240929-3-133 ทางเอกภาค3-ตอน133(หน้า298)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 29 กันยายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปเป็นการอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอะเรามาเรียนกันต่อนะแต่ตอนนี้เราเข้าถึงอาสวะคดีอาญาแล้วก็ได้อธิบายไปแล้วที่ปฐมอโศกไปครั้งหนึ่งแล้วแล้วก็มาอธิบายโดยหยิบเอาประเด็นสำคัญในอัศวัตถะมาซ้ำอีกเมื่อวานนี้แต่วันนี้ก็จะอ่านทวนอีกในข้อความของอวกาศนั้นให้ฟังกันซะก่อน เพื่อที่จะได้จับคำจับความกันชัดที่ได้ยืนยันย้ำให้ฟังว่าการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้านั้นเรามีชั้นมีธรรมในธรรมคือมีชั้นเชิงที่มันลึกซึ้งละเอียดละออจนถึงขั้นสุดแล้วเราจะสุขได้นั้นไม่ใช่เราพ้นทุกข์เท่านั้นที่เป็นข้อสังเกตที่ตั้งให้ฟังเราจะพ้นทุกข์เท่านั้นยังไม่พอจะเป็นพระอรหันต์ได้นั้นจะต้องสิ้นอาสวะดับสิ้นอาสวะหมดสิ้นอาสวะจึงจะเรียกว่าเป็นพระอรหันต์แค่สิ้นทุกข์นั้นอย่างน้อยไปนะแค่สิ้นทุกข์นั้นยังเป็นระดับหนึ่งเท่านั้น โรงงานถ้าเราจะกล่าวต้นแล้วก็บอกกันว่าเราจะมาพ้นทุกข์เราจะมาสิ้นทุกข์อริยสัจอยู่ก็แค่แค่ทุกข์รู้ทุกข์รู้สมุทัยรู้เหตุของทุกข์รู้นิโรธรู้ดับรู้อะไรก็กินความพอไปถึงนิโรธก็กินความถึงขั้นดาบลงไปทีนี้ดับก็ต้องดับให้สนิทเมื่อดับสนิทแล้วก็ยังจะต้องมีสิ่งที่มันละเอียดว่าชอนชัยลงไปสูงสุดถึงทุกข์นิโรธทั้งคามินีปฏิปทาก็ต้องรู้เกี่ยวสัมพันธ์กับชาวโลกชาวบ้านชาวช่องทุกอย่างชาวบ้านชาวช่องเขาน่ะเขาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้เราดับจริงหรือเปล่าหรือว่าเราหนีไปไม่รับรู้แล้วเราก็ว่าเราพ้น ข่าวนั้นชาวบ้านเขาทุกข์นะอย่างนี้อย่างนี้เราเข้าไปร่วมกับเขาได้พิสูจน์ได้ว่าเราไม่ทุกข์อ่ะอย่างชาวบ้านอย่างนี้เราไม่ทุกข์จากนี้ชาวบ้านเขาทำนะเราไม่ทำแต่อย่างนี้ชาวบ้านเขาทำเอออันนี้ดีทำเราทำด้วยอันนี้ดีแล้วเราจะรู้ดียิ่งกว่าชาวบ้านรู้อีกว่าสิ่งควรทำนั้นคืออะไรบ้างเป็นแก่นสารสาระอะไรบ้างแล้วก็มาประพฤ
อ่านต่อ
ติปฏิบัติเมื่อเรามาพบปฎิบัติแต่ชาวบ้านเขาหรือว่าอยู่รวมกันสัมพันธ์กันศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งความรวมความประสานเป็นกัลยาณมิตตตาเป็นสมาชิกตราเป็นศาสนาที่มีความสมานในฉันในศาสนาที่มีความเป็นอาชีพร่วมกัน ปิดชีวิตร่วมกันช่วยเหลือเกื้อกูลกันอุ้มชูกันไม่ใช่หมายความว่าศาสนาที่เห็นแก่ตัวหรือศาสนาที่ไม่มีอะไรและเมื่อเวลามากระทบสัมพันธ์อยู่นี่แหละมันจะเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งรู้โลกใหญ่รู้จักจักรวาลกว้างระหว่างเรารู้แต่ตัวเราเองก็แค่แต่ตัวเราเองแล้วเราก็นึกว่าเราทำที่ตัวเราเองเราดับเราหยุดที่ตัวเราเองโดยกรรมวิธีง่ายๆง่ายที่สุดที่เราคิดเอาตื้นๆต้นๆถ้าเราจะดับทุกข์อย่างชาวโลกบางคนยังรวมปริซึมเงี้ยเออเคยได้ยินว่ารวม immer วิธีดับทุกข์ของเขาตายลูกเดียวแต่ว่าแล้ว เขาก็พยายามหาทางฆ่าตัวตายและเขาก็คงจะสำเร็จแล้วป่านนี้จะรู้แล้วหรือยังไม่รู้ว่าเขาพ้นทุกข์หรือเปล่าเขาก็ยิงตัวตายจนได้แล้วเขาก็ได้ยิงตัวตายไปแล้วจนฮือฮากันนี่ก็ตื้อๆง่ายๆเลยว่าการพ้นทุกข์ก็คือทำที่ตัวเองเนี่ยดับไปทีนี้ไอ้ดับลูกเอาปืนยิงโป้งเข้าไปตัวเองดับแล้วก็ตายทุกที่จริงรวมแล้วไม่ใช่เป็นคนแรกที่ค้นพบสูตรนี้เขาฆ่าตัวตายเพื่อหนีทุกข์อย่างนี้มามากแล้วมากแล้วไม่ใช่รวมเป็นคนต้นคิดแต่มาทำเป็นประกาศยืนยันตายลูกเดียวอื่นๆไม่มีหรอกที่มีชีวิตอยู่ไม่มีพ้นทุกข์อ่ะอะไรๆก็ไม่พ้นทุกข์ก็ต้องตาย เดี๋ยวเขาก็ทำตายอะไรก็เรียกว่ารูปหยาบอีกรูปนึงก็ทำเหมือนต่ายเอาแต่ดับจิตแต่ก็ยังอุตส่าห์ตายไม่จริงฟื้นขึ้นมากินกินขี้เยี่ยวหลับนอนแล้วก็ขึ้นมากินขี้เยี่ยวหลับนอนเขาก็ว่าเขาพ้นทุกข์แล้วอีกลูกหนึ่งต่อมาก็ต้องมาเรียนรู้ว่าไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่ดับจิตไปอย่างนั้นไม่ใช่หนีไปอย่างนั้นรู้อยู่เห็นอยู่เข้าใจอยู่แต่จิตของเราไม่ได้เป็นทาสไม่เป็นถ้าเรารู้ว่ากินก็ควรกินตามสารภาพละเอียดละออเมื่อเรารู้แล้วกินอยู่หลับนอนหรือทำผิดทำการทำงานอะไรก็พอได้ก็รู้สึกว่าพ้นทุกข์ก็รู้สึกว่ามัน เดือดร้อนอะไรนักแต่มันก็ยังมีมีอาการของกิเลสซ้อนอยู่อีกนัยยะที่ลึกๆประกาศพ้นทุกข์ในระดับของพระพุทธเจ้าจึงมีหลายชั้นเหลือเกินชั้นต่ำหยาบพ้นตำแหน่งมาไม่มีอบายก็เป็นโซดาพอผลโสดาก็มาเรียนรู้ในวงจักรของความเร่าร้อนของการปรุงแต่งเป็นการเป็นลาเป็นยศเป็นอะไรต่ออะไรแล้วมันก็แย่งชิงกันมันมีโลกจัดมีราคะจัดมีโทสะจัดก็มาละรถจนกระทั่งสบายอยู่กับเขาได้สบายเลยนี่จัดเก็บอะไรก็ปรับปล่อยในระดับหนึ่งกระทบสัมผัสกับเขาก็เราก็มีความสามารถมีสมรรถภาพพอสู้เขาได้ก็ไม่แย่งชิงนะแต่ก็ขยันหมั่นเพียรนี่ถ้าเรียนถูก เดี๋ยวกูก็นึกว่าเรียนถูกตามธรรมของพระพุทธเจ้าก็ขยันหมั่นเพียรอุตสาหะวิริยะเพราะฉะนั้นคนดีในสังคมเนี่ยไม่รู้ตัวแต่ตัวเองก็ไม่ไปทำเร็วๆซ้ำๆอบายมุขก็ไม่มีรูปรถเป็นเสียงสัมผัสอะไรก็ไม่ติดไม่ยึดเท่าไหร่หรอกก็ไม่เคยได้แต่ก็รวยฐานะคนดีพอสมควรจะให้รวยจนกระทั่งโลภมากโลภมากก็ไม่รวยก็ถูกทำเหมือนกันพออยู่พอกินพออาศัยมีหลักมีฐานตามโลกเค้ามองๆว่าแล้วก็พอไปได้แต่ตัวเองก็ไม่สะสมกอบโกยๆๆช่วยเหลือแจกจ่ายแก่คนที่ควรช่วยคนหรืออะไรไปเป็นคุณธรรมในตัวและก็มีอยู่อย่างนั้นน่ะก็เป็นคนขยันจริงๆนะฉลาดเฉลียวอะไรซึ่งจะกอบโกย ปัญญาอันฉลาดมันมากอบโกยมาเล่นเล่ห์เหลี่ยมอะไรพอสมควรก็ทำได้แต่ไม่ทำไม่ใช่คนโง่ไม่ใช่คนไม่มีฝีมือไม่ใช่คนไม่มีสมรรถภาพมีสมรรถภาพแต่มันไม่รู้ชัดรู้แจ้งว่าขยันก็ไปซี่แม้เหน็ดเหนื่อยก็ขยันอุตสาหะเข้าไปมากหน่อยเผื่อแผ่คนอื่นเขามีอุดมการณ์หน่อยไม่มีถึงตอนนั้นก็ยังมีคนที่มีอุดมการณ์อีกขยันเพียรเลยนะอุตสาหะจะพยายามมองสังคมมองโลกมองมนุษย์ที่มันเอาเปรียบเอารัฐกันมากที่มันยังสะสมกอบโกยมากตัวเองก็ไม่สะสมเท่าไหร่พวกนี้ก็เป็นรุ่นระดับที่เข้าเขตเข้ามาทำงานมากแต่ไม่รู้จักตัวจริงมันรุนแรงไปมันมากไปมันเป็นวัตถุมากไปไม่รู้จักทิศทางแก้ ไปด้วยทางจิตวิญญาณก็เลยมาแก้ไขแต่ทางวัตถุหนักเข้าก็กลายเป็นคอมมิวนิสต์เลยแก้ไขแต่วัตถุก็เลยเป็น materialism กลายเป็นลัทธิเอาแต่วัตถุเพราะยังเข้าไปถึงจิตไม่ได้ถ้าจะปรับแล้วก็พวกนี้ในระดับอนาคามีระดับสัจธรรมมีได้ได้ทีเดียวถ้าจะปรับตัวง่ายๆปรับกันโดยที่เรียกว่ามันก็มีภูมิธรรมจิตขนาดนึงนะเสียสละไม่กรอบไม่โกยสร้างสรรค์ทำให้สังคมพอเป็นไปทีเดียวตัวเองก็สบายของตัวเองตัวเองก็พอใจตัวเองตัวเองก็ภาคภูมิใจตัวเองขนาดนั้นขนาดนั้นแต่ยังไม่รู้จักฐานจิตไล่เข้าไปหาอนาคตถึงอรหันต์อันนี้ล่ะ อันนี้ล่ะที่จะเป็นฉันตอนระหว่างทุกข์กับอาสวะถ้าผมพูดได้เรียนรู้จิตเข้าไปอีกจะรู้จักความสุขุมละเอียดละเมียดละมัยแล้วรู้เลยว่าแกนไม่ใช่วัตถุเท่านั้นแต่วัตถุก็มีความรู้ในด้านวัตถุมีแต่เรื่องเรียนมาตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าแล้วโอ้ยเราอยู่กับโลกเราเรียนรู้วัตถุเราต้องใช้เท่าไหร่อะไรยังไงแล้วก็ปรับลงไปให้ประหยัดสุดให้ประหยัดสุดเลยอะไรมินิมัมคอสเหรอประหยัดสุดอ่ะให้เรียกว่าให้มันก็ขาดทุนน้อยที่สุดใช่ไหมต้นทุนได้น้อยที่สุด minimum cost ต้นทุนน่ะออฟฟิศกำไร maximize profit ประโยชน์สูงต้นทุนน้อยแต่ให้ได้ผลผลิตมากนะครับแปลอย่างแบบเศรษฐศาสตร์แบบโลกแต่เรามาแปลเป็นแบบธรรมดาก็บอกประโยชน์สูงประหยัดสุด Maximum cost maximus ตัวนี้พิมพ์หลายอยู่ที่ในใบปลิวที่เราจะไปทำกิจกรรมอาหารมังสวิรัติจะเป็นคนที่รู้ในรายละเอียดของประโยชน์สูงประหยัดสุดแล้วเราจะประหยัดอย่างไรประหยัดต่อชีวิตชีวิตของเราสมบูรณ์พอดีไม่มากไป น้อยไปแข็งแรงคล่องแคล่วสบายสะอาดบริสุทธิ์บริสุทธิ์ทาโร่ทาตามมุทุกัมมันยะปภัสราพร่องพร้อมเลยตัวเราเองนี่ทำตัวเราลงตัวเป็นอุเบกขาเป็นตัวเอกเป็นตัวที่คล่องเบาเรียบร้อยสะอาดไม่มีอะไรเปื้อนบริสุทธิ์ผ่องแผ้วเขาแปลประโยคภาษาว่าผ่องแผ้วก็ถูกนะบริสุทธิ์ผ่องแผ้วผ่องแผ้วหรือเป็นฝรั่งก็น่าจะได้นะของแพรวเพลงฝรั่งดูเพลงฝรั่งดูเขาชมพวกเราดูหน้าตาดูเนื้อตัวและเปล่งปลั่งแต่ไม่ใช่อ้วนท้วนอะไรไม่ใช่ หลังดูผ่องแผ้วดูสะอาดใสดูรัศมียังไม่ถึงขั้นรัศมีรัศมีต้องไปสุดท้ายเลยรุ่งเรืองประภัสรานั้นต้องไปโน่นคือสะอาดอยู่ทีเดียวบริสุทธิ์ก็บริสุทธิ์และแม้จะอยู่กับกิจการงานยังจะทำจิตทำอะไรอยู่ก็ไม่มีทุจริตและไม่เอาเปรียบเห็นสะอาดอยู่ทุกอย่างมุทุคล่องแคล่วผ่องแผ้วแผ้วคล่องบลูทูธเข้าคล่องอ่อนละเอียดสุขุมประณีตถึงชั้นไหนไม่ใช่แค่ชั้นนอกละเอียดลออไปจนกระทั่งถึงชั้น 7 มันปรับได้ถึงขนาดว่าเราประหยัดถึงชั้นจริงไม่ใช่ว่าประหยัดได้แต่แค่วัตถุแล้วเราก็คุ้มเฟ้ยของเราอยู่หรูหรากิน นอนเสพอะไรถึงแม้ว่าจะไม่หอบเป็นวัตถุกอบกรองอะไรก็ยังมีพฤติกรรมที่ยังเสพสุขเอาอะไรมาบริการตัวเองอยู่ไม่ใช่น้อยไม่ใช่อย่างนั้นตัดลงไปได้อีกเห็นความจำเป็นที่ชัดแจ้งความที่ไม่จำเป็นที่ชัดแจ้งลดละลงไปอีกละเอียดละออมีกรรมบันยะแล้วจะหมดเซฟได้อีกจากการที่เราต้องเปลืองแล้วก็มามีการงานกรรมมันยากในพระไตรปิฎกก็แปลว่าอะไรนะกลับมันจะต้นต้นต้นต้นกล้าสลาก ปภัสราผ่องแผ้วซึ่งมันก็พอจะพอไปได้นะเอามาอธิบายกันจริงๆก็เป็นขั้นตอนเท่านั้นได้สละสลวยก็หมายความว่าดีมันดีเป็นการงานเป็นอะไรต่ออะไรมันเข้าท่ามันดีมันมีสภาพที่ดีและสละสลวยนี่หมายความว่ามีและแม้แต่กิริยากายเราก็สละสลวยกิริยาวาจาพอดีรู้สละสลวยดีก็เป็นคำดีเหมือนกันเป็นคำลึกซึ้งเหมือนกันนะเป็นการงานที่ท่องเที่ยวคล่องสละสลวยกัมมัญญ์สุดท้ายแล้วไปแปลภาษาว่าผ่องแผ้วก็ใกล้เคียงกันเมื่อกี้นี้ก็แปลอยู่ว่าเปล่งปลั่ง มันไม่ใช่รุ่งเรืองหรือรุ่งเรืองหรือว่าโลดความโลภความมันก็ยิ่งจะแปลยากเข้าไปอีกโลดวางไว้ยิ่งจะไม่ค่อยเข้าใจประภัสราคือหมายความว่ามันขจรกระจายไปแล้วมีรังสีมีศัพท์พันธรังษีอย่างพระพุทธเจ้าตอนสุดท้ายประภัสรานี้มีพลังศรีเลยไปไหนก็มีฤทธิ์เต็มตัวมีแรงเต็มตัวมีคุณงามความดี o r r เห็นเลยทุกอย่างทุกอิริยาบทมันครบพร้อมมันเป็นเอกสุดยอดเพราะคนที่จะเป็นอย่างนั้นได้ก็จะต้องมีภาวะนอกในอันสมบูรณ์ในขั้นตอนที่ถึงขั้นอาสวะเนี่ยเราดูเหมือนว่า พ้นทุกข์หรอกทุกวันนี้พวกเรานี่ถ้าปล่อยไปก็ได้นายอยู่ในฐานสังฆทานมีนี่สบายๆขึ้นไปถึงอนาคามีก็จะต้องจับเป้าแม่นรู้สภาวะเป็นสักกายะของอนาคามีภูมิรู้ว่าไอ้ตัวนี้เป็นอย่างนี้อาการอารมณ์อย่างนี้อย่างนี้อยากอยู่อย่างนี้ละเอียดไปทีนี้ต้องจับสภาวะอาสวะหรือสภาสภาวะของจิตชั้นในถ้าจะเอาสังโยชน์มาจับก็หมายความว่าสังโยชน์ระดับ 5 หมดสิ้นไปนะขึ้นเป็นอนาคามียังเหลือสังโยชน์ชั้นสูงรูปราคะอรูปราคะมานะ อนาคามีถ้าไม่เรียนอาสวะพวกนี้จะเห็นมานะนำหน้าเลยเอาจัดจ้านเอาแรงเอารุนแรงเอาอะไรก็ได้เพราะไม่รู้สกทาคามีไม่รู้มีแต่รุนแรงเท่ากับว่ามันจะสูงขึ้นมามันก็จัดจ้านรุนแรงฆ่าแกงกันได้สุดท้ายไม่รู้เป็นไม่รู้ตายแต่ถ้าปฏิบัติมาไม่ถูกตามภูมิพระพุทธเจ้าแล้วก็กลายเป็นลัทธิแบบโลกโลกขาดแคลนกันได้ไม่มีศีลข้อที่ 1 ไม่มีขั้นอย่างของพระพุทธเจ้านี่ศีลข้อที่ 1 ทั้งคันมาถึงแม้จะรุนแรงก็ไม่รุนแรงแบบนั้นแต่ก็ทำงานของตัวไปไม่ได้ดีเท่าไหร่เพราะไม่รู้รายละเอียดรุนแรงไปก็เป็นแบบวัตถุเป็นแบบโลกไปทักทายกันโลกเขาก็ไม่ได้อำนาจโลกเขาใหญ่กว่าอำนาจทำเพราะฉะนั้นเวลาจะเอาไปแบบลูกๆไปแข่งกับโลกเขาก็เราตั้ง ใหม่รักเก่าเขาแบบโลกอยู่ไม่ค้านโลกก็ไม่ได้เพราะต้องเนียนในต้องมีปัญญาขึ้นชั้นอาสวะรู้จักสังโยชน์สูงหรือรูปฌานอรูปฌานรู้เพราะว่าภพต้องเล่นกำลังภายในต้องเร่งฤทธิ์ภายในแต่ไม่ใช่นิภายในแบบลูกโลกที่เขามาลงเป็นอีกอย่างหนึ่งเป็นแบบภาษีโดยละเอียดแบบนอนมันก็ไม่ร่วมสมัยแบบนั้นมันก็ไม่เข้าท่าเพราะว่ามันที่จริงมันก็รวมตัวเองอีกตั้งเยอะเพราะยังไม่เล่นจิตเล่นอ่าฤทธิ์แบบโลกๆไอ้นี่แล้วมันเป็นไรเดี๋ยวชั้นนั่งสวดมนต์ขึ้นไปสวดบนภูเขาเดี๋ยวจะปราบปรามเรียกร้องเทวดามานั่งสวด ฝากไม่ได้หรอกเห็นมาหลายเจ้าแล้วพวกอาจารย์ใหญ่ๆพวกนี้แบบลึกทางใจพวกนี้เห็นมาหลายเจ้าแล้วมันปลาไม่ได้มึงจะไปสู้เลยเทวดามาพวกนี้ก็เอาไม่กระบองตีหัวม้วนผู้นำเทวดาเท่านั้นเองตายหัวผู้นำเทวดาตายแล้วเทวดาก็ทำอะไรอีกไม่ได้คือมันไม่ใช่เทวดาจริงไม่ใช่ฤทธิ์แรงของพลังงานที่จริงทางด้านจิตวิญญาณที่จริงมีคุณงามความดีสามารถรับรู้ร่วมกันได้เขาก็รับรู้เราก็ร่วมรู้ไอ้นี่ตัวเองไม่รู้แล้วตัวเองก็ปั้นๆเองซะด้วยเพราะไม่รู้ความจริงของจิตวิญญาณจิตวิญญาณมันไม่ใช่ของมีตัวมีตนแต่เราก็ไปใช้จิตวิญญาณที่ลำ เรื่องอะไรรู้แต่ส่วนย่อยส่วนตนส่วนที่พวกสมมุติด้วยกันเองก็ทำเป็นรู้กันเองอยู่ในภพหนึ่งเสร็จแล้วพวกอื่นเขาจะไปรู้ด้วยว่าคุณสมมุติของคุณค่านิยมก็ไปร่วมสมัยกับเขาแต่ของพระพุทธเจ้าเนี่ยเขานิยมอย่างนี้เราจับจิตวิญญาณเขาเลยล่วงรู้จิตผู้อื่นไอ้นั่นมันมีแต่รู้ตัวเองแล้วก็นึกว่าตัวเองรู้หรือจิตผู้อื่นมันฟังไม่ดีมันกลับกันหมดเพราะวันนี้เรารู้จิตเข้าแล้วนั่งดูจิตก็ได้แต่ทำไม่ได้หรอกพวกนี้เป็นนั่งบนภาวนาเล่นดินพวกนั้นน่ะเราก็ไม่ได้เราไม่ได้ไม่ได้จะมีคนที่รู้ดีบ้างพอที่จะรู้คุณธรรมบ้างก็เริ่มใสว่าสงบดีไม่เบียดเบียนดีมี ทำจริงก็เลื่อมใสบ้างเท่านั้นแต่จะร่วมกับคนส่วนใหญ่ว่าด้านจิตวิญญาณต้องเป็นมีความรู้เป็นอย่างนี้มีเหตุผลอย่างนี้มีอะไรอย่างนี้ไม่ได้ไม่ออกอันนี้ก็ยกตัวอย่างให้ฟังเลยเช่นศาสนาสายท่านอาจารย์มั่นน่ะมีฤทธิ์เดชมีอะไรจะได้รู้พวกนั้นพวกนี้ไม่มีคนที่มีผู้ใหญ่มีคุณธรรมดีหน่อยพอรับรู้ว่าไอ้นี่สงบฉันไม่เบียดเบียนท่านแม่อะไรก็ได้เขาก็นับถือเลื่อมใสศรัทธาเพราะฉะนั้นศาสนานั้นจึงดึงคนไปอย่างนั้นแต่เอามาใช้ไม่ได้เอามาใช้ไม่ได้ได้ที่ไหนนำพาได้ที่ไหนไม่ได้นัดเขาก็มาทำเหรียญขายกันเท่านั้นก็สายกระจายออกมาจากสายอาจารย์มั่นก็เยอะออกมันก็มาทำเหรียญขายไม่ทำเหรียญขายก็มาสร้างวัตถุสร้างเจดีย์ใหญ่ วิธีสร้างวัดแต่งงานสร้างพระพุทธรูปโตทำอะไรไปแค่นั้นเองมันปราบไม่ได้มันไม่มีเหตุผลไม่มีหลักฐานไม่รู้โลกเขาไม่รู้จิตวิญญาณผู้อื่นเขาถืออะไรเขานับยังไงไม่รู้แล้วบอกว่ารู้จิตเขารู้จิตเขาขี้หมาอะไรไม่เห็นแก้จิตเขาได้เลยเขาโลภอยู่นะเขามีเงินนะแก้ไขเขาสิไอ้อย่างนี้นี่ก็ไม่ถูกทำจิตอย่างนั้นไม่ถูกหรอกจิตมันไม่แก้จิตไม่ปราบโลภะโทสะโมหะลงได้ถ้ามีไอ้นี่มันเห็นปรับมีโทรศัพท์ลงร่วมผูกกับเขาดักใจเขาได้แล้วอย่านะอย่างนี้ต้องหยุดเขายอมหยุดเลยไม่โตไม่อ่านไม่ตอบนี่ก็อย่างนี้มันรู้ทันเรานี่หว่าพูดกันออกได้แสดงทางวัตถุด้วยและทาง จิ๊บด้วยเพราะเรารู้เราจะพูดถูกเพราะเรารู้เราจะทำท่าทีนี้ถูกอย่าอย่ามาทำอะไรฉันฉันมีท่าทีถ้ามีกายกรรมมีวจีกรรมมีวาจาสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะที่จะทำอันนี้ค้านคานเธอได้เธอไม่กล้าตอแยเธอไม่กล้าละลาบต่อไปหยุดรู้ทันอย่าเลยแล้วมีจิตวิทยาที่สูงจึงเรียกว่ามีจิตมีปัญญาญาณหยั่งรู้มีเจโตปริยญาณใช้จิตเอายกตัวอย่างเช่นว่าพลเอกศิษย์จะใช้จิตวิทยาสู้กับทางด้านสนามมาทางด้านสนามม้าแหมพอเวลาจะเอาเข้าทางนี้ประกาศแข่งขันว่าจะหยุดจะพยายามลดละจะลดวันและก็จะลด รถเที่ยวทางโน้นเสียผลประโยชน์ชุมนุมกันเลยเอาด้านวัตถุชั้นสมาคมนะ 3 สมาคมสมาคมสนามม้าไทยสนามม้าฝรั่งสมาคมนักเรียนมาพวกกูเลี้ยงม้า 3 หัวรวมกันมาเลยแหมวันแรกหนังสือพิมพ์ปกครองข่าวใหญ่เลยเอาละวะพวกนี้พวกเชียร์เชียร์มวยพวกหนังสือพิมพ์อาละวาดตอนนี้รัฐบาลท่าแย้สามสมาคมรวมหัวกันจะเล่นงานพลเอกศิษย์ก็มีปัญญาใช้จิตวิทยาเขาจะต้องมีไอ้โน่นไอ้นี่เขาอะไรต่ออะไรใหญ่โตเลยเขาจะเอาอย่างนี้บอกพลเอกบอกอย่าไปพูดอย่างนั้น เขาไม่ได้คิดอย่างที่คุณว่าอย่างนั้นหรอกอย่าไปมองในแง่อย่างนั้นสิจริงมันก็อาจจะมีมีหลายคนหลายผู้นะครอบครัวที่จะต้องได้มีเลี้ยงอาชีพอย่างนี้ก็เป็นจริงของเขาแต่เราต้องค่อยๆทำดูอะไรอย่างนี้เรียกว่าภาษาส่อร้อยให้ไม่ให้แกแข็งไม่ให้แรงเลยแต่ว่าก็จะห้ามบอกว่าแต่ก็ต้องทำไม่ทำไม่ได้หรอกก็ต้องทำแต่ค่อยๆศึกษาหารือกันไปค่อยๆแต่ต้องทำเพราะว่าเราต้องลดเราต้องรู้เหตุผลอะไรเลยว่าไปทางโน้นแข็งไม่ออกเลยเพราะผมรู้ก็มีปัญญาวัตถุก็ใช้จิตวิทยาก็ใช้อย่างนี้สิรู้จักและใช้ด้วยเหตุใดได้เห็นผลใช้และระดับประโยชน์ด้วยอย่างนี้อย่างรู้จิตผู้อื่นไอ้โง่อย่างธุรกิจผู้อื่น เอาตัวเองสมมุติอยู่ในภพหนึ่งผูกมือกับพวกหมู่พวกหนึ่งแต่หมู่ส่วนใหญ่เขาไม่รู้เรื่องอย่างนี้มึงส่วนใหญ่ก็รู้ประชาชนส่วนใหญ่ก็รู้ไอ้อย่างนั้นประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้รู้ในหมู่ที่สมบูรณ์ด้วยกันเท่านั้นเองแล้วก็รับนับถือกันทรงคลื่นกันอะไรกันลูกพวกนั้นสมุดอยู่เท่านั้นน่ะปั้นตัวเองมีมโนเหมือนกันก็รู้กันได้ส่วนพวกนั้นไม่มีมโนมัยอัตตาจะหลงไหลอยากได้แบบนี้ก็มีค่านิยมแบบนี้ก็ไปฝึกเอาบางทีทั้งชาติฝึกไม่ได้ไปนั่งรับโทรทัศน์แบบที่เขาปั่นกันไม่ติดเมื่อปั้นไม่ติดมันก็ไม่มีก็ไม่มีอีกเหมือนกันไม่มีโรคนั้นโรคกันสมมตินั้นก็ไม่มีเขาก็ไม่ได้