591121_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สาธารณโภคีที่สนามหลวงจะเปลี่ยนโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
591121_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สาธารณโภคีที่สนามหลวงจะเปลี่ยนโลก
สมณะเดินดินว่า...วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ตอนนี้ที่สนามหลวงผู้ที่รับหน้าเสื่อก็คือชาวศีรษะอโศก ฟังดูก็รู้สึกว่า เป็นบรรยากาศที่แฮปปี้ สนุกสนานมีเรี่ยวแรงพลังก็ใช้กันหมด เด็กที่ เฮี้ยวๆ ก็ถูกสลายพลังจนหมด พ่อครูว่า...ไม่มีเวลาให้ทำชั่ว มีแต่เวลาทำกุศล นี่คือพลังแห่งความดีงามอันน่าอัศจรรย์ เป็นพลังนิวเคลียร์ของ Love A bomb of love. สมณะเดินดินว่า...เราคงจะได้พิสูจน์ความเชื่อว่าสนามหลวงจะเปลี่ยนประเทศไทยจะเปลี่ยนโลกได้ ที่ว่าเป็นประเทศไทยก็คือว่า ทุกคนที่ไปกันบางคนไปกันทั้งครอบครัวไปช่วยกันเก็บขยะ เขาก็พาลูกเขาไปด้วย เด็กของเราเห็นคนอื่นทำก็ต้องดีด้วย พ่อครูว่า...มีทั้งการเก็บขยะแจกอาหารที่เด่น คนอื่นเขามีอีกหลายอย่างปลีกย่อย เช่นแจกย่อย ช่วยเหลืออย่างอื่นอีกอะไรต่างๆ สมณะเดินดินว่า...คำมีสถิติว่า ในเวลา 1 เดือนมีคนอาสาสมัครจำนวน 30000 คน ไปลงทะเบียน แล้วที่ไม่ได้ไปลงทะเบียนอีกเยอะแยะ คือไม่ใช่น้อย 2 ชุดเก่าที่ไปทำงานเรียกว่าได้ช่วงเวลาทอง ศีรษะอโศกก็ไปตั้งแต่ตีสามครึ่ง ก็ไปบริการคนเข้ามาจองคิวตั้งแต่ตี 5 วันนี้เขาขอร้องคนกรุงเทพและปริมณฑล ขอให้มาเคารพพระศพหลังร้อยวันจะได้ไหม เพราะบางคนไปรอตอนนี้ 10 ชั่วโมงกว่าจะได้เคารพพระศพ จะหาทางอย่างไรที่จะลดความลำบากของประชาชนกัน มันเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ที่มาช่วยเหลือกันได้เห็นความพร้อมเพียงของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่พยายามช่วยเหลือประชาชน ของเราถือว่าได้เวลาทอง ตั้งแต่ตี 5 เขาก็แบ่งกันไปหลายเจ้าแต่ไม่มีเจ้าไหนที่ลุกขึ้นมาไหวแต่เช้า พ่อครูว่า...อย่าเน้นนะ เรารู้สึกว่าจะเหนียมๆแล้วนะ สมณะเดินดินว่า...จัดเต็มเวลาทองของเวลาท้องด้วย ถ้าพวกเราใค
อ่านต่อ
รจะไปช่วยได้ไปเสริมไม่ว่าจะเป็นอาหารว่างต่างๆของว่าง เมนูแรกก็จะเป็นข้าวต้ม ที่ให้คนรองท้องก่อน เป็นสิ่งที่ได้ทำกันมา ก็มีการสนับสนุนเข้ามาได้เรื่อยๆ มีญาติธรรมชัยภูมิ แจ้งข่าวว่า จะบริจาคมันเทศถึง 15 ตัน ถูกเอามาให้ที่โรงบุญทั้งหมดโดยไม่ได้ขายเลย ของบ้านราชฯเพิ่งจะเริ่มปลูกก็ไม่รู้จะได้สักเท่าไหร่ อาหารตอนเช้าจะเป็นมันเทศ ฟักทอง ข้าวโพด เป็นของที่เบาๆ ก่อน ก็เป็นกิจกรรมที่คิดว่า พวกเราก็มองว่าช่วงเช้าคนจะมาน้อย ช่วงบ่ายก็จะมีคนมากหนาแน่นหน่อย พวกเราสังเกตุว่าผู้ที่มาเป็นจิตอาสาก็ยังไม่ได้ลดลง แต่มีช่วงเช้าที่ยังมีน้อยอยู่
พ่อครูว่า...นี่ล่าสุดก็มี ชาวนาสุรินทร์ใจบุญ! บริจาคข้าวอีก 20 ตัน มอบโรงทานสนามหลวงเลี้ยง ปปช. ถวาย “พ่อหลวง” ข่าวผจก. วันนี้
สุรินทร์ - ชาวนา ต.ท่าสว่าง เมืองช้าง จิตเป็นกุศล ร่วมกันบริจาคข้าวเปลือกหอมมะลิอีก 20 ตัน เพื่อสีเป็นข้าวสาร ส่งมอบโรงทานท้องสนามหลวง ประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “พ่อหลวง ร.9”
วันนี้ (20 พ.ย.) ที่วัดสามัคคี บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นจุดรวบรวมข้าวเปลือกหอมมะลิ ของประชาชนชาวตำบลท่าสว่าง เพื่อสีเป็นข้าวสารบริจาคให้แก่โรงทานต่างๆ ที่ท้องสนามหลวง เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ แต่ละวันมีประชาชนมาถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก ชาวตำบลท่าสว่าง ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราวัง มีจิตเป็นกุศลที่บริจาคข้าวเปลือกหอมมะลิ สีเป็นข้าวสาร เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงประชาชน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้รวบรวมข้าวเปลือกหอมมะลิได้รวม 20 ตัน เมื่อสีเป็นข้าวสารแล้วจะได้ข้าวสาร 15 ตัน
ในวันนี้ นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ นายอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้เป็นผู้รับมอบข้าวเปลือกหอมมะลิ จำนวน 20 ตัน จาก นายสมศักดิ์ สำราญ กำนันตำบลท่าสว่าง และนายบุญรวม รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสว่าง ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านตำบลท่าสว่าง ในการส่งมอบเข้าเปลือกทั้ง 20 ตัน ซึ่งจะได้นำไปแปรรูปเป็นข้าวสารที่โรงสีชุมชนต่างๆ ในเขตตำบลท่าสว่าง ส่งนำไปส่งมอบให้แก่โรงทานต่างๆ ที่ท้องสนามหลวง เพื่อหุงประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่เดินทางจากทั่วประเทศมากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง ต่อไป
พรุ่งนี้ 22 พย. 2559 รัฐบาลจะจัดงาน " รวมพลังแห่งความภักดี" พร้อมกันทั่วประเทศ มีถ่ายทอดสดรวมการเฉพาะกิจตั้งแต่ 6.30 น ร้องเพลงชาติ 8.00น
พ่อครูว่า เป็นเรื่องที่ไม่ได้เสแสร้งทำ เกิดขึ้นได้ หนึ่งมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ สอง มันเป็นเรื่องติดต่อกันยาวนาน และสามมันเป็นความงดงาม เป็นความประเสริฐวิเศษ คุณค่าคุณธรรมที่ในหลวงร.9 ได้ทรงมาตลอด 70 พรรษา ซึ่งทุกคนปฏิเสธไม่ได้ถึงคุณค่าคุณงามความดีที่ครบพร้อมแสดงออก อันนี้เกิดจาก คุณธรรมของพุทธศาสนา ซึ่งเป็นคุณธรรมระดับ โลกุตระ และเป็นโลกุตระที่เป็นอาริยะระดับพระโพธิสัตว์ ซึ่งตอนนี้อาตมาก็นำความหมายของโพธิสัตว์มาขยายความให้กระจ่าง ในศาสนาพุทธก็เป็นความหมายอันหนึ่งซึ่งได้เข้าใจเพี้ยนผิดไปแหลกเหลวกัน ตอนนี้เราก็พยายามเจาะหาความจริงเท่าที่อาตมาจะมี อาตมามีความจริงเท่าไหร่ก็มาขยายเป็นภาษา ผู้ที่มีจริงก็เอามาแสดงอย่างไม่ได้อวดอ้าง แต่เพื่อยืนยัน เพื่อมายืนยันสัจธรรม มันเป็นเรื่องมีจริงเป็นจริงประเสริฐที่สุดยอด ใครทำได้ก็ทำสิ แกล้งทำก็ได้ไม่ว่า แกล้งทำให้เหมือนจริงๆนะ แกล้งเลยไม่ว่า แกล้งให้ได้นานๆ สิบปีหรือยี่สิบปีเลย อย่าให้บกพร่อง มันเป็นพฤติกรรมที่ปฏิเสธไม่ได้ ตั้งแต่ 13 ต.ค.มานี่ ก็ 1 เดือนกับ แปดวันแล้ว เราก็จะทำต่ออีก ชาวอโศกเราทำมาก่อนอย่างต่อเนื่อง โรงบุญ 5 ธันวาฯทำมาหลายสิบปี ทำตลอดเดือนธันวาคม แต่ปีนี้เราก็จะทำให้ได้ 999 โรงบุญ ส่วนในสนามหลวงเราก็จะทำให้ได้ 99 โรงบุญ
นโยบายทำ "โรงบุญมังสวิรัติ อาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9" ชาวอโศกระดมจัดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติ ทั้งประเทศ จนกว่าจะถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 ระดมจัดให้ได้ 999 โรงบุญ และในวันที่ 5 ธันวาคม จะไปร่วมจัดที่สนามหลวงกันให้ได้ 99 โรงบุญ และจะทำโรงบุญมังสวิรัติ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนดหยุดจัด จนกว่าเหตุปัจจัยจะทำให้หยุด ตอนนี้ที่สนามหลวง เรื่องที่ต้องต่อเนื่องคือเรื่องกิน ถ้าต่อเนื่องไปสองหรือสามปีจะเกิดผล มนุษยชาติในโลกนี้จะสงบจะเรียบร้อย จะสามารถรังสรรค์อะไรได้มาก เป็นความสงบเรียบร้อยความอบอุ่นของโลกจะเกิดขึ้น มีนโยบายคือ ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ และความบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก...ในที่สุด แม้แต่คนที่จะปลูกผักไร้สารพิษก็เร่งมือปลูกกันเลย พืชบางอย่างก็ 15 วันกินได้ บางอย่างก็ 20 วันบางอย่าง 1 เดือนบางอย่าง 2 เดือนบางอย่าง 3 เดือน เราทำเต็มที่เลย เราก็มีความรู้ทำเสริมกันไป มันเป็นโอกาสที่เราจะได้อดทน จะได้พากเพียรขยัน เพื่อล้างตัวตนอัตตา โรงบุญไม่ได้จำกัดเฉพาะอาหาร แต่เป็นของใช้คำเป็นก็นับเป็นโรงบุญได้ด้วย ขอกำชับ การทำใจในใจ (มนสิการ) ทำให้ดีๆ ทำโดยไม่ต้องไปหวังอะไรตอบแทน อย่าไปสร้างอาการหวังใส่จิต เจตนาแต่อย่าอยาก อย่าสร้างพลังสาเปกโข ว่าจะหวังได้อะไรตอบแทน อย่าทำ อันนี้กำชับกำชา เป็นการปฏิบัติธรรม โลกุตระของพระพุทธเจ้าที่จะไม่ให้เกิดภพชาติ ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ชาวอโศกไปโดยมียุทธศาสตร์คือ “อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้” (อย่าไปเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ หรือแสดงว่า ตนเป็นผู้นำผู้พาทำเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เป็นเจ้าใหญ่นายโต อย่าทำนะ อย่าไปแสดงตัวอย่างนั้น)
ผู้รับผิดชอบจัดโรงบุญมังสวิรัติ 1.ทีมบ้านราช+ข่ายแห.....3-18 พ.ย. 2.ทีมศีรษะอโศก+ข่ายแห....19-28 พ.ย. 3.ทีมปฐมอโศก+ข่ายแห...เสริม.. 29-30 พ.ย. 4.ทีมสีมาอโศก+ข่ายแห.......1-7ธ.ค. 5.ทีมศาลีอโศก+ข่ายแห.......8-14 ธ.ค (ช่วงนี้มีเหตุการณ์จะมีพี่น้องชาวเขาจำนวนมากมาที่สนามหลวง ที่อื่นๆคงต้องไปช่วยกัน) 6.ทีมภูผาฟ้าน้ำ+ข่ายแห.......15-24 ธ.ค. 7.ทีมแพทย์วิถีธรรม.....รับช่วงเย็น
ผู้ประสานงานกลาง คุณปลูกขวัญ t.086-559-6925 คุณยลศิริ t.081-331-5229 คุณดาบบุญ t.081-731-7757 คุณปานรุ้ง สุขเกษม t. 083-024-1618 ช่วงเวลาแจก เช้า 06.00-10.00 น กลางวัน 12.00-14.00น เย็น 16.00-20.00น.
คุณดาบบุญ....ดูแล...วัตถุดิบ/ขนส่ง
วันที่ 19-28 พย.59 ทีมงานศีรษะอโศก ร่วม 70 กว่าชีวิต และทีมแพทย์วิถีธรรม 40 - 60 ชีวิต นอกจากทำอาหารแจกที่เต็นท์กองทัพธรรมตามเวลาที่กำหนดแล้ว (รอบแรก 07.00-09.00น. รอบสอง 11.00-14.00 น. รอบสาม โดยแพทย์วิถีธรรม 16.00-20.00 น.)
กองทัพธรรม แพทย์วิถีธรรมร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญู ทำอาหารแจกในเต็นท์ใหญ่ แถว ก และ ข (เต๊นท์ใหญ่สำหรับประชาชนนั่งรอเข้ากราบพระบรมศพ มี 13 แถว แต่ละรอบนั่งได้ 4,000 คน)
การแจกอาหารในเต็นท์ใหญ่ เวลา 05.00 - 07.00 น.11.00-14.00 น.และรอบสามโดยแพทย์วิถีธรรม 16.00-18.00 น. ทั้งนี้ได้ขออาสาสมัครจากส่วนกลาง 30 คนเพื่อมาช่วยแจกด้วย
กองทัพธรรมแจกได้เช้าที่สุด วันที่ 24 พย. ส่วนกลางจะจัดเต็นท์ใหม่ กองทัพธรรมและแพทย์วิถีต้องย้ายไปอยู่ติดกับเต็นท์มูลนิธิร่วมกตัญญู ตรงข้ามธรรมศาสตร์
พื้นที่สนามหลวงทั้งหมด 75 ไร่ 28 ไร่สำหรับจัดโรงทานและ โรงบุญ ซึ่งมีสองประเภทคือ 1.เต็นท์ที่ทำอาหารและแจกตลอดทั้งปีจะอยู่ชิดรั้วเขียว 2.ส่วนขาจรอยู่เต็นท์วงใน ต้องทำอาหารมาสำเร็จพร้อมแจก สำหรับของกองทัพธรรมและแพทย์วิถีธรรม จัดอยู่ในประเภท1 คือ แจกทั้งปี
คุณต้อย ปลูกขวัญแจ้งว่า… สิ่งที่โรงครัวเราต้องการ 1.ของแห้งคือ ซีอิ้ว/น้ำมัน/น้ำตาล/เต้าเจี้ยว/กระเทียม/พริกไทย/วุ้นเส้น 2.ของสดประเภทหัวเช่น มันเทศ/เผือก/ฟักทอง/ข้าวโพด แต่ต้องทยอยเอามานะคะ ลง สันติอโศกค่ะ ก่อนจะเอามาลงช่วยโทรแจ้งด้วย ผู้ประสานงานกลาง ปลูกขวัญ t.086-559-6925 ยลศิริ t.081-331-5229 ดาบบุญ t.081-731-7757
อาดาบบุญแจ้งมาวันนี้ ๒๑ พ.ย. ๕9 ว่า...จากการประชุมกับทหาร(ก.อ.ร.ส.)เมื่อวานนี้ สรุปว่า ที่ประชุมมอบหมายให้ มูลนิธิร่วมกตัญญู+กองทัพธรรมรับผิดชอบแจกอาหารเครื่องดื่มให้กับประชาชนที่มานั่งรอเข้าวังในเต็นท์ ก,ขโดยให้เริ่มแจกได้ตั้งแต่ ตี5:30-สองทุ่มเลยครับ และทีมหมอเขียวก็แจกนำchlorophyll สดตลอดทั้งวันอยู่แล้วครับ ทาง กทม.ได้เอาโต๊ะมาตั้งติดกับเต๊นท์ ก-ข ไว้ให้วางอหารที่จะแจก และทางทหารก็จัดเจ้าหน้าที่มารับอาหารเข้าไปเดินไล่แจกตามแถวที่นั่งในเต๊นท์ ก-ข ด้วยและใครอยากจะลุกออกจากเต๊นท์มารับอาหารที่โต๊ะก็ได้ เขาจะมีบัตรเข้า-ออก เผื่อใครจะลุกไปห้องนำก็จะไม่เสียqueue ครับ. อาTewmek ช่วยหา พัด, หมวก หรือ ร่มกันแดด ฯลฯ ไม่จำกัดแค่เรื่องอาหารเรื่องเดียวนะครับ.
อาใบแก้ว แจ้งว่า...ขอความกรุณา ขอเสียงพ่อครูช่วยประกาศ ระดมจัดโรงบุญที่สนามหลวง วันที่ 5 ธันวาคมวันเดียวจำนวน 99 โรง และ 999 โรงจนกว่าจะถึง ๕ ธันวาคม เพราะตอนนี้ เพิ่งได้ประมาณ 50 โรงค่ะ หลายคนเกรงว่า ที่จะแออัด คับแคบ แต่ พี่ต้อยบอกว่า จัดอาหารเป็นชุดๆแบบพร้อมแจก แล้วไปแจกที่แถวในเต็นท์ได้เลยค่ะ แต่ให้ประสานกับพี่ต้อยก่อนเพื่อนำพาไปยังจุดที่แจกค่ะ
เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของ A bomb of love.ที่ไม่ใช่แบบเข่นฆ่าแบบนิวเคลียร์ของโลกๆ แต่มันกลับตรงกันข้าม เป็นการช่วยเหลือกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ย่ิงใหญ่จริงๆ ต้องเป็นคนที่มีจุดศูนย์รวมของจิตวิญญาณได้ขนาดนี้อีกกี่กัปป์จะเกิดอีกครั้งหนึ่งนี่
โรงบุญที่สนามหลวงวันที่ 5 ธันวาคมวันเดียวจำนวน 99 โรง และโรงบุญ 999 โรง จนกว่าจะถึง ๕ ธันวาคม ขอความร่วมมือผู้ ที่จะไปแจกดังนี้ 1 บรรจุอาหารมังสวิรัติหรือจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเช่น หมวก ร่ม ช้อนชาม จาน จอกน้ำ น้ำดื่ม ผ้าเช็ดหน้า กระดาษทิชชู่ ยาหม่อง ยาดม แบบพร้อมที่จะแจกได้ทันที 2 ไปติดต่อคุณต้อยปลูกขวัญ 086 559 6925 ที่เต๊นท์กองทัพธรรม มีสถานที่ให้ตั้งแจกมากมาย
มันเป็นเรื่องของสาธารณโภคี เป็นสาราณียธรรม 6 เกิดจากจิตพุทธพจน์ 7 มีลาภธัมมิกา เป็นสิ่งที่เป็นอุปโภคบริโภค เสร็จแล้วก็รวมเข้าไปสู่ส่วนกลาง เอามาร่วมกันแล้วก็กระจายแบ่งแจก ซึ่งทุกสังคมในโลกนี้ต้องการ ต้องการความเป็นส่วนกลางสาธารณะแล้วแบ่งกินแบ่งใช้ เรียกว่าหลักเศรษฐศาสตร์ เอามารวมกันส่วนกลาง แล้วก็แบ่งกันแจกกัน มีเจ้าหน้าที่คอยแบ่ง แล้วผู้ที่จะรับไปก็มีคุณธรรมไม่เห็นแก่ตัวไม่โลภมาก ถ้อยทีถ้อยอาศัย ถ้ามันไม่พอก็เห็นแก่ใครที่จำเป็นจะต้องได้ก่อน เราเป็นผู้ใหญ่กว่าก็อดได้ทนได้กว่า
ตอนนี้ แต่ละเต๊นท์ที่ไปแจกก็ขาดเหลืออะไรก็แบ่งกันใช้ได้ ใครมีวัตถุดิบจะทำอาหารก็นำมาร่วมกันได้ ที่สนามหลวง(เต๊นท์กองทัพธรรม หรือที่ ปฐมอโศก สันติอโศกหรือเครือแหชาวอโศกทุกแห่ง) แม้มีมะละกอลูกเดียว หอมกระเทียมหนึ่งหัว ก็ร่วมกันได้….
เป็นสาธารณโภคีที่สนามหลวง ซึ่ง จะขอความร่วมมือ ผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียเฟสบุค ในเวลาที่ท่าน โพสต์ ข้อความหรือภาพ เกี่ยวกับการทำดีเพื่อพ่อ รบกวน ช่วยติด hashtag (#) ว่า
#ทำดีเพื่อพ่อ #สาธารณโภคีที่สนามหลวง ต่อท้ายข้อความของท่านด้วย เพื่อให้ฝ่ายรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ bomb of love.ที่สนามหลวงรวบรวมได้ง่ายขึ้น โดยดูตัวอย่างการโพสต์ได้ที่ เฟสบุค กองทัพธรรมFP
มีคำถามมา….วันนี้ช่างกล้องเราถูกเรียกให้ช่วยถ่ายภาพจากมือถือผู้รอคิว กราบพระบรมศพฯ คนแล้วคนเล่า มีจิตอาสาช่วยถ่ายภาพก็ดีเน๊าะ ๐ หน้าเต้นท์กองทัพธรรม "นี่แจกเหรอ? กองทัพธรรมเอาเงินมาจากไหน ถึงมีแจกตลอด" คำถามจากนักธุรกิจชาวสุพรรณ ไปลงทุนที่อุบลฯ เคยมาทานอาหารที่อุทยานบุญนิยม พ่อครูว่า...เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่อจินไตยว่าทำไมคนจนถึงแจกได้แจกดี เราจนจริงๆไม่ได้แกล้งจนหรือโกหกหลอกลวง จนหมายความว่าเราไม่มีทรัพย์สินส่วนตัว เราก็มีพอเบิกเอาไปใช้เป็นงาน ส่วนตัวที่จะไปสะสมเป็นแสนเป็นล้านหลายล้านเราไม่มี ชาวอโศกเราไม่ได้ฝึกฝนแบบนั้น ชาวอโศกนั้นผู้ที่ยังมีแสนมีล้านเขาก็มาพัฒนาตัวเองขึ้นมาก็มีบ้าง จะต้องมีภาระจำเป็นอยู่บ้าง ก็ต้องจำเป็นมีไว้เราก็ต้องเข้าใจฐานะเขา แต่ผู้ที่เข้าใจแล้วก็ไม่มีปัญหาที่จะต้องไปสะสมอะไรกัน การสะสมนั้นจะต้องดูแลรักษาต้องเป็นภาระ มีเงินมากเท่าไหร่ก็ต้องเก็บรักษาต้องดูแล ไว้ที่ตรงนี้คุณจะรู้ที่หรือเปล่า ก็ลำบากจะตาย เราก็มีความไม่สะสมเป็นของตัวเอง เรามีจิตวิญญาณตัวนี้ มีคุณธรรมอย่างนี้ มันไม่สะสมหรอกมันเป็นสัจจะ เพราะฉะนั้นเขาไม่ได้แกล้ง เขาเป็นสุข เขาสบาย ในความไม่มีนั้น แล้วเขาก็กินใช้กับส่วนกลาง มีตู้เซฟสวนกลาง มีที่เก็บส่วนกลางได้ มาศึกษาให้ดีแล้วจะหายงง หายสงสัย มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ลึกซึ้ง อย่าง A bomb of love. มันเป็นเรื่องแกล้งทำไม่ได้ อย่างธัมมชโยจะมาทำได้หรือ?
SMS วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 (รายการวิถีอริยธรรม)
0893867xxxพ่อครูฯสอนแทงตรงถึงจิตทะลุเข้าถึงใจ!โลกแห่งจิตวิญญาณ เป็นโลกไร้ผัสสะสิ้นอัตตา!โลกแห่งตัวตนผจญผัสสะ เกิดวัฎฏะสงสารจากทวาร5 วนอยู่ในอัตตาต้นเหตุแห่งทุกข์ถูกไหม?สกก. _จากคุณ นาคี ถ้าธัมมี่เป็นโรคจิตประสาท จนแยกสัมมากับมิจฉาไม่ได้ จนทำให้สาวกหลงผิดไปกับเขา คนโรคจิตประสาทจะบาป มากน้อยแค่ไหนครับ? ในเมื่อคนโรคจิตประเภทแยกแยะไม่ได้ว่าบาปหรือบุญ ตอบ ... เขาหลงผิดแยกไม่ออกว่าอันไหนบาปหรือบุญ แล้วเขาก็สั่งสมความยึดติด เป็นภพเป็นชาติ คือบาป แล้วภพชาติที่เขามีก็มีกิเลสที่เป็นบทบาทให้เกิดตามภพชาตินั้น เขาไม่รู้จริงๆ ถ้าคนดูแล้วจะไม่ทำหรอก ก็จะไม่จมอย่างนี้หรอก แสดงว่าเขาเองเขาไม่รู้ไม่มีภูมิปัญญาพอจะรู้
เรามาขยายความอภิมหาฤทธิ์เดชของช่องนี้ช่องเดียวนี่ ช่องนี้ช่องเดียวนี่ คือรักที่ถูกสะกดจิต ลัทธิของธัมมชโย คือลัทธิสะกดจิต หรือท่านที่นั่งสมาธิหลับตาแล้วเพ่งกสิณเข้าไป เป็นผู้ที่ใช้วิธีสะกดจิตทุกคน ทุกลัทธิทุกสำนัก ไม่ใช่ของพุทธ แต่พุทธรู้ และพุทธก็ใช้เป็นบางครั้งบางคราว เหมือนกับโลกธรรม พุทธก็รู้ แล้วก็อาศัยยังจำเป็น เหมือน meditaiton เราก็อาศัยใช้บ้างตามเหมาะควรแต่ไม่ใช่ของพุทธ มันมีมาเป็นของโลกสามัญ ประจำโลก Meditation โดยการนั่งสะกดจิต มันเป็นธรรมะประจําโลก ไม่ใช่ของพุทธ มันมีอยู่ตลอดกาลนาน ส่วนของพุทธนั้นมาประกาศเป็นคราวๆ ก็มีช่วงที่ไม่มีศาสนาพุทธเรียกว่า พุทธันดร คือระหว่างที่ไม่มีศาสนาพุทธ * แต่สำนักธรรมกายนี้กลับเข้าใจว่า พุทธันดร คือช่วงที่มีพุทธศาสนา เขาไม่เข้าใจสัจจะอย่างนี้ก็ไปอธิบายผิด พุทธันดร คือช่วงสามัญ เป็นช่วงที่ไม่มีศาสนาพุทธ เป็นช่วงสามัญโลกีย์ธรรมดา ช่วงที่มีศาสนาพุทธเป็นช่วงวิสามัญ* คือ ช่วงที่สามัญ คือคนเดือดร้อนตกนรกหมกไหม้ต้องแสวงหาทางออก ตั้งแต่เป็นเดรัจฉาน สัตว์เซลล์เดียว มาพัฒนาจนเป็น อเวไนยสัตว์ อย่างธัมมชโย สอนโลกุตระไม่ได้ แต่ฉลาดแกมโกงเก่งหนักหนา แล้วเขาก็หลง น่าสงสาร จะต้องจมกับวิบากนี้อีกกี่ชาติ เขาต้องไปใช้หนี้นะ ปางนี้เหมือนเขาได้เสวยสำราญเบิกบานยิ่งใหญ่เหมือนมีอำนาจ หรูหรา มีกินอยู่ ทำให้ตนเองหล่อ ทุกวันนี้ยังหล่อไม่เสร็จ ยังเสริมสวย พริ้งพราว เขาเห็นอย่างนั้นจริงๆ ในความสุขหลอกของเขา เป็นโลกีย์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เขาไม่ยอมรับว่าเขาแพ้นะ เขาเล่นเกมส์อยู่ เขาก็คิดว่าเขาแพ้เกมส์ เหมือนปูเลย เขาก็พยายามแก้เกม เขาไม่เชื่อบุญเชื่อบาปเชื่อความดีความชั่ว เขายังไม่เชื่อว่าตัวเองแพ้ เขายังคิดว่าเขาแก้เกมยังไม่ได้เท่านั้นเอง เขาจะต้องใช้ความฉลาดเขาแก้ให้ได้ แล้วก็ตอนนี้เขายังมาหลอกให้คนสวดมนต์ไม่รู้กี่ล้านจบเสียเวลาเสียแรงงาน เสียทุนรอน ขายขี้เท่อ ศาสนาพุทธจำเป็นต้องสวดมนต์ มีการสวดแบบ... -สังคีติ กับ -การสวดแบบสังคายนา ไม่ใช่ว่าเป็นการสวดเพื่อให้ขลังหรือหากินกับการสวด แต่ สังคีติ คือสวดให้จำได้ สวดในหมู่พระ ไม่ใช่สวดหากิน หรือให้ขลัง ยิ่งการ สวดสังคายนา * คือ สวดคนเดียว ให้ผู้รู้คนอื่นฟัง ว่าผิดหรือไม่ แล้วท้วงกันได้ เพื่อให้ถูกต้อง ก็ต้องตัดสินว่าคนท้วงหรือคนสวดผิด จริงๆถ้าทั้งคนท้วงและคนสวดก็ผิดทั้งคู่ คนที่อยู่ด้วยกันก็แก้ให้ถูก เอาความเห็นคนหมู่ใหญ่ ตัดสิน เพราะมันจะมีความผิดพลาดขึ้นไปเป็นลำดับก็ต้องแจ้งให้ถูกต้อง การสวดปาฏิโมกข์ทุกทีก็เอาศีลเอาวินัยมาท่อง เพื่อไม่ให้ผิดเพี้ยน นี่คือการสวดปาฏิโมกข์ คือการสวดสังคายนา ตอนนี้เข้าใจกันยากแม้แต่การท่องบทมนต์ก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าลงแต่การสวดมนต์ก็เป็นความเสื่อม เอาแต่การสวดมนต์ท่องวนไปเฉยๆ โดยไม่ได้พยายามเน้นถึงการปฏิบัติให้เป็น วิปัสสนาญาณ ให้เป็น มรรคทั้ง 7 องค์ให้เป็น โลกุตระ หรือเป็น อเทวนิยม การนั่งสวดก็เลยกลายเป็นเทวนิยมให้เป็นความขลังเท่านั้น พวกนักสะกดจิตนี้ปฏิบัติศีลไม่เป็น โดยเฉพาะพวกสมาธิแบบสะกดจิตจะไม่ชัดเจนและไม่ได้เรียนรู้ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เขาจะไม่แยแส เพราะเขาเป็นคน ยกตัวอย่างธัมมชโย เขาจะไม่แยแสเลย อาตมาเอาตัวอย่างธัมมชโยเป็นตัวอ้างอิง เป็นตัวอย่างที่ว่าเขา ส่วนคนอื่น นักปฏิบัติธรรมอื่นพึ่งรู้ตนเองตามก็แล้วกัน อาตมาไม่ได้ว่าคนอื่น อาตมาเอาธัมมชโย มาเป็นตัวอย่างว่า เพราะฉะนั้นคนที่ไม่นับถือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ไม่แยแส ไม่สังวร เขาจะไม่รู้จริงในหลักศีลธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งหลักนี้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ถือว่าเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าจะชมเรา เบื้องต้นให้ชมว่า เราเป็นผู้มีศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล(พระพุทธเจ้าตรัส) พระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีศีลอันนี้ อย่าไปแก้ไขเชียว อาตมาพูดอีกว่า ตอนนี้ศาสนาพุทธนั้นมีจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล กันที่ไหน มหายานนั้นไม่มีเลย สมณะเดินดินว่า...พวกนั้นเขาจะอธิบายว่า. ระหว่างนั่งหลับตามันมีศีลอยู่ในตัวแล้ว พ่อครูว่า ... เอามายืนยันสิ ว่า เมื่อมีการสัมผัสกับสัตว์ กับเงินทอง กับข้าวของแล้วเกิด ราคะ โทสะมันมีที่ไหนในการปฏิบัติ โมเมว่า หลับตาแล้วจะเกิดเองได้อย่างไร แค่หลับตาจะฆ่าสัตว์อย่างไร เหมาเข่ง ว่าไป แล้วไม่เห็นข้าวของเงินทองผู้อื่นที่ไม่ใช่ของเรา จะปฏิบัติศีลที่ไหน ถ้าอย่างนั้นนอนหลับเฉยๆก็มีศีลแล้ว สมณะเดินดินว่า..พวกนักโทษในเรือนจำก็มีศีลสิ พ่อครูว่า ... มันต้องมีตากระทบรูป หูกระทบเสียง … อันนี้กระทบเงินทอง กระทบชื่อเสียงลาภยศ กระทบผู้หญิงผู้ชาย แล้วมันเกิดอาการกิเลส คุณก็รู้กิเลส. แล้วแก้ไขกิเลสตัวนั้น นี่มันเป็นสัจจะ ไปนั่งหลับตาแล้วบอกว่าไม่มีกิเลสได้อย่างไร? อย่างธัมมชโยนี้เป็นนักประดับตกแต่งทั้งร่างกายทั้งหน้าตาตัวเอง เห็น“อภิมหาฤทธิ์เดช”ของ“ช่องนี้ช่องเดียว” กับ“การสะกดจิต”ที่มีประสิทธิภาพมั้ย? ทั้งนั้นๆ ไม่ว่า“จุลศีล-มัชฌิมศีล-มหาศีล”ข้อไหน เขาไม่แยแส เพราะ“เขาเป็นคนไม่สังวรศีล” เขาเพ้อเจ้อ ไม่อิงหลักไม่อิงธรรมพระพุทธเจ้า เขาประดับตบแต่งทั้งร่างกาย ทั้งดอกไม้ของหอม เอามาประดับประดิษฐ์ประดอยทำเล่นอย่างผลาญพล่าสาหัสเพื่อความยิ่งใหญ่ จะชิบหายวางป่วงอย่างไร เขาทำฉิบหายได้อย่างไม่ยี่หระ ยิ่งศีลข้อ“เว้นขาดจากการรับเงินรับทอง-เว้นขาดจากการับไร่นาที่ดิน” ศีลข้อนี้ เป็นชนักปักคอเขาอยู่จนป่านนี้ เขาก็ยังยื้อดื้อดึงต่อรัฐ ต่อเจ้าหน้าที่ประเทศ ต่อใครที่ใหญ่ที่สุด มีอำนาจที่สุด เขาท้าทายไปหมดอย่างที่เห็นๆ เขาไม่ยอมตามคำสั่งศาล เขาดื้อต่อข้อหาของศาล เขาไม่ยอมให้จับตามคำสั่งศาล เขาอยู่อย่างผู้มีอำนาจเหนือใครในประเทศนี้ โดยไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ ใครจะใหญ่กว่าเขา หา..!!!!???? เมื่อยนะนี่ แค่สาธยายมาแค่นี้ก็.. ยิ่ง“มหาศีล ” อันเป็นเรื่องของเ ดรัจฉานกถา ( การพูดที่ยิ่งพาจมไปในโลกต่ำลงๆเสื่อมลงๆ ) และเดรัจฉานวิชา (การพาทำ พาประพฤติไปได้ภพชาติของสวรรค์ของนรกยิ่งๆขึ้น โดยไม่ละภพ ไม่ลดชาติ) ผู้รู้ทางพุทธธรรมเป็นที่นับถืออย่างยิ่งในวงการพุทธศาสนา เช่น ท่านเจ้าคุณพรหมคุณาภรณ์ทักท้วงก็แล้ว ตำหนิก็แล้ว ฯ เขาก็ยังคงดื้อด้านดันทุรังเอา“กิเลส”ของคนปุถุชนทั้งหลายเป็นที่ตั้ง แล้วก็ใช้คราบแห่งความเป็นนักบวชของพุทธศาสนา เขาสะกดจิตคน ครอบงำความคิด ล้วงตับกินไส้คน อยู่อย่างหน้าด้านเป็นที่สุด เขาจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ว่าเขา“สะกดจิต”(hypnotise) แต่เขาสะกดจิตครอบงำความคิดคนเหล่านั้นจริงๆ จนเขาได้ผลไง!!! เขาสรรหา“เล่ห์กล”สารพัดมาหลอกคนให้หลงเชื่อว่า“เขาศักดิ์สิทธิ์”มีฤทธิ์เดชทำให้คน“ร่ำรวย”ได้ ประสบผลสำเร็จในโลก ธรรม อันหมายถึง ลาภ,ยศ,สรรเสริญ,โลกียสุข นั่นเอง อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเขามีอำนาจจริง ก็เชื่อเขาก็อย่าไปทำงานสิ เดี๋ยวอำนาจของเขาก็จะช่วยให้รวยได้ เหมือนไสยบาบา ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุหรอก คนที่ร่ำรวยมีฐานะดีขึ้นมาไล่เรียงกันไปก็มาจากเหตุทั้งนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยลอยๆไม่มีที่มาที่ไป ไม่ได้ ไม่มี เพราะทุกอย่างมาแต่เหตุ เขาคิดไม่ออกหรอกว่าที่มาจากเหตุใดที่เป็นอิทัปปัจจยตาเขาเข้าใจไม่ได้ เพราะมีทั้งกรรมปัจจุบันและกรรมวิบากเก่า แม้เราจะไม่รู้ในวิบากเก่าแต่เมื่อได้เรียนในกรรมปัจจุบันไปก็จะรู้เหตุ อย่างอาตมามีวิบาก … อย่างวิบากความรู้ทางธรรมโยงใยดีๆ จะรู้ว่าอาตมาเป็นใคร มีประวัติตำนาน จะมีหลักฐานอ้างอิงได้ แต่ไม่อยากบอก คนก็จะรับไม่ได้ แต่ต่อไปอาจต้องพูด ต้องบอกบ้าง ขนาดพูดอย่างนี้ ขนาดนี้หลายคนก็ยังไม่เชื่อ อย่างน้อยความรู้ที่อาตมาบรรยาย เป็นความรู้โลกุตรธรรม ขอถามว่า มีใครอธิบายเนื้อหาสาระสัจธรรม… - แยกกายให้รู้ว่ากายคืออะไร ? -แยกบุญให้รู้ว่าบุญคืออะไร ? -แยกสมาธิ ที่เป็นโลกียะกับโลกุตระหรือสัมมาสมาธิของพระอาริยะนั้นต่างจากสมาธิทั่วไปอย่างไร ? ใครที่อธิบายอย่างอาตมา แล้วอาตมาอธิบายสอดคล้องกับคำสอนพระพุทธเจ้าหรือไม่ ในภาษาบาลีก็มีคำว่า กายต่างๆสารพัด อาตมาขยายความได้ คำต่างๆที่เป็นบาลี แม้แต่คำว่ากายหรือคำอื่นๆ ถ้าเข้าใจคำว่ากายว่ามีแต่รูป มหาภูตรูปไม่มีนามธรรมก็เจ๊งก็จบแล้ว ถ้าไม่รู้กายที่สัมมาทิฏฐิจะบรรลุธรรมได้อย่างไร? ไม่ใช่ตื้นๆนะ หรือแม้แต่คำว่าบุญ คำว่าบุญมีหน้าที่เดียวคือชำระกิเลส ชำระกิเลสเสร็จก็จบกิจ ชำระกิเลสตัวไหนได้แล้วบุญก็จบไปด้วย แล้วใครอธิบายอย่างนี้ได้ และพวกเราก็เอาไปปฏิบัติได้แล้วไม่สับสนไม่งง จะชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจคำว่าบุญนี้ผิดก็จะเป็นเห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive