210105-178 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 5 มกราคมพุทธศักราช 2521 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยนะโมปฏิเวธปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกการปฏิเวธหรือการพิจารณาธีรธรรมเป็นทั้งรูปแบบการชั้นรับประทานแม้ในสภาพที่ทำเป็นรูปแบบและก็นิ่งๆไม่มีเสียงพูดของใครแต่ก็สงบอยู่ชั่วระยะหนึ่งเพื่อที่จะได้ตั้งจิตตั้งใจพิจารณาของเรารวบรวมสติสตางค์ให้มันดี ไม่ได้ทำเพียงรูปแบบไม่ใช่ทำเพียงท่าทีแต่เราจะต้องมีความมุ่งหมายมีความเป็นจริงที่กระทำจึงเกิดจริงว่าเราตอนนี้เป็นเรื่องของการปัจจะเวกเป็นเรื่องของการพิจารณาเป็นเรื่องของการที่จะตั้งจิตตั้งใจนึกคิดทำแล้วว่าเราไม่ได้นึกคิดอะไรก็จะต้องบอกตัวเองสกิดตัวเองเตือนตัวเองว่าณบัดนี้ต่อไปต้องอธิษฐานต้องตั้งจิตต้องตั้งจิตขึ้นว่าเราจะมีผัสสะและเราก็จะตั้งใจรับรู้ในผัสสะเหล่านั้นเราจะรู้แจ้งถึงมโนพอวิจารณ์ 18 เราจะสัมผัสกับอะไรในบัดนั้นเราจะรู้เราจะเข้าใจ ตัวอย่างถึงกายเวทนาจิตธรรมอารมณ์ของเราในบัดนั้นแม้แต่เรื่องที่กำลังกระทำนั่นแหละเช่นเรากำลังจะฉันอาหารอย่างนี้เป็นต้นทุกเวลาจะฉันอาหารเราปัจจะเวกแต่เรื่องอื่นแล้วก็ได้สาธยายพิสดารออกไปมากเป็นคำสอนเป็นการรู้อะไรพิเศษออกไปมากมายเกินกว่าที่จะมีรูปแบบเดิมแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้งความมุ่งหมายเดิมเมื่อทำท่าทีอย่างนี้เข้าแล้วเพื่อที่จะเตรียมตัวฟังธรรมกันเล็กๆหรือว่าเป็นคาถาน้อยๆสั้นๆช่วงหนึ่งเท่านั้นก็ไม่ใช่ทีเดียวปัจจุบันคือเราจะต้องมีอธิษฐานจิตมีการตั้ง การตั้งสติระลึกรู้สังวรสำรวมมีจักผัสสะเข้าใจไปถึงจิตถึงกายเข้าใจไปถึงเวทนาไปถึงธรรมารมณ์เพื่อที่จะได้ปฏิบัติสติปัฏฐานอันแข็งแรงเกิดผลเกิดประโยชน์เกิดการกระทำไม่ใช่สักแต่ว่าศิลปะปรามาสไม่ใช่สักแต่ว่าทำรูปทำแบบทำไปตามจารีตทำไปตามประเพณีเฉยๆอย่างนั้นไม่ใช่แต่เราทำเพื่อจะให้เกิดผลจริงให้รู้
อ่านต่อ
จักวิธีการด้วยเตือนสติด้วยมีรูปเตือนมีวจีเตือนมีนามธรรมมีจิตที่จะเกิดจิตเกิดวิญญาณหรือเกิดญาณเกิดวิมุตเกิดการลดละปล่อยเกิดการได้ปฏิบัติประพฤติเป็นโยคะ นอนอยู่ทีเดียวเราจะได้รู้ทุกๆช่วงทุกระยะเหมือนกับเราได้ปัจจะเวกในข้อที่ว่าณบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่เหมือนกับเตือนอย่างนั้นเพราะฉะนั้นเมื่อมีรูปแบบอย่างนี้ขึ้นมาถ้าเราก็จะต้องพยายามรู้อย่างน้อยที่สุดก็จะมีปัจจะเวกข้อที่ว่าขณะนี้หรือบัดนี้ปัจจุบันนี้เดี๋ยวนี้เรากำลังทำอะไรอยู่และในขณะที่เรากำลังกระทำนี้กายกรรมตัวดีว่าดีกรรมก็ดีมโนกรรมก็ดีเรากำลังเป็นอย่างไรเรากำลังทำกายในการทุจริตวจีทุจริตหรือมโนกรรมทุจ เราจะรู้จักผัสสะเราจะรู้จักคำกริยาของมันนี่สืบเนื่องกันได้ปรับปรุงได้มีวิปัสสนาได้มีสติปัฏฐานเสมอต่อขณะที่เรากำลังเป็นที่กำลังมีที่เรากำลังอยู่ด้านการพิจารณาหรือว่าการปัจจะเวกทุกเวลาที่ฉันอาหารก็เป็นแต่เพียงคำกิริยาอย่างหนึ่งที่เราจะต้องกระทำเสมอเป็นจารีตเป็นประเพณีก็จริงและจะต้องให้ส่งผลถึงการสติปัฏฐานหรือการวิปัสสนาแท้ไม่ใช่มีแต่เพียงรูปแบบหรือศิลปะปรามาสเฉยๆคือมีเนื้อสัตว์แต่ว่าเป็นจารีตประเพณีสุดท้ายเข้าใจไม่ได้ด้วยกลับกลายเป็นหลงผิดหลงถูกไปว่าถ้าทำอย่างนี้เป็นการท่องบทสวดมนต์พึมพำหรือ อะไรอื่นเข้าใจไปนอกลู่นอกทางเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปก็ยิ่งจะเสียหายใหญ่และจะเป็นไปได้เพราะฉะนั้นต้องช่วยระมัดระวังกันอธิบายถ้าใครสงสัยถ้าไม่เข้าใจก็พยายามบอกแจ้งกันถ้าจะถือว่าเป็นสิ่งที่ชักจูงเป็นแนวโน้มได้ก่อนได้กาละเทศะอย่างนั้นเราก็จะทำให้ตรงก่อนจะพิจารณาก็คือแต่ละบุคคลนั่นแหละพิจารณาแล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรหรอกเพราะก่อนอื่นในการพิจารณาถ้าไปอยู่ข้างนอกเราก็ไม่พูดอะไรต่างคนต่างทำท่านี้แล้วก็นิ่งแล้วเราก็ตั้งใจว่าจะเวทของเราใครจะพิจารณาอย่างไรใครจะรู้คำกิริยาของเราก็จะตั้งใจอย่างไรก็ตั้งให้ดีและเราก็ปฏิบัติให้ตรงปฏิบัติให้ถูกให้ได้ผลไม่ได้ เราก็จะกระทำกิจนี้จะทำสิ่งนี้ถูกต้องมีผลต่อการกระทำอย่างแท้จริง