240723-3-099 ทางเอกภาค3-ตอน099(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์177 KB
วันที่แก้ไข20 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 23 กรกฎาคมพุทธศักราช 2524 ประชาธิปไตยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกของเราการประพฤติเราจะประพฤติกันมาถูกกล่าวถูกก่อนและกระทำผู้ใหม่นี้จะไม่เห็นคุณค่านักเพราะว่ายังไม่ได้ใช้มากเพียงพอยังไม่กระทำเพียงพอแต่ยังไม่รู้ประโยชน์ไม่รู้ผลแต่ถ้าเผื่อว่าได้ประพฤติปฏิบัติธรรมรูปประโยครูปผลแล้วมันก็จะเป็นสิ่งที่เราจะต้องยึดมั่นถือต้องทำไปให้ ประโยชน์ต่อแม้แต่ว่าเราจะบรรลุธรรมถึงขั้นอรหันต์แล้วก็ยิ่งจะเห็นความสำคัญในสมาธิสัจจะเหล่านี้เพราะกฎหลักวินัยแบบแผนของสังคมนั้นมันมีอยู่เรื่องของสังคมหรือสังฆะเป็นเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องความสำเร็จลุล่วงอะไรจะต้องทำกันให้เกิดปรากฏว่าปฏิบัติธรรมไม่เกิดสังฆะไม่เกิดสังคมไม่เกิดจุดสุดท้ายได้คือความเป็นหมู่ความเป็นมิตรดีเพื่อนดีสหายดีคือความเป็นสิ่งที่จะอยู่กันอย่างมีหลักมีเกณฑ์มีระเบียบและกระดูกเป็นอย่างไปศาลสัมพันธ์อันดีส่งเสริมช่วยเหลือโปรไฟล์กัน เรียกว่าสังคมหรือเรียกว่าสังขละถ้าเราไม่ทำหรือเราทำไม่สำเร็จก็เรียกว่าเราไม่สำเร็จผู้ใดสมเด็จแล้วสมเด็จรุ่นร่วงจบถึงสิ่งสำคัญคือถึงสิ่งสังคมแม้ว่าเป็นกลุ่มก้อนสังคมหรือสังขารแปลว่าเป็นกลุ่มสังคมแปลว่ามันเป็นไปมันเป็นไปดำเนินไปตามธรรมะมันดำเนินไปด้วยการประกอบกันอยู่ฟังธรรมะหรือสังขะมันดำเนินไปด้วยการประกอบกันอยู่หรือเกิดหมู่เกิดชุมเกิดก้อนเกิดรวมนั่นเรียกว่าศาสนาแปลแล้วเสร็จสังฆะก็แปลว่าศาสนา หาที่แปลว่าความเป็นมิตรดีเพื่อนดีสหายดีที่เป็นไปเพื่อความร่วมความร่วมกันแสดงถ้าเกิดว่าสิ่งใดไม่เป็นไปเพื่อความร่วมความร่วมกันอันดีแล้วสิ่งนั้นไม่ใช่ศาสนาสิ่งใดยังแย่จนแตกอย่างระแหงอยู่ไม่ใช่ศาสนายังไม่ถึงความบรรลุสูงสุดความสัมพันธ์ที่มันไม่ติดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่มันต่างคนต่างช่วยเหลือสนับสน

อ่านต่อ

ุนกันมันสะอาดเหมือนน้ำกับไอ้บอลมันต่างช่วยกันต่างกันไปด้วยกันในบอลต้องอาศัยน้ำเกิดน้ำจะติดแตะอยู่กับใบบอนได้ให้เห็นลักษณะน้ำที่ใสรวมตัวรวมตนใบบอนจะชูน้ำให้เด่นได้ ทำน้ำให้จนได้ฉันใดน้ำก็ใช้บ่อยๆฟ้าใสน้ำอยู่อย่างนั้นแหละแต่มันไม่ดูดไม่ซึมกันหรอกเร็วกว่าความอิสระสูงสุดความเป็นที่สุดของที่สุดพิสูจน์ได้แล้วก็เป็นจริงเห็นได้ไม่ค้างไม่แย้งไม่มีแต่ปากพูดจะเป็นความจริงสังฆะเกิดอยู่ถ้าสังฆมณฑลหรือสังขละหรือสังคมไม่เกิดก็ไม่ใช่มนุษย์เพราะมนุษย์นี้เป็นไปเพื่อความเป็นกลุ่มเพราะมนุษย์เป็นสัตว์โค้งเป็นสัตว์สังคมมนุษย์ก็จะต้องอยู่กันด้วยความเชื่อคุณการพูดดีแล้วผู้ฉลาดแล้วหรือผู้ที่หมดความเห็นแก่ตัวแล้วก็มีตัวช่วยเหลือเกินกว่าผู้อื่นอยู่ ยูเนี่ยนมอลล์คืนนี้มีมาเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไหนแม่จะจับธรรมดาก็เป็นโค้งก็ยังมีหลักมีเกณฑ์มีแบบมียางช้างนี่มันก็มีแบบมันก็มีวินัยของมันหรือแม้แต่สัตว์โคกอื่นๆมันก็มีแบบมีวินัยของมันมีจารีตประเพณีมีคุณค่าอุทยานของมันเป็นกฎหลักตัวไหนที่ออกแขกๆนอกๆอยู่มันก็มันก็ถูกถูกกดเข้ามาหาหลักหรือไม่ก็ต้องแยกกันแตกออกไปเป็นเป็นตัวเกเรเป็นตัวมันพักเนาะทั้งนอกกลุ่มหรือว่าเป็นสัตว์นอกหมู่ซึ่งมันเป็นเรื่องของโลกเป็นเรื่องของธรรมดาแล้วผู้ใดจะมาศึกษาก็ต้องรู้ฐานแห่งความจริง สาวนักศึกษาไปสู่จุดสูงสุดของเราเราได้พยายามฟอกจนทำตนให้ดีแล้วเราก็จะอยู่เป็นประโยชน์มีความขวนขวายเป็นบุญกิริยาอยู่เป็นสูงสุดได้ทั้งทีได้พูดย้ำซ้ำซากให้ฟังแล้วพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีพระปัญญาธิคุณกับอะไรก็เป็นความจริงถ้าเราไม่มองไม่เห็นไม่ทะลุแล้วก็รู้สึกของความดีๆเพราะมันขัดสนใจเรามันขาดแต่ความเป็นของเราคือเรายังเป็นอยู่มันยังเป็นไม่ได้มันยังเป็นอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านหมายถึงปรับไม่ได้มันก็ยังเป็นความขัดขัดในใจเรายังมีศรัทธาหรือยังไม่ลงยังไม่ลงตัวยังไม่เห็นตัวเชื่อถือเป็นจริง มันก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ 2 อันก็ปฏิบัติไปเรียนรู้ไปสอดส่องไปมันสอดคล้องกันไปหมดนั่นแหละศาสนานี้เป็นศาสนาแห่งสังฆมณฑลเป็นศาสนาแห่งพระพุทธายะพระองค์ชนะสุขายะกรงสุนัขหัตถายะและเราก็มีใจอันแข็งแรงเป็นแก่ตัวผู้บรรลุสูงสุดแล้วเรียกว่ามหาบุรุษจะเป็นฝ่ายตัวอย่างนั้นเป็นไปเพื่อมวลมนุษยชาติต่างๆเป็นประโยชน์แก่เขาเพราะเราเป็นตัวประโยชน์แล้วสูงสุดเราเป็นตัวประโยชน์เราไม่ใช่เป็นตัวที่เคยเป็นห่วงไปดึงหรือว่าเป็นตัวที่ขาดทานอะไรในโลกทุกในโลกทุกยุคทุกยุคทุกสมัยที่ยังเป็นผู้ถูกชนยังมีกิเลสอยู่ในตัวก็รู้แล้ว จะแสวงประโยชน์ตนอันเป็นความหอมเห็นแก่ตัวทุกคนลาลาออกแล้วเราไม่เหลือตัวไม่เหลือต้นไม่เห็นแก่ตนเพราะตัวของเราจึงเป็นตัวของเขาตัวของเราจึงเป็นประโยชน์แก่นสารแก่ผู้อื่นเขาทำอะไรก็เพื่อจะให้ผู้อื่นได้ดีๆทำอะไรก็ให้ผู้อื่นได้เป็นประโยชน์เพื่อคุณผู้อื่นช่วยเหลือหนูกินเกลืออยู่ตลอดเวลานั่นเป็นลักษณะของมหาบุรุษเป็นลักษณะผู้ที่มีกรุณาปิดคุณลักษณะของผู้ที่มีสมบัติใหญ่เรียกว่าเป็นผู้ที่มีพระมีพรหมมีความเป็นธรรมที่ฐานเป็นอยู่ด้วยพรหมวิหารเป็นอยู่ด้วยความเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเผื่อกูเรื่องหนุน เหลือเฟือฟายเป็นลักษณะที่แท้จริงมันเป็นคุณสมบัติเป็นเรื่องที่เราจะพิสูจน์ได้ด้วยตนเองนี่แหละเมื่อเราถึงเราเป็นเมื่อเราไม่ถึงเราก็ไม่สนเมื่อถึงจริงเป็นจริงและสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดอยู่ตลอดนิรันดร์สำหรับผู้ที่ยังตรัสรู้อยู่แล้วถ้าผู้ใดมีความรู้มีปัญญาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติตรงปฏิบัติได้จริงก็จะยืนยันปรากฏของจริงออกมาเสมอๆเป็นไปได้อย่างนั้นถ้าเรามาเรียนต่อในศูนย์สงครามพิเศษซึ่งได้ย้ำยืนยันให้ฟัง ก็ต้องปั้มต้องทวนอีกรอบพระพุทธเจ้าท่านใดจัดสูตรอันยิ่งใหญ่เรียกว่าสัมมารีมักเป็นทางปฏิบัติที่เป็นทางปฏิบัติอันยิ่งใหญ่จริงๆซึ่งมันยากมากที่จะศึกษาเพราะว่าฤาษีทั้งหลายแหล่นั้นเขาก็เข้าใจเขาก็เห็นได้ว่าการปฏิบัติที่จะหลุดพ้นนั้นก็จะต้องแยกตัวแตกออกผลิตออกและเป็นลักษณะโดดเดี่ยวเป็นอย่างนั้นเจ้าของพระพุทธเจ้านั้นท่านชาญฉลาดท่านเห็นทฤษฎีอันยิ่งใหญ่มีก็ไม่ต้องแยกไม่ต้องการก็สร้างสัจจะสร้างสมาธิได้โดยการอยู่ร่วมในการทำความเข้าใจเป็นไปได้แต่พระพุทธองค์ก็มีเวลา เดี๋ยวมีเวลาที่จะแยกที่จะพิสูจน์ในขณะที่มันไม่มีอะไรแต่ไม่มีอะไรต้องไม่มีอะไรสัมผัสเป็นสภาพปฏิบัติเป็นครั้งเป็นคราวไปแล้วจะได้อาสามัญญผลหรือเอาภาคปฏิบัติของจรณะทั้งหลายแหล่มาให้มาอธิบายกันในพระเย็นซึ่งมีลักษณะอย่างไรและมีลักษณะสำคัญเป็นจุดเป็นหลักอะไรอย่างไรเพื่อพระองค์ท่านตรัสไว้เป็นหลักฐานทั้งหลายทั้งแหล่เพื่อจะได้เข้าใจอธิบายก่อนสอบประสานไปแต่ตอนนี้ก็จะอธิบายในเรื่องของแง่เชิงของมหากษัตริย์มีซึ่งโดยเน้นหลักใหญ่คือเน้นสัมมารีสัมมาสมาธิของพระอริยะอันประกอบไป เดี๋ยวตัดใจที่มีสมาธิองค์ 7 เป็นองค์ประกอบเป็นเหตุให้เกิดสัมมาสมาธิอันอริโยคืออริยะแล้วพระพุทธองค์ก็ได้เน้นเลขดับยืนยันว่าสัมมาทิฏฐิเป็นประธานจึงเกิดความเข้าใจเกิดความเห็นเกิดความเห็นแจ้งชัดว่าเอออันนี้เป็นอย่างนี้แน่แท้นะเมื่อเรารู้ทิศทางที่แน่แท้เข้าใจถูกอย่างที่เรียกว่าผู้ที่มาศึกษานั้นแน่นอนมันก็ต้องเข้าใจผิดมาก่อนทั้งนั้นเข้าใจไม่ตรงเข้าใจไปตามที่ได้ยินมาในที่อธิบายฟังแล้วมันเป็นกิเลสมันเป็นกิเลสมันเป็นเชื้อดังได้สดับมาดังได้สดับมาอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วก็เชื่อถือหรือว่า คลิปอ่านไปอย่างนั้นอย่างนั้นมาแต่ไหนๆก่อนเราได้ยินได้ฟังมาดังที่คนอื่นเขาก็ว่าเขาดีเขาก็ว่าเขาประเสริฐเขาก็ว่าเขารู้เขาก็พาทำกันมานึกว่าทำได้ดีแล้วแต่พระพุทธเจ้าบางคนพบนั้นเป็นสิ่งที่ดียอดดีเหนือดีกว่าเหมือนทฤษฎีใหม่ที่มันมีเนื้อดีกว่าอันไม่ค่อยเหมือนซะด้วยเอามาปรับขึ้นเอามาบอกขึ้นมันก็จะต้องค้านแย้งมันก็จะต้องศึกษาหน่อยล่ะยิ่งปรับยืนยันว่ามันเป็นสภาพทวนกระแสในสภาพที่มีการเกิดขึ้นใหม่อุบัติขึ้นแล้วในโลกก็ยิ่งเป็นเรื่องที่จะ ทำความเห็นให้ชัดๆทำความเห็นให้เป็นไปให้ถูกต้องแม้เราเกิดเข้าใจเกิดปัญญาแล้วเราก็ยังต้องฝึกเลยเราต้องฝึกตัวฝึกฝนฝึกให้มันความคิดให้มันลงตัวลงพอเหมาะพอเจาะวาจาก็ให้ลงตัวการกระทำก็เห็นลงตัวตามที่เราเห็นแล้วเราเข้าใจแล้วมันไม่ใช่ง่ายง่ายบริจาคแผ่นยืนยันและสมาธิเป็นประธานเป็นสิ่งที่เราจะต้องเห็นต้องรู้จักแต่ความรู้ที่เกิดจริงที่มันยังเพียรอยู่เขาเรียกว่ามิจฉาทิฐิตรงแท้ก็เรียกว่าสมาธิคือพระองค์ก็จำยืนยันความเห็นมิจฉาทิฏฐิ วิธีแยกออกนั่นเป็นไฉนตั้งแต่เริ่มต้นด้วยว่าผู้ที่เห็นว่าสิ่งที่เกิดอยู่ในโลกนี้มันไม่มีผลมันเป็นพวกนักศึกษาทิฐิเป็นพวกเห็นว่าทานไม่มีหรือว่าทานแล้วไม่มีผลงานศิลปะการทานการให้ไม่มีผลที่สุดนั้นศาสนาพุทธนั้นสอนผ่านนี่แหละเป็นยิ่งใหญ่บารมี 10 ทัศนั้นสุดท้ายก็คือผ่านออกสลากออกมันต้องเลือกมนุษย์มันถึงเรียกว่าฟ้อนมันถึงเรียกว่าหมดมันต้องเรียกว่าไม่มีมันจะเรียกว่าไม่เหลือตัวไม่เหลือตนไม่เหลืออะไรในเราให้เขาไปหมดนั่นแหละที่เรียกว่าหมดเพราะฉะนั้นให้แล้ว เหลือแต่แท่งก้อนที่ดีสุดท้ายเป็นอัดเป็นเสาไฟที่เซลล์สัตว์เหลือรูปนามขันธ์ 5 ก็ยังมาสร้างกรรมกิริยาให้กับคนอื่นก็จำก็กลายเป็นกรรมกรมโนกรรมเป็นกรรมมันโตเป็นกรรมอันเป็นที่สุดธรรมะบอกอันโตอันตะให้แก่เขาไปก่อกรรมให้แก่เขาเป็นตัวอย่างอันดีเป็นตัวอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังเป็นการสร้างสรรค์ในการค้นคว้าจากกระทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เพื่อประโยชน์แก่เขาไปอย่างที่ได้ย้ำให้ฟังแล้วว่ามันจบแล้วจบแล้วไอ้ร่างกายนี้มันเป็นเครื่องกลมันเป็นเครื่องกลอันมีเศษซึ่งมีตัว มีกัปตันขับเองของตัวเองโดยมีปัญญาโดยมีจิตวิญญาณเป็นตัวแทนควบคุมขับเคลื่อนและเองอย่างดีที่สุดไม่ถึงที่สุดแล้วจบแล้วมันไม่มีอะไรแล้วเหลือแค่ก้อนนี้ก็เอามาใช้งานมันก็ทำให้มันให้มันเกิดผลเกิดประโยชน์และมันก็เดินทางไปสู่ลูกฟังจบไม่ใช่ปล่อยโละๆเละๆลอยๆในสิ่งที่ปล่อยลอยๆแข็งๆเซ็งๆนั้นเรียกว่าเป็นผู้ที่ไม่มีทิศทางไม่มีความรู้เป็นคนลอยลอยไปลอยมาในส่วนผู้ที่มีทิศทางแล้วย่อมรู้พักธูปเทียนย่อมรู้การกำหนดรู้กำหนดรู้อะไรต่ออะไรตามกาละตามเวลาเวลาผ่านไป บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่มันมีสำนึกไม่มีการพิจารณาว่ามีการระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมมีสติสัมปชัญญะรู้ดีรู้ชั่วรู้ว่าควรทำอะไรดำริไปเป็นสัมมาสังกัปปะเมื่อเรารู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ถ้าทำในสิ่งที่ดีแล้วตอนนี้มันเป็นของดีก็ทำไปทำมันยังไม่ดีก็เปลี่ยนเปลี่ยนไปทำส่วนที่ดีอยู่ดียิ่งกว่าเสมอเสมอตามกาลเวลาแล้วผู้ใดว่างแล้วจบแล้วพระอรหันต์แล้วท่านจะเป็นคนขยันอยู่แล้วลองฟังดูดีจะเห็นฉันจะเป็นคนขยันเปลี่ยนสร้างประโยชน์อยู่ว่าท่านว่างแล้วท่านหมดจิตตนจิต ไม่มีจิตจะพิจารณาแก่ตนนั่งอยู่แล้วก็ว่างก็พิจารณามีบุพเพนิวาสานุสติญาณตรวจสอบตู้ประปาตะอยู่ตรวจสอบการเกิดการดับทั้งหลายตรวจสอบสิ่งเกิดสิ่งใดทำสิ่งเกิดสิ่งใดที่ท่านทองแน่นอนท่านก็จบแล้วเกิดญาณแล้วรู้แล้วว่าเป็นจักรยานเห็นว่าจบแล้วสิ้นแล้วถ้าไม่มีอะไรเลยตัวเองอยู่ว่างๆก็ต้องปฏิเสธขาแล้วมันก็ต้องไม่ว่าเมื่อวานแล้วก็ไม่ว่าเป็นปฏิมากรรมสีตามเห็นความที่จะต้องสลับคืนเพราะว่าถ้าไม่สลับคืนแล้วมันแชร์ ใช่แค่เราจะทำอะไรก็มันแช่แล้วมันก็เกิดการปฏิเสธว่านายซ้ำทวนแล้วมันก็จะติดหรือมันก็จะเป็นแนวอย่างนั้นเพราะฉะนั้นใครเคยช้าทำช้าช้าเกินการมันก็จะช้าเกินไปใครทำแคล่วคล่องก็จะเป็นความแคล่วคล่องใครจะทำสิ่งใดสิ่งนั้นก็จะเกิดชำนาญหรือปฏิสังขรณ์คุณแต่คุณไม่ไปนั่งซึมอยู่เฉยๆมันเข้าใจคือการนั่งสมาธิอยู่อย่างนั้นแหละและการเคลื่อนไหวและการทำนู่นทำนี่อะไรมันก็จะเป็นการชำนาญในสิ่งนั้นภาพการชำนาญสิ่งใดเป็นสิ่งที่เป็นการสร้างสรรค์เป็นประโยชน์เป็นสิ่งที่ให้คุณค่าแล้วก็จะรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งวันนี้ สนมีแต่คุณค่าสิ่งใดที่ไร้คุณค่าเราก็จะรู้อะไรคุณค่าไอ้ที่ไม่แตะต้องเลยเราจะไม่แตะต้องไอ้ที่ต้องแตะต้องบ้างไม่แตะต้องบ้างเราก็จะต้องบ้างไม่แตะต้องบ้างไอ้สิ่งที่จะต้องแตะต้องอยู่ต้องเป็นไปอยู่ยิ่งจะต้องเป็นประจำเลยหรือว่าเรียกว่าอาชีพหรืออาชีพเราก็จะต้องอยู่เราก็จะทำอยู่เรามีความกิน 1 มื้อเป็นอาชีพเรามีการนอนประมาณเท่านั้นจะมองเป็นอาชีพเราก็จะทำอยู่เรามีการเดินการไปการมาการสร้างสรรค์สิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นอาชีพแต่เราเป็นครูเป็นอาชีพอย่างผมนี่เป็นครูสอนเป็นอาชีพเขาก็จะทำเป็นอาชีพเป็นกิจวัตร กูบอกว่าเป็นวัชระเป็นความหมุนวนเป็นวัฏฏะอยู่เป็นอาชีพเป็นจริยวัตรเป็นวัดป่าเป็นความหมุนวนที่จะต้องมามีพฤติกรรมอย่างนี้แหละหมุนวนมาเป็นนักษัตรหมุนวนมาเป็นวันเป็นคืนหมุนเวียนมาเป็นครั้งเป็นคราวอย่าเป็นไปอย่างนี้แหละเป็นอาชีพเรามีอาชีพการบริสุทธิ์เพราะนี่เป็นอาชีพอันสูงสุดเป็นอาชีพอันบริสุทธิ์สุดยอดคนมิจฉาชีพ 5 ได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่งเป็นผู้ที่ตรัสรู้หรือเป็นผู้ที่บรรลุธรรมแล้วหมดสิทธิ์ตนแล้วยิ่งมีอาชีพสอนเขาไม่มีอาชีพที่เป็นประโยชน์แก่เขานำพาเขาเป็นครูเป็นผู้นำพาเป็นผู้นำ ผู้ใดรู้แจ้งแทงทะลุจริงก็จะนำพาเขาอย่างมีกิจจะลักษณะนำพาแม้ว่าจะนำพาก็ไม่มีการบังคับอะไรเกินการผู้ศรัทธาก็บอกฝากผู้ไม่ศรัทธาก็ปล่อยกลับถ้าผู้ศรัทธาก็จะบอกจะกล่าวกันว่าไม่ศรัทธาเลยคู่แข่งกันบ้างดื้อดึงก็จะค่อยๆร้องค่อยๆทำด้วยปัญญาด้วยอุบายอย่างโกสนที่จะช่วยเหลือชั่วคราวกันน่ะผู้ใดที่ขยันหมั่นเพียรมีสิทธิ์ง่ายอ่อนมีจุดที่สุภาพโน้มน้าวมันเป็นไปตามได้ไวก็จะนุ่มๆมาถ้าพูดอะไรก็ได้แข็งดื้อก็ยากหน่อยเป็นธรรมดาหรือเป็นเรื่องของสัจจะทั้งนั้นน่ะเป็นเองเป็นไปตามจริงของผู้ที่เป็นที่มีนั้นๆมีสันดานมีนิสัยมีสัญชาตญาณมีอะไรในตัวหรือเรียกว่าบารมี ก็เป็นบารมีสันดานเป็นสิ่งที่ไม่เคยเป็นเคยมีรถดับนะครับท่านก็สู่ความหมายที่ถูกต้องความหมายที่ดีอาจจะสุทธิธรรมที่ดีเราก็จะได้ทำสุดท้ายแล้วมันก็มีแต่ทานต้องมีผลเพราะฉะนั้นใครเห็นว่าทานไม่มีผลทานที่ให้แล้วไม่มีผลก็เป็นพวกลัทธิเพราะว่านัตถิถึง 10 นี้นักจิตวิทยาทานไม่มีผลอย่างพิธีบูชาไม่มีผลทั้งบริบูรณ์ทำเครื่องที่ควรจะทำพิธีที่ควรจะเชิดชูแล้วก็บูชาวิธีทุกคนเชิดชูถึงเป็นเครื่องนำเครื่อง มันก็มีผลถ้าเห็นว่าไม่มีผลผู้นั้นก็ไม่ได้สภาสังเวยหรือการสังเวยบวงสรวงที่เป็นในเชิงของเทวนิยมด้วยซ้ำก็มีผลสำหรับคนผิดคนที่ของเขาก็มีผลแต่ถ้าเผื่อว่าล้างได้ก็ดีแล้วในศาสนาพุทธไม่มีเทวนิยมไม่มีสิ่งที่จะต้องบวงสรวงสร้างโดยอ้อนวอนมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์มีสิ่งที่จะช่วยเหลือเครือข่ายกลับมาอย่างนั้นของเราไม่มีแต่มันก็มีผลสำหรับคนที่เขาใช้ปัญญาใช้กำลังใจอะไรที่โน้มน้อมอยู่เราก็ต้องรู้ว่าเขามีผลเพราะฉะนั้นเราโน้มน้าวมาได้ผู้ที่เห็นกินกันจังเลิกละมาจนกระทั่งหมดทิฐิกลายเป็นสัมมาทิฏฐิเต็ม แม้แต่วิชาที่สุดของเขานั้นก็มีผลอย่างของเขามีผลไปอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นบางทีมีผลเสียหายด้วยซ้ำเป็นผลเสียและนี้ก็ได้อธิบายไว้ต้องเอามาฟังกันและอธิบายถึงการไว้มากหลายแล้วเป็นวันๆเลยแต่ละวันแต่ละวันแต่ละอย่างแต่ละอย่างแต่ละอย่างอธิบายเอาไว้เยอะแยะบางอย่างก็รวบรวมสรุปบางอย่างที่เป็นหลักแกนใหญ่ๆก็อธิบายยาวอธิบายถึงการให้ฟังถ้าคุณใส่ใจจะศึกษารู้ก็ต้องเอามาฟังดูอาจจะได้รู้ละเอียดและออกสิ่งเหล่านี้เป็นหลักการนี่หลักการใหญ่ยิ่งสัมมาทิฏฐิเนี่ยไม่ศึกษาแล้วมันก็ยังเข้าใจอย่างที่เราเข้าใจนั่นแหละถ้าเราเข้าใจดีและเราก็เป็นผู้บรรลุแล้วแล้วก็ไปพูด แต่ในเมื่อเรายังไม่ใช่ผู้บรรลุก็ต้องศึกษาดูดีๆไม่ได้บังคับให้เชื่อแต่เห็นว่าไม่ถูกถ้านึกว่าเราเข้าใจยิ่งกว่าเข้าใจถูกกว่าเราก็เชื่อของเราแต่ถ้าเราเองเรายังไม่เชื่อว่าเราเข้าใจยิ่งกว่าเราก็ศึกษาดูศึกษาไปมันก็จะเอามาเทียบมาเขียนเอามาพิสูจน์ได้นิมนต์ที่ 1 นี้ก็สรุปให้ฟังแล้วว่าทานอะไรเป็นหลักใหญ่พิธีนั้นจะเป็นเครื่องรองยันพิธีบูชาในเครื่องรองที่จะต้องมีอาศัยประกอบไปด้วยส่วนสำคัญเป็นสิ่งที่มันก็ยังตัดไม่ออกสำหรับมนุษย์เป็นระดับ 3 เพราะฉะนั้นก็อนุโลมเข้าไปถ้าตัดออกได้ก็ตัดจะทำให้ศูนย์ได้หยุดได้ก็เป็นหนี้เพราะฉะนั้นก็เป็นแต่เพียงอนุโลมปัจจุบัน คนและสุดท้ายพูดถึงก็ติดยึดสังเวียนบวงสรวงพรุ่งนี้ก็ไม่มีสัมมาทิฏฐิแท้เลยมันก็ต้องมีอยู่ในโลกเราก็จะต้องเป็นสังคมเราก็ต้องรู้ล่ะว่าเป็นสังคมเราก็จะต้องเอาเขาก็ปล่อยเขาดำเนินไปเราไม่รวมไม่เกี่ยวหรือเราไม่อะไรก็อย่าไปเชื่อจีรังฟันแทนเขาไม่ต้องปล่อยให้เขาเพราะเขาอาศัยสิ่งนั้นไปรอดเพราะต้องอาศัยเหมือนคนที่ติดฝิ่นมันต้องกินกลิ่นมันต้องสูบมันถึงไปรอดถ้ามันไม่ถูกกลิ่นมันลงแดงตายมาลงแดงตายจริงๆก็ต้องให้มันสูบไปแล้วมันก็ชั่วก็เลวมันก็ตายไปของมันตามประสาคนชั่วคนเลวตามประสาอย่างนั้นอย่างนั้นเราก็ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงอย่างนี้เป็นหลักมันมีอยู่ในโลกนี้แหละมันอาศัยอยู่ในโลกเพราะสิ่งใดสิ่งใดจะอนุโลมสุดแล้วมันก็ต้องอนุโลมเข้าไปมันมีอยู่ในโลกมันมีจะบอกว่าไม่มีไม่ได้ อยากเป็นคนที่จะต้องรุนแรงจัดจ้านจนตายเพราะสิ่งใดที่ไม่ได้ครองอยู่ก็มีไปในฐานะที่สังคมหรือโลกก็มีตั้ง 3 อย่างต่อมาเองก็คือกรรมกรรมมารังถ้าเราเรียกสั้นๆถ้าเราเรียกเต็มก็นัดผิดปกตินางกัมมังพลังวิตามินไอ้พวกที่ไม่เห็นว่าไอ้การทำดีทำชั่วหรือผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว Ok Google ดีทำแต่ผิดกฎอยู่ชั่วๆสุดท้ายมันก็มีแต่กฎระเบียบแต่หลักการที่บอกว่าดีๆนี่ชั่วของผู้รู้พร้อมผู้รู้ผู้ใดกำหนดเธอจะพวกเราเชื่อว่าพระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้รู้ยอดเท่ากับกำหนดไว้อย่างนี้ดีอย่างนี้ไม่ดีอยากทำท่านก็บอกเอาไว้เราก็ทำให้ตรงตามที่ท่านว่าเราก็จะต้องรู้กฎรู้ระเบียบรู้สิ่งที่ดีแล้วยังไม่ดีอยู่เราก็แล้วก็มันก็มีผลกับชีวิตมีวิบากสิ่งเหล่านี้ถ้าพูดได้เห็นว่าไม่มีก็ไปหาถ้าผู้เห็นว่ามีถ้ามาวิบากต่างๆคนละวิบากต่างๆของการทำดีทำชั่วมันมีโรคนี้มีแต่ยังโลโก้ ยังโลโกเห็นว่าโลกนี้ไม่มีนัตถิโลเกเห็นว่าโลกหน้าไม่มีนี่เป็นข้อที่ 4 5 6 ข้อที่ 4 กำนันนัตถิกัมมังกรรมไม่มีข้อที่ 5 ลัทธิไปยังโลโก้โลกนี้ไม่มีข้อที่ 6 ณที่โลโลโก้โลกหน้าไม่มีเขาก็เห็นผิดไปอย่างนั้นถ้าผู้ใดเห็นแจ้งว่ากรรมมีกรรมเป็นอันทำกรรมเป็นการกระทำมีผลมีวิบากผู้นั้นก็เป็นผู้ที่เห็นถูกแล้วผู้เขียนว่าโลกนี้มีโลกหน้ามีในโลกนี้นี่แหละไปทั่วโลกหน้าเราจะพิสูจน์ได้เพราะฉะนั้นในการที่จะเดินทางไปถึงวันนี้พรุ่งนี้ เราจะเป็นพรุ่งนี้ที่ดีจะทำวันนี้ที่ดีอย่างมั่นคงได้พรุ่งนี้ที่ดีก็เกิดขึ้นได้เมื่อเหตุปัจจัยของเรารูปขันน้ำกันของเราไปถึงพรุ่งนี้มันก็จะไปทำกรรมที่ดีเพราะเราได้ทำกรรมที่ดีเราเป็นคนที่เก่งในกรรมแล้วแล้วเก่งในกรรมแล้วกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราได้หัดฝึกปกครองสามารถควบคุมอยู่ในอำนาจของเราได้ดีแล้วแน่นอนถ้าเหตุปัจจัยของเรายังไม่ดับสิ้นมันยังเป็นเครื่องกลมันยังเป็นสิ่งที่จะเกิดอยู่พรุ่งนี้มันก็จะต้องเป็นโรคที่ดีเป็นโรคหน้าอย่างนี้เป็นเครื่องพิสูจน์แน่ๆเป็นเครื่องพิสูจน์ได้มะรืนนี้เมื่อเรื่องนี้ถ้ามันยังมีเหตุปัจจัยถึงอยู่มีสัตว์เป็น โรคหน้าดีๆเราจะส่งไวและก็ทำให้จริยะพฤติกรรมที่ส่งไว้ไปทำให้จริยธรรมที่ดีและจริยธรรมที่ดีเพราะเราได้สุขกายสุขใจสุขมโนที่ดีได้แล้วพิสูจน์ได้ในโลกนี้สิ่งที่ดับดับได้ดับวันนี้ได้พรุ่งนี้ก็ดับได้อยู่มะรืนนี้ก็ดับได้อยู่มันเรื่องนี้ก็ดับได้อยู่อนันต์โตเป็นอนันตังรับได้ก็ดับจริงๆระดับสิ่งที่เป็นอกุศลระดับสิ่งที่ชั่วที่เลวซึ่งมนุษย์นี้ไม่ควรเป็นไม่ควรมีไม่ควรให้เกิดได้สูงสุดแม้กระทั่งถึงนามธรรมแล้วก็ดับในจิตของเราเป็นกิเลสที่มันอยู่ในจิตเป็นความเข้าใจผิดที่อยู่ในจิตแล้วก็ สนิทเป็นได้เดี๋ยวนี้พิสูจน์ได้โลกนี้พิสูจน์ได้โลกหน้าเป็นไปตามโลกนี้ที่ได้ทำได้ดีแล้วเกิดความศรัทธาเชื่อมั่นเกิดศรัทธาสัมปทาเกิดสีละสัมปทายังอยู่ในศีลในสุคติและกฎสืบชะตาสุตตังสุตตะในกฎในระเบียบเห็นเดี๋ยวนี้รู้เดี๋ยวนี้ว่าเราถึงล่าสุดพร้อมแล้วซึ่งสีเลือดสัมปทาไม่ต้องมีล่วงหน้าเลยถึงจะทำได้ตามหลักเกณฑ์การของพระพุทธเจ้าจึงตัดเป็นแล้วทำได้เดี๋ยวนี้จากพระอยู่เดี๋ยวนี้ถึงอยู่เดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้ก็จากพระอยู่สาขาอยู่ที่ทานอยู่ทานอยู่บอกแล้วว่าสุดท้ายมันมีแต่ฐานเพราะเราไม่มีอะไรเครื่องกลของเรานี่หายใจเข้าหายใจออกก็เพื่อที่จะให้มันสังเคราะห์ธาตุไว้ กินเข้าไปก็เคยเป็นสังเขปไว้แล้วก็มีแต่กรรมเท่านั้นเกิดขึ้นกรรมเท่านั้นตั้งอยู่กรรมเท่านั้นดับไปมีแต่การกระทำหรือกรรมกิริยากิริยาของจิตเกิดขึ้นจิตตั้งอยู่ติดดับไปแล้วจิตก็เป็นประธานมโนเสฏฐามโนมยาจิตก็เป็นประธานของสิ่งทั้งปวงจิตก็สร้างสรรค์เศรษฐาอย่ามาอย่างอันเป็นเราทำนั่นแหละแต่ว่าไม่ใช่ของของเราเราก็ทำสร้างสรรค์ไปแค่นี้ก่อนนี้จิตนี้จึงเป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติที่แท้จริงเรามีโลกนี้มีเราก็เป็นวัฏฏะมีพระพุทธเจ้าจึงบอกว่าโลกโลกนี้ ในโลกนี้โลกโลกนี้พร้อมไปด้วยกรรมมันก็จะทำไปเป็นโลกแห่งพรุ่งนี้เป็นโลกของมะรืนนี้ถ้ามันยังพอเป็นไปถ้ามันยังไม่ดับลงไปเดี๋ยวนี้พิสูนได้แต่ว่าเราจะถึงซึ่งเป็นยาอะไรจะถึงซึ่งความเห็นอันสูงสุดเป็นปัญญาสัมปทาเพราะมีปัญญาอย่างเชื่อมั่นศรัทธาแจ่มแจ้งเป็นสัตว์อินทรีย์เป็นไม่ได้ยินฟรีเป็นสปริงฟรีเป็นสมาทอินทรีย์เป็นปั้นอินทรีย์มีอำนาจในปัญญาเชื่อมั่นในศรัทธาชัดแจ้งเชื่อถือเห็นจริงหรือว่าอย่างนี้จริงเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็จริงเชื่อเลยไปตัดสินคดีเป็นตัวขยันเมื่อมันเชื่อ สุดแล้วมันก็มีแต่วิริยะอินทรีย์เรามีความเชื่อมั่นอินทรีย์เราจึงเป็นวิริยะอินทรีย์เราจึงเต็มจึงเต็มไปด้วยสติเพราะอินทรีย์เรามีสมาธิหน้าได้สั่งสมสมาธิเป็นสัมมาสมาธิอันอริยะหรือสัมมาสมาธิของพระอริยะเป็นพระอริยะสูงสุดแล้วเป็นสมาธิจริงๆเป็นสภาพจิตยิ่งจิตสูงเป็นปัญญาความรู้เมื่อใดก็รู้รู้เนื้อรู้ตัวรู้ทั่วพร้อมรู้ว่าเรากำลังทรงจำทรงกริยาการทำพิธีกรรมมโนกรรมของเรารู้บัดนี้เวลาล่วงไปเรากำลังทำอะไรอยู่กายกรรมวจีกรรมที่ดีกว่านี้ยังมีอีกแล้วก็ทำดียิ่งขึ้นไปสมควรในกาลใดมีสรรพคุณทางการจัดแจงจัดการเสมอ ชีวิตเรายังเนื่องจากสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่เข้าใจอย่างแบบแจ่มแจ้งเห็นอยู่ว่าชีวิตก็เนื่องสัมพันธ์ไปกับผู้อื่นอยู่อย่างนั้นแหละเรื่องสำคัญโดยที่เราไม่ได้เห็นแก่ตัวเห็นแก่ตนแล้วไม่เหลือตัวเหลือตนจริงๆชีวิตของผู้ที่เป็นไปอย่างนี้ไม่เหมือนคนในโลกหรอกสบายเบิกบานร่าเริงเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นอยู่เสมอไม่ซึมไม่เสื่อมไม่ใช่เป็นผู้ปราบเปรียวเป็นผู้ที่ไม่บกพร่องเป็นผู้ที่มีแม้การเจ็บป่วยของลูกฉันตายจะทุกข์ก็มีเป็นธรรมดาแต่ใจไม่เคยทุกข์เจอแต่ติดกระทบไม่มีใจไม่เคยป่วยพระอรหันต์เจ้าใจจะไม่ป่วยใจไม่เคยป่วยใจไม่มีความบกความ ใจมีแต่ความเต็มไม่มีน้อยใจเสียใจไว้ใจแบ่งใจอึดใจอึดใจไม่มีมีแต่ใจโล่งเป็นอากาศโชติอนันต์โตอากาศโชติมีสันตะวิหารมีเครื่องอยู่อันปลาอันสันติสันตะแล้วจริงๆติดโลกโปร่งสบายมีอะไรมาสัมผัสกระทบรู้แกก็ยังโลกยังโปร่งอยู่นั่นแหละจะมีความร้อนความหนาวจะมีความแรงความเบาจะมีความอย่างไรที่โลกเขาจะสรรค์สร้างสรรค์แจ้งมากระทบสัมผัสก็ยังรู้อันนั้นโตอากาศมีวิญญาณที่จะรู้รู้อยู่เป็นธาตุรู้ที่รู้ยิ่งเป็นวิญญาณนางสว่างไสว รู้เท่าทันรู้แจ้งรู้ยิ่งเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นตื่นเข้าคล่องแล้วสุดท้ายนางแคล่วคล่องกระปรี้กระเปร่าไม่ใช่เป็นคนเซื่องซึมเศร้าเหนื่อยไม่ใช่เราจะเห็นได้อย่างชัดแจ้งแม้แต่ทางกายกรรมก็เป็นความบอกวิธีการก็เป็นความบอกเราเป็นผู้ที่ครอบครองเป็นผู้ที่ปราดเปรียวอยู่เป็นพลังเพราะฉะนั้นพลังอย่างนี้มันถึงจะสร้างสรรค์พลังอย่างนี้มันถึงจะโอบอุ้มลูกอนุเคราะห์โลกเป็นโรคกำปังอนุกรรมตายอนุกรรมปายะมีแต่กรรมนั่นแหละ โลกกำปังโลกกำปังโลกมีสิ่งที่ดำเนินไปอนุกรรมปายะเป็นสิ่งที่หนุนเนื่องตามอยู่จึงเรียกว่าอนุเคราะห์โลกท่านก็แก้เอาความว่ามีเมตตามีเมตตาอนุเคราะห์โลกมีความอนุเคราะห์โลกช่วยเหลือโลกอนุเคราะห์ก็คือตามให้โลกตามได้ให้โลกตามได้มันเป็นผู้ให้โลกตามได้นี่เป็นลักษณะของมนุษย์ที่เราได้ฝึกตัวฝึกฝนตนจะเป็นผู้ถึงซึ่งสุดท้ายแล้วมีช่างพร้อมอินทรีย์มีอินทรีย์มี พลังเพราะมีวิมุติมีวิมุตยืนยันผู้ใดยังไม่มีมดก็ยังไม่มีพลังอะไรจะเป็นมนุษย์ไปดันไปสร้างสรรค์อะไรได้แต่ผู้ที่มีวิตแล้วจึงเป็นพลังที่จะไปสร้างเป็นสันซึ่งเมื่อไม่มีวิมุตมีพลังแล้วก็เป็นอยู่ตัวเองก็พาสุขตลอดไปเลยตั้งแต่ตรัสรู้แล้วผู้ใดถึงสิ้นสุดความบรรลุสูงสุดแล้วถ้าจะรู้แล้วโล่งไปตลอดจะเห็นว่าจิตใจของเราแม้มันจะสัมผัสอะไรต่ออะไรไม่รู้เท่าทันเลยแล้วเรามีกรรมวิธีเรามีอุบายอยู่ในการปลดปล่อยทุกอย่างเพราะฉะนั้นแม้จะมีมนุษย์จรอะไรที่บอกว่ามาอย่างแรงเลยแต่เราเองขณะที่มีเป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะรับรู้เรื่องแล้วมันก็หายว่าเพราะเรามีอุบัติเหตุ พระอรหันต์จะมีใบโกสนอันเด็ดเดี่ยวที่อภิวุฒิจอห์นกลับมาที่ 7 ก็เป็นผู้ที่รู้ถึงจิตที่รู้แน่เลยครับแล้วก็สลับออกสลับคืนไม่ทำให้จิตใจเราเศร้าหมองอย่างเด็ดขาดไม่มีความสัตย์เศร้าหมองไม่มีความขัดข้องอะไรอะไรมาก็ปลงๆอันนั้นโตอากาศมีสันตะวิหารธรรมเป็นเครื่องอาศัยมีทั้งปากเป็นเครื่อง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน