230528-3-016 ทางเอกภาค3-ตอน016(หน้า115)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์171 KB
วันที่แก้ไข13 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 28 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 23 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาต่อชีวิตที่เป็นวิชาข้อที่ 4 ของพุทธเราไม่ได้เน้นไปหาความเข้าใจที่ผิดที่เป็นไซยาวิชชาหรือว่าเป็นเดรัจฉานวิชาที่เป็นวิชาที่มันเลอะๆเลอะเทอะหลงผิดออกไปมากนักตอนนี้เราเน้นเอาแต่เนื้อหาสาระความเข้าใจ ต้องแท้จริงรายละเอียดแก่นของมันพอเราได้รู้ในลำดับแม้แต่รายละเอียดของอิทธิวิธีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จตรัสเอาไว้แล้วก็ใช้ภาษาเป็นภาษาคนเป็นภาษาโลกและเราก็จะต้องพยายามเข้าใจในคำภาษาโลกๆอย่างนั้นหรือภาษาแทนที่โลกเขาใช้ให้ลึกซ้อนเข้าไปให้เข้าใจตัวความหมายที่แท้จริงของธรรมะอย่างนั้นอย่างนั้นก็ไปเรื่อยๆตั้งแต่หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ทำให้ปรากฏก็ได้คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้จนกระทั่งต่อไปทำให้ปรากฏก็ได้ หายไปก็ได้ซึ่งมันเป็นสภาพที่ลึกซึ้งขึ้นหลายคนเป็นคนเดียวคนเดียวเป็นหลายคนอะไรนี่ก็เป็นสภาพที่ตื้นๆง่ายๆที่แยกแยะเป็นภาษาธรรมหรือเป็นภาษาที่มีความหมายของธรรมะว่าอย่างไรให้ฟังแล้วจนกระทั่งสูงขึ้นถึงขั้นหายไปหมายเอาถึงความเกิดความดับไปทีเดียวต่อไปสูงขึ้นลึกขึ้นไปอีกทะลุกำแพงภูเขาไปได้ไม่ติดขัดเหมือนไปได้ในที่ว่าอย่างนี้เป็นต้นก็ลึกขึ้นไปอีกซึ่งขึ้นไปอีกสูงขึ้นไปอีกแล้วต่อไปถึงขั้นผุดดำขึ้นผุดขึ้นดำลงใน ดินเหมือนในน้ำก็ได้หรือว่าเดินไปบนน้ำไม่แตกเหมือนเดินไปบนแผ่นดินก็ได้อย่างนี้ก็ลึกซึ้งขึ้นไปอีกเป็นนามธรรมยิ่งเป็นนามธรรมลึกขึ้นไปลึกขึ้นไปจนเข้าไปถึงขั้นเหาะไปในอากาศเหมือนนกก็ได้ก็ยิ่งลึกขึ้นไปอีกสูงขึ้นไปอีกมีความหมายที่เป็นนามธรรมชัดจ้าขึ้นอีกถ้าเผื่อว่าผู้ใดยังไม่มีสภาวะก็จะเป็นแต่เพียงฟังรายละเอียดของภาษาเท่านั้นแต่ถ้าผู้ใดเข้าใจและมีสภาวะทำรองรับแล้ว

อ่านต่อ

จะเกิดความรู้สึกร่วมจะเข้าใจได้ทีเดียวว่ามันเป็นอย่างไรอย่างไรในความหมายที่แท้จริง ซึ่งในภาษาของคนก็เรียกง่ายๆอย่างนั้นมาเคาะได้เหมือนนกอะไรเนี่ยแล้วขึ้นไปอีกจนรูปคลำพระจันทร์พระอาทิตย์ซึ่งมีฤทธามีอานุภาพมากด้วยฝ่ามือก็ได้ผู้หญิงลึกซึ้งขึ้นที่ได้เน้นให้ฟังแล้วเมื่อวานนี้เป็นความหมายที่ไกลลิบลับจนกระทั่งถึงความใหญ่ที่สุดความเล็กที่สุดท่านอนันตภาพขั้นสุนทรียภาพเป็นสภาพที่เหนือสุดล่างสุดแต่สภาพที่รู้โลกแล้วก็จนกระทั่งถึงดับสูงสุดเป็นผู้ที่จะต้องมีสภาพรองรับจริงๆจึงเรียก มีฤทธิ์มีเดชหรือมีอิทธิฤทธิ์อย่างนั้นแท้ๆเอาตอนนี้ก็เหลือความหมายในอันสุดท้ายของอิทธิวิธีนี้ที่บอกว่าใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้ตอนนี้เราก็มาขึ้นดูมาขึ้นใน 5515 ภายในประการสุดท้ายแห่งชีวิตที่ซึ่งเป็นขั้นวิญญาณธาตุในวงเล็บถ้าเป็นเรื่องปรมัตถ์โดยตรงแท้ๆแล้วไล่เรียงให้ดีนะนี่มันขั้นคราวที่แล้วในขั้นจักรวาลน้อยจักรวาลใหญ่หรือท่านพระจันทร์พระอาทิตย์ลูก จันทร์พระอาทิตย์ได้ด้วยฝ่ามือนี่มันคันเตโชธาตุอากาศธาตุอันนี้มันขั้นวิญญาณธาตุเป็นเรื่องปรมัตถธรรมโดยตรงแล้วคือเป็นจิตเจตสิกรูปในวงเล็บรูปประจักษ์เมื่อเราทำถูกฆ่าโดยแท้โดยรู้แจ้งแทงตลอดขั้นสุดท้ายนี้คือท่านพรหมและเมื่อไม่หลงพรมไม่ติดพรมได้โดยจริงผู้นั้นก็นิพพานกันล่ะมีอรหันต์แต่พอและจิตเกิดในผู้นั้นก็จริงๆล่ะอันนี้เป็นตัวสุดท้ายล่ะเพราะงั้นอธิบายถึงขั้นพรมแล้วก็จะปลดปล่อยจากชมไปจนถึงขนาดนั้น เราจะพยายามกระทำสิ่งที่เป็นความหมายไปก่อนแต่โดยอิทธิวิธีแล้วเราก็จะมีฤทธิ์มีเดชมีความสามารถรู้เข้าไปจนกระทั่งถึงขั้นสุดท้ายอย่างนั้นถึงขั้นพรหมที่ว่านั้นถึงอ่านสาระยานแล้วจึงจะเป็นการถอดไม่ติดไม่ยึดแม้กระทั่งพรมที่เราเป็นเรามีเป็นแท้แต่ผู้ใดจะสามารถเข้าใจเป็นขั้นตอนมาอย่างมึงที่ได้อธิบายแม้แต่อิทธิพลมาเป็นระดับๆมาอย่างนั้นก็เหมือนกันก็ถึงที่สุดก็เป็นอรหัตผลกันที่ที่ในอิทธิวิธีข้อนี้ข้อเดียวนี่ก็ได้ถ้าเข้าใจถูกต้องเอาโดยภาษาที่แปลมาจากบาลีตรงตัวตรงๆตัวอิทธิวิธีในระดับสุดท้ายนี้ก็คือใช้อำนาจทางการไปตลอด พรหมโลกก็ได้มีความหมายถึงคำแปลมาเป็นภาษาแล้วซึ่งผู้ศึกษามาตามลำดับกับหนังสือทางเอกก็จะไม่ยุ่งยากใจนักและจะเข้าใจได้ง่ายๆแม้เพียงตามภาษาบัญญัติตรงๆตัวนั่นแหละถ้าเข้าใจขั้นตอนมาดีๆเพราะแบบอธิบายทั้งเทวดาทั้งพรหมมาทุกท่านแล้วเพราะการกล่าวคำว่าพรหมขึ้นในขณะนี้ผู้ใดที่ไล่เรียงเรียงทางเอกภาค 1 ภาค 2 มาแล้วจนกระทั่งขณะนี้ภาค 3 แล้วนี่มันผ่านมาหมดแล้วเราอธิบายสภาวะธรรมของเทวดาของพรหมไม่รู้กี่ขั้นต้องกี่ขั้นตีแตกกันมาหรือกำลังมองหาแล้วก็คงจะไม่มีปัญหานักว่าจะต้อง ติดเป็นตัวตนเป็นพรมเป็นรูปเป็นโฉมอะไรไม่เข้าเรื่องนั้นดังนั้นภาษาที่อธิบายความในระดับนี้ขั้นนี้นั้นต้องไม่ลืมว่ามันหมายเอาจิตเจตสิกรูปในวงเล็บรูปประดิษฐ์โดยตรงแล้วมิใช่ว่าพอได้ยินคำว่ากายในวงเล็บภาษาบาลีก็ว่ากายเช่นกันตายยากเพราะได้ยินคำว่ากายก็ดีคำว่าพรหมโลกนั้นเปิดภาษาบาลีก็พรหมโลกเช่นกันวงเล็บปิดพอดีหรือไม่พอได้ยินคำว่าการหรือคำว่าพรหมโลกก็จะยึดอยู่อย่างอยู่แต่อย่างที่เราเคยหลงว่าเป็น รูปเป็นร่างเป็นสิ่งที่ถูกรู้อยู่อย่างเก่าๆเดิมๆแล้วก็กำหนดอยู่แต่อย่างเดิมจิตไปกำหนดหมายสำคัญผิดอยู่แต่นัยยะเก่าๆอย่างนั้นหาได้ไม่ระวังระวังกำหนดหมายลงที่จิตให้ดีๆจับความสำคัญแท้ๆให้ถูกเป้าพระธรรมแม้นผู้ใดมีสัมมาทิฏฐิแล้วจึงมิใช่มิจฉาทิฏฐิที่เป็นยึดติดอยู่แต่กับอัตราหรืออาตมันเป็นสัตว์ต่างๆที่ผิดอยู่ก็จะง่ายดายเข้าใจได้ทันทีเพราะไม่ไปมัวหลงผิดโดยพอได้ยินคำว่ากายอบรมก็ไปมัวแต่ปั้นเป็นรูปเป็นโฉมภาพ จะถ่ายเดียวทั้งๆที่กายในที่นี้นั้นหมายเอาสิ่งที่เป็นนามแล้วเป็นปรมัตถ์แล้วมันไม่ใช่วัตถุแท่งก้อนไม่ใช่โฉมภาพไม่ใช่สีแสงแล้วมันหมายเอาหมู่ของความรู้สึกคือกายหมู่ของความรู้สึกฟังให้ดีนะมึงความรู้สึกว่ากลุ่มของความรู้สึกหมาเอาจิตเป็นจิตเป็นที่ประชุมความประชุมของอาการอารมณ์ที่เป็นตัวเนื้อความความเป็นจริงคือกายเพราะคำว่ากายที่นี้นั้นหมายความว่าความเป็นหมู่ของธาตุขั้นที่รู้สึกด้วยความประชุมกันเข้าเป็นอารมณ์ก็เรียกว่ากายได้ ถูกต้องตามภาษาเป๊ะๆด้วยและในที่นี้แท้ๆตรงๆก็คืองูแห่งเจตสิกกระทําอันมีเวทนาสัญญาและสังขารหมู่ 7 กระทำไม่มีอยู่ 3 เวทนาสัญญาสังขารดังนั้นในระดับขั้นนี้บาลีใช้คำว่ากายก็จะต้องกำหนดหมายให้ถูกต้องให้ตรงตามชั้นเชิงตามชั้นตามเชิงตามที่ได้ชี้เด่นเน้นกันมานักหนาอย่าให้ผิดฝาผิดตัวผิดขั้นผิดตอนหัวของท่านนี้ก็หาหัวของท่านนี้มาสวมกันให้ถูกทางหรือหางของท่านนี้ก็จับเอากลาง หางของขั้นนี้เหมาะสมกันให้ถูกขั้นถูกระดับยาสับสนและอย่าเผลอเรอเป็นอันขาดนี่มันความละเอียดแล้วนะต้องกำชับกำชากันอย่างนี้เพราะว่ามันละเอียดมากแล้วถ้ามันผิดแล้วมันผิดไปเลยมันเล็กละเอียดแล้วไม่ถูกมันไม่ถูกไปเลยมันก็ยังเราจะสนเข็มเนี่ยรูเข็มมันเล็กนิดนึงแล้วนะถ้าไม่ถูกมันก็ออกไปเลยไม่เข้ารูเข็มมันต้องให้ตรงหน้าตรงใจกลางให้ตรงเป้ากลางน่ะมันนิดนึงแค่นั้นแหละต้องให้ตรงมันยิ่งเล็กมันยิ่งแหลมและอันนี้มันยิ่งละเอียดกว่าไอ้สนเข็มซะอีกรอยได้รูเข็มมันยิ่งกว่านั้นอีกเพราะฉะนั้นต้องให้มันตรงการกำหนดจิต รับสัญญาการฟังภาษาเพื่อทำจิตหรือทำในใจให้ถูกตรงตามที่ชี้ตามที่หมายก็จะต้องกำหนดสภาพจิตลงไปเป็นการกำหนดรู้สภาพจิตตามไปให้ชัดๆและให้จิตมันมีอาการมีงานมีความเป็นให้ได้ตรงตามที่ภาษาอธิบายกำหนดลงไปนั้นๆเราฟังความหมายไปด้วยแล้วพยายามกำหนดลงไปแล้วให้จิตของเราเป็นตามอย่างนั้นอย่างนั้นไปเรื่อยๆแล้วเราก็จะได้รู้ได้เห็นไปด้วยมีสิ่งรองรับไม่ใช่มีแต่มึงวางอยู่แต่ภาษาคำว่ากายในที่นี้นั้นคือจิตนั้นน่ะมันประชุมกันเข้ามีปริมาณเป็นกลุ่มเป็นกองหรือจะขยายความออกไปอีกหน่อยว่า กายในที่นี้คือจิตจำนวนมากติดขนาดโตตัวรู้จำนวนตัวโตอะไรดังนี้ก็ถูกอีกฟังดีๆนะกายและความประชุมเป็นกลุ่มเป็นหมู่ของจิตของอารมณ์จิตเนี่ยเพราะงั้นเราจะเรียกโดยภาษาง่ายๆไปอีกทีนึงว่าเป็นกิจจำนวนมากหรือเป็นจิตขนาดโตหรือว่าเป็นตัวรู้จำนวนตัวโตเป็นรวมๆกันอยู่แล้วนี่เป็นกายะกายาอย่างนั้นก็ได้เป้าหมายความอย่างนั้นและจิตหมู่นั้นในวงเล็บกายจิตหมู่นั้นก็มีบทบาทอย่างเก่งซึ่งเรียกว่ามีอำนาจสั่งอำนาจจิตมูลนั้นก็มีบทบาทอย่างเก่งคือมีอำนาจ เพราะฉะนั้นภาษาที่สื่อความหมายไว้ว่าใช้อำนาจทางกายฟังดีๆนะวิเคราะห์ให้ฟังละเอียดๆใช้อำนาจทางกายนั้นขยายความเป็นภาษาไทยละเอียดละเอียดขึ้นในที่นี้ก็คือจิตหมู่นั้นใช้บทบาทอย่างเก่งอยู่ที่เดียวจิตมูลนั้นใช้บทบาทอย่างเก่งเลยทีเดียวคือมันมีอำนาจมีบทบาทอย่างเก่งอยู่มีบทบาทอย่างเก่งเขาบอกว่ามีอำนาจอำนาจนี่ก็คือนี่แหละจะใช้อำนาจนี้แหละหรือหมายเอาชัดๆก็คือตัวรู้จำนวนโตๆนั้นใครมีตัวรู้ตัวนั้นก็ตามใจของเรานี่แหละจนรู้ของตัวเราตัวรู้ตัวสำคัญตัวรู้จำนวนที่เราว่าตัวเก่งของเราเนี่ย มันต้องมีจำนวนหรือมีฤทธิ์มีอำนาจมีตัวตนถ้าจะว่าเป็นตัวตนก็เป็นตัวตนของจิตที่จริงๆไม่มีตัวตนแต่มันมีสภาวะธรรมมีบทบาทมีประสิทธิภาพมีสมรรถนะอะไรก็ตามใจมันมีมันมีความเป็นอย่างนั้นได้แล้วอันนี้แหละตัวตัวนี้เราเรียกภาษามันว่ามันต้องเก่งแล้วมันเป็นตัวรู้ที่หลายๆหลายๆหลายๆพลังจะเรียกเป็นตัวทีเดียวมันก็ไม่ถูกจะว่าหลายๆดวงก็ไม่ใช่หลายดวงดวงเดียวถ้ามันมีหลายพลังมันใหญ่มันโตมันแข็งแรงมันมีประสิทธิภาพแล้วตัวรู้จำนวนโตๆนั้นทำหน้าที่รู้ๆอยู่อย่างเก่งไปตลอดพรหมโลกมีขั้นที่ 1 และขั้นที่ 1 ใช้อำนาจ กำลังกายไปตลอดพรหมโลกยังทับศัพท์อยู่อย่าทับสำนวนเดิมมันก็อยู่แต่ใช้อำนาจทางกายแต่ความหมายออกมาแล้วว่าตัวรู้จำนวนโตๆนั้นทำหน้าที่รู้ๆๆอยู่อย่างเก่งคือมันรู้ๆๆอยู่อย่างเก่งและจิตตัวนี้เป็นจิตตัวเก่งละกายใช้อำนาจทางกายเขาว่าเงินที่จริงไม่ใช่กายเรานี่กายนี่มันไปรู้อะไรไม่ได้กลายมาเป็นพรหมไม่ได้เพราะผมเป็นจิตวิญญาณผมไม่มีกายผมไม่มีกายจิตวิญญาณไม่มีตัวตนไม่มีกายมันมีลักษณะรู้แต่ความประชุมของตัวรู้เนี่ยมันเป็นอำนาจเค้าแปลสำนวนของบาลีนี่มาเขาใช้ภาษาไทยๆออกมาแล้วมันฟังดูมันก็กระทัดรัดดีแต่ว่ามันไม่ตรงมันไม่มันไม่สื่อ มันไม่สื่อให้รู้ได้ดีเท่าไหร่ภาษาคำแปลกันสมัยจะเป็นเพราะว่าเขาไม่เข้าใจรายละเอียดเพียงพอก็ได้อันนี้อันนี้แน่ใจว่าอย่างนั้นนะแน่ใจว่าเขาไม่รู้รายละเอียดเพียงพอเพราะว่าท่านที่จะไปรู้ถึงสภาพอนัตตามันหมายถึงความเป็นอนัตตาของจิตแม้จะสื่อในภาษาบาลีว่ากายะกาโยกาเยนะกายะอะไรก็ตามใจมันก็ไม่ได้หมายความว่าไอ้กายตัวนี้มันหมายความถึงเนื้อตัวร่างของคนนี้ไม่ใช่มันไกลมานานแล้วไอ้ไกรดินน้ำไฟลมมานานแล้วไกลมามากแล้วมันเลื่อนเข้าไปหาวิญญาณธาตุบอกแล้วว่าคันนี้มันขั้นวิญญาณกระทะไม่ใช่แม้แต่ขั้น สภาพด้วยซ้ำพรชัยอำนาจทางกายก็มันต้องตัวเป็นตัวรู้อย่างเก่งและไอ้ตัวรู้ตัวนี้มันตัวรู้ที่ถือว่ามีอำนาจนี่คือมันมันอย่างเก่งซะด้วยแล้วกายนี้ไม่ใช่กายไม่ใช่ไม่ใช่รูปประธรรมไม่ใช่วัตถุธรรมเป็นจิตที่มันประชุมอยู่ทีเดียวฟังแล้วมันมันมันมันมันลำบากลำบากที่จะเข้าใจเพราะว่าเอากายไปเป็นจิตนี่คนก็งงแล้วมันตีลังกากลับกันแล้วเนี่ยภาษาไทยกิจการมันคนละส่วนเขาบอกว่ากายนี้เป็นจิตเค้ามองไม่เห็นถ้าเราเองไม่เชื่อกันจริงไม่รักกันจริงไม่เชื่อไม่รักกันจริงไม่เชื่อไม่เชื่อจริงไม่ยอมไม่เชื่อจริงหรือไม่ยอมเห็นด้วยเห็นตามเลยเป็น ถ้าผู้ใดยิ่งมีสภาวะธรรมรองรับด้วยกันถึงจะเห็นจริงตามกันได้ถ้าไม่มีสภาวะรับกันตรงๆจริงแล้วเราก็ยากอ่ะทีนี้ต่อมาพอขายความออกมานี่เราลองฟังเป็นกลางๆไปก่อนอย่าเพิ่งแย้งแล้วเราจะรู้สึกว่าโอ้พอขายความออกมาทั้งหมดแล้วมันเข้าใจเลยนะอะไรก็คือจิตของเราเองนี่แหละกำลังตรวจกำลังทำงานรู้ๆๆอย่างเก่งอยู่ให้ถ้วนทั่วในภูมิหรือในสภาพจิตของเราเองที่เรียกในภาษาว่าพรหมโลกพรหมโลกนี่ก็คือสภาพจิตของเราเองพรหมโลกนี่สภาพจิตของเราเองที่มีคุณลักษณะอย่างนั้นขณะนี้มันตรวจละเอียดแล้วตรวจมันจิต เป็นพรหมแล้วขนาดที่เรียกว่ามันผู้ใดที่มีอิทธิวิธีไปถึงขั้นที่เรียกว่าลูบคลำพระจันทร์พระอาทิตย์ได้ด้วยแม้แต่พระอาจารย์พระอาทิตย์นั้นจะมีอานุภาพมากปานใดก็รูปคลำด้วยฝ่ามือได้เลยบอกและอธิบายแล้วเมื่อวานเป็นเนื้อเดียวกันเลยบอกแล้วว่าเราเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกันกับจิตวิญญาณเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกันเลยไม่ได้หมายความว่าเป็นอื่นถึงขั้นนี้แล้วและถึงขั้นสัญญาหนูแล้วถึงสุภาพอนันตภาพแล้วทั่วๆหมดเอกภพจักรวาลน้อยจักรวาลใหญ่นี้ถึงขั้นนี้แล้วสุดแล้วยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วเป็นพรมหรือเป็นพระเจ้าเป็น เราเองเราก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เหนือสิ่งนี้อยู่หรือว่าจะเข้าไปสอดรู้เข้าไปภาพรู้ในพรหมโลกทั้งหมดถึงเรียกว่าทายอำนาจทางการไปตลอดพรหมโลกในขณะนี้จิตของเราเองนี่แหละกำลังตรวจกำลังทำงานรู้ๆๆอย่างเก่งอยู่ให้ทั่วๆในภูมิคำว่าไปตลอดในภูมิไปโคจรแทรกซ้อนเข้าไปให้หมดหรือในสภาพของจิตเราเองนี่แหละที่เราเรียกกันว่าเป็นภาษาว่าพรหมโลกซึ่งพรหมโลกก็คือจิตอีกนั่นแหละดังที่เคยอธิบายแจกแจงผ่านมาแล้วอย่างละเอียดมาทั้งหมดตลอดรูปพระพรหม 16 ชั้นพรหม อย่างยอกย้อนเชิงซ้อนไปมามากมายพร้อมกับยกตัวอย่างประกอบซ้ำซากหลากหลายเหลี่ยมเอาผู้สามารถรู้รู้ได้หรือเข้าใจทะลุแจ่มแจ้งไปตลอดในสภาพจิตที่เรียกว่าพรหมโลกได้ไม่ว่ากี่ลักษณะกี่ระดับกี่เชิงชั้นก็แยกออกแบ่งถูกกำหนดสภาพกำหนดสถานภาพของแต่ละพรหมได้ถูกตัวถูกกว่าผู้นั้นแหละคือผู้มีอิทธิวิธีที่เรียกว่าใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้ฟังอธิบายแล้วก็ขยายมาแล้วก็มาสรุป ลงไปหาภาษาฟังภาษากันดูก่อนคำว่าพรมนี้ถ้าเผื่อว่าผู้ใดยังพลาดยังเป็นสัญญาวิปลาสอยู่ยังไม่นึกถึงพรมอะไรที่ไม่เข้าท่าก็ไม่มีทางทีนี้ถ้าจิตของเรามันยังไม่ถึงขั้นพรมเอามันก็ยากหน่อยเราก็พยายามเข้าใจความหมายว่าท่านจิตที่สูงขึ้นเป็นขั้นเทวดาเทวดาสูงเท่าไหร่จิตที่เราเป็นเทวดาขั้นสูงเท่าไหร่จิตเราก็จะสะอาดอย่างนั้นจนกว่าจิตของเราจะสะอาดเลยขั้นโลกของการขึ้นไปอีกไม่มีการเป็นจิตพรหมจรรย์เป็นจิตบริสุทธิ์จิตแม่อย่างนั้นก็ยังมี คำหยาบละเอียดอยู่ในตัวของมันเองอีกหลายระดับเราก็จะต้องตรวจสอบทั้งหมดไล่ความละเอียดอย่างยิบไปทีเดียวไม่ไม่หมายความว่าง่ายๆเลยเพราะงั้นผู้ที่ประมาทแค่คะเนคำนวณเอาเราว่างแล้วจิตว่างแล้วจิตนิพพานแล้วจิตถึงที่สุดแล้วมันก็หมูๆพูดกันไปคดีโดนเดาเอามันไม่จริงเพราะในความหมายที่ละเอียดลึกซึ้งแม้แต่ในวิชาจิตวิทยาก็ถือเป็นอภิญญาข้อที่ 1 อภิญญาข้อที่ 1 เริ่มต้น 1 ด้วยซ้ำมันยังมีรายละเอียดไปจนถึงขนาดนี้เป็นระดับๆคิดดูซิว่ามันของหมูๆตรงไหนทำไมศึกษาจริงไม่มีสภาวะเรียนรู้แล้วก็มีจริงเป็นจริง ได้จริงแล้วล่ะก็มันก็น่าจะเดาๆกันไปเท่านั้นเองดังนั้นผู้ใดรู้ได้อย่างเก่งรู้ละเอียดรู้ลึกซึ้งไม่ใช่รู้ด้วยฟังภาษาเพียงเข้าใจภาษาเท่านั้นแต่รู้ชัดสัมผัสถูกสภาพถึงสภาพของอารมณ์จิตภูมินั้นๆในตนเช่นจิตที่เรียกว่าปริศนาพรหมก็ดีปุโรหิตตาพรหมก็ดีเป็นต้นนั้นมีสภาพอย่างไรเกิดขึ้นที่จิตใครจะก่อให้เกิดการกระทำอย่างไรเพราะมันเกิดขึ้นที่จิตใครเนี่ยมันจะก่อให้เกิดการกระทำอย่างไรถ้าบอกว่ามันเป็น ภาพปาริฉัตรฉากพรหมหรือปุโรหิตตาพรหมมันมีสภาพอากาศมันเกิดขึ้นที่จิตเราหรือจิตไข่ก็ตามแล้วมันจะก่อให้เกิดการกระทำอย่างไรอารมณ์มันเป็นไฉนกองกุศลหรืออกุศลกันอย่างไรมันมีกุศลและอกุศลของผมอีกมันจะก่อกันอย่างไรมีสภาพอย่างไรจะเห็นว่าจิตมันมีอำนาจบงการเราหรือทำให้เราทำให้เราเป็นไปต่างๆนานาถ้าเรายังไม่อยู่เหนือพรหมเรายังไม่สามารถที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระพรหมหรือสามารถควบคุมพรมได้พรมมันก็จะเหลือเราผมก็จะบรรดาลเราผมก็จะพยายามกำหนดเราเพราะเราก็จะต้องรู้อำนาจของจิตนี้จริงๆ ดูสภาพสภาวะอารมณ์แล้วเราก็จะต้องมีตัวเรานี่แหละมีเราเข้าไปรู้แล้วเข้าไปอยู่เหนืออำนาจอารมณ์นั้นอยู่เหนืออำนาจจิตนั้นอยู่เหนืออำนาจสภาวะธรรมสถานการณ์ให้ได้รู้มันคือสภาพจิตที่ไปยึดไปเห็นเป็นสำคัญอย่างนี้บ้างอย่างนั้นบ้างอยู่ทั้งนั้นถ้ายังไม่เข้าใจถ่องแท้ถ้าเผื่อว่ายังไม่เข้าใจต้องใช้ก็ต้องเปิดย้อนทวนกลับไปอ่านศึกษาดูความเป็นพรมหรือจิตที่เรียกว่าพรหมกันใหม่ในภาคที่ผ่านมาแล้วจะได้รู้ปริยัติกันอีกเพื่อเทียบกับจิตกับอารมณ์แท้ของเราจริงๆโดยจะหยิบอารมณ์จิตในอดีตที่ยัง ได้ในวงเล็บบุพเพนิวาสานุสติญาณเมื่อใดมันจะเป็นอย่างนั้นบ้างเมื่อใดมันจะเป็นอย่างนี้บ้างก็ยิ่งดีใหญ่เรียกว่าทำสติปัฏฐานแบบถูกแบบถูกลำดับปริยัติปฏิบัติเพื่อให้เกิดปฏิเวธทีเดียวเพราะผู้ใดที่จับจิตได้จะเรียนภาษาเรียนสำหรับตำราเรียนทฤษฎีและก็มาจับจิตปัจจุบันเลยยิ่งดีถ้าใครยังไม่ได้ทบทวนกลับไปจะไปอ่านตำราดูก็ไปเปิดดูเล่ม 2 อันนี้จะไม่อธิบายปริยะสับสนมากเกินไปเพราะฉะนั้นก็ตีกลุ่มซะว่าคุณมีความรู้ทางพรหมเป็นพื้นฐานมาก่อน ถ้าบอกว่าไม่มีความรู้ทางผมเป็นพื้นฐานมาก็จะอธิบายอีกทีวิธีนี้ไม่ออกเพราะงั้นตอนนี้ก็ต้องตีคุ้มกันไปก่อนนะใครยังไม่รู้แจ้งรู้จริงก็คอยทบทวนทีหลังอ่ะด้วยปัญญาอันยิ่งจริงๆสำหรับผู้ปฏิบัติจะสามารถรู้จิตในจิตแจ้งเวทนาในเวทนาและเห็นความเห็นในความไม่เที่ยงแจ้งใจในความยึดเอาไม่ได้ที่สุดแทนทะลุตลอดในนามรูปทั้งหลายว่ามันไม่มีสมบัติอะไรของใครเลยมันเป็นสภาวะธรรมที่เรียกอย่างหนึ่งว่าสิ่งที่ถูกรู้และสภาวะธรรมอีกอย่างหนึ่งเรียกว่าสิ่งที่เข้าไปรู้มันมีอันนี้ โดยกล่าวถึงมาแล้วนะ 2 สภาพมีสิ่งที่ถูกรู้นามรูปเราเรียกนามเรียกรูปก็ได้ถ้าเรียกน้ำด้วยลูกกลับกันสิ่งที่ถูกสิ่งที่เข้าไปรู้นั้นเรียกว่านามแล้วมันก็ทำงานร่วมกันนามรูปนี้มันทำงานร่วมกันและเจ้าของเจ้าของผู้มีสิ่งสองสิ่งนี้ก็ไปหลงผลงานของสิ่งสองสิ่งนี้ที่มันทำงานร่วมกันและเกิดผลออกมาว่าไม่น่าชอบบ้างน่าชอบบ้างอันเป็นสายของโทรศัพท์คือในเปิดคือไม่น่าชอบมีอ่อนและแรงอีกตั้งมากหลากหลายขนาดไปจนเป็นโกรธจัดๆนะตอนนี้แบ่งเป็นสายโทโทรศัพท์มูลนิธิก่อนก็คือ เป็นไม่น่าชอบนั่นแหละแล้วก็ยังมีอีกนะยังมีละเอียดอยู่อีกกับสายของโลหะกิจวงเล็บเปิดคือหน้าชอบมีออและแรงอีกตามมากอีกตั้งมากหลากหลายขนาดไปจนเป็นรัฐใคร่อยากจะจัดรุนแรงความน่าชอบนี่มันยังเบาพอไปถึงรักใคร่อยากจะจัดนี่มันแรงเพราะอารมณ์ลักษณะเหล่านี้ก็มันก็จะเป็น 2 สายสายโทรศัพท์มูลนิธิกับสายโลหะมูลนิธิตั้งแต่หยาบๆจัดๆและเกี่ยวพันกับเหตุปัจจัยที่ต้องกระทบสัมผัสอยู่ภายนอกละเอียดมาจนเป็นความชอบในวงเล็บยึดกับความไม่ชอบในวงเล็บผลักที่เจ้าของจิตจับสภาพ อารมณ์จิตตัวเองได้ทุกขนาดทุกตัวก็เรียกว่าใช้อำนาจทางจิตไปตลอดพรหมโลกอันนี้เน้นตัวดำใหญ่ถ้าผู้ใดได้ใช้จิตของเรานี่อ่านไปจนกระทั่งหยาบกลางละเอียดมันก็คือรู้ว่ารากเหง้าโทรศัพท์มูลนิธิถ้าเผื่อว่าเรายังพลาดอยู่ก็เรียกว่าโมหะมันยังกำหนดเป๊ะลงไปไม่ถูกไม่มีสภาพลืมกันก็ดียังเบลอๆยังไม่ได้ถูกตรวจตรงเป๊ะก็เรียกว่าเรายังมองหามันยังหลงผิดๆอยู่บ้างอาจจะคล้ายๆกันมากแล้วคันนี้ไม่มีอะไรมันคล้ายกันมากแล้วแม็กคล้ายกันแล้วบางทีมันก็อาจ มีความเป็นต่างกันตรงกันข้ามก็ได้และเมื่อเจ้าของจิตจับสภาพจับอารมณ์จิตตัวเองได้อย่างชัดเจนมั่นคงกระจะกระจ่างอย่างเก่งวงเล็บเปิดลักษณะเช่นนี้เรียกว่าใช้อำนาจใช้อำนาจคือสภาพที่เราจับอารมณ์จิตตัวเองได้อย่างชัดเจนมั่นคงกระจัดกระจายแล้วเรียกว่าใช้อำนาจแม้ที่สุดไม่ชอบอยู่อย่างสุดน้อยในวงเล็บเรียกว่าอายตนะอ่าเห็นใช้ภาษาไทยพยายามจะสื่อให้รู้ความจริงอายตนะเนี่ยแปลว่ามันมันมีสภาพรู้อยู่อย่างสุดน้อยก็จับได้ชัดเจนก็จะกระจ่างอย่างเก่งเหมือนมีตัวรู้ตัวโตๆมันเข้า ในวงเล็บติดอย่างนี้แหละเรียกว่ากายไม่รู้จะทำยังไงแล้วเขาก็สรุปความง่ายๆก็มาความประชุมของจิตหรือว่าจิตจำนวนมากๆหรือโตๆมันไม่ใช่ตัวนะที่จริงในภาษาแล้วเนี่ยอาตมาก็จำใจเหลือเกินพูดแล้วก็แก้ตัวอยู่ว่ามันไม่ใช่ทีเดียวนิทรรศน์สนั่นจริงๆอธิบายยากที่จะบอกให้รู้ได้แต่ว่ามันมีเราเป็นจิตที่เป็นอำนาจรู้ที่รู้ได้มากจะรู้ด้วยความขวางที่รู้นี่เก่งจริงๆยึดอำนาจรู้นี่เหมือนมันตัวโตๆเหมือนมันมือใหญ่ๆมือมีฤทธิ์จับทีนึงก็คือยุ่งอยู่เลยอะไรก็แล้วแต่ข้อสำคัญคือมันรู้ถูกมันรู้ได้อย่างเก่งๆ เข้าไปรู้และแม้ที่สุดอีกชอบชื่นอยู่อย่างสุดน้อยเมื่อกี้มีไม่ชอบอยู่อย่างสุขน้อยตอนนี้มีชอบชื่นอยู่อย่างสุดน้อยวงเล็บอายตนะมันจะมีอยู่มันอยากสุดน้อยของลักษณะของลักษณะนี้ก็จับได้ชัดเจนก็จะกระจ่างอย่างเก่งเหมือนมันมีตัวรู้ตัวโตๆมันเข้าไปรู้ก็เหมือนกันแหละนะได้ทุกสภาพทุกขนาดที่เป็นธุลีละอองน้อยนิดนั้นๆก็เรียกว่าใช้อำนาจทางกายไปตลอดอ่ะรูปพระพรหมบนโลกได้แล้วฟังไงดีนะตอนนี้แทรกซ้อนกลับไปอีกอย่าว่าแต่แค่อธิบาย [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] น้อยหรือว่าความชื่นชอบอย่างชอบชื่นอย่างสุดน้อยลักษณะพวกนี้เรียกว่าอายตนะทั้งสิ้นเราก็สามารถที่จะเข้าไปรู้ได้เหมือนเรามีจิตตัวโตๆนี่เข้าไปรู้มันมีมือยักษ์เข้าไปขยุ้มจับขึ้นมาแต่อีกแหละวันนี้มือยักษ์ก็ไปจับสิ่งเล็กตลอดมือลอดมาอีกแหละมันก็หลายหลบไม่รู้จะพูดยังไงมันมีมันเนียนสนิทแล้วก็มีอำนาจที่จะแปะได้สัมผัสได้เกินกว่าลูกทำด้วยมืออีกแล้วขนาดนี้ลูกค้ามื้อนี้ยังมีความหมายชั้นนึงนี่มันๆมีความหมายที่เรียกว่ามันมีอำนาจจิตที่เป็นธาตุรู้ที่รู้เก่งเหลือเกินประสิทธิภาพของจิตที่ธาตุรู้ยิ่งหรือเป็นปัญญาหรือเป็นอธิปัญญาหรือเป็นอภิญญาอะไรเนี่ยหรือเรียกว่าวิชาญจริงมันเป็นอภิปรายหรือเป็นอ หรือเป็นความเก่งที่รู้มันรู้ยิ่งรู้รู้ยิ่งไปที่สุดแล้วนะแล้วมันก็ยิ่งรู้เข้าไปลึกถึงขนาดแม้แต่ใช้อำนาจทางกายไปตลอดอรูปพรหมโลกได้แล้วหรือใช้อำนาจทางกายไปตลอดอายตนะพรหมโลกได้แล้วจะเรียกลูกผมหรืออายตนะพรหมโลกก็ตามได้เป็นผู้ที่เข้าไปรู้อย่างเข้าไปรู้อย่างนี้ฟังดีๆนะไม่อธิบายมากถ้าอธิบายมากด้วยสับสนหมดไม่อธิบายมากฟังดีๆเอาผู้มีความสามารถรู้อยู่เห็นอยู่จิตสัมผัสจิตในวงเล็บที่เป็นพรมของตนแท้ๆได้ทุก ทั้งรูปพรหมและอรูปพรหมทั้งเข้าใจความเป็นอายตนะหรือความผิดในส่วนละเอียดสุดน้อยได้จริงแท้ผู้นั้นแลคือผู้มีอิทธิวิธีที่แท้จนเก่งที่สุดครบถ้วนเป็นผู้ไปตลอดพรหมโลกได้แต่ถ้าไม่รู้เท่าทันมันในวงเล็บอนัตตาสัญญาไม่เกิดยังไปหลงเสพหลงติดหรือที่สุดหลงมีธุลีแห่งความชอบไม่ชอบในตัวใหญ่แต่ไม่ดำเพื่อให้แตกต่างกันขึ้นมาหลงมีทุเรียนความชอบไม่ชอบในวงเล็บเป็นอันเป็นอัตตะ ฟังดีๆนะเมื่อกี้นี้ไม่รู้เท่าไม่รู้เท่าทันมันเป็นอนัตตสัญญาคืออนัตตสัญญายังไม่เกิดเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่ายังไปหลงเสพหลงติดหรือที่สุดหลงมีธุลีแห่งความชอบไม่ชอบหนึ่งและเป็นอัตตะสัญญาอยู่กับจิตเจตสิกรูปอ่ะรูปใดๆอยู่เป็นเชิงซ้อนซ่อนซ้อนหยาบหรือละเอียดอยู่อีกเท่าใดก็ตามก็ยังไม่สิ้นอาสวะขยะอยู่เท่านั้นเท่านั้นตอนนี้มีอิทธิพลทางอารมณ์และจิตของคุณจะมีอารมณ์ชอบหรือไม่ชอบฟังภาษากับภาษากลางๆใหญ่ๆแต่คุณจะต้องรู้ความจริงของคุณจริงๆอารมณ์จิตของคุณนี่คุณจะต้องรู้เลย รับสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายแม้กระทั่งที่สุดจิตของคุณมีอารมณ์เองก็ตามทวารทั้ง 6 แล้วพอสัมผัสไม่ได้ใจมันก็จะมีอารมณ์ที่เป็นพรหมอย่างนี้ตลอดมันจะเกิดมาเมื่อไหร่ครับคุณรู้เลยอารมณ์ของคุณนี่ยังเป็นตัวชอบไม่ชอบที่ยังอยู่หรือไม่แม้ที่สุดคุณไม่มีแล้วนะทุเรียนแห่งความชอบความไม่ชอบนี่คุณหมดแล้วนะไม่มีแล้วด้วยแต่คุณยังหลงไปยึดเอาจิตนั้นอยู่เป็นของตัวของตนยังมีอีกน่าลองฟังต่อไปผู้กำหนดรู้ได้อย่างเก่งแท้แน่จริงไม่ผิดพลาดในสภาพจิตต่างๆนี้แหละเรียกว่าทำสัญญาเวทยิตนิโรธ ในวงเล็บยังไม่มีคำว่านิโรธนะตอนนี้ยังไม่มีคำว่านิโรธนะขณะที่กำลังกำหนดรู้ได้อยู่อย่างเก่งนี่แหละโดยไม่ผิดไม่พลาดในสภาพจิตขั้นสูงนี่อย่างนี้เราเรียกว่าทำสัญญาเวทยิตนิโรธหรือนิรุทธ์จะ พูดอังกฤษตอนนี้มีอำนาจเหนือผู้ปกครองอรูปพรหมนี้ได้หมดพรจิตที่ยังอยากอยู่เป็นรูปพระพรหมก็ต้องเหนือละเอียดไล่กันไปถึงอรูปพรหมอีก 4 รูปพรหมอีก 16 ก็รู้เข้าใจเท่าทันหมดคุณจะไปแช่อิ่มอยู่ที่ไหนก็ตามปาริฉัตรพรหมปุโรหิตตาพรหมมหาพรหมนี่หมู่ 1 หมู่ที่ 2 ปริตาพาพรหมมานาภาพรหมภัสสร 6 และหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 ปริญญาสุราพรหมในหมู่ที่ 3 9 แล้ว 10 11 รหัสเวหาพรมกับอสัญญีอสัญญาอสัญอัสสัมอัสสัมชัญเย็ดสัตว์อสัญญีสัตว์อสัญญีสัตว์เพื่ออาศัยมีผมมี 81 และยังมีอะไรล่ะในอุณหภูมิเรื่องอะไรนะเออสุดท้ายว่าถ้านึกสุดท้ายว่าไม่ออก ยังมีสุทธาวาส 5 อีก 5 อวี้หาอัตตาสุทัสสาสุทัศนีย์อภินิหารตกปลาสุทัสสาสุทัสสีและอกนิษฐาอีก 5 นี่เป็นรูปแบบผมตั้ง 16 ในนี้จะมีเขียนกล่าวชื่อไว้อีกซ้ำหรือเปล่าไม่รู้นะนี่ก็ไล่ไปครับไม่มีปัญหาต้องไปเปิดไปดูภาค 2 อธิบายเรื่องพรหมเรื่องเทวดาอธิบายไปหมดแล้วเพราะในความหมายต่างๆที่ว่าไว้แม้แต่ชื่อแล้วมันก็มีอารมณ์มีอาการมีความหมายอย่างนั้นอย่างนี้มีสภาพลักษณะของมันจริงๆตามความหมายต่างๆพวกนี้เราจะต้องไปตลอดหมายความว่าจะซอบซ้อนรู้สัญญา โคจรโคจรต้องไปรู้มันหมดตามไปเข้าใจมั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน