความว่าไปจับเขาช้างกันจริงๆรู้ไหมพูดกันดีๆรู้ เพราะเราได้ฝึกปัญญากันมามากคนทุกวันนี้มีปัญญามีไอคิวสูงมากสูงแล้วก็ชาด้านอาตมาใช้คำว่าช้าได้อาจจะแรงแบบนี้แหละไหวพริบก็ไม่รู้ไหวพริบๆดูแล้วผิดกลับเลยเรอะไม่อะไรต่อไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่เกิดการสำนึกและก็ไม่ปรับปรุงตนทั้งๆที่รู้ว่าดีแล้วไม่ยอมรับดีแล้วไม่เอาดีไม่ฝึกฝนตนไม่ขัดเราไม่ปรับปรุงไม่อดทนไม่หลงไปตามครรลองของธรรมชาติครรลองของกิเลสที่ปรุงปรุงทับถมลุงทับถมอยู่ในโลกอยากขึ้นจัดจ้านขึ้น ถ้าจะเรียกว่าลามกก็ลามกขึ้นทุกวันๆมันเป็นอย่างนี้เพราะการที่จะให้เรารู้ในธรรมะจึงจำเป็นที่จะต้องยอมเสี่ยงแม้ใครจะว่าอย่างอาตมาเนี่ยยอมให้คนว่าว่าปากร้ายปากจัดอาตมาไม่เคยโกรธตั้งแต่เริ่มต้นจนเดี๋ยวนี้อาตมาก็ยังเข้าใจตัวเองว่าเรามีเจตนาดีอย่างไรแม้อาตมาจะพูดปากว่าปากจับปากร้ายพูดแรงอย่างไรอาตมาก็ประมาณทุกเวลาทุกโอกาสหมู่กลุ่มถ้าจะมาไม่ประมาทหรือประมาณไม่ถูกนั้น 10 กว่าปีนี้อาตมาจะได้รับการกระแทกกันมาไม่เคยมีใครมา เรามาทำรุนแรงด้วยเลยอย่างดีกันแต่เพียงกระแสข่าวข้างนอกถึงขั้นแม้ขนาดคนอวดดีนะอาตมาได้ยินมาทีเดียวว่าเขาบอกว่าแหมพระโพธิรักษ์มันต้องเจอฉันฉันเจอเมื่อไหร่แล้วฉันจะฉาบให้พูดอย่างนี้เลยแต่ลับหลังอาตมานะพอมาเจออาตมาแล้วจริงเขาก็พยายามที่จะพาให้มาเจอกันก็ได้เจอกันหลายคนคนที่กล่าวดังนี้ลับหลังก็ได้รับการบอกเล่าอยู่หลายคนตอนแรกก็อาตมาไม่รู้บ้างบางคนบางคนก็รู้บางคนรู้ล่วงหน้าแล้วว่าคนนี้ลับหลังอาตมาพอมาเจอหน้าอาตมาอาตมาก็เลยพูดกับเขาแล้วเขาก็ไม่เห็นอะไรไม่กล้ามีแต่นั่ง ไม่กล้าตามที่พูดนั่นน่ะพูดที่เคยมาบอกเล่านี่ก็มาบอกว่าอ้าวทำไมที่ลับหลังพูดกับผมแล้วพูดโอ้โหเป็นเอาตายพอมานี่ทำไมถึงงอไปเลยนี่ไม่ใช่คุยตัวนะอาตมาเล่าเรื่องจริงให้ฟังเล่าเรื่องจริงให้ฟังมีอย่างนี้มากบางคนอาตมาไม่ได้ยินได้ฟังมาก่อนเขาก็พามาพบกันได้พอมาพบเสร็จแล้วตอนหลังอาตมาจึงรู้ว่าคนนี้เนี่ยลับหลังอาตมาแล้วพูดกับคนที่เขาพามาเนี่ยแหมจะให้จะทีมจะไม่บอกว่าเอออย่างนี้แสดงโวหารข่มไว้ก่อนเลยก่อนจะมาพบอาตมาพอมาถึงจริงเขาก็แยกส่วนมากเขาก็นำกันนะคนนั้นเขาก็แย่งและแยงข้อปัญหาแย่งอะไรมันก็อย่างที่เขาเคยเถียงกันกับทางโน้นเพราะถ้ามาพูดขึ้นอธิบาย ขึ้นอะไรก็ได้ขึ้นแสดงขึ้นก็ไม่เห็นไม่เห็นมีอะไรไม่จำนวนหยดอาตมาตั้งแต่ทำงานศาสนามาเห็นเป็นแต่แค่นี้มีบ้างเหมือนกันที่มาจำนวนเรามาเถียงข้างๆคูๆๆข้างๆแล้วก็เลี้ยวรถทดเลี้ยวเลี้ยวรถรถเลี้ยวไปแล้วก็ไปผ่านพ้นไปแต่ก็ไม่เห็นถึงขนาดที่ว่าจะมาถึงก็จาบจ้วงอย่างที่เขาพูดลับหลังนี่เขาพูดหยาบนะผู้รับรหัสอาตมาก็พูดอย่าพูดจากช่วงแต่พอเวลาออกมาวิเคราะห์วิจัยเพราะอาตมาจะวิเคราะห์วิจัยกับเหตุผลกันพอมาวิเคราะห์วิจัยก็ไม่เห็นจากช่วงอะไรนี่ก็ไม่เห็นหยาบคายอะไรกันนักหนาที่มาพูดอาตมามีจริงๆเป็นอยู่อย่างนั้นเพราะงั้นถึงขั้น มาจาบจ้วงมาหยาบคายกับอาตมาเท่าที่ทำงานมาขนาดนี้ก็ยังไม่อาตมารู้ว่าอาตมาใช้ปุริสธรรม 7 ประการอยู่เสมอในการแสดงธรรมเพราะสรรพคุณสัมฤทธิ์ธรรม 7 ประการหรือสัตบุรุษ 7 เนี่ยที่มีการรู้อัฏฐะธรรมะอัตตะแล้วก็มัดมัดตันมัสยาแต่ถ้าว่ากันหมดก็คืออัดทันหรือเปล่าทำมันยึดตากัปตันยึดตามัดกันยุทธตากาลัญญุตาแล้วก็บริษัทยุทธนาบุคลากรยึดตากำลังคนที่เรียนมา ก็คงจะจำก็คงจะรู้ว่าอาตมาไม่ใช่ดูถูกเราคิดว่าอะไรนี่ก็คงจะไม่รู้เรื่องครับอยู่ข้างในใจก็คงจะเยอะอยู่นะก็คือที่เขาพูดกันเป็นก้อนๆหน่อยนะต้องรู้เหตุรู้ผลรู้ตนรู้ประมาณรู้การหรือเวลาในการรู้บริษัทและบุคคลก็ว่ากันคล้องจองรู้เหตุรู้ผลรู้ตนรู้ประมาณรู้การรู้บริษัทบุคคล 7 7 อย่างจบนารู้เหตุรู้ผลนั้นก็แปลออกมาจากเหตุก็แปลออกมาจากคำว่าอัดพระอัตถะอัตถะผลกาแฟออกมาจากคำว่าธรรมะตนเขาก็แปลออกมาจาก อัตราที่ตาแล้วก็นอกนั้นก็ประมาณเหมือนกันอยู่ตาประมาณกาละคำว่าซ้ำอยู่แล้วกาลัญญุตากาละเวลาประดิษฐานอยู่ตากับบริษัทบริษัทแล้วก็บุคคลส่วนตัวแต่ละบุคคลเราจะต้องประมาณ 7 อย่างนี้เสมอเสมอจริงๆแต่ขณะที่พวกคุณนั่งคุมชุมนุมกันอยู่นี่คือหมู่กลุ่มหรือบริษัทวงกลมหรือว่าบริษัทเนี่ยนั่งชุมชนเราต้องประมาณแล้วหมู่กลุ่มขนาดนี้ที่มาเนี่ยหมู่กลุ่มนี้เป็นหมู่กลุ่มไหนกลุ่มนี้พวกคุณมาเองไม่ใช่อาตมาไปหาแล้วก็ไม่ใช่ว่าวงกลุ่มนั้นอาตมาไปหาแล้วยังจะดูว่าถ้าเกรดนี้เนี่ยหมู่กลุ่มนี้นี่ขนาดไหน บางกลุ่มแล้วก็วัดด้วยบัว 4 ขนาดของพระพุทธเจ้าแล้วบอกแหมหมู่กลุ่มนิพพานแล้วมาทำไมเนี่ยพูดกันก็ไม่รู้เรื่องแน่ก็มีไอ้ที่ว่านี่ไม่ใช่คนที่กระจอกงอกง่อยไม่รู้เรื่องนะวงกลมที่อาตมาเคยได้รับพาไปเนี่ยยิ่งใหญ่เท่านั้นทั้งฐานะดีและเรียนสูงแต่จะมาสัมภาษณ์แล้วอาตมาพูดแล้วยิ่งกว่าสำลีถูกหนังแรกจริงๆเขารู้นะไม่ใช่เขาไม่รู้เขารู้หมดอาตมาพูดอะไรรับรองเขารู้หมดเลยแต่ก็นั่งเฉยแล้วเขาก็นั่งเงียบยิ้มรับเป็นบาง ที่มันมาสัมผัสแถวเข้าหูแล้วเขาก็รู้แล้วแล้วเขาก็โยนทิ้งแล้วเขาก็นั่งคิดของเขาก็นั่งอะไรอาตมาก็พูดไปเถิดอาตมาปลุกแล้วปลุกอีกปลุกด้วยเพลงหนักแผ่นดินก็ยังเฉยไม่สะดุ้งสะเทือนแล้วจะหาว่าอาตมาร้องเพลงหนักแผ่นดินจริงๆซะล่ะนี่โมหะสำนวนอธิบายปลุกถึงขนาดจะใช้ภาษาใช้สำนวนใช้ลีลาเหมือนกันกับเพลงปลุกใจขนาดเพลงหนักแผ่นดินนี้ก็ใช้ไม่สำนึกไม่รู้สึกอะไรเลยนี่อย่างนี้ก็มีก็อย่างที่เรียกว่าคนหมู่กลุ่มที่ไม่ค่อยมีปัญญาอะไรเลยฟังไม่ค่อยรู้เรื่องอย่างนั้นอาตมาว่ายังปลูกง่ายนะก็ปลูกตามเชิงก็พูดง่ายๆพูดเบาๆพูดให้ รู้เรื่องมันง่ายอ่ะพูดแล้วก็ยังเข้าใจไหมอย่างนี้ดีอย่างนี้รู้เรื่องดีแล้วอาตมาแล้วลูกทุ่งลูกทุ่งถนัดซะด้วยนะลูกทุ่งลูกทุ่งนี่ถนัดซะด้วยนะได้อย่างนี้เรียกว่าหมู่กลุ่มเรียกว่าบริษัทหรือบริษัทยาหรือบริษัทยุทธตางั้นเราต้องประมาณดูในบริษัทวงกลมนี่ต้องทำเพราะทีนี้ส่วนตัวบุคคลเลยปลุกพลังหยุดตาแต่ละบุคคลแต่ละบุคคลก็ต้องประมาณและคนนี้เนี่ยมีอะไรเท่าไหร่มีภูมิเท่าไหร่มีขนาดเท่าไหร่เราจะพูดยังไงจริตอย่างไรเราจะพูดยังไงคนนี้ถึงจะพอเข้าใจจะพูดด้วยแบบไหนคนนี้ถ้าพูดแบบนี้ไม่รู้เรื่องเลยต้องพูดแบบนี้ลักษณะอย่างนี้ใช้โวหารใช้ภาษาใช้สื่อความหมายต้องเป็นสื่อความ พูดแล้วเข้าใจกันถ้าอย่างนี้แล้วก็ซาบซึ้งแหมมันอย่างนี้รู้เรื่องกันดีพูดได้สำนวนอย่างนี้โวหารอย่างนี้ของอย่างนี้เข้าใจดีอย่างนี้ก็ต้องประมาณบุคคลประมาณหมู่กลุ่มประมาณยากกว่าประมาณบุคคลอีกเพราะว่ามันเฉลี่ยมันเฉลี่ยบุคคลแต่ละระดับแต่สถานการณ์ต้องเอารายเฉลี่ยแล้วก็ต้องพยายามแจกธรรมะให้ได้หลายระดับเพราะว่าคนหมู่นี้มันต้องมีระดับหลายระดับแน่นอนก็ต้องประมาณหมู่กลุ่มประมาณกาลเวลาด้วยนะกาลเวลานี้บางทีคุณมานี่กาละนี้อารมณ์ของคุณไม่เข้าเรื่องอารมณ์ของคุณชัชยากแล้วพูดอีกอย่างต้องพูดอย่างนึงถ้าบางคนที่พูดอย่างนี้พูดแรงยังไงก็ได้ไม่มีโกรธนะเพราะว่าอารมณ์ดีเปิดจิตอะไรต่างๆ จับดีทีเดียวพูดแรงก็ได้พูดโน่นพูดนี่ก็ได้เราต้องดูลมดูแลดูกาลเวลาโอกาสด้วยสิ่งประกอบมีเหตุปัจจัยโอ้สาระอย่างนี้เราไม่ควรพูดหรอกอันนี้นี่ไม่ใช่การละดูอารมณ์ของแต่ละบุคคลซึ่งประกอบกับบุคลากรบุคลากรหน่อยนึงแต่มันก็ประกอบด้วยการละด้วยไอ้ส่วนอันนี้ประกอบด้วยกาลที่ว่าอันนี้อันหลังนี้ก็คือต้องดูแล้วกาละอันนี้ให้คนประชุมอย่างนี้เราไม่น่าพูดหรอกเรื่องนี้หรือว่ากาละอย่างนี้เนี่ยยังมีกิจอย่างโน้นอย่างนี้สำคัญจิตอย่างนี้ยังไม่ต้องพูดหรือว่าการไล่อย่างนี้มีตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างนี้อย่างนี้เอกบุคคลเกี่ยวข้องอย่างนี้เราพูดอย่างนี้ไม่ดีประเดี๋ยวกระทบแรงเกินไปเราต้องละไว้ซะก่อนต้องมีอันนี้ต้อง ยังไม่ไม่ต้องพูดอาจจะไปก่อนอย่างนี้เป็นต้นเราก็ต้องดูการเรียกในภาษาไทยๆเราเรียกเธอว่ากาละเทศะอาตมาเติมอีกตัวนึงเราต้องรู้กาลเทศะฐานะอาตมาเติมอีกตัวนึงเนี่ยอาตมาอาตมาว่าอาตมาเติมมาไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นมาก่อนว่าใครเขาเป็นคนพูดว่าต้องรู้กาลเทศะอาตมาได้ยินมาแต่แค่นี้แต่อาตมาน่ะบอกต้องรู้กาละเทศะฐานะนอกจากจะรู้กาละเทศะในสถานที่กาละก็คือเวลาเทศกาลที่แล้วต้องรู้ฐานะทั้งแห่งตนและผู้อื่นด้วยไม่ใช่จะรู้แต่กาลเทศะเท่านั้นต้องรู้ฐานะแห่งตนและผู้ที่เรากำลังจะพูดด้วยหรือจะแสดงอะไรก็ ถ้าไม่เช่นนั้นอาตมาว่าไม่ครบพร้อมรู้แต่กาลเทศะเท่านั้นมันไม่รวมเอาปฏิสันยุทธตานี้ย่อยเข้าไปด้วยลูกการะเทสะสถานะนี่มันรวมเอาบริษัทไปเลยนะมันเป็นเหมือนกับย่อประวัติศาสตร์ประมาณนี้เป็นตัวกลางของ 7 อย่างตัวที่ 4 ย้อนมาจากข้างหลังก็ตัวที่ 4 มา ก็ตัวที่ 4 มัสยิดตาตัวนี้ตัวกลางประมาณคำว่าประมาณก็คือให้ใช้ปัญญาคำนวณใช้ปัญญาคำนวณประมาณให้สัมมาให้มัชฌิมาให้พอดีให้ได้งามได้พร้อมได้สวยแล้วแต่จะเรียกภาษาอะไรที่เราได้หลายภาษาให้มันดีงามจริงๆให้ได้ขนาดที่ดีที่สุดไม่เที่ยงเลยประมาณยากมากในโลกเพราะฉะนั้นเราก็จะต้องเป็นผู้มีปัญญาจริงขนาดที่เรารู้ว่าต้องขนาดนี้ควรดีที่สุดเรายังบังคับใจเราให้ทำขนาดนั้นตัวเองนะยังไม่ค่อยได้เลยของคนอื่นอีกก็จะทำอย่างไรถึงจะให้คนอื่นนี่มีฤทธิ์มีแรงอะไรให้คนอื่นเข้ามาเข้ามาตามนี้ตามนี้ให้ ให้คนอื่นลดละหรือว่าเพิ่มมาให้ดูได้แค่เท่านี้ได้ยิ่งยากใหญ่เพราะตัวเองแท้ๆยังประมาณลงมาเท่านี้ยังยากไม่ว่าจะด้านวัตถุด้านกายกรรมวจีกรรมซึ่งจะทำได้ก็ด้วยความเก่งของจิตความเก่งของปัญญาญาณของเราทั้งสิ้นและการจะประมาณนี้ประมาณหมดประมาณตั้งแต่ประมาณเหตุประมาณผลประมาณตนในการเองก็คือประมาณรัชนกตาประมาณเวลาประมาณ 6 กลุ่มและประมาณบุคคลทำคำว่าประมาณนี้จึงเป็นความหมายกลางที่สุดเราจะต้องคำนวณจะต้องประมาณให้ดีมันยืดหยุ่นอยู่ เพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือพอดีแล้วไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลดก็ให้รู้ให้รู้จริงๆว่าไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลดพอดีแล้วถ้ารักกันออกมาจากนั้นย้อนกลับมาเป็นอาตมาก็พูดไปแล้วเมื่อกี้ตนต้องดูตนสำคัญมากตอนนี้ถ้าใครยึดหลักดูตัวเองไว้ประมาณไว้ก่อนแล้วอย่าให้ตนนี่มันโผล่มากๆท่านสอนนี่ท่านสอนเน้นให้ดูตนแล้วให้อย่าให้มีตัวมีตนอย่าให้ตัวกูของกูอันนี้เป็นหลักปลาจริงๆดูตอนใครดูตนเป็นแล้วประมาณตนได้ประมาณถูกแล้วก็ทำอะไรกับคนอื่นอยู่กับสังคมเขาได้โดยการประมาณทำให้ตนน้อยไว้ทำให้ตนเล็กไว้ ทำให้ตนอย่าเป็นแหลมไว้ดีอย่าถือตัวถือตนดีแล้วเราจะอยู่กับคนอื่นง่ายและเราจะประสานงานส่วนเหตุส่วนผลนั้นเป็นรายละเอียดทั้งหมดส่วนธรรมะกับอัตถะอัตถะแปลว่าแก่นสารสาระก็แปลนะแล้วเขาแปลว่าเหตุเขามาแปลเอาเอาความหมายธรรมะมาแปลว่าผลธรรมะแปลว่าสรรพสิ่งแปลว่าเหตุผลที่มันอยู่ในกันเองอย่างละเอียดละออก็แปลว่าธรรมะแปลว่าสิ่งทรงไว้แปลว่าสิ่งเกิดสิ่งอยู่สิ่งเป็นเรียกว่าธรรมะเพราะสิ่งใดจะทรงอยู่ธรรมะสิ่งนั้นต้องทรงอยู่ด้วยดีที่สุดเราจึงมีความหมายใน พรรคเรียกว่าธรรมะแสดงว่าดีเขาเรียกว่าธรรมเรียกว่าไม่ดีถ้าไม่ใช่ธรรมะไม่ดีถ้าเป็นธรรมะแล้วถือว่าดีที่จริงคำว่าธรรมะเป็นคำกลางๆเป็นคำเกิดอยู่ที่นี้แนวโน้มของศาสนาพุทธเรานี่แนวโน้ม 0 มันยังทรงอยู่ยังถือว่ายังเกิดยังเรียกว่าทุกข์ถ้าเผื่อว่าศูนย์ดับไม่มีเราเรียกว่าพ้นทุกข์สนิทสุดหมดเลยธรรมะของคนก็เข้าใจพูดนะไม่เหลือซากอะไรเมื่อเวลาเป็นอนุปาทิเสสนิพพานพลาดอนุบาลที่เสียสันติภาพหมายความว่าเมื่อเราตายดับขันธ์ 5 ไม่เหลืออะไรอายุก็หมายความว่า มีสิ่งที่เหลืออยู่เป็นต้นมีลูกเป็นต้นมีนามขันสื่อมีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเป็นต้นมันยังเหลืออยู่ยังไงยังไงมันก็เหลืออยู่แม้ท่านจะบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วท่านก็ยังเหลือรูปท่านก็ยังเหลือเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเป็นพระอรหันต์แล้วได้นิพพานแล้วแต่ยังไม่ตายเมื่อยังไม่ตายไอ้นี่คือสิ่งที่เหลืออยู่เศรษฐศาสตร์แปลว่าสิ่งที่เหลืออนุรักษ์สิ่งที่เหลืออยู่อันใกล้ชิดเราเป็นนามธรรมรูปแล้วก็เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเรียกว่าขันธ์ 5 นี้เป็นสิ่งใกล้ชิดของคำว่าเราเราเป็นจิตของเราเอง ที่เราไปยึดถือและไอ้รูปนามขันธ์ 5 เนี่ยก็เป็นตัวที่มันเกิดโดยธรรมชาติเป็นองค์ประชุมเป็นห้องประชุมวันเกิดอยู่อย่างนั้นแหละมันอยู่อย่างนั้นแหละและเราเองเราก็มีจิตปัญญาเป็นตัวมโนปุพพังขมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาคือเป็นตัวจิตเป็นประธานแท่งก้อนรูปนามขันธ์ 5 นี้ควบคุมแล้วก็ให้มันเกิดหรือให้มันดับได้โดยเราเป็นคนจัดการเราอยู่เหนือรูปนามขันธ์ 5 นี้เราอยู่เหนือรูปนามแท่งก้อนนี้เราจะให้มันปรุงเราจะให้มันทำสิ่งนี้ไม่ว่าจะเป็นกายกรรมไม่ว่าจะเป็นวจีกรรมไม่ว่าจะเริ่มคิดขึ้นมาเราให้มันคิด เขาไม่ให้มันเริ่มคิดนั่งเฉยๆก็นั่งอยู่เฉยๆไม่คิดเลยนะมีสติสัมปชัญญะจะรับรู้ก็รับรู้นางแม่รับรู้เลยก็นั่งดับไปเลยหรือจะนั่งให้คิดให้รับรู้แล้วก็คิดไปด้วยก็คิดแล้วต้องรู้ตั้งแต่เริ่มต้นเลยว่าคิดนี้เป็นกุศลหรืออกุศลคิดนี้เป็นสุจริตหรือทุจริตอภิธรรมถึงเริ่มต้นตั้งแต่กุสลาธัมมาอกุสลาธัมมารู้อารมณ์ของตนคิดจริงๆนะคนรู้แล้วว่าคนนี้คนหยุดคิดได้ไหมคุณต้องรู้และส่วนมากหยุดคิดไม่ได้แต่พวกที่ฝึกแล้วหยุดคิดได้อาตมาจะหยุดคิดเดี๋ยวนี้นั่งอยู่เฉยๆเดี๋ยวนี้นั่งอยู่เฉยๆได้ อยู่เฉยๆนิ่งอยู่เฉยๆถ้ามองต้นสาวกับต้นเสาเฉยๆไม่มีอะไรคิดต่อหยุดหยุดจ้าการหยุดอย่างนี้เป็นการหยุดแม้กระทั่งจิตเหนือไปกว่าหยุดกิเลสการดับกิเลสไม่ให้เล่นมีนั้นผู้ที่เป็นพระอริยะระดับหนึ่งหรือพระอรหันต์ระดับหนึ่งหยุดกิเลสได้แต่หยุดจิตไม่คิดอะไรเลยไม่ได้เพราะเขาไม่ฝึกเจโตสมถะเขาไม่ฝึกเจโตสมถะเมื่อไม่ฝึกเจโตสมถะจึงไม่สามารถเบรคจิตนี่ไม่คิดให้นั่งเฉยเฉยหลับตาถ้าหลับตาก็เห็นผนังตาดำๆอยู่เฉยๆไม่มีอะไรแสง ก็หลับตามันก็ดำๆเฉยๆอยู่นั่นแหละแต่ถ้าคนที่ยังจุดจิตไม่ได้หลับตาลงไปไม่เห็นผนังตาดำๆเฉยๆหรอกมีวูบวาบเลยลองดูสิคุณลองดูก็ได้พอเราไปพักกำหนดรู้ลงไปสิจะเห็นแสงวูบวาบเขียวเหลืองม่วงแดงอะไรก็เยอะแยะปุบปับแล้วคุณให้แม่แต่คุณจะจับไอ้สีเขียวเหลืองม่วงแดงแสงอะไรต่างๆที่อยู่ในผนังตาคนนี้คุณจะจับให้มันอยู่นิ่งๆอย่าให้วูบวาบนะให้แสงใสก็ใสอยู่อย่างเดียวแสงเขียวก็เขียวอย่างเดียวอาตมารับรองว่าไม่ง่ายเลยที่จะจับให้หยุดได้เพราะอาตมาเล่นมาเล่นจับกันมาแหมยิ่งกว่าตีนจับเล่นมันหนักจนกระทั่งจับจุดได้จนกระทั่งไม่มีจนกระทั่งหมดจนกระทั่งก็อย่างที่อาตมากำลังกล่าวที่ ยกอ้างตัวเองพูดประกอบนี้ไม่ใช่อวดตัวเองนะไม่ใช่อวดตัวเองแต่เป็นการยกอ้างเป็นเอหิปัสสิโกเป็นสันฐิติโกแสดงธรรมเป็นสวากขาแต่ทำตามพระพุทธเจ้าสอนสันติกรหมายความว่าเราควรจะเป็นอย่างนั้นให้ได้และเราก็เป็นได้ 30 ปีเราควรจะทำอย่างนั้นให้ได้เราควรจะถึงอันนั้นให้ได้และเราก็ได้ถึงเมื่อได้ถึงแล้วอาตมาก็เอามากล่าวสู่คุณฟังก็เป็นเอหิปัสสิโกก็หมายความว่ามันคนอื่นพูดที่มีธรรมฟังแล้วแม้อย่างนี้มันถ่ายมาลองดูมันชวนให้มาพิสูจน์นี่อยากจะลองกับท่านท่านได้เหรอ อย่างนี้เราก็อยากได้เหมือนกันเราก็แสวงหาแล้วถ้าได้แล้วเหรอถ้าได้แล้วแหมอย่างนี้ก็จะต้องทำด้วยสิมันท้าทายให้มาพิสูจน์มันเรียกร้องให้มาดูได้คือเรามีมาดูสิที่เราเนี่ยมีแต่พอพูดอย่างนี้มันก็น่าจะเปลืองได้แต่วัตถุที่จริงมันดูที่คุณมาดูนี่คุณจะต้องมารู้ไม่เห็นจะใกล้สิ้นเดือนแล้วคุณถึงจะดูอย่างเข้าไปถึงในนามธรรมไอ้ที่กำลังพูดเนี่ยอาตมาพูดเมื่อกี้เป็นเรื่องของนามธรรมนะที่อาตมาว่าเนี่ยจิตของเราหยุดหยุดจิตแล้วก็ไม่มีลูกไม่มีน้ำไม่มีแสงวูบวาบอะไรเนี่ยมันละเอียดเข้าไปหานามธรรมหรืออาจรูปแล้วเพราะกล่าวว่าพระอธิบายพอเล่าให้คุณฟังคุณก็จะรู้ว่าอ๋อที่ท่านทำได้เอาที่มันไปสู่ที่ท่านพูดจริงหรือเปล่าโกหกหรือเปล่าแล้วเราจะทำตามเราจะได้จริงหรือเปล่าถ้าคุณมา แล้วคุณก็รู้ว่าสามารถหยั่งรู้ตามได้เพราะว่าละนามมาทำแล้วอรุณีไม่ใช่อย่างรู้ตามกันได้ง่ายๆคุณจะมาพยายามเรียนรู้ตามเรื่องมาพยายามใกล้ชิดคบคุณกันเข้ามาจนกระทั่งคุณแน่ใจอ๋อท่านทำได้จริงๆนั่นแหละจนท่านสามารถพาคุณก็คุณก็ทำได้ด้วยคุณก็มีเองเป็นเองเป็นสารพิษที่โกงเองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิเองหากแถมประสบอุบัติเหตุทางเข้าซะอีกแล้วตัวจะตั้งเวทีก็หมายความว่าเรารู้ได้ด้วยนัยๆเลยตนเองนี่รู้และมีปัญญารู้ยิ่งเลยเวทิตัพโพวิญญูวิญญูหีแปลว่าเป็นวิญญูชนเป็นผู้มีญาณปัญญารู้ได้แท้ๆนี่แปลว่าแท้จริงไม่ใช่มีแต่เพียงปากพูดไม่ใช่มีแต่เพียงหลักทฤษฎี แต่คุณสัมผัสจริงแล้วถึงแล้วอ๋อท่านมีอันนี้อย่างนี้ถ้าหยุดจิตของท่านได้อย่างนี้เราก็หยุดได้จริงๆด้วยเหมือนกับท่านมิน่าท่านจึงยืนยันของท่านท่านทำได้แล้วท่านก็บอกวิธีการแก่เราเรามาฝึกตามอ๋อเราหยุดได้จริงๆเหมือนกันแหละคุณก็ยิ่งจะเห็นผลเห็นประโยชน์ตอนแรกคุณอาจจะเชื่อแต่ว่าอาตมาทำได้ตอนหลังคุณก็ทำได้ด้วยมันตรงกันเลยทีนี้คุณก็แน่ๆคุณอยากได้อันนี้แล้วคุณก็ได้อันนี้แล้วทีนี้คุณยิ่งเห็นว่าอ๋อสิ่งที่เราแสวงหานี่เราได้แล้วหนอถึงแล้วหนอคุณก็มาเป็นโสดมันตายคุณมาผิดใครมีอะไรมันก็เหมือนยั่วยวนชวนให้เราไปอยากได้เราแสวงหาอะไรอาตมากำลังแสดงธรรมโลกุตระ ไม่ใช่แสดงธรรมโลกิยะมันจะบอกว่าคุณมาหาอาตมาเสียอาตมาจะเป่าหัวพรวดรดน้ำมนต์ทับคุณจะรวยลาภนะอาตมาไม่แสดงธรรมอย่างนั้นและอาตมาขอยืนยันว่าพระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญธรรมะอย่างนั้นแต่ท่านก็รู้ว่าคนเรามันติดอย่างนี้อยู่เยอะเพราะฉะนั้นบางคนก็อนุโลมให้เขาทำของเขาเองท่านจะไม่สนับสนุนไม่ส่งเสริมไม่ทำให้เขาหลงต่อลาภหลงต่อยศหลงต่อสรรเสริญหรือหลงต่อโลกพระพุทธเจ้าจะไม่คุณเชื่อไหมคุณเชื่อไหมพระพุทธเจ้าไม่ถ้าจะไม่หลอกให้คนตกเหวตกท่อตกไปหาความทุกข์หนักหน้าไปหาความทุกข์ท่านจะไม่ถ้าจะสั่งสอนแล้วจะมีแนวถ้าแม้ว่าท่านห้ามกลั้นไม่ได้ท่านช่วยเขาไม่ได้ท่านก็ปล่อยให้เขาทำ เขายังหลงลาภอยู่ให้เขาไปทำเองท่านจะไม่ไปส่งเสริมยุยงให้เขาหัวทิ่มหัวตำลงไปหลงราบเพิ่มลงยศเพิ่มลงสรรเสริญเพิ่มอย่างนี้หรือแม้หลงโลกียสุขแล้วก็เลยไปส่งดีๆเธอไม่มีสลักถ้าจะไม่พูดอย่างนั้นจะไม่ตรัสอย่างนั้นน่าจะไม่ยุยงให้คนเป็นอย่างนั้นเพราะมันเท่ากับยุก็เข้ากองไฟถ้าเขาทำให้เขาเป็นทุกข์หนักพระพุทธเจ้าจะไม่ทำพระพุทธเจ้าตรัสรู้โลกุตระเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าถ้าท่านทำอะไรไม่ได้ท่านก็จะเฉยถ้าจะเฉยเมื่อเฉยแล้วเขาทำเองทำต่อหน้าท่านก็ไม่โกรธท่านก็ไม่เกลียดไม่ฟังอะไรท่านวางเฉยเขาทำเองน่ะทำต่อหน้าท่านเลย เขาไม่เกรงใจถ้าเขาเกรงใจบอกโอ้ยอันนี้พระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญเราอย่ามาทำต่อหน้าท่านเราไปทำที่อื่นคนมีปัญญารู้อันนี้เขาก็จะไม่ทำต่อหน้าต่อๆพระพักตร์พระพุทธเจ้าเขาก็จะไปทำหลบๆเลี่ยงๆเหมือนอย่างคนมาที่นี่รู้แล้วว่าอาตมาสอนไม่ให้อบายมุขนะแล้วเราก็สาธยายกันมากคนที่มาที่นี่พอรู้แล้วทีหลังไม่กล้าอบายมุขยกตัวอย่างเช่นบางคนจะทานเหล้าก็ไม่กล้าที่จะทานเหล้ามาที่นี่ถ้าได้กลิ่นพวกอาตมาก็จะพูดเป็นเชิงฉลาดๆบอกไม่เอาแล้วก็จะมีเชิงดูถูกดูแคลนเพื่อให้รู้ว่าสิ่งนี้ควรเลิกมันเป็นสิ่งน่าดูถูกอย่าว่าได้กินเหล้าและสูบบุหรี่ก็เหมือนกันจะสังเกตได้ว่าที่มาที่นี่กันเนี่ย บางคนไม่กล้านอกจากมาใหม่ๆไม่ค่อยรู้เรื่องมาสูบเพราะวัดไหนเขาก็สูบแต่พอมาวัดนี้ถ้าคนนั้นมาใหม่ๆจงสังเกตถ้าคนไหนที่มาใหม่ๆสังเกตุว่าคนไหนที่สูบบุหรี่คนนั้นพึงรู้ว่ามาใหม่ถ้ามากล่าวแล้วก็มาเข้าใจนโยบายมาเข้าใจอุดมการณ์ของที่นี่แล้วและคนนั้นมีหิริมีโอต่อปากคือมีความละอายต่อบาปมีความละอายต่อสิ่งนี้เขาไม่ทำกันเข้ามานี่แล้วจะไม่กล้าส่งหรือจะสูบมณฑลไม่ได้คุณไปดูในส้วมมีกลิ่นแต่ถ้าที่นี่ไม่สูบบุหรี่กันแต่ในช่วงมีกลิ่นบุหรี่ถ้าวันเสาร์วันอาทิตย์แล้วก็เช็คได้เลยถ้ามีคนจองมามากๆหน่อยเนี่ยมีพวกที่มาฟังธรรมและหน้าใหม่ๆที่ยังอดทนตัวเองไม่ได้ เขาก็จะไปหลบอยู่ในช่วงเพราะว่าที่นี่มีที่ที่จะปกปิดได้บ้างกระทรวงสหกรณ์เขาแล้วก็จะไปใครเห็นล่ะเขาก็จะไปสุขในส้วมพิสูจน์ได้เลยเสา 1 อาทิตย์ 1 พอไปเช็คกลิ่นมีกลิ่นมีก็เป็นธรรมดาเขาอดไม่ได้ทนไม่ได้แต่เขาก็ให้เกียรติเราแล้วที่เขาเองเขาไม่ส่งต่อหน้าเราเขารู้แล้วแล้วเขาก็เข้าใจแล้วอันนี้ก็ต้องยอมให้เขาทำคนไม่รู้อีกจริงๆก็สูบเลยก็ไม่เกรงใจบางคนเอ้ยเสียหายอะไรนี่สูบบุหรี่ก็สูบเลยเขาก็สูบเลยแล้วเราจะทำยังไงฟันคอคุณนะไม่ทำไงได้ก็ไปฟันเขาไม่ได้มันก็มีบ้าง อันนี้เราเป็นหน้าอำนาจของธรรมยิ่งโมกลุ่มพวกเราไม่ทำกันนี่นะมันยิ่งทำให้เขาไม่กล้าประดับประเดิดเก้อเขินที่นี่นี่มีมากกว่าธรรมดาตรงที่ว่าอาตมาจะยกตัวอย่างจัดไปขึ้นถ้าใครสังเกตมาที่นี่แล้วแม้แต่หนุ่มแม้แต่สาวที่นี่แต่งตัวเฉยๆผู้หญิงมาที่นี่แต่งตัวเฉยๆการแต่งตัวเชยๆนี้เขาเรียกเป็นภาษาไทยว่ามอซอคำว่ามอซอคือแปลว่ามองซึ้งมอซอนี่มองซึ้งถ้าใครมองไม่ซึ้งมองไม่เป็นก็หาว่าน่ารังเกียจเพราะคุณเป็นหลงค่านิยมที่เขาต้องแต่งตัวแหมต้องฉาบต้องพอกต้องอะไรต้อง นึกว่าอันนั้นเป็นของเลิศปลาเขาไม่เลิศเขาจึงต้องใช้มองด้วยปัญญาถึงจะรู้ว่าแต่งตัวมอซอเนี่ยเขาไม่ได้เป็นคนเลวเลยก็ไม่ได้เป็นคนต่ำเลยพวกเรานี่เหมือนเหมือนสินซ่อนเล็บว่าผู้หญิงพวกเราไปที่ไหนบางทีนี้จะเจอเสมอเจ้าตัวใครก็ตามแต่คุณแต่งตัวอย่างนี่สุภาพเรียบร้อยอย่างเรานี่นะอาตมาว่าเนี่ยสุภาพเรียบร้อยนะเนี่ยอาตมาถ้าอาตมาเป็นคนธรรมดาป่านนี้อาตมากินไม่ได้นอนไม่หลับห

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน