240713-3-095 ทางเอกภาค3-ตอน095(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์174 KB
วันที่แก้ไข20 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมพุทธศักราช 2524 ราชินีไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกปรมานเรียนต่อกันวันนี้วันที่ 13 วันที่ 14 15 ก็จะยังอยู่ที่นี่แต่ว่าวันที่ 14 15 ก็อาจจะไปสอนหรือยังไม่สอนยังไม่รู้เพราะว่าอาจจะต้องพูดเรื่องอื่นอย่างน้อยที่สุดวันพรุ่งนี้ก็จะต้องพูดถึงเรื่องที่เราจะไปทำงานกันบ้างวัน พรุ่งนี้ก็วันอังคารก็วันที่ 14 นะวันที่ 15 วันพุธไปก็จะได้พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับงานเกี่ยวกับอะไรต่ออะไรกันบ้างแล้วก็จะได้แยกย้ายกันไปจำพรรษาอีกก็วันที่ 14 ก็คงจะต้องเป็นวันที่พูดเรื่องอื่นไปเพราะงั้นวันนี้ก็จะขออธิบายให้หมดก็อาจจะไม่หมดทีเดียวจะทบทวนเพราะว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องรวบรัดรีบร้อนอะไรในการเรียนที่เราเรียนกันอย่างนี้เรียนกันไปจริงๆเรียนให้รู้ให้ลึกให้ซึ่งเรียนให้ละเอียดละออเพราะมันพูดได้ใส่ใจถึงครั้งถึงคราวที่จะเจาะ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เราดำริดีปรารภดีรู้ดีเข้าใจมาตั้งแต่สมาชิกที่แล้วเราก็ใช้ความพยายามใช้สติและก็ปรารภดำริเรียกว่าสัมมาสัมปะถูกต้องเหมาะสมเราก็ได้รับสิ่งที่เป็นสมาธิที่ดีเราก็จะได้รับเป็นส่วนมากเลยอาชีวะชีวิตของเราเนี่ยมันจะได้อะไรที่เกิดสัมผัสสะสมรับขึ้นมาดีถ้าผู้ใดไม่เชื่อก็ทดสอบเมื่อเราตั้งใจทำทำจริงๆทำถูกหลักของพระพุทธเจ้ามีอิทธิบาทพร้อมมีอารมณ์กินดีใส่ใจ วิริยะพากเพียรวิมังสามีแต่สารัตถะมีแต่มังสะมีแต่เนื้อตะกรันเข้าไปจริงๆมีแต่เนื้อแต่กันเข้าไปจริงๆพัฒนาๆแต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่ใส่ใจไม่รับประโยชน์อะไรเลยนอกจากนั้นไม่ได้รับประโยชน์แล้วก็เกิดโทษด้วยบางทีแหนงหน่ายเกลียดชังเบื่อระอาผลักไสแล้วก็หลีกเล่นกันไปมันก็ไม่สำคัญไม่สัมผัสไม่ได้รับประโยชน์ที่เท่าที่ควรกระทบทวนในเรื่องที่กำลังพูดถึงอยู่ม

อ่านต่อ

ิจฉาทิฏฐิ 10 เอ่อเมื่อได้อธิบายมิจฉาทิฏฐิ 10 ขึ้นมาใช้เวลา มาแล้วรู้สึกกันว่าตื่นตัวพวกเราหลายคนเปิดตาเปิดใจเพราะว่าได้อธิบายละเอียดขึ้นมาแทรกซ้อนชอนชัยมีธรรมะมีลักษณะธรรมมีอะไรต่ออะไรมากหลายเกิดได้อาตมาสังเกตได้ทั้งด้านจิตทั้งด้านปัญญาผู้ที่มีปัญญาฟังด้วยปัญญาด้วยดีมีปัญญารับรับได้เข้าใจดีมีอะไรต่ออะไรเพิ่มเติมขึ้นจริงๆถึงตัวทั้งนักบวชทั้งเขาว่าพวกที่มีเจโตรรับถึงปฏิกิริยาเจโตออกไปลึกจนเกิดอะไรต่ออะไรขึ้นมาอาตมารู้ด้วยอาตมา มีกันจริงๆส่วนผู้ที่คลาดแคล้วด้วยวิบากก็คลาดแคล้วด้วยวิบากจริงๆไม่ได้ฟังไม่ได้มีโอกาสไม่ได้รับมันก็เป็นวิบากของแต่ละคนไปจริงๆเราต้องระลึกทบทวนให้ดีที่ได้อธิบายถึงทิฐิมาจนกระทั่งขณะนี้ก็ตายขึ้นมาถึงที่ 4 ข้อที่ 10 แล้วด้วยแต่ถ้าใครตั้งใจฟังด้วยดีมีปัญญารับได้จริงๆก็จะรู้ว่ามีอะไรอะไรที่แจ้งชัดไหมลึกเปิดโลกเป็นการเปิดโลกขึ้นมาเข้าใจอะไรได้เห็นได้ลึกซึ้งได้จริงๆ เพราะว่าสัจธรรมที่เราหลงที่เราไม่รู้ที่เราไม่เข้าใจที่เรามองไม่เห็นซึ่งเราจะอาศัยตนเองก็ชักช้ากว่าจะเดินกว่าจะก้าวไปที่จริงน่ะเราอยู่ในขั้นสาวกภูมิมันก็ต้องตามผู้รู้ตามผู้รู้ตามพวกพี่ตามผู้ใหญ่แล้วก็ตามไปเราในฐานะสาวกก็ภูมิจะเป็นผู้รู้ได้ด้วยปัจเจกนั้นรู้เองเห็นเองเข้าใจได้เองอะไรเองนั้นมันยากอยู่เพราะฉะนั้นต้องมีทุนและผู้ป่วยทางผู้สูงผู้นำมันก็จึงจะไปได้ก็ไปได้ในขั้นตอนหนึ่ง จังหวะ 1 แล้วก็จะสะสมเป็นเหตุเป็นปัจจัยไปจนกว่าจะได้สะสมไปเป็นกลุ่มไปเป็นมวลที่มากพอมากๆพอแล้วมันจึงจะได้รับการที่ได้รับการตั้งมั่นเมื่อได้รับการตั้งมั่นมันจึงจะเป็นแก่นเป็นแกนของตัวเองไปบ้างมันก็จะค่อยๆปล่อยค่อยๆปลดค่อยๆเป็นเนื้อเป็นการสะสมในการสะสมเก้าอี้เป็นปริวัตรชนาวิโนนาเป็นสภาพรอบแล้วรอบแรกรอบแล้วรอบรอบจนเป็นรอบตัวรอบใหญ่จนกว่าจะแสดงผลเป็นสภาพของปัจเจกเป็นด้วย แม้ไม่มีใครจะมาชี้มันนะไม่มีใครที่จะมาหยิบออกมามาคุยมาแคะมันก็ออกมาเองเพราะมันมีเนื้อมีตัวมันมีกันมันมีสภาพที่ได้นั้นที่สั่งสมไปนั้นมากพอแล้วจะไปตกน้ำตกท่าตกนรกกับเวทีตกหลุมตกบ่ออะไรจบที่ไหนๆก็ตามแต่ก็จะมีฤทธิ์มีแรงขึ้นมาแสดงตัวออกมาได้วาระหนึ่งว่าละหนึ่งจะต้องขึ้นมาจะถูกวิบากจะถูกอุปสรรคไปรีบร้อนไปทำเป็นคอม ทำเป็นจับหมุนจับเวียนอะไรยังไงก็ตามใจสักวันหนึ่งเนื้อแก่นนี้ก็จะออกมาเองถ้ามันมากพอแล้วการสั่งสมการบำเพ็ญบารมีต่างๆเป็นของมีจริงโลกไหนโลกไหนก็จะต้องสะสมสังสาระมันสังหารโดยพยัญชนะในคลี่ให้ฟังแล้วว่ามันเป็นการประกอบสังประกอบสาระประกอบสาระสังสาระเป็นการหมุนเวียนขึ้นมาประกอบสังสาระเพราะฉะนั้นพระอรหันต์เจ้าก็ยังประกอบสาระสาระที่ ประกอบให้ผู้อื่นก็ย้ำให้ตัวเองเป็นโพธิสัตว์ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นซึ่งได้เน้นให้ฟังหลายครั้งหลายคราวแล้วว่าพระอรหันต์นั่นก็คือผู้ที่ตายตายปุ๊บก็เกิดปั๊บใครเคยได้ยินพระเกจิอาจารย์เก่าๆเล่าหรือพูดมาแล้วว่าการตายนี่ตายปุ๊บเกิดปั๊บไม่ว่าจะตายในลักษณะใดแม้แต่ศาสนาคริสต์เขาก็ยังพูดเลยพระเจ้าของสัตว์พระเยซูของศาสนาคริสต์ตายแล้วท่านก็ฟื้นตายแล้วก็ฟื้นตายเกิดมันจังหวะเดียวกันมันลักษณะเปลี่ยนถ้ายิ่งเป็นธรรมาธิการหรือเป็นธรรมในธรรมเป็นอภิธรรมแล้วมันยิ่งเร็วยิ่งตายปุ๊บเกิดปั๊บหรืออยู่ใน ตัวเดียวกันหรืออยู่ในตัวเดียวกันการเกิดและการตายการตายของผีตายอย่างสนิทมันก็ยิ่งเป็นพระอันสนิทฝังดินดีตามฟังดีๆแล้วก็จะเข้าใจสัจจะสาระยิ่งตายสนิทก็ยิ่งคือเกิดสนิทผีนี่ดับกลิ่นไม่เหลือเศษมีมีไม่มีเศษก็ยิ่งเป็นพระที่สนิททีนี้คนนี้ยังไม่ตายที่ยังมีเศษของอุปธิอุปาทิอุปสรรคยังเหลือเศษของส่วนเหลือคือรูปนามขันธ์ 5 เนี่ยผู้ที่ได้นิพพานแล้ว แต่ยังเหลือรูปนามขันธ์ 5 มันก็ยังมีธาตุรู้มันก็ยังมีสัญญามันยังมีเวทนามันจะมีสังขารมีวิญญาณมีธาตุรู้ใหญ่วิญญาณมันยิ่งจะรู้แจ้งรู้ชัดเลยพระอรหันต์นี่พอบรรลุแล้วมันสว่างไสวเลยสายเจโตบรรลุธรรมเนี่ยเจ๊โตแท้ๆนี่มันรู้ธรรมและสว่างเพราะมีปฏิกิริยาส่วนสายของปัญญาก็สั่งสมไปเรื่อยๆเพราะบรรลุก็ไม่ค่อยเหมือนเจโตไม่รู้ไปเขาก็บรรลุไปก็รู้ดีเห็นชัดแจ้งพอเวลาบรรลุสุดท้ายก็แจ้งเลยเห็นชัดเห็นจริง มีความจริงชัดแจ้งออกมาแต่ว่าก็ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความปิติยินดีของสายปัญญาก็ปิติยินดีอยู่แต่ว่าไปติดยินดีไม่เหมือนกันกับเจโตจึงไม่มีอะไรที่มันตื่นเต้นแจ้งชัดแล้วยิ่งเจอตัวลึกๆเจโตที่ไม่ๆๆมันอยู่ลึกๆในยิ่งทำให้ตัวเองมีปฏิกิริยาปฏิกิริยาแปลกมากเป็นอุทยานปิติเป็นสภาพที่เนื้อตัวก็ตกน้ำตาไหลกระโดดโลดเต้น เป็นได้เหมือนกันกับคนธรรมดานี่ลองสังเกตง่ายๆคนที่ดีใจคนที่ไม่มีสติสัมปชัญญะแล้วก็เคยตัวพอเวลาดีใจกระโดดโลดเต้นอย่างนู้นอย่างนี้นั่นแหละมันเป็นการดีใจที่แสดงออกมาทางกายซึ่งมันดีใจมากยับยั้งไม่อยู่มันมีภาวะที่เต้นตื่นเต้นปิติแรงนะอุเบกขาปิติกระโดดโลดเต้นเหาะลอยถึงขนาดลอยขึ้นได้เป็นได้นะลักษณะพวกนี้มีจริงเป็นจริงซึ่งมันก็มันมากไปมันแรงไปมันก็ไม่ค่อยดีถ้าเราจะว่าไปแล้วมันมากไปแรงไปไม่ค่อยดีเรา ก็ค่อยรู้ตัวแล้วก็ฝึกๆระงับค่อยๆทำให้มันปกติไม่ต้องตื่นไม่ต้องเต้นอะไรรู้เป็นรู้ดีก็ว่าดีแล้วมันก็จะก็เท่านั้นแหละจบๆแล้วมันก็เท่านั้นแล้วผู้ที่บรรลุผู้ที่เกิดจิตผู้ที่มีอะไรถึงจริงเป็นจริงมันก็มีลักษณะออกตามฐานจริงของจริงมีตามจริงเป็นจริงแล้วมันก็เท่านั้นมันก็ไม่มีอะไรแต่มันเกิดมันมีลักษณะมีลักษณะที่มีเหตุมีปัจจัยมีอะไรต่ออะไรที่เป็นของจริงถึงจริงก็เป็นไปได้อันนั้นรัฐบาลนี่มีภาวะอย่างนั้นมีภาวะ ที่ลึกยับยั้งท่านว่าท่านห้ามอยู่ที่วัดท่านเองท่านก็ห้ามไม่อยู่มันเป็นสภาพถ้าไม่ต้องถามอยู่ท่านห้ามมันก็ยังข้ามไม่ได้แล้วมันก็ยังเป็นอยู่น้ำตาออกอะไรก็ได้แล้วแต่หลายวันแล้วก็บอกให้รู้กันแล้วก็เป็นสภาพที่เป็นจริงเรามีอะไรกลายเป็นเครื่องวัดของเรานี่มีอะไรเป็นเครื่องวัดอาตมาใช้พวกเราเป็นเครื่องวัดอยู่เยอะซึ่งเคยแต่ก่อนที่พูดบ่อยเดี๋ยวนี้มันก็พูดนะเพราะว่าบ้าลิเกกันเยอะเพราะพูดไปก็ไม่รู้ก็จะทำ app รู้ทำเป็นมองนั่นอ่านนี่มันก็บ้ากันไปมันก็จะไปนั่งเพลงนั่งคิดโดยไม่รู้ตัวก็เคยเห็นชาว อย่าไปดูอย่าไปเอาไปคิดถึงคนอื่นไม่มีสิทธิ์คิดผมเคยบอกแต่ก็หลายคนไม่เชื่อไปเชื่อได้มองไปจะได้เอามาคิดเอามาตีความเอามาด้นอะไรก็ได้คนนั้นเป็นอย่างนี้ชื่อนั้นชื่อนี้เป็นอย่างนี้อันนั้นอันนั้นดูอาการนั้นซึ่งไม่ได้เพราะว่ามันเป็นต้องใช้ยานปัญญาชั้นลึกมันไม่ใช่มารู้มันรู้ส่วนตัวมันซับซ้อนมันแยกบวกแยกลบอะไรไม่รู้ได้ง่ายๆหรอกอธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าจะให้บอกยังไงบอกไม่ได้มันมันรู้ในตัวเองคนอื่นรู้ด้วยไม่ได้อันนี้เป็นบุคลากรที่ฐานจริงมันมีตัวจริงตามฐานะของผมเพราะฉะนั้นพวกคุณไม่ใช่ก็ต้องอยู่อย่างไม่ใช่ อย่าไปนั่งเดาผมมีเองผมรู้เองผมเข้าใจเองใครเป็นใครอะไรเป็นอะไรอะไรเป็นยังไงยังไงยังไงรู้อยู่เป็นจริงแล้วก็เป็นไปตามที่มันเป็นอันนี้คุณเขียนขึ้นมาในการเขียนตอนนี้ฉันมาหาที่พ่อท่านเขียนไว้ว่าผมมีปิติแรงช่วยผมด้วยอ่าท่านเขียนท่านเขียนก่อนออกลูกไปเมื่อกี้มันออกลูกไปแล้วผมก็เลยพูดตามหลังเขียนอันนี้ก็ทันก็รู้ตามกราบนมัสการก็ไม่มีคำว่าการก็ไม่มีงานระมัดเฉพาะท่านท่าน จิ๊กโก๋บอกว่าเกิดปิติในการฟังธรรมจนกลั้นใจไม่ได้เพราะสาเหตุตัวอย่างพ่อท่านว่าระงับไม่อยู่ว่างั้นท่านจะเขียนมาเราก็ก็บอกก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ค่อยท่านก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกมันก็อย่างนั้นแหละเราทุกๆคนน่ะมันมีฐานของตัวเองสั่งสมมันมีเป็นของตนของตัวมาแล้วมันก็ได้ไปคนละอันคนละอย่างมันมีมันเป็นของจริงไม่มีปัญหาอะไรแต่เราก็ต้องแก้แล้วก็ต้องพยายามอันนี้เรารู้ว่าเอออันนี้นะเหมือนกับเราปฏิบัติฌานปฏิบัติการมีวิตกวิจารณ์ก็คือจะเกิดปัญญารู้มิต้องวิจารณ์เนี่ยพอวิตกวิจารณ์นี่เป็นตัวที่จริงแล้วมันจะกลายเป็นตัวอย่างมิเตอร์วิจารณ์เนี่ยจะกลายเป็นตัวยานจะกลายเป็นตัว รู้ด้วยเหตุรู้ได้พ้นรู้ด้วยพฤติกรรมวิตกกะตะนี่แปลว่าเหตุผลจาระแปลว่าพฤติกรรมวิทั้ง 2 ตัวคือแต่ก่อนนั้นไม่รู้มีคือแต่ก่อนนั้นไม่รู้วินนี้มันแปล 2 อย่างเป็นความหมายของพยัญชนะแต่ก่อนนั้นไม่รู้พอเกิดยานพอถึงที่บรรลุมันก็เห็นเหตุเห็นผลที่ชัดแจ้งพฤติกรรมคือจาระนี้มันก็จะมีพฤติกรรมนั้นด้วยไม่ใช่เห็นเหตุเห็นผลด้วยเหตุผลเท่านั้นไม่ใช่ได้ส่วนเดียวไม่ได้ส่วนเหตุผลเท่านั้นไม่ใช่ส่วนรู้ไม่ใช่ปัญญาอย่างเดียวเป็นปัญญาด้วยและเป็นตัว จริงด้วยเป็นเจโตวิมุตติด้วยเป็นปัญญาวิมุตติด้วยมันจะลงตัว 2 ส่วนเลยวิตกร้องวิจารณ์พร้อมอยู่ในตัวเลยครบครันอยู่กับคันเลยมันจะเป็นตัวบรรลุสุดที่จริงมันจากอุเบกขานั่นแหละมันจะเป็นมาวิตกวิจารณ์มันย้อนไปย้อนมาเป็นอุดอนุโลมปฏิโลมย้อนไปย้อนมาอุเบกขาไม่ใช่ไปแช่ที่อุเบกขาถ้าใครแช่อุเบกขาไม่เกิดไม่เกิดวิตกวิจารณ์ที่เป็นยานไม่เกิดเพราะฉะนั้นศาสนาเดียรถีย์จึงไม่ล่วงล้ำไม่ล่วงล้ำถ้าผู้ใดได้รับยาได้รับอะไรต่อรายการจากพระพุทธเจ้าไปบ้างเป็นบารมีเป็นส่วนที่สะสมก็จะพอค่อยๆกระทืบก็จะขึ้นมา อุเบกขาเฉยอุเบกขาที่แช่เสพติดเนี่ยมันก็จะเกิดค่อยๆสั่งสมญาติขึ้นมาบ้างแต่ก็นานช้าเพราะมิจฉาทิฏฐิเพราะความเห็นไม่เข้าใจถูกต้องตามทางของศาสนาพุทธและเข้าใจสมาธิที่ถูกต้องด้วยไม่มีปฏิสนธิแบบสมาชิกเป็นสมาบัติค่อยๆสั่งสมไปเพราะสั่งสมแล้วตั้งมั่นเป็นสมาธิสถิติคือตั้งมั่นพอตั้งมั่นแล้วก็ต้องเพิกถอนสมาชิกเพิกถอนไม่แช่อิ่มเพิ่มหยุดเลิกจากอันนี้ได้แล้วรู้แล้วว่าเป็นได้เป็นจักรยานแล้วเลิกออกมาปฏิบัติอื่นเปลี่ยนไปอื่นฐานอื่นเขาเพิ่มแล้ว เราจึงจะเกิดรู้ใหม่เราจึงจะได้ใหม่เราจึงจะพบสิ่งใหม่สูงขึ้นไปอีกเลื่อนขึ้นไปอีกเป็นสมาธิสักการะเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นขยายขึ้นขยายขึ้นมากเข้ากระทำซ้ำซากไปมาวนเวียนทำอันนู้นได้อันนี้ได้ก็ทำซ้ำไปชวนไปแล้วก็ได้ใหม่อีกสอดร้อยเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเป็นทั้งเกาหลีอุจจาระให้เป็นไปอย่างเก่าก็ได้เป็นไปอย่างใหม่ก็ได้เป็นไปอย่างหลายอันก็ได้ข้ามเว้นก็ได้เป็นได้ทุกอย่างเป็นสมาธิสักคนจะรักเป็นได้หมดจนเก่งเป็นสมาชิกอภินิหารเก่งเชียวชาญมันเป็นจริงเป็นสมาชิกที่จริง เป็นสมาธิฤาษีไม่ได้เข้าใจสมาธิ 7 อย่างนี้ทำได้ก็นึกว่าไปแช่อิ่มที่อากินจันทร์ก็แปลว่านิ่งดับในสัญญานะสัญญาก็ร่ำร่ำรวยๆไม่มีแรงมีฤทธิ์อะไรรู้บ้างก็รู้ไม่รู้ก็ไม่รู้จะว่ารู้ก็ไม่ใช่จะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่แล้วมันเรื่องอยู่งั้นแหละแล้วก็หลับตาปี๋ก็ไปอยู่ในภพในภวังค์ซึ่งไม่เป็นอย่างพระพุทธเจ้าไม่เป็นอย่างสมาธิแบบลืมตามันเป็นสมาธิแบบลืมตาพระพุทธเจ้าตั้งแต่ยืนยันว่าถ้าชาญและต้องมีญาณท่านดับเมื่อไหร่ไม่ใช่ยาไม่ใช่ชาญถ้าไม่มียาเมื่อไหร่ไม่ใช่ชาญนัดปัญญาอินโนไม่มีปัญญาไม่ ไม่มีทางที่ไม่มีปัญญาชายของพระพุทธเจ้ายืนยันเลยเพราะฉะนั้นเราไปนั่งดับหลับตายิ่งไปแอบกินกันแบบอสัญญีดับไม่รู้เรื่องเลยไม่มีธาตุรู้เลยก็ถ้ารู้ยังไม่มีแล้วเอาปัญญามาจากไหนถ้ารู้ก็ยังไม่มีเลยนี่หมดสิ้นสกุลฌานก็คือไม่มีทานเพราะฉะนั้นในระหว่างที่อสัญญีนั้นไอ้นั้นนอกขอบเขตของอะไรแล้วเรียกว่าไม่อยู่ในฌานเพราะไม่มีธาตุรู้สมมุติเจ้ายืนยันว่าฌานต้องมีปัญญาไม่มีปัญญาไม่เรียกว่าชาญเพราะร่ำๆรวยๆยาอะไรก็ไม่รู้เรื่องมันก็ถูกศีลถูกครอบงำอยู่อย่างนั้นอาการอย่างนั้นไม่ใช่ฌานฟังความหมายอันนี้อันนึง ประการที่สะลึมสะลือนึกว่านั่งทรงไม่ได้อะไรไม่ได้อยู่งั้นนะเราคิดว่าตัวชาญอันนี้อธิบายฌานแบบฤาษีนะคือนั่งหลับตาแล้วก็ไปอยู่ในภวังค์ในภวังค์นี้ก็เป็นชานได้หลับตานี่ก็เป็นฉันได้ถ้าเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิโปร่งใสมีสติแล้วก็มีพิจารณาเกิดวิตกวิจารเกิดทบทวนบุพเพนิวาสานุสติญาณตุ๊ดตู่ประปาจะยานเกิดยังรู้ลึกถึงจิตใจตัวเองให้เกิดค่อยๆเกิดค่อยๆตามรู้อะไรได้ชัดเป็นฌานแต่ถ้าผมก็ไปนั่งเข้าไปก็ลำๆเลื่องลือๆอะไรต่ออะไรนี่นาไม่ค่อยมีตัวสติแล้วก็ไม่เป็นสัมปชัญญะมันจึงไม่มีปัญญาเมื่อไม่มีสติพอสัมปชัญญะทำงานไม่ขึ้นไม่ได้ปัญญา จะมาจากไหนญาณจะเกิดได้อย่างไรไม่ได้เพราะฉะนั้นขอบเขตของการสัสดีตกไปในระดับหนึ่งแล้วหมดฌานอย่าว่าแต่ไม่รับรู้ตัวเลยอย่าว่าถึงอสัญญีเลยอสัญญีนะมันแน่ๆพิสูจน์ให้คุณฟังแล้วว่าปราศจากธาตุรู้จะมีปัญญาได้อย่างไรพระพุทธเจ้าจึงเรียกว่านัตถิไม่มีไม่มีปัญญาแล้วเรียกว่าฌานไม่ได้ไม่มีทางใดที่ไร้ปัญญาเพราะฉะนั้นคุณนั่งหลับตานี้จะต้องเกิดปัญญาเสมอเป็นปัญญาสร้างสรรค์อยู่รู้แม้แต่นั่งอยู่เฉยๆก็ไม่ใช่โง่ไม่ใช่เซฟแต่ถ้าคุณนั่งเข้าไปแล้วไร้ปัญญาแล้วก็นำรุ่งเรืองร่ำๆรวยๆคุณก็พักผ่อนหรือติดหรือเศษถ้าคุณนั่งลำบากก็ไปก็ไปแล้วก็คุณก็ ไม่มีปัญญาอะไรไม่ได้ปัญญาไม่ได้ยานอะไรอันนั้นไม่ใช่ฌานฌานคือการสร้างปัญญาชายคือการสร้างปัญญาฌานคือตัวสบายปัญญาก็อยู่สบายจะพักก็พักสบายจะพักไปในทิศทางที่เราก็พักเราก็ธาตุรู้รู้ว่าพักนะเราพักไปมากไปน้อยเท่าไหร่เราก็รู้แม้สุดท้ายการที่จะกำหนดพรรคให้เป็นอสัญญีก็จะรู้ตัวอีกเรารู้ว่านี่เราพักจริงๆนะเราไม่ได้ก่อปัญญาเราไม่ได้ก่ออะไรก็เป็นธาตุรู้ที่รู้ว่าตัวพักแล้วก็กำหนดเอาเองก็กำหนดไปกำหนดนี่เราจะพักแล้วก็ไปดีแล้วก็พักดับอันนั้นเรียกว่าญาณกำหนดและก็พรรคพรรคตอนนั้นไม่ใช่ฌานดับอย่างงั้นไม่ใช่ชาญอย่าว่าแต่ดับบอกแล้วแม้แต่ขอบเขตแห่งสติ รำรำเรืองตกไปประมาณ 1 สติและสัมปชัญญะที่จะเป็นสภาพธรรมเป็นสภาพจิตต่อที่จะทำให้เกิดปัญญาสัมปชัญญะยังไม่พอเลยปัญญาจะมาจากไหนปัญญาจะหามาแต่ไหนไม่มีเมื่อไร้ปัญญาตอนใดไร้ปัญญาช่วงใดช่วงนั้นไม่นับว่าฉันแล้วเรียกว่าไม่ใช่ฉันแล้วฟังให้ดีนะแม้แต่นั่งหลับตานี่แหละหรือลืมตาก็เหมือนกันลืมตาเนี่ยคุณเองไม่เป็นปัญญาแล้วตอนนี้ถูกครอบงำแล้วถูกกิเลสครอบงำเป็นไปตามตามรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันครอบงำไปอย่างเงี้ยคุณเองคุณก็ไม่เป็นชาแล้วไม่เป็นฌานเพราะฉะนั้นจะ จริงแล้วล่ะก็ฉันนี้จะต้องให้มีปัญญาเป็นปัญญาที่แข็งแรงเพราะฉะนั้นปัญญาในระดับหนึ่งมันไม่ยังไม่แข็งแรงนักแต่มันก็ได้รับรู้รับรู้มากกว่าผีทางกิเลสผีทางกิเลสสู้ไม่ได้เกิดธาตุรู้ยังรู้ได้ระลึกรู้ได้เหตุมีเหตุมีผลมีอะไรขึ้นมาประมาณ 1 นั่นเรียกว่าก็เรียกว่าจะเรียกว่าชานๆก็พอได้เป็นชาญแต่แท้จริงแล้วต้องสติเต็มร้อยระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมพิจารณาต่อสัมผัสหรือตอบภพที่เราอยู่ภพที่เรารู้เป็นผู้ที่อ่าน Subject อยู่ตลอดเวลาจึงจะเรียกว่าฌานของพระพุทธเจ้าในพบนั่งหลับตาเข้าไปก็รู้ลืมตานี่แหละมันรู้ มันไปนั่งหลับตาแล้วมันก็เป็นอารมณ์เดียวกันมันแสนที่จะรู้ได้กระแสที่จะชัดเจนเพราะเราได้ฝึกตื่นๆไปหลับๆเราก็ยังมีญาณเราก็ยังมีปัญญาแล้วยังมีแสงสว่างไปในที่มืดๆมันก็เก่งมันก็สว่างเพราะเรามีแสงสว่างเรามีญาณเรามีปัญญาส่วนพวกมืดมืดเลยสาเหตุต่อมืดมืดค่ำมืดจะมีญาณก็มีญาณกำลังมึงลืมช้าก็ต๊อกแต๊กตกหลุมตกบ่อชนนั่นชนนี่หัวตกหัวโนๆบูดๆไม่เต็มๆหรอกพวกไปด้วยประเภทสายทางเจโตคลำๆนี่ไม่เคยเต็มๆมันไม่เดินถ้าใครเดินมาสายปัญญาที่กะของพระพุทธเจ้าแล้วสว่างไสว มาแล้วสะอาดสะอาดสะอ้านเก็บเล็กเก็บไว้แล้วละเอียดด้วยเจโตนี่ไม่ละเอียดแต่แรงส่วนปัญญานั้นตอนแรกไม่แรงแต่ละเอียดๆแน่ปัญญาเอียดตอนแรกไม่แรงแต่ถ้ามาถึงขีดเดียวกันขีดลึกถึงเดียวกันแล้วแรงกว่าเจโตอีกบรรยายบันทึกขีดเดียวกันแรงกว่าจะโดนอีกเพราะว่ามันแรงอย่างไม่สงสัยมันแย่งแรงอย่างชัดๆแรงอย่างแจ่มแจ้งนอกจากแรงและตรงเป้าด้วยปัญญาเนี่ยนอกจากแรงแล้วเป๊ะเลยตรงเป้าด้วยเพราะมันสว่างด้วยแล้วมันแรงชัดด้วยเต็มที่ด้วยมันหมดสงสัยเลยมันไม่มีอะไรที่จะมาสะดุดมา แน่ๆเลยมันมั่นแรงผัวะเลยเพราะถึงขีดเดียวกันแล้วแม่ปัญญานี่ก็แรงแรงกว่าเจโตด้วยแรงและเป๊ะด้วยแรงแล้วตรงเป้าเปรี้ยงด้วยเพราะมันสว่างด้วยส่วนตัวนะมืดๆอยู่นั่นแหละถึงแรงก็แรงเดาๆนะเพี้ยนๆเบี้ยวๆเพราะฉะนั้นเมื่อแรงเบาๆเนี่ยไปถูกนี่นะมันก็ถูกไม่ตรงหรอกเฉียดๆเพราะสังเกตตัวจะให้แทงยังไงจะให้แรงยังไงนะมันก็แรงไม่เหมือนกับปัญญาแรงแล้วมันทำให้จ้าด้วยมันแรงแล้วมันกระทบตรงเพราะปัญญานี่มันผลักเบนหรือว่าทำอะไรต่ออะไรมันสว่างมันมีปัญญาควบคุมมันกำไรว่า จริงๆมันก็เพราะพร้อมทั้ง 2 เมื่อมีแรงที่เท่ากันหรือไม่มีขีดที่เท่ากันมีกี่การบรรลุถึงที่จุดเดียวกันแล้วมันแรงมากกว่ากันอีกเพราะบารมีมีความกำไร 2 ส่วนเข้าไปประกอบมันเป็นปัญญาวิมุติด้วยเจโตวิมุตติ 2 ส่วนเจโตวิมุติปัญญาถ้าปัญญาแจ้งสว่างได้อีกเท่ากันอีกทีนี้เจโตมีปัญญาเสมอทางด้านปัญญาอีกเท่ากันมันก็เท่ากันมันก็ไม่มีปัญหาเพราะเจโตต้องทำปัญญาให้สว่างเราเป็นเจโตเราต้องหาปัญญาเราเป็นปัญญาเราก็ต้องหาเจโตเราเป็นปัญญาเราก็ต้องเข้าหาฐานะที่มันจะลึกเข้าไปถึงจิตถึงใจทำอย่างไรเราจะต้องสติสัมปชัญญะต้องควบคุมมีสติปัฏฐานอันมากเสมอ อย่าปล่อยปละละเลยแม้จะรู้เร็วรู้ไอ้นี่เยอะแยะกว้างขวางยังไงเราก็จะต้องอย่าเผลอจิตอย่าห่างจิตให้มั่นเลยในจิตของเราได้ฝึกตลอดเวลาเลยได้เพียรตรวจจิตจริงๆเราก็จะเกิดเร็วปัญญาถ้าทำสติปัฏฐานได้ถูกและไวไวมากเพราะว่าคิดถึงจิตเจโตก็เหมือนกันถ้าเกิดปัญญารู้ตัวแล้วทำให้เกิดสัมมาทิฏฐิแล้วก็ปฏิบัติธรรมอย่างสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ของพระพุทธเจ้าแล้วก็ไวเหมือนกันถ้าเกิดว่าถูกต้องทำถูกฐานถูกทางแล้วก็มีอิทธิบาทยินดีพอใจหมดสงสัยรู้จักกายะของตัวว่าตัวเป็นเจโตตัวก็ทำให้ตรงไม่มีมิจฉาไม่มีวิธีอิจฉามีศีลมีพระปฏิบัติ ศีลตามพระของเราดำเนินไปจริงๆสบายดีไหมองค์ 8 มีสัมมาทิฏฐิเป็นประธานมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติพญามีสติสัมปชัญญะเสมอแทนที่จะไปเสพอารมณ์ว่างเรื่อยๆเฉื่อยๆแฉะๆไม่มีสัมมาสังกัปปะไม่ดำริอะไรปัญญามันก็ไม่เร็ววาจาก็ไม่ค่อยพูดมันก็ไม่ไม่แล้วไม่คล่องทำงานไอ้ที่จะทำที่จะทำทั้งงานที่เพียรไปด้วยรู้ไปด้วยผัสสะมีสังวรอินทรีย์มีศีลมีสังวรมีสำรวมอินทรีย์มีโพชั่นยึดตามมีชาคริยานุโยคทำให้ตื่นตื่นตื่นตื่นตื่นตื่นตื่นตื่นขึ้นมันก็ไม่ตื่นเร็วเพราะมันก็ไปเฉยๆเฉยๆเรื่อยๆเรื่อยๆสำหรับเมืองมันก็ช้าไป อยู่นั่นแหละแต่ถ้าเผื่อว่าทำถูกต้องเลยมันกระปรี้กระเปร่ารับรู้ทวาร 6 นี่ฝึกซ้อมเข้ามาสัมผัสกิจการกัมมันตะการกระทำการงานส่วนมากมีชีวิตเป็นชีวิตจนทำอะไรก็เห็นได้ด้วยโลกโลกโลกโลกโลกรู้ว่านี่ออท่านมีอาชีพอันนี้ท่านมีงานอันนี้ท่านถนัดอันนี้ท่านทำอันนี้โลกรู้ด้วยมีทั้งงานนอกงานในและเราก็รู้เท่าทันทวารทั้ง 6 มีทั้งพฤติกรรมมีทั้งอะไรต่ออะไรด้วยเราก็จะไหวเหมือนกันเมื่อทำถูกสัมมารีมรรคองค์ 8 ทรัพย์สมาธิที่สั่งสมก็เป็นสมาธิที่เป็นอริยะสัมมาสมาธิได้เพราะทุกคนรู้ตัวเองเราเองเราเป็นผู้ที่ไม่ค่อยคบหา สมาคมกับกัลยาณมิตรไมโครฟารัดมิตรกับสหายหลบๆเพี้ยงๆแล้วก็ต้องพยายามเข้าครบแล้วเราจะเจอสัมผัสแล้วเราก็จะรู้ว่าโอ้ไอ้นี่เองนี่กิเลสเนี่ยนี่เองนี่เรายึดนี่เองนี่เราถือนี่เองที่เราไม่ยอมนี่เองที่เราเป็น 1 ฐานการ 2 ฐานมานะมันก็จะชัดขึ้นทั้งการก็ไม่มีสัมผัสผิดรูปติดรถติดดินติดเสียงจิตสัมผัสเองนี่ฐานมานะนี่ถือตนถือตัวนี้ถือดีมีจิตสงบมันก็ไม่ได้สงบแล้วตอนนี้ขณะนี้ไม่สงบกระทบสัมผัสเนี่ยเกิดไม่สงบเพราะโทสะเกิดไม่สงบเพราะปฏิฆะเกิดรู้นี่ไม่สงบเพราะราคะเกิดเพราะกามมันเกิดรู้มันสายกามสายมานะนี่เรามาหาพยาบาล รหัสโทรศัพท์สายมานะเนี่ยเคยอธิบายให้ฟังแล้วอภิชฌาวิศวะโลภะอุปกิเลสแน่นสาย 1 พยาบาทนั้นสาย 1 พยาบาลนี้ออกมาเป็นกองทัพอุปนาถไล่ออกมาหมดเลยเป็นปลาร้าสับไล่ให้ฟังหมดเคยอธิบายทบทวนให้ฟังมากหลายแล้วเรียกว่าปลดกิเลสจนไปถึงมานะอติมานะมะทะประมาทเลยพอมาทำประมาณเท่าไรหมดเป็นประเภทที่สั่งสมกลับไปหาพยาบาลอีกปฏิญาณกลับไปสั่งสมเป็นพยาบาลเองแต่คุณเองคุณไม่เข้าใจต่อจิตต่อเจอแต่สิ่งทั้งหลาย คุณก็ไม่รู้ตัวประมาทเมื่อประมาทพยาบาทเกิดผู้ใดประมาณแล้วก็พยาบาทนี่มาด้วยกันเสมอพยาบาลผู้เคืองผูกถือสาติ๊งต่องไว้เลยปลูกห้อยไว้เลยนะยิ่งจะอธิบายให้ฟังไปแล้วยิ่งลึกพวกนี้พวกอุปกิเลสเนี่ยยิ่งลึกซึ้งยิ่งมีอะไรต่ออะไรเนียนในนะที่เล่าที่กำลังพูดอยู่นี้ถึงจิตต่างๆไอ้พวกนี้ล้วนแล้วแต่คือศรัทธาโอปปาติกะรู้แล้วแต่คือสัตว์โอปปาติกะสัตว์วิญญาณสัตว์ The Six สัตว์โอปปาติกะมันเกิดมันเป็นจริงๆโดยคุณจะต้องอ่านต้องพิจารณาต้องเรียนต้องรู้แล้วมันจะละเอียดละเอียดเข้าไปจนเห็นว่าอาการอย่างนี้แตกต่างกับอาการอย่างนี้อาการโกรธแตกต่างกับผูกโกรธยังไงผู้ก่อหนี้โกรธนี่โกรธแล้วปล่อยมันโกรธแล้วยังยึดไว้ยังถือไว้ยังติดใจไว้ถ้าติดใจเอาไว้อาฆาตไปเลยเอาข้าวแล้วก็วนเวียนไปแปลพยาบาทได้เพราะฉะนั้นในหมู่ต้นพยาบาลโกธะอุปมานี่เป็นรอบ 3 รอบแรกรอบ 3 รอบแรกที่มันทำงานอยู่ที่เราจะรู้ละเอียด ต่างจากอุปทานและก็ตอนนี้ก็เกิดสังสาระแล้วแต่ไม่เป็นสาระไร้สาระหรือสาระเลวเคยได้ยินไหมคำไทยก็บอกว่ามีสารเลวคนที่สาระเลวสาระเลวนิยายแล้วสั่งสมเนื้อแก่นที่เป็นตัวเลวแล้วทำงานแล้วเกิดระบบแล้วเกิด 3 ตัวเป็นไตรลักษณ์เป็นระบบแล้วลงตัวสั่งสมลงสั่งสมลงรอบแล้วรอบเราสั่งสมเป็นอธิษฐานเป็นวาสนาอธิบายอธิบายเพราะมันเกิดรอบมันย้อนทวนนะอธิบายไม่ย้อนกลับเป็นอัดที่จริงมันไม่ใช่อัดที่มันวาสนาชั่วที่กำลังอธิบายนี่มันคือตัวชั่ว วาสนาชั่วสั่งสมลงไปเป็นพยาบาทเป็นโกธะเป็นอุปนายกเป็นการผูกโกรธเป็นการถือโกรธสั่งสมไว้ติดมีจริงอันเป็นจริงใครทำใครได้แต่มันไม่ใช่จะรู้ตัวง่ายๆนะคุณรู้ตัวยากเพราะฉะนั้นเราต้องมาผัสสะจริงและเกิดจริงแล้วรู้จริงๆแล้วปล่อยจริงๆนะคุณอยากแกล้งอย่ามาทำเหยาะแหยะหน่อยเลยขนาดปล่อยจริงมันยังไม่ค่อยจะออกเลยคุณเอ๊ยในเรื่องกิเลสที่มันยึดมันถือเนี่ยเพราะว่าเราปล่อยจริงๆแล้วกลับใจทำทั้งความรู้ตัวว่าปล่อยหน้าเราปล่อยนะให้จิตมันปล่อยนะย้ำมันแรงๆย้ำจริงๆแล้วก็รู้ตัวทั่วพร้อมว่าเราไม่มีนะเมื่อมากระทบเหตุเช่นเราโกรธคนๆนี้ พอมากระทบสัมผัสกับคนคนนี้อีกให้รู้ตัวเลยว่าอารมณ์ของเราไม่สนิทนะมันมีนะนอกไม่มีก็ไหนยังมีนะรู้ตัวปล่อยอีกปล่อยอีกไปหมดจะยังไม่หมดจะยังจางใครอีกทำจริงๆทำจริงๆอย่าเอาแต่เพียงเอ้ยฉันเข้าใจแล้วนะไม่เอาอ่ะแค่อ่อนๆอย่างงั้นมันจะได้ผลมากอะไรทำจริงๆเข้าสู้จริงๆสัมผัสจริงๆมันจึงจะเป็นของจริงแน่ของพระพุทธเจ้านี้มีปัจจุบันมีจริงๆเจ๋งๆเลยไม่ใช่เดินไปนั่งเลี่ยงๆทำเจ๋งๆแล้วมันรู้จริงๆด้วยเป็นปัจจุบันนั่นเที่ยวชาวนาโตะวิหารราตรีเป็นการรู้เป็นการเห็นอยู่ปัจจุบันนั้นเชียวเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้เลย แล้วมันใครจะไปโกหกใครตัวเองรู้เป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิรู้ด้วยตนอยู่แท้ๆหิริแปลว่าแท้ๆโอ้โหตรงๆเจ๋งๆอยู่อย่างนี้จะไปโกหกตัวเองได้ยังไงมันของจริงเลยเพราะว่าผู้ใดมีปัญญาจับจิตจับใจจับใจแต่สิ่งจับอารมณ์ละเอียดลออได้เท่าไหร่ก็เห็นทุกตัวเห็นพยาบาลเห็นโกรธเห็นอุปนาถเห็นตัวมัคคะที่ลบหลู่คุณท่านเห็นเลยว่าตัวลบหลู่คุณเขาเกิดจะฮึดขึ้นมามานะมันจะเริ่มถือตัวแล้วทั้งๆที่คนนี้เป็นอาจารย์ลบหลู่คุณอาจารย์มันก็เกิดมานะยิ่งใหญ่ต่อไปไม่เคารพนับถือได้ปลาราศีตัวขึ้นเสมอเรื่อยเฉียบเท่าขึ้นเรื่อยๆเพี้ยนนั่นเองปลาร้าสามีแปลในภาษาใหม่สมัยใหม่เขาเนี่ยแปลว่า มันจะเพี้ยนแล้วมันจะไม่จริงไม่จางแล้วปลาร้าสับเพี้ยนก็มากๆก็วิปล

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน