210110-181 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์9.65 KB
วันที่แก้ไข2 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันอังคารที่ 10 มกราคมพุทธศักราช 2521 แต่จากนี้ไปเพราะท่านไปอุทยานไดนาโมปฏิเวธปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกหนังโป๊อยู่ในจรณะอันเป็นจรณะที่มีสภาพธรรมมีบทบาทคือมีการเป็นไปในหัวข้อธรรมซึ่งมีความหมายและความหมายตามหัวข้อธรรมเหล่านั้นกำลังทำงานทำบทบาทร่วมกับชีวิตที่เรามีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอยู่ตลอดเวลา จะเริ่มต้นด้วยคำว่าสังวรศิลป์เราก็จะมีศีลนั้นซึ่งเกิดอยู่เป็นอยู่มีอยู่มีการระมัดระวังมีการสำเหนียกพร้อมศีลหัวข้ออย่างนี้หลักธรรมเป็นอย่างนี้เรามีการระลึกรู้อยู่มันรู้อยู่อยู่กับตัวทีเดียวเข้าใจอยู่ว่าเราจะเลิกเว้นอย่างนี้เราจะเป็นอย่างนี้ทั้งบาปสมาจารย์อภิสมาจารเรารู้อยู่ตลอดส่วนดีก็รู้ว่าเราจะขึ้นทรงไว้ส่วนชั่วเปลี่ยนไปลดละอยู่สังวรศีลสำรวมอินทรีย์มีตั้งพร้อมในการสำรวมเท้าหูจมูกลิ้นกายอินท น้อยใหญ่ข้างนอกข้างในเราระมัดระวังอยู่ที่เดียวเพื่อปรับเปลี่ยนตามที่เจตนาของศีลตามที่ศีลมีจุดมุ่งหมายกระทำสัมพันธ์กันอยู่ที่เดียวว่าสังวรสีสำรวมอินทรีย์โภชนเนมัตตัญญุตาระมัดระวังต่อสิ่งที่เป็นโทษชนะไม่ว่าจะเป็นเครื่องบริโภคนอกหรือเครื่องบริโภคในอาจจะเป็นเครื่องกินเครื่องใช้เราจะต้องสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้นเราก็จะสำรวมกับการผัสสะต่างๆต่ออินทรีย์นอกอินทรีย์ในให้ตรงเป้ากับศีลที่หมายไว้แต่ต้นๆเสมอมันจะทำงานสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆถึงชาโนโยคะจะเป็น ตื่นอยู่จะเป็นผู้มีสติเต็มจะเป็นผู้ระลึกรู้รอบนอกในละเอียดรอให้มากยิ่งขึ้นทำความเข้าใจให้แม่นยิ่งขึ้นให้ตรงกับศีลที่หมายให้เห็นว่าจิตของเราได้ขัดเกลาพระหลุดออกไปเกิดความเห็นแจ้งเป็นศรัทธาเชื่อมั่นมันมั่นมันเห็นมันดีสัตว์พระที่จริงมันแปลว่าดีศรัทธาแปลว่าทรงขึ้นซึ่งจุดดีเชื่อนั้นไม่ได้เชื่อเพราะว่าเราฟังไม่ได้เชื่อเพราะเราคิดเท่านั้นแต่เชื่อเพรา

อ่านต่อ

ะเห็นเชื่อว่าได้สัมผัสความดีทรงขึ้นความดีมีพระมีสรรพคุณความดีนั้นอย่างลงทรงขึ้นตั้งลงไปเรื่อยๆแม้น้อยทีละ ทีละน้อยจึงเกิดความเชื่อเป็นศรัทธาและเราจะรู้ถึงความเป็นบาปความเป็นบุญอันชัดมีหิริมีโอต่อปะละอายต่อสิ่งที่เรายังไม่ได้ไม่ดีละอายต่อสิ่งที่ยังรู้ชัดขึ้นที่ได้รู้ชัดขึ้นแล้วก็ยังไม่ได้ละอายขึ้นเกรงกลัวขึ้นมันเป็นการกลัวบาปเป็นการกลัวบาปเป็นการที่จะใฝ่บุญอย่างสูงขึ้นเรื่อยๆจึงเกิดศรัทธาแท้เกิดจริงเป็นจรณะตามกันไปเป็นสื่อสัมพันธ์โยงกันไปเรื่อยๆจริงๆมีศรัทธามีประโยชน์มีพหุสัจจะมีสภาพที่รู้ชัดเจนมากขึ้นมีความจริงที่แจ้งขึ้นแจ้งขึ้นแจ้งขึ้นอย่าง เรามีวิริยะมีความพากเพียรเพราะเราเห็นตัวจริงมีสัจจะที่ดีขึ้นได้รับสัจจะเพิ่มขึ้นมันก็จะเกิดวิริยะอุตสาหะแท้จริงเกิดสติที่แข็งแรงเกิดปัญญาที่เห็นแจ้งเราจึงเรียกว่าสภาพที่ได้นั้นเป็นฌานตั้งแต่ฌาน 1 ฌาน 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ไปจนถึงอุเบกขาฐานที่เป็นฐานนิพพานจะระณะจะทำงานไล่เรียงกันไปสัมพันธ์เราจะเห็นบทบาทของมันเป็นจริงรู้ในความหมายของภาษาบอกแล้วก็มีสภาวะธรรมที่แท้จริงเกิดไม่ใช่ทองได้แก่ภาษามันพูดได้ปฏิบัติที่เป็นจรณะสัมปันโนเป็นการปฏิบัติในพฤติกรรมต่างๆ สัมปันโนตรงถูกสมเหมาะสมควรได้อย่างถึงไปกินแล้วจะระณะสัมปันโนนั้นก็จะทำให้วิชาของเราแจ้งขึ้นแจ้งขึ้นแจ้งขึ้นกระจกฐานขึ้นมาเรื่อยๆจนเป็นมิจฉาจะระณะสัมปันโนบริบูรณ์เป็นที่สุดมันจะทวนด้วยองค์ธรรมด้วยหัวข้อธรรมด้วยแบบคำสอนไม่ว่าแง่ใดเมื่อใดรวมลงแล้วเป็นสติปัฏฐานเป็นบทบาทที่ประพฤติปฏิบัติมีศีลสมาธิปัญญารวมอยู่ในนั้นเสร็จเป็นบทบาทจริงแล้วเพื่อปฏิบัติธรรมใดเมื่อใดมีการพิจารณาสอบทวนกับหัวข้อธรรมกับสภาพเป็นจริงเราจึงจะมีทั้งหลักฐานอ้าง มีทั้งทำมีทั้งวินัยมีทั้งปริยัติมีทั้งปฏิบัติเรารู้แจ้งเป็นปฏิเวธทำแท้งทะลุเราก็ได้จึงเป็นจริงนี่คือสัจธรรมที่ขอให้ทบทวนและกำนันใจเห็นจริงเป็นจริงเราจะได้เป็นผู้ที่ไม่มีความสงสัยเป็นผู้แทนทะลุรอบเป็นผู้มีสัจธรรมอันนั้นทรงขึ้นดำเนินขึ้นจะได้เป็นประโยชน์ตนเป็นประโยชน์ท่านให้แก่โลกเขาเป็นพระพุทธศาสนาเป็นพระชนะสุดท้ายและปฏิสัมพันธ์อารยธรรมหรือว่าประดิษฐานบุคคลให้เป็นอริยชนในส่วนตัวต่อไป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน