210202-167 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน167-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt
เนื้อหาในไฟล์
พฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าวคนนั้นจะเห็นแทนคนนี้ไม่ใช่มันเป็นปัจจัยมันเป็นสิ่งที่รู้เห็นดีจริงเห็นเองเข้าใจชัดเข้าใจดีสัมผัสได้ของเราอยู่อันนี้ทัศนาอนันตังมันสว่างไสวมันรู้ชัดเจนอยู่ที่ในตัวเราที่มีแล้วผู้ที่ยังไม่มีสภาวะถ้าฟังธรรมะชั้นลึกซึ้งจึงฟังได้แต่แค่ฟังเป็นสุทธิระยะปัญญาหรือแม้จินตนาการตามก็เป็นกินตามระยะปัญญา เป็นการคิดคาดคะเนคำนวณเอาตามสิทธิ์ได้เอาสิ่งที่เรามีปัญญาอ่อนๆมาคำนวณตามมาผูกร้อยตามก็เป็นกินตามระยะปัญญาแต่ถ้าผู้ใดมีเจโตอันเป็นเจโตแล้วเป็นจิตอันเป็นจิตแล้วมีสภาพอันเป็นสภาพแล้วที่เรามีเคยมีเคยเป็นเคยเกิดพอพูดถึงอธิบายไปผ่านอันนี้อธิบายถึงสภาพนี้เราจะบุพเพสันนิวาสย้อนดึงเอาอันนั้นมาได้มันได้ทีเดียวและสภาพนั้นเมื่อผัสสะจริงเมื่อเกิดจริงเมื่อเป็นจริงในวาระใดวาระหนึ่งเรา จะยืนยันชัดแจ้งเลยทีเดียวจะเห็นจริงมีจริงเลยทีเดียวนี่ก็คือสภาพธรรมที่เราจะต้องรู้จิตรู้ธรรมารมณ์ด้วยบัญญัติภาษาประกอบเป็นสิ่งขยายเป็นสิ่งที่บรรยายเท่านั้นเองไม่ใช่ตัวจริงอันนี้ทัศนันท์มันไม่ได้เห็นได้เลยคนที่คนอื่นจะไม่เห็นด้วยแต่เราเห็นเองเป็นเองมีเองมันเป็นธาตุรู้ที่มันรู้ตัวรู้สัมผัสตัวรู้นั้นอยู่เห็นตัวรู้นั้นอยู่ไม่รู้สภาพนั้นอยู่ท่านจิตท่านทำอารมณ์จึงไม่ใช่ของใครใครจะไปเห็นจิตของใครได้นั้นเป็นเรื่องที่โม้ใครจะไปเห็นจิตของใครได้เนี่ยถึงจะมองไม่ใช่เรื่องจริงเป็นแต่เพียงการ นวลเป็นแต่เพียงการวัดเป็นแต่เพียงการอาศัยสภาพที่มันมีแรงส่งไม่ใช่ไปเห็นจิตจิตไม่มีตัวตนเห็นจิตไม่มีเนื้อที่ตัวจิตไม่มีตัวไม่มีรูปไม่มีรากมันมีแต่กิริยามีแต่อาการมีแต่กริยาอาการถ้ากริยาแรงเห็นได้ง่ายหน่อยถ้ากิริยาไม่แรงเห็นยากหน่อยวันที่จิตไม่มีกิริยายิ่งอ่อ
อ่านต่อ
นยิ่งเบายิ่งบางแล้วยากจะไปเห็นของใครและใครกันได้ยากมากผู้ที่มีจิตเหนือจริงๆจิตท่านจะต้องเป็นจิตที่พิเศษจริงๆต้องเหลือใช้จริงๆจึงจะสามารถไปเห็นจึงจะสามารถไปรับสัมผัสสิ่งที่หยาบกว่า ได้ทีนี้เวลาเห็นที่ว่านี้มันก็ไม่ใช่เห็นอย่างที่ว่าจะไปแปรสภาพนั้นตามที่เราแปลคนที่สัมภาษณ์รับสัมผัสคลื่นอะไรก็ตามแต่เราก็จะมาแปลคลื่นหรือว่าแปลสัญญาณแต่สัญญาณตามสัญญาของเราแล้วแปลเอาตามเรานะเราจะไปนั่งที่บางคนเนี่ยแสดงหน้าตาท่าทางอย่างนี้แปลว่ารักแสดงหน้าตาท่าทางนี้แปลว่าโกรธไม่ตรงกันนะเราควรแสดงอย่างนี้รักบางคนแสดงนี้โกรธไม่ได้เหมือนกันหรอกไม่ได้เป็นอย่างเดียวกันถ้าเผื่อว่ามีอารมณ์พิสดารเป็นคนวิปลาสหน่อยอาจจะแสดงกลับกันเลย แสดงหน้าตาอย่างนี้คนทั้งหลายแหล่เขาว่าเป็นหน้าตาแห่งความชังแต่แกแสดงนี้ออกมาหมายคำว่ารักแสดงหน้าตาอย่างนี้แปลว่าไม่ชอบตามคนทั้งหลายเขาสมมุติเรายึดถือคนๆนี้วิปลาสคนละอย่างกลับกันกลับแสดงไปอีกอย่างหนึ่งเป็นรักครั้งนี้หน้าตาแบบทำเป็นรักนะตาหน้าตารักเป็นช่างอะไรอย่างนี้เป็นต้นมันมันกลับได้สำหรับคนที่สร้างสร้างสมมุติให้แก่ตนเองเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปจนกระทั่งกระทบไปจนตรงกันข้ามกันจนกลับกันเสียเจ็บเป็นอร่อย อร่อยเป็นเจ็บที่จริงเจ็บเป็นทุกข์เจ็บเป็นไม่อร่อยนะแต่ไปเกิดเอาจนกระทั่งสัมผัสเจ็บเป็นอร่อยเป็นต้นยังกินพริกนี่มันแสบมันเผ็ดมันทุบนะมันเป็นอะไรก็เพราะสร้างกำหนดหมายหลอกกันยั่วกันโยนกันจนมาเห็นจริงต้องอย่างนี้จึงจะสุขจึงจะทราบถึงจะอร่อยก็มากินพริกไอ้สัตว์เผ็ดๆอร่อยแท้จริงมันเป็นลักษณะที่ร้อนเป็นลักษณะที่ปฏิกิริยาที่มันร่วมกันยากกิริยาที่จัดมีการจัดอยู่ในตัวภาพที่มันมีปฏิกิริยากันและทีนี้คนก็มายั่วอายุกัน ให้มีอุปทานให้เห็นไปชอบเห็นไปติดอะไรเนี่ยจนติดจนเข้าใจผิดไปอีกอย่างหนึ่งบางคนทนได้อย่างเก่งเลยถ้าไม่ได้อันนี้อยู่ไม่สุขด้วยต้องไปหาอันนี้มาเสพจึงจะสุขใจถึงขั้นอย่างนั้นที่เขากระทำกันในโลกก็ยุบแหย่กันอย่างนี้หมุนเวียนไปแล้วก็เป็นทุกข์เป็นสุขโดยไม่รู้ตัวและอะไรต่ออะไรมันก็เคลื่อนก็ย้ายเพราะว่าได้เปลี่ยนกันไปเปลี่ยนกันมาจนกำหนดผิดอย่างที่กล่าวนี้ถ้าเป็นได้ไม่ตรงกันทีเดียวแต่ส่วนใหญ่ก็ตรงกันส่วนใหญ่ก็ตรงกันแต่จะมีพิเศษมีสำหรับคนที่มันพิลึกพิลึกกำหนดผิดกลุ่มไปก็เลยมาเป็นหมู่คนใหญ่ๆส่วนใหญ่ๆ สมมุติเหล่านั้นอยู่จนคนผู้ที่มีปัญญาลึกซึ้งเรียนรู้มาจะรู้สมมติที่แท้จริงจะรู้สิ่งที่รวมสิ่งที่เป็นจริงอ่ะมันประชุมกันเข้าอย่างนั้นอย่างนี้เป็นอาการอย่างนั้นอย่างนี้จิตโดยเฉพาะตัวจิตเรามาประชุมรับรู้ไปปฏิกิริยากริยารับรู้รู้อย่างนั้นรู้อย่างนี้ไม่มีคุณภาพสามารถรู้สามารถจำสามารถที่จะวิเคราะห์สังขารหรือว่าเอามารวมกันหรือเอาไปแยกออกสังขารนี่เค้าว่ามันปรุงการปรุงไม่ใช่หมายความว่ารวมอย่างเดียวมันไม่ใช่หมายความว่าแยกอย่างเดียวมันหมายความว่าแยกออกก็ได้ดูดเข้าก็ได้เรียกว่าสังขารมีโลภะหรือโทสะเป็นต้น พระโทสะก็แยกออกโลภะก็ดูดเข้าเรียกว่าสังขารสังขารหยาบหยาบใหญ่ๆอยู่สังขารโดยที่เรียกว่ารวมแล้วก็ไม่มีความสามารถแยกความรวมผลักโดยไม่สามารถที่จะมีความสามารถปล่อยให้มันเข้ามาเกาะกันได้ติดกันได้รวมกันได้บ้างเรียกว่ารังเกียจจนแรงเกินไปและเรียกว่ายังมีอำนาจที่ไม่เข้าใจหรือมีอำนาจผลักอำนาจสู่ที่มีตัวโดยที่เรียกว่าตัวเองก็ไม่สามารถบังคับการผลักดันดูดนั้นตามตามความต้องการที่เป็นผู้มีสังขารลักษณะนี้เรียกว่าสังขารจากโลกโลกถ้าผู้ที่อยู่เหนือและเข้าใจอาการสังขารแล้วดูเนื้อสังขาร สามารถที่จะให้ผลักก็ได้สามารถที่จะให้ดูดก็ได้จึงเรียกว่าเป็นผู้ที่เหนือสังขารการปฏิบัติธรรมจะต้องรู้เท่าทันสังขารและอยู่เหนือสังขารสามารถให้ผลักให้ดูได้จริงมีอำนาจเหนือจิตจิตนั้นจะผลักจิตนั้นจะดูดจะยอมรับไว้ดูดไว้ให้มันเป็นไปแล้วก็จะปล่อยอีกเมื่อไรก็ปล่อยได้ไม่ต้องดูไม่ต้องเกาะกลุ่มไม่ต้องประชุมกันอยู่เป็นอารมณ์จิตเกิดเป็นช่วงๆๆมีอยู่เป็นอยู่แล้วเราจะปล่อยให้มันกลางๆไม่ต้องผลักไม่ต้องดูดเราก็ทำได้ทุกอย่างแต่อะไรก็แตะแล้วก็ปล่อยแตะแล้วก็ปล่อยแกะแล้วก็ปล่อยรู้แล้วก็เฉยๆรู้แล้วก็วางรู้แล้วก็ไม่ต้องมีงานอะไรรู้แล้วก็ว่างรู้แล้ว ยังไม่มีงานก็ทำได้ทำได้จริงๆต้องอ่านจิตให้ลึกละเอียดต้องพิจารณารู้จิตอย่างชัดที่สุดมันจะจำก็จำเท่าบอกว่าให้มันแตะแล้วมันวางมันก็จำน้อยถ้าแตะแล้วก็ไปกำหนดลงไปให้มันสำคัญชัดๆย้ำลงไปเตือนให้มันมันก็จะจำได้มากทำความสำคัญให้มันมากๆว่าจำไว้มากๆนะอันนี้ดียิ่งนักให้จิตมีจิตใช้กำลังอย่างใดอย่างหนึ่งให้ดูมากๆนะจะมีได้ตามที่เราสามารถที่จะใช้แรงดูดนั้นเขาเรียกว่าความจำก็จำจากที่ว่าจำไม่ได้เกิดรสชาติอะไรเพราะฉะนั้นถ้ายิ่งเกิดรสชาติและจำไว้ถ้าไม่เกิดรสชาติไม่ติดที่ใจมันก็จำยากแต่เราจะ ดูรถบังคับซ้อนลงไปอีกจำไว้อันนี้สำคัญมันเป็นกิเลสอะไรหรอกเป็นความรู้เป็นของดีที่จะเอาใช้ประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นตัวเราเองนั่นน่ะไม่มีปัญหาอะไรแล้วในสิ่งเหล่านั้นจะจำไว้เถอะอันนี้เป็นของดีของที่จะเป็นประโยชน์ในช่วงระยะที่เรายังมีชีวิตอยู่มันก็จะเลือกจำในสิ่งที่ดีในช่วงระยะที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เหมือนกับเราบอกตัวเองว่าเรายังมีชีวิตอยู่เราก็จำจำไม่มั่นใจให้เรียนทำให้มากเท่าที่มันจะมากได้สิ่งนั้นอย่างนั้นไอ้นี่ไม่ควรจำมันจะไม่จำเพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นพระอริยะแล้วเรื่องความดีก็ตามความเร็วก็ตามมันจะจำความดีถ้าเป็นส่วนใหญ่ความเลวมันจะไม่ประจำการประจำความเร็วและโดยเฉพาะ เรื่องของคนอื่นที่เราจะเอามาจำเพื่อที่จะหาทางยกไปตีเอาความเร็วนี้ไปตีผู้อื่นไปยกไปฟาดคนอื่นไปยกไปเอาไปให้อวดอ้างของเขาจำไปบอกเขาเนี่ยจำยากถ้าเราไม่กำหนดจริงๆลงไปแล้วก็ไม่เคยจำผู้ที่ไม่จำความผิดของผู้อื่นก็ไม่เป็นภัยเป็นพิษต่อผู้อื่นเจอใครก็ไม่เห็นเขาผิดมันก็ไม่ทุกข์ไม่ร้อนมันไม่ทราบไม่ฟังยิ่งเจอแต่เขาเจอแต่ความดีความดีของคุณนั้นผู้นี้เจอหน้าก็จำแต่ความดีมันก็ยิ่งจะดีมันก็จะคบหากันสบายถ้าไปจำที่ไปจำสิ่งที่เลวแล้วเขาเลวอันนั้นน่ะเขามาทำเอาเราเจ็บๆแสบๆด้วยถ้าจะไปจำอย่างนั้นเรียกว่าตัวอาฆาต เปิดโรงพยาบาลพอสัมผัสกันเพราะใกล้กันเพราะแตะกันพับเข้าไอ้เรื่องนี้ขึ้นมาขวางเลยจะเกิดความสัมพันธ์ไม่ได้เพราะมีสิ่งขวางขึ้นมาเลยไหนอย่างนี้ก็ทำให้ความสามัคคีทำให้ภราดรภาพทำให้สันติไม่เกิดถ้ามันอาฆาตแรงพยาบาทแรงมันก็จะหาเรื่องมาแก้แค้นไปทีเดียวถ้าผู้ที่มีปัญญาดีรู้ความเป็นจริงย่อมไม่กระทำโทษภัยหรือทุกข์ให้แก่ตัวก็จะไม่ไปจำความผิดของใครจะวางจะปล่อยความผิดของผู้ใดเห็นแล้วก็รู้รู้แล้วจะจำได้แต่จำไปตามประสาที่มันจะจำ เซ็นสัญญากำหนดหมายไม่ติดใจไม่ผูกใจทำได้ก็จำจำไม่ได้ก็ไม่ว่าอะไรถ้าเผื่อว่าความจำวันใดที่เราควรกำหนดเราก็จะรู้เหตุปัจจัยถ้าผู้ใดมีตัวจิตจริงๆว่าเราจะจำความชั่วของผู้อื่นก็จำได้แต่ว่าเราไม่มีจิตที่ไม่มีอาฆาตไม่มีพยาบาทไม่มีเกลียดชังในความชั่วได้จริงไม่มีเหตุการณ์ความชั่วก็รู้ว่าสักแต่ว่าชั่วความดีก็รู้จักแต่ว่าดีมีจิตที่ละเอียดจริงๆว่าไม่ติดไม่โกรธไม่แค้นไม่เคืองไม่ถือสาจริงๆมันมีอำนาจหยาบอำนาจกลางอำนาจละเอียดอย่างไรก็เข้าใจผิดไม่มีผูกพันไม่มีถือสายจริงได้เรารู้ว่าคนนี้มีความ ความชั่วอย่างนั้นเขามันก็ทำกับเราซะด้วยมาฟาดฟันกับเราซะด้วยแต่เราก็ไม่โกรธไม่อะไรได้จริงแล้วจะจำความชั่วนี้ของเขาได้ก็ได้แต่ถ้าเราจำความชั่วนี้แล้วเกิดเป็นภัยต่อตนแพ้ภัยตัวเพราะเราจำความชั่วนี้ไว้แล้วว่าเกิดจิตไม่ดีสัมผัสเมื่อใดหรือไม่สัมผัสก็ยังเกิดทุกข์ร้อนเกิดการอาฆาตมาดร้ายด้วยการไม่สัมพันธ์กันไม่มีสามัคคีธรรมไม่เป็นพระราชดำภาพหรือไม่สันติทำอะไรร่วมกันก็ไม่ได้เป็นอะไรก็ขัดๆก็เก้อห่างๆมันไม่มีความสัมพันธ์อันสนิทแนบได้เลยไม่มีการเป็นกันเองไม่มีการแนบเนียนเขินๆขัดๆขวาง ไม่สนิทมันเป็นจริงเป็นจริงเพราะฉะนั้นผู้ที่รู้อย่างนี้ของตนเองก็จะไม่ไม่ไม่ไม่รับไว้ก่อนจะไม่ให้จิตของเรามีรับเอาตัวไม่ดีของเขาไว้ต้องมีกรรมฐานต้องรู้เราจะไม่เอาความชั่วเราจะไม่จำความไม่ดีของเขาไว้ถ้าขืนทำแล้วมันก็แจ้งช่างไม่สนิทเพราะว่ามันมีกิเลสอยู่ในตัวจริงต้องล้างกิเลสตัวไม่พังไม่โกรธไม่ชอบไม่เอาไอ้ช้างไม่เอาชอบสนิทจนกระทั่งสัมพันธ์กันและติดแจเลยห่างก็ไม่ได้พอสมควรก็แตะกันเข้าแล้วดูตับเลยชอบก็ไม่เอาถ้าเราไม่ชอบจัดจิตของเรามีเธอชอบอย่างนี้ เขาจะไม่จำมากมันก็จะไม่รักมากเราก็จะไม่ชอบมากเราต้องรู้นัยยะของจิตของตัวเราเองแท้ๆถ้าเราไม่รู้อาการของจิตไม่รู้โรคของจิตของเราอย่างนี้เราจะทำไม่ตรงกับกรรมฐานของเราเราจะไม่รู้ว่าเราจะอะไรเป็นตัวการใหญ่บริษัทอายะอะไรที่เราจะควรจะแก้ไขจะปรับปรุงจิตใจมันมีลักษณะยังไงที่มันทำเราจะไม่รู้ก็ไม่รู้เราก็ไม่ได้ปรับได้เปลี่ยนก็ไม่ได้ปรับเล่นเกมมันก็เป็นที่ยังเคยนั่นแหละเมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็เป็นกี่ชาติกี่ชาติกี่ชาติมันก็เป็นอยู่อย่างนั้นก็ไม่เกิดผลดีอะไรก็จะต้องพยายามปรับปรุงจิตที่เป็นประกายยักษ์ของเรารู้ตัวจิตของเราแท้ๆให้ได้แล้วเราก็จะเปลี่ยนจุดเปลี่ยนใจออกมาได้โดยจิตใจได้แล้ว ไม่ค่อยสบายโรคเขาเองก็มีความประสานสามัคคีแล้วก็อยู่อย่างประสานสามัคคีแม้แต่เราจะพบกับคนที่คนอื่นรู้ว่านี่เป็นศัตรูกันหรือแม้เราก็จะจำได้ก็ได้ว่าเราจำได้อยู่ว่าคนนี้เคยเป็นศัตรูเป็นผู้ที่เคยทะเลาะวิวาทเคยขัดเคยขวางเคยเข้ากันไม่ได้แต่ถ้าจิตใจมันหายจริงแล้วคบหากันทีนี้ประสานไปหมดเลยแม้แต่ลูกศิษย์เจอกันกายสัมผัสวจีสำคัญมันสำคัญกันไปหมดเลยมันดูกลมกลืนมันไม่ดูมีอะไรขัดขวางไม่มีอะไรขัดเขินดูกลมกลืนประสานกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภราดรภาพ ไม่มีอะไรดูก็เขินมันเป็นจริงแต่สำหรับการเป็นอยู่ธรรมดามันก็จะเรียบร้อยราบรื่นไปเลยทีเดียวนอกจากเราจะมีบทบาทอะไรขึ้นมาเราจะมีกรรมกิริยาเราจะมีนโยบายมีกุศโลบายและเมื่อมีการงานอะไรขึ้นมาอันนี้แยกอันนี้ทำตัดอันนี้ทำต่ออันนี้สำคัญนะอันนี้ไม่สำคัญนะเพื่อให้ขัดให้แยกอันนี้เพื่อให้ต่อกันก็ทำต่อกันนะประสานกันอย่างนี้นะมันก็จะมีกรรมการกิริยาทางกายจะมีกรรมทางวจีสุริยาทางวชิมอบหมายจะทำเครื่องหมายให้รู้ว่าแยกให้รู้ว่าดูด สัมพันธ์ไปให้รู้ว่าตัดออกขาออกมันจะมีมันจะมีได้อย่างเรียบร้อยทีเดียวอันนี้คนต่อคนเอาคนสองคนมาอธิบายมาแยกแยะชัดๆเห็นแต่คนหลายคนมันก็มีทั้งผลักทั้งดูดมีทั้งรวมมีทั้งแยกหมุนไปเวียนมาผสมผสานกันอยู่จึงจับยากดูยากอย่างผมจะทำความสัมพันธ์กับใครในขณะสำคัญผมสำคัญอยู่ทุกคนสำคัญแล้วเราก็ตีแยกสี่แยกไปในตัวแยกบางทีก็แยกกายบางทีให้แยกย้ายบางทีให้ดูดกายแยกใจ บางพลีให้ดูดใจแยกกายจะทำความเข้าความออกกระทำอยู่สลับซับซ้อนเป็นกรรมวิธีให้หัดตัดหัดแยกหัดดูดให้รู้ภาวะควรดูดให้รู้ภาวะควรแยกลักษณะพวกนี้เป็นลักษณะของโลภะโทสะทั้งนั้นเราไม่สูงแต่เราไม่ต้องเราต้องรู้ชัดเราต้องรู้ไม่ผิดเป้าเจตนาอย่างไรควรจะเป็นอย่างไรขณะนี้ต้องทำหัวทำหางทำการดูดหรือทำการผลักทำการประสานอยู่อย่างพอดีพอดีมันก็จะเกิดภาวะที่สมตัวเกิดภาวะที่เหมาะที่สุดจะไปจะมาจะอยู่ ฟิวเจอร์พาร์คจะทำอะไรต่ออะไรขนาดนั้นขนาดนี้ได้อย่างง่ายที่สุดเลยตามสมตามที่ต้องการจะทำให้หนาแน่นๆคงทนก็ได้จะทำประเดี๋ยวเดียวก็ได้จะทำขนาดนั้นขนาดนี้มีขนาดที่กำหนดได้หมดเลยเป็นสมาธิสังกะจะให้เป็นไปอย่างนี้ดำเนินอยู่ไม่หยุดก็เป็นสมาธิสักคนที่รักได้ไม่หยุดไปเลยดำเนินอยู่หรือจะให้ได้ขนาดใดขอบเขตขนาดนี้แล้วตัดเองนะขนาดนี้ก็ตัดขนาดนี้แล้วตัดเหมือนกับตั้งเครื่องอัตโนมัติได้เลยอันนี้ให้ได้ขนาดนี้แล้วตัดเอาอันใหม่ขนาดนี้ตัดออกใหม่ขณะนี้ตัดหรือจะให้ขนาดเล็กขนาดใหญ่ขนาดใดขึ้นมาตั้งได้ตามต้องการเพื่อตังค์ไว้แล้วก็ดำเนิน การติดตั้งขนาดไว้เรียกว่าการริตะการที่เดินเครื่องเรียกว่าโคจรเป็นไฟทำได้ทุกขนาดเก่งเท่าไหร่ก็เรียกว่าอภินิหารเท่านั้นเพราะสิ่งใดที่เราเรียนรู้อยู่ทุกวันนี้ประพฤติอยู่เราก็มีการรู้สมาธิหรือจิตแท้จริงจะต้องฉลาดรู้เป็นสมาธิกุศลรู้จิตชัดๆสมาธิคือญาณคือวิมุตคือปัญญาที่รู้กับสิ่งที่เราเองจะตัดหรือจะอยู่อย่างรู้นี่เรารับรู้มาเราให้มีให้มีนี่เรียกว่าดูดที่ทำให้มีให้เป็นให้เกิดถ้าไม่มีไม่เป็นไม่ให้เกิดตัดปล่อยอันนี้เอาออก ไม่มีไว้เรียกว่าผลักหรือตัดหรือขาดหรือหลุดเป็นยานยานที่รู้นี่ต้องรู้หมดในขณะที่จะมีในขณะที่จะไม่มีไม่ได้รู้เรื่องอื่นใดรู้เรื่องจิตจิตที่เป็นตัวรากเหง้าที่จะเข้าไปรู้แกนแก่นอันนี้แล้วกำหนดเอ้าว่าเราฝึกหัดการเคยเคยมาปัดหมายความว่าเคยสิ่งที่เราจะให้เกิดเราให้เกิดอะไรที่จะไม่ให้เกิดเราก็พยายามตัดไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่ให้เกิดมันมันไม่ให้มันมีเราก็ทำไว้ทำไว้ทำไว้ทำไว้ให้ติดต่อกัน 1 เดือนสิ่งที่ให้เกิดไม่มีแล้วก็ทำไว้ไอ้สิ่งที่เกิดมันไม่เคยมันไม่ค่อยได้ มันทำได้ยากมันทำให้มันมีได้ง่ายๆทำให้มีได้บ่อยๆให้มันเคยบ่อยๆเรียกว่าสมาบัติทำที่จิตเราเสพคุณเข้าใจให้ดีซะก่อนทัศนาแล้วก็สังวราสังวรและก็ปฏิเสธเวลา สมมติฐานรหัสหยุดอย่างนี้รหัสเป็นอย่างนี้มาแล้วตอนนี้เราก็มาหัดเลิกอันนี้เป็นอันใหม่เดี๋ยวพวกสมาชิกชาวพื้นฐานเลิกก็เลิกได้จะให้เป็นก็เป็นได้สลับไปสลับมาสลับไปสลับมาอีกเลิกก็เลิกได้ฉันก็ทำได้เป็นสมาชิกสภาทนายเก่งทีนี้จะเอาขนาดไหนเอาขนาดนั้นเอาขนาดนี้เป็นสมาชิกกำหนดขนาดได้กำหนดได้ขนาดใหญ่ที่สุดแล้วก็บอกว่าเราได้จ่ายขนาดนี้แหละต่ำลงมาขนาดจนกระทั่งเอาเล็กก็เล็กได้ไล่ลงมากี่ชั้นกี่เชิงก็ตามที่เรียกว่ากำหนดขาดขนาดถูกขนาดถูก ได้เก่งเราจะให้เป็นไปทีนี้จะเป็นไปอย่างไรได้หมดจะให้สลับซับซ้อนเป็นขนาดเล็กขนาดกลางขนาดใหญ่สลับไปหรือว่าจะเอาแต่ขนาดเล็กขนาดนี้เท่านี้เท่านี้เท่านี้หรือว่าเอาเล็กกลางใหญ่โตไปขนาดเท่านั้นชั้นเท่านั้นเชิงก็ได้เราทำได้หมดเอาแต่ให้เป็นไปอย่างไรขณะใดที่เรามีสมาธิสักครู่จะรักหรือว่าปล่อยให้จิตเป็นไปตามที่เรากำหนดแล้วเราก็เป็นไปได้กำหนดขนาดตามที่เราต้องการสลับซับซ้อนอย่างไรก็ทำได้ก็ทำให้เก่งทำให้ยิ่งตามที่เรากำหนดจะให้มันเป็นให้มันอยู่ให้มันได้ก็เป็นผู้ที่อยู่เหนือมีสมาธิย่อคือทำได้จริงเราจะเรียนรู้และก็เพื่อฝึกเพื่อหัด เหล่านี้มันจะมีการเชื่อมโยงอยู่คนมันมีกายมีจิตเท่านั้นเองความประชุมของกายที่เป็นหยาบเป็นดินน้ำไฟลมก็รู้ชัดภาพตรงนี้เกาะกลุ่มมันถึงจะเกิดอากาศสภาพก็วิญญาณธาตุเข้ามาร่วมสังเคราะห์กันอยู่ได้ไม่ๆมาร่วมสังเคราะห์มันก็ทำงานร่วมกันวิญญาณธาตุที่เป็นตัวควบคุมอะไรทั้งหลายแหล่เหมือนกับรถยนต์เราเอาแท่งเอาท่อนเอาส่วนนั้นส่วนนี้มาประกอบกันเข้าหมดเพราะมันประกอบกันเข้าแล้วเราจะถึงพยายามสักพันได้มันก็พันขึ้นเครื่องมันก็ทำงานปฏิกรณ์ส่งกันไปหมดเหมือนมันไม่ มีพลังงานไม่ขาดสายพลังงานที่ไม่ขาดสายนั่นแหละเชื่อมโยงกันไปอยู่นั่นแหละเราเรียกมันว่าวิญญาณไม่ขาดสายเราเรียกมันว่าวิญญาณเป็นพลังงานที่เชื่อมโยงเป็นคนชนะทำเป็นผูกลูกโซ่ไปติดต่อเกิดดับเกิดดับเกิดดับเกิดดับเกิดดับอยู่ช่วงที่มันติดต่อเชื่อมโยงกันได้นั่นแหละเรียกว่าวิญญาณหรือเรียกว่าพลังงานมันก็ทำแล้วมันไม่หยุดตัวพลังงานเนี่ยมันก็ทำให้มันเดินมันมีโฆษณาเรียกว่าไม่มีคนมิตรภาพตามขนาดตามขนาดที่มันจะเกิดแรงระเบิดมันจะเกิดกำลังงานด้วยหน้าที่นั้นด้วยอย่างมีอะไรก็ตามแต่ไม่ใช่เปิดสักพันกันเป็นลูกโซ่เรียกว่าโฆษณา แล้วก็มีตัวมีตัวเหตุปัจจัยตัวที่เป็นกะหรี่ต่างมีอยู่ 2 ชนิดถึงจะเกิดชีวิตหรือจะเกิดอะไรในโลกแล้วจะมี 2 สิ่งนี้แหละสำคัญกันอยู่ทุกอันแม้แต่หนูเล็กๆก็มีพลังงานปะติดปะต่ออยู่ในนั้นมีการสลายตัวมีการเกิดอยู่ในนั้นทั้งสิ้นมันละเอียดจนเกินไปจนกระทั่งคนไม่รู้มันได้เขาก็จับไม่ได้กูจะเอาพลังงานจากอนูหรือปราบมาดูมาใช้ได้เล็กๆมันก็มีพลังงานที่เร็วรวดคล่องแคล่ววุ้นเส้นจับเอาพลังงานที่ไม่ปะติดปะต่อเป็นคนจะได้อยู่ในตัวอนูหรือ ดูมาใช้มันจะมีฤทธิ์มากมันยิ่งเล็กมันยิ่งแรงเอามากระจายออกได้ว่าเรื่องพวกนี้ถ้าเผื่อว่าเราได้รู้ได้เรียนได้เห็นได้เข้าใจอย่างถึงแล้วเราจะไม่สงสัยอะไรเลยในโลกที่โลกเขาทางวิทยาศาสตร์เขาคิดมาเพราะมันเป็นอำนาจอันเดียวกันแม้แต่จิตเราก็รู้แล้วเราก็ทำกับจิตของเรานี่แหละเป็นความชำนาญสิ่งเหล่านั้นเราก็ไม่ต้องไปทำงานเราไม่ได้ไปซื้อเราก็ไม่ต้องไปมีคนชนะและเราก็ไม่รู้ขนาดรูปร่างของทางอีกมุมนึงของวัตถุลูกท่านอื่นๆทางด้านวิทยาศาสตร์เก่งทางด้านจิตเราก็ มีรายการเรียนรู้และก็ฝึกปรือไปแล้วก็จะเข้าใจแล้วก็ชำนาญแล้วก็จะทำได้มันไม่มีรูปร่างเลยที่จริงมันมีรูปร่างตัวเล็กขนาดที่เราไปแตะจับสัมผัสมันไม่ได้มันจะเป็นแต่เพียงอาการแล้วอาการไหลอาการเป็นไปวัดลักษณะที่เราปั้นขึ้นปั้นขึ้นจนเรารู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยขนาดที่เรียกว่าเป็นอาโปธาตุที่ปฐวีธาตุต้องก้อนแข็งๆดีๆเด่นๆซะก่อนที่จะรู้ลูกก็ได้รู้ร่างมันได้รู้ตัวมันได้แต่คนอยากต้องใช้ปั่นก่อนหากคนไม่อยากไม่ต้องถึงขนาดนี้ขนาดนิดหน่อยเป็นอาโปธาตุจับตัวกันมานิดหน่อยแล้วก็รู้ได้แล้วถ้าคนที่ละเอียด เป็นแค่เตโชธาตุมีฤทธิ์ร้อนฤทธิ์เย็นจัดๆมีรูปร่างอย่างนั้นอย่างนี้แค่ฤทธิ์อาการร้อนอาการเย็นอาการเจ็บตัวไม่จับตัวอย่างละเอียดก็ได้แล้วบางคนจะต้องมีมันเป็นอุณหภูมิเป็นวาโยธาตุมันมีสภาพดันดินขึ้นมาไหวโค้งขึ้นมาก็รู้ได้แล้วก็ไปพูดละเอียดๆจนกระทั่งมาเป็นวาโยเอามาเป็นอากาศสภาพมาเป็นวิญญาณธาตุก็คือตัวรู้มันจะไปรู้อาการอย่างนี้แหละอยู่ในโลก บอกว่าจิตวิญญาณแล้วเราก็จะรู้ตั้งแต่เริ่มไหวแล้วจิตใจเราไหวหรือจิตใจเรานิ่งมีอาการนิ่งไม่ใช่ภาษานะยิ่งไม่หวั่นไม่ไหวมั่นคงกระทบสัมผัสอะไรก็รู้ตามจริงเลยมีธาตุรู้รู้ก็ทุกข์ร้อนก็รู้รอดแต่ไม่ได้ทุกข์อะไรไม่ได้สุขอะไรเย็นก็รู้เย็นไม่ทุกข์ไม่สุขอะไรอยากละเอียดอย่างไรก็รู้ทั้งหมดแต่ไม่ถูกไม่ถูกไม่ถูกก็ได้แล้วรู้อาการที่เรียกว่าทุกข์เกิดสุขของตัวเองด้วยของตัวเองของใครของมันไม่มีเราทุกข์ถ้าผู้ใดรู้ทุกอย่างแท้จริงในโลกแล้วก็ทนทุกข์ส่วนนั้นได้ แม้กระทบสัมผัสอย่างไรในโลกสัมผัสร้อนเย็นสัมผัสหยาบกระด้างสัมผัสอย่างโน้นอย่างนี้ถ้าเป็นคนอื่นมันก็ทุกข์แย่แล้วผมก็ทนไม่ได้แล้วแต่เราก็ทนได้โดยไม่ยากอะไรนั่นแหละเก่งนั่นแหละคือการพ้นทุกข์ที่ใช้ภาษาฟังดีๆนะใช้ภาษาพูดมีการพ้นทุกข์คนอื่นก็สัมผัสอย่างนี้เขาทุกข์แต่เราสัมผัสอย่างนี้เราไม่ทุกข์นี่แหละคือคนเหนือโลกคนเหนือโลกตอนนั้นผู้ที่สัมผัสอยู่ตามโลกสบายๆโรคปกติและโรคที่ไม่หลงโลกเป็นผู้ที่สังเคราะห์ชีวิตไว้ด้วยอาหารปัจจัยและนุ่มผมก็ แล้วประหยัดที่สุดขนาดนี้ที่อยู่ที่พักเราก็เข้าใจว่าคือสถานที่ที่จะอาศัยชั่วคราวหรือจะอาศัยนาอาศัยไม่นานอะไรก็ตามแต่ที่จะอาศัยเพื่อทำประโยชน์เพื่อก่อประโยชน์แล้วก็อาศัยปรากฏว่าอะไรเกิดขัดขืนขึ้นมาจะต้องใช้อันนั้นอันนี้ผสมผสานเพื่อให้มันบริบูรณ์เรียกว่ายาเราก็จะมีธาตุมีโอกาสภายนอกจากปัจจัย 4 นี้แล้วนอกนั้นก็มีแต่เครื่องมือประกอบเพื่อที่จะให้ง่ายให้สะดวกมีสิ่งจำเป็นอยู่ไม่กี่อย่างสำหรับเมื่อเป็นนักบวชแล้วบริขาร 8 สำหรับที่เราจะดูไปทำงานไปเป็นประโยชน์ต่อตน และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้างเล็กน้อยแต่จริงๆแล้วก็บริหาร 8 นี่คือประโยชน์ตนมีบาทมีจีวรมีเข็มมีได้มีมีดโกนมีอะไรงี้เป็นรูปแบบของนักบวชแบบพุทธก็มีบริขาร 8 นี่ซึ่งจะใช้อยู่ประจำบ้างเกินกว่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีก็ได้ถ้ามีก็ใช้เป็นประโยชน์อะไรเป็นประโยชน์ผู้อื่นทั้งหมดส่วนบริหารแต่นี่เป็นประโยชน์ตนเป็นประโยชน์ในเรื่องร่างสมมุติผมต้องการก็มีไว้สำหรับบิณฑบาตรเพราะว่าผ้ามันขาดไปใช้ได้ใช้เข็มสัญลักษณ์ ประหยัดที่สุดแล้วสำหรับมนุษย์ประหยัดที่สุดสำหรับมนุษย์สมัยโน้นทำไมท่านพระพุทธเจ้าท่านถึงใช้ทำโกลกหรือใช้คำว่าโกรธที่ขี้กรองน้ำก็เพราะว่าอุตสาหกรรมในการทำน้ำสะอาดมันยังไม่เก่งสมัยนี้ทำน้ำสะอาดได้มีคนทำน้ำกลั่นน้ำกรองน้ำหรือว่าหาวิธีเอาน้ำสะอาดจากใต้พื้นดินขึ้นมากินเพื่อรับน้ำฝนมากินได้มันมีมากมีเก่งสมัยก่อนนั้นการทำน้ำการรู้จักน้ำสะอาดยังไม่มีก็มีวิธีทำน้ำสะอาดกินก็ยังใช้น้ำใช้ Assistant ต้องยอมไปใช้ทำมาเคารพก็เพราะว่าสมัยแต่ก่อนนี้ไอ้เรื่องเบียดเบียนสัตว์เอ้ยเรื่องอะไรต่ออะไรโอ้ยก็เพ่งกันจัดที่สุดแกก็จัดมากินดูก็ดีศาสนานิคนก็ดีเพ่งกันจัดในเรื่องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนี่เพราะว่าทุกคนนี่มีใจละเอียดมีเมตตาคุณไม่เผาผลาญไม่ทำร้ายชีวิตวิญญาณใครเขารู้ว่าอันนี้มันลึกซึ้งพระพุทธเจ้าก็ต้องยอมทำตามเพราะว่าถ้าเกิดว่ากินน้ำอยู่ในน้ำนี่ว่ามีตัวสัตว์ได้เก่งนะแล้วก็จริงด้วยมันแทรกอยู่ในน้ำมันเยอะถ้าไม่กรองและแสดงว่าเรากินสัตว์นี่ไม่มีเมตตาเลยท่านก็จำเป็นต้องมีเอามาเคารพด้วยสมัยนี้ทำมาโกหกจำเป็นน้อยดังกล่าวแล้วเพราะว่าเรามีวิธีการกลั่น วิธีเอาอันนั้นอันนี้มาใช้ได้มากเราจึงไม่ค่อยจะเป็นอย่างไรจึงไม่ค่อยจะยุ่งยากนักแต่ก็จะทำก็ได้มันก็ดีนะอันนี้จะเป็นบริขารที่ห่างออกไปหน่อยนึงแล้วที่อธิบายอะไรต่ออะไรสู่ฟังนี้จะให้พวกเราได้หัวใจถึงรากฐานเข้าใจอะไรที่เกี่ยวพันกับเก่ากับใหม่แต่เดี๋ยวนี้มีเรื่องใหม่มีเรื่องอะไรต่ออะไรที่สร้างกอขึ้นมามีการเปลี่ยนแปลงดัดแปลงไม่เหมือนสมัยพระพุทธเจ้าแต่มันก็ยังไม่ออกจากร่างฐานเดิมที่พระพุทธเจ้า จะรู้ไว้แล้วชีวิตมันก็เท่านั้นมีปัจจัย 4 น้อยที่สุดประหยัดที่สุดแล้วนอกกว่านั้นมีบริขารบริขารเราอาจจะไม่แปลกสำหรับตัวเราเองหรือว่าอาจจะเปลี่ยนไปเป็นอื่นที่จำเป็นอย่างมียุงมากเราจะต้องใช้กฎอะไรเนี่ยมันก็พอเป็นไปได้แล้วเราเองเราก็ไม่ทุกข์ถ้าใครจะไม่ใช้กฎทนได้เลยนะถ้าคนอื่นนอนอย่างนี้มียุงกินขนาดนี้แล้วทุกข์ทรมานเดือดร้อนก็ทนไม่ได้เขาก็ทุกข์แต่ถ้าเราเองบอกว่ายุงอย่างนี้เราก็ไม่เป็นไรเราสบายแค่ยุงแค่นี้เราก็ไม่ทุกข์เป็นร้อนอะไรก็เอาสิไม่ต้องใช้กฎไม่ต้องใช้อยู่ไม่ต้องใช้อะไรเลย พยุงกัดได้ขนาดนี้แล้วก็สบายไม่เป็นภัยทั้งสุขภาพกายไม่เป็นภัยต่อสุขภาพจิตก็อ้าวเก่งไม่ใช่เด็กเก่งแต่ถ้าผู้ใดไม่เก่งก็แบกหามหน่อยเป็นบริขารเลยสวนสัตว์ที่เราจะใช้แล้วก็ทนเอาทนจนทนได้ดีไม่ได้เกิดรังเกียจยังนอนเป็นเหมือนกับส่วนหนึ่งของร่างกายมีบริขารประกอบแบบไปหามาเมื่อเรามีบาตรใบนึงก็ปล่อยใจแล้วเราก็หมดปัญหาเรารู้ที่สุดแล้วมีกฎอันนึงเรารู้ที่สุดเราก็ไม่มีปัญหาหรือแม้แต่จะไม่มีบาทเราก็ไม่ทุกข์แต่เรามีบาตรนี่แหละเป็นการดำรงชีวิตไปพอสมควรมีกฎอันนึงมีบาทอันนึงมีผ้า 3 ผืนมีอะไรเป็นเครื่องใช้เป็นปัจจัยเป็นอะไรพอดำเนินชีวิตไปเนี่ย ที่สุดแล้วเราก็ไม่เจ็บประจำที่จับใช้จากใครจะเป็นไม่หมุนเวียนเอากับใครไม่ไปจะได้มีอะไรหรือว่าสัมพันธ์กับใครอีกเอาอันนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและอยู่กับตัวเครื่องใกล้ตัวที่สุดแล้วก็อยู่พระพุทธเจ้าไม่ให้สะสมแม้ข้าวแม่น้ำแม่อาหารที่จะต้องกินทุกวันทุกวันทุกวันคนเรามองแล้วจะมองกลับกับพระพุทธเจ้าเฮ้ยทำไมก็มีค่าไว้นี่ไม่ต้องไปบิณฑบาตรแล้วหมดแล้วเราค่อยไปหากันมาอีกทีนึงมันก็ดีกว่าที่จะมีบาตรเป็นเดินหามีบาทไปเดินบิณฑบาตรเอาข้าวมากินทุกวันทุกวันบางคนก็อาจจะมองเห็นได้เห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive