230512-3-004 ทางเอกภาค3-ตอน004(หน้า022)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์216 KB
วันที่แก้ไข13 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 11 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาต่อหน้า 200 เอ้ยไม่ใช่หน้า 2002 ขนาด 22.5 โดยอธิบายฌาน 1 ให้เป็นที่เข้าใจแต่พอสมควรส่วนรายละเอียดของชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ยังไม่ได้ขยาย ก็เดี๋ยวค่อยไปเรื่อยๆมันจะมีที่ขยายที่สำคัญๆอยู่เป็นช่วงๆช่วงๆถ้าเมื่อสรุปชั้น 1 แล้วก็ 2 3 4 ลงไปพักนึงแล้วช่วงนึงแล้วก็ต้องกลับลงไปด้วยว่าเอาสติปัฏฐานแท้ๆที่จะมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติจึงต้องมีฌานจึงต้องชื่อว่ามีฌานประกอบด้วยอยู่ดังนี้เสมออย่างน้อยก็ชันหนึ่งนะแต่ที่จริงแล้วเราก็ทาน 1 มีนาคมถ้าผู้ใดยังเป็นฌานหนึ่งคือหมายความว่าเราจะต้องวิตกวิจารณ์อยู่มากเป็นปฐมพยาบาลสติปัฏฐานในที่จริงมันไม่ค่อยไหวอ่ะมันจะต้องเป็นชั้น 3 ขึ้นไปแล้วก็ดีถ้าชั้น 2 อยู่ก็ยังไม่ค่อยเท่าไหร่อย่างปฏิบัติสติป ก็ยังไม่ค่อยได้ดีเพราะฉัน 1 เนี่ยมีตกวิจารณ์อยู่เยอะก็คือภาพถ้ายิ่งใหม่ๆยังไม่เก่งวิตกวิจารณ์คือระมัดระวังมาคอยคุมมันจะคอยหลบระวังระวังอยู่ตรงนั้นจิตที่เราจะคอยมีสติเข้าไปอ่านรู้ต่อผัสสะแล้วก็ไปพิจารณาในในสภาพของจิตที่มันเกิดมีอารมณ์เป็นอย่างโน้นอย่างนี้จะปรับอะไรต่ออะไรไปที่จะรู้อ่านชัดแจ้งพยายามไม่ค่อยเก่งทีเดียวแต่ก็ถือว่าเป็นโดยปริยายถ้าผู้ใดที่ปฏิบัติธรรมไปปฏิบัติธรรมจะไปจนกระทั่งถึงฌานที่เข้าใจว่าชาและแม้จะคอยมีคอยกังวล ระมัดระวังอะไรอยู่บ้างถ้าเก่งขึ้นไปขึ้นไปเราก็จะรู้ของเราวันนี้เราก็เป็นฌานหนึ่งของเราล่ะคนนั้นฌาน 1 ของผู้ที่ชำนาญฌานขึ้นมาแล้วน้ำมันจะมันจะเข้าใจได้มันจะสามารถพิจารณาใดๆก็ได้ที่จริงมันก็เป็นฌาน 3 ชั้น 2 ชั้น 3 ขึ้นไปนั่นแหละคือเป็นสภาพที่มันดีมันระมัดระวังไม่ให้นิวรณ์เข้าจิตตอนนั้นเราก็ไม่ลำเอียงไม่มีเอนเอียงข้างในจ

อ่านต่อ

ิตก็ว่างๆโดยชั่วครั้งชั่วคราวไม่ลำเอียงเพราะการไม่ลำเอียงเพราะพยาบาลแม่ลำเอียงเพราะไม่หนักสติไม่ตกก็ดีนะมีพระไม่ฟุ้งซ่านจนกระทั่งไม่รู้เรื่องเรื่องอื่นเรื่องใดเป็นอุปสรรคอะไรไปมากมายก็ไม่มี ติดในตอนนั้นมันก็ค่อยยังชั่วจิตไม่มีนิวรณ์มันก็พร้อมที่จะเป็นการปฏิบัติธรรมพร้อมอ่อนควรจัดการงานที่ท่านใช้ว่าอ่อนควรจัดการงานอาชีพพร้อมที่จะเป็นการงานที่จะทำการงานการงานก็ไม่ใช่การงานอะไรการงานระมัดระวังกิเลสหรือว่าอ่านกิเลสให้รู้หน้าตาของกิเลสให้ดูหน้าตาของจิตเพราะมันจะจรเข้ามามันจะผ่านเข้ามาก็ต้องสัมผัสแล้วมันจะเกิดเมื่อใดเราก็จะรู้เหมือนน้ำที่ใสเหมือนกระดาษสีขาวตอนนี้เราจะอ่านกิเลสชัดเราจะไล่กิเลสออกด้วยกรรมวิธีใดเราก็จะทำกันอย่างเหมือนกับเราเต้นอยู่บนเวทีเลยเราจะทำได้อย่างไรอย่างไรเราจะเห็น ในว่าเรากำลังทำการปฏิบัติสติปัฏฐานก็ต้องเข้าใจกันไปให้ชัดๆว่าเราจะต้องมีฌานด้วยไม่ใช่สติปัฏฐานไม่มีฌานและถ้าเข้าใจชัดในคำว่าฌานซึ่งก็ยืนเดินนั่งนอนทำจิตทำการทำงานทำเรื่องอะไรก็ได้อยู่เราก็ปฏิบัติสติปัฏฐานได้และฌานนั้นก็ลืมตาโพลงๆทำงานทำการอยู่ก็เป็นฌานอันนี้อันนี้ก็ต้องเข้าใจจริงๆเขาจะให้ดีที่เป็นเรื่องที่แตกต่างไปจากที่เคยได้ยินได้ฟังมาไม่ใช่น้อยเพราะฉะนั้นไม่ใช่หมายความว่าเอาตอนหลับตาแต่ถ้าเข้าใจอย่างนี้ดีแล้วแม้เราจะหลับตาเราจะพิจารณาเราจะคอยรู้ถึงปัจจัยที่ละเอียดสูงขึ้นไปอีก แล้วก็จะทำได้นั่งหลับตาอยู่เนี่ยแล้วก็พยายามพิจารณาทบทวนอะไรต่ออะไรมีผ่านมาแล้วว่าจะบุพเพนิวาสานุสติญาณแต่ระลึกถึงของเก่าหรือแม้ว่าเรานั่งอยู่ปัจจุบันนี้เราก็จะคอยจับจิตของเรามันจะไปกิเลสอะไรยังไงดูกันจริงๆคอยจับมันจริงๆว่าจะไปอารมณ์อะไรจะไปอารมณ์กรรมไปอารมณ์ที่นักวิทยาศาสตร์นั่งอยู่นิ่งๆเนี่ยบางคนนี่หลับตาทุกปีนั้นมีค่ามันไปไวๆง่ายๆก็ลองๆดูมันนั่งจับมันจริงๆสติปัฏฐานเห็นมันจริงๆบอกแล้วว่าในขณะที่มันไม่มีนั่นน่ะมันมีกำลังดีๆนะมันอ่านเห็นเหมือนผ้าขาวเหมือนกระจกใสที่มีอะไรมาผ่านเข้าปั๊บมันก็เห็นถ้าเพราะว่าเรามีอะไรวุ่นๆงง อารมณ์อะไรก็ปนกันนั่นแหละอยู่บางทีนี้อารมณ์โกรธเต็มที่แล้วมันจะไปอ่านอะไรออกมีแต่มืดหน้ามืดตาเหมือนภาวะอย่างนั้นจะไม่ใช่ภาวะที่มันจะรู้อะไรได้หรือแม้ไม่รู้แล้วมันก็ไม่ใช่ภาวะที่จะเป็นการเตรียมตัวหรือพรั่งพร้อมด้วยครับจะปฏิบัติธรรมหรือว่าจะทำงานให้มันเรียนรู้ทางธรรมอะไรมาทีนี้ต่อมาสัมมาสมาธิหรือฌานแท้ๆของพุทธศาสนาทีนี้เอาคำว่าสัมมาสมาธิเข้ามาเกี่ยวข้องและก็อธิบายคำว่าฌานิศซ้อนลงไปในคำว่าสัมมาสมาธิและอธิบายให้ฟังแล้วว่าสมาชิกในบางทีมันหมายถึงความแตกง่ายๆแม้จะเป็นมิจฉาสมาธิมันก็เป็นสมาธิได้สมาธิที่จะเร็วๆเร็วๆแหลกๆสมาชิกหน่อย กำลังจ้องปืนเล็งใส่เบ้าตาคนอะไรเงี้ยถ้าไม่มีสมาธิมันจะไปยิงใส่เบ้าตาคนได้เหรอกำลังทำงานอะไรก็ต้องรวมไม่ได้คิดจะตายไปก็ทำอยู่นั่นที่เดียวแต่กำลังเหลาลูกศรแหลมเลยเนี่ยใจหมายกำลังคนโมโหอยากให้มันสอนนี้มีพิษอย่างแรงกล้าเสียบปลั๊กให้ตายเลยอยู่ในจิตพยายามบาดอย่างแรงเลยก็ได้หรือกำลังกระทำอย่างเป็นราคะก็ได้ในขณะที่ทำมีความเพ่งอยู่ติดอยู่กับไอ้การเสพสมสุขสมอันนั้นเป็นเดี่ยวเลยเป็นเอกชนตาเป็นหนึ่งทีเดียวแต่ก็เจ็บก็เจ็บเป็นแสบเสียงอะไรอยู่อย่างเต็มที่ก็ได้อย่างนั้นน่ะมีอิจฉาสมาธินั้นสมาธิที่เป็นสัมมา สมาธินั้นก็คือจะต้องเข้าใจในตับต้นหรอกมันเป็นฌานนะมีชาญนะหมายความว่าจิตของเราเนี่ยจะต้องไม่เป็นไปเพื่อจะมีแนวโน้มไปในทางที่จะไปเป็นความเลวร้ายที่สุดเป็นอกุศลธรรมไม่ใช่นั่นแหละเป็นต้นทางและเราก็จะต้องทำให้จิตของเรานี่เบาบางจางคลายจากอารมณ์โลกโกรธหลงออกหรือว่าอารมณ์ที่เป็นตามไปฉันทะพยาบาทผีนั้นมีพระพุทธเจ้าให้ออกจางออกด้วยเห็นไม่ชัดอย่าสงสัยไม่ได้อิจฉาเห็นจิตอย่างนี้เห็นอารมณ์อย่างนี้ไม่สงสัยมันจะทำอย่างนั้นได้แล้วก็จะได้เป็นฌานสัมมาสมาธิหรือฌานแท้ๆของพระพุทธศาสนาจะต้องมีสมโภชน์ชงทีนี้มีอีกคำนึงร่วมไปเลยจะต้อง หลวงพ่อจงร่วมเป็นองค์ธรรมประกอบอยู่ด้วยเสมออย่างน้อยก็มีสติธรรมวิจัยวิริยะมีสมุดชามนี้โพชง 3 จึงจะเป็นสัมมาอะระหังที่กำลังเดินบทบาทไปเพื่อผลแพ้และเป็นสติปัฏฐานแท้หรือวิปัสสนาจริงถูกตรงร้อยเปอร์เซ็นต์จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือประกอบทีเดียวแหละต้องมีสิ่งที่กระทำอยู่อย่างถูกเรื่องถูกราวมันจึงจะได้ผลเหมือนกับช่างสวนมีจอบมีเสียงดังพร้อม ทีเดียวอ่ะมีเครื่องหมายเครื่องมือประกอบอย่างชัดแจ้งมันถึงจะได้เพราะงั้นสติปัฏฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญมีตัวสติเป็นองค์นำพระเอาสมโภชน์ชงหรือเอาโพชฌงค์ 7 เอามาประกอบให้ชัดๆเพราะฉะนั้นการปฏิบัติปุ๊บเนี่ยเรามีสมาธิแล้วจึงก็ตามมีความเห็นแชร์แล้วถูกต้องและเป็นสมาชิกที่แล้วก็ตามเมื่อเราจะปฏิบัติให้สั่งสมลงเกิดเป็นสมาธิแล้วเนี่ยไอ้ตัวสัมมาทิฐิสัมมาทิฏฐิมันเป็นเหมือนกับแผนที่ที่เราเรียนมาแล้วเหมือนกับเราเป็นช่างเดินเรือที่รู้ทางเดินเรืออย่างชัดแจ้งแล้วอาจจะเรียนตอนแรกยังไม่เคยเดินก็จะต้องมีแผนที่หรือเคยเดินมาแล้วก็จำแม่นอยู่แล้วเลยทีเดียวรู้คิดรู้ทางจะไปทีนี้จะ เราก็จะต้องมีสติเลยทีเดียวมีสติที่เป็นตัวสำคัญมีสติถ้าจะอธิบายแบบของสัมมารีมั่นคง 8 องค์ 7 เลยทีเดียวท่านก็มีสมาธิเป็นประธานมีสัมมาวายามะสัมมาสติเป็นองค์ห้อมล้อมหรือเป็นเครื่องดุลเครื่องนั้นประกอบองค์ประกอบสำคัญเลยพร้อมกันเป็นสมาธิมีสติเหมือนกัปตันมีวัดว่ายามะหรือความพยายามหรือนัยยะเดียวกันมันเป็นคำไวพจน์กันกับคำว่าวิริยะความพยายามมุ่งมาดปรารถนาขวนขวายอยู่วิริยะก็คือการพากเพียรอุตสาหะกันอยู่เป็นองค์ประกอบสำคัญกับการกระทำอยู่เราจะไปคอยปล่อยสารละลายไม่ได้เลยเราจะต้องอุตสาหกรรมวิริยะพากเพียรพยายามนี่มันอยู่ในตัวของมันเสร็จ เหมือนกัปตันเหมือนต้นหนเหมือนช่างคนเดินเครื่องไม่มีแรงเดินไม่มีแรงดันมันไม่ได้หรอกมันต้องมีแรงเดินแรงดันสติก็ตั้งให้ใสถ้าขืนเป็นกัปตันแล้วก็มาเมาเมาเมาเมาทำอะไรไม่ได้กัปตันขี้เมาก็พาเรือออกนอกทางเลยหรือไม่ก็ชนหินโสโครกตายกลางทางเหมือนกับฟันไม่เมาก็ไม่เมาสติต้องเต็มดีๆแล้วก็เครื่องไอ้ต้นหนต้นคนนี้ก็จะต้องขับดันขับเคลื่อนตัววิริยะจะต้องมีประกอบและทีนี้ตัวที่จะเกิดผลรู้ไปเรื่อยก็คือเอ่อที่ยกสมบัติของสารโพชฌงค์ 3 มาสติทำให้ใจวิริยะวิริยะศึกษานั่นคือตัว จะเห็นดีเห็นชั่วเห็นถูกเห็นผิดที่ตายไปเลยเห็นกิเลสเห็นจิตเห็นตัวจริงจับได้แล้ววันนี้มีความสะอาดอยู่หรือมีกิเลสผสมมันจะอ่านทุจริตหรือว่าอาจสุจริตหรือว่ากุศลหรืออกุศลอะไรเนี่ยหรือว่ากุศลชั้นสูงจนกระทั่งถึงขั้นพยายามปิดอภัยอภัยธรรมคือธรรมะที่เราทำให้เป็นกลางทำให้อุเบกขาทำให้วางเฉยทำให้อยู่เหนือได้อย่างสูงสุดหรือว่าบางทีเรานึกว่าเรารู้เรานึกว่าเราเฉยแล้วเป็นอภัยผิดแล้วที่จริงมันจำเป็นความตีไม่แตกแยกไม่ออกของเราก็ได้บางทีเนี่ยหรือว่าจะว่าดีก็ยังไม่ใช่จะว่าไม่ดีก็ไม่เชิงจะว่าทุจริตก็ไม่ออกแต่ว่าสุจริตก็ยังไม่รู้แต่นึกว่าเราเฉยๆอยู่แล้ว ว่าเราได้ดีอยู่แล้วแต่ที่จริงมันยังมีความละเอียดเราจะต้องมีแรงตีแตกอันนี้ออกไปอีกยังจะรู้ว่าโอ๊ยมันยังมีลึกซึ้งมันยังเจาะลงไปอีกอันนี้ก็ต้องระวังนะอย่าเพิ่งไปเผลอไผว่าเราเป็นอภิญญาจิตหรือว่าเป็นอุเบกขาหรือว่าเป็นตัวฐานสูงไปแล้วก่อนจากอันนี้อธิบายผสมให้ฟังเอาแล้วมาอ่านอ่านดูเพจนี้ให้จบก่อนนะมันต้องมีสติปัฏฐานเอาตรงนี้ก่อนอย่างน้อยก็คือมีสติมีทำมาวิจัยมีวิริยะจึงจะเป็นสัมมาอะระหังเดินบทบาทไปเพื่อผลแพ้และเป็นสติปัฏฐานแท้หรือวิปัสสนาจริงถูกตรงร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องมีฌานโดยนัยยะอย่างนี้ร่วมทำงานจริงๆเป็นสัมมาทิฏฐิสัมมาวายามะสัมมาสตินี่เมื่อกี้อธิบาย การดำเนินบทบาทไปจนจะถึงสภาวะสุดท้ายในจิตเป็นสัมมาสมาธิกล่าวคือวิตกวิจารแล้วจนเกิดญาณแท้ก็เกิดปิติมีการอธิบายมาให้มันเห็นว่ามันคล้ายกันมันเหมือนกันมันทำเป็นนัยยะเหมือนๆกันเป็นแต่เพียงอธิบายภาษานี่มันหลายเหลือเกินคำอธิบายในโลกนี้ก็มาอธิบายเป็นภาคปฏิบัติที่แท้จริงเพราะงั้นเข้าใจอะไรอันไหนแค่ไหนเด่นชัดเราก็จะได้รู้ไปทันทีและอธิบายหลายๆอย่างก็คือวิตามินการแล้วจะเกิดญาณแท้ก็เกิดจริงๆระงับปิติก็เกิดสุขระงับถูกได้เป็นอุเบกขาอันวิเวกอยู่แท้ในทุกๆเรื่องไม่ว่าเรื่องใด ได้มาสัมพันธ์สัมผัสกับกายกับจิตก็มีสภาวะธรรมเป็นไปอย่างนี้ทุกเมื่อผู้นั้นก็มีจรณะ 12 13 14 15 อยู่ทุกเมื่อเป็นภาษาเป็นสุภัททะอันจะมีวิชามีผลแท้จริงๆๆเช่นนี้เรียกว่ามีอธิษฐานแท้ๆมีองค์สัมมาทิฏฐิสัมมาวายามะสัมมาสติสัมมาสังกัปปะดูดีๆนะเนี่ยเอามาไว้นะโมสัมมาสติขึ้นมาก่อนสัมมาสัมพุทโธเป็นองค์ประกอบจริงๆแล้วมันก็จะจัดจะเจียนให้พระโยคาวจรนั้นมีสัมมาวาจาสัมมาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะวงเล็บเปิด มโนปุพพังคมาธัมมาคิดแล้วก็มีพยานเล็กนั่นคือมโนเสฏฐามโนมยาวาจาการงานอาชีพของผู้ใดจะมีจะเกิดได้ก็ย่อมมาแต่จิตของผู้นั้นผู้นั้นวงเล็บปิดเพราะเราผูกพันแล้วว่าจิตมันมาก่อนเป็นประธานของทุกสิ่งซึ่งจะสัมมาแค่ใดจะดีจะงามจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นผลเท่าใดเท่าใดก็ต้องจิตเป็นก่อนเปิดมโนปุพพังขมาทำมาในพระโยคาวจรนั้นๆคือเป็นไปตามสัมมาทิฏฐิสัมมาวายาโมสัมมาสติสัมมาสัมพุทโธสัมมา วิ่งในปัจจุบันนั้นนั่นไงแล้วจะเป็นไปโดยดียิ่งสูงขึ้นเสมอๆต้องมีสัมมาวายามะอย่างสำคัญจริงๆตัวสัมมาวายาโมที่บอกว่าต้องมีสัมมาวายามะอย่างสำคัญจริงๆนะตัวดำเบ้อเร่อเลยแต่ใหญ่ๆกำกับเอาไว้เหมือนการปฏิบัติธรรมนี่ขาดสัมมาวายามะหรือขาดวิริยะขาดความพยายามขาดความเอาใจใส่ตั้งใจจริงๆเนี่ยไม่ได้หรอกเราจะรู้เลยนี่ปฏิบัติธรรมไปแล้วเรายิ่งจะรู้ผู้ใดที่มีสติปัฏฐานผู้ใดที่มีความรู้ในการปฏิบัติธรรมเมื่อวิปัสสนาแล้วจะเข้าใจพระพุทธเจ้าพอดีพระสารีบุตรก็ดีที่ท่านพยายามสอนพยายามบอกว่าจงทำขณะ ขณะให้มีประโยชน์เราทำขนาดทุกขณะอย่าทำขนาดให้เสียเพราะพยายามทำทุกขณะให้ดีเราจะทำขนาดให้ดีได้นี่ต้องมีถ้ามาไหว้ย่าโมหรือมีความพยายามอย่างยิ่งยวดต้องพยายามมีสติและก็พยายามระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอเป็นอานาปานสติปฏิบัติไม่มีฌานอย่าให้มีนิวรณ์ 5 นิวรณ์เข้ามาจับภาพไม่ว่าจะเป็นนิวรณ์เชิงไหนมันถามเราในฐานะการก็เบาบางพยาบาลหน่อยแล้วแหมพี่น้องเอ้ยถ่านหินถ่านนี่มันรักกันยิ่งกว่าที่ถูกกับหูเคยได้ยินว่าคิดถูกกับหูนี่มันโมโหมันรักกันจริงพวกหัวหน้าตาเธอนี่เขาเรียกหัวหน้าตาด้วย จะมากินมันจะขึ้นที่หูนี่ก่อนมาไอ้ที่อื่นมันก็ไม่เห็นชัดไอ้หูมันเอาก่อนเลยเพราะเขาจะเรียกหูหนาตาเล่อในโลกให้ก่อนที่พูดเพราะว่ามันมันรักกันจริงมันคิดถูกๆมันเห็นเชียวแหมมันเล่นมันมันรักกันมันชอบยังไงมันคงอร่อยมันน่ะนะไอ้ตู้มันก็อร่อยเหลือเกินไอ้หูอะไรเนี่ยตรงๆไปเลยเห็นแดงใสเต็งขึ้นมาเลยเดี๋ยวผมจะดูเห็นง่ายใบหูเนี่ยเพราะฉะนั้นไอ้จิตราที่มันกำลังหาไม่เคยพบไม่เคยเจอเกิดมาในโลกอยู่กับการพยาบาลนอนไม่เป็นอันนอนกินไม่เป็นอันกินพอได้มาพักผ่อนหน่อยพอได้ไม่เต้นไม่ดี ไอ้การไม่เอาแล้วก็รู้ๆแล้วทีนี้จะเข้าใจฉันเข้าท่าแล้วจะไปพยาบาทใครจะไปขอโทษอาฆาตมาดร้ายอะไรก็เข้าใจพอได้แล้วไม่เอาแล้วไม่เต้นไม่ดีจริงๆนะมันมีความจริงมันก็ชักจะเอนเดียวเฮ้ยหยุดนี่มันกว่านอนนี่มันกว่าหลับนี่มันกว่าหรือไม่ได้เธอไม่ได้มันเป็นตัวจริงเพราะว่าเราจะต้องรู้ให้ทันสมัยสำคัญทีเดียวแต่ว่าเราจะไปนั่งคิดหวานๆหมูถ้าเผื่อว่าเราตกฐานผีน่ะไม่ช้าเราคือพระอนาคามีตั้งบางเบาและเป็นผู้ที่ดีอย่าใช่นะเพราะว่าถ้าคิดผัวนะท่านถือว่านิวรณ์ 5 นี่ถ้ายังไม่อยากอยู่แล้วเราก็ไม่นับก็เอายาหรอกกามมันจะหมดเลยพยาบาทจะเกลี้ยงหมอต่อเลยก็ตามเสร็จแล้วคุณเองคุณจะมา แหมเผลอไม่ได้นอนวันหนึ่ง 18 ชั่วโมงแล้วก็ยังๆหรอกอย่างนี้ไม่เรียกพระอริยะเขาเรียกขยะเขาเรียกพระพระขยะไม่ได้พระอริยะนี่เป็นอริยะได้ยังไงเพราะเราก็จะต้องพยายามอย่ามีความเผลอไผจึงจะจัดการกับมันได้อย่าเผลอไปแม้เราไม่เผลอไผ่นี่นาพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเนี่ยถ้าเกิดว่าผู้ใดขาดความหลับขับความขี้เกียจขับความหลับขับความขี้เกียจขับความบิดตายขาดความไม่ยินดี แล้วก็ขับความเมามายในอาหารออกได้สัมมะด้วยความเพียรนี้กำกับด้วยนะขับไอ้พวกนี้ 5 ตัวนี้ออกได้ด้วยความเพียรสัมมาอะระหังผู้นั้นย่อมบริบูรณ์ได้ฟังให้ดีนะมันเป็นคำสอนที่เกี่ยวโยงกันชัดเด่นที่สุดเพราะยิ่งยิ่งฟังอธิบายมายิ่งชัดเลยเนี่ยเอาตูดนี้มาอธิบายใหญ่แดงอริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ได้นั่นน่ะนายตัวใหญ่อาตมาอ่านที่นี่ยังใช้ใส่แว่นหน่อยไม่ใช่เห็นเบอร์หน่อยนึงใส่แว่นแจ๋วเลยอ่านชัดแต่ตัวข้างล่างอ่านไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ไอ้ตัวแดงขบวนประจำเลย อริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ได้เพราะเนี่ยเด็กขับไอ้เจ้าพวกนี้กับความรักความขี้เกียจคร้านความบิดกายความไม่ยินดีความเมาในอาหารต่างๆด้วยความเพียรด้วยความเพียรทำไอ้พวกนี้ออกได้ด้วยความเพียรอริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ได้เห็นภาพมันยิ่งชัดเราเคยอ่านเคยฟังแล้วเราก็ขาดขาดแต่เราไม่ชัดเพราะถ้าเราชัดว่าเราจะเข้าใจจริงเลยโอ้โหจริงหรอ ร้านประดิษฐ์เตือนและนิทานคนพวกนี้ฐานคนที่อริยมรรคในปฏิบัติอย่างไรสัมมากรครับออกไปได้โดยเฉพาะตัวร้ายๆพวกนี้ไม่เมามายเลยอาหารไม่จัดจิตใจจะต้องเบิกบานแจ่มใสเรียกว่ามันไม่มีอะไรที่มันมีอะไรผิดไม่บิดกายอึ่งอ่างชื่อชาเชื่องช้าๆเหนื่อยๆเฉื่อยๆอยู่ไอ้แบบนั้นน่ะไม่ค่อยผ่านหรอกถ้าเช่นเคยเหนื่อยๆอยู่คนเดียวเดี๋ยวไอ้ตัวไอ้ตัวแรกเลยไอ้ตัวขี้เกียจไอ้ตัวความลับมันมาด้วยกันไอ้ตัวนั้นก็คือตัวขี้เกียจนั่นแหละไปเรื่อยๆเปื่อยๆอย่างนั้นน่ะรอยชายต้องเก่งต้องแต่งไปนั่นต้องบอกใครเขาก็รู้หรอกว่าไอ้ตัวนี้มันตัวเดียวกันเพื่อนกันกับตัวขี้เกียจนั่นน่ะ ลูกบิดขี้เกียจนี่ก็คือตัวที่มันขี้เกียจจนเห็นขึ้นขนเลยเรื่อยเปื่อยไล่ควายเลยอ่ะมันชัดเจนว่าเราจะต้องขับพวกนี้ออกก่อนเมื่อขับพวกนี้ได้จิตไม่มีนิวรณ์โดยเฉพาะโทรบอกแล้วว่าผักกามมันกวนก็แน่นอนคุณจะไปได้อะไรพยาบาทมันควรจะไปได้อะไรเพราะแม่สีน้ำมันกวนคุณก็ทำอะไรไม่ได้สติปัฏฐานไม่ได้ต้องมาเรียมักไม่ได้ถ้ามาเรียนมักไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้แล้วมันจะไปได้อะไรเข้ามาตั้งแต่ปากสัมมากัมมันตะสัมมาวายามะเอ้ยสัมมาอาชีวะมันจะไม่ได้อะไรถ้ามาตั้งแต่ปากมันก็ไม่ได้กับปะอะไรความฟุ้งซ่านมีอะไรพอดีๆดีๆลูกน้อยความฟุ้งซ่านก็ครอบครองแล้วบางทีพอดีๆๆโอ้โหหลายเรื่องเลยหลายนิทานเลยอันนี้เคยพูดบ่อย นั่งอยู่กับเพื่อนดีๆที่จริงตาก็แข็งดีนะตายนั่งอย่างเพื่อนให้ตาแข็งเลยแต่ถ้าเผื่อว่าช่วงนั้นนะไอ้ช่วงที่มันกำลังตกภวังค์ตกหลี่ข้างในน่ะมันหลับไม่หลับหลับในโดยไม่รู้เนี่ยเอามือไปอย่างนี้ก็ไม่รู้เรื่องหรอกที่จริงฟัดนั่นน่ะอยู่ในภวังค์ไปหลายเรื่องเลยแหมไม่รู้อะไรไม่รู้ไปแล้วได้เรื่องมาเลยเพราะรู้สึกตัวขึ้นมาโอ้โหเมื่อกี้นี้วับเลยบางคนหลงวันนิมิตซะด้วยนะไม่ให้เมื่อกี้นี้นิมิตเลยมีนิมิตนั้นนิมิตรนี่บอกเพื่อนได้เลยเคยไหมไม่เคยก็คงจะเคยทุกคนนั่นแหละเรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องแปลกเรื่องแปลกอะไรคือมันนั่งหลับในเผลอๆที่จริงมันสีน้ำตาล อย่างนี้เราเรียกที่ไม่มีทางจิตตกแล้วก็เป็นภวังค์พอทีนะมีทักเข้าไปหน่อยไอ้ตัวอุทิศจากของเรายังมีอยู่มันก็เสริมเลยมันก็ฟุ้งซ่านไปเลยเกิดเรื่องอะไรไม่รู้ไอ้อย่างนี้มันจะเป็นสติปัฏฐานมันจะไปปฏิบัติธรรมจะปฏิบัติฌานอะไรไม่มีได้ทั้งนั้นน่ะเพราะงั้นก็สำคัญเราจะต้องมีสัมมาวายามะต้องมีความพยายามพยายามอยู่เรื่อยอานาปานสติใดที่เราเคยฝึกมาแล้วต้องพยายามมีสติมีสติ Store Assistant ต้องมีตัวสังกัดพยายามไม่มีอยู่เสมอ ทัวร์สรุปทัวร์พร้อมหรือตัวทั่วพร้อมรู้สึกตัวทั่วพร้อมนี่คือความหมายของสติทั้งสิ้นแล้วรู้ตัวทั่วพร้อมแม้จะใช้ภาษาอื่นที่ท่านว่าไว้ในอานาปานสติที่เราเคยอธิบายกันน่ะภาษาบาลีเราจะต้องรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่กายเราใจเราเราอยู่ในสภาพอย่างไรพอทำงานอยู่ก็ทำงานไม่รู้ไม่รู้ว่าเราทำอะไรแล้วๆเธอสัมผัสกับอะไรก็ไม่รู้มันก็ไม่ได้ปฏิบัติสติปัฏฐานถ้าเราทำงานอยู่ก็รู้ว่าเรากำลังสัมผัสกับอะไรเราก็ได้ปฏิบัติสติปัฏฐานแม้ว่าเราไม่ได้ปฏิบัติงานการอะไรนั่งอยู่เฉยๆเราก็รู้สึกตัวทั่วพร้อมกันเนี่ยเรามีสติสัมปชัญญะอยู่นะไม่ใช่เราตกไปแล้วนี่สู่นิวรณ์นิวรณ์นั้นนิวรณ์นี้ไม่ได้ถ้าอย่างนั้นมันมีสติปัฏฐานเพราะแม้ ฟังธรรมอยู่ขณะนี้คุณก็กำลังมีสติปัฏฐานคุณต้องมีสัมมาวายามะมีความพยายามไม่มีสติให้มีธรรมเอาวิจัยให้มีวิริยะหรือให้มีสติให้มีวายามะแล้วสัมมาสังกัปปะนี่อธิบายมาก่อนแล้วพอสมาธิเป็นองค์นำแล้วสัมมาวายามะสัมมาสติและสัมมาสังกัปปะอันเป็นองค์ประกอบจริงคือตัวดำรินี่เองพอความเห็นอย่างนั้นแล้วตัวจิตที่จะมาใช้งานอื่นจะดำริอะไรจะทำอะไรมโนปุพพังเข้ามาทำมามโนเสฏฐามโนมยาไอ้ตัวจิตนี่มันมาก่อนเพราะฉะนั้นไอ้ตัวสัมมาสังกัปปะเนี่ยมันจะควบคุมมันจะมีแรงที่จะพยายามชี้นำเพราะมันเป็นจิตเป็นประธานอื่น เพราะจิตแล้วมันก็จะทำทางวาจาก็ตามทางสัมมากัมมันตะทางการกระทำที่หยาบแล้วเอามาทางกายกรรมก็ตามมันก็จะทำแม้ที่สุดทำเป็นอาชีวะทำเป็นอยู่บ่อยๆทำเป็นอยู่เสมอๆทำเป็นเรื่องราวที่ทำประจำเลยเรียกว่าอาชีวะมันก็จะพอเหมาะพอสมขึ้นมาเรื่อยตามสัมมาทิฏฐิตามสัมมาสังกัปปะที่เราจะควบคุมทำทำทำทำทำทำทำฝึกปรือความชำนาญจะเกิดปัญญาจะเกิดเราจะทำอะไรต่ออะไรจะมีกิเลสหรือไม่มีกิเลสเราก็รู้ว่าแนวที่จะเราฝึกตนจะเป็นกิเลสหรือไม่เป็นกิเลสเราก็จะอ่านถ้ายิ่งเราเป็นผู้ที่เป็นพระโยคาวจรที่รู้จักจิตแท้มีปริมาณอย่างจิตได้เก่งเลยเราก็จะได้ปรับปรุงจิตของ เสมอๆอยู่ตลอดเวลาเลยครับไม่มีอะไรเร็วกว่านี้พระพุทธเจ้ายืนยันว่านี่คือเอกนะโคมีสัมมาสติเป็นสติปัฏฐานแท้มีโพชฌงค์ดำเนินร่วมกันอยู่ในนี้อย่างที่นายอภิชาโสดอย่างนี้ที่บอกว่านิวรณ์ 5 เป็นอาหารของอวิชชาทุจริต 3 เป็นอาหารของนิวรณ์เอาแค่นี้ก่อนพอท่านบอกว่าถ้าเผื่อว่าทำย้อนกลับมาได้แล้วเป็นจุด 3 พอไปฝึก 3 แล้วมันก็จะกลับกลายเป็นนิวรณ์ 5 มันจะกลายเป็นโทษชงกับสติปัฏฐานทีเดียว มันจะกลายเป็นโพดชงกับสติปัฏฐานร่วมกันเลยขับนิวรณ์นี่มันเป็นตัวหลักเกณฑ์ที่เห็นชัดเจนเลยหลักเกณฑ์เห็นชัดเจนเลยมีโพชฌงค์องค์โพชฌงค์ 7 กับสติปัฏฐาน 4 พระเจ้าตากไว้เนี่ยอวิชชาสูตรมันเข้ามาทำงานร่วมกันแทนเลยปราบอะไรปราบนิวรณ์ 5 นิวรณ์ 5 เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะให้มีหัวหน้าเป็นอาหารอภิชาจะอ้วนปี๋เราก็ให้จิตของเรานี่มันอยู่ในพยายามควบคุมกายว่าจีนมโนด้วยเรารู้กายรู้ใจรู้มโนให้มันเป็นสุจริตแล้วก็พยายามกระทำจิตที่ร่วมทำนั้นหรือบทปฏิบัติทั้งหมดเลยองค์ประกอบมันก็จะเป็นพวกชงกับสติ มันจะเป็นพวกโจ๊กกับสติปัฏฐานร่วมกันอยู่ที่เดียวกำลังทำงานข้านี่วอนอยู่ไปทีเดียวเมื่อข้านี่วอนไม่ให้นิวรณ์มันมีเชื้อไม่มีอะไรไอ้อวิชชาก็ผอมลงผอมลงผอมลงผอมลงผอมลงผอมลงขาดใจตายเพราะมันไม่ได้นี่วอนเป็นอาหารนะมันไม่ได้นิมนต์เป็นอาหารมันกลับได้โพชฌงค์มันกลับได้สติปัฏฐานหรืออวิชชาก็หายตายซากเหมือนกันเพราะมันไม่ได้อาหารที่จริงของมันมันได้สิ่งที่เป็นเป็นตัวข้ามันได้สิ่งที่เป็นตัวข้าซะด้วยนี่มันยืนยันเอาสูตรไหนสูตรไหนหรือว่าเอาความรู้ข้อไหนข้อไหนที่เรามีเรียนรออะไรต่ออะไรเท่าที่เราพอจำได้อธิบายถึงกันได้ถ้าเผื่อว่า มันไม่มันไม่ไกลกันเกินนักอย่างสูตรง่ายๆเนี่ยยกมาสัมพันธ์กันให้เห็นเนี่ยมันก็ถึงกันมันก็อันเดียวกันคุณเข้าใจสูตรไหนแล้วคุณก็ทำมันก็ตรงคนนั้นคนนี้เอามาถามมันก็ตรงเมื่อเราเข้าใจจะเห็นได้ว่าภาคปฏิบัตินั้นมันไม่ได้หลอกเย็ดนอกทางอะไรมากมายย่นย่อมาเป็นสติปัฏฐานก็ทุกข์เรื่องย่อมาเป็นสมาชิกมาเป็นศีลสมาธิปัญญาก็ทุกข์เรื่องย่อมาเป็นอะไรต่ออะไรก็ได้ 23 ต่อหรือจิตของพระโยคาวจรทุกคู่ที่จะบรรลุผลแท้จริงจะต้องมีมหัศจรรย์หรือจะต้องสหรัฐกะตะจิตอย่างนี้ทุกคนฟังดีๆนะมีสหรัฐกับมหากษัตริย์สหรัฐ รองเท้ามันมีความหมายหนึ่งมหากษัตริย์มีความหมายนึงนะไม่มีละเว้นจะต้องได้จิตอย่างนี้ทุกคนไม่มีละเว้นมากหรือน้อยก็ตามแต่อินทรีย์ตามแต่ภาระของพระโยคาวจรนั้นๆตามจริงเพราะอะไรไม่เฉพาะและเจ้าตัวจะยังรู้ตามรู้ไปถึงลูกถึงรูปได้หรือไม่ก็ตามแต่ฉันตามแต่เชิงแห่งจิตละเอียดปัญญาลึกซึ้งหลักแหลมของพระโยคาวจรนั้นๆอีกบางคนไม่รู้หรอกเป็นอยู่ทำแล้วก็จิตเป็นอยู่แต่ว่าไม่ความรู้ได้บางคนก็รู้แล้วแต่พระองค์ภาจรคนนั้นมีความเก่งขนาดไหนมีภูมิอย่างไรข้อสำคัญก็คือต้องมีสภาวะธรรมนี้ทุกคนสภาวะทำอย่างนี้ของผู้ปฏิบัติธรรมมีทุกคน ตัวเองไม่รู้เท่านั้นแหละตัวเองถึงพูดไม่ออกเราอธิบายไม่ได้เพราะว่ามันต้องมีสภาพจริงมันต้องมีการขัดเกลาจริงมันต้องมีบทบาทที่จะต้องฆ่าต้องแกงกันจริงๆเรื่องของเรื่องอ่ะไม่มีอาหารก็ไม่มีอาหารกินหรือว่าทำสิ่งนี้เป็นอาหารของสุจริตมันก็เป็นสุจริตจริงแต่มันนั่งรถดาวก็ไม่มีไม่เห็นก็เราเองไม่เห็นแต่มันต้องมีความจริงในตัวบุคคลผู้ปฏิบัติประพฤติจึงจะถึงการบรรลุผลได้อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นธรรมธิอย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นธรรมดาพระอริยเจ้าของพระพุทธศาสนาแท้ๆจึงจะต้องมีทานทุกคนไม่ละเว้นนี่ขัดค้านกับ พระอภิธรรมเลยนะคัดค้านกับศาสนาที่เขาสอนมาอีกตั้งเยอะโดยเฉพาะพระอภิธรรมนี่สอนเลยฌานก็ต่างหากพระอรหันต์ที่ไม่ต้องมีฌานก็ได้ก็ว่างั้นแล้วเขาก็อธิบายฌานไปอย่างนึงและส่วนใหญ่อธิบายชาญอย่าว่าจะอภิธรรมเลยพวกนั่งหลับตาชาหรือชาญแบบฤาษีแบบอะไรต่ออะไรก็อธิบายอย่างนั้นหมดอ่านี่จะได้ฟังที่นี่และขอยืนยันว่าอาตมาอธิบายสอดคล้องกับพระพุทธเจ้าโดยยกสามัญญาผลสูตรมายืนยันกับคุณแล้วพระพุทธเจ้าท่านบอกว่านี่โดยปกติสามัญของศาสนาพุทธจะต้องเป็นอย่างนี้โดยมักโดยผลปฏิบัติไปตามเป็นอย่างนี้ 3 วันนี้ผลซึ่งมันก็เหมือนจรณะ 15 นั่นแหละ 3 วันได้ผลสูตรและมันก็ได้เพราะมันไปเรื่อยๆเรียงไปทำอย่างโน้นอย่างนี้ก่อนถึง ขึ้นไปหาพี่ชาไม่มีฌานนั้นมันจะไปได้พิชชายังไงเพราะจะต้องได้ทุกคนเป็นแต่เพียงว่าเรารู้หรือไม่รู้เท่านั้นแม้แต่พระโสดาบันแม้แต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ขั้นปลายสุดจึงจะนับได้ว่าเป็นผู้มีวิชชาจะระณะสัมปันโนเพราะต้องมีวิชาจริงๆถูกจุดตรงเป้าที่สำคัญสุดแท้ๆและมีจรณะ 15 ด้วยมีด้วยนะผู้บรรลุธรรมต้องมีทั้งจะนะมีทั้งวิชาโดยเฉพาะชาว 1/2 ฌาน 3 ฌาน 4 นั้นคือจรณะ 12 13 14 15 มันมีอยู่ในสถานะเองไม่เช่นนั้นไม่ใช่สัม No ไม่เช่นนั้นไม่ใช่ผู้เข้าถึงนั่นหมายความว่าผู้บรรลุธรรมแท้ๆหรือผู้เข้าถึงธรรมสัมปันโนผู้บรรลุธรรมแท้ๆอันนี้แปลความไม่ชัดของทางพุทธศาสนายังมียังมีต่อสร้อยไปอีกผู้บรรลุธรรมแท้ๆของทางพุทธศาสนาหรือหมายเอาโลกุตระบุคคลวันโสดาบันก็เป็นโลกุตตระบุคคลมันก็ต้องมีผู้จะต้องเกิดโรคจิตโรคจิตและบุคคลคือผู้นั้นจะต้องเกิดลงอุตรดิตแม้ขั้นต้นก็ตามก็ต้องมีวิชชา 8 อันเป็นของพุทธองค์เปิดอันเป็นของพุทธถ้านับเอาฌานนี้เป็นวิชาเข้าไปด้วยก็เป็นวิชาการวงเล็บปิดอันนี้ก็วงเล็บบอกไว้ ชอบแต่นี่ก็เรียกตามที่รุ่นก่อนๆเขาเรียกเขาเรียกมาโดยเขาไม่รับชาญเป็นวิชาไม่นับฌานเป็นยานไม่นับชาเป็นอภิญญาไม่รับทานเป็นความรู้แต่ผมเห็นว่าวิชานี้มันเป็นวิชาเป็นความรู้เป็นยานฌานไม่เอาต้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน