241011-3-139 ทางเอกภาค3-ตอน139(หน้า308)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์น้ำอบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 3 ที่พุทธสถานปฐมอโศกเหรียญต่อในอวกาศแจงให้พิสดารละเอียดซับซ้อนซ้อนย้อนชวนไปทวนมาเป็นปฏิโลมมโนรมย์อีกมากล่ะเตรียมพูดกันย้ำไปย้ำมาเราจะเข้าใจลึกซึ้งขึ้น ยิ่งผู้มีปัญญามีปฏิภาณดีก็จะเห็นความซับซ้อนมากขึ้นจะเห็นความลึกซึ้งเป็นชั้นเป็นช่อเป็นอะไรต่ออะไรที่มากหลายขึ้นแล้วตอนนี้ก็ได้อธิบายมาทบทวนไปจนกระทั่งว่าอาสวะขยะนี่มันก็จะต้องมีสภาพที่ย้อนทวนขึ้นไปจนกระทั่งสุดท้ายก็จะไปถึงวิชาทั้งหมดเราจะมีวิชาจะมีฌานแล้วก็จะมีฌานมีมันยานทัศนะมีมโนมยิทธิมีชีวิตที่มีชีวิตมีเจโตปริยญาณมึงต้องมีเป็นอาสวะขยายญาณมันก็มีถ้าไม่มี เป็นอาสวะขยะยานไม่ได้บรรลุไม่ได้ต้องมีเพราะฉะนั้นที่บอกว่าพระอรหันต์ไม่มีวิชาไม่มีอภิญญานั้นเป็นความพูดของคนที่เขาไม่เข้าใจเขาไม่รู้จะมีวิชาสุดท้ายไม่มีวิชาต้นๆพื้นฐานมีได้ไงจะขึ้นบันไดชั้นที่ 10 ไม่ต้องขึ้นบันไดชั้นที่ 1 เลยมองบนยอดฟ้าเลยลงมาบนชั้น 10 บันไดชั้นที่ 10 เลยงั้นน่ะไม่ใช่มันต้องตายขึ้นไปมันได้ที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 จะขึ้นเร็วหรือช้าก็ตามบางคนขึ้นได้คล่องแคล่วมีบารมีเดิมมาแล้วพรวดเหมือนว่าหายะฟังธรรมปุ๊บเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ว่าไม่มียาไม่มีวิชาอื่นๆไม่ใช่มีแต่มันเร็ว เร็วจนเราไม่สามารถที่จะคาดคิดได้แต่ต้องมีเสร็จแล้วเรามาลองบุพเพนิวาสานุสติญาณย้อนไปย้อนมานี่บังข้อสังเกตไม่ได้ชี้ให้แต่ผู้ที่มีปฏิภาณจะรู้ในจุดข้อสังเกตต่างๆที่มันเป็นปฏิภาณเป็นความรู้เสริมว่าอันนี้มันมีอันนี้ได้อันนี้มันต้อง มาร่วมเองโดยพูดไม่ผ่านแต่ไม่ได้ชี้บอกไม่ได้ยืนหยัดลงไปไม่ได้จิ้มลงไปให้ก็ผ่านไปบางคนก็ไม่มีข้อสังเกตนั้นใครที่ปฏิภาณดีก็จะมีเองก็บางทีก็ลืมเหมือนกันลืมเน้นลืมชี้ลืมบอกอันที่จะชี้ให้เห็นทวนขึ้นไป
อ่านต่อ
อีกซ้ำซ้อนขึ้นไปอีกว่าการจะมีอาสวักขยญาณนั้นสุดท้ายแล้วมันก็จะเป็นรูปเป็นสภาพเดี่ยวๆกันน่ะในสภาพมันเหมือนกันคือเราจะถอดถอนอาสวะได้เราก็จะต้องมีเหตุผลมีความรู้เข้าใจมันจริงๆเราจะถอนอาสวะเนี่ยท่านจะถอนด้วยฟันอินทรีย์ปัญญาปั้นอินทรีย์เจตสิกมีพระอภ ยืนยันแล้วจะถอนอาสวะจะสิ้นอาสวะได้ด้วยปัญญาหรือปัญญา 4 ไม่ใช่ถอนได้ด้วยการกดข่มไม่สะท้อนได้แต่แรงสมถะไม่ใช่มันจะไม่เวียนกลับจะไม่มีตัวตนจะไม่เป็นหลงอีกเลยนั่นก็เพราะว่ามันรู้ยิ่งรู้จริงมันรู้อย่างชัดแจ้งมันไม่สงสัยเลยมันอ๋อความจริงมันพลิกกลับมาเป็นอย่างไม่มีการเถียงไม่มีการกลับคืนไม่มีการเป็นไปอย่างที่อะไรจะมาแก้ไขอีกไม่มีแล้วมันแน่ๆแล้วมันเห็นทั้งคุณทั้งประโยชน์และมันก็เห็นอีกอันนึงเป็นโทษเป็น ไอเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่จริงๆไม่มันต้องเอาอย่างนี้แน่แล้วเอาได้อย่างสบายๆแล้วด้วยเป็นได้อย่างสบายๆเห็นทั้งรถทำก็ได้เห็นทั้งเหตุผลมีเหตุมีผลมีความรู้เยี่ยมยิ่งไม่แปรปรวนเลยมันจะแน่นแน่เลยมันยังอยู่ทิศที่ถูกต้องไม่พรวนแปลไปอีกมีความเห็นความรู้นี่แหละถ้ากฎของอยู่นี่นะมันจะมีมันยังมีสภาพที่มันจะดันๆๆอยู่เพราะหมดแรงกดมันก็ดันกลับดันกลับหมดแรงก่อนมันก็ดันกลับแต่ส่วนปัญญาเนี่ย มันเห็นเหตุเห็นผลเลยไม่ใช่ดันกลับไม่ใช่มันไม่ใช่จะถูกดูถูกดึงอะไรอีกมันให้ก็ไม่เอาอยู่แล้วมันไม่มันไม่ให้ก็ไม่เอาเพราะเรารู้ด้วยเหตุผลอยู่แล้วชัดๆอยู่แล้วเอามาทำไมเรารู้ว่าไฟร้อนเราไม่จับไม่จับเรารู้ว่านี่สกปรกถ้าเราไม่ไม่ไปจับอ่ะมันไปสกปรกเรารู้ด้วยเหตุผลอยู่แล้วว่าสกปรกเราไม่จับนอกจากจำเป็นสมควรแก่เหตุผลสมควรแก่การที่จะต้องเปื้อนต้องแตะต้องต้องจับเหมือนรวยขี้โคลนลงไปบิณฑบาตเนี่ยถ้าเราไม่จำเป็นเราไม่โดนลุยลงไปเลยกี่คนบิณฑบาตรถ้ามีทางแห้งเราเดินทางแห้งทีนี้เป็นต้นมันเป็นเหตุผลจริงๆแต่ว่าสมควรจะลุยแล้วก็รู้อย่างกล้า แล้วก็รู้อย่างมีเหตุผลรู้ยังกินดียังไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรแล้วก็ลุยขี้โคลนยกตัวอย่างง่ายๆอย่างนี้เป็นต้นถ้าไม่จำเป็นเราไม่รวยอ่ะทะเบียนรัฐบาลมายิ่งใหญ่กว่าเราไม่รู้กี่คนนั้นไปยิ่งใหญ่กว่าแล้วเราก็จะต้องเดินต้องทำจิตนี้ต้องเป็นอย่างนี้เราก็เป็นไปส่วนที่กุศลเหนือกว่าแล้วก็ทำกุศลนั้นถ้าส่วนที่กุศลไม่เหนือกว่าหรือว่าไม่สมควรที่บางทีมันอนุโลมมันอาจจะได้น้อยบางทีช่วยเหลือผู้ชายคนอื่นได้กุศลก็เท่าเท่าเท่าเท่าเท่านั้นน่ะของเขาเราช่วยเขาไม่ได้กว่านั้นเราก็ต้องรู้ว่าเออเราก็อนุโลมอันนั้นไปให้เขาเราไม่ได้ไม่เสียที่จริงแต่ว่าตอนนี้เหตุการณ์พร้อมทุกอย่างเราควรจะ ให้เขาก็ยอมให้เขาเราก็ทำเท่านั้นเองอันนี้เป็นรายละเอียดซับซ้อนที่ผู้ประมาณพระโพธิสัตว์หรือว่าผู้รู้เข้าใจจะไตร่ตรองพิจารณาตัดสินแล้วก็ทำเพื่อพ้นเพื่อประโยชน์ส่วนเหมาะสมควรตามกาละเทศะบุคคลหมู่กลุ่มซึ่งมันมีความหมายที่ยาวเยอะเป็นหลักเกณฑ์ในการที่จะตัดสินคำพูดที่ถอนอาสวะด้วยปัญญานั้นก็จึงคือตัวญาณทัศนะพิเศษถอนและผู้ที่ถอนได้ทำได้ก็โดยการง่ายและเป็นมโนมยิทธิไม่เดือดไม่ร้อนทำง่ายปล่อยก็หลุดมีวิธีมีกรรมวิธีมีอิทธิพล มีอิทธิวิธีแกงช่ำชองรู้เหลี่ยมมุมมีหลายแง่หลายเงินจริงๆมันจึงถอนอาสวะอย่างเก่งเพราะเราได้ฝึกปรือมามีโสดทิพย์ได้รู้ได้ถอนได้ทำได้เข้าใจมีโสดที่มีการสติปัฏฐานมีวิปัสสนามีการปฏิบัติสมาธิมรรคองค์ 8 มามากๆแต่ทุกเวลาเราก็ได้ทำได้ถอนมีสิ่งประกอบมีกายกรรมแล้วก็รู้เสียง 2 มีวจีกรรมเราก็รู้เสียง 2 มีสภาพโน้นนี้เราก็รู้เสียง 2 คำว่าเสียง 2 ที่เป็นคำว่าเสียงแทนเท่านั้นน่ะที่จริงไม่ใช่เสียงหรอกมันเป็นนามธรรมมันมีรูปประธรรมมันก็มีนามธรรมซ้อนมันมีสิ่งของจริงๆเราน่า 2 เราไม่น่าจะเรียกว่าเสียง 2 แต่นายนั้นเขาเรียกเสียง 2 เขาแปลจากโสดคำว่าโสตตอนนี้แปลว่าเสียงก็ได้มันแปลว่ารู้ก็ได้มันเป็นสิ่งรู้โสดคลิปมันมีสิ่งรู้อีกสิ่งหนึ่งมันเป็นของละเอียดซ้อนอยู่เรียกว่าทิพย์โสดทิพย์ก็แปลว่าสิ่งที่ทำให้รู้ได้อย่างละเอียดอีกอันนึงซ้อนกันอยู่ผสมกันอยู่เราฟังคำคนคนพูดแล้วก็มีปัญญามีความระลึกรู้มันมีความรู้ผสมลงไปว่าคำพูดคำนี้มีกิเลสร่วมมามีโทสะร่วมมีราคะร่วงคำพูดคำนี้กริยากายอย่างนี้แสดงออกนี้มีกิเลสร่วมมามีราคะรวมมา หรือมีโทสะร่วมมือร่วมอยู่มีเหตุการณ์ได้รู้ราคาโทรศัพท์โมหะเนี่ยเป็นของละเอียดเป็นคลิปผู้มีตาทิพย์หรือผู้มีปัญญาทิพย์มีธัมมจักรสุจึงจะสามารถอ่านได้มองออกทริปที่ว่านี่โสดคลิปหรือว่าเป็นจิตทิพย์ที่ว่านี่คือทิศที่จะไปรู้สารัตถะอย่างนี้ไม่ใช่ไปรู้ทิศของละเอียดที่เป็นของเล็กของเป็นรูปเป็นเรื่องเป็นไอ้ตามสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาไม่รู้คิดแบบทื่อๆแต่ไม่ได้เป็นปรมัตถ์ไม่ได้เป็นเรื่องของกิเลสตัณหาอุปทานหรือเป็นเรื่องจิตบริสุทธิ์หรือเป็นเรื่องอะไรที่มันจะทำให้เกิดการหายกลายเป็นความรู้ทางพุทธทางวิชาที่จะ ล้างละกิเลสมันกลับกลายไปเป็นเรื่องเล่นแร่แปรธาตุไปมีมวลไปมีวัตถุไปมีเรื่องนู้นเรื่องนี้แล้วเลอะเทอะไปไม่ใช่คิดอย่างนั้นพรทิพย์ต้องเดรัจฉานวิชานั้นไม่เป็นไปเพื่อความหมายใครแต่ทิพย์ของพุทธานนั้นเป็นไปเพื่อความหน่ายกลายเป็นไปเพื่อความสร้างสรรค์ให้คนเจริญเป็นไปอย่างนั้นไม่มีแนวละเอียดมีเชิงละเอียดที่ถูกสัดส่วนเรื่องราวที่เราจะมาทำให้มนุษย์ประเสริฐจริงๆไปทำอย่างไรฉายวิชามันก็เก่งเหมือนกันมันก็ละเอียดเหมือนกันมันก็มีอีกส่วนนึงเหมือนกันแต่มันไม่เป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์มนุษย์เป็นไปเพื่อความละอายไม่เป็นไม่เป็นสาย ส่งของการตรัสรู้มันไม่เป็นสายตรงของการตรัสรู้จริงๆเราฟังไปเรื่อยๆและอธิบายย้ำเตือนอะไรก็ได้จะได้เข้าร่องเข้ารอยชัดเราจะได้จัดแจงในการประพฤติของเราส่วนคำว่าคิดแม่ที่มันก็มีอยู่ 2 เชิงอย่างที่ว่าเนี่ยทิพเชิงจะไปเดรัจฉานวิชาก็ได้คิดจะมาเชิญของศาสนาของพุทธของพุทธวิชัยหรือของศาสนธรรมวิชาก็ได้เพราะว่าเราระลึกเราดูมีโสดคลิปแล้วเราก็ไม่รู้ว่าโสดคิดจะเอาอะไรเราก็ไม่ได้โสดคลิปที่ดีแต่ถ้ามีโสดคลิปที่ดีเราก็จะได้แล้วเราจะเกิดความรู้เจโตปริยญาณแท้ๆแก่ตัวปริญญาแก่เลยเราจะได้รู้ราคะมงคลโมหะมูลตั้งแต่ ติดระดับต้นแล้วแตกละเอียดๆไปจนถึงวิมุติที่เคยพูดซ้ำซากแยกแยะมามากหลากหลายจนถึงวิมุติแม้สุดท้ายอะวิมุติตัวสุดท้ายของในเกย์โตปริญญาที่ท่านบอกองค์ธรรมเอาไว้ทั้งหมด 13 ข้อ 13 ตัวนี่ก็ตามเราก็จะได้เข้าใจสภาวะเพราะเราปฏิบัติเพราะเรามีสภาวะธรรมรองรับกับภาษาความหมายที่ได้ฟังได้เรียนปริยัติไปแล้วก็จะได้รู้ว่ามันมีอย่างนี้จริงๆนะคนเห็นจริงมีจริงเป็นจริงคุณจึงเชื่อคุณได้ปฏิบัติไม่ใช่เรียนแต่ภาษาเท่านั้นมาคุณมาปฏิบัติมารู้มามากยิ่งมากยิ่งเห็นยิ่งได้ผลยิ่งละลายคล้ายยิ่งรู้ความจริงว่าเราได้เราพัฒนาเรามีมรรคมีผล เรายิ่งสูงขึ้นแล้วยิ่งร้อนยิ่งหลุดยิ่งขึ้นเพราะความจริงมันยืนยันความจริงคุณจึงจะเชื่อผมผมพูดถูกคำบรรยายเจโตปริญญากันมาแต่เป็นแบบเดรัจฉานวิชาแล้วก็ทำอะไรไปมันไม่เป็นความหมายคล้ายมันไม่เข้ารักเขารักเขารักเขาร้องไม่เข้าเรื่องของพระพุทธเจ้าโสดที่ก็ตามใจโตปริญญาก็ตามมาเป็นอาทิตย์หน้าปาฏิหาริย์เท่านั้นอธิบายไปแล้วก็พอบรรยายกันแล้วบอกว่ามีฤทธิ์มีเดชมีอะไรต่ออะไรก็เป็นปาฏิหารกลายเป็นโสดทิพย์ก็ว่าเป็นหนักเข้าไปที่สนามปาฏิหาริย์ไม่ได้ดักใจรู้ตัวเดียวกันแล้วมันหยาบลงเห็นมั้ยยัยตัวปฏิญาณก็ว่าเป็นมีอาชีพสนามปาฏิหาริย์มีส่วนที่หูทิพย์มีตาทิพย์ เลขเป็นภาษาไทยนี่ถ้ามีตาทิพย์มีหูทิพย์ถ้ามีตาทิพย์มีหูทิพย์จะเรียกโสธรเจโตปฏิญาณจะเรียกแม้แต่จุดธูปปาตะยานอธิบายแล้วก็ถูๆหรือแม้แต่บุพเพสันนิวาสเข้าไปเป็นประเภทตามที่พูดผิดทั้งนั้นจริงๆแต่คำว่าตาเจ็บหูเจ็บโดยภาษาไทยๆที่เอามาเรียกเนี่ยมันมีละเอียดของบาลีมันต่างกันไปตั้งเยอะส่วนที่เกิดชนิดหนึ่งใจโตพอภรรยายานก็อีกชนิดหนึ่งบุพเพสันนิวาสมันมีรายละเอียดที่จำเพาะของมันชัดเจนมีพยัญชนะมีอัฏฐะของมันถูกต้องขวัญใจต่อภรรยาคือเมื่อรู้ที่รู้ว่า ขนาดไหนถ้าเรารู้ไอ้ที่โสดที่นี่ไปรู้ของคนอื่นก็เป็นอย่างนั้นลูกของเราเองก็ต้องรู้เราพูดอย่างนี้ออกไปเราจับทันเราพูดออกไปเนี่ยมันมีราคะหรือโทสะหรือโมหะผสมออกไปนะเราจับทันเราก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนาให้แก่เราเราก็มีญาณทัศนะวิเศษกลั่นกรองให้แก่เราแล้วเราก็ต้องห้ามรู้อยู่ว่าเดี๋ยวนี้พูดออกไปนี่มีตัวซ้อน 2 สิ่ง 2 ผสมอยู่คือเสียงพูดออกไปแล้วเรายังมีราคะใส่เข้าไปอยู่ด้วยแล้วจะไปราคะทำไมหรือโทรศัพท์อยู่นี่พูดด้วยโทรศัพท์มีโทรศัพท์ประกอบร่วมอยู่นี่อย่างน้อยคนอื่นจับไม่รู้ก็ตามแต่เรายังมีอยู่นะยังมีพยาบาลยังมีอาฆาตยังมีการไม่ชอบใจเสียนี่พูดอยู่นี่มันมีไม่ชอบใจของเราผสมอยู่ด้วยนะเราต้องรู้สิ่งของ ต้องรู้สิ่งสองของเราแล้วเราดับสิ่งสองหรือสิ่งที่มันเป็นทิพย์ที่ตาเราคิดเนี่ยแล้วมันเป็นของละเอียดอันนี้มันยิ่งเก่งมันยิ่งสูงขึ้นมายิ่งมีน้อยคนอื่นจับยิ่งไม่เคยได้ไม่เคยทันถ้าตัวจะจัดเสียงก็บอกความโกรธจัดมีตัวโทรศัพท์มูลจะจัดผสมออกมาคนข้างนอกฟังธรรมดาคนปัญญาตื้นๆเขาก็รู้แต่พอคุณเก่งคุณสูงคุณอะไรมาคุณก็มีการอำพรางธาตุที่มีโน่นมีนี่ได้เยอะคนอื่นจับไม่ได้เลยว่าคุณมีโทรศัพท์หรือไม่ผสมออกมาคุณมีราคะหรือไม่ผสมออกมาคนอื่นจับไม่ได้แต่คุณจะมีตาทิพย์คุณจะมีโสดคลิปคุณจะมีหูทิพย์คุณจะมีความเป็นทิพย์คุณจะแยกคายคุณจะละเอียด คุณจะจับได้จับได้คุณก็ระงับมันก็ระงับอาสวะลงไปทุกทีคุณดับได้คุณก็มีมโนมยิทธิทุกทีคุณรถมันได้ไม่เอานะนี่คำพูดของเรานี่มันมีราคะมูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลแบบละเอียดอย่างแหมนี่ถ้าไม่เก่งจริงๆคุณก็รู้ของตัวเองก็ไม่ทันแล้วคุณไม่มีมโนมยิทธิคุณก็ดับไม่ได้หรือคุณไม่มีอิทธิวิธีความเก่งในวิธีความเก่งที่จะสามารถหยุดได้ระงับได้คุณก็ต้องหยุดมันต้องกังวลเลยพูดต่อไม่ได้พูดต่อมันออกมาผสมต้องหยุดหยุดมันทั้งขบวนคุณไม่มีวิธีที่เก่งแต่คุณมีวิธีที่เก่งแย่เอาไอ้กิเลสออกเยอะมันให้คำพูดบริสุทธิ์ให้คำพูดเป็น โดยดีระงับทำให้พอเหมาะทำให้พอดีทำให้สมควรทำให้สะอาดบริสุทธิ์เราจะพูดไม่เอาแล้วอย่างนี้เบี้ยวแล้วพูดไม่ดีแล้วพูดมีทุจริตผสมพูดมีอกุศลผสมต้องเอาให้ถูกคุณก็พูดได้ต่อถ้าคุณไม่ได้พูดต่อไม่ได้แล้วไม่มีการหยุดได้ไม่มีมโนไปยึดที่ไม่มีอิทธิวิธีด้วยคุณก็ต้องเลิกเลยดับเลยแล้วก็ไปเขียนตัวเองในวิธีอื่นพอทำออกต่อไปมันก็ลามกอยู่ต่อไปพูดอีกต่อไปมันก็เป็นอกุศลอีกคุณก็สั่งสมอกุศลเป็นกรรมคิดด้วยพูดด้วยยิ่งเป็นกรรมหลายกรรมด้วยมันก็ยิ่งบาปสูงอะไรอย่างนี้คุณก็ต้องรู้จริงๆรู้ตัวคุณได้ปฏิบัติประพฤติไปตลอดเวลาไปสัมมนาอริยมรรคองค์ 8 เพราะมีโสดคิดเพราะมี โทปริญญายานรู้ได้ว่าจิตตัวนี้ราคะมูลหรือโทรศัพท์มูลยังหยาบกลางละเอียดรู้เลยนี่เราพูดไปในจิตของเรานี่เป็นสัตว์อุตรดิตอยู่ในตอนนี้มันก็ไม่ลงระงับมันก็ยังไม่ถึงขั้นอนุตตรจิตทำไม่ได้มันไม่ถึงอนุตตรจิตมันก็ยังไม่เป็นสมาธิตัดจิตมันยังไม่ไปเป็นสมาธิสูงมันยังไม่เป็นประโยชน์แก่เขาอย่างบริสุทธิ์เพราะมันยังมีเชื้อของกิเลสผสมอย่างเงี้ยกายกรรมกำลังพูดอยู่เนี่ยพูดมันก็ยังมีส่วนที่เบี้ยวๆเพี้ยนๆผิดๆเออผิดก็ช่างมันเถอะว่าเดี๋ยวเสียหน้าแล้วมีมานะก็ยังอุตสาหกรรมพูดต่ออยู่อวดอุตริมันทำจะไม่ดีอยู่อะไรอย่างนี้เป็นต้นมันไม่เป็นสมาชิกตามไม่เป็นประโยชน์ยิ่งประโยชน์ใหญ่มันไม่เป็นไรเพราะงั้นแม่เราว่าเราจะสอนเขาเราจะแสดงธรรมแต่แสดงธรรมที่ไม่เข้าเรื่อง แสดงธรรมมีตัวอาสวะมีตัวบันดาลอยู่ในนัยมันพาพูดแรงไปเพราะมันมีอาฆาตมาดร้ายเพราะมันมีความใหญ่ความเบ่งจะแบ่งอำนาจจะทำหรือทำแรงกับตัวเองจะให้อย่างนู้นอย่างนี้อะไรต่างๆนานามันทำให้ตัวเองไม่รู้ตัวหรือรู้ตัวแต่ทนไม่ได้ต้องสมที่ความอยากจะแบ่งอำนาจหน่อยเดี๋ยวทำให้มันสมการอาฆาตหน่อยเดี๋ยวอะไรหน่อยมันก็ทำออกไปอยู่นั่นเองมันก็เป็นความเลวซ้ำอาสวะก็ยิ่งเจริญยิ่งโดยเราไม่รู้ตัวเพราะงั้นจะทำกรรมอะไรอยู่วาจาก็ตามกายกรรมก็ตามมันก็มีการทำลงไปให้มันหนำใจตัวแล้วให้กิเลสด้วยให้อาหารไก่ด้วยผล ดีเป็นสมาธิตาก็ไม่เกิดประโยชน์ที่ดีแล้วก็ต่อเนื่องอยู่นั่นน่ะร่างพรั่งพรูออกมาเพราะอะไรเพราะสมาธิเราไม่สูงสมาธิตานี้เป็นสมาธิชั้นสูงเราไม่รู้สภาจิตเราไม่รู้ตัวอนุตตรจิตรหรือรู้มหากษัตริย์ของเราเราไม่รู้ว่าจิตสูงจิตจริงหรือแม้รู้ทำไม่ได้ก็เพราะเราไม่มีมโนมยิทธิเราไม่มีอิทธิวิธีทำไม่ได้รู้บางทีมีญาณทัศนะรู้ว่าแม้คำพูดเหล่านี้ยังมีกิเลสผสมนะแต่เราห้ามใจไม่ได้มันต้องให้มันต้องให้กิเลสมันแรงมันติดแรงมันติดฝิ่นแรงรู้อยู่ว่ามันไม่ดีแต่ต้องให้มันให้มันสูบชั้นเดียวกันก็ให้มันติดรู้ว่ามันเป็น เปิดตัวไม่ดีอย่างอื่นเหมือนกันไอ้ตัวนี้นี่อร่อยเนี่ยเอานะห้ามใจไม่ได้ก็ต้องเอาต้องกินอร่อยกว่านี้ไอ้ตัวนี้มันติดง่วงจิตไม่ดีรู้อยู่จิตมันอยู่รู้อยู่วิเคราะห์ได้อยู่มันจะไม่ดีแต่ต้องให้มันง่วงให้มันทำอย่างนี้ไม่ทำอย่างนี้มันทนไม่ได้ไม่มีมโนมายึดที่ไม่มีอิทธิวิธีไม่มีความเก่งที่จะทำในใจไม่มีจิตไม่มีกำลังไม่มีวิธีที่ได้ฝึกได้ทำเพราะไปทำอย่างที่เคยทำช่ำชองคือทำอย่างให้กิเลสมันได้มันติดแล้วมันก็ทำช่องทางโน้นทางนี้เราก็ช่ำชองน้อยพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าถ้าไม่รู้จริงแล้วต้องเพียรและนอกจากเพียรแล้วก็จะต้องทำให้มาก ปฏิสังข์ครุฑฝืนทำแล้วก็พยายามที่จะล้มล้างปัญญาก็รู้แล้วญาณทัศนะก็เข้าใจทิฐิก็เห็นก็เข้าใจตัวแล้วแต่อำนาจจิตเรายังไม่พอความเคยความคุ้นยังไม่ถึงรอบยังไม่ทำมือยังไม่ชำนาญยังไม่ช่ำชองเป็นไปอย่างในทิศทางนั้นถ้าเป็นอธิบายแบบรูปก็คือเหมือนกับลูกก็ลูกหม้อลูกกลมเราจะต้องการให้มันมีทิศทางอย่างนี้ก็ต้องทำให้มันเบี้ยวไปตามรูปที่เราต้องการแต่มันยังเบี้ยวไม่พอก็เลยเป็นลูกเบี้ยวที่ต้องการตามรูปที่ต้องการไม่ได้หรือจะลบกรมมันเบี้ยวอยู่ทำให้กลมมันยังกลมไม่ได้มันยังมีลูกเบี้ยวอยู่มันก็ต้องดึงไปทางเบี้ยวอยู่เรื่อยจนกว่ามันจะกลมชัดกลมจริงเด๋งเลยตรงมันจึงจะมากลมเพราะ มันเพราะเราขัดมันเพราะเราซ้อนซ้ำทำแบบฝึกหัดทำมันจนกระทั่งมันเข้ารูปแล้วมันจะเป็นเองพอมันลงรูปฝนจนลงที่แล้วไม่ต้องเอาแรงงานอื่นมาฝืนมาทนแล้วไม่ต้องใช้พลังงานนั้นมาช่วยแล้วมันก็จะลงกลมเมื่อลูกเบี้ยวมันเป็นลูกกลมที่ลงตัวเพราะเราจึงรู้แล้วเราก็ต้องทำจนกระทั่งมันเป็นมันอัตโนมัติมันลงตัวสัญญาณทัศนะวิเศษได้แล้วแต่อิทธิวิธีหรือมโนมยิทธิของเรายังไม่ถึงที่ยังทำไม่ลงตัวยังไม่เป็นยังไม่ปฏิเสธว่านาเพียงพอยังอธิบายสัญญายังไม่ขึ้นถึงรอบยังไม่เป็นปฏิวัติที่ดึงยากอยู่ยังไม่ถึงขั้นบรรเทาวิโรจน์ทนายไม่วันเสาร์เราก็ทำทำมันจนกระทั่งจะง่ายพอปริวัตรชนะได้ แล้วรอบเราได้หลายรอบได้หลายฉันเข้ามันก็จะเนียนๆๆเรียบเรียงเข้ารูปเข้ารอยจนวิโรจน์ทำอีกทีก็ง่ายขึ้นง่ายขึ้นง่ายๆก็ยังไม่ลงตัวยังไม่สมส่วนยังไม่บริบูรณ์ก็จะทำจนเป็นภาวนาแม้เราจะเกิดทัศนะเกิดรู้เห็นสังวรระวังเป็นธรรมปฏิสังขรณ์เศษให้คุณอธิบายสนามแม่มันจะฝืนมันจะทนอยู่อย่างไรก็ต้องสร้างที่จริงแปลพยัญชนะให้ฟังและอธิบายลักษณะคือทำให้ยิ่งให้อยู่ได้อย่างที่ถูกรูปถูกเรื่องยิ่งขึ้นอธิษฐานทำให้ถูกขึ้นจนได้มากขึ้นครบครันมีเหตุปัจจัยเรียกว่ารอบแต่ละรอบปฏิวัติชนาปริรอบวัดชนะแปลว่าเกิดตัวเกิดตนหรือเกิดสภาพปรัชญา มีชีวิตอย่างนั้นมีสภาพเป็นอย่างนั้นปรัชญาได้เป็นรอบแล้วรอบเราจนหลายรอบจนกระทั่งเข้าร่องเข้ารอยผมก็ง่ายขึ้นเบาขึ้นยังเหลือเล็กเหลือน้อยก็เป็นวิโรจน์ทำนาแปลเอาความหมายว่าวิโนนาแล้วความหมายว่าบรรเทาวินาศง่ายเบาทำอีกแต่ก็บรรเทายังไม่หมดเกลี้ยงยังไม่เรียบร้อยทำอีกจนขั้นสมบูรณ์ภาวนาเกิดผลสมบูรณ์เป็นภาวนานี่เป็นองค์ธรรมของการล้างทรัพย์ไม่ใช่สภาวะสังวรสูตรสภาวะก็คือบรรดาอาสวะสรรพคุณทำให้ประเสริฐ สภาวะสังวรสูตรคือสูตรที่จะล้างบรรดาอาสวะสภาวะสังวรสูตรเราต้องสังวาลล้างอาสวะนี่คือปวงทั้งปวงที่จะทำก็ต้องทำในองค์ธรรมอย่างนี้หลักประพฤติอย่างนี้หลักประกอบอย่างนี้ภรรยามาเป็นองค์ธรรมเอามานี่เอามาให้ใช้กันจับตัวสำคัญเพราะว่าอ่านเจอสูตรไหนหลักการไหนอะไรดีๆก็ได้จับมาเสมออยู่เอามาอันไหนที่เราก็รู้เป็นความหมายเสริมกันนานๆนะมาพูดที่อันนั้นหลักพระพุทธแท้ๆก็เอามาดูมันหลักการพวกนี้อยู่ในนวโกวาทไม่มีด้วยซ้ำทั้งหลายอันหลายข้อที่นำมาก็ว่าไม่ได้หยิบมาหรอกซึ่งมันจำเป็นที่จะต้องเอามาใช้ในการประพฤติปฏิบัติสติปัฏฐานวิปัสสนา จะเอามาพูดพวกเรานี่ยามพวกเราก็เข้าใจได้ยินมานานแล้วเราก็ใช้จริงๆเป็นมันก็จะเห็นผลว่ามันได้แล้วมันก็เข้าร่องเคาะเราจะได้ล้างอาสวะโดยการปฏิบัติตน 8 วันเมื่อเรามีการรู้การประพฤติการจับได้มีอภิญญามีวิชาอย่างว่าเนี่ยเราก็จะเสริมหนุนไปตลอดเวลาจะเห็นหน้าที่อธิบายไปหมดเลยญาณทัศนะวิเศษมโนมยิทธิอิทธิวิธีโสธรทิพย์เจโตปริยญาณได้ทั้งนั้นมีกำลังจะเข้าถึงบุพเพนิวาสานุสติญาณเดี๋ยวจะได้อธิบายต่อให้ทวนมันสัมพันธ์กันอยู่เท่านั้นเลยซับซ้อนมันทำงานผสมเปอร์เซียทำงานขัดๆเก่าๆสนับสนุนกันอยู่ทุกอันยิ่งเราเป็นระยะบุคคลที่เราต้องมีทั้งนั้นยิ่งในระยะบุคคลและยิ่งเห็นเลยว่าเราต้อง ต้องฝึกฝนให้มีวิชาให้มีอภิญญาทางพุทธไม่มีอภิญญาเลยจะไปทำได้ยังไงมันต้องเป็นบทปฏิบัติบทเรียนทั้งนั้นเลยอภิญญาก็คือการกระทำจริงๆแล้วให้เกิดมีองค์ธรรมมีสภาวะมีอาการยังไงทำยังไงมียังไงดังที่อธิบายไปเนี่ยฟังดีๆจะเข้าใจว่าเราต้องมีคนไม่มีมันไม่ได้สมมุติที่มีบารมีแล้วท่านเหมือนไม่มีอภิญญาแท้จริงท่านยิ่งมีอภิญญาต่างหากในภาษามันกลับกันเพราะพยายามสุขาวิปัสสโกไม่มีอภิญญากลับกลายเป็นความหมายของทางที่เขาพูดด้วยภาษาคนนะถ้าไม่มีอภิญญาเลยถ้าเป็นสุขวิปัสสโกบางองค์ท่านมีโดยท่านไม่ต้องบอกคุณคือบางองค์ที่มีบารมีเช่น ปฏิบัติธรรมปุ๊บท่านบรรลุละไม่กี่วันก็เดี๋ยวท่านก็มีบารมีอย่างพระโมคคัลลานะท่านก็ไม่ต้องไปฝึกฝนให้อภิญญาแบบเดรัจฉานวิชาอะไรเพราะท่านเป็นพระอรหันต์อภิญญาเหล่านั้นมันก็มาปุ๊บเลยพระบารมีท่านมีมาแล้วท่านก็มีนิสัยทางโน้นท่านก็เลยต้องแสดงบ้างมีอะไรแถมเพิ่มเติมออกมาบ้างให้พระพุทธเจ้าต้องปรามต้องว่าอย่างนี้เป็นต้นเพราะว่าท่านเป็นท่านมีมันมีที่ตัวท่านบารมีเดิมท่านมีมานะเพราะมันมีสภาพที่มันมีองค์ธรรมครบมีพลังงานครบครันมันก็เกิดบทบาทเกิดผสมออกมาเป็นอันนั้นเลยไม่ต้องไปฝึกมีพระอริยเจ้าพระอรหันต์หลายองค์พอเวลาบรรลุธรรมปั๊บท่านก็มีอภิญญาแบบเดชาวิชาประกอบด้วยตัวเอง ปลุกฉันทีถ้าผู้ที่มีปัญญาดีสายพระพุทธเจ้าตรงถึงมีก็ไม่เอาออกมาใช้ไม่แสดงและบางคนไม่รู้ด้วยคนข้างนอกไม่รู้หรอกว่าฉันมีแล้วท่านก็รู้แล้วท่านมีปฏิภาณเพียงพอจะมีปัญญาเพียงพอมีญาณทัศนะวิเศษสูงมีปัญญาสูงเดรัจฉานวิชาท่านรู้ท่านและเข้าใจท่านก็ไม่เอาออกมาใช้เพราะท่านรู้โดยปัจเจกโดยส่วนตัวท่านก็รู้ตัวว่าแล้วของอันนี้ไม่ดีโดยปัญญาตัวยิ่งรู้ตำรารู้วินัยรู้หลักฐานพระเจ้าห้ามไว้มีศีลมีธรรมห้ามไว้อ้าวจะไปแสดงทำไมเล่าเดรัจฉานวิชาไปแสดงในสถานที่แสดงทำไมไม่ต้องแสดงแล้วท่านก็รู้ว่าไม่จำเป็นจะสอนวิชาพุทธท่านก็เอาพุทธมาสอนจะแสดงพุทธศาสนาพุทธเป็นตัวอย่างเป็นภาคนำเป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ ไม่จำเป็นต้องเอาออกมาอย่างนี้ก็เรียกว่ามันมันมีอยู่ในตัวบุคคลที่องค์ที่ท่านมีอาตมามีอาตมามีบุพเพนิวาสานุสติญาณอาตมาก็ไม่ต้องเอาออกมาแสดงแต่อาตมาก็ออกมาใช้ในพุทธใช่ว่าอาตมารู้ว่าพระศาสนาพุทธมันเป็นอย่างนี้แต่เดิมของท่านมันไม่ใช่เป็นอย่างที่เขาเป็นอีกอย่างที่เขาเป็นมันเพี้ยนมันเฟ้อมันเบี้ยวออกมาจากเดิมในการเป็นอยู่เป็นอย่างงี้พระแต่เดิมแต่เป็นอย่างนี้ก็เอามาพูดเอามาประกอบการสอนไปจนพวกคุณไม่รู้ตัวหรอกแต่ก็ได้ปรับมาเรื่อยๆอยู่ปรับให้มันเข้าของจริงของแท้ของเดิมของพระพุทธเจ้ากลับมาปรับอย่างนู้นอย่างนี้มาแม้แต่คำกล่าว ทำอะไรแท้จริงแต่เริ่มต้นเดิมๆแม้แต่การสวดประณามคาถานี้ก็ไม่มีมันมีตอนหลังนี่ก็เป็นบุพเพสันนิวาสของอาตมาของผมเองผมพยายามปรับเข้ามาแล้วก็มาอนุโลมในระดับนั้นระดับนี้ดึงเข้ามาไม่จำเป็นจะต้องมาพูดกับคุณนี่ไม่ต้องบอกหรอกทำก็แล้วกันเราก็ทำเข้ามาไม่ถึงอะไรก็ได้หรือว่าเมียว่าจัดการส่วนตัวหน้ามาคาถาแม้แต่จารีตประเพณีแม้แต่แบบอย่างแม้แต่ตัวความเป็นของแท้ของพระพุทธเจ้ามาเป็นอย่างนี้อย่างนี้มันเบี้ยวมาจนโอ้โหมันผิดประหลาดไปหมดเลยนมๆกันไปก็ไม่ได้จะต้องดึงอย่างแรงจะต้องดึงอย่างอ่อนอะไรก็ต้องทำกันไปรูปเรื่องรูปร่างอย่างโน้นอย่างนี้มันมีหลักฐานอันไหนพอพูดว่ากล่าวยืนยันอยู่ก็เพราะอ้างได้บางอันไม่มีหลักฐานยืนยันอ้างได้เลยตำรา พูดเปล่าไม่ได้มีอะไรพาดพิงไว้เราก็รู้ว่าไอ้อย่างนี้เขาพูดเป็นอย่างนี้แท้ๆบุพเพนิวาสานุสติญาณมันมีอย่างนี้ถูกเป็นอย่างนี้อยู่สมัยนี้มันมาเป็นเลอะๆเลอะเทอะจนมันไม่เป็นรูปร่างเก่าเลยไม่มีเป็นรูปเรือแล้วก็ต้องดึงกลับเข้าไปดึงกลับเข้าไปด้วยเอาอันอื่นเป็นองค์ประกอบว่าเขาเชื่อถือแล้วเราก็เขาจะเชื่อตามเมื่อสิ่งที่มันมีหลักฐานก็ใช้สิ่งที่มีหลักฐานก่อนแล้วก็ดึงกลับเข้าไปหาความเป็นอันเดิมเป็นสัจธรรมอันเดิมเป็นของเก่าอันเดิมผู้มีบุพเพนิวาสานุสติญาณก็มีอีกเยอะแยะในขณะนี้เรามาถึงคำว่าผู้ระลึกรู้เท่าทันอดีตที่ผ่านไปได้ใหม่สดเท่าใดยิ่งนับเป็นผู้มีสติมีความระลึกรู้เท่าทันปัจจุบันได้เก่งเยี่ยมเท่านั้นเท่านั้น เป็นปรมัตถธรรมเท่านั้นเท่านั้นอันนี้ก็เป็นตัวตั้งต้นของบุพเพนิวาสานุสติญาณนี้ได้แค่ว่าเรากำลังพูดพอพูดจบลงเพราะมันก็จับคำของเราพูดนี่ได้ไอ้ที่คำที่มันพูดจบไปแล้วมันผ่านไปแล้วมันก็เป็นอดีตมันก็เป็นของเก่าแล้วก็ระลึกทบทวนมีจิตปัญญาสะท้อนได้นั่นแหละคือตัวที่จะระลึกเป็นตัวยานและเป็นบุพเพสันนิวาสยิ่งเรามีจิตอันเดียวมีจิตอันแยบคายมีจุดพลุเร็วคล่องแคล่วปราดเปรียวว่องไว พอรู้ว่าผิดแล้วก็แก้ทันทีนั่นคือการปฏิบัติธรรมที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเป็นกัมมะนิยายธิติและปรับปรุงเลยเอ๊ะนี่ไม่ดีแล้วนี่ยิ่งระลึกเป็นปัจจุบันได้พันเท่าไหร่นั่นแหละท่านเรียกว่ายิ่งถึงปรมัตถธรรมยิ่งเป็นวิปัสสนาญาณยิ่งเป็นการปฏิบัติวิปัสสนาปฏิบัติวิปัสสนายิ่งรู้เท่าทันปัจจุบันทันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปที่รอบเร็วรอบเร็วๆๆยิ่งเร็วเป็นปัจจุบันน่ะทำยิ่งเร็วยิ่งรู้เท่าทันยิ่งได้แก่ของจริงเท่านั้นวิปัสสนาการปฏิบัติวิปัสสนาฟังให้ดีนะอันนี้เอาตัวเด่นในการปฏิบัติภาคปฏิบัติเข้ามาใช้ก่อน สนใจจารึกย้อนไปรู้อะไรลึกๆไกลๆได้มากอีกนั้นก็เป็นความเก่งอีกชนิดหนึ่งเป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกไปแล้วเราก็ไปเอาไอ้สิ่งเหล่านั้นเข้ามาทบทวนเข้าไปรู้รูปเข้าไปรู้นามเข้าไปรู้จิตใจจะเสร็จเข้าไปรู้สิ่งที่ประกอบถ้าเราระลึกย้อนเดี๋ยวนี้นี่นาเราพูดเดี๋ยวนี้แล้วเราก็พอผ่านไปแป๊บเดียวนี้เราก็จับความความเดี๋ยวนี้เราจะเห็นทันทีเลยว่าหมึกคำพูดเมื่อกี้นี้นะมันเป็นโสดจริงของเรามีเรามีอิจฉาหรืออภิญญาอย่างนึงอ๋อคำพูดเมื่อกี้นี้เมื่อกี้นี้มีกิเลสผสมกิเลสอย่างนั้นอย่างนี้เรายิ่งรู้เท่าทันไวหรือไม่มีเราก็จะรู้เท่าทันใบมันตรวจมันเช็คไปในตัวนั่นแหละเป็นวิปัสสนาญาณเป็นวิปัสสนาปฏิบัติเป็นปฏิบัติที่เข้าถึงการ รู้การเห็นมีสติมีธรรมวิจัยมีวิริยะกระทำโพชฌงค์การตรัสรู้แ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive