230701 กำลังของเสขบุคคล-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์139 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ตารางการเรียนรู้แต่เพียงง่ายๆกำลังคือศรัทธาศรัทธาหนึ่งคือความเชื่อก็เชื่อๆอย่างนั้น Siri คือความเกรงกลัวต่อบาปโอตตัปปะคือความเห็นคือความละอายต่อบาปโปรดคือความเกรงกลัวต่อบาปวิริยะคือความเพียรปัญญาก็คือความรู้ก็เท่านั้นเองก็จำแต่ตัวความหมายไว้เฉยๆมันจะไปเข้าท่าอะไรไอ้หัวข้อแบบนี้ของพระพุทธเจ้ามีบานเบิกเลยนั่งท่องมันวันยังค่ำก็ต้องมีหมดท่องหน้าก็ลืมล้างไม่หมดนะให้คุณพ่อไปเถอะนั่นน่ะเอามาชอบดูสิ่งเดียวนี้ที่นี่มีวันนี้ก็เอามาถวายอีก 2 ชุดพระไตรปิฎก 9 ชุดเข้าไปแล้วพระไตรปิฎกที่นี่ขณะนี้สันติอโศก 9 ชุดเข้าไปแล้ว ดีมากพระไตรปิฎกหลักฐานให้มันล้อมอยู่เนี่ยแล้วพวกคุณก็หยิบจับกันดูมันมากๆมันชนลูกกะตานักชนลูกกะตานั้นหยิบมาดูดิอ้าวมันก็ไปหยิบมันมาดูอ่านดูบ้างบอกมาแล้วเรื่องนี้ซะเลยแล้วก็ไม่ใช่ใช้ไม่ได้เพราะว่าอันนี้เราจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจสงสัยก็มาถามอันไหนที่อ่านแล้วเอออันนี้น่าเอามาอธิบายเราเห็นว่าดี๊ดีอยากให้เพื่อนได้อธิบายฟังบ้างก็เอามาหรือเราไม่เข้าใจก็เอามาถ้าไม่เข้าใจอาตมาเห็นว่าเอออันนี้น่าจะเอามาอธิบายส่วนเพื่อนฟังอาตมาจะเอามาอธิบายบางอันก็เห็นว่าเอออันนี้สำหรับส่วนตัวอธิบายไปแล้วเพื่อนๆก็ยังเอาไว้ก่อนมันไม่ไอ้นั่นน่ะประจำเป็นนักอาตมาอาจจะไม่เอามาอธิบายก็ได้ แล้วก็ขอให้พวกเราสำคัญระลึกถึงตนระลึกถึงสภาวะธรรมเราเป็นคนมีกำลังไหมในการปฏิบัติถ้าเราไม่มีกำลัง 5 ในการปฏิบัติคือไม่มีองค์ธรรมไม่มีศรัทธาแต่คุณมานี่เชื่อว่ามีศรัทธาเพราะที่นี่เราเองเรามีเครื่องวัดหลายอย่างสำหรับคนที่พูดจะมาเครื่องวัดโดยศรัทธาและปัญญาผู้มาที่นี่ผู้ไม่มีปัญญาทางธรรมจริงๆนะมาที่นี่คนเดียวแล้วก็หายเฟซไปเลยหายเงียบไม่ๆวกกลับมาง่ายๆหรอกเพราะว่าที่นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆทีนี้เอาจริงๆขูดขัดกันจริงๆพอเป็นประพฤติ

อ่านต่อ

กันจริงๆไม่ใช่เรื่องเล่นๆอะไรถูกขัดประเดี๋ยวเดียว จริงนะวิ่งจู๊ดไม่เห็นหัวหรอกหายไปเลยก็มากันไม่ใช่น้อยมาโผล่เข้ามาดีจริงดีจริงแม่โอ้ยน่าจะอย่างโน้นอย่างนี้ครั้งเดียวครั้งสองไม่เคยเจอมากๆไปแย่งใครอาจจะเกิดปัญญาและมีศรัทธาหน่อยนึงในครั้งที่ 2 มาอีกมันโดนขูดโดนขัดเข้าพอสมควรไปเลยเหมือนกันบางคนทนมาได้ถึง 3 ครั้งครั้งที่ 2 อาจจะยังไม่เจอของดียังไม่เจอขูดเจอขัดเขาให้พอครั้งที่ 3 มาเจอคุณเจอขัดเลยหนีไปเลยก็เยอะไปหรือบางคนมาได้หลายครั้งพอเจอเขาบ้างสำคัญๆก็หนีไปแต่ที่นี่พูดขัดกันจัง หาคู่กัดกันจนบางคนทนไม่ได้ขนาดอยู่กันมานานเป็นปี 2 ปี 3 ปี 4 ปีบางคน 5 ปี 6 ปีคูณกันขัดกันสุดท้ายก็ทนกันไม่ได้อีกปีกไปทั้งๆที่รู้อยู่ว่าดีแต่ทนไม่ได้เพราะแพ้ภัยตัวเราหมดกำลังหมดกำลังไม่สู้ก็ไม่สู้ก็ไม่สู้แต่ใครมีกำลังดียังเห็นดีอยู่วันนี้ไม่มีอื่นดีกว่านี้อีกแล้วก็นักสู้แล้วก็ตายคานี่แหละก็เราเองเรายังไม่ได้มีค่าอะไรหรือว่าเรายังไม่รอดมันไม่ไปไหนถ้ารู้ดีด้วยปัญญาแล้วจะไปไหนจริงๆแล้วก็ทำมาแล้วจริงๆอาตมาพูดเมื่อไหร่ก็พูดอย่างหวัดดีหวัดดีเงี้ยพูดอย่างท้าทายเนี่ย เพราะถ้ามาไม่สงสัยในธรรมะพระพุทธเจ้าอาตมานี่ถ้าว่าศรัทธาของอาตมาเนี่ยอาตมาทำงานบุกเบิกสัจธรรมขึ้นมานี่อาตมามีศรัทธามีกำลังเป็นศรัทธามีกำลังเป็นปัญญาและอาตมาและกระทำกับตนมาแล้วด้วยหิริโอตัปปะอะมามีความละอายเพียงพอที่อาตมาจะไม่ยอมพ่ายแพ้ง่ายๆมีความเกรงกลัวต่อบาปเพียงพอใช้อาตมาจะไม่หย่อนข้อไปเขาพาไปทำบาปชั่วๆอะไรก็ไปทำงานกลัวเพียงพออาตมามีวิริยะมีกำลังพากเพียรที่จะกระทำงานจริงๆอาตมาจึงทำมาได้ขนาดนี้พูดว่าอะไรก็พูดอย่างนี้เพราะว่ามันศรัทธามั่นมันเห็นจริงมันเชื่อเชื่อเชื่อเชื่อเชื่อใน พุทธคุณเชื่อในพระปัญญาธิคุณแล้วเราก็มีปัญญาที่จะเห็นจริงว่าพระปัญญาธิคุณนี้จริงพระบริสุทธิคุณเราก็ได้พิสูจน์พระบริสุทธิคุณนี้จริงๆอาตมาพิสูจน์มาเห็นบทความบริสุทธิ์นี้โดยเอาตนเองมาบริสุทธิ์ตามเมื่อบริสุทธิ์ตามแล้วมันก็เห็นของจริงจริงจนกระทั่งก็มาสร้างกรุณาธิคุณคำว่ากรุณานี่ของพระพุทธเจ้าที่ท่านถ่ายทอดไว้ให้แก่บุคคลทุกคนอาตมาจะมีกรุณาบ้างอาตมาก็ต้องพยายามช่วยถ่ายทอดให้แก่คนอื่นกรุณาที่เป็นองค์ธรรมของศาสนาพุทธพระพุทธคุณจึงมีอยู่ 3 เจ้านี้อย่างรวมแล้ว 1 ความรู้จริง 2 ความเป็นจริง 3 ความช่วยผู้อื่นได้ยังช่วยผู้อื่นไม่ได้ยังไม่เรียกพุทธที่เต็ม จึงขอถือว่าเป็นเดรัจฉานมีปัญญามีวิมุติมีการรอดได้แข็งของตัวเองแค่ปัญญาและก็แค่บริสุทธิ์ได้แต่ไม่มีกรุณาที่คุณไม่มีการช่วยคนอื่นได้กรุณาคือการทำกิจทำการของศาสนากรุณารากเขาก็เคยอธิบายให้ฟังแล้วมาจากกรุณาแปลว่าการกระทำหรือผิดมีสิทธิ์ที่จะช่วยผู้อื่นจนได้และตนช่วยผู้อื่นได้กรุณาในตัวของมันเองเขาก็แปลกันอยู่แล้วโดยอัตถะเพราะมันหมายความว่าช่วยผู้อื่นให้ได้ดีเมตตาแปลว่าสงสารคนอื่นเขาที่ตกต่ำตกยากกรุณาก็ลงมือช่วยผู้อื่นที่ตกต่ำตกยากช่วยผู้อื่นให้ได้ดีขึ้นเพราะแค่พุทธคุณ 3 นี่มันก็แสดงอยู่ รอบอยู่แล้วว่าคุณธรรมของพุทธคืออะไรคุณธรรมที่ถ้วนยอดคืออะไรฟังดูดีๆมันไม่คัดค้านกับสูตรอื่นๆหรือว่าหลักอื่นๆหรอกพุทธคุณมันมีการกระทำให้ตนมีตัวรู้จริงทำได้จริงรู้คือปัญญาบริสุทธิ์ก็คือความจริงที่บริสุทธิ์ได้จริงไม่ใช่รู้แต่เหตุผลรู้แต่ความหมายรู้แต่ความรู้ไม่ใช่ทำได้จริงแล้วก็กรุณาคนอื่นได้ช่วยคนอื่นได้แม้น้อยเราไม่เก่งได้น้อยก็ตามน้อยศาสนาพุทธต้องเอาอย่างนี้ต้องมีสามเศร้าเพราะอาตมาเองอาตมาจะมีการกรุณาธิคุณมันก็เป็นของอาตมาของพระพุทธเจ้าก็ของท่านอาตมากรุณาโดยอาตมาได้เรียนรู้ปัญญา คุณได้เรียนรู้บริสุทธิ์ที่คุณได้เป็นได้มีได้เกิดเกิดปัญญาญาณที่อาตมาแน่ใจว่ามันเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วก็บริสุทธิ์ที่คุณได้แน่ใจว่าทำแล้วเกิดผลจริงมีได้เสพเสพธรรมรสนั้นเมื่อได้ทำรถนั้นจึงเอามากรุณาเอามาช่วยคนอื่นแล้วก็พยายามกระทำขึ้นมาอยู่นี้แล้วก็ทำมาจนป่านนี้แล้วนี่มันก็ได้ผลก็มีคนได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยคนจนหาว่าเคร่งเคร่งอย่างนี้ไม่มีใครเขาก็ทำหรอกอย่าว่าแต่พวกคุณเลยอย่าว่าแต่ชาวบ้านชาวช่องชาวบ้านเลยแม้แต่พระที่อยู่ในสถาบันสงฆ์องค์ใหญ่ๆเท่าบ้านชาวเมืองไม่ใช่องค์เล็กๆนะ หาว่าอาตมานี่เคร่งอาตมานี้ไปพูดมันทำไม่ได้หรอกจะเอาอย่างนี้มาทำกับใครเขาได้เขายังพูดอย่างนี้ด้วยซ้ำไอ้อย่างนี้เออเอาไปก็ให้ใครเขาทำได้ไม่ได้หรอกอยู่อย่างนี้มันมากไปต้องอยู่อย่างที่เขานั้นหย่อนยานๆๆมันจะไปทำยากอะไรยานเมื่อไหร่ก็ยานได้แต่มันแปลกนะไอ้เรามันมีหิริโอตัปปะเพียงพอบรรยายไม่ลงมันหย่อนไม่ลงปากมันอาตมาว่านี่เป็นคุณธรรมของเหตุและอดทนจะยาวลงไปแม่มันก็หย่อนไม่เราก็รู้ๆยานไปกับเขาก็ยอมๆๆมันหย่อนไหม้ไม่ลงหย่อนไม่สนิทใจยานไม่ลง ก็หย่อนยานโดยชั่วคราวเสร็จแล้วมันก็ต้องกลับมาตึงอย่างเก่าเพราะว่าเราเห็นว่าอย่างนี้มันเป็นบรรทัดฐานอย่างนี้มันเป็นหลักอย่างนี้มันเป็นแกนอย่างนี้มันเป็นถูกแล้วมันเป็นของดีแล้วมันดีแล้วมันดีแล้วเราก็ต้องปรับให้มาสู่จุดหลักแกนหรือบรรทัดฐานนี้ก็พยายามดึงกันมาอยู่ก็มีคนมาได้แม่ไม่น่าเชื่อเป็นผู้หญิงก็ตามเป็นเด็กหนุ่มเด็กสาวก็ตามมาได้เด็กหนุ่มเด็กสาวเหล่านี้นี่แปลกประหลาดแม้จะยังไม่มากแต่อาตมาก็เห็นว่ากำลังมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วก็จริงจังขึ้นด้วยชัดเจนขึ้นด้วยแต่ก่อนแต่ไรเราจะทำแต่ละขั้นตอนแต่ละน้อยแต่ละน้อยนี่เปลี่ยนแปลง แม่หนุ่มแม่ผู้ชายจะเปลี่ยนมาโดยการกินก็ดีการอยู่ก็ดีการลดละสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็ดีอาจหาญชาญชัยต่อสังคมแรกๆใหม่ๆพวกเราก็ยังไม่มีกำลังมากไม่กล้าศรัทธาก็ไม่จัดปัญญาใครเข้าใจแล้วล่ะแต่ปัญญามันก็ยังไม่แน่นพอศรัทธาก็ยังไม่แน่นพอหิริโอตัปปะมันจึงมันก็หย่อนๆยานๆลงไปเยอะจะทำเองก่อนเหนียวๆอายไม่ค่อยกล้าไม่ค่อยกล้าทำอย่างทำนะแต่ไปกล้าหย่อนยานไปหาอย่างโลกกล้าหย่อนยานไปหาอย่างโรคไม่ใช่กล้ามาอย่างทำเนี่ยมันกลับอย่างนี้มันกลับกันอย่าง จนกว่าจะมีกำลังในพวกเราจนกว่าจะมีกำลังกันเพราะว่ามีหมู่มีกลุ่มก็เป็นกำลังพอมีหมู่มีกลุ่มแล้วก็เป็นไปได้ง่ายขึ้นในทุกวันนี้ง่ายขึ้นมาเรื่อยๆเพราะคนเข้ามาที่นี่แล้วพอมาเจอกลุ่มหมู่ที่นี่ไม่ต้องบอกกันมากหรือบอกเขาก็ทำได้ไวเพราะอะไรเพราะมันเห็นเพื่อนพอมาเห็นคนอื่นเขาก็ทำได้คนนั้นก็ทำได้คนนี้เด็กบ้านคนนั้นโตหน่อยคนนี้แก่แล้วเขาก็ทำได้คนนี้ฉันสูงก็ทำได้คนนี้ฉันต่ำก็ทำได้คนนี้มาจากพื้นเพง่ายๆหรือเป็นเรียบๆเขาก็มาได้วันนี้พื้นแพงสูงๆเขาก็มาทำอย่างนี้ได้มันมีหลายสัตว์หลายส่วนหลายตัวอย่างให้เขาเห็นแล้วเขาก็เลยทำกล้าๆ เนี่ยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆขนาดอาตมาทำงานมา 10 ปีเนี่ยศรัทธาก็เพิ่มขึ้นปัญญาเพิ่มขึ้นทำให้พวกเราก่อเกิดกำลังในหิริโอตัปปะเพิ่มขึ้นมีวิริยะเพิ่มเป็นเพราะคุณทำได้ไวบางคนมาไม่กี่วันกี่เดือนปรับปรุงตนเองในผลชี้ในผลให้เข้าใจแล้วก็มาผนึกรวบรวมกันก็ทำอยู่เนี่ยมันยิ่งจะเพิ่มจำนวนขึ้นยิ่งจึงมีกำลังขึ้นจะยิ่งจะก้าวหน้าขึ้นก็ลองสังเกตดูนะเพราะคำว่ากำลังทั้ง 5 นี้จำไว้ศรัทธาหิริโอตัปปะวิริยะปัญญาเข้าใจให้ซื้อและเข้าใจให้จริงตัวเราเองมีจริงเราจะ ถามว่าพรุ่งนี้ไม่ใช่ธรรมะคลิปผงนะไม่ใช่ธรรมะเล่นๆธรรมะพวกนี้เป็นธรรมะที่มีมีคุณค่าจริงๆเอาต่อมาวิทย์วิทย์วิทยาศาสตร์หลักสูตรก็วิทย์บวกอัฏฐะวิทยาลองฟังเนื้อหาดูมันจะขยายขึ้นมาขยายขึ้นมาแล้วมันมีหลักเกณฑ์แล้วนะมีกำลัง 5 อันก็คือก็จะมีกำลังหาอีกสักหน่อยนึงแล้วมันก็จะมีตัวที่ประกอบกันไปขยายเกินไปเอาสูตรที่ 2 ว่าดูกราฟิกสุดทั้งหลายกำลังของเสกบุคคล 5 ประการนี้ 5 ประการนี้เป็นไฉนคือกำลังคือ กำลังคือหิริกำลังคือโอตัปปะกำลังคือวิริยะกำลังคือปัญญาดูกราฟิกสุดทั้งหลายก็กำลังคือศรัทธาเป็นไฉนดูรักที่สุดทั้งหลายอริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีศรัทธาย่อมเชื่อพระปัญญาเครื่องตรัสรู้ของตถาคตว่าแม้เพราะเหตุนี้เหตุนี้พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้โดยตรัสรู้เองโดยชอบถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเสด็จไปดีแล้วทรงรู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นจะยิ่งกว่าเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเป็นผู้เบิกบาน เป็นผู้จำแนกธรรมนี้เรียกว่ากำลังคือศรัทธาตอนนี้ขยายศรัทธาขึ้นมาว่าศรัทธาในพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าคืออะไรพระพุทธเจ้าก็คือพุทธคุณ 9 ที่ว่าเมื่อกี้เดี๋ยวจะอธิบายเดี๋ยวเราค่อยๆอธิบายกันไปเรื่อยๆเป็นชั้นตอนเป็นพื้นฐานไปแล้วเราก็จะปูพื้นบางอันที่เคยอธิบายมาบ้างแล้ววันนี้ก็อธิบายอีกก็อธิบายให้ละเอียดต่ำๆไปจนกระทั่งติดจับติดย่อยเข้าไปจนกระทั่งเราเคี้ยวได้ว่างั้นเถอะเราก็จะเกิดผลดีเดี๋ยวอ่านจบก่อนแล้วค่อยกลับมาอธิบายดูการรับที่สุดทั้งหลายก็กำลังคือ Siri เป็นไฉน ยาสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีสิริย่อมละอายต่อกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตย่อมละอายต่อการประกอบธรรมอันเป็นบาปอกุศลนี้เรียกว่ากำลังคือสิริ 2 และ 3 ดูก็ภิกษุทั้งหลายก็กำลังคือโอตัปปะเป็นไฉนอริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีโอตตัปปะย่อมสะดุ้งกลัวต่อกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตย่อมสะดุ้งกลัวต่อการประกอบธรรมอันเป็นบาปอกุศลนี้เรียกว่ากำลังคือโอตัปปะดูกราฟที่สุดทั้งหลายก็กำลังคือวิริยะ ไฉนอริยสาวกในธรรมวินัยนี้ย่อมปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรมทั้งหลายเพื่อยังกุศลให้ถึงพร้อมเป็นผู้มีกำลังมีความบากบั่นมั่นคงไม่ทอดทิ้งธุระในกุศลธรรมนี้เรียกว่ากำลังคือวิริยะดูพระภิกษุทั้งหลายก็กำลังคือปัญญาเป็นไฉนอริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีปัญญาประกอบด้วยปัญญาเครื่องอย่างถึงความเกิดขึ้นและดับเป็นอริยะปัญญานี่บอกแล้วท่านหมายขึ้นไปฟังดูดีๆเดี๋ยวจะอธิบายย้อนหลังเป็นผู้มีปัญญาประกอบด้วยปัญญาเคลื่อนอย่างถึงความเกิดขึ้นและดับเป็นอัจฉริยะ ชำแหละกิเลสเป็นเครื่องให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์โดยชอบนี้เรียกว่ากำลังคือปัญญาดูก็รักที่สุดทั้งหลายกำลังของพระเสขบุคคล 5 ประการนี้แลดูกระบี่สุดทั้งหลายเพราะเหตุนั้นแหละเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่าพวกเราจะเป็นผู้ประกอบด้วยกำลังคือศรัทธากำลังคือกำลังคือโอตตัปปะกำลังคือวิริยะกำลังคือปัญญาอันเป็นกำลังของพระเสกบุคคลดูการละติจูดทั้งหลายเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละอาจจะนี้ก็ขยายพระพุทธเจ้าท่านขยายเป็นหลักออกมาเท่านั้นถ้ายังจะขยายออกไปอะไรอื่นอีก อาตมายังไม่ได้อ่านเรียงไปหรอกนะอ่านบางบทแต่แน่ใจว่าท่านจะขยายในลักษณะนี้แต่ท่านก็จะขยายในเชิงของท่านเป็นหัวข้อๆเข้าไปอาตมาก็จะอธิบายของอาตมาแซมไปด้วยมันจะเหมือนกันบ้างไม่เหมือนกันบ้างเมื่อกี้นี้อธิบายมาบ้างแล้วเมื่อกี้ก็เห็นแล้วมันมาชนกันอาตมาอธิบายมาชนกันแล้วเหมือนกันศรัทธาหรือปัญญาศรัทธาเขาเชื่อปัญญาก็คือเข้าใจว่านี่เป็นของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าพาทำอย่างนี้เป็นปัญญาที่คุณเป็นบริสุทธิ์ที่คุณเป็นกรุณาธิคุณอาตมาอธิบายอย่างนั้นเป็นองค์พุทธคุณทีนี้ท่านก็บอกพุทธคุณจัดก่อนนั้นท่านออกพุทธคุณ 9 แน่ะตอนนี้อาตมาบอกพุทธคุณ 3 ทีนี้ท่านก็ย้ายมาว่า ย่อมเชื่อเชื่อนี่ก็คือศรัทธาเป็นผู้เชื่อกำลังคือศรัทธาศรัทธาคือเชื่อในพระปัญญาเครื่องตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าของตถาคตมาเพราะอย่างนี้ๆชื่อจริงๆเชื่อเพราะมันอย่างนี้มันเห็นเนี่ยไอ้อย่างนี้นี่ของเราเป็นแล้วนะอย่างนี้อย่างนี้นี่คือเราได้เราเป็นเราถึงจะมันอย่างนี้เองตลอดถึงเชื่อพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าดับกิเลสนี้แล้วรู้เหตุแห่งกิเลสนี้ไปแล้วสบายเราเลิกดับได้สบายโอ้ยจริงจังเลยอยากจะมาปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้ามาเริ่มจากกิเลสตั้งแต่อบายมุขมาเลิกการเลิกลายศมามันถึงจุดพลังไม่มีสิ่งนี้ไม่ผิดไม่ยึดไม่หลงรอพระโทสะในสิ่งนี้มันสบาย จริงอ่ะมันถึงรู้ถึงเห็นถึงเข้าใจหรือถึงมีกำลังวังชาแน่นอนเด็ดเดี่ยวทีนี้เรามีปัญญาเพียงพอเรามีกำลังแห่งปัญญาเพียงพอเราก็สามารถที่จะสอนคนอื่นได้เกื้อกูลคนอื่นได้แม้เราจะมีศรัทธาของเราเต็มเปี่ยมทำของเราได้สำเร็จแต่เราไม่มีปัญญาพูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่องเราก็สอนคนอื่นยากเพราะฉะนั้นสาย 7 เจโตนี่จึงได้แต่ตัวเองอย่างเก่งช่วยคนอื่นไม่ค่อยได้สายปัญญาเนี่ยช่วยคนอื่นได้แม้ช่วยตัวเองไม่ได้แต่ดันผ่าไปช่วยคนอื่นได้ก็มีอยู่บอกเขาเก่งเรียกเลยนะเขาบรรลุเป็นอรหันต์ก็ได้มีนะคนรู้ด้วยเหตุผลรู้ด้วยความรู้ไอ้เปรตไปด้วยทฤษฎีปริยัติ เช่นพระองค์นึงที่ดื่มเหล้ามาในอาตมาก็ยังไม่เจอว่าพระองค์นี้เนี่ยเป็นเกจิอาจารย์เล่าหรือว่าเป็นพระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ชื่อคล้ายพระโพธิรักษ์ซะด้วยนะรู้ไหมชื่ออะไรพระองค์นี้สอนคนอื่นเขาได้เก่งเชียวเสร็จแล้วต้องไปเจอเณรสอนหาชื่ออะไรโปถ้าอ่านพ่อมึงก็ยิ่งเหมือนใหญ่โพธิรักษ์ชื่อภาพโป๊ที่รักเขาก็พูดกันชัดๆเขาก็พูดกันก็พูดกันมาก็เป็นพระโพธิรักษ์เท่านั้นเองมันใกล้กันจังเลย พระโพธิญาณรู้ปริยัติที่อาตมาตั้งข้อสังเกตว่าจะไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าเล่าก็เพราะว่าเขากล่าวว่าพระโพธิรักษ์นี่เป็นพระที่เป็นใบลานเปล่าถ้าบอกว่าไปร้านเปล่าแล้วก็สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีใบลานสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีใบลานไม่มีไอ้ที่เขียนเป็นใบลานนี่มันเหมือนชั้นอาจารย์รุ่นหลังแล้วคนสมัยพระเจ้าไม่ได้ไม่ได้จานไม่ได้จานตัวอักษรไม่มีใบลานเพราะถ้ามันเรียกท่านว่าฉายาพระใบลานเปล่าเพราะเกจิอาจารย์พูดเพราะก็ต้องฟังไว้ก่อนแต่ไม่เป็นไรนิทานเรื่องนี้ดีมันไม่แปลกอะไรหรอก สอนเขาโดยมีความรู้รู้ทุกอย่างรู้ถูกรู้ต้องแต่ตนเองมีมานะไม่ปฏิบัติถือตัวว่ารู้แล้วแต่ไม่ทำไม่เริ่มทำไม่ได้จุดโทษจุดกลางไหนๆเขาก็เล่าว่าอยู่ในยุคพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าจึงไล่ให้ไปหาเณรให้เณรสอนเณรก็เลยไล่ลงแม่น้ำไปเลยลงขี้โคลนไปซะก่อนตอนแรกลองลองใจกันไปโน่นลงน้ำไปนู่นลงกี่คนถึงจะสอนให้เขาปกติบอกให้ไปอย่างนี้ก็ยังไปตามไปทำอย่างนี้ก็ยังทำ แสดงว่าติดรถจุดอ่อนติดรถมานะอาทิรถมานะอ้าวตกลงเมื่อสั่งให้ลุยตะลุยลงไปในขี้โคลนขี้เหร่อย่างงั้นก็ยังอุตส่าห์ไปทำจริงๆโตแล้วนะเณรอันเล็กนี่พระอาจารย์นะให้เณรสั่งไปลุยขี้โคลนก็ได้นี่ก็ยังไปนี่แสดงว่าจิตไม่มีมานะพอละมานะได้เณรก็ถึงสอนเณรก็สอนไม่ยากเลยสอนบอกให้ปิดรูเหี้ยเหี้ยเหี้ยเหี้ยเหี้ยมันอยู่ในตัวน่ะรู้ป่ะเหี้ยมันอยู่ในตัวแล้วปิดรูเหี้ยปิดซะแล้วรู้สักครู่นึงดูๆๆเหี้ยมันออกมันเข้าจะจับเหี้ยให้ได้น่าจับเหี้ยให้ได้ 6 รูนี่นะตาหูจมูก ปิดเอารูนึงดูซะรูดูรูไหนรูนึงเริ่มต้นทำเข้าจริงๆแล้วเห็นเหี้ยให้ได้ก็ฉันพระอาจารย์น่ะรู้หมดแล้วทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 อะไรก็รู้แล้วอกุศลบาปอะไรก็รู้แล้วสุจริตทุจริตอะไรก็รู้แล้วแล้วไม่ลงมือทำสักทางเลยประตูหนึ่งก็ไม่เคยดูสักประตูมันจะไม่เห็นอะไรมันจะได้ค่าเหี้ยที่ไหนเหี้ยอยู่เต็มตัวเลยแม้พูดเข้าอธิบายมาแล้วก็นิทานเรื่องนี้ชัดดีนักมาดูตัวเองดูที่ตัวเองไอ้เหี้ยเต็มตัวก็ไม่รู้ไม่สอนให้คนอื่นเขาให้เขาได้ดิบได้ดีตัวเองเป็นเหี้ยตัวเองเหี้ยเต็มตัวมาดูรูปิดรูแล้วมันไม่เริ่มต้นที่ไหนก็ปิดรูสักมี 6 รูปิด 5 รูดูๆๆ จะทำปลาก็ตาทางหูก็ตามด้วยทางจมูกทางลิ้นทางกายทางไหนทางหนึ่งเอาเข้าจับแม่นๆมันต้องค่อยเก็บมาอย่างนี้มาเรียนรู้อย่างนี้พระโพธิรักษ์ก็ฝึกก็ได้ผลอย่างนี้เป็นต้นนะในนิทานนั้นว่างั้นเพราะมันได้แล้วมันก็เชื่อถือเชื่อพระธรรมได้นะไม่ใช่เชื่อเพราะว่าเหตุผลได้แต่ความรู้อาตมาปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าเข้าปฏิบัติเห็นผลจริงๆแค่เราเลิกนั่นเลิกนี่มามันไม่เหมือนข่าวชาวโลกมันไม่เหมือนความคิดเมื่อก่อนเราเมื่อก่อนเราก็คิดอย่างรอบโลกเสพสุขก็สุขเป็นอย่างนั้นอย่างนี้บ้าๆบอๆทั้งๆที่รู้ว่าไอ้นี่มันไม่ค่อยดีนะอบายมุขไม่ค่อยดีก็ว่าสุขก็ว่ามันดีก็ยังไปทำเพราะว่ารู้ว่ามันหิริโอตัปปะเกิดแล้วก็ไม่เอาอย่างนี้ อะไรกันบ้าๆบอๆมันก็เลิกมาได้เลิกมาแล้วก็ยิ่งเห็นผลดีเป็นธรรมรสจนกระทั่งสูงขึ้นมาจนกระทั่งมานี่แหละอย่างที่มาเนี่ยถึงเชื่อในพระพุทธเจ้าเชื่อในพระพุทธคุณยิ่งมาเจอพระไตรปิฎกมาเจอหลักฐานแล้วยิ่งมาเทียบมาเคียงเทียบแล้วยิ่งน่ายิ่งศรัทธามั่นมั่นมั่นมั่นยิ่งมั่นในศรัทธาศรัทธายิ่งเป็นกำลังกำลังนี่ยิ่งแน่นอนแน่ๆโอ้โหยิ่งเป็นตัวจริงหิริโอตัปปะก็ยิ่งสูงสูงสูงยิ่งมีวิริยะกำลังตามที่อาตมาก็ว่าอาตมามีวิริยะมีปัญญานะเอาที่ลองฟังพุทธคุณ 9 ดูซิจะอธิบายพุทธคุณ 9 ให้ฟังครับ พระปัญญาธิคุณพระพุทธคุณพระผู้มีพระภาคนั้นเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบอนึ่งท่านเป็นพระอรหันต์ 2 ท่านเป็นสยามภูมิเรวัตตะตรัสรู้เองโดยชอบ 3 ท่านถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะพระพุทธเจ้าก็มีอะไรอิติปิโสภะคะวาอะระหังสัมมาก็เรียกว่าอะระหังตรัสรู้เองโดยชอบอะระหังสัมมาสัมพุทโธเนี่ยตรัสรู้เองโดยชอบเป็นผู้ที่เป็นสัมพุทโธเองนาหาสัมมาสัมพุทโธวิชชาจะระณะสัมปันโนถึงพร้อมด้วยวิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโตเสด็จไปดีแล้วมาฟังเขียนด้วยก็ดีน่ะเขียนด้วยข้างในนั้นไม่เปิดไฟกันเลยนะอ้าววันนี้ก็คงจะได้เรียนพุทธคุณนี่แหละไปให้ละเอียดละออฟังกันมันมีเรื่องที่จะพูดกันได้ไม่น้อยหน้าเพราะว่าเราเองเราจะมาทำตัวเป็นผู้ที่จะเรียนรู้ตามเดินรอยตามพระยุคลบาทท่านกล่าวไปอย่างไรก็ก้าวไปอย่างนั้นแม้จะเป็นลำลองหรือว่าเป็นรูปรอยสวมไปคล้ายๆแต่ไม่ถึงก็ใหญ่โตอะไรก็ตามเราก็จะเอาลักษณะนี้แหละเพราะอันที่ 1 เป็นพระอรหันต์คำว่าอะระหังอะระหังที่ว่าเป็นพระอรหันต์นั้นเราได้พูดกันมามากแล้วว่าอรหันต์นั้นหมายความว่าจบอรหันต์นั่นหมายความว่าถึงปลายอรหันต์นั่นแปลว่าผู้ที่เหมาะสมแล้วลงตัวแล้วยอดแล้วทีนี้ในความลงตัวแล้วเหมาะสมแล้วถึงที่สุดแล้วแห่งจุดที่เราได้กระทำถ้าผู้ใดไม่มีปัญญารู้ในจุดที่จบสนิทถึงที่สุดที่ปลายลงตัวแล้วเหมาะสมแน่นอนแล้วในธรรมะอันใดในกิเลสอันใดที่เราได้ล้างออกของ เพลงผู้นั้นก็ไม่ได้รู้จนแล้วจนรอดตลอดนิรันดรอรหัตตผลคือผลที่เป็นอรหันต์อรหังอะระหังอะระหังนี่บวกกับอัตลงตัวอันดับและว่าตัวตนผลที่มันลงตัวนั้นแล้วเพราะฉะนั้นรหัสกับผลแต่แค่ของโสดาโสดาผลผลของอรหัตผลสุดท้ายผลปลายของแม้แต่คุณแค่โสดาคุณบางคุณธรรมแค่โสดาเราแน่ใจเราไม่มีเปลี่ยนแปลงไม่หมุนเวียนไม่เปลี่ยนบ่นอีกแล้วเด็ดเดี่ยวในขั้นสูงสุดขนาดไหนเป็นโสดาอย่างยอดสุดไม่มีใครเจ็ดยอดเฒ่าแล้ว เป็นโสดาชั้นเรียกว่าโสดาชั้นอรหัตตผลก็ต้องเป็นโสดาชั้นอรหัตผลให้ได้ถ้าเรายังเป็นโสดาแค่โสดาหมายความว่าเป็นโสดาแค่ศตวรรษโสดานี่แหมโสดาท่านโสดาเป็นโสดาแค่แม็กสัตตาสัตว์ยิ่งใหญ่ซะด้วยนะเป็นโสดาอย่างโสดาใหญ่ภาษามันย้อนมันซ้อนลงไปสัตย์ขัดตัวหยาบยังเป็นสัตว์อยู่สรรพากรก็ตามยังเป็นสัตว์อยู่เขาแปลภาษาอังกฤษก็แปลว่ายังจะมาหมุนวนอยู่ในขอบเขตนี้แหละถึง เที่ยวก็ได้ก็ยังเป็นสัตว์ยังเป็นผู้ที่ยังไม่สูงสุดอยู่นั่นเองทีถ้าเป็นโสดาขั้นสูงขึ้นไปก็กำลังคนละได้เรียงขึ้นไปจนกระทั่งไม่ต้องวนอะไรมากแล้วถ้าวนกันถึงจะต้องเวียนวนกันไม่แน่จริงไม่เด็ดขาดเรียนกันถึง 7 รอบอย่างที่เคยอธิบายให้ฟังแล้วเราว่าเราจะหยุดกินเหล้าหยุดตั้งใจเด็ดเดี่ยวจะว่าแต่เปล่าประเดี๋ยวเดียวก็เหลาะแหละวนเวียนไปกินอีกละเอาอีกหน้าตั้งใจเอาใหม่อีกมันไม่เด็ดสักทีเด็ดมันไม่ขาดสักทีเด็ดเล่นๆแล้วก็ช้ำไปทำงานเด็กไม่ขาดเยื่อใยมันยาวยืดมันมากมาย เด็ดแล้วเดี๋ยวก็กลับมาอีกเด็ดอีกกลับอีกเด็ดอีกกลับอีกถ้าเด็กกันจริงๆเผด็จแล้วก็ไม่ได้เรียบร้อยสักทียังต้องเที่ยวหลายเที่ยวคือวนเวียนกลับไปอยู่ถึง 7 เที่ยวถ้าเจ็บเที่ยวนี้ยังเด็กไม่ขาดเลยยังมีเที่ยวที่ 8 อยู่อีกอ่ะอย่างนี้เอาไปเติมเหล้าเขาเรียกโซดาไม่ใช่โสดาแล้วไอ้พวกนี้มันขี้เมามันไม่ได้เรื่องแล้วเพราะถ้าเลย 7 เที่ยวนี้ยังเด็กไม่ขาดอีกไม่มีท่าและอีแบบนี้มันใจไม่จริงใจไม่เด็ดนี่ท่านให้อนุโลมให้แค่ 7 เที่ยวละพอแล้วนี่เป็นความพิสูจน์ว่าเป็นโสดาพ่ออย่าหมุนเวียนอยู่ถึง 7 รอบนี้จะเรียกว่าโสดาฉันต่ำที่สุดในภาษา ทีนี้ถ้าโสดาชั้นสูงขึ้นมาใช้เด็ดกว่านี้ไม่เอาไม่ถึง 7 นะถ้าดีขึ้นมานิดเดียวตั้ง 6 เที่ยวเขาเรียกว่าโสดาโกดังโคราชเหมือนกันถ้าโสดาท่านถึงละเอียดลออไปจนกระทั่งไล่ขึ้นไปได้สูงกว่านั้นก็ไล่ 5 4 3 2 วนเวียนแล้วแต่คนไหนก็ตามใจเพียงแค่ 5 เที่ยวก็ตัดไม่ขาดเรียนแค่ 4 เที่ยวก็ตัดเลขาหรือเรียนแค่ 3 เที่ยวตัดเด็ดขาดเพียงแค่ 2 เที่ยวกับไปขาดทะเบียน 2 เที่ยวตัดได้ขายก็เป็นโกดังคนละชั้นดีสุดโกดังโคราชนี่กำหนดเอาแต่แค่ 2 กับ 6 2-6 โกลาคนละเป็นพระโสดาบันที่ยังวนเวียนอยู่หยาบสุดก็ 6 เลยวนมาตั้ง 6 ถ้า 7 ก็เป็นสัจธรรมตัวถ้า 6 เขาเรียกว่าโสดาบันคนละอย่างหยาบมากถ้าหากว่าดีขึ้นมาอีกนิดนึงถ้า 4 ดีขึ้นมาอีกถ้า 3 ก็ดีขึ้นมาถ้า 2 ก็ดีสุดของโกดังคนละถ้าเป็นโสดาดีเยี่ยมก็หมายความว่ายังเวียนวนอยู่เหมือนกันแต่เวียนวนครั้งเดียวเรียกว่าเอกกับ PC Soda เอกกับ PC ฟังหน่อยนะมันซ้อนมันซ้อนเพื่อที่จะให้รู้อรหังอรหันต์เป็นตัวต้นเป็นตัวแรกถ้าอาตมาจะอธิบายอรหังนี่ พระพุทธเจ้าก็เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าจะไปอธิบายกันเองได้ยังไงล่ะมันตัวปลายเลยเพราะฉะนั้นมันต้องไล่ตัวต้นฟังให้ดีนะจะไปเอาอธิบายอรหังของพระพุทธเจ้าให้เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดยังไงพูดปุ๊บก็ขึ้น 2 ไฟล์ปั๊บมึงไม่ได้ขึ้นโดยไม่มีบันไดชั้นต้นไม่ได้เพราะฉะนั้นก็อธิบายชั้นต้นก่อนให้เห็นรู้ลักษณะของอรหังหรืออรหันต์ความลงตัวแล้วเพราะฉะนั้นคุณตัดกิเลสอะไรสัตว์สิ่งหนึ่งแล้วคุณก็ไม่เวียนวนในสิ่งนั้นได้ถ้าเป็นชั้นต่ำด้วยเหตุปัจจัยต่ำก็นั่นแหละเป็นพระโสดาและจิตของคุณก็ต้องรู้ว่านี่ของง่ายของรู้ได้ด้วยปัญญาฉันตื่นแล้วใจต้องเด็ดคนมนุษย์ คือใจเด็ดใจทำได้ไม่ใช่เอาจะรู้รู้แล้วทำไม่ได้ไม่ใช่คนบรรลุธรรมคนบรรลุธรรมเอาที่มันทำได้คนบรรลุธรรมน่ะเอาที่ทำได้นะสักแต่ว่ารู้ที่ท่านไม่เอาผลมิจฉาทิฏฐิถ้าไม่เรียกอริยะพ้นมิจฉาทิฏฐิพระพุทธเจ้าไม่เรียกอริยะมาเรียกอริยะกันจะต้องพ้นศักดาทิฐิเคยย้ำให้ฟังแล้วเหตุผลคนมิจฉาทิฏฐิไม่ใช่อริยะและยังเป็นผู้ที่เห็นความไม่เที่ยงของสิ่งที่แต่ก่อนเราเคยเห็นว่าเป็นตัวที่ถูกแต่ที่จริงไม่เห็นตัวที่เราหลงว่าถูกนั้นแท้จริงมันผิดนี่เรียกว่าเราไม่เที่ยงแต่ก่อนนึกว่าไอ้นั่นใช่ตอนนี้ ใช่แล้วนี่เราก็ปลดปล่อยปลดปล่อยระยะหนึ่งปลดปล่อยความรู้ชั้น 1 พ้นมิจฉาทิฏฐิได้เพราะถ้าพูดใดได้กระทำอะไรที่เป็นการตัดกิเลสแล้วไม่เวียนกลับไปเสพติดอีกเลยเพราะรู้ปั๊บตัดครั้งเดียวแล้วก็ไม่ไปอีกเลยเอกภพเก่งใหญ่ทะเบียนกลับก็เวียนกับโซดาเขาว่าเวียนกลับไปเสพติดแล้วก็ไม่เวียนวนอีกเพราะเหตุปัจจัยอะไรก็ตามที่มันอยู่ในฐานะอยู่ในชั้นตอนของเราเรารู้แล้วว่ามันเป็นของต่ำเราเลิกมาได้โซดาปฏิญาณพระองค์คุณแห่งโสดาคุณมีศีล 5 เป็นต้นเราว่าจะไม่ฆ่าสัตว์ก็ยังไม่ฆ่ามันอยู่ แล้วมันยังอยากฆ่าแล้วก็ค่าอดใจไม่ได้อยู่นั่นแล้วเวียนกลับไปฆ่ามันอยู่อย่างนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องนอกจากว่าเราฆ่าโดยไม่ได้มีความแกล้งไม่ได้ฆ่าโดยไม่ได้ตั้งใจเราจะพากเพียรเราจะพยายามไม่ให้มันสติตกมันจะสูงขึ้นและเราก็ไม่เจตนาเพราะงั้นคำแปลของพระพุทธเจ้าเนี่ยนะท่านแปลว่าพระอรหันต์มีคุณอะไรที่ยืนยันได้ชัดพระราชินีพระอรหันต์มีคุณหนึ่งไม่แกล้งฆ่าสัตว์ให้ตาย 2 ไม่แกล้งลักทรัพย์เพราะอาหารมีคุณยังมี 3 ไม่แกล้งละเมิดพรหมจรรย์ 4 ไม่แกล้งพูดปด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน