230507-3-001 ทางเอกภาค3-ตอน001(หน้า001)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์203 KB
วันที่แก้ไข13 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 7 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 1 ที่พุทธสถานสันติอักษรถ้าเรามาเริ่มเรียนช่างเอกภาค 3 กันถ้านางเอกภาพสองเราก็ยังเรียนกันไม่จบแต่ว่าก็ค่อยๆเรียนตามอีกระดับหนึ่งเมื่อเราจะได้เปิดภาคเรียนกันอย่างนั้นต่อสภาพ 3 นี้จะเอามารีดมาเรียนก็เพราะเหตุว่าจะได้เน้นในความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับพวก ทานพวกอภิญญานี่ให้สำคัญยิ่งขึ้นเพราะว่าทานก็ดีอภิญญาก็ดีในศาสนาพุทธนั้นมันเป็นเรื่องสามัญญผลไม่ใช่วิสามัญเธอเป็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องปกติมันเป็นผลธรรมดาของผู้ปฏิบัติธรรมที่จะต้องรู้เป็นสามัญผลถ้าไม่มีสามัญจะผลก็ไม่มีผลอะไรพอเราจะต้องเรียนรู้สามัญญาผลให้แน่แท้และเราจะต้องตายขั้นตายระดับนี้เราได้เรียนกันมาจนกระทั่งตั้งแต่หัดกินหัดยืนหัดเดินหัดนอนหัดนั่งหัดเรียนรู้สติชาโคลอะไรต่างๆกันมามีสติมาพอสมควรแล้ว แม่นๆหัวข้อหลักธรรมจนแม้กระทั่งมีความจริงแห่งชาติมีความจริงแห่งอภิญญากันบ้างแล้วมิใช่น้อยไม่จำเป็นที่จะต้องมาพูดให้รู้ว่าเรามีเรามีแล้วเราไม่รู้ว่าเรามีมันก็มันก็เท่ากับไม่มีเรามีแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราเองเรามีอยู่จริงเป็นอย่างไรก็ไม่เข้าใจทั้งๆที่เรามีมันก็มันก็โง่มันก็เอาวิชาเพราะฉะนั้นเราจะต้องมารู้ว่าเรามีส่วนที่สิ่งที่เราเองเราไม่มีแต่เราหลงไปเข้าใจว่าเราจะต้องมีสิ่งนั้นให้ได้ทั้งๆที่เราเองเรามีของจริงแล้วแต่ของไม่จริงเราปรับจะไปเอา ยามแล้วพยายามอีกของที่มีจริงได้อยู่เรากลับไม่สำคัญเรายิ่งโง่กำลังสองแล้วมันมีอยู่เยอะแบบนี้มีอยู่เยอะไม่งั้นเราจะต้องมาพยายามทำความเข้าใจให้ชัดให้แท้แล้วก็พยายามพัฒนาสิ่งที่มีและเป็นจริงนั้นให้ถูกต้องบอกแล้วว่าฌานอภิญญาหรือว่าวิชาต่างๆวิชาในที่นี้เราเรียกวิชาการหรือวิชา 8 ที่เขาเรียกเหมือนเดิมตามวิชา 6 ก็ตามยุทธศา

อ่านต่อ

สตร์ก็ตามมันเป็นของจริงเราจะต้องเรียนวิชานี้จริงเป็น ผลของพระอริยะที่จะต้องเรียนรู้ให้ได้ไม่ใช่ของเสียไม่ใช่ของตลกไม่ใช่ของแปลกประหลาดอะไรไม่ใช่ของที่พี่เล็กพี่ลืออะไรส่วนคนไปหลงของฟิลลิปพี่ลือหรือจะไปทำของพิลึกพิลึกนั้นก็มีอีกหรือแม้แต่วิชาที่พิเศษพิเศษที่เรียกไปถึงขั้นอภิญญาเรียกไปถึงขั้นปฏิสัมภิทาญาณพิเศษขึ้นไปจากวิชาปกติจะเป็นวิชา 9 วิชา 8 หรือวิชา 3 ธรรมดาเนี่ยแล้วมีอภิญญาพิเศษขึ้นไปอีกเป็นปฏิสัมพันธ์ขึ้นไปอีกเราก็จะต้องมาเข้าใจให้ดี มีได้เหมือนกันสำหรับพระอริยะพิเศษที่จะพึงเป็นพึงมียกตัวอย่างง่ายๆเช่นว่าอาตมานี่อาตมามีวิชาพิเศษมีความรู้พิเศษมีอภิญญามีปฏิสัมภิทาญาณพิเศษนี่ไม่ได้คุยโม้นะพูดให้ฟังพูดความจริงให้ฟังคือมีปัญญาที่มีปฏิสัมภิทาญาณในทางนิรุตติในทางอัตถะธรรมะนิรุตติปฏิภาณพิเศษกว่าปกติธรรมดาที่คนทั่วๆไปจะพึงมีได้ง่ายธรรมดาคนก็มีได้พอสมควรแก่ฐานะแก่ความสามารถของบุคคลแต่บารมีของบุคคลและไอ้สิ่งที่มีนี้มันจะทำให้เราปลดปล่อยพ้นทุกข์มีความเจริญแท้จริงมี pubg จริงพอสมควรแต่เวลาจะเอามาใช้เอามาสอนหรือเอามาเปิดเผยหรือว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้อะไรต่างๆเราไม่มีปฏิสัมภิทาญาณเราไม่มีอภิญญาพิเศษเป็นบารมีโสดทิพย์พิเศษยังจะใช้จับแล้วก็ใช้ได้พิเศษไม่มีเจโตปฏิญาณอย่างละเอียดละออพิเศษรู้อย่างอย่างลึกรู้กระจัดกระจายสามารถหยิบออกมาได้เด่นๆไม่มีบุพเพสันนิวาสย้อนการย้อนหลังได้ละเอียดละออเป็นคนละเลยไปถึงชาติใดชาติไหนอีกเราไม่มีพิเศษก็ไม่มีพิเศษแต่คนที่มีพิเศษท่านมีเพราะฉะนั้นท่านจะรู้ความเกิดความดับที่พิเศษมากมาย ได้เหมือนกันแต่ถึงขนาดถึงตัวนั้นก็ตามก็ไอ้แค่อาสวะขยะเหมือนกันเป็นตัวอาสวักขยญาณเท่ากันผู้ใดหมดอาสวะหมดอนุสัยอาสวะสิ้นจบเป็นศูนย์เท่ากันหมดตั้งแต่พระพุทธเจ้ายันพระอรหันต์ทุกองค์เท่ากันหมดพยายามเท่ากันหมดและเป็นของพิเศษที่พระพุทธเจ้าหมายความส่วนตัวที่จะเป็นของดีของดีของดีของดีดีเพราะมีอภิญญาหรือวิชาที่จะไล่ขึ้นมาจนกระทั่งว่าพยายามแล้วดีจบดีกว่านั้นไม่มีอีกพระพุทธเจ้าท่านว่าเพราะฉะนั้นใครจะมีพิเศษไปมีอภิญญาพิเศษไปมีปฏิสัมภิทาญาณพิเศษนั้นมันเป็นเครื่องอลังการเป็นเครื่องอลังการเป็นเครื่องแต่งตนเป็นเครื่องประดับตนของผู้นั้นที่มีได้อย่างเด่นอย่างชัดอย่าง พี่จะเอาไปใช้ไปจ่ายไปอะไรได้ให้กับผู้อื่นมันเหมือนกับของเรามีอยู่ตั้งมากตั้งมากหยิบให้คนอื่นปุ๊บได้เยอะเป็นเครื่องรู้เครื่องแกงอะไรพิเศษอย่างนั้นก็พอดีเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดมีอภิญญามีปฏิสัมภิทาญาณจึงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากขึ้นมากขึ้นมันเป็นจริงถ้ายิ่งมีปฏิสัมภิทาญาณมากมีอภิญญามากเรายิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้มากช่วยผู้อื่นได้เยอะการช่วยตนนั้นเท่ากันหมดทุกคนอาจจะตนเป็นอาสาสมัครพยายามเท่ากันหมดทุกคนส่วนจะช่วยคนอื่นได้มากเพราะมีอภิญญาเพราะมีปฏิสัมภิทาญาณเพราะฉะนั้นศาสนาพุทธท่านถึงเน้นให้เราเองเราทำประโยชน์ตนก่อนอย่าเพิ่งไปทำไปหลงประโยชน์ท่านมากเพราะว่า กิเลสมันทำให้เราหลงตนเราต้องทำประโยชน์ตนก่อนเอาขยะให้ได้เป็นรอบๆคันๆไปส่วนสิ่งที่จะมีเป็นอภิญญาเป็นปฏิสัมภิทาญาณเป็นเครื่องอลังการนั้นถ้าเรามีวาสนาบารมีมันจะแสดงมันจะแสดงมาบ้างทีเดียวสำหรับบางคนมันจะแสดงออกมาให้เห็นมีท่าทีลีลาออกมาบ้างถ้าเผื่อว่ามันถึงรอบยิ่งครบแต่ก็พยายามเพราะอะไรพวกเนี้ยมันยิ่งจะเห็นเด่นชัดขึ้นมาหรือผู้ที่ไม่มีในขณะที่ปฏิบัติในขณะที่กระทำสั่งสมบุญสั่งสมบารมีไปจะให้ถึงสิ่งมหัศจรรย์พยายามก็ดูไม่มีท่าทีว่าจะมีอภิญญาจะมีปฏิกิริยาอะไรแต่พอถึงว่าขยะแล้ว โดดเด่นว่ามีอภิญญามีปฏิปทาญาณถูกปรับขึ้นมาก็ได้คนอย่างนั้นก็มีอยู่หรือคนบางคนไม่มีแม้ได้อัตลักษณ์มันก็ยังไม่มีเด็กอะไรก็มีอยู่จริงอีกเหมือนกันคราวนี้ก็เกินให้ฟังเป็นคร่าวๆนำทางเล็กน้อยถึงเรื่องว่าเรื่องของวิชาเนี่ยมันจำเป็นอย่างไรคุณทานจะเป็นอย่างไรมันจำเป็นจริงๆและส่วนที่มันไม่ใช่ความรู้ที่เราเข้าใจหรือเข้าเราเข้าใจความรู้ว่าวิชากรณีเพี้ยนๆอยู่นั้นก็ลองฟังดูดีๆเอาล่ะตอนนี้ต่อไปเราก็จะเริ่มต้นตั้งแต่หน้าหนึ่งหนึ่งในที่นี้ก็คือ 1 ของเนื้อไม่ใช่ 1 ของคำนำไม่ใช่ 1 ของพวก เบื้องต้นที่เป็นคำนำบ้างเป็นเอ่อสารบรรณบ้างอะไรงี้ไม่ใช่ 1 เราไปดูที่ตัวหนังสือตัวทางเอกภาค 3 บทที่ 21 อ้าวฟังไปเรื่อยๆจริงๆก็จะอ่านให้ฟังอันไหนที่สำคัญอันไหนที่จำเป็นเห็นว่ามันยากหน่อยหรือว่าควรจะปรุงขึ้นมาหน่อยก็จะปรุงขึ้นมาให้ปังอธิบายขึ้นมาให้ฟังอาจจะบางอันก็เอาไปถึงพิสดารอย่างที่เคยสอนเคยเป็นเคยมีก็จะว่าไปเรื่อยๆท่านใดที่ไม่ก็จะอ่านให้ฟังแล้วก็ผ่านไปทางนั้นถ้าเราจะมาเรียนรู้ทานทั้งหลายกันให้เข้าใจถ่องแท้เป็นวันสุดท้ายณปัจจุบันต่อไปนี้เมื่อก่อนอื่นเรามาเข้า สภาพฌานกันเสียให้เป็นสัมมาทิฏฐิให้ได้ไม่ให้เบี้ยวๆเพี้ยนๆลืมๆสั้นๆซ้อนๆเอียงๆเบี่ยงๆจากเป้าหมายอยู่จนต้องตู่ท้วงกันว่าเป็นมิจฉาทิฐิไม่จบอะโดยจะพยายามชี้เน้นให้ชัดเจนแยกแยะให้เห็นความหลงเลอะที่นักปฏิบัติแต่ละกลุ่มวงเล็บเปิดบางคนบางกลุ่มนั้นยังไม่ได้ปฏิบัติกันด้วยซ้ำแต่ว่าไปถึงขั้นได้ฌานจริงแล้วมีในตนแล้วเลยเพียงอ่านเพลงฟังเพลงเวียนๆมาเท่านั้นก็อวดก็แสดงฌานกับเขาแล้ววงเล็บปิดตั้งแต่รอบที่แต่ละความเห็น ต่างก็ไปยึดกันต่างแง่ต่างมุมซึ่งบางแง่ก็ยังมีส่วนดีอยู่บ้างบางแง่บางแบบนั้นไม่มีส่วนดีอะไรเลยหรือบางแง่บางแบบนั้นนอกจากจะไม่มีส่วนดีแล้วยังเป็นทานเหลวไหลก่อให้เกิดกิเลสสั่งสมกองกิเลสลวงตนลวงผู้อื่นทำให้เสื่อมต่ำทำลายทั้งตนและผู้อื่นไปตลอดจนหนักที่สุดคือมันถึงทำลายพระพุทธศาสนาเลยทีเดียววงเล็บเปิดเป็นดังเป็นถึงดังนี้จริงๆเพราะถ้ามาพระพุทธเจ้าจึงปรับอาบัติร้ายแรงแก่ผู้อื่นฌานที่ไม่เป็นจริงหรือไม่มีในตนวงเล็บปิดถ้าซึ่งมีผู้อวดผู้แสดงอยู่ดาบหนึ่ง อันยังคงเป็นเรื่องทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมทำลายอยู่จริงก็เป็นบาปเป็นนรกอเวจีของผู้ป่วยที่เป็นผลพาให้ทำลายพระศาสนาจริงนานๆหากใครไม่รู้สึกตัวหยุดเสียเลิกเสียมันก็ยังจะสั่งสมเพิ่มบาปเติมนรกนั้นๆต่อไปให้แก่ตนอยู่นั้นเองอ่ะดังนั้นจึงขอเตือนผู้ที่อวดอ้างฌานแสดงฌานอธิบายยืนยันฌานราวกับตนได้ตนเป็นตนเองจงสังวรระวังให้มากๆเถิดถ้าขืนอวดอ้างไม่เป็นจริงไม่มีในตนหรือขืนแสดงพื้นยืนยันแต่ไม่เป็นจริงไม่มีในตนแล้วก็ ผู้นั้นก็ถึงสิ้นปาราชิกกันทีเดียวนะเพราะฌานนั้นเป็นอุตริมนุษยธรรมอย่างหนึ่งจริงๆด้วยหากผู้ใดอวดหรือแสดงโดยไม่เป็นจริงไม่มีในตนแล้วใช้ย่อมต้องอาบัติถึงขั้นปาราชิกจริงๆขับรถสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราแต่เมื่อครั้งยังไม่ตรัสรู้อรหันต์สัมมาสัมโพธิญาณนั้นก็ได้เคยที่เรียนรู้ฌานในแง่ต่างๆแบบต่างๆอันเป็นฌานฤาษีเป็นฌานของดาบสซึ่งมีเงื่อนแง่แผงกันไปอยู่และที่สุดแม้ได้ไปเรียนกับอาจารย์ดาบสและอุทกดาบสเป็นต้นฌานของดาบสเขาก็มีเงื่อนแง่มีความหมายไปต่างเชิงตามความเข้าใจ อันล้วนแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ทรงเห็นว่าเป็นสัมมาทิฏฐิได้เลยฌานต่างๆนั้นเขามีแบบมีอย่างกันมาก่อนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติมากมายหลากหลายอย่างนักซึ่งแม้เดี๋ยวนี้ก็ยังมีและทุกวันนี้ก็ยังมีชาวพุทธไปโรงเรียนพรานต่างๆนั้นท่านอยู่มากมายอยากดูแล้วก็เอามาแก้มาแย้งให้ทานของพุทธเพี้ยนและเปลี่ยนแปลงไปไม่ถูกตรงวงเล็บเปิดฌานเป็นองค์ประกอบสำคัญของพระพุทธศาสนาซึ่งผู้ที่บรรลุธรรมโลกุตตระผลของผู้แพ้ทุกคนจะต้องมีฌานเป็นสามัญญผลคือเป็นเรื่องธรรมดาธรรมดา ไม่พิเศษอะไรตามพระพุทธพจน์ในสามัญญผลสูตรก็ทรงยืนยันไว้แท้ๆเช่นนั้นและผู้บรรลุโลกุตตระผลบางคนจะได้ฌานฤาษีแถมก็เป็นได้มีได้นั่นเป็นวิสามัญคือเป็นเรื่องพิเศษของบางท่านบางคนเฉพาะรายไม่ใช่เป็นเรื่องสามัญปกติจงทำความเข้าใจในสามัญกับวิสามัญให้ดีๆนะเมื่อกี้เกริ่นไปบ้างแล้วก็ขอยอมในที่ต่างๆพวกนี้ได้อ่านมาก็คงจะไม่มีใครข้องใจสงสัยอะไรมากนักเพราะว่ามันยังไม่มีอะไรลึกซึ้งแต่รวดเร็วอะไรหรอกเป็นแต่เพียงเตือนจริงไม่ได้เพียงความหมายจะบอกว่าชาญเนี่ยเป็นเรื่องเยอะแยะมากมายมีมาก่อนศาสนา พระพุทธเจ้าเองก็เคยไปโรงเรียนชายกับฤาษีต่างๆเยอะแยะแต่ท่านก็เห็นว่ามันไม่เข้า app เข้าท่าอะไรท่านจนมาเห็นของท่านเองและท่านก็จนมันยืนยันว่าฌานเนี่ยเป็นเรื่องสามัญเหตุผลเรื่องสำคัญต้องมีพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าต้องมีฌานไม่ใช่ว่าไม่มีฌานซึ่งกับกันต่างกันก็หลายแห่งที่เขาเข้าใจว่าปฏิบัติงานไม่ต้องเราปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ต้องมีฌานก็ได้เมื่อไม่ต้องมีชายแล้วก็บรรลุธรรมะเป็นพระอรหันต์ได้ถ้าได้ฌานมาแล้วเป็นความพิเศษเท่านั้นเป็นพระอริยะพิเศษอย่างที่เขาเรียนกันในอภิธรรมเพราะอภิธรรมเขาเข้าใจอย่างนั้นเขาว่าเป็นพวกที่ทานนราพรีบบุคคลเป็นผู้ที่ได้ฌานมาแถมคำว่าฌานนาราพรีบบุคคลก็จริงตามเขาพูด ผู้ที่ได้ฌานฤาษีมาแถมเป็นวิสามัญคือปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแล้วเขาได้ฌานบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ด้วยแล้วก็ได้ฌานฤาษีมาแถมด้วยนั่นเป็นที่สามมันไม่ใช่เรื่องปกติเป็นเรื่องพิเศษจริงๆเป็นเรื่องพิเศษเขามีได้แถมส่วนผู้ที่บรรลุธรรมพระพุทธเจ้าจึงอาจสามารถขยายนั้นก็ต้องมีชายและไม่ต้องจำไม่ต้องจำเป็นต้องมีชาวก็ได้บรรหารได้ทันทีโดยไม่ต้องไปมีชานฤาษีแต่ต้องเข้าใจว่าฉันพูดไม้เอาอย่างไรแค่ไหนมันสุดโต่งไปเยอะนะอธิบายกันอย่างทุกวันนี้อธิบายว่าพระอริยเจ้าพระโสดาบันโอ๊ยฉันไม่เป็นไม่ได้เป็นพระโสดาบันจะได้พระโสดาบัน โสดาบันอะไรเขาก็พูดกันอย่างนี้ด้วยความเข้าใจเขาก็เข้าใจอย่างนี้เหมือนกันเขาเข้าใจว่าถ้าเป็นพระโสดาบันแล้วจะหมดความโลภความโกรธเค้าว่างั้นนะมันเป็นความเข้าใจเลยเถิดเช่นเดียวกันเข้าใจฉันเป็นเรื่องเลยเถิดนึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งเป็นเรื่องพิรุธพี่ลือเป็นเรื่องทำแล้วจะต้องเหาะเหินเดินดินย่ำฟ้าอะไรไปงั้นถึงไม่ใช่ฌานไม่ใช่อย่างนั้นทานของพระพุทธเจ้าที่จะตัดกิเลสตัณหาไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่เป็นฌานชีวิตที่ดีแต่เป็นองค์ธรรมที่จะต้องปฏิบัติประกอบเข้าไปถึงกายถึงจิตเข้าใจกายเข้าใจผิดเข้าใจความสัมพันธ์ของจิตสังขารและกายสังขารต่างๆที่จับได้แล้วก็พยายามปรับปรุงพยายามปรับปรุงพยายามระมัดระวัง ฉีดเข้าไปปฏิบัติถูกทานเป็นสติปัฏฐานเป็นวิปัสสนาทำให้เกิดผลเราจะเรียนรู้ได้อย่างนี้มีนิทานไม่ใช่ของยากอะไรเลยถ้าเรียนรู้ดีๆจริงๆไม่ใช่ของเลยเถิดเป็นเรื่องสามัญสามัญที่พูดใส่ใจทางธรรมแล้วจะปฏิบัติได้ยืนเดินนั่งนอนนู่นนี่ก็ปฏิบัติได้มันไม่ใช่เรื่องแปลกต้องพูดให้ตรงพูดไม่ถูกแต่ไม่ใช่เรื่องพื้นๆตื้นๆด้วยไม่ใช่เรื่องพื้นๆตื้นๆที่จะพูดกันเล่นๆคนที่ไม่รู้จริงไม่เห็นจริงไม่มีจริงไม่เข้าใจจริงไม่เป็นจริงจับไม่ถูกตัวจริงเลอะเทอะไปบ้างหรือว่าไม่ถึงจริงบ้างก็พยายามต้องให้รู้จริงต้องทำถ้าไม่เช่นนั้นและเมื่อไม่เป็นจริงแล้วมันเลอะและศาสนาก็เสื่อมต่ำ พูดไปแล้วก็ไม่มีในตนซะด้วยไม่เข้าท่าไม่ได้พิสูจน์ไม่ได้เห็นจริงมีจริงก็ยิ่งยุ่งกันใหญ่เลยถ้าเผื่อว่าไม่มีในตนจริงๆแล้วก็มีไม่เป็นจริงกันใหญ่แล้วก็ต้องปลัดขิกกันล่ะแม้ว่าไม่เป็นจริงนักคือหมายความว่าเป็นความหลงผิดหลงว่าทานเอาชาฤาษีมาเป็นฌานพระพุทธศาสนามีแต่คนนั้นมีในตนจริงเอออย่างนั้นก็ยังพอเลี้ยงตัวยังเรียกว่าเพราะหลงท่านก็ไม่เอาโทษเอาภัยอะไรไม่เอาปลัดขิกอะไรเพราะหลงผิดจริงๆเข้าใจว่าอย่างนั้นเป็นชาญจริงๆก็เป็นชาญแต่เป็นชาญฤาษีมันยังไม่เป็นสัมมาทิฏฐิอย่างนี้เป็นต้นอาจจะมีในตนจริงนะอันนั้นก็ไม่เป็นไรทีนี้ไอ้ตนก็ไม่มีจริงแล้วยังแถมไม่เป็นจริงด้วยระวังนะอันนี้ระวังระวังจะเอาเอาง่ายๆระวัง ที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าเราจะต้องพิสูจน์สิ่งนี้ให้มีขึ้นเป็นขึ้นแล้วก็พยายามที่จะบอกเขาเมื่อเราได้พิสูจน์มีผลมีอะไรกันครับอย่างนั้นเราเรียกว่าเราสอนโดยที่เรียกว่าเรารักที่สุดแล้วมันยังค่อยยังชั่วเหมือนถ้าเรารู้ก็ไม่จริงฟังยิ่งฟังเผินๆผ่านๆได้ยินได้ฟังมาก็จำได้แล้วก็หลงว่าแหมนี่ของจริงของแท้ของสำคัญว่ากันไปคนละข้างคนละครูคนละแหว่งคนละเบี้ยวคนนึงก็ได้แค่ขาเก้าอี้อีกคนนึงได้แค่พนัสเก้าอี้คนนึงได้แค่ไอ้ตรงนี้เสร็จแล้วก็ไปต่อเป็นรูปอะไรก็ไม่รู้มันไม่เป็นเก้าอี้พอได้แค่พนักหรือได้แค่ไอ้ขาเอาไปต่อเป็นลูกหมาเป็นลูกแมวมันไปสัก 10 ไอ้ส่วนต่อไอ้ส่วนได้ด้วยมาส่วนนึงแค่ขาอะไร นัดเอาไปต่อเป็นรูปช้างลูกม้าอะไรก็ไม่รู้เป็นอีกเรื่องนึงไปได้ส่วนหนึ่งนิดๆหน่อยๆแต่ก็ขยายแถวจะเป็นอะไรอย่างนี้แล้วมันพังเพราะเหตุนี้พยายามเข้าใจให้สำคัญว่าฌานนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของพระพุทธศาสนาซึ่งจะยืนยันได้ตลอดเวลาตลอดเวลาเสมอว่าผู้มีฌานแล้วจึงจะมีรีโมททางจะก่อนมีมุกเสมอทำหลักฐานหลักพระสูตรข้อเรียนข้อรู้ในพระสูตรต่างๆมีกำกับกันเสมอได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในการทั้ง 4 และก็ได้โดยเจโตวิมุติปัญญาวิมุติปัญหาอาจสามารถมิได้มันจะตามกันอยู่อย่างนี้เสมอๆมาทีเดียวเพราะฉะนั้นคำว่าชาเนี่ยจะต้องพยายามสำคัญหรือแม้แต่ใน เป็นลำดับให้เห็นว่าต้องเป็นไปได้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้จนตนมีฌานแล้วเป็นถึงจะเรียกว่าเป็นจุดอ่อนควรแก่การงานการงานอะไรของเราทำทุกวันนี้การงานที่เราจะพึงตัดกิเลสด้วยวิชาฉะนั้นถ้ายังไม่มีฌานไม่เหมาะแก่การงานแล้วมันจะไปได้ตัดกิเลสตรงไหนมันตัดกิเลสเพราะมีฌานเป็นองค์ประกอบสำคัญเหมาะควรแก่การงานแล้วแล้วจึงจะเรียนรู้สั่งสมณวิชาตั้งแต่วิชาญเอา 1 ที่ทานเองแล้วก็เอา 2 ที่ญาณทัศนะพิเศษอาจารย์ทัศนะแล้วก็ถึงเมืองมโนมยิทธิแล้วก็มีวิธีวิธีต่างๆไล่เข้าไปหาความรู้ที่ลึกเป็นโสดคิดเป็นเจโตปริญญา แล้วก็ย้อนทวนแล้วทวนอีกเป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณจึงจะได้แน่ใจในเรื่องความเกิดความดับที่เราหมายความที่มันเกิดอยู่เห็นตัวเกิดอยู่โดยเฉพาะกิเลสมันเกิดอยู่กิเลสมันเกิดอยู่แล้วจึงจะทำความดับกิเลสดับลงบ้างดับลงหน่อยนึงแล้วก็ดับลงมากขึ้นดับลงจริงๆดับสนิทมันต้องมีจริงเห็นจริงมันจึงจะสิ้นอาสวะจริงๆถ้าไม่เช่นนั้นเราไม่รู้ความเกิดความรักที่แท้ยังจับเป้าแต่แค่ความเกิดความดับที่จะปฏิบัติธรรมก็ยังไม่รู้แต่มัวถกเถียงกันแม้แต่ว่าเกิดตายเกิดตายเป็นสัจธรรมตายดับเครื่องดับเนื้อดับหนังเน่าไปนู่นแล้วค่อยว่ากันอะไรอย่างนี้มันก็เลอะเทอะไม่ใช่ทางปฏิบัติมันเป็นเรื่องที่เราก็ต้องเชื่อต้องเห็นแล้วก็ต้องเข้าใจ โทรหาแม่ยังไม่ชัดแจ้งก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรอะไรจะตายแล้วเกิดอีกหรือไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่นอะไรนักจะตายแล้วสูญหรือไม่ก็ไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่นอะไรนักถ้าขืนยึดมั่นถือมั่นแล้วประเดี๋ยวเถอะยิ่งเข้าใจว่าตายแล้วกดแชร์ทิฐิสูงด้วยแล้วก็จะพังกันใหญ่เลยบาปไม่มีบุญไม่มียุ่งกันใหญ่แม้จะเป็นศาสนาที่ผิดก็ไม่ใช่สถิติศาสนาเลยเถิดเลยธงอะไรไปอีกนี่เดี๋ยวก็จะได้เรียนกันถ้าต่อดูผู้ใดมีความเห็นความเข้าใจตรงตามฤาษีใดเป็นแง่เงื่อนตามดาบสเดียรถีย์ใดก็ย่อมเป็นทิตามฤาษีนั้นๆตามดาบสนั้นๆจึงย่อมจะมีผลได้อยู่ในแบบในแง่ตามฤดูสีตามระบบนั้นๆอยู่นั่นเองนะถ้าคุณได้ไปมีความเห็น ให้ความเห็นนี้ต้องตรวจความเห็นของตนให้จริงๆความเห็นของเราไปตรงตรงกับฤาษีไหนมันตรงกับพระพุทธเจ้าไหมสอบผ่านของพระเจ้าให้ชัดสอบถามให้ชัดโดยเฉพาะสามัญญาผลเป็นของกลางตรวจได้ดีทีเดียวตรวจให้ชัดทีเดียวทีนี้ขยายสามัญญาผลอย่างนี้ก็ออก 3 อันนี้ผลมันเป็นหลักมาขยายขยายความละเอียดลงไปเพราะท่านต้องใช้ภาษาภาษาธรรมดาภาษารูปธรรมภาษาง่ายๆเพราะว่าเป็นขั้นนามธรรมหรือเป็นขั้นอุตลุดทำแล้วมันต้องปฏิบัติกันอย่างมีภูมิและอธิบายสู่ฟังแล้วก็เช็คดูถ้ายังฤาษีก็อธิบายเทียบเคียงเอาไว้แล้วทีนี้อธิบายไม่หมดนะเพราะงั้นเราก็จะต้องพยายามเข้าใจให้ดีที่ผิดของเราจะเป็นอย่าง ถ้าเป็นอย่างไหนๆมันก็เป็นอย่างนั้นงั้นก็ต้องทำให้ถูกต้องให้รู้กันกว้างๆเข้าใจเทียบเคียงกันให้ถูกถูกของคนนั้นของคนนี้อะไรก็ให้ให้เข้าใจสำคัญโดยเฉพาะจะต้องพยายามจับเป้าของพุทธให้ได้แน่ๆถ้าเข้าใจฌานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหมายถึงในเว็บสัญญาคือกำหนดสัญญานี่คือกำหนดไว้นิยามไว้สัญญาไว้หรือทำความหมายเอาไว้ว่าฌานของท่านเป็นอย่างนี้อย่างนี้นะถ้ากำหนดไม่ถูกตรงไม่เข้าใจตรงเป้าเป๊ะๆคือยังเพี้ยนอยู่เท่าใดๆก็เรียกว่ายังเป็นส่วนแห่งมิจฉาทิฐิอยู่เท่าที่เพี้ยนนานๆมันเพี้ยนอายุเท่าไรจริงๆมันก็เพียงเท่านั้นเท่านั้นน่ะบางคนจึงตัวเองจึงจะดูยากยากเพราะเราก็นึกว่า ส่งแล้วทุกทีเล็งทีไรทุกทีเหมือนนักแข่งบิลเลียดนักแทงไม่เรียกคุณเอ้ยเล็งแหมมันตรงทุกทีเราก็ว่าเราแทงแม่งทุกทีแปลงตรงทุกทีของใครของมันเพราะว่าบางทีไม่ถูกลูกเลยบางทีถูกลูกจะให้มุมนั้นมุมนี้เพื่อให้มันทำมุมนั้นมุมนี้แล้วมันก็จะเป๊ะเขาเอียงเข้าไปหาหลุมหรือเข้าไปหาตัวแคนนอนแคนนอนอะไรถ้ามันได้มุมได้เหลี่ยมของมันน่ะมันได้จริงๆเราก็มองทีไรแม่งทุกทีแหละแรงตาตีบางทีซอยแล้วซอยอีกกว่าจะแทงมันเหลือเกินตรงเหลือเกินเราส่งแค่โอ้โหแม้แต่ลูกมันยังไม่ถูกเลยเสมอบ่อยๆแล้วนึกว่าตัวแน่จริงๆทุกคนน่ะทุกคนแน่จริงๆว่าเราแทงแม่งทุกทีมันไม่มัน ผู้ที่รู้ตัวเข้าใจตัวว่าเป็นนักแทงบิลเลียดที่ไม่ค่อยเก่งไม่มันก็ยังดีทีนี้ผลที่ชัดเจนหน่อยพอได้ลงหลุมแทงทำเหลี่ยมทำมุมตกหลัง Canon อะไรพอถูกเพราะอะไรต่ออะไรเข้าก็นึกว่าตัวเองแม่นเปี๊ยะและยางยางเพราะว่าลุงน่ะจริงๆมันยังมีช่องว่างเกินและแม้แต่แคนนอนก็เวลาลูกมันมาชนอีกลูกนึงมันไม่ได้ชนกลางลูกนะมันชนข้างๆข้างๆนี้อยู่ยังไม่เป๊ะเป็นกลางสักทีหรอกยังเอียงนิดหน่อยอยู่แต่ก็ได้ผลบ้างเล็กๆน้อยๆก็ยังดีดีก็ผิดเป้าหมายเลยได้ส่วนมากก็ยังดีเพราะฉะนั้นต้องการให้ตรงกลางจริงๆเป๊ะแคนนอนก็ตีมุมมาปั๊บถูกอีกลูกนึงนี่นะไม่ใช่ถูกข้างนึงข้างนึงถูกเป๊ะตรงเลยงี้อย่างงี้ถึงจะเรียกว่าจริงๆ แต่มันก็แน่นอนแล้วมันก็ต้องยากที่สุดหรือแม้แต่ตบหลังลูกที่จะให้ลงหลุมนี้ไม่ต้องถูกหัวหมูเขาเรียกหมู่ไอ้หัวหลุมเนี่ยเขาเรียกหมู่ไม่ต้องถูกหมู่เลยเปรี้ยงลงหลุมชอบไปเลยให้ลงหลุมเจาะไปเลยพอตบหลังมันไม่บางทีจะว่าจะเป็นลูกเขียนเลยลูกกลมๆเด้ถ่ายให้ตรงตามไปให้มันลงรูปถ่ายรูปตรงอย่างกับเส้นบรรทัดเลยนะมันยังไม่แพ้เลยบางทีต้องถูกจมูกเด้งออกไปไหนๆก็ไม่รู้ไม่ลงรูตรงเรานึกว่าเราตบหลังตรงไหนตรงนั้นมันพับแถวเลยเล็งยิ่งกว่ายิงปืนตราสัตว์มันไม่ตรงมันไม่ตรงเพราะเหตุใดอย่างหนึ่งอาจจะตรงแต่มือไม่รู้มันตายยังไงก็ไม่รู้ ฌานก็เหมือนกันมันไม่ไม่ได้เป๊ะๆๆไปทีเดียวหรือว่าเวลาไปใช้ไปทำแล้วมันก็มีส่วนบ้างฝนอยู่บ้างแต่ถ้ามันเพี้ยนไปนิดหน่อยนิดหน่อยมันก็เพี้ยนเป็นมิจฉาทิฐิเรียกว่ามันยังเห็นไม่ตรงเป๊ะทีเดียวอยู่ตามเล็กตามน้อยหรือต่ำมากก็ตามแต่ทีนี้เราก็ไล่ตั้งแต่หยาบๆตั้งแต่เพี้ยนไปจนกระทั่งมันไม่เข้าเป้าเลยมันไม่ถูกลูกเลยก็แล้วกันไปก่อนเช่นผู้ที่ไปหลงเข้าใจอยู่เพียงว่าฌานคือสิ่งที่เกิดได้เป็นได้แต่เฉพาะในตอนนั่งหลับตาเท่านั้นนี่ก็คือวิชาที่ปิดประตูใหญ่ประตูที่ 1 ที่มีกันมากที่สุดไม่ใช่มีการเข้าใจ อย่างนี้เฉพาะแต่ในเมืองไทยเท่านั้นมันทั่วทั้งไปทั้งโลกกันเลยทีเดียวฟังดีๆนะชาติอันนี้การที่บอกว่าฉันจะต้องมีได้เอาเครื่องหมายตรงที่นั่งหลับตาเท่านั้นต้องหลับตานี้จะเกิดฉันถ้าไม่หลับตาแล้วไม่เกิดฌานความหมายนี้ความหมายง่ายๆนะไม่ใหญ่โตฟังดีๆแต่มันเป็นความเพี้ยนประตูใหญ่ที่ไปเอาอันนี้มาเป็นเครื่องตัดสินแล้วคุณก็จะไปเจอคนนั่งหลับเท่านั้นเองถ้าเอาอันนี้เป็นเครื่องตัดสินคุณก็จะไปเจอแต่คนนั่งหลับทีนี้พวกใดฝึกนั่งหลับเก่งๆส่งไว้ดีๆนะฝึกปรือดีๆคุณก็จะไปลงเขาก็เข้าใจก็เขาเป็นเขาเป็นชาญอะไรคุณก็ถูกหลอกมโหฬารมีพวกนั่งฝึกหลับตาฝึกหลับตาไปไปงั้นแหละเยอะแยะเลยพระต่างๆเนี่ยที่ในเมืองไทยเนี่ยปฏิบัติเอาแต่นั่งหลับตาแล้วก็นึกว่า ฉันก็จะไม่มีความรู้เลยว่าชาญหมายเอาอะไรอย่างไรแค่ไหนแม่บอกว่านิวรณ์ก็ยังไม่รู้ตัวนิวรณ์ตัวเองก็ยังนั่งเข้าไปแล้วก็หลับทีนะมีท่าเด็ดอร่อยอยู่ด้วยซ้ำไปบางทีก็ฟุ้งซ่านเป็นกามเป็นอะไรต่ออะไรเลอะเทอะไปอยู่ก็ยังไม่รู้อย่างนี้มันก็โดนไปตั้งเป้าเอาง่ายๆแต่แค่ว่าถ้าหลับตาลงไปแล้วก็ท่านนั่งหลับตาเข้าไปแล้วก็ส่งอยู่ได้อย่างนั้นนั่นแหละชานทรงตัวเป้งแล้วอะไรอย่างนี้อย่างนี้ก็ยังไม่ได้นะมันง่ายเกินไปมันเพลินเกินไปแล้วยังไม่มีมากที่สุดไม่ใช่แต่ในเมืองไทยนะต่างประเทศก็เข้าใจว่าไอ้นี่เป็นทานอย่างนี้เข้าใจอย่างนี้ก็เยอะเหลือเกินต่างประเทศก็เหมือนกันเพราะยังต่างประเทศยิ่งไม่เคยพาเลยเพราะเขาศาสนาของเขาเป็นศาสนาอื่นศาสนาในเมืองไทยยังคล้ายๆของทางอินเดียอินเดียก็หลงทางอินเดีย ทานแบบนี้เยอะตัวอินเดียเองนั่นแหละมากกว่ามากเลยเพราะมันเป็นต้นกำเนิดโดยเฉพาะในอินเดียเองนั้นยิ่งหลงสำคัญกว่าใครๆเพราะเป็นต้นกำเนิดแห่งชาญฤาษีแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกที่อินเดียแต่แท้จริงแล้วในกรณีนั่งหลับตานั้นเป็นเพียงกรรมวิธีบทแห่งการกระทำอย่างหนึ่งที่จะให้เป็นไปเพื่อเรียนรู้กิเลสตัณหาอุปทานหรือเลิกละเผาทำลายกิเลสตัณหาอุปทานให้ได้วิธีหนึ่งเท่านั้นในอีกตั้งหลายๆกรรมวิธีและแม้จะไม่ต้องปฏิบัติอย่างนั่งหลับตาเลยก็จะบรรลุธรรมเป็นพระอริยะเป็นถึงพระอรหันต์ได้ดังที่มีในประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาในพระสูตรต่างๆ หลายมากมายหลับตาบรรลุสะอึกยังไม่เคยเห็นมีหลักสูตรที่บ่งที่บ่งบอกกันอย่างระบุแจ้งๆวงเล็บเปิดอาหลับตาบรรลุอีกยังไม่เคยเห็นมีหลักสูตรที่บ่งบอกกันอย่างระบุเส้นแจ้งวงเล็บเปิดแต่ถ้าจะมีผู้บรรลุในตอนหลับตาก็ย่อมได้แน่แท้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดอะไรวงเล็บปิดอันที่เห็นมียืนยันนั้นกลับมีแต่จับกุมาปรินิพพานจึงว่าอย่างนี้ซะอีกคือหมายความว่าบรรลุอย่างลืมตาชัดๆกันด้วยซ้ำวงเล็บเปิดเช่นในพระสูตรทีฆนิกายมหาวรรคข้อ 110 เป็นต้นเหตุผล ทีฆนิกายมหาวรรคข้อ 11 12 13 14 มิถุนายนเพราะระบบวิธีปฏิบัตินั่งหลับตานั้นไม่ใช่กรรมวิธีปฏิบัติธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรอกซึ่งไม่ปรากฏมีคำสอนในที่ไหนเลยหรือไม่เคยเห็นสักคำหนึ่งในสมัยผมพูดเลยไม่เคยเห็นสักคำหนึ่งเลยว่าพระพุทธองค์ทรงเคยสอนใครโดยระบุบอกชัดๆให้หลับตาหรือนั่งหลับตาเป็นกรรมวิธีนอกจากมีแต่อาจารย์ฎีกาอาจารย์รุ่นหลังเท่านั้นแหละนำมายืนยันเอาเองนำมาเน้นกันเองสอนกรรมวิธีนั่งหลับตา ผมเป็นควายไปเองจึงจะหลงว่าการปฏิบัติธรรมของพุทธถือเอาแต่นั่งหลับตาวิธีเดียวอย่างอื่นไม่ใช่นั้นเป็นมิจฉาทิฐิแท้ๆหาฟังให้ดีนะมันกลับจากความเห็นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ถ้าใครอ่านคำนำหนังสือพวกนี้มาก่อนแล้วก็ยิ่งจะชัดเจนยิ่งคนอื่นอยู่ข้างนอกแต่พวกเรานี่เคยฟังเคยพูดกันมาแล้วก็ยังไม่เท่าไหร่ข้างนอกก็ยิ่งต้องอ่านคำนำมาแล้วยิ่งเห็นแกบอกว่าหนังสือนี้เล่มนี้เขียนขึ้นมาแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่องแปลกเรื่องไม่เหมือนใครไม่เอ๊ะทำไมต่างกันยืนยันก็ต่างกันอะไรๆก็แปลกแต่เห็นแปลกไปไม่ใช่น้อยแต่ไม่ใช่แปลกเพราะว่าพี่เรนอะไรไม่ใช่หรอกแต่กำลังจะอธิบายกำลังจะพยายามชี้เน้นตรงกันเข้าไปให้เห็นความจริงเพราะงั้นถ้าเกิดว่าเราไปหลงนั่งหลับตาโดยเอาเป้า คำว่านั่งหลับตาหรือว่าหลับตาเนี่ยตัวคำว่าหลับตาเนี่ยถึงจะยืนยันในที่นี้อย่างท้าทายทีเดียวว่าในพระไตรปิฎกมีคำว่าหลับตานี่ขอค

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน