210310-180 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน180-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt
เนื้อหาในไฟล์
ศุกร์ที่ 10 มีนาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์โลกกลมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาทำวัตรกันต่อถ้าเราได้ทำวัดกันเมื่อวานนี้ถึงสูตรสำคัญที่เป็นองค์อันควรแก่การประกอบความเพียร 5 องค์องค์การควรแก่การประกอบความเพียร 5 องค์ซึ่งถ้าเผื่อว่าผู้ใดได้ปฏิบัติ จงปฏิบัติถูกมีองค์อันควรแก่การประกอบความเพียร 5 องค์นี้ได้ครบครันแล้วล่ะก็โทรศัพท์พระสมาสและพุทธเจ้าท่านยืนยันว่า 7 ปีนั้นก็ยกไว้จะต้องไปได้ได้บรรลุธรรมขั้นสุดยอดแน่ช่วงเวลา 7 ปียิ่งกว่านั้นถ้าผู้ใดมีเก่งกว่านั้นไปอีกรับรองว่าได้น้อยกว่านั้นเราไปอีก 6 ปี 5 ปี 4 ปีไล่ไปจนกระทั่งถึงเดือนเดียวจนกระทั่งถึงคืนเดียววันเดียวจนกระทั่งถึงสอนแล้วในตอนเย็นรุ่งเช้าก็จะบรรลุคุณวิเศษ หรือว่าสอนแล้วในตอนเช้าเย็นลงก็จะได้บรรลุคุณวิเศษถึงปานนั้นมันก็คงรับรองเพราะว่าพระพุทธองค์เองเป็นองค์ประกอบอยู่ในนั้นด้วยแต่ตอนนั้นก็ตามสิ่งนั้นเราไม่มีพระพุทธเจ้าอยู่เราก็ไม่ได้เราก็ต้องรู้ความเป็นจริงเราก็ไม่หวังล่ะแต่เป็นสิ่งที่สูงสุดแล้วอันนี้เราก็จะต้องทำสิ่งที่สูงสุดมีให้บริบูรณ์ซึ่งผมเองก็ช่วยแม่ว่าถ้าเป็นไปตามนี้จริงก็จะจริงแต่เรามีสัมมาทิฐิมาแต่ต้นแล้วก็มีองค์สมัครองค์ 8 ครบบริบูรณ์ด้วย โพชฌงค์ 7 บริบูรณ์และเราก็กระทำกินอย่างนี้ตามองค์คุณ 5 ประการนี้จะเป็นจริงที่ว่าอย่างนั้นไม่ใช่ผมโมเมเพราะผมเองผมไม่เห็นทำถึง 7 ปีอะไรตามที่ก็เลยเคยรู้กันมาอยู่แล้วข้อสำคัญก็อยู่ที่ว่าเรามีความเป็นจริงในองค์คุณ 5 ประการของบริบูรณ์หรือไม่ก็ต้องทำความเข้าใจเมื่อวานนี้เราได้อธิบายข้อที่ 1 เป็นผู้มีศรัทธาคำว่าศรัทธาศรัทธาอะไรแต่ผู้มีความเชื่อเชื่อเชื่อเชื่อเชื่อมั่นเห็นจริงศรัทธาในเมื่อมันเกิดเต็ม เป็นความเชื่อมั่นเห็นจริงเชื่อแล้วก็ปักยึดจุดเลยแล้วก็เดินทีนี้ความเชื่อ
อ่านต่อ
นั้นน่ะมีความเห็นความเชื่อในต้องมีความเข้าใจความเชื่อนั้นต้องเกิดด้วยความรู้ว่ามันรู้ว่าอ๋อไอ้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้เป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ต้องเข้าใจทีนี้ความเชื่อนั้นก็อธิบายต่อไปว่าย่อมเชื่อความตรัสรู้ของตถาคตว่าแม้เพราะเหตุนี้เหตุนี้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระอรหันต์นี่มันช่วยอย่างนี้มันมีคำอธิบายไม่ใช่ไปเชื่อไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยเชื่อตายไปเชื่องมง แต่เรื่องที่พระพุทธเจ้าท่านจำกัดความลงไปว่าชื่ออะไรเชื่อว่าเพราะเหตุนี้อย่างนี้แหละความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้ตรัสรู้ก็เพราะว่าเป็นอย่างนี้แล้วก็ได้อย่างนี้มีอย่างนี้อย่างที่ยกตัวอย่างให้ฟังอย่างนี้อย่างนี้คำว่าอย่างนี้อย่างนี้คือว่าเพราะพระพุทธเจ้ามีจิตที่ยังห่วงหาอาวรณ์อยู่ในโลกในราบในส่วนที่สรรเสริญอย่างนี้แล้วท่านก็รักเพราะรู้แล้วว่าอย่างนี้เป็นไทยเป็นโทษเป็นมายาของโลกแต่ก่อนรักมายานี่มาได้ จิตละขาดสบายมีสภาพธุรกิจถ้าอธิบายถึงเนื้อจิตอธิบายกับกิริยาอาการของจิตอธิบายถึงสภาวะของจิตก็จิตหมดความยึดติดปล่อยจิตคลายและมีจิตรู้ด้วยว่าควรจะสำคัญอยู่ด้วยเท่าไหร่ก็รับสัมผัสเป็นปัจจัยที่จะยังอยู่ยังเป็นไปเท่านั้นเองแต่ส่วนความจริงแล้วไม่ได้ติดยึดไม่ได้ห่วงหาอาวรณ์ไม่ได้เหนี่ยวไม่ได้เป็นอะไรเลยขาดสูญสลายตายต่อหน้าเดี๋ยวนี้ก็เฉยเฉยได้ก็เฉยๆไม่ได้ก็เฉยๆมันมีความขาดศูนย์เกิดแก่เจ็บตายวนเวียนอยู่ด้วยอะไรก็ โลกนี้เข้าใจเท่าทันโลกเข้าใจเท่าทันสิ่งที่มันปรุงแต่งมันสร้างมันเกิดมันมีขึ้นมาในโลกและไม่ได้เป็นทาสเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นเลยอย่างไรก็ตามอะไรก็ตามที่มันปรุงขึ้นมาในโลกแล้วเราก็ไม่รู้จักมันไม่รู้เท่าทันมันเราไปเป็นทาสมันจะต้องรู้ว่าเรายังเป็นทาสเรายังตกอยู่ใต้อำนาจครอบงำของสิ่งอย่างนั้นเหตุอย่างนั้นเรื่องอย่างนั้นเมื่อเรามารู้ชัดแล้วก็ทำออกได้จริงเราจึงจำเป็นพูดสภาพอย่างนี้เหตุการณ์อย่างนี้เรื่องราวอย่างนี้เป็นเรื่องตรัสรู้เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าชื่อว่า เป็นพระอรหันต์ความเป็นอรหันต์ยืนยันว่าการเหนือโลกหรือการไม่เป็นทาสโลกไม่ถูกโลกครอบงำอย่างนี้และอธิบายยกตัวอย่างย่อๆถ้าแตกละเอียดไปอีกเราก็เคยได้พูดกันมากไม่ใช่ว่าเพราะอรหันต์คือเพราะเหตุว่าท่านเหาะได้ถ้ามีเงินมากถ้ามีหวังใหญ่คนมานับถือเยอะแน่นไปหมดอะไรต่างๆเครื่องแสดงอย่างนี้ไม่ลืมไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันที่ถูกต้องแต่เครื่องยืนยันนั้นเพราะเหลือโลกเพราะโลกุตระโรคอะไรก็อธิบายแล้วเมื่อกี้พูดแล้วโลกธรรม 8 ตัวกลางเลย เต็มไปด้วยการหลงลาภยศสรรเสริญและหลงโลกียสุขหลงความสุขอย่างโล่งๆที่เขาเป็นกันทั้งหมดทั้งหมดเหลือจริงๆโลกุตตระอยู่เหนือไม่ถูกครอบงำไม่ได้เป็นทาสอิสระหลุดลอยออกมาจริงๆแต่ก็อยู่ในโลกที่มีสิ่งอย่างโลกนั่นแหละแต่โลกเหล่านั้นไม่สามารถดูดติดไม่สามารถซึมซาบเป็นผู้ร่อนสะอาดเหมือนใบบัวใบบอนกับน้ำไม่ดูดไม่ซูมกันฉันใดสิ่งที่เป็นโรคอย่างนั้นอย่างนั้นแม้อย่ากลางละเอียดขนาดไหนก็ไม่ดูไม่ดูไม่ซื้อไม่แทรกไม่ซ้อนก็ไปได้ จิตใจที่จะต้องกลายไปเป็นทุกข์ปรุงถูกปนถูกแบ่งแยกเอาเนื้อจิตไปติดไปยึดไปชอบไปชื่นแต่ผัวมันไม่มีแล้วนี่เป็นการสะอาดร่อนลักษณะอย่างนี้เรียกว่าลักษณะของอรหัตกับคุณหรือความเป็นพระอรหันต์ของแต่ละเรื่องแต่ละสิ่งเพราะแต่ละเรื่องแต่ละสิ่งที่เรารู้เป็นหนึ่งเรื่องจุดหนึ่งอันหนึ่งเข้าใจไปได้แล้วเราก็จะรู้รอบรู้สิ่งที่จะเป็นสภาพที่เราหลุดออกมาได้เมื่อเราได้มาศึกษาเพราะเราเข้าใจจุดเป้าหมายนี้เป็นสมาชิกเห็นชัดว่าอย่างนี้เพราะเหตุอย่างนี้เป็นชื่อว่าเรียกว่าพระอรหันต์ไม่ใช่ว่าเพราะได้ถ้าทำ ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เสกเต่าเหรียญมีฤทธิ์ได้ทำพระเครื่องเก่งทำวัตถุมงคลเฮี้ยนหลังได้เก่งอย่างนี้เป็นคุณธรรมของพระอรหันต์ในความสามารถเพราะเหตุอย่างนี้จึงชื่อว่าพระอรหันต์ไม่ใช่เราจะต้องเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิต้องเห็นจริงว่านี่นะเพราะเหตุอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระอรหันต์ไม่ใช่เพราะเหตุอย่างนี้อย่างนี้ไม่ใช่เพราะเหตุไปสวดมนต์เก่งไม่ใช่เพราะเหตุว่าสาธยายเก่งไม่ใช่เพราะเหตุว่าพูดเก่งไม่ใช่เพราะเหตุว่ารู้มากความเป็นพระอรหันต์ แต่พอรู้สิ่งนี้เป็นโรคและเหนือสิ่งนี้ได้จึงเรียกว่าโลกุตตรธรรมจึงเรียกว่าธรรมะของพระเจ้านั้นเป็นธรรมโลกุตระไม่ใช่ธรรมะอื่นเนื้อโลกไม่ใช่ว่าลอยขึ้นไปเหนือแผ่นดินแล้วไปคร่อมโลกอยู่เป็นครอบครัวไม่ใช่อย่างนั้นเหนือโลกแต่เนื้อเพราะว่าโรคเหล่านั้นไม่สามารถดูดซึมไม่สามารถที่จะหยุดเป็นมีอำนาจเหนือได้เราไม่มีมีเป็นธาตุอย่างแท้จริงและโลกอย่างไรสิ่งที่มันตรงรายละเอียดจนกระทั่งถึงอารมณ์ ถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้จะมากำหนดจุดเราเราก็อิสระอะไรจะมาเหนือจิตเรามากำหนดจิตเราไม่ได้ในโลกเป็นอย่างนั้นจริงๆมีคุณธรรมอย่างนี้เลยว่าพระอรหันต์คุณธรรมอรหัตกับคุณและส่วนใดสิ่งใดที่มันบริสุทธิ์ 1 ส่วนก็เป็นอรหันต์กับคุณหนึ่งส่วนถ้าเป็นหมดในโลกนี้มีอะไรบ้างที่เราเองสามารถอยู่เหนือได้อย่างน้อยหลุดๆมาแล้วก็เห็นความเบาความว่าความปล่อยปลดออกมาจากโลกจะเห็นใครมีใครเห็นถ้าเรายังไม่ได้มีเลยมาฟังแล้วเข้าใจเข้าใจที่เห็นผลชัดเราก็จับเลยจับเรื่องอะไรที่เราติดที่เราควรจะลอง ตู่ดูซะก่อนพิสูจน์ดูจนเห็นความหลุดลอยวิมุตตัดขาดพ้นมาได้มันเป็นลักษณะอย่างไรมันไม่ดูดไม่ติดมันไม่ซึมไม่ทราบแม้แต่อารมณ์จิตมันจะเข้าไปแต่ก่อนเคยติดแต่ก่อนเคยยึดแต่ก่อนเคยเสพสมเคยอร่อยเคยรักเคยชอบเคยมีความสุขความทุกข์กับมันบัดนี้ขาดออกมาแล้วลูกต่อมาแล้วหมดทุกข์หมดทุกข์จึงเรียกว่าผู้ไม่มีสุขไม่มีทุกข์อย่างนี้เป็นจริงหมดรถหมดรถสุขรถทุกข์แต่ไม่ใช่หมดรถของความเป็นรถในโลกของมันไม่ได้หมดมันเป็นความร้อนของโลกมันก็เป็นความร้อนมันเป็นความเย็นมันก็เป็นความเย็นมันเป็นความเผ็ดมันก็เป็นความเผ็ดความเปรี้ยวมันก็เป็นความเปรี้ยว มันเป็นสีแดงมันก็เป็นสีแดงมันเป็นสีเขียวมันก็เป็นสีเขียวของโลกเสียงดังเสียงเบาเสียงประโลมเสียงอะไรยังไงมันก็เป็นของโลกมันเป็นลักษณะของโลกอยู่อย่างโลกนั่นแหละมันอยู่แต่เราสิอยู่เหนือมันแต่เรารู้เท่าทันขนาดชั้นเชิงอยากฟังละเอียดอย่างไรเราก็อยู่เหนือมันได้และแน่ใจที่สุดว่าอย่างไรเราก็ไม่วนเวียนกลับไปเป็นธาตุมันอีกมันมีปัญญาอันยิ่งมีปัญญาอันชัดเป็นญาณทัศนะวิเศษที่ตัดสินบอกเลยถ้าลักษณะนี้แกนอย่างนี้แก่นของมันอย่างนี้รู้แก่นของมันเลยรู้จุดเป้าหมายของมันแม่มันจะแปลงตัวมาใหม่แบบใดก็รู้เท่าทันว่าเป็นมายามันแปลงได้อย่างนี้อย่างเก่าแปลงตัวมันตรง น้ำตกแต่งมันถูกโลกเขาพยายามทำขึ้นใหม่มาหลอกมาล่อวนเวียนอยู่ตลอดในโลกแต่เราก็ยังถึงแก่นเสมอบอกว่าอย่างนี้แปลงมาในลักษณะของอบายมุขการพนันไม่มีปัญหาอย่างนี้เป็นลักษณะของสิ่งเสพติดเข้าใจทีนี้เรื่องของราคะกามราคะเข้าใจอย่างนี้เรื่องของบันเทิงการละเล่นอะไรมหรสพอะไรเข้าใจเรารู้แก่นแทนแก่นได้แต่ว่าเกลียดค้านจะมาท่องเที่ยวอะไรอยู่นี่เข้าใจแล้วแทงกันได้แล้วเราก็ไม่เป็นไปโดยไม่ติดไม่ยึดได้ตามทำจริงขนาดแต่ละขนาดอย่างนี้เป็นเรื่องของการตรัสรู้และเป็นเรื่องของความเป็นพระอรหันต์และเราก็แน่ใจ การตรัสรู้ชอบเองของพระพุทธเจ้านั้นมีสภาพชอบรู้ชอบเองปัจจัตตังรู้ได้ด้วยตนเป็นปัจจัยกับพุทธะด้วยและถูกต้องสมเหมาะสมควรที่สุดด้วยเป็นสัมมาสัมพุทธะด้วยพระสัมมาสัมพุทธะเป็นทั้งสัมมาสัมพุทธะเป็นทั้งปัจเจกเป็นทั้งอรหันต์เป็นหมวดเพราะฉะนั้นโสดาสกิทาอนาคาเป็นหมดเพื่อที่อยู่ยอดก็คือผู้ที่เป็นยอดมีไอ้ที่เก่าไอ้ที่ต่ำหมดครบสมบูรณ์ด้วยวิชาและพิจารณาดำเนินไปดีเข้าใจด้วยปัญญาความรู้วิชาโดยเฉพาะวิชาเหนือโลกส่วนวิชาอื่นจะรู้อีกก็มีอีกแล้ว แต่ละบุคคลแต่เป้าหมายอย่างนั้นไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของศาสนาเป้าหมายทางศาสนานั้นคือการรู้ความผิดของจิตที่เป็นธาตุโลกแล้วก็อยู่เหนือโลกพระพุทธเจ้าตั้งแต่ยืนยันว่าท่านเองท่านสอนแต่เรื่องโลกุตระเรื่องอื่นท่านไม่ได้เกี่ยวข้องก็ไม่รับผิดชอบใครจะไม่เก่งด้วยวิชากายพิเศษอะไรต่ออะไรที่โลกเขาทำกันก็เรื่องของเขาตัวท่านเองนั้นท่านไม่รับผิดชอบด้วยมีวิชาและพิจารณามีพฤติกรรมศาสนามักมีพฤติกรรมพฤติกรรมต่างๆเห็นได้ตั้งแต่มีศีลสำรวมศีลอยู่สังวรสินอยู่หรือ อัตโนมัติแล้วท่านก็มีศีลนี้บริบูรณ์เห็นได้ด้วยตากายวจีก็เห็นได้ว่ามีศีลยิ่งรู้ถึงจิตก็รู้ว่าจิตยิ่งเป็นสีละเป็นปกติข้างนอกนี่มองเห็นละเอียดด้วยตาเปล่าหรือด้วยอากัปกิริยานอกศีลหมายว่าอย่างนี้ท่านไม่ฆ่าสัตว์เห็นชัดกว่าธรรมชาติเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็เห็นยิ่งคบหากันนานก็ยิ่งเห็นว่าถ้าไม่มีจริงๆยืนยันได้ว่าจีนก็ไม่พูดพาดพิงไปฆ่าพี่น้องในจิตท่านได้มีมีจิตใจที่อยากฆ่าโดยจริงเลยหมดไม่ชอบไม่ช่างวางเฉยมันยิ่งจิตเป็นปกติไม่ต้อง ยามสัมผัสกันสัตว์จะร้ายจะเร็วจะทำยังไงกับท่านไม่เคยอาฆาตแม้มันจะขมับท่านกัดท่านกินท่านท่านก็ไม่ได้อยากฆ่าอีกนั่นแหละจิตปกติแล้วอภัยไม่มีโทรศัพท์ไม่มีโลภะไม่มีความเป็นถ้าเป็นจิตก็เพราะอรหันต์แท้ถึงขั้นฆ่าตัวนี้มันสูงเป็นอาทิตย์อาทิตย์ 4 แล้วเป็นอาทิตย์จิตไปถึงกับขนาดนั้นแค่พระโสดาบันมากินหน่อยก็อาจจะทนไม่ได้เหมือนกันแหละอาจจะต้องฆ่าเขาเพื่อเราจะอยู่ก็ยังรักตัวตนอยู่ยังไม่ถึงขั้นสิ้นตัวตนเพราะว่าพระโสดาบันนี่มันกัดเราเพื่อเราเห็นว่าเราจะตายก็อาจจะต้องฆ่ามันก่อนก็แค่โสดาบัน พระอรหันต์แล้วแม่มันจะกินเราแล้วก็ถ้าดิ้นรนออกได้ไม่เป็นก็ดิ้นรนออกไปธรรมดาไม่ต้องถึงไปฆ่ามันจะไม่ฆ่าถึงปานนั้นถ้าเป็นพระอรหันต์มันต่างกันอาทิตย์สีที่ต่างกันอย่างนี้ในยามมันไม่ตายนอกเมื่อกี้เห็นชัดว่าสีนี้บริสุทธิ์นี่ก็บริสุทธิ์นอกแล้วยังไม่ใช่ศีลเต็มแต่สีเต็มแล้วจิตปกติเลยไม่มีอาการที่อยากฆ่าไม่มีปัญหาไม่มีความปรารถนาลามกคิดปกติจึงเรียกว่าสีละสีหมายความผิดปกติปกติปกติปกติปกติและใน จิตเป็นธรรมะที่ทรงไว้อย่างนิ่งเฉยนะกรรมปฏิไม่หวั่นไหวเป็นธรรมะที่ไม่หวั่นไหวยังไม่เปลี่ยนไม่วูบวาบแล้วถึงศีลพิจารณาต่างๆจะเอาชนะทั้ง 15 มาจับก็มีพร้อมจะเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระอรหันต์ถ้าพระอรหันต์ก็จะมีพร้อมในจรณะแต่ว่าไม่เป็นอธิษฐานจนเกินไปนักสำหรับผู้ที่ยังต่ำก็ได้เพราะเราอาจจะเห็นว่าสีนี้เอ้ออย่างนี้มีดั่งมีพระอะไรเล็กๆน้อยๆสำหรับพระอาหารบางทีมีเหมือนกันบางองค์เพราะว่าท่านยังไม่ใช่ผู้ที่เข้าใจในศีลอย่างแม่น แต่ถ้าเขาเข้าใจแล้วก็ไอ้นี่เป็นหลักเกณฑ์พระพุทธเจ้านี่เป็นสีนี้ท่านรู้ท่านก็ไม่ละเมิดได้ง่ายดายไม่ยากหรอกมันจะสำรวมสังวรในศีลสำรวมศีลสังวรศีลหรือสำนวนอินทรีย์สังวรอินทรีย์จะมีเห็นจริงๆว่าท่านสำรวมอินทรีย์ระมัดระวังตาหูจมูกลิ้นกายหรือแม้ไม่ดูเราดูไม่ออกว่าท่านจะสังวรสำรวมในเรื่องตาหูจมูกลิ้นกายถึงใจถ้ารวมถึงใจระมัดระวังไปถึงจิตของท่านรองก็เห็นว่าเอ๊ะท่านก็ไม่ได้สงบสำรวมอะไรมันเป็นปกตินั่นแหละศีลตัวนั้นมันเป็นตัวจริง เหรียญพ่อท่านอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยไม่ละเมิดอกุศลอันใดไม่ละเมิดอกุศลดูตาหูจมูกลิ้นกายก็เรียบร้อยอยู่อย่างนี้เป็นต้นเรียกว่าจรณะสังวรสีแล้วก็สำรวมอินทรีย์พรั่งพร้อมเพราะฉะนั้นยึดตาเรื่องเครื่องปริ้นเรื่องเครื่องใช้อุปโภคบริโภคต่างๆมีประมาณและมีประมาณน้อยมักน้อยไม่จะมีประมาณมากมักมากสะสมไม่ใช่เลยไม่สามารถเพราะคุณธรรมของพระพุทธเจ้าและทำใดวินัยใดเป็นไปเพื่อมารับผิดชอบเพื่อมักมาก มักใหญ่ทำนั้นวินัยก็ไม่ใช่ของเราตถาคตเป็นอันเดียวกันของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นอันเดียวกันเพราะว่าลูกศิษย์ท่านก็จะต้องมีสัมมาทิฏฐิและธรรมตรงไทยย้อนแย้งไม่ได้เป็นผู้ที่มีอภิชาติธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อรับผิดชอบทำงานวินัยนั้นเป็นของเราตถาคตเป็นไปเพื่อมักน้อยเห็นเลยว่าเป็นผู้ที่ประหยัดมัธยัสถ์มักง่ายมีอากาศกริยาแสดงบอกเลยรู้ได้อย่างนี้เป็นสมาชิกนักการศึกษาเพื่ออุปโภคเครื่องบริโภคคือเครื่องที่เราจะใช้บริการตัวเองและอุปกรณ์ ตัวเองเป็นผู้มักน้อยไม่มีเครื่องบริการตัวเองอะไรมากมีส่วนมีเครื่องที่จะบริการตัวเองไม่ว่าจะเป็นปัจจัย 4 ก็ตามอย่าว่าแต่เครื่องบริขารเครื่องอะไรมากมายเลยแม้แต่ปัจจัยเรียกว่าสิ่งสำคัญต่อชีวิตก็เป็นผู้เห็นชัดเด่นเลยว่าน้อยเป็นผู้ที่น้อยได้เราเอาขอบเขตพระพุทธเจ้าเป็นกลางแต่ใครจะน้อยไปยิ่งกว่าพระเจ้าบ้างในบ้านสัตว์บางส่วนก็มีได้เป็นส่วนที่เห็นว่าเป็นไปได้ทั้งนั้นก็ไม่ได้ทรมานตนอะไรและก็เป็นไปได้ดีก็ได้ไม่เป็นไรเจ็บบางคนจะชั้น หมาน้อยของพระพุทธเจ้าดอกเดียวบ้างสองจอบบ้างคันน้อย 1 บ้างอะไรอย่างนี้เป็นต้นเหตุที่เคยเราเคยผ่านพระพุทธเจ้าตรัสไว้ก็มีได้พูดถึงน้อยกว่าอย่างนั้นก็มีใช้อะไรได้น้อยกว่าอาจจะใช้ผ้าน้อยผืนยิ่งกว่าอีกพระพุทธเจ้าใช้ถึง 3 ผืนทางโน้นอาจจะใช้ผืนเดียวระเบียบเกษียณต่างๆแต่ว่าท่านก็เป็นไปได้อยู่ดีก็ไม่ว่าแต่ทีนี้เราเอาว่าขนาดพระพุทธเจ้าเป็นกลางแล้วท่านทำเป็นแกนเป็นจุดทำอย่างท่านเหมือนอย่างท่านที่สุดถ้าทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าสุดแล้วเราถือว่าขนาดนี้ส่วนอื่นจะพิเศษไปอีกต่างหากก็เป็นส่วนตนตามจริตตามความถนัดของท่านแต่ละองค์แล้วแต่ ถ้าใครไม่ได้ไม่ต้องไปถึงขนาดองค์อื่นได้ขนาดพระพุทธเจ้าถือว่าสุดยอดแล้วฉันวันละหนนี้เป็นต้นใครจะ 2 วัน 3 วันหนวดของเขาเขาทำได้เขาไม่ทรมานตนไม่ได้บกพร่องไม่เอาผ้าไม่ได้เดือดร้อนอะไรทุกข์กายไม่มีทุกข์ใจไม่มีก็เรื่องของเขาแต่ส่วนใหญ่ประมาณปานกลางแล้วพระพุทธเจ้าท่านวางมาตรฐานสากลเป็น Standard วันนี้สถาบันนะคนทุกคนเป็นไปได้อย่างนี้ไม่ใช่ไปเอาส่วนที่เคร่งหรือว่าเกินเลิกอะไรอันหนึ่งของคนพิเศษพิเศษที่น้อยคนที่จะมีได้ความพิเศษอย่างนี้ไม่ใช่ถ้าเราความที่เป็นประมาณปกติ ปกติ 3 วันมนุษย์จะกินมื้อเดียวได้แต่บริบูรณ์ใช้ผ้าสามผืนอยู่บริบูรณ์สบายปกติสามัญใช้ได้สุดยอดสุดยอดแห่งนี้เป็นต้นที่อยู่ที่พักไม่จำเป็นจะต้องไปติดยึดอะไรมากมายอะไรนะอยู่ได้สบายยิ่งมาสร้างนิสัยให้เข้มเข้มเข้มกับของคนของผู้ที่เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเป็นพระสาวกนี้สร้างนิสัยลงไปอีกแม้แต่อาหารให้อาหารบิณฑบาตนะถ่ายภาพบางสูตรคุณทุกญี่ปุ่นอย่าว่าแต่มีที่อยู่ที่พักมีบ้านมีเรือนเลยอยู่เป็นคนมาให้ได้ไปตลอดตลอดไม่ได้อยู่ยามไม่ ยาดีอะไรกินน้ำเยี่ยวกินน้ำเยี่ยวดองดองให้มันได้น้ำอุ่นเน่าเน่ากินให้มันได้เป็นยาให้ได้ถึงอย่างนั้นด้วยซ้ำไปถึงจะไม่เป็นทุกข์พระพุทธเจ้าให้ลงไปถึงขนาดนั้นที่เป็นการสร้างนิสัยหรือเป็นการทำให้กินชาวสยามไปด้วยสภาพที่สำคัญไปด้วยเอากับกิริยาเป็นผู้ตื่นอยู่ติดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ ง่วงเหงาเป็นผัวเป็นผู้ที่หลับไหลเป็นผู้ที่ดับซึมเป็นผู้ที่โง่เง่าติดไม่ใช่เป็นผู้ที่ตื่นมีภาวะคล่องแคล่วมีภาวะคล่องแคล่วปฏิภาณก็ไว้ฉับไวต้องไวมิตรภาพตื่นมีลักษณะอย่างนั้นไม่ใช่สภาพมันลืมเสื้อเรื่องหงอยอึ่งอ่างไม่ใช่มันตรงกันข้ามสภาพอากาศคล่องแคล่วฉับไวมันพูดฉับไวอย่างนั้นเป็นคุณลักษณะเพราะงั้นเราต้องฝึกเรื่องวิชาชี ฝึกสติให้เป็นผู้ตื่นให้เป็นผู้ฉับไวต้องฝึกเสมอและฝึกให้ติดตัวเลยแล้วจะเห็นได้อาจจะเห็นได้ในลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเพราะสภาพนี้ถ้าเกิดว่าเราเองเรายังเป็นผู้ที่มีจรณะเห็นได้เหมือนกันสัมผัสเสมอเลยท่านนี่หลับเก่งอย่างนี้ยังไม่ใช่ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าถ้ายิ่งเผลอไม่ได้เผลอที่ไหนนั่งที่ไหนอยู่อะไรที่ไหนถ้าไม่มีอะไรปลูกอะไรควรอยู่หลับแล้วงีบแล้ววับไปแล้วอย่างนี้ไม่ใช่คุณลักษณะของพระพุทธเจ้าไม่ใช่จรณะไม่ใช่จรณะสัมปันโนไม่ใช่ปฏิบัติ ปลาที่เป็นสรณะสัมปันโนถึงพร้อมด้วยเจตนาไม่ใช่อันนี้มันจะเจริญเป็นผู้ที่ไหวแม้จะนอนหลับนอนหลับอยู่มีอะไรสำคัญเหมือนอย่างกับไม่หลับไม่มีช้าเป็นแต่เพียงเพราะอะไรนิดอะไรหน่อยก็เป็นผู้ละแวดก็วางไว้ไม่ใช่เอาน้ำสาดแล้วก็ยังนอนยังงัวเงียลุกขึ้นมาแล้วยังหลับต่อยังไม่รู้ว่าตัวเองถูกน้ำสาดแล้วมันไกลเหลือเกินพระอธิบายอย่างนั้นแล้วก็ไกลมากเป็นพวกคล่องแคล่วฉับไวมีปฏิภาณเป็นเหมือนตื่นอยู่เสมอ ทำไมงัวเงียไม่ง่วงเหงาไม่มีคืออธิบายลักษณะให้พยายามเข้าใจมุมให้เห็นเด่นชัดเชียวมันตัดผมว่าเราเองมีสภาพตกไปในทางง่วงเหงาทีนะมีพระและต้องแก้บอกได้เลยว่าพวกเรานี่ยังบกพร่องจุดนี้ยังไม่เป็นจรณะที่งามพร้อมไม่เป็นปาฏิหาริย์แม้แต่พระดึงขึ้นมาช่วยกันไม่ได้ดีเพราะว่าไม่มีที่พึ่งที่จูนทำสูงไม่ได้เช่นว่าฆราวาสเขาทักกัน แม่ง่วงไปนั่งฟังธรรมก็ง่วงเลยอย่างนี้เลยคิดดูซิว่าเจ็บแสบไหมพระแท้วัดเข้ามาเลยเป็นอย่างนี้ไม่มีเรื่องจริงนะไม่ใช่เรื่องมุกขึ้นมีแล้วในนี้แหละไม่ได้อยู่ที่อื่นด้วยที่นี่แหละทีนี้ไม่ดีเพื่อนแม้แต่เนี่ยแล้วแต่ว่าญาติพี่โคโยตี้เราก็พยายามพยายามที่จะมานั่งฟัง แล้วเราก็มานั่งพระเอกเป็นนักบวชเองด้วยหรือเปล่าที่หมู่เราเองแต่หมู่เราเองก็ไม่สลายเราเป็นฆราวาสเขาก็ว่าฆราวาสเขาก็แบ่งไม่ออกเท่าไหร่แต่ยังพระนักบวชอะไรงี้หรือว่าคนเป็นพวกเราที่เห็นเครื่องหมายรูปชัดว่าเป็นพวกอโศกแล้วเนี่ยมาแสดงนี้เขาก็เขาเข้าใจนะนี่เป็นเรื่องหยาบไอ้อย่างนี้มันของหยาบนี่เขาอยากอย่างนี้เขาก็ยังไม่เห็นเป็นถึงป่านนี้เขาก็อยู่ด้วยเราอยู่ด้วยแล้วเราทำไมถึงเป็นอย่างนี้ยังไม่มีข้อความนี้ไม่มีจรณะไม่มีพฤติกรรมที่มันชัดแจ้งอย่างเงี้ยมันไม่ไปป่าเสียหายแล้วมันเกิดผลดี เป็นสิ่งที่ทอนเป็นสิ่งที่ทำให้ลดเพราะเราต้องสังวรสำคัญให้มากเรื่องนี้เป็นเรื่องบกพร่องอย่างเห็นชัดแต่เป็นปัจจัยของอโศกตอนนี้เป็นสักกายะเป็นเรื่องตัวการร้ายเรื่องนี้อะไรอื่นก็ดูพอทำเนาอะไรอื่นก็ทำได้จริงๆแต่เรื่องนี้เรื่องผีน่ะมีพระเรื่องอะไรเนี่ยเป็นสัปดาห์นี้เป็นตัวการร้ายที่เด่นชัดเราจะต้องเอาเรื่องกับมันเราจะต้องเอาเรื่องกับมันต้องฆ่าเพียงติดต่อไปนี้จะมีการลดความเสี่ยงถ้าเพียงในเรื่องที่เรารู้มีปัญญาแล้วทำให้เกิด ต้องทำให้อาพาน้อยมันแสดงความเป็นโรคอย่างนี้มันเป็นโรคชนิดหนึ่งแต่เป็นโรคชนิดหนึ่งว่าเราจะบอกว่าเราไปเป็นผู้ตื่นไปอวดจะคุยว่าเราเป็นผู้ตื่นพุทธะเบิกบานแจ่มใสมันก็แสดงสภาพของสิ่งเดียวกันกับคำว่าพูดถึงถ้านั่งเข้าแล้วก็ดีลงมันจะเป็นเบิกบานแจ่มใสยังไงมันดีมันดีเขียวริบหรี่เขียวไม่ใช่เบิกบานแจ่มใสเพราะเราจะต้องพยายามผลัดเซลล์ผิวไฟอันนี้ต้องพยายาม ช่วยกันณจุดนี้เป็นจุดบอดหรือว่าเป็นจุดที่จะต้องพยายามหาเหตุปัจจัยและช่วยเหลือกันให้มากต่างคนต่างพยายามตัวเองก็เอาให้หนักคนอื่นก็พยายามช่วยถ้าเราไม่แก้จุดที่ร้ายที่ร้ายเด่นไม่ได้ความรู้สึกจรณะเพราะฉะนั้นจะระณะสัมปันโนเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยพฤติการณ์พฤติกรรมต่างๆมีเห็นได้สัมผัสได้หยาบๆยิ่งเห็นง่ายและเราก็อยากๆที่เราทำไม่ได้แล้วจะไปทำได้ลึกๆเนี่ยมันก็ยิ่งทานกันใหญ่สิเราจะต้องแก้ทุกอย่างเพราะฉะนั้นเรื่องชาญานะโยคะนี่ให้มากในเรื่องมัทนะพวกเราก็ไม่มี ไม่เป็นไรเรื่องสังวรอินทรีย์สำรวมศีลสังวรสีสำรวมอินทรีย์อะไรก็พอไปแต่ชาตินี้ยังบกพร่องขึ้นรถอยู่ยังไม่ถึงที่หรือว่ายังไม่ดูงานยังดูบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ยังไม่ถึงขั้นดูงานพยายามให้ดีแม้เบื้องต้นของเรื่องนี้เราก็ยังตกคะแนนตกมากแม้เบื้องต้นเบื้องยาอย่าไปพูดถึงเรื่องละเอียดเลยเพราะการฝึกปรือเจโตสมถะจะดูถูกไม่ได้ก็พยายามฝึกแม้แต่การเวลานั่งหลับเข้าไปแล้วก็ควบคุมต้องสติสายโปร่งแม้กระทั่ง หลับตาก็ไปนั่งเป็นตัวตื่นนั่งอยู่อย่างนี้เพราะฉะนั้นเวลาจะนอนแม่เราบอกว่าเราฝึกขัดสีหาดสายญาติยังคุยไม่ได้เลยเสียหาไสยาสน์อะไรกันขนาดนั่งแท้ๆยังไม่เห็นตื่นเลยถ้าไม่เสียหาดใหญ่หญ้าแล้วใครจะเชื่อจะเป็นสุนัขใส่ยากนะมึงผมก็หลับหรี่ไปหมดเพราะในเรื่องการอธิษฐานลึกละเอียดไปแล้วถ้าอยากเขาเองเขาก็ยังเห็นว่าอย่างนี้ยังไม่อธิบายความละเอียดได้เลยเขาก็จะไม่เชื่อเราไม่ได้ทำให้เชื่อหรอกเราทำให้งานแล้วเราก็รู้อยู่แล้วแต่เหตุผลว่ามันไม่งามเพราะมันไม่งามเราก็ต้องปรับปรุงแก้ไขขึ้นมาอันนี้เป็นจุด จะเน้นกรรมฐานหรือว่าเน้นที่พวกเราระแวงเราไว้หัดระวังกันให้พอดิบพอดีเพราะงั้นถ้าจะฝึกเจโตสมถะด้วยก็ฝึกหัดตื่นในหลับเข้ามาเจอตัวสมถะอย่าไปปรับแต่อย่าไปฝึกเจโตสมถะหรือจะฝึกลงไปจนกระทั่งถึงอสัญญีสามารถควบคุมจิตได้ถึงขนาดนั้นก็ดีแต่ต้องรู้เป็นสมาธิถือว่าไม่ใช่เรื่องติดไม่ใช่เรื่องที่จะไปเห็นจริงว่านิพพานคืออสัญญีสัตว์ไม่ใช่ผู้ชายไม่ใช่อัสสันอีสานยิ่งชัดเจนใหญ่เลยที่เราได้อธิบายย้ำกันไปแล้ว เสือชะนีพานนั้นมีจักขุมาประกอบด้วยจะมาประกอบไปด้วยเป็นผู้ที่นิพพานอยู่อย่างสิ้นรอบทั้งๆที่ลืมตาเห็นๆลืมตาตื่นโพรงอยู่ที่เดียวลืมตาเห็นๆอยู่เลยหรือว่าอย่างลืมตาอยู่ตรงๆไม่ใช่ไปนั่งหลับหูหลับตาอะไรนิพพานอย่าไปเข้าใจผิดอย่างนั้นเป็นอันขาดมีหลักฐานแล้วก็มีหลักฐานจริงแล้วก็จริงถ้าพิสูจน์ได้เราจะรู้จริงว่าเรานิพพานอะไรมาเรานิพพานตั้งแต่ของย่อยๆมาแล้วก็ตื่นโพรงยังไม่ต้องหลับไหลไม่ต้องหลบหนีไม่ต้องทำเป็นหลีกเล่นอยู่ต่อหน้าต่อตาเราก็ไม่ต้องตกเป็นทาสอย่างนี้จึงเรียกว่าอยู่เหนือมันคดี นี่มันมันจะไปอยู่เหนือมันได้ไงเล่าเนื้อมันก็หนีมันคนละอย่างนะเหนือโลกก็หนีโลกคนละเรื่องทีนี้โลกเหมือนอย่างเดียวเลยทีฤาษีหลบเข้าจะอยู่ในป่าในถ้ำไอ้นั่นไม่สู้โรคหรือหนีโลกภาคเหนือโลกแล้วไม่ใช่ไม่สู้โรคสู้และอยู่เหนือจริงๆด้วยไม่มีฤทธิ์ที่จะกำหนดจิตเราได้ไม่มีฤทธิ์ที่จะมาดูดซึมจะทำให้เราเองเป็นหลงเป็นปัญหาอยากให้ต้องแสวงหาต้องไปรักไปเสพไม่มีไม่มีจริงๆไม่มีแล้วก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเป็นทางเศรษฐกิจ มันก็ไม่ช้ำจะเกลียดก็ไม่เกลียดจะต้องทำร้ายทำลายไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่ถ้าใครจะเป็นอย่างนั้นก็เฉยถ้าทำอะไรไม่ได้คุณก็เชิญคุณคุณก็เป็นของคุณนั่นแหละคุณจะเน่าจะเหม็นของคุณถ้าคุณมีศรัทธาต่อเราเราจะช่วยเหลือคุณได้บ้างเราก็จะช่วยเพราะว่าเราจะลองดูซิถ้าลองดูแล้วสัมผัสแล้วโอ้โหอันนี้ไม่ได้ไม่ให้ช่วยให้ตายไงไม่ช่วยแล้วเขาจะมีถ้าเราไปช่วยแล้วเขาก็จะหาว่าเรามุ่งร้ายปองร้ายหมายร้ายเอาด้วยเพราะฉะนั้นอย่างนี้ยังทำด้วยไม่ได้เพราะให้คุณช่วยตัวเองหรือให้คนอื่นที่คุณศรัทธานั้นช่วยไปก่อนอาจจะมีอาจารย์ก็ศรัทธาซึ่งจะช่วย เป็นขั้นตอนก็ตามใจอันนี้บุญไม่ต้องกันเสียแล้วชำระกันไม่ได้แก้กันไม่ได้ช่วยกันไม่ได้ก็ต้องวางไว้นี่เป็นตนแล้วเราจะต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งไปหมดถึงแม้แต่กระทั่งจรณะต่างๆจะต้องรู้คือวิชาจะต้องเข้าใจหมดอวิชชาก็คือรู้กันอยู่เหนือยังไม่หมดอวิชชาเราคือยังรู้แต่ว่ายังไม่ถึงผลสุดท้ายยังไม่สมุดเขตยังไม่อยู่เหนืออย่างเด็ดขาดเราก็ยังไม่เป็นวิชาที่มีพฤติกรรมนอกในบริบูรณ์ถ้าเรามีพฤติกรรมนอกในบริบูรณ์ก็คือถึงซึ่งอิจฉาด้วย และถึงซึ่งจะระณะด้วยเป็นอย่างนั้นทั้ง 2 ส่วนมีหมดทั้ง 2 ส่วนข้างนอกและในมีทั้งปัญญารู้และทั้งจิตที่เป็นจริงผ่านจุดตัดได้จริงสัดส่วนจะระณะอื่นที่มีศรัทธาซ้อนอยู่ในนั้นด้วยมีศรัทธามีชีวิตต่อต่อลงไปข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 10 11 ต่อไปอีกมีศรัทธาหิริโอตัปปะพหุสัจจะบิ๊กซีที่เรามี เพลงเกิดศรัทธานี่อย่างที่เรากำลังอธิบายซ่อนอยู่นี่เป็นผู้มีศรัทธามันเกิดเชื้อมันเห็นจริงมีปัญญาเข้าใจถูกต้องเชื่อจนถึงขั้นตรัสรู้ชอบเองเชื่อจนถึงขั้นปัจจัยเชื่อถึงขั้นเห็นเองรู้เองปั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive