230516-3-008 ทางเอกภาค3-ตอน008(หน้า035)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 1 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราทำงานกันมาทั้งวันแล้วก็มานั่งเรียนซึ่งตอนนี้เราอยู่ในตอนที่กำลังพัฒนาอะไรหลายๆอย่างถึงขั้นเทพแบบเห็นอะไรกันอยู่ข้างในวันนี้เมื่อวานนี้อะไรในช่วงนี้เรา หลายกลุ่มหลายหมู่งานกำลังทำการพัฒนาอะไรต่ออะไรกันและเมื่อมานั่งเรียนในเมืองมันไม่เมื่อยเข้าเพลียๆเข้าไม่ค่อยจะดีๆลับๆอะไรต่ออะไรบ้างก็ต้องพยายามตั้งใจก็ถือว่าเราปฏิบัติด้วยปฏิบัติธรรมด้วยในขณะที่เราทำงานเราก็ปฏิบัติธรรมมันกำลังจะต้องออกกำลังกายจ่ายทางโน้นทางนี้ก็ต้องคิดต้องรับรู้รับเห็นต้องใช้ความรู้สึกความรับรู้อะไรอยู่รอบตัวเราก็จะมีสติพรั่งพร้อมเพื่อที่จะให้รู้ตัว เท่าทันรอบๆตัวรอบๆตัวถ้วนทั่วในกายนอกกายที่จะรับสัมผัสรับรู้แล้วก็เราจะขยับเขยื้อนอะไรต่ออะไรอยู่แล้วจะเข้าใจไปจนกระทั่งถึงจิตของเรานี่เราทำงานทำการเข้าไปเหนื่อยๆเข้าไปให้ติดตัวเหนื่อยๆเนี่ยมันชักจะงอแงงอแงแทบจะเห็นแก่ตัวจับขึ้นอะไรนิดอะไรหน่อยก็ชักจะกระทบสัมผัสและก็จะเห็นตัวโทรศัพท์ง่ายขึ้นเห็นตัวโลภะง่ายขึ้นมันจะเห็นว่าเราเอง อ่อนแอเข้าชักมีอะไรก็ได้เพราะงั้นถ้าผู้ใดไม่มีสติสัมปชัญญะไม่มีการระลึกรู้ตัวอย่างดีไม่ระมัดระวังมันจะง่ายเชียวอย่างง่ายที่จะเกิดสภาพผีเข้าก็คือโลภะโทสะมันจะเกิดได้ง่ายเพราะในพระในการปฏิบัติตัวถ้าเผื่อว่าปฏิบัติอย่างสติปัฏฐานแล้วเราก็พยายามที่สุดที่จะไม่ให้คิดของเราเนี่ยตกเป็นทาสโลภะโทสะโมหะพูดมันง่ายๆและเวลาเข้าใจจริงๆเวลาทำจริงแล้วมันก็จริงๆตามนั้นจริงๆตามนั้นแหละคือเราจะคอยระมัดระวังมีวิตกวิจารณ์คอยดูตัวเองรู้กายรู้จิตรู้เวทนา ต่างๆที่ปนไปด้วยอกุศลมูลต่างๆเนื้อปนไปด้วยเครื่องล่ออาสาทะลุโลกเครื่องปรุงลูกโลกที่เรายังไม่
อ่านต่อ
เข้าใจเราก็จะเป็นอยู่จริงนะถ้าเกิดว่าเราปฏิบัติจริงแล้วมันก็จะคอยระมัดระวังมีวิตกวิจารณ์นี่คือสภาพที่เป็นองค์ชายจริงๆแม้ว่าเราเองเราจะตั้งศีลอยู่ในกำหนดขอบเขตว่าอ้าวแล้วอันนี้เกินขอบเขตของเราไปแล้วมาอยู่ในขนาดศีลที่เราจะพยายามระมัดระวังสำหรับบางคนจะต้องตั้งขอบเขตให้แก่ตัวเพราะฉะนั้นมันไม่มีกำลังสู้ไม่ไหวเพราะอะไรๆเราก็ต้องมาหาเขาแค่เราก่อนเกินไป ไอ้นี่ก็รู้ว่าเราจะรู้ต่อไปเองว่าเอ็งจะแดกเหมือนกันไอ้นี่เป็นกิเลสแต่ว่าเราจะเอาเท่านี้ก่อนนั่นก็เป็นขั้นตอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านเองท่านเองพยายามที่จะให้คนได้ฝึกตนได้มีส่วนที่มันรู้เป็นขั้นเป็นตอนขึ้นไปแม้ว่าจะเป็นศีล 5 ศีล 8 มันก็ยังมีสภาพที่ศีลอธิษฐานที่สูงขึ้นสูงขึ้นหินลึกซึ้งขึ้นที่จะทำให้เราปฏิบัติได้เก่งขึ้นเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆขึ้นจริงเหมือนกันเพราะพวกเราได้ปฏิบัติมามากมายแล้วก็อธิบายจ้ำจี้จ้ำแฉะแล้วเราจะรู้ว่าเราไม่สงสัยในการที่จะไปปฏิบัติอย่างที่ ที่อื่นพี่ก็พยายามยืนยันว่าถ้าการปฏิบัติธรรมแล้วจะต้องมีกรรมฐานอย่างนี้จะต้องนั่งหลับตาอาจจะต้องยึดกรรมฐานอย่างโน้นอย่างนี้ซึ่งหมายมั่นปั้นมือเอาเข้าให้ถึงจิตเขาว่างั้นปฏิบัติธรรมแล้วมันต้องเป็นสมาธิหรือถึงจิตถ้าไม่ถึงจิตไม่ถึงปรมัตถ์เพราะฉะนั้นมีแต่แค่ศีลศีลอยู่มันก็ไม่ถึงปรมัตถ์จริงของเขาพูดถ้ามีแต่ศีลอยู่แต่ตัวอักษรเป็นแต่ความหมายบอกแต่เราปฏิบัติไม่รู้ตัวเลยไม่รู้ขอบเขตไม่รู้ว่ามันเกี่ยวพันสัมพันธ์ไปถึงจิตใจของเราอย่างไรหรือว่าควบคุมการควบคุมเวทนาควบคุมจิตจนกระทั่งตัวเราจะพยายามส่งไว้ซึ่งอารมณ์เรียกว่าทำอารมณ์ธรรมะแปลว่าสิ่งที่ทรงไว้ มันส่งอยู่มันมีอยู่มันจะส่งหรือว่ามันจะมีไม่เที่ยงมันส่งอยู่อย่างเที่ยงหรือทรงอยู่อย่างไม่เที่ยงทรงอยู่อย่างตั้งมั่นหรือทรงอยู่อย่างไม่ตั้งมั่นถ้าทรงอยู่อย่างไม่ตั้งมั่นก็หมายความว่าเราไม่มีสมาธิถ้าเราทรงอยู่ได้อย่างตั้งมั่นหมายความว่าเราทรงอยู่อย่างเป็นสมาธิและในสมาธินั้นมันยังมียากลางละเอียดสมาธินั้นเราขอบเขตแค่ศีลขนาดใดขนาดใดหยาบขนาดใดละเอียดขนาดใดมีอีกอย่างนี้เป็นต้นและความหมายต่างๆที่กว้างขวางแต่เมื่อเราไปจับจับเคล็ดก็มันถูกต้องแล้วแล้วเราพึงประพฤติจริงๆมันก็จะรู้ความจริงว่าเราปฏิบัติศีลนี่แหละขัดเกลาจิตเป็นสมาธิและเราก็จะรู้เห็น ความจริงเป็นปัญญาปัญญานี้ไม่ใช่ปัญญาเป็นจะได้รู้เรื่องราวอะไรของโลกปัญญานี้เป็นปัญญาที่รู้กิเลสรู้จิตของเราว่าจิตของเรานี้ได้กระทบสัมผัสต่ออะไรต่ออะไรแล้วมันมีสภาพซับซ้อนลึกซึ้งเล่นงานเราทีเผลอที่ไม่เพ้อตั้งใจสู้กันต่อหน้าต่อตาสู้กันไม่ได้อะไรต่างๆนานาเราจะรู้จริงๆรถละจางคลายลงมาเป็นทุกข์เป็นสุขอะไรเรารู้เป็นอริยสัจแท้ๆนี่เกิดปัญญาเกิดจากการกระทำปฏิบัติธรรมการได้ฟังซ้ำซากๆเราก็จะต้องมีใจเปิดให้ชัดเจนว่าเราฟังซ้ำๆต้องพยายามฟังซ้ำๆนี่ให้รู้ด้วย ใจให้จริงมีสมาธิเลยว่าดีได้ฟังซ้ำๆดีเหมือนกับเราติดเพลงเราฟังเพลงอะไรเราชอบเพลงนี้เรายังฟังบ่อยๆเปิดอีกใครไม่เปิดอีกก็ยังโกรธเราชอบเพลงนี้ติดเพลงนี้เพลงยินดีจะดีด้วยอะไรก็ตามเราติดเราชอบเป็นอุปทานเรายังชอบได้แต่อุปทานโง่ๆจิตมันก็ฟังได้บ่อยๆจำขึ้นเปี๊ยะเลยจำขึ้นใจจำไม่ลืมฟังได้อีกทั้งท่านจำได้แล้วก็ฟังได้อีกพอไปด้วยซ้ำได้ยินเมื่อไหร่ก็ร้องเพราะนี่แสดงว่าเราเองร่าเริงเบิกบานยินดีถ้าไม่ยินดีล่ะไม่ยินดีก็ไม่พอตาม ชักจะเบื่อแล้วฉันจะไม่ชอบใจแล้วไม่ยินดีรับไม่พอตามวางปล่อยเลิกละหรืออวดดีหรือตนอวดดีถือตนว่าเรารู้แล้วเราพอแล้วเราเก่งแล้วเราใหญ่แล้วเราไม่จำเป็นต้องฟังอีกเราไม่ต้องเป็นต้องได้ยินอีกเราไม่เกิดลดจริงเราก็ไม่ฟังเพราะฉะนั้นถ้าพวกผู้ได้เกิดลดจริงร่าเริงเบิกบานชื่นใจยินดีฟังคำความหมายคำว่ายินดีนะอยากให้เข้าใจความหมายคำว่ายินดีให้มากๆเรายินดีในธรรมเราก็ร่าเริงในธรรมถ้าเราไม่ยินดีเมื่อไหร่แล้วก็ ที่เที่ยวหลับง่ายหรือฟุ้งซ่านไปหรือออกไปอะไรต่ออะไรต่างๆนาแม้แต่นั่งอยู่ที่นี่ถ้าไม่ดีลงไปเป็นหลับผีนะมีถ้ำมันก็อุทิศจากไปดีไม่ดีจะอึดอัดขัดเคืองเป็นพยาบาลเป็นโทสะเสร็จแล้วมันจะย้อนแย้งเป็นวิภวตัณหาไม่ยากอย่างนี้เพราะปัญหาไม่อยากหนักๆเข้าก็ระอาเบื่อไม่เอาสิ่งนี้ไม่มีความกระตือรือร้นไปอีกเป็นคนเฉื่อยชาเฉื่อยแฉะหมางเมินสุดท้ายก็หลุดหล่นไปเลยมันเจ็บคอยามว่าเราเรียนนี่มันซ้ำมาก แหล่งเรียนรู้ยิ่งมากยิ่งมากยิ่งมากยิ่งเก่งมันยิ่งรู้ว่ามีแต่ซ้ำไม่มีเรื่องอื่นเลยมีแต่เรื่องราคะมนโทรศัพท์เป็นเรื่องรากเน่าไม่มีอื่นจะแตกยิ่งเก่งเรายิ่งชาญฉลาดเรายิ่งเข้าใจเรายิ่งลึกซึ้งยิ่งจนยอดเขามาหารากเหง้าจะแตกไปที่ไหนก็จ่ายไปขนาดไหนก็ไม่พ้นมาเกี่ยวข้องกับตาหูจมูกลิ้นกายใจของเราเพราะคนฉลาดก็คือผู้ที่รู้เท่าทันอายตนะทั้งกายทั้งใจคือตาหูจมูกลิ้นกายใจครบ 6 ทวารหนักถึงทวารนี้เรียกว่าชนะบวกอาย ถ้าเป็นชราเย็ดกันนะเพราะอายตนะทั้ง 6 นี่แหละถ้าเราฉลาดรู้เท่ารู้ทันคนที่รู้เท่ารู้ทันอายตนะทั้ง 6 และสามารถกำหนดได้ขึ้นไปเรื่อยๆสามารถที่จะอยู่เหนือมันเข้าไปเรื่อยๆสามารถที่จะไม่ตกอยู่ใต้อายตนะทั้ง 6 เรื่อยๆขึ้นไปเรื่อยๆคนอย่างนี้เรียกว่าคนฉลาดภาษาไทยคำว่าฉลาดนี่มาจากภาษาบาลีคำว่าเชียงรายเย็นนะหรืออันตรายแปลว่า 6 อายตนะ 6 ชราบวกอายตนะก็เป็นฉลาดคนฉลาดเขาไม่ฉลาดนี่มาจากภาษาบาลีมาจากมาจากภาษาธรรมมันจะภาษาธรรมโดยตรงเลยอา ขอยืนยันว่าคำว่าฉลาดเนี่ยในพจนานุกรมแปลว่าเป็นคนมีปัญญาเป็นคนรู้นั่นน่ะยังไม่พอพจนานุกรมจะต้องแปลคำว่าฉลาดเป็นผู้รู้เท่าทันอายตนะ 6 ฉากแปลว่าผู้รู้เท่าทันอายตนะ 6 จะให้สูงขึ้นไปกับนัดอีกก็ต้องบอกว่ารู้เท่าทันแล้วยังมีปัญญาค่ากิเลสที่มาในทวารทั้ง 6 ได้ด้วยเขาเรียกว่าฉลาดเพราะคำว่าฉลาดนี่ไม่ใช่ไปรู้วิชาช่างกลไปรู้วิชาวัตถุธาตุอื่นๆไม่รู้วิชาทำข้าวแกงไปตั้งร้านข้าวแกงร้านข้าวแกงดราม่าไม่ได้โฆษณาให้นะ อยากจะโฆษณาเดี๋ยวจะโฆษณาเดี๋ยวถึงเวลาพูดไปอีกนิดหน่อยแต่โฆษณาถ้าเป็นวิชาไปรู้วิชาหาเงินวิชาทำเครื่องมือวิชาทำไอ้โน่นไอ้นี่อย่างนี้เราไม่เรียกว่าฉลาดไม่ใช่ฉลาดเป็นพวกเช็คโปรเช็คโปรเน็ตแปลว่าฉลาดนะคุณในภาษาบาลีแปลว่ามีปัญญาแปลว่าเก่งมีปัญญามีความรู้มีหัวสมองมีความคิดอ่านมีความปรับปรุงมีความอะไรใดต่างๆนานาเรียกว่าเฉโกเช็คโอนแม้ว่ามีปัญญาเหมือนกันคู่กันกับภาษาบาลีคำนึงว่าเชียงรายจะนะนี่แหละแต่ที่จริงไม่ใช่ชรา ที่จริงมันยานยานหรือปัญญาญาณหรือปัญญาเนี่ยแปลว่าก็แปลว่าฉลาดนี่แหละเป็นภาษาไทยแปลว่ามีปัญญาแปลว่ารู้รอบรู้เนี่ยทีนี้ถ้าเผื่อว่าญาณปัญญาหรือญาณทัศนะวิเศษเนี่ยเราไปแปลผิดเสียมันก็กลายเป็นเฉโปจะเป็นความรู้เขารู้อีกชนิดหนึ่งความยินดีนะมันสับสนหน่อยๆแต่ถ้าเข้าใจดีจริงแล้วมันไม่สับสนมันแม่นเลยแม่นเปล่าเพราะยิ่งมาใช้ภาษาไทยที่เราเอามาจากความมีญาณทัศนะในชราเย็ดกันนะมีความรู้ในยานในฉลากในทวารทั้งหมดเขาจึงเรียกคนอย่างนี้ว่าอ๋อคนนี้มีถึงขั้นฉลาดและถึงขั้นชรา ชนะแล้วถึงขั้นชลาตันนะแล้วถึงขั้นฉลาดไงเก่งถึงจะฉลาดหรือถึงการชราเจตนาอะไรก็ต้องเก่งเหมือนเราปฏิบัติธรรมทุกวันนี้เราไม่ได้ปฏิบัติธรรมนอกเหนือไปจับชราจะนะเลยแต่ในแต่ละวันแต่ละวันและแต่ละเวลาแต่ละขนาดคุณได้ปฏิบัติธรรมได้จับความรู้เท่าทันในทวาร 1 ทวารใดหรือหลายๆทวารหรือทวารทั้ง 6 คุณและคุณก็สืบต่อไปจนกระทั่งถึงกิเลสถึงการทำฌานเป็นวิชาเป็นยานทัศนะเป็นตาเป็นแสงสว่างไม่ได้ไปจักษุเป็นแสงสว่าง เป็นหรือเปล่าคุณเกิดหรือเปล่าเกิดไหนมันสว่างมันรู้ไม่เข้าใจชัดมันทำได้มันลดกิเลสลงจางคลายลงซาบซึ้งรู้ว่าตัวเองจางคลายลงลดลงลดลงนั่นน่ะเป็นตัวความเก่งความฉลาดเป็นความก้าวหน้าของมนุษย์ในความประเสริฐคุณจะทำงานอะไรอยู่ก็ตามตลอดเวลาหรือแม้แต่ไม่ต้องทำงานคุณมันนั่งอยู่นี่ก็ตามขนาดนี้คุณมานั่งกิเลสมันกำลังเข้าจับทวารตั้ง 5-6 ไม่ได้หรือว่าคุณกำลังจับได้คุณกำลังเท่าทันคุณกำลังฉลาดคุณกำลังฉลาดคุณกำลังระมัดระวังในเชียงรายจะชนะกำลังรู้เลยเนี่ยอันนี้จังทุกขังอนัตตาซึ่งเราได้ยกมาก่อนแล้ว อธิบายกันมาแล้วตั้งแต่ท่านท่านเปิดโลกไตรลักษณ์คือเราจะรู้เท่าทันในทวารทั้ง 6 คนมิจฉาทิฐิก็คือรู้ในทวารทั้ง 6 เป็นอนิจจังโดยความเป็นอนิจจังเห็นว่ามันไม่เที่ยงนะเราไม่เที่ยงเราทำให้มันลดการคลายลงได้ด้วยมันจะมายึดมาถือในทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 มีอัตตาพระอะไรใหญ่ๆโตๆขึ้นมาอยู่แล้วรถมันได้มันไม่เที่ยงแม้แต่ว่าเรายังไม่ได้ลดได้มันก็ไม่จริงก็เดี๋ยวคุณก็ว่ามันดีกว่าเดี๋ยวคุณก็ว่ามันไม่ดีพอเดี๋ยวคุณก็ว่าอร่อยพอดีคุณก็ว่าไม่อร่อยก็เดี๋ยวก็หยุดอร่อยแล้ววันนี้ก็มีเวทนาเนี่ยวันนี้ก็สุขก็เวทนาพวกนี้ก็ทุกข์ก็เวทนาอยากมาก็ได้ทุกข์ไม่อยากสุขสมใจและสุขแต่กว่าจะรู้ว่าไม่อยากให้สุขเนี่ยต้องมีปัญญาจริงๆ ต้องมีความรู้เชิงยานทัศนะจริงๆว่าเห็นในความไม่อยากสบายไม่ต้องอยากนี่มันว่างดีมันโปร่งเบามันง่ายมันไม่ต้องพาให้เราดีดดิ้นมาไปหามาบริการตนเองไม่ต้องเป็นขี้ข้าตัวเองไม่ต้องเป็นขี้ข้าทวารทั้ง 6 กว่าจะรู้งี้มันต้องเรียนต้องเกิดญาณทัศนะวิเศษเมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วโดยความหมายแล้วเราก็เป็นจริงใจของเราเป็นจริงนะยิ่งทดสอบยิ่งทดลองมันยิ่งเห็นจริงเมื่อคุณคนมิจฉาทิฐิทวารทั้ง 6 โดยความเป็นอนิจจังแล้วสูงขึ้นไปคุณก็จับเป้าเลยทีนี้ตัวไหนตัวร้ายของเราจับไปนั้นได้เรียกว่าศักยะตัวตนอันที่เป็นกิเลสอันที่มันจะปรุงเป็น คุณจับได้จะเรียกมันว่าสัตว์กายะเพราะมันเป็นอัตตาใหญ่มันรู้ง่ายก่อนเพราะฉะนั้นถ้าถึงเริ่มต้นด้วยความพ้นมิจฉาทิฐิแล้วก็มาพ้นจากกายะคนได้เป็นเบื้องต้นลดลงจางคลายลงจับตัวได้ที่มันหยาบๆใหญ่ๆเป็นเบื้องต้นแม่นแล้วคุณก็ได้ทำจริงแต่ปฏิบัติจริงท่านจึงบอกเป็นพระโสดานี่จับตัวใหญ่ตัวหยาบตัวง่ายตัวสำคัญไม่ได้แม่นๆถูกๆนะปฏิบัติธรรมแล้วๆเลอะเทอะไม่รู้ตัวสำคัญไม่รู้อัตราที่แท้หรือไม่รู้สักกายะอัตราขั้นต่ำมันเกี่ยวกับจิตเห็นมันจริงๆว่ามันเป็นตัวทุกข์มันเป็นตัวสมุทัยอยู่ในตัวมันเป็นทุกข์และทุกข์สมุทัย เพราะฉะนั้นเราจางคลายลงให้ได้ดังใครลงให้ได้เล็กลงให้ได้เป็นวิราคะแล้วรู้แล้วมันจะต้องเห็นเลยว่าอนิจจังยังไอ้นายปานสติที่ท่านตรัสไม่ชัดจางคลายลงเป็นนิราศพระธรรมเห็นความจางคลายของเราปฏิบัติไปทุกเมื่อจนเจอนิโรธจึงเป็นนิโรธารามเป็นจริงจนกระทั่งเล็กลงเล็กลงเล็กลงเรียกว่าอัตรายิ่งเป็นอัตราอนุรักษ์นั่นแหละมันเล็กลงเล็กลงเล็กลงจนกระทั่งเหลือน้อยกูก็ตามดูได้ตามเห็นได้ตามเข้าใจได้และคุณก็พยายามล้างอัตราหนี้อัตราหนี้ตามล้างหมดอัตราที่นี้ก็เราใน ทั้ง 6 นี่เราเรียนมันเฉือนมันล้างมันรถมันจนกระทั่งโดยความเป็นอนัตตาคนอัตตานุทิฏฐิได้ไม่ว่าเหตุปัจจัยขนาดไหนไม่ว่าเรื่องไหนที่เป็นศรัทธาญาติที่เราหมายที่เรากระทบสัมผัสในตาหูจมูกลิ้นกายอย่างนี้แหละใครยังติดในรูปก็ว่าไปภายในจิตในรถก็ว่าไปใครจะติดในกลิ่นในเสียงก็ว่าไปใครจะติดในวัตถุอย่างไรอย่างไรก็ว่าไปพูดซ้ำซากแต่ก็น่าฟังถ้าเราร่าเริงเบิกบานถ้าเรายินดีในธรรมะเหมือนกับเราชอบเพลงนี้ฟังมันอีกมันก็เพราะฟังมันอีกมันก็ชื่นใจนี่จะสร้างให้คุณเหมือนอุปทานอย่างหนึ่งเหมือนกัน ใครเกิดที่ถูกประทานให้เกิดยึดเห็นในความเห็นอย่างนี้คุณต้องมีความเห็นอย่างนี้จริงๆเข้าใจเห็นจริงหรออย่างนี้แล้วเราก็รักกามุปาทานเกิดที่ถูกประทานแล้วก็มีศีลและอุปทานมีการยึดในศีลในพระพุทธบาทด้วยมีความเห็นอ่อเราต้องแต่ก่อนนี้เรามีความเห็นไปยึดความเห็นอย่างลูกโลกเป็นอุปทานอย่างความเห็นชาวโลกไปเห็นว่าเราได้เสพได้มาเสริมให้แก่อัสสาทะรสอร่อยแบบโลกๆเพราะว่ามันอร่อยทีนี้เรามาเห็นความเห็นทวนกระแสและกลับกันถ้าเรามาอร่อยในธรรม บ้านไอ้ธรรมชื่นใจในธรรมก็เป็นความเห็นอีกชนิดหนึ่งจะเรียกมันว่าเป็นอุปทานก่อนก็ได้ไม่เป็นไรเป็นที่ถูกประทานและควรปฏิบัติจริงรถไฟยาเป็นเพียงอัศวาอุปทานอุปทานท่านแยกมา 4 อุปทานคิดถูกประหารกามุปาทานธีรพัฒน์อุปทานที่พูดถูกฟังเนี่ยเป็นภาษาเป็นวาทะและคุณไม่ใช่ว่าจะยิ่งฟังยิ่งไปสร้างตัวสร้างตนไปอัตราได้แต่อัตราที่เป็นเพียงว่าถ้าอยู่และยึดได้อยู่แค่นั้นเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ไม่ได้ประพฤติตามเป็นอย่างไรอัตราค่าเป็นอย่างไรจิตกายเวทนาจิตธรรมอารมณ์เป็นอย่างไรไม่รู้เรื่องคุณก็น่าจะวาทะเสร็จแล้ว ไม่มีอะไรมีตัวมีตนอะไรทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนไม่ใช่ของของใครใครไม่ใช่ของของเราทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นภาพไปยึดมั่นถือมั่นอะไรฟังแล้วมันก็ง่ายดีนะเสร็จแล้วคุณก็ได้ว่าพระเหล่านี้ความนึกคิดแค่นี้คุณก็บอกแค่นี้ก็ลดความเข้าใจหวานๆเลยโอ๊ยงั้นไม่มีอะไรนี่ถ้าคนไหนที่ยังมีความสามารถมีปัญญามีสมรรถภาพเลี้ยงตนเลี้ยงตัวได้ก็ว่าไปเรื่อยเลยทำมาหากินด้วยไปก็ทุกอย่างมันว่างอ่ะบาปบ้างไม่บาปบ้างไม่มีบาปแบบนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเลยหวังว่าไม่มีตัวไม่มีคนทุกวันนี้ศาสนาพุทธกำลัง ภายในอุดเฉททิฏฐิเพราะความรู้เอาจิตว่างเอาอนัตตาทำมาสอนก่อนศีลมาสอนก่อนการพ้นมิจฉาทิฏฐิด้วยการสอนอนิจจังมาสอนอนัตตาก่อนอนิจจังมาสอนทุกก่อนอันนี้ก่อนอนัตตาไม่ใช่ไม่ตอบมาสอนอนัตตาก่อนทุกข์มันไม่เป็นต้นกลางปลายเอาอันนั้นตามมาสอนพวกพวกกันเลยแล้วก็ไม่เข้าใจว่าอนัตตาคืออะไรอนัตตาคือความไม่มีตัวตนโดยไม่มีเหตุปัจจัยไม่ได้เหตุถูกปฏิญญามหาปัฏฐานสำคัญมากหากใครไม่มีหลักฐานไม่หยั่งลงที่ฐานแห่งเหตุปัจจัย แล้วก็มีสภาพตัวตนขึ้นมามีเหตุปัจจัยจากตาหูจมูกลิ้นกายใจเป็นตัวแทนแล้วก็ไปถึงจิตถ้าเราไม่มีความรู้อย่างนี้ปฏิบัติธรรมมีแต่อัตตวาทุปาทานและเดี๋ยวนี้กำลังมากเกลื่อนกลาดไปพูดแล้วก็บอกว่าอ่านมาแล้วตำราท่านสอนอาจารย์ชั้นใหญ่ๆท่านสอนอนัตตาถึงจะตายนิพพานง่ายคนมีปัญญาเข้าใจได้ความหมายมันไม่ยากได้ความหมายแล้วเขาก็นึกว่าเขาบรรลุแล้วและก็เข้าใจเองไปในสภาพทางอุดมคือไม่รู้ความจริงของจิตว่าจิตไม่มีการสืบต่อมีการสูญได้ถ้าปฏิบัติไม่ วิธีล้างอัดสาธุในกิเลสไม่หมดจริงก็ซื้อไม่ได้ศูนย์ไม่ได้เพียงเข้าใจความหมายว่าว่างเข้าใจความหมายว่า 0 ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนแล้วก็ไม่รู้ต้นกลางปลายไม่จับไม่ได้เลยว่าอนิจจังนะก่อนอื่นคุณต้องจำผิดคุณเที่ยงที่ไหนคนเยอะทุกประเด็นทุกเวทนาของคุณน่ะทุกๆๆยิ่งเป็นคนที่ติดพิษณุโลกเป็นความไม่มีรถมีเรื่องราวไม่มีทุกข์ไม่มีความร้อนความเย็น เป็นอยู่ยังปกติมันไม่เป็นอย่างนั้นหรอกมันเป็นปกติโดยที่เป็นศีลเป็นสีละเนี่ยมันเป็นสภาพอากาศที่นี่เมื่อศาสนามันมานานแล้วสอนกันมานานตั้งแต่ไหนๆมาศาสนาพุทธในเมืองไทยเรานี่ก็มานานรักใครรักหลักอะไรต่ออะไรต่างๆก็รู้กันมาเป็นพื้นฐานเป็นอะไรต่ออะไรมาก็นึกว่าเราเองได้แล้วรู้แล้วพอพูดขึ้นมาจนแก่เจ็บตายพูดขึ้นว่าอันนี้จังทุกครั้งก็น้ำตาก็เข้าใจแล้วก็นึกว่าเรารู้แล้วนึกว่าเราได้แล้วมันเป็นอันตรายทุกประการยึดได้แค่วาทะความรู้แค่ภาษาแปลว่าภาษา เท่านั้นเท่านั้นแล้วเราก็เก็บตกอยู่ที่นี่คนที่จนคนที่ไม่มีความสามารถจะมาทำความเข้าใจอย่างที่ว่านี้ก็ไม่ได้ 1 มันสมองก็ไม่ดีคิดเห็นด้วยก็ไม่ลึกซึ้งเพราะฉะนั้นจะมาฟังธรรมอาตมาทุกอาทิได้แต่ความรู้ความหมายและก็คิดว่าตัวบรรลุเนี่ยมันไม่บรรลุหรอกคนเหล่านั้นเพราะว่ามันโง่อ่ะปัญญามันไม่สูงอ่ะมันก็ไม่ค่อยเข้าใจลึกซึ้งแล้วก็จะบอกว่าอ๋อละเลิกวางไปได้เลยมันไม่ว่างมันก็ตื้อๆอย่างนั้นน่ะ 1 2 ฝีมือก็ไม่ดีพวกนี้จนบางคนจนจะเรียนธรรมะรับไปเป็นอนัตตาเลยไม่ได้เพราะฉะนั้นธรรมะที่สอนสุญญตาสอนศุลกากร ตาเนี่ยพม่านี้จึงจะเรียนได้เฉพาะคนที่มีภูมิปัญญาและมีสมรรถภาพอยู่ในฐานะระดับคนชั้นกลางขึ้นไปหาคนชั้นสูงโดยเฉพาะคุณชั้นสูงมีปัญญาดีเรียนได้ไวมากศาสนาที่สอนลับไม่มีความอัศจรรย์ที่เป็นไปโดยลำดับที่ได้ยืนยันผ่านมาแล้วว่าเป็นความมหัศจรรย์หนอเหมือนกับมหาสมุทรที่ไม่ไม่โกรธฉันแต่ต้องเป็นราชรุ่นใหม่ต้องเป็นลาภลูกจากที่อื่นไปหาที่ลึกฉันใดศาสนาของพระพุทธเจ้านี้ก็มีความลาดลุ่มไปหาจากตื่นไปหาลึกฉันนั้นผู้ที่ปฏิบัติธรรมเห็นความเป็นลำดับเห็นความราบลุ่ม ขั้นตอนได้อันนี้เป็นความอัศจรรย์เป็นความมหัศจรรย์ชนิดที่ 1 คุณรับทราบให้ดีๆถ้าคุณเห็นแจ้งจริงหงอทราบซึ้งหนอคุณจะรู้เลยว่ามันทราบถึงแล้วมันเป็นความมหัศจรรย์จริงๆจริงๆมีความมหัศจรรย์จริงๆพระพุทธเจ้าจึงตัดนี่แหมมันเป็นเรื่องที่คนจะเห็นผิวเผินถ้าใครเห็นผิวเผินและคนคนที่ไม่เห็นความมหัศจรรย์ในความราบลุ่มในความที่มีต้นกลางปลายตั้งแต่ศีลมาก่อนแล้วก็ละกิเลสออกไปแล้วก็แม้จะเข้าใจว่ามันเร็วจะเข้าใจว่ามันเร็วเหมือนยกตัวอย่างข้อความมาเนี่ยท่านต้องทำสีประโยคให้มนุษย์ทำแล้วไม่ใช่ท่านไม่มีศีลไม่ใช่ท่านไม่มีสมาธิไม่ ไม่มีปัญญาท่านพูดไปเลยไปเอาปัญญาตัวเดียวก็ไม่ใช่ท่านมีจิตของท่านมันเร็วแล้วมันมีฐานมันมีฐานของท่านรองรับเวอร์ชั่นตรวจปั๊บอ้อฐานจิตมีอย่างนี้มั่นคงอย่างนี้เข้าใจภูมิเดิมที่มีด้วยอีกอย่างหนึ่งบารมีเก่าถ้ามีด้วยก็พยายามจะตามมีแล้วจริงเป็นเกย์โตจึงมีปัญญาอยู่ในตัวพร้อมฟังเพราะฉะนั้นมันตั้งฟังอย่างพยาธิสามารถฟังธรรมะสอนกันซ้ำๆเหมือนกันพระพุทธเจ้าฟังเทศน์คำแรกพ่อเทพคาถาแล้วก็สอนไอเดียจากประเทศในพ่อฟังอีกคิดอีกอันนึงไม่ใช่สัตว์ก็นั่งฟังอีกก็เทศน์อันเก่าเทศกาล หมากับอริยสัจมีความเป็นลำดับบารมีของใครบารมีของมันเพราะฉะนั้นคนที่มีปัญญาดีเฉยๆไม่ใช่ฉลาดไม่ใช่ชราเย็ดกันนะเป็นปัญญาเฉโกเป็นความฉลาดแหมมันช่างเอกอาตมาก็ติดปากมันไม่ใช่ฉลาดนะอธิบายให้ฟังแล้วว่าฉลาดนี่มันฉลาดนะเป็นไปเพื่อรู้เท่าทันทั้งหมดคนนั้นไม่ได้รู้เท่านั้นหรอกเราเป็นอาวุธทุกประการเป็นความรู้รู้เป็นความรู้ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีภาษาบาลีประโยคไม่ใช่ปัญญาที่พระพุทธเจ้าหมายเลขกลางๆว่าปัญญา สัญญาเขาก็มีได้บ้างเหมือนกันสัญญาหรือปัญญาแต่ไม่ได้เป็นไปเพื่อความรู้เท่าทันในทวารทั้ง 6 เพียงเข้าใจความหมายเขาเรียนรู้ได้ศาสนาทุกวันนี้ไม่มีต้นปาล์มปลายและไม่มีอนิจจังทุกขังอนัตตาจึงเปรียญวัดเอาอนัตตาทุกที่แท้เขาไม่รู้มันต้องการจะกินนี่มันต้องการจะได้ไม่สมใจทุกอย่างเขาไม่รู้แต่เขาก็ไม่เคยหยุดปล่อยและเขาก็จะไม่ทุกข์มากด้วยเพราะเขามีเงินพร้อมที่จะจ่ายซื้อทันทีคนพวกนี้ฉลาดคนพวกนี้มีฐานะเอาให้ดีนะกินเหล้าที่อธิบายนี้คนพวกนี้มีปัญญาแบบโลกมีความสามารถแบบโลกนี้มันสมองมีกี่มือเป็นฐานะชั้นกลางไปหาชั้นสูงร่ำรวย กดตรงนี้มีศาสนาทุกอุปทานและก็ค่อยไปหาอุทยานคนพวกนี้เป็น The Great Pretender เป็นโจรบัณฑิตที่อาตมาตั้งชื่อให้เป็นโจรบัณฑิตวัยเข้าใจกูเล่ห์เหลี่ยมอะไรไว้ใช้ติดมากแต่ด้านชาและพริกแพงอำพรางเลยหาอะไรแก้ไขพับฉลาดฉลาดฉลาดอีกแล้วเช็กโกที่จริงเช็คโค้งไม่ใช่ฉลาดมันติดปากไม่ใช่ชราคือรู้มีความรู้ฟังให้ดีนะเช็คโปรนี้มันแปลว่ามีความรู้และเขาก็มาแปลศัพท์ภาษาว่าฉลาดฉลาดฉลาดภาษาไทยที่เกิดมา มีคำว่าชราจะนะคำว่าฉลาดนี่เป็นภาษาไทยเกิดมาแต่บาลีเมื่อรากฐานมาเลยตั้งแต่คนไทยเรารับภาษาบาลีแล้วก็รู้มาจนกระทั่งมาใช้เป็นภาษาธรรมะเป็นภาษาธรรมโดยตรงคำว่าฉลาดแต่คำว่ามีความรู้นี่มันมีคำว่าปัญญามีคำว่าญาณทัศนะกับคำว่าเฉโกโดยมาลีให้เราก็รับภาษามาจากธรรมนูญเขาจะเช็คตัวเราก็มาใช้พวกนี้มันไม่ตรงมันไม่ตรงมันไม่จริงมันไม่ซื่อสัตย์มันแฉคำว่าแฉนี้น่าคิดนะอาตมายังไม่กล้าที่จะตัดสินใจลงไปว่าภาษาคำว่าเฉนี้มาจากภาษาอันนี้หรือเปล่าโมเมมันจะเป็นโมเมไปคำว่าเฉนี้มันมาจากภาษาบาลีนี้หรือเปล่าแต่คิดว่าจะใช่เหมือนกันแต่ยังไม่กล้าตัดสินแต่เขาไม่ฉลาดมันไม่มีปัญหามาอย่างยาวแล้วเรียบร้อย ไม่มีปัญหาตัดสินแล้วก็แน่ใจคำว่าฉลาดนี่มาจากคำว่าฉลาดนะเป็นภาษาไทยแต่คำว่าเจ๊นี่มันก็น่าจะมาชั้นเดียวกันนะมันไม่ตรงมันไม่ซื่อมันเร็วๆรถๆๆเขียวๆเล่นๆเหลี่ยมๆอยู่มันแฉะน่าคิดนะภาษาเขมรน่ากินมันไม่ใช่คนตรงไม่ใช่ชาติคนตรงไม่ใช่ทั้งชาติขนส่งเป็นสัญชาติคนเฉยเฉยภาษาไทยๆมาเป็นใครก็ไม่ใช่ๆๆมันน่าจะมาจากรากศัพท์คำว่าชัยภูมิเหมือนกันเห็นแล้วเมื่อพวกอัศวาตู้ปลาทานนี้ได้ศาสนาแบบนี้แล้วโลกจึงไม่มีทางจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของคน คนรวยไม่มีทางที่จะแก้ไขให้โลกสงบร่มเย็นไม่มีการเสียสละที่จริงจะมีแต่เด็กแรกรีเทนเนอร์จากสงวนท่าทีหอบหิ้วสะสมไม่ใช่เสียสละกินตัวอย่างอย่างพระธรรมพระพุทธเจ้าตัวอย่างอย่างพระมหาสาวกแต่ก่อนเสียสละจริงแม้แต่อนาถบิณฑิกเศรษฐีซึ่งเป็นผู้ที่เป็นอุปัฏฐากชายของพระพุทธเจ้าทำจากจนกระทั่งตัวเองมานอนวัดกินข้าววัดกินข้าวก้นบาตรอาตมาเคยอธิบายว่าจนกระทั่งเป็นขอทานอนาถเป็นคนอนาถาได้ชื่อว่าเป็นคนอนาถาของป้อนข้าวเขาที่ในตำนานอื่นเขาก็อธิบายกัน เป็นคนที่เป็นเศรษฐีที่ให้ก้อนข้าวแก่คนอนาถาอัมพวาไปอธิบายกันโดยภาษาบาลีเหมือนกันอนาถาใครก็ไม่มีปัญหาก็แปลว่าค่อนข้างก็ไม่ว่าอะไรอนันตกาลผู้มีก้อนข้าแล้วก็อธิบายขยายความว่าอนาถาเหมือนกันจะให้อนาคตคือตัวเศรษฐีคนนี้อนาคต เขากินจริงๆด้วยเศรษฐีคนนี้ไปขอป้อนข้าวไปขอข้าววัดกินพึ่งวัดเข้าไปอยู่วัดมากเศรษฐีคนนี้ทำทานอย่างเสียสละจริงๆเป็นเศรษฐีแท้ๆซื้อเชตวันเนี่ยเอาทองกูนะให้เจ้าเชษฐ์เจ้าเชตเป็นเจ้าของสวนนี้จะซื้อถวายพระพุทธเจ้าเอาทองกูเอาแผ่นพอกูไปได้เท่าไหร่เอาเท่านั้นบริเวณและก็ถวายพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์เชตวันหรือเป็นอารามเขตตะวันวันวิหารพระพุทธเจ้าใช้สวนเจ้าเชษฐ์นี่มากกว่าอรหันต์ที่เป็นสมาคมเผยแพร่ศาสนาอยู่ในสวนเกษตรนี่มากขึ้นหรืออยู่ บ้านเชตวันวิหารนี่มากที่สุดท้ายสวนนี้มากที่สุดมาพักมาอาศัยที่จะทำงานศาสนามากที่นี่ก็อยากจะอธิบายซ้ำให้ฟังขยายความให้ฟังที่อาตมาอุปทานที่คนทุกวันนี้เรียนรัฐเรียนรัฐแล้วก็ได้แต่อัตตะวาทะยึดได้แต่แค่นั้นไปแล้วก็เสพสุขอยู่ด้วยเพียงวาทะและคนพวกนี้จะค่อนไปอุดแผลผู้ใดอุดแผลพับก็สบายเลยจะไม่กลัวบาปไม่กลัวบุญไม่ให้บุญน่ะเขาไม่กลัวแน่บาปเขาก็ไม่กลัวเพราะฉะนั้นก็จะกินสูบดื่มเสพอย่างไรเขาก็ไม่เห็นเป็นบาปตรงไหนเขาจะไล่ทำไมสตางค์ผมมีเงินทองก็มี เขาจะพูดขึ้นมาเมื่อไหร่คือเพราะว่ามันอยากเพราะยาปั๊บมันต้องการเนี่ยมันก็เป็นทุกข์พอจะทุกข์ขึ้นมาจะอยากเมื่อไหร่เฮ้ยไม่เอามาเงินมีอะไรสั่งมาบำบัดกิเลสทันทีเหมือนขี้กลากคานคันขึ้นมาเมื่อไหร่เกาได้ทุกทีเราได้ทุกทีเราจนหายพอแล้วก็หยุดเก่าไอ้เสพบำบัดกิเลสทุกทีไปคนพวกนี้ไม่เห็นทุกข์ไม่รู้ทุกข์ในความอยากดิ้นรนเหน็ดเหนื่อยต้องหามาบริการมันไม่เห็นเพราะเขาฐานะดีฟังให้ดีนะมันเหตุปัจจัยของมันเพราะฉะนั้นท่านจึงท้าทายฮับจ่ายของมึงสิครับ จัดบริการตอนหัดกินน้อยใช้น้อยหัดอะไรต่ออะไรลงไปถ้าไม่บีบบังคับไม่จ่ายเงินไปทีเดียวเพราะว่าถ้าจะให้จ่ายเงินไปทีเดียวให้ทำทานกันหมดตัวอะไรงี้มันทารุณประเดี๋ยวเขาเองก็ทำทานแล้วเขาก็เลยไม่หมดแล้วทำไงเขาตายเขาไม่มีเงินเลี้ยงชีวิตไปเป็นหนี้เป็นสินก็อย่างนี้ตายที่บ้านเมืองยิ่งๆมันใหญ่เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงไม่เน้นอย่างนี้ไม่เน้นให้ไปทำทานนี่แบบที่หลงทางหลงอะไรจ่ายเงินออกไปหมดไม่ถ้าได้ปฏิบัติเข้าหาปรมัตถ์เลยละลองหัดมีศีลอดต้องไปลองดูสิไปแล้วเรียนลูกเรากินเสียงปฏิบัติจริงๆถ้าให้ถึงกับกล้าด้วยก็ไม่ว่าหัดทานก็กล้าด้วยก็ใ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive