240928-3-132 ทางเอกภาค3-ตอน132(หน้า298)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์150 KB
วันที่แก้ไข20 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 28 กันยายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกพระสวดมนต์เราก็รู้สึกว่าสวดมนต์วันนี้มันคล่องได้ดีและไว้วันหลังจะเอาสวดมนต์แปลมาสวดค่อยๆสวดไปทีละบททีละบทบทแปลบทที่แต่ก่อนนี้อยู่แดนอโศกเราเคยสวดมนต์สวดมนต์แปลมาสวดและเรียนอธิบายแปลคำแปลประโยคแปลแล้วก็ขยายความอธิบายให้ฟัง เราจะได้รู้ว่าสวดมนต์เหล่านั้นสวดอะไรสวดไปมีความหมายอย่างไรส่วนและซาบซึ้งด้วยเพราะเรารู้ความหมายเราเข้าใจความหมายโสดไปแล้วมันไม่ท่องไปเปล่าๆเพราะเราควรจะค่อยๆขยับไปส่วนที่แปลคำแปลเป็นวรรคเป็นวรรคเป็นส่วนไปแล้วก็แปลเป็นคำแปลคำแปลคำแปลแต่เราไม่สวดร้องนะแล้วก็สวดให้มันเป็นคำภาษาบาลีแล้วก็เป็นคำแปลอะไรประมาณนี้ไปแล้วก็ต้องเกิดจะได้รู้ได้เข้าใจบ่ว่างก็เอามาอธิบายกันอีกก็ได้อยู่แดนอาตมาเคยเอามาอธิบายเอามาบอกกัน ขยายความกันซึ่งมันมีสภาพกันอยู่ลึกซึ้งผิดกันเป็นสภาพที่ขยายความออกบางทีเขาก็มันมันไม่ค่อยตรงกันทีเดียวเข้าใจกันไปไปไปไปไปไปก็ได้แล้วเราก็จะได้เข้าใจให้ลึกซึ้งหรือว่าถูกต้องก็ไปมากๆจะให้เกิดผลบ้างมีประจำกันได้แม่นดีพูดก็ถูกแล้วทีนี้ก็มีขยับขึ้นไปเราจะใช้ในเวลาที่จะแปลหรือไม่แปลจะสวดหมดยังไงยังไงก็จะได้นะจะได้ไม่มีอะไรต่ออะไรบ้างแล้วมันก็เขยิบขยับขึ้นไปให้มันมีคุณมีประโยชน์เป็นสูงขึ้นกว่าเดิม Aroma เรียนทางเอกเป็นต่อขณะนี้ได้อธิบายมาจนถึงหน้า 281 ไม่ใช่แล้วกว่าแล้วนี่เออ 290 บาท 98 เลยอ่าอันนั้นก็ที่นี่ที่นี่แค่นั้นก็อธิบายไป 2098 ขึ้นบทใหม่แล้วขึ้นบทที่ 28 แล้วขึ้นอาสวะเคลียร์ พยายามแล้วเราก็ค่อยฟังฟังตามมาเพราะว่าเทปมีค่อยๆฟังตามไปมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกเพราะว่าเราอธิบายนี่อธิบายซับซ้อนซับซ้อนซ่อนแทงเข้าไปทะลุเข้าไปทะลุเข้าไปหลากหลายหน้าที่เราอธิบายกันอยู่นี่ซ้ำไปซ้ำมาย้ำไ

อ่านต่อ

ปย้ำมามีแค่นั้นเชิงมีอะไรพูดซ้ำบ้างพูดใหม่บ้างขยายขึ้นอีกบ้างอะไรอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาแต่เราได้อธิบายมาจนถึงหน้า 298 ซึ่งขึ้นอาสวะขยะแล้ว มาขึ้นอาสวักขยญาณมีที่ใดพยายามย้ำพยายามเตือนกันให้สำคัญก็คือศาสนาพุทธมีจุดบรรลุอยู่ที่พ้นอาสวะไม่ใช่ศาสนาพุทธมีจุดบรรลุอยู่ที่พ้นทุกข์ฟังให้ดีนะเคล็ดลับอันนี้คนศาสนากันทุกวันนี้โดยเฉพาะนักปัญญาในผิวเผินแล้วก็ไม่ถึงอรหันต์ที่ไม่ถึงอรหันต์เพราะไม่พ้นอาสวะไม่ดับอาสวะสิ้นเอาแต่แค่พ้นทุกข์เรียนรู้ทุกเรียนรู้ทุกข์สมุทัยเรียนรู้นิโรธ รู้มากแต่ไม่เรียนรู้อาสวะไม่เรียนรู้อาสวะสมุทัยไม่เรียนรู้อาสวะนิโรธไม่เรียนรู้อาสวะนิโรธทั้งสามีปฏิปทาเมื่อเรียนรู้อาสวะไม่เรียนรู้อาสวะสมุทัยไม่เรียนรู้อาสวะนิโรธไม่เรียนรู้อาสวะนิโรธคามินีปฏิปทาจนพ้นอาสวะเป็นอาสวะขยะก็ไม่ได้เป็นพระอรหันต์เอาแต่แค่พ้นทุกข์เรารู้สึกได้ว่าเราไม่ทุกข์ไม่ยากพวกเรานี่รับรองเลยนี่มากหลากหลายก็ไม่ทุกข์ไม่ทุกข์อะไรนักหนาทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบาก ได้อย่างนี้ไปตลอดชีวิตก็อยู่ได้เหมือนกันกับพระที่บวชมาเยอะแยะที่บวชกันแล้วก็ตายกับผ้าเหลืองเนี่ยตายกับผ้าจีวรเนี่ยเยอะแยะก็ไม่ได้ทุกข์อะไรเกินการนักหนาไม่ได้ทุกข์อย่างชาวโลกเขาหรอกแต่ว่าไม่พ้นอาสวะไม่ได้เป็นพระอริยะไม่ได้เป็นพระอรหันต์ไม่ได้เป็นน่ะเพราะไม่ได้รู้ว่าอาสวะเป็นอย่างไรอาสวะสมุทัยเป็นอย่างไรอาสวะนิโรธเป็นอย่างไรและอาสวะนิโรธสังขารไม่มีปฏิปทาเป็นอย่างไรไม่รู้ว่าไม่รู้ว่ามึงก็ไม่ได้เป็นอรหันต์จะมาลงตัวเป็นทหารมันก็เลยจะหลงตัว 2 ตัวกับตัวเองได้อริยสัจ 4 แล้วอริยสัจ 4 มันจะมีแต่แค่ทุกข์เท่านั้นแต่ทุกข์เป็นเบื้องต้นอาสวะเป็นเบื้องปลายทุกข์เป็นเบื้องต้นที่ต้องรู้เป็นปริญญาสมุทัยเป็นเรื่องที่ต้องละสมุทัยของทุกข์ละไปจนกระทั่งละเอียดตั้งแต่อย่ากลางละเอียดละลงไปเรื่อยๆจนเห็นนิโรธจนรู้นิโรธนิโรธก็ต้องนิโรธอย่างสนิททั้งกาม รูปตามสัญญาทั้งรูปเปิดสัญญาณทั้งอรูปสัญญากําหนดหมายรู้เลยว่าดับดับสนิทสิ้นอาสวะอาสวะนี่มันหมายความว่ามันไม่มีจอนมามันดับแล้วมันก็ตัดวงจรตัดวงจรมันไม่มีผีหลอกมันไม่มีลำเรื่องมันไม่มีกำไรมันไม่มีอาการนิดๆหน่อยๆมันนิดนึงน้อยนึงไม่มีมันเป็นจรรยาเย็ดกันนะจริงๆเขาไม่ได้เรียนรู้รูปประชาชนมันก็ไม่เรียนรู้รูปประชาชนก็ไม่รู้จิตโรคจิตอ่ะรูปปัจเจกอย่างแท้จริงเมื่อไม่เรียน ไม่อ่านไม่ติดแยบคายเมื่อไม่ติดแยบคายไม่ไม่มีผลสงสัยไม่มีผลวิจิกิจฉามึงไม่พ้นวิกฤตอิจฉาจึงไม่เด็ดเดี่ยวไม่เด็ดขาดจึงไม่อาจหาญแก้วกาสุดท้ายยืนยันไม่ได้พูดหลอกคนได้แต่ยืนยันไม่เอาไม่เอาจริงๆพูดรอคนให้เข้าใจว่าฉันเป็นพระอรหันต์นั้นผู้ที่เห็นว่าฉันเคืองนะพูดว่าล้มแวดล้อมอะไรได้หมดผู้ที่เขาเข้าใจแล้วว่าแม้เราไม่รู้เรานี่เหมือนจะเป็นอย่างนั้นทีเดียวพอยันก็จริงๆมันเป็นอาหารหรือยังผมไม่ได้ มันรู้แล้วเหรอได้หรือยังได้ถึงไหมเป็นจริงไหมไม่ไม่ยืนยันผู้ที่ถอนอาสาผู้ที่รู้จริงเห็นจริงมีจริงยืนยันได้ยิ่งมันจะรู้ตัวเราเลยมันจะรู้แม้แต่เราได้เล็กๆน้อยๆนี่ก็เหมือนกับถือขวานได้นิดได้หน่อยก็ยังลำบากกว่าเดิมๆมันจะได้ฟาดฟันคนนั้นคนนี้เพื่อที่จะกล้าหาญชาญชัยปวดออกทุ่มคนนั้นทับคนนี้ข่มคนโน้นเขามันเป็นมานะกิเลส หรือมันเป็นตัวลักษณะที่มันแน่ใจมั่นใจแข็งแรงมันรู้สึกดีมันรู้สึกภาคภูมิมันรู้สึกคนมันควรจะได้อย่างนี้กันนะมันเป็นความจริงเป็นฐานแห่งความจริงอันนึงที่มันตกสู่ภาวะอย่างนี้เข้าแล้วมันเป็นเพราะงั้นมันก็เป็นลักษณะกระด้างเป็นลักษณะอุทิศจากมานะและลักษณะของมานะเป็นลักษณะที่ยึดตัวถูตัวยิงในลักษณะยิงแล้วมันก็เลยแข็งกระด้างเกินไปมันไม่พยายามทำสมานัตตามันไม่พยายามที่จะสมานอัตราหรือไม่พยายามที่จะทำ ตอบเสมอทำความเสมอมีตนอันเสมอมันตัวยกตัวยกตัวนะมันถือตัวถือตนแล้วมันก็เลยกลายเป็นแข็งกระด้างไปอุทยานพระพุทธเจ้าเกินเลยมีลักษณะฟุ้งมีลักษณะซ่านเขาเรียกทรัพย์นี้มาจากคนที่รักเขาเรียกดีซ่านมันเป็นโรคดีซ่านเอกสารภาษาพระนะภาษาพม่านะไม่ใช่ภาษาโลกโลกเป็นโรคดีซ่านดีมันสร้างออกได้ดีแล้วก็หลงดีได้ดีแล้วก็อวดดีได้ดีและดีมันก็ไม่ได้ทิ่มแทงคนอื่น บ้านมึงก็เซ็นมันพุ่งดีพุ่งดีเดือดภาษาหนึ่งเราเคยได้ยินดีเดือดเป็นโรคดีเดือดดีมันเดือดเป็นโรคดีเดือดกระเด็นเลยนะไอ้ดีมันเดือดนี่ก็เด่นถุงใส่หน้าใส่ตาคนอื่นเขาแสบหูแสบตาหมดเลยดีเดือดดูมันจะดีก็ดีซ่านะดีซ่านมันยังรู้สึกว่ามันก็สั้นๆออกมันก็ไม่ค่อยได้เท่าไหร่แต่เดือนคนอื่นเลยเป็นโรคดีเดือดกูก็จะมาลักษณะมาจากมานะนั่นเองเป็นตัวถือดูตัวถือดีแล้วมันก็ออกไปเดือด ซัดคนอื่นเขาพุ่งออกไปซักคนอื่นเขาเป็นโรคดีเดือดเราจะต้องรู้ตัวแล้วก็ต้องคอยระงับค่อยๆประมาณที่จะใช้เรามีดีก็ไม่เป็นไรเหมือนกับเราเป็นเศรษฐีเป็นเศรษฐีก็ไม่ใช่ไปถึงไหนถึงไหนก็จ่ายเงินแสนเป็นเศรษฐีเงินแสนไปถึงไหนก็เอาแต่เงินแสนจ่ายหมดตัวหรือไม่ก็ไม่มันไม่เหมาะสมมันกลายเป็นขี้ออกเกินไปคนก็ไม่มีเขาก็หมั่นไส้หรือไม่ก็มันไม่สมเหมาะสมควรมันไม่สมการละเทศะฐานะเวลาอะไรมันไม่เข้าเรื่องเข้าราวมันก็ไม่ดีแต่มันก็เป็นฐาน ที่มันมันมีมันเหมือนกันแหละมันลักษณะมันเหมือนกับเราเคยๆมาอยู่ในโลกพอได้เสื้อใหม่เสื้อสวยสักตัวก็อยากจะเอาเสื้อสวยใส่เสื้อสวยไปโชว์คนอื่นฉันใดมันก็เป็นอย่างนั้นแหละนะมันมันเกิดมาแต่ไหนแต่ไหนมันเป็นอย่างนั้นมาเรื่อยมันติดมากนิสัยโครงสร้างเดิมมันมีโครงสร้างเก่าๆที่นี่มาเป็นธรรมะแล้วเนี่ยนะมันยิ่งกว่านั้นคนคนเนี่ยเป็นคนที่มีอะไรดีๆบางอย่างก็ยังสนิทกับเมียยังไม่อยากจะเอาไปให้เขาเพราะกลัวเขาจะปล้นกลัวเขาจะจี้มันได้เพชรเม็ดงามมันก็จะเอาเพชรเม็ดงามไปโชว์เขาอยากอวดเพชรเม็ดงามแต่ มีตัวนึงกลัวมันมีจิตกังวลกลัวเขาจะปล้นกลัวเขาจะจี้เอาเพชรเม็ดงามเราไปก็เลยต้องขมิบกับเมียหรือว่าจะต้องเก็บรักษาดูแลจังหวะจะโคนบ้างแต่ว่าธรรมะนี่มันแสนรู้เลยว่าฉันมีดีอย่างนี้ฉันไม่กลัวเขาปล้นดีไปอ่ะไม่กลัวเลยปล้นไม่ได้มันแสนรู้มันไม่เหมือนมีเพชรมีพลอยหรือว่ามีเสื้อสวยเสื้อสวยก็รู้ว่าโอ๊ยขนาดแค่เสื้อสวยใส่เสื้อสวยไปเขาไม่ปล้นหรอกเพราะมันมีเสื้อสวยไปเนี่ยได้เสื้อสวยมานี่อดไม่ได้ต้องใส่ไปโชว์ถามคุณผู้หญิงดูหน่อยเหอะผู้หญิงผู้หญิงนี่แหมมันมีมาหาเรื่องหางานจะออกไปใส่เอาเสื้อสวยออกไปโทรไปใส่ไปอวดมันอยากโชว์ตัว งามที่สุดเอาออกไปมันไม่กลัวการปล้นกันจี้เท่าไหร่สำหรับเสื้อนะแต่ถ้าสำหรับเพชรนะกับอาจจะมีบ้างระมัดระวังกลัวเขาปล้นเก้าอี้หรือว่าของมีราคาสูงก็กลัวเขาปล้นเขาจี้บ้างอันนั้นน่ะเป็นสัญชาตญาณของความรู้นั้นเป็นเรื่องของคนๆทีนี้ไอ้เรื่องธรรมะนี่ งั้นก็ตัวเราก็ต้องมารู้ความจริงอันนี้แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องอวดต้องโอนนะแล้วเราก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไปถึงเวลาควรจะเปิดเผยควรจะแง้มไปดูทีละนิดทีละหน่อยอะไรต่ออะไรเราก็ค่อยๆทำนะเราจะต้องอ่านจิตอ่านใจดูไปหมดถึงฐานสูงถึงเอารูปขึ้นมานะถึงอุทยานถึงอะไรต่ออะไรพวกนี้สูงละเอียดละออเข้าไปจริงๆเป็นเรื่องเรียบร้อยเป็นเรื่องเสมอสมานัตตาเป็นเรื่องที่จะประสานสังเคราะห์ถ้าไม่งั้นเราสังเคราะห์สังคหวัตถุ 4 เนี่ยเราจะทานหลักใหญ่ก็คือทานสังคหวัตถุนี่ก็คือทานเราจะทานด้วยสภาพ ปุ๋ยเยาวชนคำติเตียนก็จริงอยู่แม้เราจะกำลังต่อต้านหรือตอบโต้ว่าเราเองเราพูดเนี่ยถูกแล้วตำหนิติเตียนนี้ถูกแล้วก็ดีก็ถูกอยู่แต่ว่ามันก็มีขนาดประมาณที่เราจะมัดจำอยู่ตาประมาณว่ามันเหมาะสมกับกาละเทศะฐานะหรือยังอาการระบางกาละเราต้องพูดให้หวานพูดให้เรียบร้อยพูดให้ดูนิ่มนวลที่สุดแล้วก็แย้มค่อยๆพูดค่อยๆเฉลี่ยคำเฉลี่ยความต้องมีปัญญามีศิลปะในการจะใช้คำใช้ความใช้สำนวนต่างๆนานาซึ่งภาษามันมีไล่เลี่ยกันอยู่ตัวนี้ก็บอกอันนี้แต่ว่ามันหยาบกว่าแข็งกว่า ตัวนี้กระบอกอันนี้แต่ว่าอ่อนกว่านิ่มนวลกว่ามันมีภาษาไล่เรียงอยู่ต่างๆนานาเยอะแยะเราควรจะใช้กาลนี้กับบุคคลอย่างนี้โอกาสอย่างนี้จะใช้อะไรเราจะมีสับปะรดทำ 7 ประการอย่างลึกซึ้งละเอียดละออขึ้นในการใช้เพราะงั้นวาจาอันเป็นที่รักหรือว่าปุยเยาวชนเนี่ยเป็นติคำติสติอย่างที่เราใช้ศิลปะในการตีใช้ศิลปะในการที่จะจ่ายคำจ่ายความจ่ายจ่ายกิริยาวจีกิริยาต่างๆออกมาใจจะเป็นตัวกรองจิตจะเป็นตัวปัญญาจะเป็นตัวใช้จะเป็นตัวกำหนดเอาออกมาก็ฝึกก็หัด แล้วก็ฝึกก็หัดกันอันนี้เป็นเรื่องที่ยากมันกลับไปกลับมามันจะมันจะไปกำหนดเอาบอกว่าเราแดงก่อนหรือเบาก่อนเราเบาก่อนหรือแรงก่อนถ้าเมื่อใช้กันอย่างชั้นสูงแล้วบอกตายตัวไม่ได้แรงก่อนก็ได้แล้วเบาทีหลังก็ได้หรือเบาก่อนแล้วแรงทีหลังก็ได้อันนี้ตายตัวไม่ได้แต่ธรรมดาสามัญง่ายๆแล้วก็เบาก่อนเมื่อเขาทาแล้วค่อยแรงทีหลังนี่เป็นสามัญเบาก่อนมันก็ศรัทธาแล้วเขามอบตัวยอมเชื่อสนิทบูชาเคารพนับถือแล้วเราแรงทีหลังได้ไอ้นี่ก็เป็นเป็นโครงสร้างหรือเป็นสูตร ธรรมดาสุดสามัญสูตรง่ายๆก็ทำอย่างนี้กันก่อนเพราะงั้นส่วนใหญ่ก็ต้องทำอย่างนี้แต่ในเรื่องของกลยุทธ์จะใช้ก่อนใช้หลังกลยุทธ์นั้นสูงขึ้นไปจะรู้เองเราจะเข้าใจเองว่าเราจะใช้ยังไงเราจะใช้มีลวดลายเขาเรียกลวดลายเป็นศิลปะกลยุทธ์อันนั้นมันแล้วแต่คนแล้วแต่โอกาสแล้วแต่เวลาแล้วแต่สภาพการสิ่งแวดล้อมหรือมันมันมีองค์ประกอบที่มันไม่เหมือนกันตามกาลเวลาเราก็ต้องใช้แล้วเราจะต้องรู้ด้วยใจของเราจริงๆเลยว่าใจของเรามันยังมีเศษอยากมันยังมีเศษที่จะทำอย่างนั้นอย่างนี้อยู่จริงหรือไม่เราจะต้องเป็นคนที่เจ็บ จริงๆละเอียดละออจริงๆเลยเราโกหกตัวเองไม่ได้เรื่องอ่ะแล้วต้องไม่โกหกตัวเองต้องดูต้องอ่านจิตใจต้องดูจริงๆมีลูกเป็นจิตเอารูปไปจิตเราไม่ได้เรียนภาษาของอภิธรรมไม่ได้เรียนภาษาปรมัตถธรรมที่เขาเรียนกันเยอะแยะก็ท่องกันมากแต่อโศกนี้ขอยืนยันว่าเราเป็นนักปฏิบัติธรรมขั้นอภิธรรมท่านปรมัตถ์พอเราจีนเน้นเรื่องจิตลักษณะและลักษณะนี้ด้วยภาษาไทยภาษาถิ่นภาษาลิ้นภาษาลิ้นแม่เรียกว่ามอนสเตอร์ทั้งภาษาภาษาพื้นของเราเนี่ยคนไทยเราใช้ภาษาอย่างนี้อธิบาย เราไม่ได้พูดภาษาบาลีท่องชาวอภิธรรมเขาท่องภาษาโน้นภาษานี้แล้วเราแล้วเขาก็ไม่ค่อยได้รู้ตัวสภาพสภาวธรรมจริงๆอาการอารมณ์ของรูปเป็นจิตอรูปเป็นจิตจริงๆเราพูดอย่างนี้เหมือนดูถูกเขาเขาไม่ได้ศึกษาเรียนรู้ปฏิบัติประพฤติเข้ามารู้กันจริงๆอย่างนั้นหรอกไม่ได้อบรมกันอย่างละเอียดลออนี้เราอบรมกันพูดกันฝึกปรือกันกระทบสัมผัสกันใครรู้ตัวอยู่ว่ามีสติปัฏฐานมีวิปัสสนารู้แล้วในจิตของเราเกิดแล้วนะเรากำลังนับแล้วนะเราลดแล้วนะนี่มีอ่อนๆหรือมีแรงและรู้แล้วเราก็ปรับปรุงจิตของเราใครได้ทำคุณรู้ตัวในพวกเราเนี่ยใครได้ทำเราคุณก็คุณเองนั่นแหละเจ้าของเองนั่นแหละรู้ตัวแล้วก็รู้ว่า มันได้ทำบ่อยๆหรือว่าอู้นานๆทำทียิ่งลึกๆซึ้งๆเป็นขั้นรูปเป็นจิตเอารูปไปจิตนานๆค่อยมารู้ตัวทีเผลอๆเล่นก็ไปซะตั้งนานมันก็ไม่รู้สึกว่ามันเจ็บปวดอะไรมากมายไม่รู้สึกว่ามันมีบทบาทอะไรหยาบคายนักหนาหรอกแต่เราก็ปล่อยมันไปซะตั้งนานแล้วนานแล้วมันลงกระป๋องออมสินไปเยอะแล้วเล่นเศษแบงค์นะแต่ว่าหลายใบนะก็เล่นเสร็จแบงค์หรอกแต่หลายใบใส่กระป๋องออมสินเข้าไปเยอะแล้วไม่รู้ตัวดีไม่ดีนั่งใส่ทั้งวันเลยเสร็จแม่งเหมือนกันน่ะใส่ทั้งวันเลย จริงแต่ว่าใส่ไปทั้งวันเลยไม่คลายอยู่งั้นน่ะใส่อยู่ทั้งวันเลยหลายนะคุณรวยนะแต่รวยขี้หมานะไม่ใช่รวยรวยจริงรวยอกุศลจิตหารูปเป็นรูปว่าเราจะรู้ว่าสวะนี้เราต้องรู้ถึงขั้นรูปรูปรูปรูปรูปก็เรียกอาสวะได้ในส่วนที่ยังเทียบเคียงกับรูปแล้วหยาบกว่าแล้วก็เรียกอาสวะได้มันมีชั้นตอนที่ละเอียดซับซ้อนไม่ใช่ว่าเราแบ่งเป็น 3 ขั้นก็จริงอยู่ว่าอย่ากลางละเอียดแต่ในความละเอียดแห่งละเอียดในความละเอียด ละเอียดเรามีซ้ำซ้อนลงไปอีกเพราะจึงต้องแยบคายเราเรียนจักรขั้นวิจิตรอิจฉาเราจะต้องเรียนฌานเรียนให้ขั้นพุทธเจ้าขั้นวิจิกิจฉาเรียนจริงๆนี่แหละจิตมันปล่อยฟุ้งออกมาแล้วมันมีอาการอย่างไรสงบเป็นสภาพปกติสังกัปปะแล้วมีอาคันตุกะแทรกซ้อนไหมแทรกซ้อนหยาบละเอียดกลางขนาดไหนเราต้องแยกออกเลยเป็นลิงต่างกันนะจิตสะอาดจิตบริสุทธิ์จิตขาวผ่องจิตที่ไม่มีโรคแทรกไม่มีอากาศไม่มีอาคารถูกเกย์เข้าไปผสมปนเปไม่มีสังขาร เป็นจิตบริสุทธิ์จิตแท้วิญญาณนางนิทรรศน์อนันตังสะตุสารเป็นจิตประภัสสรเป็นจิตขาวรอบเป็นจิตล้วนๆเป็นจิตแท้ๆแต่ไม่มีคำว่าเดิมนะไม่ต้องเดิมไม่ต้องใหม่ไม่ต้องการจิตมันก็คือจิตแต่ไหนแต่ไหนจิตแท้คือจิตไหนแต่ไหนแต่ไหนจิตแท้ๆไม่ใช่จิตเดิมแล้วก็จิตใหม่ไม่ใช่แต่จะบอกว่าระยะว่าแต่ก่อนนี้จิตของเราเป็นจิตเก่าถ้าจะพูดก็จริงแล้วจิตเดิมเป็นจิตไม่ประภัสสรกลับกันนะฟังนั่นเซ็นนี่โพธิรักษ์เซ็นก็พอที่รักต่างกันจิตเดิมแท้เป็นจิต ประภัสสรบัดนี้เราล้างอาสวะแล้วจิตใหม่นี้เป็นจิตประภัสสรจิตใหม่แท้นี้เป็นจิตประภัสสรคนเราเกิดมานั้นเป็นคนมีกิเลสก่อนไม่ใช่คนเราเกิดมาไม่มีกิเลสไม่ใช่ไม่ใช่อย่าไปหลงคารมของก็ไม่ใช่ดูถูกนะอย่าไปหลงคารมของพระเยซูที่บอกว่าอดัมเกิดมาไม่มีกิเลสมันถูกซาตานหลอกให้กินแอปเปิ้ลแล้วค่อยมีกิเลสไม่ใช่การเกิดนัดมันมาด้วยกิเลสแม้จะไปกิเลสขั้นโพธิสัตว์ก็ตามแม้แต่เป็นกิเลสขั้นโพธิสัตว์ก็ตามต้อง กอล์ฟต้องยอมรับวุฒิศักดิ์เกิดด้วยกิเลสวิภวตัณหาก็เกิดด้วยกิเลสด้วยตัณหาต้องรู้สภาวะธรรมอย่าถ้าเถียงกันแล้วก็ต้องเถียงแต่ถ้าไม่เถียงแล้วก็ต้องรับมันมีคุณมันมีค่ามันมีเจตนารมณ์เพราะมีเจตนารมณ์ที่จะมีความอยากมีความปรารถนาแม้จะปรารถนาดีก็ต้องให้รู้แต่ก่อนเราไม่เคยรู้หรอกว่าเราจะปรารถนาดีหรือปรารถนาเลวมันปรารถนาตามกิเลสหรือตามตัณหาซึ่งเราไม่เคยแยกแยะยังไม่เคยรู้ว่าความแตกต่างความจริงชัดมันเป็นยังไงก่อนที่เราจะได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งละเอียดจริงเราจะไปรู้อะไรเกิดมาก็ไปตามอำเภอใจไปตามเพลงบทบาทอะไรมันจะเล่นอะไรก็ว่าไปตามเรื่องเกิดมามันไม่รู้ก่อนเราเกิดมาด้วยอวิชชา จะเกิดมาด้วยวิชาคนแรกเกิดเกิดมาเกิดด้วยอวิชชาไม่ได้เกิดด้วยวิชาแม้แต่พระโพธิสัตว์เจ้าเกิดมาแรกๆมันยังอวิชชามาเลยด้วยความหลงมันมืดมัวเมาแล้วก็มาตั้งหลักตั้งลำใหม่พระพุทธเจ้าเกิดมาก็อวิชชาจนกว่าจะมาตรัสรู้อีกฝ่ายจนกว่าจะตั้งลำได้เป็นวิชาที่หลังเป็นมหาโพธิสัตว์ไม่รู้เกิดกี่ชาติแล้วก็ยังเกิดมาพร้อมกับอวิชชาก่อนมันมัวเมามาแล้วมันมืดมาก่อนเสร็จแล้วมันค่อยมาสว่างทีหลังจะเรียกว่าไปสว่างมาสว่างก็ถูกละมันก็สว่างขึ้นกว่าการเมื่อเวลาเราล้างเราสะอาดขึ้นมาได้มันก็สะอาดขึ้นสว่างขึ้นจริงเป็นขั้นตอนเป็นสภาวะภาวะปัจจัยเป็นบารมี เป็นวาสนาเป็นกรรมเป็นวิบากเป็นของเราเราทำได้ดีมันก็เป็นของเราแต่มันก็วนเวียนมันก็มีองค์ประกอบมีองค์ประกอบที่ชุบๆย่อมๆกันอยู่อะไรอย่างนี้ต่างๆแต่อย่างไรก็ตามสรุปความแล้วจิตเนี่ยจิตเดิมแท้ไม่ประภัสสรถ้าจะใช้แปลเป็นไทยนะจริงๆคำไทยลงมายัดเยียดคำนี้คำหน่อยละเอียดเพราะว่าเราเข้าใจภาษาไทยแปลก็ไปว่าเป็นเดิมเป็นแท้อะไรเข้าไปเนี่ยจริงๆแล้วจิตเดิมถ้าเขาใช้คำว่าเดิมก็ไปสายแล้วจิตเดิมแท้ไม่ประสอนเมื่อเรามาเรียน กิเลสตัณหาอุปทานตั้งตั้งแต่หยาบจนกระทั่งละเอียดรางสิ้นอาสวะแล้วจิตนั้นจึงประภัสสรจิตแท้ประภัสสรจิตแท้ๆใช้คำว่าแท้นี่จะเดิมหรือไม่เดิมใหม่หรือเก่าก็ตามถ้าจิตแท้ๆจิตจริงๆตัวจิตตัวจิตจิตจิตจิตจิตจริงๆไม่มีอาคันตุกะไม่มีเศษเสี้ยวอื่นก็ไปผสมไม่มีสังขารมีแต่จิตธาตุจิตมันสอนมันสะอาดวาวารุ่งเรืองมันแสนรู้มันมีอำนาจอย่างนั้นมันมีลักษณะอย่างนั้นวิญญาณนาง ประพันธ์หรือประภัสสรปภัสราอันเดียวกันประภาแปลว่าแสงประภาประพันธ์ประพัฒน์ประภัสสรผันเป็นประพัฒน์ผันเป็นประภาผันเป็นประพันธ์อะไรก็แล้วแต่ในสว่างวาวารุ่งเรืองเป็นลักษณะอย่างนั้นว่าเราจะต้องอ่านจะต้องดูของจริงเห็นของจริงมันไม่มีตัวตนมันไม่มีสีมันไม่มีโฉมแต่มันมีอาการมันมีเครื่องหมายบอกให้เรารู้มีนิมิตเราก็ต้องรู้ความต่างการความต่างอาการมันมันมีลักษณะมันมีอารมณ์มันมีนิมิตหมายให้เรารู้ได้ว่าเออมันต่างกันนะเทียบ เคียงให้ละเอียดแยบคายมันฟุ้งออกมาไปอุทยานก็จะต้องรู้ดูเจษฎาเจตะโสดูต่อจิตนี่แหละเศรษฐศาสตร์เจตะโสถ้ามันอะไรอ่ะอะไรนะเจ๊โสภณพระพุทธเจ้าด้วยไม่ใช่งูเป็นสมองแต่ถ้าเสาร์กูปวดสมองต้องทำให้มันสงบจริงจริงจึงจะพ้นอุทยานสงบอาการสงบอาการไม่กระเพื่อมอาการไม่ฟูไม่มันเป็นตัวทาบที่มัน Running รู้อยู่กระทบสัมผัสยังไงยังไงมันก็สมองหรืออุปสโมมันสงบมันนิ่งเป็นที่เราอธิบายลักษณะจะเรียกว่าอุเบกขาจะเรียกว่าเณรชาจะเรียกว่าอัปปนาพยัคฆ์ปันนาอะไรที่เราพูดด้วยพยัญชนะที่มันเป็น synonym ทั้งนั้นน่ะเป็นตัวอธิบายคล้ายๆกึ่งๆกันทั้งนั้นแต่มันแนบเนียนกว่ากันตามภาษาของบาลีเขาก็ไล่เรียงเหมือนกันซึ่งก็ได้เลี้ยงให้ฟังเรื่อยๆแม้แต่คำกลางๆว่าอุเบกขาเนี่ยเป็นคำรวมใหญ่ๆเหมือนคำว่าจิตจิตนี่อธิบายเจอแต่สิ่งอธิบายอาการของจิตอธิบายลักษณะจิตจิตชื่อต่างๆเชิงต่างๆเยอะแยะเหมือนกัน อุเบกขาก็เป็นคำกลางๆในคำรวมๆว่ามันวางเฉยได้วางเฉยไม่ใช่เฉยเหรอไม่ใช่เฉยๆทื่อๆเฉยๆไม่ใช่วางความเฉยคือวางอะไรอะไรไม่ใช่วางความเฉยวางอะไรอะไรที่มันกระทบอะไรที่มากระทบอะไรที่เรารู้เราเห็นเราเข้าใจอะไรเราก็ไม่ได้ยึดติดอะไรเราไม่กระเทือนอะไรเราวางได้เพราะวางจึงเฉยรู้นะจึงวางไม่ใช่ไม่รู้เรื่องอะไรไม่รู้มันก็ไม่ได้วางไม่ได้ยึดอะไรทั้งนั้นน่ะไม่รู้ว่ามันก็งงเหมือนกันไม่หยุดไม่ว่างจึงเฉยเพราะฉะนั้นอุเบกขานี่แปลเอาความสะอาดตั้งแต่เกจิอาจารย์รุ่นเดิมก็แปลว่าแปลว่าวาง เพราะวางจึงเฉยไม่งั้นไอ้สิ่งที่มันมาผสมผสานสิ่งที่ไม่เข้าเรื่องเรารู้แล้วนี่รู้น่ารู้ตามันก็ปล่อยวางพอปล่อยวางได้แล้วมันก็สบายเชยว่างอยู่วางจึงเฉยว่าวางเฉยเฉยว่างก็ว่างสบายผมว่างเฉยแต่รู้นะมันกระทบอยู่ประจำก็ประจำสัมผัสอยู่กับสัมผัสอยู่ก็สัมผัสแต่เราก็วางทุกตัวสำหรับทุกตัวแล้วก็วางทุกตัวแล้วก็รู้ทุกตัวแล้วเราก็วิ่งอยู่ทุกตัวสงบอยู่ทุกตัวเสมออยู่ทุกตัวเหมือนน้ำกับไอ้บอลมันก็หอมกันอยู่ตลอดเวลาแต่มันก็ไม่ดูดกันตลอดเวลามันก็ไม่ซึมกันตลอดเวลามันก็ไม่ผสมกันตลอดเวลา ไม่ผสมแต่รู้นะน้ำหอมก็รู้มันก็สัมผัสแตะต้องกันอยู่คุกกันอยู่งั้นน่ะแต่มันก็ไม่ดูดไม่ซึมกันไม่ผสมเหน็บอธิบายหยาบๆอาการโรคจิตเราก็เหมือนกันเราไม่ทุกข์ร้อนเราไม่ได้เกิดอาการเกิดรถเกิดอะไรเข้าไปไม่มีเราก็วางวางแต่รู้ชัดรู้แจ้งเป็นงูสวัดเป็นความสงบระงับเมื่อความสงบระงับมีเกิดอาการอย่างนั้นมันก็ไม่มีแล้วอุปสรรคฟุ้งซ่านจากอื่นไม่มีแต่จิตมันก็เกิดรู้เกิดตัวความเกิดเกิดอยู่ตัวความตายสนิทก็ตายอยู่หาก็มันก็รู้สิอะไรมากระทบก็รู้นี่กำปั้นคุณมากระทบ ผมผมก็รู้แต่ผมก็จีบผมก็เฉยๆอยู่อ้าววางเฉยมันเกิดเป็นอารมณ์รู้ไงรู้ความจริงที่เกิดอยู่พร้อมกันถ้ามันเกิดมามันมันกระทบกับความว่างๆมึงก็รู้ว่างๆเดี๋ยวกูหลับตาเข้าแล้วมันก็ไม่รับกระทบอะไรเลยไม่รับอะไรเลยแล้วคุณก็อยู่ที่จิตว่างๆคุณตัดเข้าไปอยู่ในภพอยู่ในภวังค์จิตมันก็เกิดขึ้นมาเออมันมีตัวเราเว้ยแล้วมันก็วางไว้แล้วมันก็ว่างแล้วก็มีตัวเราว่างอย่างนั้นแต่ทีนี้ถ้าคุณลืมตาคุณก็เห็นเออส่วนเสากับสาวแล้วก็วางเสาก็ไม่ได้ปรุงอะไรเสาอย่างนั้นสีขาวก็บอกเท่าสีขาวจะมีความรับรู้ความจริงตามความเป็นจริงของมันก็เท่านั้นเออมีเงาหน่อยก็เงาก็มีรอยเปื้อนมันก็เปื้อนเฉย เป็นตัวกำหนดที่ละเอียดลออขึ้นก็เท่านั้นไม่ได้มีอารมณ์ว่าชอบหรือช่างหรืออะไรขึ้นมาถ้าจะเห็นว่าเออเปรียบเทียบกับความดีเออมันเปื้อนนี่ไม่ค่อยดีถ้าเราจะทำความสะอาดขึ้นจะดีไหมดีมันก็เป็นกรรมที่เป็นกุศลกรรมขึ้นและจิตตัวตักกะวิตกกะสังกัปปะก็เกิดขึ้นมาเราควรจะทำมันก็ไม่เป็นกิเลสอะไรมันก็เป็นแต่เพียงความรู้ตามสมมติสัจจะถ้าเราไม่เช็ดมันไม่ไม่ทำให้สะอาดไปมันก็เป็นอยู่อย่างนั้นแหละถ้าเราไม่จิตใจไม่รำคาญหรือว่าจิตใจไม่มีอะไรมันก็ไม่มีอะไรแต่สำหรับทำความสะอาดออกก็ไม่ได้ว่ารำคาญไม่ใช่ว่ารักไม่ใช่ว่าชอบแต่ว่าเออตามสมมติโรคสะอาดขึ้นมันดีกว่าสกปรกอยู่แล้วก็ทำ ฟังออกไหมว่าไม่มีความชอบของฉันมันเป็นการรู้รู้ดีรู้ชั่วรู้ควรรู้ไม่ควรมันยังมีนะอ่านซ้อนน่ะคุณพูดน่ะดีแล้วถ้ามันไม่ชอบมีฉันอ่านให้ดีนั่นแหละนั่นแหละผสมอยู่ในนั้นต้องแยกขายตอนนี้ให้พ้นวิกฤติอิจฉาบางทีเราหลงว่ามันสงบแล้วก็ได้ลงว่ามันสงบแล้วเพราะฉะนั้นไอ้สัตว์ไอ้ตัวสงบมีมันจึงจะเป็นสงบสนิทไม่ได้ต้องแยกขาลงอีกจึงจะพ้นวิกฤตใช้อีกตัวหนึ่งด้วยความแยกขายต้องโยนิโสมนสิการมันมีทั้งสองมานัด 19 มัน วิธีทำโยนิโสมนสิการคือเราเองเราทำงานมนัสมนัสมนัสดาหมายความว่าทำงานมีทั้งแยกขายโยนิโสนี่มันหยาบคายเรามีทั้งความไม่แยบคายแต่เราหลงว่าเราเนี่ยทำงานอยู่นึกว่าเราทำที่จริงเรายังไม่ได้ทำเป็นอนันต์ทีนี้มีโยนิโสมีการแยกขายแล้วก็มีการทำงานแล้วก็ทั้งแยกขายและทั้งดูการงานดูการงานก็คือที่จริงบทบาทของจิตนั่นแหละแล้วก็แยกขายจริงๆเลือกออก ยิ่งสะอาดจริงๆไม่ได้ว่าจะต้องพ้นวิกฤติอิจฉาได้ก็เพราะต้องรู้จริงๆต้องแยบคายต้องโยนิโสและมนสิการทำงานชัดอยู่วันละสิการคือการทำงานทำงานมันก็ทำงานไปตามกิเลสกิเลสบันดาลสั่งสั่งทำเรื่อยไปเลยเร็วๆๆทีนี้เราก็จะให้สั่งทำแต่ว่าเราก็ต้องให้ทำเราต้องกรองเอาจิตสะอาดของเรามาเป็นตัวสั่งอย่างเมื่อกี้ยกตัวอย่างเห็นง่ายๆตั้งแต่เริ่มต้นขาต้นสาวขาวต้นสาวเปลือยควรทำไหมควรมีงานอื่นดี มีไหมถ้ามีงานอื่นงานนี้ไม่มีเวลาทำความสะอาดเนี่ยปล่อยไว้มันก็ไม่ถึงกับขนาดพิษภัยอะไรมากมายแต่งานอื่นสำคัญกว่าเราไปทำงานอื่นก่อนทำงานอื่นไม่มีว่างๆก็ทำถ้าไม่มีงานอะไรเลยผมก็จะนั่งขัดต้นเสานั่งดูทำอะไรให้มันดีเรียบร้อยไปอย่างนี้ก็ได้เราทำสิ่งที่ควรเพราะงั้นเด็ดขาดคำที่พิจารณาปัจจเวกของพระพุทธเจ้าเนี่ยเวลาผ่านไปผ่านไปร่วมไปล่วงไปบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ถ้าพูดที่ลึกซึ้งละเอียดแล้วอย่าเข้าใจเลยว่าพระพุทธเจ้าท่านให้เรานี่ตรวจตราตัวเองอยู่ตลอดเวลาเรามีการงานอะไรมาน่ะสิการอะไรแม้แต่จิตของเราถ้าจิตเราสะอาดแล้วเราก็มีแต่สร้างศาล วันเวลาผ่านไปแล้วก็ทำอะไรที่เป็นประโยชน์เป็นคุณค่าไม่ใช่ปล่อยเปล่าปล่อยเปล่าหรือง่ายง่ายไหมมันว่าปล่อยเปล่าๆง่ายมั้ยง่ายยิ่งตอนนี้แล้วไม่ต้องไปที่รับผิดชอบอะไรไม่ต้องหาเงินหาทองไม่ต้องมีลูกมีหลานดีว่าได้บุญพระพุทธเจ้ามาหน่อยนึงไม่ต้องไปมีลูกมีหลานไม่ต้องไปมีภาระไม่ต้องมีโน่นมีนี่สบมเลยสบายมากหายห่วงไม่ต้องห่วงอะไรมันก็นั่งหลับนั่งดีนั่งรอยชายระวังจะตายเปล่าเคยได้ยินเป็นจำนวนเอาแต่รอยชายระวังตายเปล่า นั่นน่ะมันหลงก็สบายแล้วน่ามีนั่นแหละเราไม่แยกขายก็ไม่รู้เรื่องเก่าไม่รู้เรื่องมันไม่รู้ได้พบในภูมิไอ้ฐานความหยาบกาวมาพบเราและเราก็ไม่ไปรุนแรงในลาภยศและอะไรแล้วสรรเสริญเราก็ยังพอระงับได้นินทาพ่อระงับได้เราก็ไม่รุนแรงอะไรมากแล้วแต่เรายังมีความสงบยังมีอยู่ในระดับหนึ่งที่เป็นรูปประภพที่เราเองเรายังติดนี่แหละเราเรียกว่าติดชาญติดรูปเป็นชานะลูกชายเรายังจมอยู่ในสภาพรูปประชาชนมันเป็นจิตง่ายแล้วนะทนไม่ยากทนไม่ลำบากนักไอ้เรื่องสัมผัสแตะต้องต่อต่อกามมาพบตาหูจมูกลิ้นกายจะเป็นกามจะเป็นพยาบาทรุนแรงก็ไม่แล้วไม่ไม่ถือสาอะไรแต่ทีนี้ อุทธัจจะเนี่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน