590708_เอื้อไออุ่น งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590708 เอื้อไออุ่น งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ พ่อครูว่า…วันศุกร์ที่ 8 ก.ค. 2559 ตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ ก็มาปักษ์ใต้ที่นราธิวาสเป็นครั้งแรก มาในสายหนัง เรียนไปทำงานไป ตอนนั้นหนังเรื่องถ่านไฟเก่า เราก็หิ้วหนังมาฉาย ฉายเสร็จก็ขึ้นเครื่องบินกลับ ตอนหลังมาก็มาตาม ภรรยาคุณล้วนมาที่นราธิวาสอีก ก็มารู้จักเสี่ยอ้วน แกกว้างใหญ่ วันๆกินข้าวร้านนั้นร้านนี้ มีคนไปกินกับแกเต็มเลย เสี่ยซุยฟัด ก็มารู้จักทางใต้แต่โน้น จากนั้นไม่ค่อยได้มาทางใต้ ไปอยู่ภาคกลางเสียนาน จบม.6 จากอุบลฯแล้วเข้ากรุงเทพฯ จบศิลปะก็ออกมาทำงานโทรทัศน์เลย อยู่กทม.50 ปี แต่พอมาบวชแล้วไปนั่นนี่ไปหมดเลย ได้ไปหลากหลาย จนเกิดชุมชนจนอย่างที่เห็น มาถึงวันนี้แล้วสังคมซับซาบสัจธรรมมากขึ้นใช่ไหม โดยเฉพาะสัจธรรมระดับโลกุตระ กว่าจะพอรับกันได้ก็นานเลย เพราะจมไปเสื่อมไปนานมากแล้ว อย่างที่พระพุทธเจ้าว่าไว้ว่าต่อไปคนจะไม่ค่อยรับโลกุตรธรรม แต่จะไปชมชอบคำที่หวานหู ชวนฟัง แต่อย่างที่เราพูดกันนี้เขาจะไม่ค่อยฟัง แต่เดี๋ยวนี้ค่อยๆยอมรับมากขึ้นดีขึ้น ช่วงระยะ ปี 2559 นี้เห็นชัดขึ้นเลย ส่วนก่อนหน้านั้นเราก็ออกไปในถนนการเมือง ไปชุมนุมช่วยบ้านเมืองโดยบริสุทธิ์ใจ ส่วนใครที่ยังไม่บริสุทธิ์ก็เป็นปรทัตตูปชีวีไป คือต้องได้รับการช่วยจากคนอื่น จะต้องได้รับการบอกจากคนอื่นมา ซึ่งศาสนาพุทธนี้ไม่มีแบบที่บรรลุเอง โดยไม่มีที่มา ที่ไม่ได้รับการถ่ายทอดจากคนอื่น ซึ่งไม่รู้ที่ต้น พระพุทธเจ้านี้เกิดมาแล้วนับไม่ถ้วน อย่างมหายานเขาว่า เท่ากับเม็ดกรวดเม็ดทรายในมหานที คือเราไม่รู้ แต่เรารู้หลักการว่าศาสนาพระพุทธเจ้าจะต้องมีอื่น คือปรทัตตะ คือจากอันอื่นให้ ไม่ใช่เรา อันผู้อื่นให้มาก ปรทัตตูชีวกเปรตคือจะต้องมีผู้อื่นให้ แต่เราจะต้องทำของตนเอง แต่ตนเองเป็นเองไม่ได้จะต้อง
อ่านต่อ
มีเหตุปัจจัยอื่น แม้รู้ทฤษฏี แต่จะต้องมีเหตุปัจจัยจากอื่นทำให้เราบรรลุ ต้องมีผัสสะเป็นปัจจัย ต้องมีกายเป็นองค์ประกอบนอกต้องมีกาย กายจะต้องมีข้างนอกประจำ เป็นกายสักขี และต้องมีสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย คนที่จะเข้าใจว่า กายคือข้างนอกก็ไม่มีปัญหา แต่จะต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 แต่คนเข้าใจวิโมกข์ผิด ไปเข้าใจว่า คือแต่ภพภายใน คำว่า สัมผัสวิโมกข์ 8นั้น ในสายการปฏิบัติธรรม สายปัญญากับศรัทธา สายศรัทธา _สัทธานุสารี _สัทธาวิมุติ _กายสักขี (ต้องอาศัยวิโมกข์ 8คือต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย) สายปัญญา _ธัมมานุสารี _ทิฏฐิปัตตะ _ปัญญาวิมุติ (มีวิโมกข์ 8 มาตลอดอยู่แล้วเลยไม่ต้องกล่าวถึง)
อาตมาวันนี้ลงจากเครื่องก็พอเจอกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเลย ท่านเป็นคนติดดินมากไม่มีอลังการอะไรพ่วงมาเลย ท่านก็มาทักทายแล้วบอกว่าเจอตัวจริงแล้ว หนุ่มกว่าในทีวีอีก…ก็ถามท่านบ้าง น่าจะเป็นนิมิตดีที่ทะเลธรรม ใครยังไม่ได้เข้ามาก็เข้ามาเสียดีๆ อย่าให้ดุ คือตอนนี้อาตมาว่า สังคมต้องการสัจธรรมอันนี้ แล้วเมืองไทย อาตมาก็ขอพูดอย่างมั่นใจว่า เมืองไทยจะนำสังคมโลก เป็นชมพูทวีปที่จะมีอาริยะมนุษย์ที่จะมีคนแบบคนจน แบบขาดทุนของเราคือกำไรของเราอย่างในหลวงว่า เรามีสมรรถนะขยันมีส่วนเกินก็เอามาสะพัดแก่สังคมได้ เราไม่ประมาท เราหมุนเวียนเป็นอย่าให้ขาด มีแต่สร้างสรรเสียสละ ให้กันอย่างสะอาดไม่รักไม่ชัง มีปัญญารู้ว่าใครควรให้ ไม่มีอคติ เขาควรได้ เขาขาดแคลน เขาจำเป็น อาตมาก็พยายามแจกแจงในสังคม มีเด็ก คนแก่ คนป่วย คนพิการ คนไร้สมรรถภาพ ห้าอย่างนี้เป็นความจำนนที่ต้องช่วยกันดูแล คนปัจจุบันหลงเทวดาซับซ้อนที่เป็นภพชาติ ที่เป็นปฏิปักษ์กับนิพพาน เขาครอบงำให้ติดภพชาตินิรันดร สร้างบารมีมาเป็นเทวดา หลงเทวดา เลยเป็นเทวดาตัวร้าย ร้ายหัวร้ายท้าย เป็นจาตุมมหาราช กับปรินิมมิตวสวัตตี ที่พรางตนหลอกคนได้แนบเนียนซับซ้อนได้มาก แต่จาตุมฯนั้นเป็นนักเลงหัวไม้ ที่ถูกพวกปรนิมฯ หลอกใช้ ว่าตนไม่ได้ทำ ตนเองไม่เกี่ยว ให้แต่สุภชัยทำ เป็นต้น เมืองไทยเราตอนนี้พัฒนาการหลายด้าน ในหลวงเราเป็นผู้ที่ทำงานอย่างหนักตลอดมา แล้วก็เห็นพระทัยท่าน แม้ว่า คนนี้ไม่น่าจะตั้งเป็นรมต.แต่ก็ต้องเซ็นให้เป็นต้น ในสังคมเมืองไทยไม่ได้พูดเล่นว่า ไทยเรามีความครบพร้อมเป็นธรรมะสอง มีรูปมีนามที่ครบ ประชาธิปไตยขาเดียวที่ไม่มีวิญญาณ ขาดพระเจ้าแผ่นดินที่เป็นวิญญาณของชาติ ของประเทศ เราเคารพบูชาในหลวงเห็นได้ว่าเราไม่ได้เคารพภายนอก แต่เราเคารพภายในของท่าน สุดยอด แม้แต่ต่างประเทศเขาก็เห็นได้ มีอยู่อย่างหนึ่งคือยุคนี้มันเฉียด ถึงจุดสุดยอดถึงจะสำเร็จได้ ไม่ใช่กระดิกเท้าคอยกินง่ายๆแต่ต้องพากเพียรให้ถึงที่สุด ขอเตือนว่า หนึ่งเราอย่าประมาท เหยาะแหยะไม่ได้ต้องขมีขมันพากเพียรแล้วได้ เฉียดด้วย ยุคนี้เป็นยุคระหว่าง 7 กับ 8 ที่ไม่สมบูรณ์ หรือ 8กับ 9 ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ครบพร้อม แล้วก็รู้ว่าแต่ละศาสนาก็พากเพียร เป็นขั้นตอนของมนุษยชาติ ก็พากเพียรให้สังคมได้อาศัย แต่พูดไปแล้วไม่ใช่ข่มนะ แต่เป็นระดับชั้นต่ำกลางสูงจริงๆ พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าท่านเองนี่ พระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาสององค์พร้อมกันไม่ใช่ฐานะหรือจะระยะใกล้เคียงกันก็ไม่ได้ จะห่างนานมาก ไล่กันไม่ทันง่ายๆหรอกทิ้งช่วงห่างไกล เพราะเป็นเรื่องที่ยอดสุดๆจริงๆ ไกลห่าง จนกระทั่ง ถ้าจะมีอะไรดีกว่านี้อีก ที่ตามนี้จะตามไม่ทัน ทิ้งห่าง จึงเข้าใจยาก อย่างอาตมาพากเพียรปฏิบัติ อาตมาพูดอะไรที่คนเข้าใจไม่ได้ก็เยอะ เพราะใกล้กลียุคแล้ว จึงขยายความได้ยาก ตั้งแต่ยุคพระพุทธเจ้าแล้ว ที่พระสารีบุตร ถามสญชัยเวลัทบุตรกว่า คนโง่หรือคนฉลาดน้อยหรือมาก ก็คนโง่สิมาก แล้วก็ผ่านมาสองพันกว่าปี คนโง่จะมากขึ้นไหม คนฉลาดจะน้อยลงขนาดไหน เป็นสัจจะ ถึงแม้น้อยก็ไม่เป็นไร น้อยก็ต้องช่วย เหมือนปรอทกับโฟม น้อยก็จริง ปรอทก็หนัก ในขณะนี้ยุคนี้เราจึงร่วมมือกับสังคม ที่จะปฏิรูปไปตามฐานะ เราก็ทำตามประสาเราเป็น ทางโน้นก็ช่วยกันไม่ต้องอยู่ในห้องทำงานเดียวกันก็ได้ ต่างประเทศก็จะร่วมช่วยกัน ธรรมดาพวกอยู่กลางๆจะมากที่สุด แต่ยุคใกล้กลียุคนี้พวกกลางๆจะมีน้อยกว่าพวกแย่ๆ พวกแย่จะมากสุด พวกกลางๆจะตามมา แล้วพวกสุดยอดก็จะน้อยสุด ก็ค่อยเลื่อนฐานะกันมา แต่ปรอทจะถ่วงโฟมได้ เรื่องปชต.เขาก็เข้าใจว่าปชต.ก็คือเลือกตั้ง แต่เป็นแค่วิธีการหนึ่งในปชต. คนโกงก็เลือกตั้งได้ เขาก็หาพรรคพวกใช้เงินอำนาจ ซื้อได้ สะกดจิตหลอกล่อได้ อย่างธัมมชโยทำนี่ อาตมาว่าธัมมชโยไม่ได้เรียนวิชาสะกดจิตมาก่อนหรอกแต่แกใช้แล้วได้ผลก็เลยทำตลอดมา แต่อาตมานี้เรียนมา แล้วอย่างเขาทำนี่สะกดจิตตนเองจะรู้หรือไม่ แต่อาตมารู้แล้วทำเป็นแต่ไม่ใช้มันบาป ต้องให้อิสระคน เขาตัดสินใจเอง แต่ธัมมชโยนี่จะต้องมาใช้หนี้บาป เขาคิดบัญชีไว้อีกเยอะ อย่างน้อย สุภชัยจะแค้นไหม? แล้วแก่ทำกับคนไปทั่ว สร้างคู่อาฆาตไว้ทั่วเลย แกได้มาก แต่ก็ต้องมีคนคิดบัญชีกับแกมากเช่นกัน อาตมาว่า ยุคนี้ต้องช่วยกันสู้ สู้แล้วจะสบาย ถ้าตายแล้วจะไม่ได้สู้ สู้จนกว่าจะตาย ถ้าตายแล้วไม่ได้สู้ ยุคที่น่าสู้ไม่ได้หาง่ายนะ ตอนนี้เป็นนิมิตหมาย มาถึงก็ทึ่งเหมือนกัน ขยายอะไรต่างๆนานา มาดูน้ำตกนี่ ก็น่าดูนะ แล้วทางปักษ์ใต้นี้เก่งทำสวน แต่อีสานเก่งทำไร่ ถ้าทำนี้ประเทศไทยจะเป็นประเทศอาหารไม่ใช่ทำอาวุธ อาวุธนี้มันบาป คนที่สร้างอาวุธให้กันในโลกเป็นบาป แต่เราจะสร้างอาหารให้กัน แล้วอยู่แบบคนจน คนจนอย่างพระพุทธเจ้าพาเป็น เราก็พยายาม ไม่จำเป็นต้องรวยไปทำไม ลำบากเปล่าๆ เราก็มีกินมีใช้ ที่นี่ถ้ามาร่วมมือร่วมไม้สาธารณโภคี มีกสิกรรม แปรรูปต่างๆ มีโรงงานต่างๆ ทำสิ่งที่ควรทำ สร้างสิ่งควรสร้างไม่สร้างสิ่งเป็นพิษช่วยสังคมไป ระบบสาธารณโภคีเป็นระบบที่สุดยอดแล้ว ปชต.ก็ต้องการ คอมมิวนิสต์ก็ต้องการ ประชาการเสียภาษี 100% ทุกคนทำงานฟรี เข้ากองกลางเราก็ทำงานไปเรื่อยๆ พอเป็นอนาคามี อรหันต์จะรู้สาธารณโภคีเต็มที่ แต่โสดาบัน สกิทาคามีก็จะรู้ไปตามลำดับ แต่ไม่มีปัญหา จะชัดเจนว่าจริง คอมมิวนิสต์ต้องการเอาเงินเข้ากองกลางให้มากเช่นกัน แต่เขาบังคับเอา จิตไม่ยอมก็จะค้านแย้ง ก็ไม่ได้นาน แต่ของเรานี่เต็มใจให้ส่วนกลางเลย เราก็บริหารกันไป เขาไม่ได้สร้างคนอาริยะที่ไปบริหารก้อนเงิน เขาคอรัปชั่นซ้ำซ้อน เงินเข้ากองกลางไม่บริบูรณ์ ส่วนสมบูรณายาสิทธิราชก็เป็นปชต. ถ้าไม่ลำเอียง แต่ปชต.ไม่ได้หมายถึงเลือกตั้งแต่ปชต.คือทำงานเพื่อปชช. ทำงานเพื่อให้ปชช. ให้ปชช.เลี้ยงไว้ อย่างอาตมานี่ทุกวันนี้ให้ปชช.เลี้ยงไว้ มานี่เขาก็ให้นั่งเครื่องบินมา หลายอย่างซับซ้อน มาถึงวันนี้แล้วก็ค่อยเล่าสู่ฟัง มีตัวอย่างให้เราเห็นด้วยแล้ว
_มีคำถามว่า ชีวิตหลังความตายน่ากลัวอย่างไรคะ ตอบ...จิตคุณยึดมั่นถือมั่นว่าอันนี้จริง ทั้งๆที่มันไม่มีจริง สวรรค์เป็นสุขขัลลิกะ สุขเท็จ แต่นรกหรือทุกข์นี้นานกว่า สวรรค์จะยึดไว้อย่างไรก็ไม่ได้ เพราะต้องอาศัยองค์ประกอบในการเสพ แต่ตายแล้วไม่มีให้เสพ ตอนเป็นคุณติดยึดเสพติดอะไร แต่ตอนตายไปก็อยากเท่าเดิมแต่ไม่มีให้เสพ หลังตายก็น่ากลัวอย่างคนเสี้ยนยาน่ะ จนกว่าจะหมดวิบากไม่มีใครช่วยด้วย จึงจริงอย่างโง่ๆกว่าตอนเป็นๆอีก เหมือนตอนฝันก็ไม่มีใครช่วยคุณออกมาได้ เช่นเดียวกัน
_ตอนนี้หนูเรียนการทำอาหารอยู่ปี 2ที่กทม. ต้องทำอาหารเนื้อสัตว์ต้องจับเนื้อสัตว์จะทำใจอย่างไร? ตอบ...ก็อยู่ในภาคบังคับจำนน เราก็ต้องทำใจวาง พยายามเลี่ยงเท่าที่ได้ ก็เราไปเรียนทางนั้นนี่
_เกี่ยวกับการเรียนในระบบประเทศไทย อะไรก็คะแนนอะไรก็เงิน ทำให้เด็กมีวิบากมาก ตอบ...ก็เป็นวิบากเรา ก็มาเรียนทางอโศกเราไหม นี่ก็พยายามทำการศึกษาอุดมศึกษาต่อ ตอนนี้ก็ได้ในระดับวิทยาลัย แต่ตอนนี้ ปวส.ก็มีแล้ว
_กิเลสคืออะไรครับ กิเลสคือการใช้ปัจจัย 4ที่มากเกินไปใช่ไหมครับ กามกับอัตตามีอาการลิงคนิมิตอุเทสต่างกันอย่างไร? ตอบ...กิเลสคือข้อ 2ที่คุณพูดคือการใช้ปัจจัย 4ที่มากเกิน กิเลสคือการประมาณเกินความพอเหมาะ อย่างในหลวงเราตรัสว่าให้พอเพียงพอดี อะไรเราเกินก็ต้องตัด แล้วก็ค่อยๆลดน้อยลงอีก ถือว่าเป็นส่วนเกิน จนกว่าคุณจะน้อยให้ได้มากที่สุด จนกระทั่ง ไม่ขอเกิน 0 หรอก น้อยจนถึง 0 ก็แล้วกัน กิเลสมีอาการอย่างไรก็ต้องใช้การกำหนดรู้ได้ด้วย อาการ อย่างนี้เองอาการโกรธ อย่างนี้อาการโลภ แม้แต่โลภกับราคะก็ต่างกัน โลภคือแย่งมาเป็นของตน แต่ราคะคือเอามาเสพรส ทางทวาร 5 แต่กามนี้เป็นของหยาบกว่าราคะ ก็ต้องอ่านอาการให้ออก แล้วกำหนดนิมิต เครื่องหมายว่าอาการโลภกับโกรธมันต่างกัน มีลิงคหรือเพศที่ต่างกัน มีนัยต่างกัน รู้นิมิต จากอาการ อุเทสคือคำอธิบายที่อาตมาอธิบายคืออุเทส คุณฟังเข้าใจก็ไปปฏิบัติ เอาไปทำไปถ่ายทอดรู้เองไม่ได้ต้องเอามาจากผู้ที่มีมาก่อน สูงสุดก็ สยัมภู รองมาเป็นสยังอภิญญา ต่อมาก็ปัจเจก รองไปเป็น ปัจจัตตัง
_ถ้าอโหสิโดยเจโตก็ได้แค่ชั่วระยะนั้น แค่เจโต ก็จะช้ากว่าปัญญา แต่ถ้าตัดโดยปัญญาจะชัดเจนได้ตลอดไปกว่า ตัดกรรมไม่ได้ คือกรรมที่ทำไปแก้ไขไม่ได้ แต่ต้องสร้างกรรใหม่ไปช่วยบรรเทาวิบากเก่าได้ เช่นเขามีกรรมชั่วมายาวนานแล้ว เหมือนหมาไล่เนื้อวิ่งตาม แต่อรหันต์หยุดกรรมชั่วได้แล้ว ทำแต่ดี เป็นกำแพงกุศลได้กั้นอกุศลวิบากได้ คุณทำแต่ดี ความดีจะมาก จนหมาไล่เนื้อตามไม่ทัน แต่ถ้าคุณหยุดทำนี่ก็ไม่แน่ ตราบที่เป็นอรหันต์ก็มีกรรมการกระทำอยู่ จึงพ้นจากหมาไล่เนื้อได้รอด กรรมนี้ไม่ล้างได้จนกว่าจะปรินิพพานก็ตัดก้อนกรรมนี้ทิ้งไปได้หมดเลย อย่างนี้ได้แต่ถ้าไปตัดกรรมนี้ไม่ได้ วิธีการคือสร้างกุศลไว้อาศัยจนกว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน
_มาตรา 178 อันตรายไหม การผ่านพรบ.ปิโตรเลี่ยม จะทำให้ใช้นำ้มันแพงไปอีกนาน เหมืองทองคำนี้ก็แย่ ตอบ...เหตุปัจจัยนี้ หนึ่งคนเลวทำเลวไว้เยอะซับซ้อน ตอนนี้เรากำลังแก้ไขกัน อย่าใจร้อน อาตมาเชื่อมั่นใจผู้แก้ไข หลายอย่างพูดไม่ได้ก็มีแต่เขาทำเต็มที่ได้เท่าใดก็เท่านั้น เหตุปัจจัยในสังคมนั้นมีมาก คุณคิดแต่เพียงว่า คนนี้ทำได้ดีกว่าคนที่เคยทำมา คุณก็น่าจะพอใจแล้ว อาตมาก็เห็นเขาตั้งใจทำเต็มที่ก็อนุโมทนาสาธุแล้ว เราอยากได้อะไรมากกว่านั้นก็เพลาๆบ้าง ไปต้าน ไปรังควานให้เขารำคาญอีก เขาก็ต้องเสียเวลาอีก อาตมาว่ามันไม่แล้ว ตอนนี้อาตมาว่าดีที่สุดแล้วเท่าที่เป็นไป คนที่ไม่เข้าใจก็ทำอีก เราเข้าใจแล้วก็เพลาเถิด คนไม่เข้าใจก็ปล่อยเขาหรือแม้แต่บางคนพวกเราเข้าใจแล้วก็ยังทำอีกต้องเขกหัวเอาเท่านั้น ก็ค่อยบอกกัน
_ชาวใต้ได้ชื่อว่าคนมีปัญญามาก แต่ทำไมไม่เข้ามาร่วมกันสร้างชุมชนทะเลธรรให้อบอุ่นเหมือนที่อื่นของอโศก ตอบ...คุณถามอาตมาแล้วอาตมาจะไปถามใคร คนที่มีปัญญาแต่ถ้ามีอวิชชาจะพามีอัตตาสูง คนมีปัญญาแล้วจงรู้ว่าเรามีอัตตาถือดีหยิ่งผยองเกินไป ไม่ยอมเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ติดดิน มานะอัตตาคือถือดีถือตัว คนมีปัญญาก็ย่อมมีอัตตาสูง เพราะฉะนั้นปัญญาดีแล้วก็อย่าทำฉลาดเฉโกเสีย คนมีปัญญาจริงๆมักมีอัตตา ก็จงรู้ตัวแล้วลดตัวลดตน ใครจะไปลดให้ ถ้าคุณไม่ลดเอง
_การปฏิบัติธรรม เพื่อตัวเองกับเพื่อผู้อื่น ทำงานไหนยาก ถ้าเราทำงานให้ตัวเองแล้วมีทุกข์ แต่ทำงานเพื่อผู้อื่นแล้วมีความสุข อย่างนี้เรียกว่าผู้บรรลุได้ไหม? ตอบ...ก็จริง ทำเพื่อคนอื่นก็สุขกว่าทำเพื่อตัวเอง ก็เรียกว่าผู้บรรลุได้ อันนี้มีปัญญาฉลาดแล้ว แต่คนที่บอกว่าทำงานเพื่อตัวเองสบายทำงานเพื่อผู้อื่นทุกข์อันนี้โง่อยู่ อาการสุข ทุกข์อยู่ที่ใจตนเอง พวกซาดิสม์หรือมาซูคิสม์ก็สร้างอารมณ์ให้ตนเองสุขกับการทุกข์ของตนและของคนอื่น มันเป็นอาการชอบใจที่สร้างเอง จะสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ใจเราสร้าง ถ้าเราเป็นประโยชน์รับใช้เสียสละให้คนอื่นมันเป็นประโยชน์ใช่ไหม ได้คุณค่า ก็สบายใจ คนที่เสียประโยชน์ให้คนอื่นแล้วทุกข์ก็ทำเองทั้งนั้น แต่ถ้าเสียไปแล้วแต่เราไม่ตายจะไปทุกข์ทำไม? เราอยู่กับหมู่ แม้เราจะแก่ เราไม่ไหวหมู่ก็ช่วยเราช่วยกัน นี่สุดยอด ญาติทางสายเลือดนี้บางทีพึ่งกันไม่ได้แต่ญาติธรรมนี่เป็นญาติแท้กว่า ช่วยเหลือกันกว่าพึ่งกันได้กว่า นี่คือสายญาติธรรมทางธรรม ญาติไม่ใช่แค่สายเลือด แต่ญาติแท้ๆคือผู้พึ่งเกิด แก่เจ็บตายกันได้ ญาติเราเยอะ อาตมามีลูกเป็นจำนวนพันเป็นอเนก แล้วเลือกได้ด้วยนะ ลูกคนไหนไม่ดีไม่เอาแต่ถ้าเป็นลูกทางสายเลือดนั้นไม่เอาไม่ได้นะ ถ้าไม่ดีก็ตาม อาตมาเลยตั้งไว้ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าแบบที่ไม่ต้องมีคู่ไม่ต้องมีลูก สังเกตไหมว่าโพธิสัตว์นี้มักจะแต่งเพลงเก่ง เพลงเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญมาก แม้แต่ศาสนาก็ใช้เพลง แต่ต้องรู้ลีลาในการใช้ แต่พุทธนี้ใช้เพลงน้อยที่สุด มีหลายลัทธิก็ไม่ใช้เพลงเลยก็กระด้างขาดตัวเชื่อม เพลงนี้เป็นเรื่องของเวทนา ของอารมณ์ กินใช้ได้มาก ตาหูจมูกลิ้นกาย เสียงนี่แหละยิ่งกว่าตา เสียงกินลึกยิ่งกว่าตา ส่วนจมูก ลิ้น กายสัมผัสนี้หยาบกว่าตา กับเสียง ตากับเสียงนี้ใช้งานได้มากที่สุด เสียงกับรูปจึงเป็นตัวหลัก แต่ถึงอย่างนั้นเสียงก็ลึกมากกว่ารูป รูปกินพื้นที่กินน้ำหนักมากกว่าเสียง รูปไปไม่ได้ไกล แต่เสียงไปไกลกว่า เสียงจะลึกกว่า สิ่งที่จะเชื่อมวิญญาณได้ลึกไกลคือเสียง แต่อย่าไปติดเสียงล่ะ อาตมาก็ทิ้งเสียงมาหลังสุดเลย มาบวชแล้วก็ต้องใช้เพลงอยู่เลย
จะบอกว่า ถ้าเราทำงานให้ตัวเองแล้วมีทุกข์ แต่ทำงานเพื่อผู้อื่นแล้วมีความสุข อย่างนี้เรียกว่าผู้บรรลุได้ไหม ก็จริง พระพุทธเจ้าว่า เราไม่พักเราไม่เพียร เราข้ามโอฆสงสารได้ คนเราพักหรือเพียรมากกว่ากัน ..ก็เพียรมากกว่าพัก ตราบที่มีชีวิต เพียรนี้เป็นประโยชน์ พักไม่ได้มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นมา แต่พักนั้นต้องหมุนเวียนในส่ิงที่ทำ ทุกอย่างต้องมีพัก แม้แต่เทวดา 6 ก็มีดุสิตเป็นที่พัก แต่พักอย่างไม่ติดยึดไม่เอร็ดอร่อย ต้องพักอย่างสมควรสมดุล คำตรัสของพระพุทธเจ้าท่านว่า เราไม่พักอยู่ (อัปปติฏฐัง) เท่ากับยังเพียรต่อไป เราไม่เพียรอยู่ (อนายูหัง) เท่ากับพักหรือไม่ต่ออายุอิทธิบาท เราเป็นผู้ข้ามโอฆสงสารได้แล้ว (โอฆมตรินติ) ถ้าคุณจะพัก คุณมีเวลาอีกมากที่จะพักในหลุมฝังศพ เราก็พักก็เพียรให้พอเหมาะ ก็เท่านี้ เพียรทำงานสร้างสรรไปจนกว่าจะตาย ตายแล้วพักให้สบาย แต่คนมีวิบากกิเลสก็ไม่สบายพักแล้วก็ตกนรก ตกนรกแล้วมีสวรรค์ไหม คุณมีอนุสัยมากเท่าไหร่ สวรรค์หาไม่เจอหรอก มีแต่นรกมาก คุณอย่าไปฝันไปหวัง คุณมีพลัง มีภูมิธรรมมากหน่อยก็จะมีสวรรค์พอได้เสพ คุณนอนหลับ คนที่มีวิบากมาก กิเลสมาก ฝันนรกเยอะ เดี๋ยวก็ผวา ละเมอ นอนไม่หลับ แต่คนที่ค่อยยังชั่วก็ลดลง อรหันต์นั้นจะมีนิมิตทำงานติดเครื่องไปตลอดจนนอน คนไม่เข้าใจว่าอรหันต์ไม่มีฝันก็ไม่จริง แยกฝันกับนิมิตไม่ออก ที่เขาว่างั้นเพราะติดนั่งสมาธิหลับตา ขนาดลืมตายังไม่ฝันนอนหลับก็ไม่มีฝัน เพราะสะกดจิตตน แล้วบอกว่าอรหันต์นั้นไม่ใช่ ฝันนั้นไปตามกิเลส แต่ว่า นี่ตั้งไว้ว่าจะทำงาน ตั้งไว้มากก็ทำงานมากพักน้อย ก็ประมาณกันท่านก็จะประมาณกันดี อรหันต์ต้นๆก็ประมาณไม่เก่งก็ต้องค่อยจัดสรร ไป จบ...