240925-3-130 ทางเอกภาค3-ตอน130(หน้า297)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
พ่อท่านบรรยายทางเอกภาค 3 ในวันที่ 25 กันยายน 2524 ที่พุทธสถานวัตถุประสงค์ในการตอบหน้า 297 เราได้อ่านตามพระสูตรหรือตามพระบาลีที่แปลมาถึงพัทยาแล้วซึ่งมีข้อสังเกตที่ได้ตั้งข้อสังเกตให้ฟังไว้ประการหมดอายุอย่างนั้นก็ต้องแน่นอนว่าต้องหมดอาสวะไม่ได้หมายความว่าแค่หมดทุกข์อันนี้ตั้งข้อสังเกตไว้ให้ฟังแล้ว อยากรู้ทุกข์ด้วยไม่ได้หมายความว่าหมดอาสวะโดยไม่หมดทุกข์โดยที่ไม่รู้ทุกข์ก็ไม่ใช่อีกแต่ว่าไม่ได้หมายความว่าหมดไปแค่ทุกข์หมดทุกข์ด้วยเหตุแห่งทุกข์ความดับทุกข์ก็มีอยู่แท้ทุกอย่างชาวบ้านเขาก็เข้าใจแสนเข้าใจเลยว่าทุกข์ไม่รู้สักคำไม่มีปฏิปทาเราไม่มีทุกข์เหมือนชาวบ้านเขาเราจะหมดทุกข์แล้วยังหมดกรรมมาสวรรคตอวิชชาสวะรู้นี่ว่าอาสวะนี่อาสวะสมุดไทยในสมัยนิโรธเนี่ยอาสวะนิโรธารามปฏิปทาจึงเรียกว่าหมดอาสวะขยะเรียกว่า อาสวะศาสนาพุทธเป็นศาสนาสิ้นอาสวะสวดศาสนาอื่นอาจจะสิ้นทุกข์อะไรก็ไปตามเรื่องได้อีกเหมือนกันเพราะงั้นความที่จะเป็นอรหันต์ต้องนับเอาตัวสิ้นอาสวะต้องรู้จักอาสวะรู้จักอาสวะสมุทัยรู้จักอาสวะนิโรธรู้จักอาสวะนิโรธทั้งมีปฏิปทารู้เห็นอย่างแท้จริงมีอย่างแท้จริงเห็นอยู่รู้อยู่หลุดพ้นจากกามมาสวรรคตและก็มีญาณหยั่งรู้ความหลุดพ้นแท้ๆนั้นอย่างชัดเจน อาการทำจิตเก่งหรือหยุดจิตได้จึงวางจิตได้สำเร็จแท้แม้ในขณะรู้รู้มีทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 รับรู้วงเล็บเปิดคือมีวิญญาณครบทั้งจักขุวิญญาณโสตวิญญาณไปจนมโนวิญญาณทั้ง 6 ทำงานเป็นปกติมิใช่ทำงานเป็นปกติมีสัมผัสอยู่วงเล็บเปิดมิใช่ดับวิญญาณปิดตาปิดหูไปจนปิดมโนดับจิตหมดเกลี้ยงวงเล็บปิดแต่ไม่มีกินเลยไม่มีโลภะไม่มีโทรศัพท์จริงๆเป็นจุดที่เรียกว่าหยุด กิจจาโลภะโทสะได้แท้ๆทั้งๆที่จิตเปิดรู้อยู่เต็มที่ทุกทวารนี่แหละเรียกว่ามโนมยิทธิหรือเจโตวิมุตติอันเป็นที่สุดเรียกว่าเจโตวิมุตติที่ส
อ่านต่อ
ุดจะเห็นอยู่รู้อยู่มีฤทธิ์มีแรงของจิตใจรู้ว่าเราดับอะไรเราค่าอะไรอะไรจะตายจะเป็นอะไรรู้อยู่อย่างชัดแจ้งเวลาเปิดจะไม่ใช่หมายเอาจิตดับไม่รับรู้ในสัมผัสอะไรเลยแน่ๆไอ้ที่ถูกแท้จริงของพุทธานนั้นต้องรู้และดับในรู้ต้องรู้ระดับในรูจึงจะเรียกว่านิพพานพระพุทธเจ้า ปรินิพพานจึงปรินิพพานด้วยการรู้มีสติเต็มโดยใช้ศัพท์สำนวนไทยๆว่าออกจากฌาน 4 ออกจากฐานที่ 4 ปรินิพพานของพระพุทธเจ้านี่ออกจากฐานที่ 4 ใช้สำนวนไทยๆหมายความว่าออกจากฐานที่ 4 หน้านี่เป็นอุปราชอธิษฐานว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานก็จิตนี่ก็จะละเอียดไปเอารูปประชานย้อนหลังกลับมาถึงรูปประธานจากรูปประชาชนกลับมาถึงสุดอรูปฌานเอ้ยสุดรูปฌานที่ 4 และก็ประเด็นนี้ผ่านซึ่งหมายเอาว่าไม่ใช่ดับอยู่ในความ ไม่เปิดทวารออกนี่หมายความว่าออกมาไม่ได้อยู่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เรียกว่าจมอยู่ในสภาพชานสภาพภวังค์สภาพอะไรตามแต่เขาจะเข้าใจสมัยโน้นเขาก็เข้าใจอย่างนั้นพูดกันที่ว่าออกจากฉันฉันก็เป็นการออกของเขาเข้าเป็นการพูดที่จริงเมื่อเวลาเราทำได้แล้วมันต้องออกอะไรหรอกแล้วก็ดูจิตใจของเราดูในผมสภาพที่จะหยาบละเอียดเมื่อเวลาชาญเป็นฌานแล้วฌานหมายความว่ามันมีนิวรณ์นะมันก็เป็นชายอยู่ตลอดเวลาแต่เราจะดูที่จิตแล้วก็ดูจิตเราจะปล่อยจิตเราจะทำให้จิตมันละเอียดสุขุมประณีตเป็นที่ทำสุขกับวิหารเป็นสันตะวิหารอย่างไรอย่างไรเราก็ทำแล้วก็ดูจิตสัมผัสดูที่อะไรๆของเราไปนะ ออกจากทาสีนี้ก็หมายว่าไม่ใช่ดับอยู่ในความไม่เปิดทวารแต่ออกจากความนิ่งเฉยออกจากความเฉยนิ่งเอาซะด้วยจริงๆเรียกว่าออมจากอุเบกขาไปเลยออกจากฐานสิออกจากความเฉยนิ่งเอาซะด้วยจริงๆนี่แหละคือนิพพานหรือปรินิพพานแท้ๆของพุทธศาสนาหมายความว่าไม่ติดยึดแม้แต่อุเบกขาไม่แช่นิ่งไม่แช่อิ่มอยู่ในแม้แต่อุเบกขาเป็นภาษาก็พูดได้แค่นี้โดยสำนวนจึงถือว่าไม่ติดไม่ยึดไม่ใช่อะไรก็ไม่แม้จะทำจิตทำใจให้เป็นสภาพวิหารธรรมต่างๆที่จะทำส่วนคนที่หาร ปาฏิหาริย์ก็หมายความว่าเราอยู่ดูทำในจิตในใจดูเออมันเป็นอาสาวิญญาณนันจาอากิญจัญญายตนะน่ะมันก็เป็นสภาพตรวจปากกินกันยายนจะชนะตรวจว่านิดนึงน้อยนึงไม่มีนั้นเป็นอย่างนี้ไม่มีแล้วความพ้นในวัดสัญญาณนาสัญญายตนะพ้นความไม่รู้เศษนิดนึงน้อยนึงจะบอกว่ารู้ก็ไม่ใช่ไม่รู้ก็ไม่ใช่อะไรไม่มีแล้วรู้ทั้งสิ้น ไม่มีความว่าไม่รู้นิดนึงน้อยหนึ่งที่จะบอกว่ารู้ก็ไม่ใช่ไม่รู้ก็ไม่ใช่ไม่มีไหนว่าสัญญานะสัญญานี่เขาแปลว่ารู้ก็ไม่ใช่ไม่รู้ก็ไม่ใช่อะไรไม่ใช่อย่างนั้นหมดหมดความเชื่อว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่ไม่ใช่รู้ชัดๆแปลอีกทีหนึ่งว่าสัญญาก็คือสัญญาเวทยิตนิโรธเป็นนิโรธชนิดสัญญาเวทยิตนิโรธแบบมีเส้นยาวเวทีให้สัญญาเขาเคลียร์อารมณ์ให้ทั่วๆเวทีสัญญาเขาเคลียร์อารมณ์กรรมกำหนดหมายนั่นเองสัญญาก็คือความกำหนดหมาย จดหมายท่วมทั่วเขาเขียนดูทุกอารมณ์ซอกแซกรอบทวนสัญญานาสัญญาคือสัญญานี่แหละในว่าสัญญานะสัญญาใดๆยาใหม่สัญญาเก่าสัญญาลึกสัญญาตื่นอะไรให้รู้ให้หมดพ้นหมายความไม่รู้ไม่มีหมดความไม่รู้หมดสิ้นเลยจะว่าไม่รู้ก็ไม่เชิงไม่ได้ต้องรู้และต้องรู้จริงรู้จริงๆเสร็จแล้วเมื่อรู้แล้วมันก็มีแต่ถ้ารู้ที่เป็นวิญญาณวิญญาณวิญญาณนางประภัสสรเป็นวิญญาณอันสะอาดแจ้งโปร่งโล่งหมดอาการรักษาโรคโพรง อยู่ในสภาพอย่างนั้นน่ะภาษากะเหรี่ยงเป็นคำๆความๆภาษากะเหรี่ยงไปบรรยายไปบอกชี้รายละเอียดไปแต่สภาพนั้นมันมีอยู่เป็นมองในแง่ไหนมีทุกแง่มองในแง่ไม่มีนิดนึงน้อยนึงไม่มีอะไรไม่มีก็ชัดแจ้งนิดนึงหน่อยนึงไม่มีความไม่มีไม่มีจริงๆอะไรไม่มีก็รู้อยู่ความทนแล้งทุกสิ่งทุกอย่างรู้ว่าคนคนไหนว่าสัญญาณน่ะสัญญาจะชนะอะไรที่จะสัญญามันไม่เข้าไปทำเวทียึดตังค์มันเข้าไปทำความเข้าเคลียร์อารมณ์มันมีหมดเลยสัญญาเวทียึดตามเข้าไปแกล้งครบหมดมีครบครัน สภาพของวิญญาณังวิญญาณัญจายตนะก็มีสภาพของอากาสานัญจายตนะก็มีเป็นสันตะวิหารมีครบหมดมีสภาพครบหมดเป็นสภาพที่อาศัยได้ก็สบายเบาแต่เสียแล้วเราก็ไม่ติดไม่หยุดออกออกแม้แต่เอารูปประชานแม้รูปอาจารย์ที่เราใช้งานเป็นวิตกวิจารณ์เป็นปิติสุขอุเบกขาก็ออกเข้าสู่สภาพอย่างนั้นก็ได้แต่วันนี้นึกคิดวิตกวิจารณ์จะรู้พฤติกรรมของจิตอย่างโน้นอย่างนี้กับโลกเขาก็ยังไงยังไงเป็นการอยู่ โลกแต่เราก็อยู่อย่างอย่างเรารู้วิตกวิจารณ์ดูอย่างเรารู้ดีปิติอยู่อย่างสุขอยู่อย่างอุเบกขาถ้าเข้าใจแง่ของอุเบกขาแล้วก็อุเบกขานี่ไม่ได้หมายความว่าเฉยๆเฉยๆเฉยๆแต่เฉยว่างเฉยอย่างจะเรียกว่าวางเฉยได้เขาเรียกว่าวางเฉยคือมันเฉยเพราะวางได้อะไรมันก็ต้องสัมผัสก็วางได้ก็เฉยไม่หวั่นไหววางเฉยในการวางเฉยไม่ใช่เฉยหมายความว่าอยู่เฉยๆเป็นความวางเฉยวางได้ต่ออารมณ์กระทบสมบัติที่เขาจะมายั่วยวน ไม่ปงไม่สร้างไม่มีสังขารร่วมด้วยเป็นการวางได้เฉยได้สบายอย่างแท้จริงนั้นเรียกว่าอาการวางเฉยเป็นแง่ที่อธิบายสู่ฟังอย่าไปเข้าใจภาษาการเฉยนี่มันเฉยคือเคยเด๋อๆเฉยไม่รู้อะไรแต่การเผยของศาสนาพุทธคือการเฉยยังพระพุทธเจ้านี้เธอยังมีญาณมีญาณหยั่งรู้มีญาณรู้ทุกอย่างมีความรอบรู้ไม่ใช่เฉยเลยอันนี้เป็นสภาพอุเบกขาที่ได้ย้ำยืนยันให้ฟังเสมอมาแล้วเราจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเราต้องทำในใจอย่างนั้นให้ได้ทำในใจอย่างที่อธิบายจริงๆกระทบ แล้วเราก็รู้อยู่แล้วเราก็หมดอาการหมดอารมณ์โรครักษาตาของโรครสนิยมรถที่เป็นกามาสวะสวะอย่างไรก็เห็นว่ามันไม่มีหมดอวิชชาสวะหมดความไม่รู้ไปสิ้นเกลี้ยงมันรู้หมดความไม่มีอาสวะขนาดในระดับไหนก็หมดไปทั้งส่วนนอกส่วนในกามก็ส่วนนอกเพราะว่าปัสสาวะกุศลในมดเป็นการรู้ให้ไม่รู้ไม่มีการรู้แท้ถึงจริงรู้ถูกต้องทั้งจิตที่วางได้หยุดได้ในวงสภาพและรู้ทั้งจิตที่ปราศจากมลทินนั้นๆในวงเล็บสภาพสิ้นอาสวะ แต่จิตก็ยังทำงานของมันเองอยู่ตามเหมาะตามควรเป็นประโยชน์ธรรมดาความสำคัญต้องรู้จิตที่ยังมีอารมณ์โลภะโทสะนั้นๆจริงแล้วก็รู้ชัดว่ามันทั้งหลายนั้นได้หลุดร่อนไม่มีแล้วในจิตตนถูกแท้แน่จริงอย่างนี้เรียกว่าญาณทัศนะอันบริบูรณ์ซึ่งเรียกเต็มก็ได้ว่าวิมุตติญาณทัสสนะหรือปัญญาวิมุติที่เป็นสมุดเขตทวีวุฒิแล้วเป็นปัญญาวิมุตที่สมุทรเขตทวีวัฒน์แล้วคำว่าสมุดเช็ควิมุตนี่เป็นสมุดเป็นวิมุติอย่างเด็ดขาดอย่างมีความ ศูนย์ต่อเนื่องอยู่สมัครเน็ตเป็นสมุดเขต มีคำว่าหน้าก็ใช้พลังกดข่มใช้พลังสลัดใช้พลังจะทำให้มันดับไปได้โดยการกดข่มโดยการอดทนข่มขืนทนเอามีคำชนะมันก็ได้ไม่เจ็บไม่ตลอดแต่มันก็ต้องทำต้องเป็นกรรมสิทธิ์โดยวิธีกดข่มไปคราวๆครั้งๆเราก็ฝึกหัดอย่างนั้นน่ะทำด้วยปัญญาก็ดีถ้าจะทำให้หมดท่านเอาไปอธิบายตัววิปัสสนามีคำคณะวิศวะอธิบายแบบสมถะคือแบบดับไปดื้อๆดื่นๆเจโตหยุดๆไปเราก็ทำเราก็ใช้ทั้งนั้นแหละ ตาพังวิมุติทำให้มันมีปัญญาทำให้มันรู้ให้มันปลดให้มันปล่อยให้มันวางไปได้ก็ทำเมื่อทำเข้ามากๆมันก็จะเป็นปกติวิมุตติคือสงบระงับได้ทวนไปทวนมาปฏิวัติทวนทวนไปๆมาซ้ำไปซ้ำมาย้ำไปย้ำมาอยู่บ่อยๆเป็นปกติวิมุติก็สงบระงับได้ดังควรทำก็เก่งขึ้นจนทำได้คล่องแคล่วเมื่อมันมาเมื่อมันมีอะไรก็ทำได้คล่องแคล่วเรียกว่า Nissan Nissan navios ก็หมายความว่าสลัดออกได้เร็วหลุดพ้นได้ด้วยความสลัดออกพอรู้มีอาการมีอารมณ์ มีสภาพแล้วสลัดได้เร็วขึ้นไม่ได้รอช้าแต่มันก็จะต้องทำการสลับอยู่มันก็มีเกิดอยู่ก็แปลกๆมันยังไม่ใช่ว่างอยู่ทีเดียวส่วนสมุดเขตวิมุตนั้นมีความว่างไปอยู่อย่างนั้นเองสมุดเขตทวีวัฒน์ต่อเนื่องอยู่มันไม่มีมันไม่เข้ามาอารมณ์สภาพกิเลสอะไรมันก็ไม่เข้ามาเป็นสมุดเสียชีวิตคือมีความขาดศูนย์นั้นต่อเนื่องอยู่ไม่มีมุดได้ขาดทุนอยู่แม้จะกระทบสัมผัสสิ่งที่เป็นเหตุปัจจัยโรคกระทบที่อยู่กับกิเลสกิเลสก็เข้าไม่ได้สมุดเขตทวีวุฒิรีโมทเด็ดขาด ขาด 0 อยู่คุกกี้เกี่ยวข้องแต่ต้องอยู่ก็ไม่เข้ากิเลสไปเข้าไปยุ่งไม่ได้เข้ามาแปรปรวนจิตใจเราไม่ได้จิตใจเราไม่แปรปรวนจิตใจของเราว่างโปร่งโล่งสบายอยู่เดี๋ยวจิตใจที่รู้รู้กิเลสไม่เช่นนี้กิเลสโลกุตระนี่อยู่รู้อยู่เหนือกิเลสกิเลสไม่มีอำนาจก็เลยไม่มีอำนาจกิเลสตัณหาอุปทานใดๆที่โลกอย่างนิโรธคามินีอย่างข้าไม่มีปฏิปทายังชาวบ้านปฏิปทาอย่างมึงชาวบ้านก็หมุนเวียนอยู่อย่างนี้บทบาทอยู่อย่างนี้เราก็หมุนเวียนอยู่ในบทบาทอย่างชาวบ้านแต่เรา ระดับได้แล้วทุกนิโรธทุกนิโรธคามินีปฏิปทายังชาวบ้านที่เขาก็มีอย่างนี้ขายไม่ดีปฏิปทาความเป็นไปของชาวบ้านปฏิปทาก็คือปฏิบัติคือบทบาทของชาวบ้านเขาก็วนเวียนทำอย่างนี้ทำกิจทำการทำงานทำโน่นทำนี่อย่างชาวบ้านเราก็ทำอย่างชาวบ้านอยู่นี่แหละแต่เราไม่มีทุกข์ทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาทุกอย่างชาวบ้านเขามีหมายความซ้อนลงไปอีกอย่างชาวบ้านก็มีเขาไม่รู้ทุกข์แล้วเขาก็ทุกข์เขาก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ไม่รู้ว่าเขาต้องอยู่เหนือมันอย่างไรเขาจะต้องตัดขาดเป็นอย่างไรเขาจะต้องปล่อยวางอย่างไรเขาจะต้องแบ่งรับแบ่งสู้อย่างไรเขาไม่รู้อ่ะ แต่เรารู้เราไม่มีทุกข์อย่างชาวบ้านเขาทุกข์เราไม่ติดไม่ยึดเราไม่เป็นทาสและอิสระเสรีเร็วเร็วทุกวินาทีปฏิปทาเราดับทุกข์อย่างชาวบ้านที่เขาทุกข์เช่นว่าชาวบ้านเขาไม่ได้หลับนี่โอ๊ยเขาเป็นทุกข์เป็นร้อนชาวบ้านก็ไม่รู้ความจริงอะไรต่างๆนานาไอ้นี่พลาดไปไอ้นั่นจากกันไปก็ทุกข์ไม่ได้ไอ้นี่ก็ทุกข์สมใจก็สุขสุขทุกข์ทุกข์แต่พระโยคาวจรหรือพระอริยเจ้าผู้ที่ค้นแล้วซึ่งทุกข์นิโรธแม่ค้าไม่มีปฏิปทาอย่างที่พวกชาวบ้านทั้งหลายแหล่เขาเป็นอย่างนั้นท่านไม่เป็น เขาหมดทุกอย่างชาวบ้านอิสระเสรีปลอดโปร่งไม่เป็นอย่างชาวบ้านอีกแล้วอยู่กับชาวบ้านอยู่ได้อยู่อย่างชาวบ้านได้อยู่อย่างชาวบ้านได้แต่ท่านก็รู้ที่ที่อยู่ที่ที่ควรเป็นฐานะอันควรทรงท่านก็ทรงฐานะอยู่อย่างท่านไม่ได้จากไปจากชาวบ้านไม่ได้พรากไปจากชาวบ้านอยู่กับชาวบ้านนั่นแหละอย่างนี้เรียกว่าโลกุตระอำเภอมีวิมุติสภาพวิมุตผู้มีวิมุตทั้งสองนี้ครบถ้วนแท้จริงคือมีปัญญามีหมด หรือญาณทัศนะกับมีเจโตวิมุตติในวงเล็บหรือมโนมยิทธิเรียกว่าเป็นผู้ถึงอุปโภคคือวิมุตติแท้เป็นพระอรหันต์บริบูรณ์ 100% แล้วปัญญาวิมุติมีปัญญารู้อยู่ในวิมุติเจโตวิมุตติก็มีจิตที่เป็นได้จริงคือมีมโนมยิทธิจนสมบูรณ์มีฤทธิ์ทางจิตจิตทำได้จิตทำให้หมดกิเลสได้เพราะมันเอามายึดที่ของพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ว่าไปมีฤทธิ์มีเดชอะไรต่ออะไรที่เป็นเดชาขอให้เดินน้ำดำดินอย่างที่เขาลงกันแล้วเขาก็เรียนกันอยู่ทุกวันนี้มีหลายมีอยู่สายมีสายเด่นๆกับสายฤาษีลิงดำเล่นกันอะไรไปต่างๆนานาที่ต้องกล่าวชื่อนี้อยู่กับ ระบุให้พวกเราฟังได้ยินได้รู้เล่นไปในทิศทางจิตอะไรต่ออะไรต่างๆนานาจึงไม่ใช่วิชาที่ควรจะเป็นวิชาพาเห็นในวิชาที่รุนแรงเป็นวิชาเลอะเทอะเปรมิกาเกินความเป็นความความต้องการเขาก็ไปวุ่นวายกันอยู่มันโดนมายึดที่ก็เข้าใจเมื่อเข้าใจอย่างนั้นมีความหมายอย่างนั้นเขาก็ไปเรียนกันอย่างนั้นถ้าเราเข้าใจให้ถูกต้องและมโนมยิทธิก็คือจิตที่รองลงมาเป็นวิชารองลงมาจากญาณทัศนะหรือวิปัสสนาญาณวิปัสสนาญาณทัศนะก็คือรู้ด้วยปัญญาด้วยเหตุผลทุกอย่างแล้วก็ทำจริงมโนมยิทธิทำจริงจนเห็นจริงว่ามันขาดมันหลุดมันร่อนจิตเราวาง ปล่อยขาดร่อนหลุดสุดสะอาดสะอาดสะอาดได้จังว่างโปร่งได้จริงๆทำได้มีฤทธิ์ทางจิตฤทธิ์อันนี้ฤทธิ์มีฤทธิ์มีแรงนะสู้กับกิเลสทำจางคลายแล้วไม่ได้มาเรียนอื่นเอามาเรียงความใจของกิเลสตัณหาอุปทานนี้เป็นวิชาของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ไปมีฤทธิ์อะไรก็ไม่รู้เป็นนรกไปสวรรค์ไปอะไรต่ออะไรที่ไม่เข้าเรื่องของเราอย่างที่เขาว่ากันแม่แค่นี้แหละถ้าเกิดว่าเข้าใจไม่ถูกทิศถูกทางไม่รู้เป้าหมายที่แท้ในความเข้าใจผิดอยู่อย่างนี้มันก็ไม่รู้อะไรที่มันจะเข้าเป้าเข้าที่เข้าทางมัวแต่ไปเล่นเป็นแล้วๆเขาก็ไปอธิบาย คุยกันว่าเมื่อไปเห็นนรกไปเห็นสวรรค์ไปอะไรมันก็จะไปเกลียดเกลียดบาปบำเพ็ญบุญอ้าวไปนอนว่าจะไปเห็นนรกซะแล้วมันก็จะกลัวนรกไม่เห็นสวรรค์ก็อยากจะขึ้นสวรรค์คนเราก็ตั้งใจจะออกมาทำบุญออกมาทำทานออกมาเสียสละก็อธิบายเป็นทางอ้อมไปโน่นแล้วมันก็จริงแต่มันก็ได้ส่วนเหมือนกันโอ๊ยสวรรค์เราก็เห็นมันจริงๆนะเราก็เห็นมันจริงๆแล้วอยากจะเป็นอย่างนั้นอยากจะได้อย่างนั้นมันก็ไปอัตภาพไปมีสถานที่ไปมีวิมานแต่มีแดนเกิดเรียกว่าพบมันก็ไปเกิดอยู่นั่นแหละมันเป็นสภาพการเรียนไปสู่ภพประการเรียนไปสู่ เกิดการเรียนไปสู่อัตภาพมันไม่ได้จบสิ้นมันไม่ได้รู้เท่ารู้ทันว่าไอ้ที่ไปสร้างขึ้นมาโดยจิตไปสร้างเป็นมโนมติตาเป็นอัตราที่จิตไปปั้นไปสร้างขึ้นมาแล้วตัวเองก็ไปแล้วตัวเองก็จะทำให้จิตของตัวเองไปอยู่กับไอ้อันนั้นไปยึดภพอันนั้นมันก็มีภพมีชาติมันไม่สิ้นเพราะว่าสวะไม่สิ้นก็อ้างกันว่าเขาอธิบายเพื่อที่จะให้มาพอไปรู้ไปเห็นนรกสวรรค์อย่างนั้นแล้วก็จะได้กลัวบาปตัวบนเหมือนอย่างกับทางสายอาจารย์บุญมีก็มาเล่นแบบสะกดจิตก็เหมือนกันน่ะแล้วก็พยายามปั่นหมีนรกมีสวรรค์อะไรๆที่สุดเดช ต่างๆนานาเอามาเข้าทรงเข้าทรงเอาวิญญาณมาทำอะไรต่ออะไรต่างๆซึ่งมันทำจริงๆให้มันมีฤทธิ์แรงมันก็ทำได้เคยเล่นผมก็เคยเล่นมานักหนาเพื่อที่จะอ้างแต่ว่าจะให้กลัวนรกตัวสวรรค์ไม่กลัวนรกติดสวรรค์มันก็เป็นศาสนาโลกียะศาสนามีมีมีมีมีมีชังมีเกลียดมีรักเกลียดอันหนึ่งแล้วก็ได้อีกอันหนึ่งก็พอเป็นไปตามเพราะว่าเขาเองเขาอธิบายเป็นอภิธรรมจะเสร็จแล้วเขาก็ไปทำอยู่แค่ตัวตนบุคคลเราเขานั้นก็เป็นการที่จริงไม่ใช่เลื่อนชั้นรถชั้นจะเป็นการลดชั้นไปก็ไปทำกันอยู่อย่างนั้นเราเข้าใจใช่พอเข้าใจว่าเอออย่างนี้ก็มาอย่างนี้ อย่างนี้อย่างนี้เข้าใจได้วันนั้นเป็นเรื่องของมีอัตภาพมีการสร้างอัตภาพอยู่จิตนี้เป็นธาตุรู้รู้ด้วยอาการเรียกว่ารู้รูปรู้นามอาการลิ้นค่านิมิตอุเทศรู้ชัดรู้แจ้งออกมันไม่มีตัวตนแต่มันมีสภาพที่ถูกรู้ได้ในสภาพอากาศให้เรารู้ได้และเราก็รู้ว่าอย่างนี้มันเป็นกิเลสตัณหาอาสวะต่างๆเข้าใจสภาพเข้าใจจริงๆรู้ได้ว่าอย่างนี้มันต่างกันนะมีลิงฆ่ากิเลสเราเรียกว่ากิเลนเรียกว่าปัญหาเรียกว่าอาสวะเร็วอุปทานอะไรมันต่างกันแม้แต่ในสายเดียวกันใกล้เคียงกันมันก็ต่างกันเช่นว่าการโกรธปัญหาการผูกโกรธมันต่างกันในการตรวจการถูกโกรธ ภาษาบาลีเรียกว่าโกธะอุปนาถโกธะเป็นลักษณะอย่างนี้นะอุปนาถเคียงกันแต่ก็คนละเรื่องนะมาแปลเป็นไทยว่าความโกรธโกตะว่าผูกโกรธมันก็ใกล้เคียงกันแต่มันก็ต่างกันมีลักษณะต่างกันอย่างไรรู้แหล่งรู้อาการของจิตโกรธจิตผูกโกรธต่างกันอยู่อย่างไรเข้าใจและเราปลดปล่อยเรารู้ความปลดปล่อยไปแล้วไม่มีต่างกันกับความมีอย่างไรรูปมันไม่มีตัวตนน่ะแต่มีรูปนามให้รู้ดิคุณนามตัวที่ถูกรู้คือรูปแล้วมันก็ไม่ใช่รูปหยาบ ลูกกะตามาดูมันเป็นรูปจิตรูปเป็นจิตอรูปเป็นจิตเป็นรูปพระจิตจิตไม่มีตัวตนแต่ก็เป็นสภาวะเรียกมันว่ารูปโดยภาษาเรียกว่ามันว่าอะรูปโดยภาษามันเป็นรูปประจักษ์เป็นสภาพที่รู้ได้ชัดไม่เรียกรูปแล้วล่ะแต่ว่าก็ไม่รู้จะเรียกอะไรก็เหมือนอสมการแล้วว่าไม่มีโชคแต่มันก็เป็นธุลีละอองอะไรที่มันมีอาการอารมณ์ที่จะต้องรู้สภาวะนะวีรชาก็เหมือนกันเวลาเช้าก็ไม่มีเดรัจฉานไม่มีแต่ก็มีส่วนที่ว่าความไม่มีเหล่านั้นต้องดูรู้ธุลีละอองมียอกมีย้อนแม้แต่สิ่งที่ไม่มีแล้วก็ไปยึดติดความไม่มีมากไปอโศกกะไม่ส่งไม่เศร้าแล้วก็ หลงความไม่สงบไม่เศร้ามากไปอะไรยังไงยอกย้อนดูทบทวนอยู่ในสภาพอโศกกับวิริยะทบทวนแล้วทบทวนเล่าเป็นสภาพที่ตรวจละเอียดแยกขายให้สมบูรณ์นี่ก็ชั้นเดียวกันเราก็ต้องตรวจรู้รูปอ่ะรูปอย่างละเอียดรูปตัวอย่างนึงอ่ะรูปก็คือรูปนั่นแหละเหมือนอโศการามเห็นว่าบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้มันถูกรู้เป็นรูปเป็นนามพระรูปก็คือรูปละเอียดละออเป็นรูปสัญญากำหนดรู้ในรูปทั้งหลายมีภาษา ตากพวกนี้ก็สื่อเพื่อที่จะให้คุณได้เข้ามาเทียบเคียงที่สภาวะปฏิบัติไปแล้วไอ้ที่พูดไปนี่ยาวๆเยอะๆเยอะแยะมากมายตัวนั้นตัวนี้ภาษาโน้นภาษานี้คุณก็จะต้องรู้สภาวะไปด้วยเป็นนักปฏิบัติอ๋ออันนี้ท่านพูดถึงอันนี้ผู้ใดแจ้งไม่ใช่รู้แต่ภาษาท่องจำแต่ภาษาแต่พอพูดภาษาขึ้นมาก็เข้าใจสภาวธรรมแล้วเราก็ตรวจของเราได้ตลอดเวลาผู้นั้นลึกซึ้งผู้นั้นมีสภาวะเป็นพระเจ้าที่ไม่ติดอยู่แต่ภาษาพอพูดภาษาคำนี้ความนี้ออกมาเรามีสภาวะรองรับเราระลึกถึงสภาวะธรรมต่างๆที่เราผ่านมาพบเราเป็นเรามีได้และเรียกว่าเราเรียนไปก็รู้ไปเข้าใจสภาวะธรรมไปแล้วผลแห่งจิตที่มีอุป ภาพบุรุษภาควิมุตดังนี้จะยังบทบาทเชื่อมต่อให้เกิดผลไปถึงรูปกายอีกทีเมื่อเรามีวิมุตทั้งสองคือปัญญาวิมุติและเจโตวิมุตติที่เรียกว่าอุปสรรคอุปสรรคแปลว่า 2 อุโบภาคภาคแปลว่าส่วนส่วน 2 หรือ 2 ส่วนมีวิวตั้ง 2 ส่วนอย่างนี้แล้วก็จะยังบทบาทเชื่อมต่อให้เกิดผลไปถึงรูปกายที่รูปกายที่ทนได้ยากต่อสัมผัสที่เย็นจัดร้อนจัดก่อนจัดแข็งจัดหรือมีรสจัดเผ็ดแสบทางทวารหูตาจมูกลิ้นกายในลักษณะใดๆก็ตามอุปกรณ์ภาคก็มีหมดอันมีวุฒิฐานะมีอุฏฐานะแท้ๆนี้จะปรับเปลี่ยนจะปรับปรุงให้ ได้ต่อสภาพจัดไฟแรงไปนานๆเก่งขึ้นเรื่อยๆเมื่อเรามีวิมุติแล้วนี่มันจะทำให้เราถ้าเผื่อว่าเราเองเราใช้ฝึกปรืออำนาจอบตภาค 2 วิมุตจะทำให้เรามีผลต่อมาถึงกายถึงบรรลุมาถึงรูปกายเราจะทนต่อแดดน้ำลมฝนสัตว์เสือกลิ้นพรานทนต่อเย็นจัดร้อนจัดอ่อนจัดแข็งจัดหรือว่ามีรถจัดแบบมีรถทางตาหูจมูกลิ้นกายมีรถสีแสงอะไรต่างๆมันจะเป็นลักษณะใดก็ตามอุปกรณ์ที่มีสภาพที่พึ่งได้ถอนได้หรือว่าอยู่สู้ได้อุทานนะแปลว่าขยันเพียงแต่ว่าอยู่มีเกิดอุฏฐานความเกิดอุฏฐานคำว่าเพิ่ม เลิกพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งเรียกว่าวุฒิฐานะว่าจะมีอยู่หรือจะถอดถอนอยู่ในตัวก็จะสามารถปรับปรุงปรับเปลี่ยนทนทานได้เก่งขึ้นเรื่อยๆเมื่อทำปฏิเสธวรรณาอธิษฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเร็วด้วยและมากด้วยโดยตั้งใจจะทำในวงเล็บอธิษฐานอธิษฐานให้คือตั้งใจตั้งใจจะทำถ้าเราตั้งใจจะทำฝึกได้ผู้ที่มีอุปกรณ์หมดแล้วเราจะทำให้เพื่อที่จะอยู่กันแดดน้ำลมพ้นการเมื่อใดก็ฝึกหรือเขาตั้งใจอธิษฐานขึ้นมาแล้วก็ทำแต่ถ้าไม่ตั้งใจจะทำก็ไม่เก่งขึ้นล่ะแต่ถ้าไม่ตั้งใจจะทำมันก็เหมือนๆธรรมดาของมนุษย์แต่ว่าเราไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับสิ่งนั้นผิดแล้วก็ รู้ครบเลยแต่ถ้าผมฝึกเพื่อที่จะให้เรามีอุปกรณ์ผ้าก็ไม่รู้แล้วเราฝึกเพื่อที่จะทนต่อเพชรจนกระทั่งทำให้อาการเผ็ดเนี่ยไม่เข้าไปร่วมเข้าไปในปฏิกิริยาทางจิตจิตก็ไม่เผ็ดโดนบ่นทนความร้อนก็ไม่ต้องร้อนทำได้ถ้าตั้งใจฝึกเข้าตั้งใจผู้มีอุปสรรคแต่ถ้าพบว่าไม่ตั้งใจจะฝึกมันก็เป็นธรรมดาเพชรก็รู้เพชรตามที่มนุษย์โลกคนอื่นเขารู้ว่าเผ็ดจัดร้อนจัดเหมือนกันแล้วก็ได้รับสภาวะแวดล้อมอย่างนั้นแต่เราวางใจจากทุกข์มีอยู่ตามตามเดิมเหมือนเท่าๆกับคนอื่นกายนี้ก็ทุกข์คือกายได้รับร้อนๆเต็มอย่างนี้แหละเราก็รับรู้สึกอย่างนี้ก็เขาเต็มเพชรก็เผ็ดอย่างนี้อะไรๆก็งี้แต่เราวางใจได้ เราไม่เดือดร้อนเราไม่ทุกข์ทรมานเราไม่หลีกหลบไม่เหมือนคนเราไม่ดีดดิ้นและก็กระทำการปรับปรุงมันไปตามควรเป็นคนที่ไม่ตื่นเต้นรู้จะหนักจะเบาอะไรๆในโลกมันจะมีสภาพจัดสภาพแรงสภาพอ่อนอะไรก็ไม่มีปัญหาเพราะงั้นนี่ก็จะเป็นสภาพ 2 อย่างถ้าเผื่อว่าผู้ใดที่ไม่ค่อยจะมีเรื่องไม่ยอมพอจะมีงานไม่ค่อยจะมีกิจอะไรมากจิตส่วนมากท่านก็สามารถทนทานต่อสภาพสัมผัสนอกจากเก่งทำได้โดยจิตเนี่ย มาฝึกเพี้ยนได้แต่ถ้าเผื่อว่าจิตท่านไม่ได้มาตั้งจิตตั้งใจที่จะทำอย่างนั้นโดยการทำงานทำกิจอื่นมันก็อยู่กับคนอื่นเหมือนกับคนอื่นแต่ฉันก็ไม่ทุกข์เหมือนคนอื่นเท่านั้นเพราะมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาคือใจเป็นประธานใจด้วยจิตจะรับรู้ก่อนแล้วจึงจะสั่งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปยังรูปยังกายจริงๆถ้าอินทรีย์พระยังไม่แก่กล้าเลยก็ปรับได้เปลี่ยนได้ช้าหน่อยต้องทนได้ยากมากหน่อยภาษีพละแก่กล้าพอปานกลางก็จะปรับเปลี่ยนได้พอปานกลางไม่ช้าไม่นานเกินไปแล้วยิ่งอินทรีย์เพราะรักแก่กล้าอย่างยอดยิ่งเท่าใดก็จะปรับจะเปลี่ยน ไปเร็วได้ไวได้เท่านั้นเท่านั้นเก่งที่สุดหรือมีฤทธิ์อิทธิที่สุดก็คือปรับเปลี่ยนรูปแปลงกายได้ตามจุดที่ต้องการในทันทีทันใดนั้นถ้าฝึกเข้ามากๆก็จะเปลี่ยนมีอินทรีย์พละกล้าก็จะปรับเปลี่ยนได้เร็วได้ไวจนที่สุดเก่งที่สุดนี่ขนาดเป็นเราเรียกว่าเป็นฤทธิ์เป็นปาฏิหาริย์เป็นอภินิหารมีฤทธิ์ที่สุดปรับเปลี่ยนรูปแปลงกายได้ตามจิตที่ต้องการในทันทีทันใดเพราะฉะนั้นมีจิตมีฤทธิ์แรงปรับแปรได้ของเย็นมาทำให้เป็นร้อนของร้อนทำให้เป็นเย็นไปเลยของแข็งทำให้เป็นอ่อนของก้อนทำให้เป็นน้ำของน้ำทำให้เป็นแข็งกลายเป็นงี้ จิตนี่มันเวลามันมีพลังงานแล้วก็ใช้พลังงานพวกนี้ฝึกปรือทำเป็นได้เพราะเรื่องเดรัจฉานวิชาหรือว่าเรื่องฤทธิ์เดชอะไรพวกนี้มันไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรหรอกมันเป็นเรื่องมีจริงถ้าเราตั้งจิตตั้งใจอธิษฐานตั้งจิตฝึกปรือทำเป็นทำไปมันก็ได้แต่ถ้าเราจะไปเล่นแร่แปรธาตุเดียวกับสิ่งพวกนั้นผู้ที่รู้แล้วเป็นพระอรหันต์เจ้าแล้วก็รู้คุณค่าว่าเอ้าก็ได้แค่นั้นแหละมันได้แค่เล่นแร่แปรธาตุหรือทำอะไรก็ได้พวกนี้เสร็จแล้วมันก็ไม่เป็นประโยชน์กับมนุษย์อะไรมากมายเพราะแม้แต่จะทำจริงมันก็ไม่ได้ว่าทำได้จนสามารถอะไรเกินการสามารถจะมาไปเอสกิโมก็เป็นละลายน้ำแข็งก็เป็นน้ำเจิ่ง เลยมันไม่ได้หรอกพอจะไปข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาก็ดันเห็นน้ำแข็งหมดเลยเดินข้ามเฉยๆไปเลยให้คนอื่นเดินตามไปกับเพื่อนเลยมันก็ไม่ได้หรอกไม่เก่งเยี่ยมยอดอะไรถึงตายเพราะว่าพลังงานที่มีก็ส่วนหนึ่งที่จะใช้ได้พอประมาณบางคนทำได้นิดๆหน่อยๆก็มากๆก็จะได้มากขึ้นหน่อยมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยมันเป็นเรื่องยากมาหายากแล้วก็ไม่มีผลอะไรถ้าแม้จะแสดงอย่างนี้จะทำอย่างนี้ให้มันได้จริงๆมันก็เป็นความทึ่งเป็นความวิเศษที่เกินมนุษย์อย่างหนึ่งที่คนเห็นแล้วก็ทึ่งเสร็จแล้ว สูตรกิเลสฟังให้ดีนะทำร้ายคนเกิดกิเลสพูดดีเว้ยไม่เอาวิเศษเว้ยประหลาดเว้ยอยากได้เว้ยเหมือนกับคนเห็นทองคำเห็นเหมือนอย่างผู้หญิงเห็นเพชรงามงามสวยเหลือเกินอยากได้เว้ยก็เท่านั้นเองเหมือนของวิเศษมันของโอ้โหยอดเยี่ยมของยอดเยี่ยมผู้หญิงก็เห็นยอดเพชรอันนี้สวยเหลือเกินว่างั้นนะแต่ผู้ชายนี่จะชอบอะไรอยากได้อะไรยอดเยี่ยมไม่ได้อะไรผู้หญิงนี่ก็คงจะได้เห็นเพชรงามสุดก็อยากได้อ่ะนะเค้ามีคู่อยู่พอยกตัวอย่างผู้ชายอ่ะอยากได้อะไร นึกไม่ออกเหมือนกันอาตมาก็นึกไม่ออกผู้ชายนี่มันไม่มีอะไรที่จะมาผูกมัดมึงกับผู้หญิงผู้หญิงยอดเพชรเพชรสวยเหลือเกินยอดเยี่ยมเหลือเกินอยากได้ผู้หญิงส่วนใหญ่เลยเป็นอย่างนั้นน่ะนอกจากผู้หญิงน้อยนะมีเหมือนกันบางคนก็บอกไม่เคยใจดีเรื่องเพศเรื่องพลอยอะไรก็ไม่เคยแต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็สู้เพชรพลอยอยากได้มันเป็นเครื่องคู่กันยังไงไม่รู้เป็นของยอดเยี่ยมของยอดยิ่งเป็นของยอดจ่ายเหมือนกันน่ะอาจจะไม่อยากได้อภินิหาริย์ผู้ชายเหินได้เดินน้ำดำได้มีฤทธิ์เดชอะไรได้ขอให้มันเยี่ยมยอดมันก็อยากได้มันเหมือนกับมันอยากได้อะไรอันนึง แบบเดียวกันกับผู้หญิงเห็นเพชรแล้วก็อยากได้เพชรได้ยอดเยี่ยมอยากได้เป็นของเรามันก็เป็นการขี้โรคเพราะฉะนั้นการที่ไปมีสิ่งนี้มาแสดงสิ่งนี้ทำสิ่งนี้ได้นั้นมันไม่ใช่ว่าจะทำให้คนอื่นเขาละนายพรายนะยิ่งไปแสดงอวดเขาแล้วไปก่อให้จิตของเขาเกิดโลหะกิจเกิดจิตขี้โรคกันทั้งนั้นน่ะมันไม่ได้เป็นประโยชน์มันเป็นภัยอย่างนี้ซะด้วยเพราะคนที่พอรู้อย่างนี้ได้อย่างนี้แล้วศรัทธาเลื่อมใสเห็นคนนี้เก่งก็สู้เขามาเป็นลูกศิษย์เข้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive