240814-3-105 ทางเอกภาค3-ตอน105(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 14 สิงหาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอาจจะอ่านพระไตรปิฎกมังคุดกรณีการนิมมานซึ่งเป็นพระบาลีหมวดแร่เป็นบทที่ 1 เอกก็ทำจะแปลว่าหมวดเอกก็ได้จะอ่านให้ฟังตอนนี้จะพยายามเน้นเรื่องการเรื่องมหาจัตตารีสกนั้น อธิบายต่อไม่ได้หรอกขณะนี้เพราะว่าพวกคุณยังไม่ได้ฟังในลำดับที่ไล่ๆๆมาอธิบายหมายถึงเยอะเพราะว่าจะตะลุยไปซับซ้อนตอนนี้ไม่ได้ก็ต้องพักไว้มันอาจจะตีเพราะว่าคุณจะต้องเก็บตามเท่าไหร่ก็ต้องตามมาฟังตามมาตามมาจนกว่าจะมาถึงตอนนี้ด้วยกันแล้วก็ถึงจะอธิบายต่อไม่งั้นรักลั่นแล้วก็ไม่รู้เรื่องเพราะว่ามีฐานฐานมันเสริมมาตั้งแต่สัมมาทิฏฐิสัมมาสังกัปปะสามารถร่วมกันทับทับขึ้นมาถ้าไม่มีฐานไม่รู้เรื่องอ่ะเพราะหลังๆยิ่งอยากอธิบายหน่อยแต่ยิ่งละเอียดเป็นต้นๆหน่อยสมาชิกมันเรื่องของจิตเรื่องของเงินเลย เป็นวาจาเป็นการงานเป็นอาชีพแล้วมันหยาบขึ้นอีกเยอะเลยมันจะอธิบายพวกนี้โดยไม่มีฐานละเอียดของจิตที่เราจะตั้งประพฤติโทษที่วางรากฐานลงไปในโน้นเวลาเราทำงานทำอาชีพทำการงานกัมมันตะคำวาจาโดยไม่มีฐานจิตตรงนี้มันถึงเละเดี๋ยวจะอ่านพระสูตรอันนี้เนี่ยไปให้ฟังแล้วเราจะรู้ว่าการปฏิบัติธรรมไม่มีทานการปฏิบัติการงานไม่ใช่การปฏิบัติธรรมการปฏิบัติการงานโดยไม่มีงานพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านไม่เล็งเห็นสิ่งอื่นทำอื่นแม้อย่างหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์ใหญ่ประโยชน์ยิ่ง เพราะว่าจิตใจไม่ได้อบรมถ้าไม่เห็นว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงเพราะว่าถ้าพูดได้ไม่อบรมจิตท่านบอกว่าจิตนี่เราจะต้องอบรมก่อนเมื่ออบรมจิตแล้วจิตเป็นฌานน้อยมากก็ตามให้เป็นแล้วก็เป็นจริงๆแล้วก็จะมาพอสมควรถ้าเป็นชานี่ก็ถึงขั้นมุทุตาหรือเป็นขั้นได้อบรมมาทีเดียวอาจจะเรียกว่ามีภาวิตาภาษาบาลีภาวิตาภาวิตาภาวะนั่นแหละภาวนานั่นแหละแต่ว่าเรียกว่าภาระคื
อ่านต่อ
ออบรมแล้วขั้นนึงก่อนอบรมไม่ไปพอสมควรถึงเข้าขั้นเป็นทานถ้าเรียกว่าปลาดุกภูตะ มุทุภูตะที่เราเคยพูดกันบ่อยๆก็เวลาเขาผันผันเป็นเนี่ยผันเป็นภูตะภูเตภูตังอะไรก็หันเข้าไปออกทีนี้เราเอามาพูดมันติดมาจากประโยคนู้นก็ใช้บลูทูธหูเตะมาติดปากของมนุษย์ผู้ตายถูกๆเต็มๆคำก็หมดทุกข์พูดตามหรือเปล่าเดี๋ยวเดี๋ยวจะถึงวันนี้จะอ่านเฉพาะฌานเนี่ยอบรมไอ้เรื่องของฉันนิดหน่อยผ่านแล้วก็จะไปย้ำตรงที่พอเวลาจิตที่มีอบรมแล้วแล้วก็จะขยายจริงๆอธิบายมาแล้วในที่นอนและมีอธิบายไว้หลายม้วนมีอยู่หลายๆอันแต่วันนี้ก็ต้องอธิบายอีกเพราะว่ารุ่งเช้านี้ไม่ใช่เรื่องเล่น พูดกันแล้วเราก็จะต้องทำกันให้ได้ถ้าเราทำชาขี้ยานี้โยคะไม่ขึ้นฐานนี้ไม่ขึ้นผมเองก็ได้เพียรเพียรมาหลายทีแล้วว่าจะทำยังไงที่จะแก้ฉันตอนกามปฐมพยาบาลผมก็ไม่ไกลกับพวกคุณเพราะว่าเราเป็นฐานต้นของการปฏิบัติการอบรมซึ่งเราก็ได้ใช้ศีลใช้สมาธิได้สมาธิในด้านฐานกามกันมาพอสมควรจะเหลือเศษเหลือเลยอะไรก็ปราบกันไปในฐานหนึ่งแล้วแต่ทีนี้จะเหลือเศษเหลือเลยนี่แหละถ้าเราไม่มีฐานจิตที่เป็นชาคริยาเป็นชาวขี้ยาที่สูงขึ้นจิตที่ตื่นมากขึ้นหรือมีกำลังทานที่สูงขึ้นเราก็จะปราบไปตามเชื้อเศษพยาบาทที่เหลือเศษไม่ออกอีกแหละเพราะเราจมอยู่ที่ เรามีวัตตะอยู่แค่นี้จมอยู่ที่ถินนะเพราะฉะนั้นไอ้ที่จะปราบขึ้นต่ออีกไม่มีพิษจิตจะมีฤทธิ์จิตจะมีอภิญญาอะไรได้เพราะมีฌานไม่มีชานไม่มีอภิญญาแล้วก็ไม่ใช่อภิญญาเดรัจฉานวิชาด้วยเป็นอภิญญาที่คุณจะปฏิบัติมีวิปัสสนาญาณหรือญาณทัสสนะลงท้ายด้วยวิเศษด้วยเกิดประโยชน์มโนมยิทธิเพราะมีชายเป็นวิชาที่ 1 จึงจะเกิดญาณทัศนะหรือเกิดวิปัสสนาญาณเป็นวิชาที่ 2 และจึงจะเกิดมโนมยิทธิเป็นวิชาที่ 3 หรือเป็นอภิญญาอภิญญาที่ 1 กันยายนที่ 2 ที่ 3 อภิญญาที่ 1 ก็คือชาญชาญเป็นฐานชานเป็นวิชาหนึ่งหรือเป็นอภิญญาข้อที่ 1 ใน 9 ติดตามตำราของพระโพธิรักษ์นะถ้าตามตำราของที่อื่นก็ฌานเขาไม่นับเขาเป็นอภิญญาเขาไม่นับเป็นวิชาเค้านับวิปัสสนาญาณหรือญาณทัศนะเป็นวิชาที่ 1 ซึ่งเป็นอภิญญาอันที่ 1 นับไม่ยอมมายึดที่เป็นวิชาชีพ 2 หรืออภิญญาที่ 2 ติดทีวีเป็นวิชาที่ 3 เค้านับอย่างนั้นแต่ของพระโพธิญาณจัดการเป็นวิชาชีพที่ 1 อยากจะชนะหรือวิปัสสนาญาณเป็นฌานเป็นวิชาที่ 2 หรือเป็นวิชาที่ 2 มโนมยิทธิเป็นวิญญาณที่ 3 ติดทีวีเป็นวิชาที่ 4 โสดทิพย์เป็นวิชาที่ 5 เจโตปริยญาณเป็นวิชาที่ 6 บุพเพนิวาสานุสติญาณเป็นวิชาที่ 7 ตุลาคมเป็นวิชาที่ 8 อาสวักขยญาณเป็นวิชาที่ 9 จบไม่เกินกว่านี้ในโลกนี้พระพุทธเจ้าท่านบอกมีวิชาเท่านี้สูงสุดแล้วส่วนใดได้ฉายาอื่นนั้นไม่มีหรือแม้แต่จะมาอธิบายวิชาทั้ง 9 นี้วิชาทั้ง 8 นี้หรืออภิญญาทั้ง 6 นี้แล้วแต่ก็จะเรียกนะแล้วก็จะแบ่งเอาไปอธิบายเป็นเดรัจฉานวิชาก็เรื่องของเขาเราต้องเข้าใจให้ได้ว่าจะได้ฐานวิชาแยกออกจากพุทธวิชัยอย่างไร พระอริยเจ้าของพระพุทธเจ้านั้นต้องมีวิชาทุกคนไม่อวิชชาหรือมีอภิญญาทุกคนไม่อันละภิญญาต้องมีอภิญญาและต้องมีหรือต้องมีวิชาต้องมีจริงๆมีชายมีวิปัสสนาญาณมีมโนมยิทธิมีอิทธิพลที่มีเจโตปริยญาณมีบุพเพนิวาสานุสติญาณมีจุดประสงค์อุปาทานและมีอาสวักขยญาณจึงจะบรรลุธรรมไม่มีแล้วบรรลุได้ไงโยนทิ้งเดชรัชกาลที่ 3 แต่เพราะว่าจะเอาปัสสาวะขยะเอาไงอ้าวมันได้ยังไงแล้วไม่มีบันไดไปเลยแล้วไปเอาไงส่วนอันนู้นเป็นเดรัจฉานวิชาผมว่าถ้าใครเข้าใจเดรัจฉานวิชาเป็นความหมายของอภิญญาพุทธคนนั้นก็ออกนอกทางแล้วไงเพราะว่ามันความหมายมันเข้าใจผิดเป็นเดรัจฉานวิชาแล้วมันจะมาถึงอาสวะพยายามได้ตรงไหนเพราะมันไม่ไปเป็นบันไดให้เข้าใจไม่ถูกนี่ไม่มีสมาธิเพราะใครจะบรรยายบอกว่าพระอรหันต์ของพระพุทธเจ้ามีฌานก็มีไม่มีฌานก็มีนั้นเป็นคนอธิบายชาแบบฤาษีก็ใช่เหมือนกันชาร์จแบตไปซื้อก็นั่งหลับตาปี๋เป็นอันดับ 1 เข้าไปก็บางคนไม่ได้นั่งเลยพยายามทำพระพุทธเจ้าซ้อมกันไปนั่งหลับตามาจากไหนไม่เคยไปนั่ง เอามาเป็นพระอรหันต์แล้วเพื่อนเค้าจะใส่อีก 50 กว่ามาเรียนกับพระพุทธเจ้าก็เพื่อนๆกินๆเล่นๆเพียวๆกันน่ะตามประสาตามประสาเศรษฐีเพื่อนก็เพราะจะสั่งพระช่วยของย่าสามมานพมาเรียนกับพระพุทธเจ้าอีกอ้าวเป็นพระอรหันต์อีก 50 กว่า 50 กว่ารูปไม่ได้ไปนั่งหลับตาที่ไหนไม่นั่งไปที่ทำฌานที่ไหนก็เป็นพระอรหันต์ทั้งนั้นก็ได้เป็นโลกุจะได้โดยไม่มีเจตนาโดยไม่มีการไปนั่งหนึ่งอะไรดูพักให้จดจ่อจดจ้องหรือโดยตรงก็เจอตัวสมถะแบบคือสีเลยโดยเข้าใจผิดไปเลยไม่เป็นโรคอุจจาระเป็นเจโตจะมาทำแบบฤาษีที่สอนคุณทุกวันนี้สอนเจโตสมถะที่เป็นพุทธ เจโตสมถะฤาษีนั้นผมยังไม่ได้สอนเลยนะมีแต่ผมอธิบายไว้ด้วยเหตุผลให้รู้ว่าเหตุผลและการอธิบายความหมายของเจโตสมถะแบบฤาษีนั้นเป็นอย่างไรผมก็อธิบายไว้นั่งหลับตาเข้าไปแล้วก็ไปเป็นอารมณ์ยังไงยังไงเป็นรูปบัญชาผมก็อธิบายไว้เพราะผมเองเคยเล่นไม่ใช่ว่าไม่เคยเล่นเคยรู้เคยเรียนภาษาเขาด้วยเคยเล่นด้วยเคยฝึกมาแล้วด้วยเคยได้ด้วยแล้วก็เข้าใจแล้วก็ไม่ได้เอามาเล่นอีกแล้วก็มาสอนคนนี้มาสอนเจโตสมถะที่จะเป็นฐานเสริมไม่ใช่สอนเจโตสมถะประเภทที่ฤาษีแต่ทีนี้เมื่อคุณทำเจโตสมถะแบบของพุทธ ได้แล้วคุณไปนั่งหลับตาแล้วก็ทำแบบเสียใจตัวสมถะฤาษีตามความหมายที่คุณเข้าใจแล้วนะไปหัดทำเอาหมูมาขอให้คุณได้เจโตสมถะที่ว่านี้ดูโดยเป็นชาญเป็นชายเป็นบาทฐานชั้นคุณรู้ยังจับชัดยังแน่ใจส่วนพวกโลกุตตระที่ปฏิบัติสติปัฏฐานนั้นจะมาเรียกฌานแบบที่ให้อธิบายชัดนั้นน่ะบางคนที่มีปฏิภาณดีอธิบายได้บางคนไม่มีอธิบายไม่ได้ก็ไม่รู้ก็มีกำลังพอที่จะจับจิตแล้วก็ปฏิบัติสติปัฏฐานสำรวมอินทรีย์มีศีลมีสำรวมอินทรีย์อย่างพวกเราปฏิบัติกันมาอยู่แล้วไม่ได้นั่งหลับตาหลับแต่อะไรแล้วก็ได้ละได้ลดได้จริงๆพวกเราก็ละลดได้มาแล้วเพราะว่าปฏิบัติถูกสัมมาอะระหังองค์ 8 ปฏิบัติ ทิศทางของพระพุทธเจ้าได้มีทานอยู่ไม่ใช่ไม่มีแต่ว่าไม่ใช่ไม่ใช่เป็นคนที่จะมารู้รายละเอียดเท่านั้นเองก็จึงมาจับพูดไม่ได้แต่ไม่ใช่ไม่มีบาดฐานว่าเป็นชาญมีบาดฐานเป็นฐานไม่มีฌานปฏิบัติธรรมไม่สำเร็จจะมีฌานกำลังน้อยหรือกำลังมากก็ตามเพราะฉะนั้นบางคนมีฌานกำลังไม่มากนักก็ปฏิบัติได้แล้วคือหมายความว่าเรียนรู้นิวรณ์เป็นอย่างนี้นี่เป็นเชิงการไม่เป็นอารมณ์กามเป็นอย่างนี้เป็นอารมณ์พยาบาลเป็นอย่างนี้แล้วเวลาคนไม่ได้นั่งหลับตามันจะไปมีสีนั้นมีทางให้วุ่นวายอะไรมากมายโดยเฉพาะพวกฆราวาสเขานี่ไม่อ่ะเขามีแต่อารมณ์ตื่นเขาจะตื่นกับการตื่นกับพยาบาลตื่นกับโทสะโลภะราคะโทสะอะไร แล้วเขาก็จะสร้างสรรค์เราก็บอกเออนั่นแหละคุณวุ่นวายนักราคะโทสะนั่นแหละด้วยเหตุปัจจัยอะไรเราก็สอนไปด้วยเหตุปัจจัยแต่ละระดับตั้งแต่อบายมุขมาจนกระทั่งลาภยศจนกระทั่งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรแล้วก็สอนแล้วก็เขาก็สำนึกสัมผัสเมื่อไหร่แล้วก็สำนึกสัมผัสเมื่อไหร่เขาก็สำนึกลดละจางคลายลงมาลดละจางคลายลงมาเขาก็จึงได้โดยสติปัฏฐานได้โดยวิปัสสนาลืมตาสติปัฏฐานลืมตาโพลงๆมีสัมผัสมีสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ทำอยู่จริงๆเพราะจึงล้างรถได้เวลารถได้แล้วเขาเองก็ไม่ได้มาเป็นคนที่มาได้ยินได้ฟังในเรื่องที่จำเป็นต้องสร้างเพราะว่าตัณหาอยู่ในภพ พวงมาลัยไม่ต้องไปที่นี่มีอุปทานสงบแล้วก็สนุกอร่อยอะไรนะก็ไม่มีนะอย่างพยาธิก็ไม่สงสัยอ่ะเค้าไม่มีเพราะเขาไม่มีอุปทานในจิตแต่พวกใดก็ตามแต่ใครก็ตามแต่เรียนมากรู้มากไปหาอาจารย์โน้นไปหาอาจารย์นี้แม้แต่อ่านหนังสืออ่านตำรามาว่าโอ๊ยชาญมันต้องเป็นอย่างนี้เป็นความเข้าใจผิดมาเป็นมิจฉาทิฐิเหมือนเดิมพอมานี้จิตมันก็เอียงเองเข้ามาว่าเออมันก็หยุดที่กลายเป็นสีขี้เกียจเอาแต่ยังงงๆเงยๆมดอะไรๆก็ไม่เอาตามนั้นก็มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันปล่อยมาแล้วมันไม่ใยดีแล้วลาภยศมันก็ไม่เอาอะไรก็ไม่เอาหรอกมันจะไปไหนมันก็นั่งเงียบไปเลยไม่มีอะไรไม่เอาอะไรหมดไป ใต้บาดาลเท่านั้นเองมันก็เป็นแต่ถ้าเราเข้าใจแล้วไม่ได้มุดก็ไม่ได้ไปเที่ยวได้ผวาวุ่นวายอยู่กับโรคกามโรคของโลกเขารูปเราขึ้นเสียงสัมผัสได้ลาภยศอะไรเขาก็ไม่ดีวุ่นวายไม่เข้าเรื่องมาวุ่นวายด้วยไม่ได้แล้วเจ็บเป็นที่ดินติดดับดิ่งลงไปในบาดาลก็ไม่ได้พระพุทธเจ้าไม่ให้ไปอัตตะกินเลยมาถามในโลกน่ะเป็นอัตราเร่งไม่ต้องเป็นอัตตาออกมานี่ก็เป็นกามต้องอยู่ระหว่างกลางต้องอยู่ระหว่างกลางเพราะถ้าฟังตามได้มันเบาบางบ้างพวกเรานี่สบายโชว์ได้เรื่องตามเรื่องพยาบาลไม่ค่อยจะจีจ๋าอะไรเรียกว่าโชว์ได้แม้จะเป็นฆราวาสมาที่นี่ก็จัดการรีดได้ มีพักมีพวกมีมูลและรีดกามรีดพยาบาทกันได้พอสมควรรุนแรงนะแต่ยังมีปฏิกะอยู่บ้างก็ดีมันก็เป็นธรรมดาของฐานฐานเศรษฐกิจฐานก็ต้องมารีบราคะกามราคะกับปฏิกะก็ของแน่ละส่วนฐานโสดานั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรทีนี้ส่วนฐานธนาคารธีมะเนี่ยแต่ไม่ได้พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกคุณเป็นพระอนาคามีนะอย่าเพิ่งเข้าใจผิดอีกย้ำอย่าพึ่งนะพระนาคามีจริงๆนั่นน่ะไม่ได้มานั่งโง่ๆๆเห็นอยู่เนี่ยมันเป็นเพราะกามส่วนเพราะว่าพ่อมาอยู่ข้างในมันมีจิตเป็นอุปกิเลส ธนาคารมีนะไม่มีอะมะนะสิกานต์ไม่มีทีนะมิติทะไม่มีสัมพุทธัสสะไม่มีอภิระไม่มีทุนทุนละในเรื่องพวกนี้ถูกจะลาแปลว่าความเสื่อมแปลว่าความต่ำแปลว่าฐานสถุนจัดว่าเป็นสถุนของธนาคารเหมือนเราจะต้องมีจิตเต็มมีจิตตั้งมั่นเป็นฌานพระอนาคามีต้องมีฌานรูปประทานรูปประชานเรียกว่าฐานพรหมฐานพรหมคือฐานพระอนาคามีธนาคารมีกระเพาะอาหารนี่เป็นฐานร่วมกันพระอรหันต์อาศัยฐานพรหมใช้ทรงอยู่แต่จิตว่างส่วนพระอนาคามีนั้น ติดอยู่ที่ฐานพรมขึ้นสู่อรหันต์ไม่ได้ติดอยู่ที่ฌานติดอยู่ที่ความเป็นสภาพที่ไม่เป็นกามแล้วแต่อยู่ในภพทีนี้ถ้าเผื่อว่ายังโง่ๆๆออกมาจนกระทั่งข้างนอกอย่างนี้ไม่ใช่ฉันเพราะฉะนั้นคนจึงเป็นหนักเรียนโดยเฉพาะมานั่งหลับตาไม่ให้ก็ง่วงแล้วก็อยู่ในภพโน้นทั้งๆที่การก็หมกไว้พยาบาลก็หมกไว้เพราะฤาษีก็เลยหมดกรรมหมดพยาบาทไปเอาไว้ก่อนฉันจะมาอยู่กับภพเลยมาเกิดภาวะตัณหาอีกนิดนึงปัญหาในภพก็นั่งเข้าไปอยู่ในภพคือภวังค์ก็เลยกลายเป็นได้ภวังค์ทำฝึกเอาฝึกเอาก็ได้เพราะว่านั่งเสวยอารมณ์ความหวังแล้วเขาก็จะนั่งเสวยอารมณ์พอวางแล้วๆเล่าๆไม่มีการหยุดนั่ง นั่งเสพนะไม่ใช่นั่งฝึกไม่ใช่นั่งอะไรหรอกนั่งเซฟฝึกเก่งแล้วก็นั่งเสพนั่งเข้าไปเสพถ้าไม่ได้เสพมันก็เหมือนกับฟินน่ะมันก็ไม่สุขเดี๋ยวจะไปผวาคว้ากามอีกเพราะว่ากล้ามน่ะหมกไว้ไม่เสพกามแต่มาเสพพบฤาษีจึงปฏิเสธจะพบเห็นนั่งหลับตาตายเลยก็ตายมันก็ไม่ได้ล้างหรอกนะเป็นแต่เพียงบอกไว้เพราะฉะนั้นจึงเวียนกลับได้พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าศาสดาน่ะถึงศาสดานี้ไปอยู่แล้วป่าเขาถ้ำนู้นก็ดีแล้วก็มีคนคฤหาสน์เขาอุตส่าห์ตะลอนตะลอนบุกบั่นด้วยก็รหัสบุกมันเข้าไปหาเพราะไป แตะสัมผัสพูดคุยกันนิดหน่อยฟุ้งเลยกลับเวียนกลับแล้ววุ่นวายแล้วเสื่อมแล้วอย่างนี้เป็นฐานะที่มีได้แม้เป็นศาสนาจะบอกว่าเราแน่ๆมันๆเป็นศาสดาแล้วด้วยนะไม่แน่ไม่มันยังไงยังเรียนกลับลูกศิษย์ของศาสดาสาวกของศาสดาก็ในระยะเดียวกันไปอยู่แล้วสู่ป่าก็ดีเสร็จแล้วก็โดนคฤหัสถ์บุกมันเข้าไปหาก็วุ่นวายใจได้แล้วก็เปลี่ยนกลับออกมาเสื่อมลูกศิษย์ทีนี้ก็แม่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าถ้าสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสู่ป่าแล้วก็ดี พฤหัสบดีปลูกปั่นเข้าไปหาพระพุทธเจ้าไม่เสื่อมพระพุทธเจ้านะแต่สาวกของพระพุทธเจ้าไปสู่ป่าแล้วก็ดีมีคฤหัสถ์หมู่บ้านเข้าไปหาอุปัชฌายะเสื่อมได้เหมือนกันนี่เป็นความเสื่อม 3 ประการเพราะฉะนั้นระวังแต่ว่าเราเป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้าเมื่อพระพุทธเจ้าไหมพระพุทธเจ้าสมัยอยุธยาก็ไปหาเลยเราอยู่ที่นี่ต่อหน้าทำอะไรเราไม่ได้เพราะเป็นโลกุตตระแต่ส่วนฤาษีนั้นไม่เที่ยงไอ้เที่ยงหรอกครบพฤหัสไม่ได้สัมผัสสัมผัสไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่เหนือโลกมีโลกนี้มันห่างไปแล้วก็ลืมๆมัน จึงไม่ปรุงเท่านั้นเองมันจึงไม่กลับทับมันก็หินทับหญ้าหมกเอาไว้แล้วใครไปคุยปั๊บก็ขึ้นเพราะว่ามันไม่ได้ดับจริงแต่ของพระพุทธเจ้านี้ดับจริงสัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้อยู่บนมันเนื้อมันอเนชาเที่ยงแน่มั่นแน่ตั้งแต่ไล่มาเป็นฐานชานอุเบกขาแล้วก็อุเบกขาและถึงจะเป็นสภาพที่รู้จักฐานวางรู้จักฐานอาศัยมันมีสภาพที่ว่าเอออย่างนี้ไม่มีหรือไม่มีอยู่ก็เรียนรู้การทำให้จางคลายเป็นเวลาก็ทำโอ๊ยมันไม่เที่ยงไม่เที่ยงแล้วเราเหนือมันด้วยเห็นอันนี้จะทำ เคยเล่นงานเราหนักขนาดนี้อาการอารมณ์ของกิเลสแมลงขนาดนี้ให้แกอย่ามานั่งยืนหยัดยืนยันเลยปลามันลงได้ด้วยอำนาจปลาก็ลงได้ด้วยความสามารถเราสามารถเรามีกำลังเรามีเรี่ยวแรงเรามีพลังเป็นอินทรีย์เป็นภาระเราสามารถทำให้มันลดลงได้อนิจจังไม่เที่ยงเพราะเราทำให้มันลดเป็นวิราคะเวลาครับแปลว่าความจางคลายแต่ว่าความเสื่อมลดเราทำให้กำลังของกิเลสรถถอยจากราคาลงมาเป็นวิราคะแต่ว่าไม่มีราคะหรือราคาใช้ภาษานี่แหละบัญญัติว่าวิชาแปลว่าความจางคลายลงมาได้เพราะ เพลงทำเองเลยทำจริงๆเราอยู่เรามีอำนาจเหนือเป็นอำนาจเป็นเกย์โตว่า 10 ปัตโตเป็นอำนาจทำให้รถจางคลายลงมาจึงเกิดฌานเจโตไม่ปิดประตูแล้วก็มีชายแล้วก็มีวิมุตซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วมหาบุรุษมี 4 พระองค์ชนะอิตายกับเจโตวัดศรีประวัติจึงเรียกว่าฌานเพราะเราทำให้มันลดจางคลายได้ลดลงหมดก็เรียกว่านิโรธดับแล้วกิเลสแต่รู้นะทำให้มันลดให้เราทำรู้รู้นะเราทำไม่รู้ก็งมงายไม่ชัดแจ้งพระพุทธเจ้าไม่เอาเอาลักษณะรู้รู้ด้วยกำลังด้วยสามารถทำได้เห็นเข้าใจเข้าใจทำอย่างเข้าใจเห็นแจ้งอยู่เลยเพราะฉะนั้นมันไม่เที่ยงเพราะอะไร กิเลสมันนึกว่าเป็นตัวเป็นตนเราทำกิเลสมันลดลงมาแล้วนี่มันไม่ใช่อัตรากิเลสมันไม่ใช่อัตราและมันจะไม่นิดจังด้วยกิเลสมันเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์เป็นตัวทุกข์แท้หมดตัวกิเลสนี่หมดทุกข์หมดตัวกิเลสนี่หมดเหตุแห่งทุกข์เพราะกิเลสเป็นเหตุแห่งทุกข์เพราะกิเลสนี่แหละตัวทุกข์แท้หมดกิเลสเหลือจิตประภัสสรประภัสรามิตังจิตตังไม่มีปัญหาเลยแค่ค่าแขกจอดข้าไอ้ตัวแซมตัวปลอมตัวเข้ามาทำตีเป็นตัวจริงทำตีเป็นตัวจิตเราที่จริงมันไม่ใช่จิตเรานะจิตแท้ๆสอนจิตแท้ๆนี่สะอาดจิตแท้ๆในบริสุทธิ์จิตแท้ๆไม่มีกิเลสจิตไม่ใช่กิเลสกิเลสไม่ใช่จิต จิตเป็นของธรรมดาจิตเป็นธรรมชาติของมนุษย์จิตเป็นธรรมชาติของมนุษย์มาเป็นมนุษย์แล้วมีจิตแต่มนุษย์ถูกกิเลสเข้ามาครอบงำจิตเลยกลายเป็นมนุษย์มีกิเลสเพราะฉะนั้นเราจะทำให้มนุษย์ทำให้ตัวเรานี่เป็นมนุษย์แฮ่ๆมนุษย์ที่มีจิตมีรูปนามขันธ์ 5 ครบแต่ไม่มีกิเลสนั่นคือมนุษย์ประเสริฐเมื่อเป็นมนุษย์ประเสริฐจะเป็นยังไงมันเป็นมนุษย์ประเสริฐก็เป็นมนุษย์สบายเป็นมนุษย์มีคุณค่าเป็นมนุษย์ไม่เอาเปรียบเอารักใครเป็นเครื่องกลชั้นเลิศยอดต้นไม้นี่มันเป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งมันก็สร้างของมันนะแล้วมันก็เป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าเพราะว่ามันก็ผลิตพลังงานของมันซื่อๆพลังงานที่เรียกว่ามันรู้เป็นทาสรู้ขนาด ทำงานของมันไปคนก็ไปเอาผลมันมากินคนก็ไปเอาใบมันมากินเอาโน่นไอ้นี่มันมากินมันก็มีคุณค่าให้แก่โลกคนก็เหมือนต้นไม้เกิดมาก็ผลิตได้มีมันสมองมีความสามารถแรงงานอะไรน่ะเก่งกว่าสัตว์อีกสัตว์ก็มีพลังงานมันก็ทำตามหน้าที่ของสัตว์บางอย่างมันมีประโยชน์ส่วนนั้นส่วนนี้ใส่เดือนมีหน้าที่ขุดดินขุดไปนกมีหน้าที่ทำให้อากาศนี่มันไหวมันก็บินไปทำให้อากาศมันเคลื่อนอยู่ตลอดเวลาถ้าอาการไม่เคลื่อนอากาศนิ่งตายหมดแล้วเป็นโรคน้ำแข็งแล้วนกมันก็บินอากาศเคลื่อนไหวอยู่ออกอากาศก็เคลื่อนไปเคลื่อนมาวินไปบินมานกก็หมดไส้เดือนก็หมดธรรมชาติก็หยุดก็เป็นก้อน น้ำแข็งหมดโรคลูกนี้ก็โรคน้ำแข็งเป็นโรคเย็นตายหมดแต่นี่มันก็อยู่ของมันไส้เดือนมันก็ทำงานของมันไปนกก็ทำงานของมันไปช้างม้าวัวควายทำงานของมันไปก็เป็นประโยชน์ให้สัมพันธ์กันเนี่ยมีไอ้นั่นเกิดมีไอ้นี่เกิดแล้วก็อาศัยไปทีนี้คนนี้จะต้องอาศัยกับคนเองคนเกิดมามากๆกินมากกินมากพืชมันก็ขึ้นไม่ทันมันไม่รู้หรอกนะพืชน่ะมันผลิตขึ้นมาไม่ทันไปตัดไม้โค่นมันมามากมันก็ไม่มีจะกินมันก็ไม่มีให้คุณกินน่ะไม่ใช่อะไรคุณก็ต้องมาช่วยกันเกิดการเกษตรเพราะช่วยมันพืชมันขึ้นไม่ทันเราต้องช่วยมันไอ้สิ่งที่เราไม่ใช้ก็ไม่เป็นไรไม่ต้องเกิดเอาสิ่งที่เราใช้พัฒนาขึ้นมาข้าวเรากิน หมากรากไม้หลายต้นที่เราใช้เอามาปลูกขึ้นให้ปุ๋ยให้อะไรเราไปขนปุ๋ยมาเอาอันนี้อันนี้เรารู้ว่าไอ้นี่เป็นอาหารอะไรคนก็มีความรู้คนก็ทำงานทีนี้ถ้าคนไม่มีกิเลสก็ทำงานฟรีทำงานแล้วคนก็มาเอาไปใช้เอาไปกินโรคอุดมสมบูรณ์เราก็เป็นคนกินน้อยด้วยเพราะเรียนธรรมะไม่เฟ้อไม่หลอกกันว่ากินเนื้อได้กิน 3 มื้อ 8 มื้อ 5 มื้อกำไรนะที่จริงน่ะฆ่าตัวตายทรมานตนอย่างที่ท่านสิริถามเขามาบอกว่าอุ้ยท่านจะกินมื้อเดียวท่านทำไมทรมานตนอย่างนั้นน่ะเออถ้า Siri ก็บอกว่าอ้าวอาตมาต่างหากคุณถามคุณคุณคุณคุณคุณคุณกินวันนึงกี่มือก็ผมก็กิน 3 มื้อเป็นธรรมดาโอ้โหแล้วคุณอยู่ได้ยังไงทำไมทรมานจนปานนั้นกินตั้งวันละ 3 มื้ออา คนถามคุณนะไม่ใช่คุณควรถามอาตมาคุณน่ะทรมานตนทำไมอยู่ยังไงไหวหวาดโอ้โหมันน่าจะตายมันน่าจะหมดเรี่ยวหมดแรงตายกินเข้าไปได้ตั้งแต่ 3 มื้ออาตมาสบายกินมื้อนึงนี่สบายเลยเบาว่างง่ายคุณทำไมเป็นเวรเป็นกรรมอะไรกันนักหนากินตั้ง 3 มื้อ 5 มื้อถูกเขาหลอกทั้งนั้นแล้วมันก็หลอกกันทุกวันนี้มันกิน 3 ที่ไหนทุกวันนี้มากินข้าวมื้อเย็นบางคนอย่างคุณสนิทนี่มาบอกว่ากิน 10 มือกินเลยประเดี๋ยวก็กินไปเดี๋ยวก็เอาแล้วเข้าออกกินคนเดียวกับจานวันนี้ก็ชามวันนี้ก็จานอย่างนี้เป็นต้นนี่หลอกแล้วเราเป็นคนเมื่อมีทำมาแล้วเราก็รู้ว่าถ้าจะเอาไปสังเคราะห์กับแขนนั้นเขามาหลอกคุณ แปะลิ้นเข้าไปในห้องนะหอเจี๊ยะกินเลยคุณก็ถูกหลอกเข้าไปเรื่อยมันก็ถูกหลอกกันอยู่งี้แต่ถ้าเรารู้ทันแล้วเรากินเพื่ออยู่ไม่ได้ไปอยู่เพื่อถูกหลอกกินกินอะไรกันนักหนาเอาธาตุก็ไปสังเคราะห์ร่างกายเท่านั้นก็มีเรี่ยวแรงทำงานในวันหนึ่ง 24 ชั่วโมงนี้มีพักมีเพียงก็พอแล้วคุณก็ไม่ผ่านวัตถุโลกคุณก็มีแรงงานผลิตอะไรขึ้นมาในโลกโลกก็ได้กำไรโลกก็ได้ประโยชน์จากคุณคุณก็เป็นมนุษย์ที่มีจิตไม่มีกิเลสเป็นมนุษย์ที่สร้างสรรค์เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าเพราะไม่โง่ไม่หลงอย่าว่าแต่เรื่องกินเรื่องอื่นก็ไม่ลงรู้ สิ่งที่จะเอามาสังเคราะห์ร่างกายชีวิตมันก็บอกว่าเออผ้านุ่มหน่อยนุ่งห่มพร้อมกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์กัดต่อยกันอู้จากเพราะว่ามันมีอุปทานกันแล้วก็เอาคนมีอุปทานมันมีถ้าคนเป็นอรหันต์ทั้งหมดนี้ก็ไม่ต้องนุ่งผ้าก็ได้ถ้าทุกคนเป็นอรหันต์สบายแต่นี่มันไม่ใช่อาหารหมดนี่เราเป็นทหารอยู่คนเดียวนอกนั้นไม่ใช่อรหันต์มันก็ว่าเราบ้าทั้งๆที่เราเป็นทหารน่ะเราไม่ต้องผ่าก็ได้เราไม่รู้ว่ามันก็ว่าเราบ้าแล้วมันก็เกิดกิเลสด้วยมันก็ไม่ไหวเพราะฉะนั้นเราก็ต้องยอมนุ่งผ้าเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งแล้วก็ไม่ได้ลงไปติดใจอะไรกับมันก็นู้นกันหนาวกันแมลงตามมารยาทสังคมพอสมควร ประวัติเป็นมนุษย์นี้รู้จักกฎระเบียบมารยาทสังคมพอสมควรรู้จริงๆรู้แล้วก็ทำตามพอสมควรไม่ใช่ไปเป็นคนที่คลานดื้อด้านไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรกับเขาไม่ใช่เป็นคนที่รู้ถ้าเราจะดึงไว้ถ้าเราจะต้านไว้ก็ต้านไว้จะมีเหตุผลนี่เราจะดึงเข้าทวงเขาไว้นะถ่วงดุลเข้าไว้ก็มีเหตุผลแล้วจะถ่วงดุลในเรื่องใดใช้ว่าตอนนี้อาตมาทำให้ผู้หญิงมาแต่งตัวแบบเนี่ยเป็นชุดเอกเป็นชุดดีเป็นชุดเอกลักษณ์ไทยเป็นชุดสาวน้อยสัจธรรมทำได้แล้วเนี่ยเพื่อจะดึงสังคมขึ้นมาที่เขาก็ต้องการเขาต้องการลดเศรษฐกิจก็ต้องการลดอะไรต่ออะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้ล้วนแล้วแต่มันเป็นความบีบคั้นความทุกข์ร้อนเขาก็พอรู้ปัญญาแต่เขาทำ เดี๋ยวจะมาได้พาทำแล้วนี่ถูกแล้วคุณได้ก่อนคุณพิสูจน์ตนเองรู้แล้วคนอื่นที่เขามีปัญญาเขาก็พอรู้นี่ยังมีคณะมีกลุ่มมากๆเขาก็รู้ว่าเหตุผลที่ไม่ใช่คนบ้าไม่ใช่คนที่ต้านสังคมโดยที่ไม่มีเหตุผลนอกจากเขาจะว่าอย่างนั้นแล้วก็มาถามไถ่เราเรายังมีเหตุผลพูดกับเขารู้เรื่องเป็นคนดีๆเป็นเชิงปัญญาเมธาวีถ้าเราแต่งตัวอย่างนี้อย่างนี้เราก็ยังสามารถอธิบายกับเขาได้ด้วยซ้ำไปเป็นเชิงเมธาวีเป็นเชิงปราบเป็นเชิงปรัชญาเหตุผลมีอ๋อไม่มีเหตุผลอย่างนี้คุณพูดได้บางคนปฏิภาณมากพูดได้มากบางคนปฏิภาณน้อยพูดได้น้อยแต่คุณก็รู้อย่างน้อยที่สุดคุณก็เองคุณไม่ถูกคุณก็สบายแล้วเศรษฐกิจของคุณก็ไม่ต้องไป ภวังค์อะไรแล้วก็ไม่ต้องเป็นภาระเดี๋ยวก็ชุดเช่าชุดสายชุดบ่ายชุดเย็นชุดนอนชุดอาบน้ำแม่ไม่รู้กี่ชุดนี่ก็ตายสิทำไมมาหลอกกันถึงมากขนาดนั้นคุณจะรู้ว่าคุณถูกหลอกมาขนาดไหนโอ้โหเราโง่ป่านนั้นเหรอเป็นผู้หญิงเนี่ยถูกเขาหลอกแม้แต่เรื่องแต่งตัวไม่รู้ชุดอะไรต่อชุดอะไรแล้วเราก็ได้บ้าไปกับเขาเพราะมันรู้สึกตัวแล้วถึงได้รู้ว่าวิชานี้มันอย่างนี้จริงๆเอาวิชาไอ้โง่นี่มันเป็นโง่อย่างนี้จริงๆจับตัวโง่ได้ที่ตัวเองเพราะเลิกโง่ได้แล้วคุณก็สบายเนี่ยชุดเช้าชุดซ้ายชุดปลายชุดเย็นชุดนอนชุดเข้าส้วมพร้อมแล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ใส่ชุดเข้าส้วมอาตมาบอกแต่พวกเรามีพร้อมแล้วชุดเดียวหมดเลยมีแต่เพียงว่าชุดอาบน้ำคุณอาจจะไม่ต้องใช้อย่างนี้ทีเดียวก็มันก็ไม่ได้นี้ ก็ไม่ต้องไปเที่ยวเดี๋ยวเอาอื่นก็ในนี้มันก็ไม่ยุ่งยากอะไรงี้ก็เบาง่ายแล้วนี่เป็นต้นเรื่องอื่นก็เหมือนกันนัยยะเดียวกันเชิงเดียวกันเยี่ยงเดียวกันแต่เป็นปัจจัยคนละอย่างเท่านั้นไม่ว่าการกินการอยู่การหลับการนอนด้วยการใช้เครื่องอุปโภคบริโภคใดๆก็ในระยะเดียวกันนี่เราลดละลงมาแต่เสร็จแล้วเราไม่รู้ภูมิฤาษีไปได้แค่ทีละนิดถ้าแล้วยังมีฐานใต้ดินทานนั้นมีจีรนุชปาทิก็มีชีวานอุปาทิซึ่งมันเป็นตัวแตกตัวของอาสวะเรียกว่าเครื่องหมักดองฐานจิตของเราอยู่ใกล้แค่ทีละวิชาไม่ใช่หมดฟุ้งซ่านนะบอกแล้วว่าทหารอุทยานถ้ากวนตีนกูจะจัด กลายเป็นคนตื่นไม่ได้กูจะจับคนจับไม่ได้ขี่รถปาทังกี้คุณจำไม่ได้จับมันไม่ได้อ่อนี่มันยังปรุงอยู่แตกตัวอยู่นี่พันธุ์กามที่ซ่อนอยู่เป็นรูปราคะอรูปราคะคุณก็จะเห็นแล้วก็เลือกมานะเรื่องพุทธเจ้าต่างๆอีกคุณจะเห็นคุณจะเห็นเลยแต่ถ้าคุณจิตไม่ตื่นสภาพฌานไม่เกิดแข็งแรงใสพอคุณจะไปบุกบ้านในภพนั้นเป็นภพนอกอวกาศคนเดินอยู่ในนี้คุณก็เดินมีเรี่ยวมีแรงได้แต่ถ้าคุณไม่มีทางเลือกโรงแรมไปอยู่ในอวกาศที่มันเป็นอากาศไม่ใช่ความหนาแน่นของบรรยากาศเหมือนอย่างนี้แล้วคุณจะไปอยู่โลกนู้นคุณอยู่ไม่ได้บรรยากาศนอกโลก เบาบางกว่านี้คุณจะต้องมีเครื่องมีอะไรต่ออะไรที่สามารถที่จะอยู่กับบรรยากาศมันได้เข้าครองอีกอย่างนึงสามารถที่จะเกิดผัสสะเกิดรับรู้เกิดมีพลังพลังในอวกาศนั้นอีกอย่างหนึ่งไม่ใช่พลังอย่างนี้พลังในโลกนี้บรรยากาศความแน่นความหนาแน่นของอวกาศขนาดนี้คุณได้แต่ออกไปนอกโลกนั้นเป็นโรคที่บางเบากว่านั้นนี่อธิบายเอาโรคมาพูดเอาวัตถุโลกมาพูดอธิบายยกตัวอย่างเพราะฉะนั้นในภูมิฐานเข้าไปถึงขั้นภูมิจิตอีกชั้นหนึ่งแล้วเป็นภาวะภูมิไม่ใช่กามภูมิกามภูมิหยาบเพราะว่าภูมิละเอียดกว่านี้เพราะฉะนั้นสถานที่ของคุณไม่เข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตื่นมีกำลัง ชาญพอที่จะเข้าไปแล้วคุณเรียนรู้อะไรไม่ได้ไม่มีฤทธิ์มีแรงมีแต่จมอยู่ในนั้นทำอะไรไม่ได้ฉันสลัดหลุดจะไปอยู่เหนือไอ้พวกได้อะไรได้พวกนั้นไม่ได้ไม่ขึ้นฉันใดก็ฉันนั้นพอเรามัวแต่ปล่อยปละละเลยเนี่ยไม่เพี้ยนค่าที่นะมีท่าอย่าไปพูดถึงอุทยานก่อนบอกแล้วถ้าไม่ข้ามพ้นชาญที่ฆ่าที่นั้นได้นะจนกระทั่งตื่นโพรงโปร่งสบายมีอารมณ์นั้นทรงอารมณ์ฌาน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive