590905_พุทธศาสนาตามภูมิ นิกายกับนานาสังวาสมีกายต่างกันไฉน.docx
เนื้อหาในไฟล์
590905 พุทธศาสนาตามภูมิ นิกายกับนานาสังวาส มีกาย ต่างกันไฉน
พ่อครูว่า... วันนี้วันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2559 ขึ้น 4 ค่ำเดือน 10 ปีวอก ที่ บวร ราชธานีอโศก ก็มาฟังธรรมกันต่อ ตอนนี้มีคนสนใจเพิ่มขึ้น มีมุมดีๆ เพราะความไม่ดีก็เริ่มคลายไป อาตมาก็มาเปิดเผยไป ก็เตะตาคน ก็คงถึงยุคสมัยถึงเวลาแล้วหนอ อาตมาค้างของคุณ master taizen ถามเรื่องนิกาย นิกายนี้ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าแล้ว ของพระพุทธเจ้าต้องเป็นธรรมกายหรือพรหมกาย ที่เป็นธรรมะ 2 ซึ่งแยกกันไม่ได้ ทุกวันนี้คำว่า กาย คนไทยนึกว่าเป็นดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่มีจิ ตวิญญาณเกี่ยวข้อง นี่เป็นเรื่องที่ผิดอย่างฉิบหายเด็ดขาด ผิดอย่างสนิทไร้ค่าไร้ผลเลย ที่ไปเข้าใจว่า *กายคือร่างภายนอกเท่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง พระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ชัดๆ ติดตามในหนังสือเราคิดอะไรดู ประเด็นคำว่านิกาย คุณ master taizen บอกว่า สืบเนื่องจากคำถามเรื่องนิกาย.. สรุปคำตอบของพ่อครูเรื่องนิกาย..คือวิถีธรรมอโศก เป็นนานาสังวาสกับหมู่สงฆ์ทุกนิกายในโลก . .เพราะตามคำอธิบายขยายความของพ่อครูแล้ว ทุกนิกายในโลกล้วนเข้าข่ายทำสังฆเภท ซึ่งเป็นอนันตริยกรรม ผมสรุปถูกไหมครับ.. ถ้าสรุปถูกตามนี้ .. พ่อครูว่า ...อาตมากำลังมากอบกู้ศาสนา ซึ่งเขาได้เข้าใจผิด ทำอนันตริยกรรมมานานแล้ว อาตมาเอาพระไตรปิฏกในสังฆเภทกัณฑ์นี้ในล.7 มาอธิบาย ถ้าศาสนาพุทธขณะนี้ที่อาตมากำลังเอาสิ่งจริงมายืนยัน แล้วอาตมานี่แหละ เกิดจากการอุปสมบทจากนิกายที่ อนันตริยกรรม มาก่อนแล้วด้วย จะให้ทำอย่างไร แ ม้อาตมาจะมีปรมัตถสัจจะ ที่เป็นสยังอภิญญามาแต่ปางก่อน ล้มล้างไม่ได้ แต่ในรูปของสมมุติสัจจะ อาตมาก็เป็นชาวพุทธที่เกิดจากสงฆ์หมู่ใหญ่ของ อนันตริยกรรมนี้ แหละจะไปไหนเสี
อ่านต่อ
ย เพื่อจะได้รูปนี้ แต่ขนาดนั้นพวกท่านก็มาปู้ยี่ปู้ยำอาตมาทำไม เป็นเ รื่องอจินไตยเยอะมาก ทำไมอาตมาจะต้องมาเป็นในเมืองไทย ที่ในเมืองไทยมีทั้งธรรมยุตินิกายและมหานิกาย อาตมาก็เป็นพระทั้ง 2 นิกายโดยไม่รู้เรื่อง อาตมาก็เป็นไปตามท่าน ก็คุณเล่นผิดไปผิดมา เตะไปเตะมา อาตมาเลยต้องเป็นหมด แต่ให้กระดอนไปเป็นมหานิกาย แล้วก็ต้องมาประสานเป็นธรรมยุต แล้วก็ไล่ออกมาจากคณะทั้งธรรมยุตและมหานิกาย ซึ่งก็มาร่วมกันทำอีก ความจริงสังฆกรรมที่ทำนี้ ที่จะขจัดหรืออัปเปหิอาตมาออกจากคณะสงฆ์ มารวมกันทำสังฆกรรมซึ่งผิดคณะปูรกะ ที่ห้ามเอาพระคนละนิกายมาทำสังฆกรรมกัน สรุปแล้ว ท่านทำผิดพลาดมากมาย จนกระทั่งอาตมาต้องพยายามประนีประนอม ต้องเก็บกวาดชำระสะสาง จนอาตมาอายุปูนนี้ 82 ,83 แล้ว จนตั้งไว้ว่าจะอยู่ให้ถึงอายุ 151 ปี แล้วถ้าอาตมาอายุสัก 120 ปี แล้วมีกระฉับกระเฉงได้อย่างนี้นะ ไอ้หวังไม่ตายแน่ ก็มาเข้าเรื่องของคุณ master taizen ต่อ ….นั่นก็ย่อมแสดงว่าการบวชในหมู่สงฆ์คณะธรรมยุติกนิกายตั้งแต่ปี 2531 ของกระผม ก็เข้าข่ายมอบตนในทางที่ผิด เข้าหมู่กลุ่มที่ทำสังฆเภท เช่นนั้นหรือ? (พ่อครูว่าใช่ แต่มีนัยยะที่อธิบายต่อ) ทั้งๆ ที่ผมก็กางพระธรรมวินัย จากพระไตรปิฏกสายเถรวาทไทยเป็นแม่แบบ บวชมา 29 พรรษา ก็ไม่มีเงินเก็บสะสมเป็นของส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว ฉันผลาหารเจมื้อเดียวในบาตร ปาราชิก 4 ไม่ขาด สังฆาทิเสส 13 ไม่หมอง อาบัติตามวินัย(กฏหมายลูก) ก็สำรวมระวังได้ กระทั่งจุลศีล,มัชฌิมศีล,มหาศีลก็ตรวจสอบมั่นคงอยู่ในระดับ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดินอยู่..จะต้องมีส่วนร่วมรับผลวิบากในสังฆเภท ที่ตนไม่ได้ก่อหรือไม่..อย่างไร? น้อมนมัสการถามมาด้วยความเคารพครับผม. ตอบ ...ขอยืนยันว่าคุณหลุดรอดคุณไม่ได้เป็นตัวการ ไม่ได้มีบาปอะไรหรอก อาตมาจะเอา สังฆเภทขันธกะมายืนยัน สังฆเภทขันธกะ(ล.7 ) ผู้ทำลายสงฆ์ไม่ต้องเกิดในอบาย [412] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ต้องเกิดในอบายไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้ เป็นไฉน พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรมมีความเห็นในอธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่า เป็นธรรม ไม่อำพรางความเห็นไม่อำพรางความถูกใจ ไม่อำพรางความชอบใจ ไม่อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่านี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัปพอช่วยเหลือได้ อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ... ย่อมแสดงอาบัติชั่วหยาบว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม ไม่อำพรางความเห็น ไม่อำพรางความถูกใจ ไม่อำพราง ความชอบใจ ไม่อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลาย จงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัปพอช่วยเหลือได้ ฯ ตติยภาณวาร จบสงฆ์เภทขันธกะ ที่ 7 จบ พ่อครูว่า ...ผู้ที่ยังเข้าใจไม่ได้ขยายไม่ออกหรอก เอาคำว่า สลาก ก่อน จงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ คำว่าสลากนี่ คือเลือกเอา 1 ดีที่สุด คนเลือกก็ต้องเอาดีที่สุดในวาระสุดท้าย ของการตัดสินใจปฏิบัติธรรมต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สุดทางแล้วไม่มีแล้ว เช่นในยุคนี้ ศาสนาพุทธยังมีสัมมาปฏิบัติ ยังมีสิ่งที่เป็นสัจธรรมยังมีเนื้อแท้อยู่ พูดก็พูดเถอะ อาตมาเอาเนื้อแท้มาหยั่งลง หรือแม้แต่ก่อนอาตมายังไม่มาสิ่งนี้ก็มีอยู่ ทุกคนมีความจริงใจที่จะเอาสาระสัจจะจากศาสนาพุทธ เอาชีวิตมามอบให้เลยนะ เขาทำกันอย่างซื่อสัตย์จริงใจเปิดเผย พออาตมาเข้ามาร่วมก็เอามาเปิดเผย ขัดแย้งกับที่ท่านทำ อาตมาก็ว่าให้มาศึกษาใหม่เอาที่ถูกสิ ข้อเสนอของท่านอันหนึ่งของอาตมาอย่างหนึ่ง ลงท้ายคุณก็ต้องจับสลาก คุณจะเอาอย่างอาตมาหรืออย่างที่ท่านทำ ต้องจับสลากแล้ว เอา 1 มันเป็นที่สุดแห่งที่สุดแล้ว ก็ต้องเลือกเอาดีที่สุดถูกต้องที่สุดใช่ไหม บริสุทธิ์ที่สุด ที่เป็น phenomenol ที่เป็น “ปาตุสัจจะ” (เป็นสิ่งที่ปรากฎจริง ) ก็ต้องเอาอันใดอันหนึ่ง ที่พูดนี้ไม่ได้พูดหว่านล้อม โฆษณา ว่าคุณจะต้องมาเข้าอโศก ต้องมาอโศกนะ อาตมาไม่ได้มีจิตตัวนี้ ไม่มีสาเฐยจิต หว่านล้อมและเล็มเลียบเคียง อาตมาไม่มีจิตพวกนี้ อาตมาพูดความจริงตรงที่สุด มันเป็นสัจจะ ปรากฏจริงในสังคมพุทธในเมืองไทยขณะนี้ ใครจะทำอย่างไร พระพุทธเจ้าก็สอน นานาสังวาส เป็นสุดท้ายว่า ให้ไปฟังธรรม 2 ข้าง ฟังด้วยปัญญาให้ดี แล้วเราเป็นผู้ตัดสินว่า เห็นอันใดเป็นธรรมวาที คุณก็เลือกเอา ด้วยปัญญาของคน นี่คืออิสระเสรีสุดยอดของพระพุทธเจ้าให้เกียรติทุกคน ตัดสินใจเองผิดก็ของคุณ ถูกก็ของคุณ คุณฉลาดหรือโง่ก็ของคุณ ตนเองตัดสินใจเอง 100% ให้ไปฟังธรรมมะสองข้าง อันใดที่เป็นธรรมวาที คือเป็นธรรมะไม่ใช่อธรรม คุณก็ตัดสินเอาเอง เลือกเอาเลยอันใดถูกต้อง ตอนนี้มันอยู่ในวาระที่เรียกว่า เกณฑ์บังคับ Fight บังคับ อยู่ในกรอบที่คุณต้องทำ ใช้ command ต้องใช้เป็นคำสั่งหน่อยๆ ว่า ต้องทำ have to หรือ must คุณต้องทำ อย่างนี้เป็นต้น คำว่าจับสลาก เข้ าใจขึ้นแล้วใช่ไหม จึงต้องทำแล้วเป็นขั้นสุดท้าย Fight บังคับ สรุปแล้วองค์ประกอบของปรมัตถสัจจะและสมมติฐานจากมันได้ทั้งคู่ ตกลงคุณจะเลิก ลบไปใหม่ทั้งหมด ไม่มีแล้วศาสนาพุทธลบทิ้ง ใครจะไปลบทิ้งได้ เพราะมันยังมีเนื้อแท้ที่เป็นอารยธรรมเป็นโลกุตระธรรมยังมีอยู่ อาตมายืนยันขอรับรอง พวกเราหลายคนก็รับรองด้วย และพวกเราก็ติดตามพิสูจน์ว่าโลกุตรธรรมเป็นไปตามคำสอนของพระพุทธเจ้าไหม เป็นไปตามหลักฐานในพระไตรปิฎกไหม ก็ตรวจสอบ ใครจะมีภูมิปัญญาก็ช่วยตรวจสอบ เอาจริงๆ นี้ขึ้นมาให้แก่ประเทศชาติให้แก่มนุษยชาติ เมืองไทยได้สัจจะจริงอันนี้ จะช่วยคนทั้งโลก คนทั้งโลกมีแต่เทวนิยม เป็นโลกียธรรม ไม่มีอเทวนิยมไม่มีโลกุตระสัจจะนี้ สรุปที่คุณ master taizen เขียนมา คุณไม่ต้องไม่สบายใจ คุณสบายใจได้ คุณไม่ได้มีบาปเกี่ยวข้องร่วมแม้น้อยนิดเลย อนุโมทนากับคุณด้วยที่คุณได้พยายามพากเพียรอุตสาหะวิริยะ แต่คุณไม่ได้รังเกียจอาตมาเลยดีมาก ในเมืองไทยขณะนี้ อาตมาก็ยังยืนยันว่า อาตมาทำนานาสังวาส ใครมากล่าวว่าอาตมาทำ นิกาย คุณก็รับไปเอง คุณเอาอนันตริยกรรมของคุณไปเอง อาตมาไม่มีจิตคิดแม้แต่เล็กน้อย ตั้งแต่เริ่มทำงานศาสนา อาตมาก็จะรวมธรรมยุติกนิกายและมหานิกาย แต่พวกเขาก็ไม่เอาด้วย แถมร่วมหัวกันมาจัดการอาตมาด้วย ดีแต่ว่าอาตมาหนังเหนียวไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นอะไร เรียกว่ายิงไม่เข้าแทงไม่ออก มันเหมือนเข็นเขาขึ้นครก หรือเท่ากับเป่าควายให้ปี่ฟัง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เป่าดีๆ นะ เป่าไม่ดีควายขวิดเอาไม่รู้ด้วย มันสลับไปสลับกันมา คนไม่รู้จะงงเอาหัวเป็นเท้าเอาเท้าเป็นหัว อาตมาก็ขอตอบอันนี้ให้เข้าใจกันทั่วว่า อาตมามาทำงานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องจัดการให้สะอาดบริสุทธิ์ดีงามที่สุดที่ได้เป็นมา ผู้ใดอยากจะเข้าใจมากขึ้นก็ไปหาหนังสือเล่มนี้อ่าน คือหนังสือประนีประนอมกันด้วยนานาสังวาส อาตมาอายุ 80 กว่าแล้ว ถึงพยายามเอาเรื่องนี้มาเปิดเผยเรื่องนี้ มันไม่มีอาการที่จะเก้อเขินอะไร ไม่มี guilty นิดหน่อยก็ไม่มี มีแต่ความบริสุทธิ์ใจเต็มที่ ไม่มีจิตสะดุดอะไร เป็นความจริงใจที่สะอาด แล้วก็รู้สึกลึกๆว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก มีเหตุปัจจัยขึ้นมาครบถ้วนดี ซึ่งอาตมาก็ยังมั่นใจอยู่ว่า ผู้ใหญ่ในทางศาสนานี้จะฟังเรื่องเหล่านี้กันอยู่พอสมควร *ตอนนี้ในสังคมไทย เรื่องการศาสนา หรือ เรื่องการเมือง การสังคม เป็นเรื่องเกี่ยวกัน เป็นเรื่องอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเขาต้องทำเรื่องใดๆ ก็แล้วแต่ จะดีทั้งคู่ แต่อาตมาก็มีความเห็นว่า ถ้ายิ่งทางศาสนาทำไปแล้ว มันเป็นเรื่องลึก เป็นเรื่องที่จะมีอิทธิพล มีอำนาจ มีพลัง ช่วยได้มากอย่างยิ่ง เพราะเป็นความสะอาด เป็นเรื่องของวิญญาณ ไม่ใช่แค่เรื่องของรูป แต่เป็นเรื่องของนาม เป็นเรื่องลึกซึ้ง มีพลังยิ่งใหญ่กว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นตามไปเป็นทวีคูณ ที่อาตมาพูดนี้พูดด้วย ขออภัยพูดด้วยความจริงใจไม่ได้น้อมโน้ม โน้มน้าวด้วย psychology ก็แล้วแต่ อาตมาขอยืนยันว่าไม่มี ในจิตใจอาตมาไม่มี อาตมารับรองจิตใจของอาตมาเอง เพราะอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ ก็เท่าที่อาตมามีบารมี มีภูมิธรรมก็แสดงมาตลอด เปิดเผยมาตลอด จริงใจมาตลอด เอาง่ายๆ ว่า อาตมาพยายามยืนหยัดยืนยันในสัจธรรม ไม่ได้ดื้อดึงอะไรเลย ความนี้จะต้องพิจารณาให้ดี ที่ว่าอาตมาเป็นคนดื้อ แต่คุณเทียบได้เลยว่าอาตมาทำ กับที่คนอื่นทำนั้น มันชัดเจนว่า เขาได้ด้านดึงดัน อาตมาไม่ได้ดื้อด้านแต่มั่นคงยืนหยัดต่อสัจธรรม ตั้งแต่ว่าจะมาให้อาตมาสึก อาตมาก็ยืนยันว่าไม่สึก อาตมายืนหยัดยืนยันตายเป็นตาย ตายก็ตายไม่มีปัญหา ขอยืนหยัดยืนยันอันนี้ตลอดมา ซึ่งไม่ได้ดื้อด้านดึงดัน เหมือนอย่างที่เขาเป็นกันอยู่ตอนนี้ นี่เป็นสัจจะที่ผู้ มีปฏิภาณปัญญาก็จะรู้ได้ไม่ยากหลอกเข้าใจได้ง่าย เหตุการณ์ตอนนี้ มันเป็นเหตุการณ์ที่ดีมากในสังคมไทย ที่เกิดการชำระสะสางสิ่งที่ได้ชำระสะสาง ในเมืองไทยต่อไป ก็จะเข้าใจคำว่านิกายนี่ดีขึ้นมาก ขณะนี้อาตมาดูแล้ว ธรรมยุตินิกายหรือมหานิกายก็รวมตัวกัน แต่ควรจะทำให้สะอาด เพราะในทั้งสองก็มีการทำความสะอาดได้ อย่าปล่อยให้มันเลอะเทอะเสียหายต่อไปก็แล้วกัน จัดการให้สะอาด จัดการให้บริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก...ในที่สุด ต้องบอกกันให้สำคัญ
ทีนี้เรามาเข้าสู่คำอธิบาย เอา sms ก่อน SMS 2 SEP 59 _0844497xxx ไม่ว่าต่อเรื่องราวใด อย่าได้มัวแต่ตำหนิผู้อื่น ต้องรู้ย้อนวิจารณ์ภายในตน เช่นนี้ จึงเป็นการลดความเคืองแค้นที่ผู้อื่นมีต่อเรา "เวลาทำงานทุ่มเทกายใจให้ยืนอยู่แถวหน้า เวลาเสพสุขให้ยืนอยู่แถวหลัง" คำพูดที่เป็นหลักปฏิบัติได้ตลอดชีวิต คือ "ให้อภัยและโอบอุ้ม เห็นใจผู้อื่น" _0893867xxx อยากสำเร็จต้องหมั่นชื่นชม!ไม่อยากอิ๊บอ๋ายก็อย่าดีแต่จับผิดจ้องตำหนิเที่ยวดูหมิ่นดูแคลน!ความลับของปราชญ์จักรวาล!ธ.ดอกหญ้า _0893867xxx ผู้น้อยอยู่กับโลกธรรมมาครึ่งชาติก็มีแต่พ่อครูที่ไม่เคยรังเกียจผู้ที่มีกรรม!ไม่ซ้ำเติมผู้ที่หลงผิด!ช่วยชี้ทางถูกให้ แก่ผู้ที่มืดบอดตื่นรู้ทันโลกธรรมมาตลอดดังคำenglishกล่าว! _0893867xxx ภาวนาปธานในสัมมัปปธาน 4 คือเพียรทำให้บุญใหม่เกิดผลขึ้นจากพระตปฎ.21/13 ถ้าบุญนั้นชำระกิเลสตรงตัวปุญญาภิฯจนถึง อปุญญาภิสังขารถูกไหม? ตอบ ...ใ นพระบาลีไม่มีอย่างที่คุณ 3867 ว่า ซึ่งที่จริงไม่มีคำว่าบุญ มีแต่ทำกุศลใหม่ให้เกิดขึ้น มีแต่คำว่า กุสลานัง และคำว่าปุญญาภิสังขารคือ ทำบุญได้ผล จนทำได้ครบหมดก็ไม่ต้องทำบุญอีก จะอภิสังขารอีกก็ไม่ต้องใช้บุญอีกเพราะบาปหมดแล้ว บุญมีหน้าที่ชำระบาปอกุศลเท่านั้น มีหน้าที่เดียว กุศลมีสมบัติเกิด แต่บุญนี่ทำให้เกิดวิบัติ ทำให้สลายหายไปจบ หมดหน้าที่ก็ปุญญปาปปริกขีโณ ผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วจึงไม่ทำบาปทั้งปวง และท่านก็ไม่ต้องใช้บุญจึงไม่ต้องมีบุญหรือทำบุญเลย ทำไปทีไรก็มีแต่กุศลจึงเป็น สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง ไม่ทำบาป ทำเมื่อไหร่ก็มีแต่กุสลสูปสัมปทา ทำแต่กุศลซึ่งเป็นสมบัติเป็นบารมีที่ท่านจะได้รับ อย่างเช่นอาตมาก็มีกุศลไว้อาศัย ทุกวันนี้อาตมาไม่มีบุญไม่มีบาปไม่ต้องทำ เป็นเรื่องอจินไตยเป็นเรื่องสัจจะ สังคมไทยฉิบหายวายป่วงเพราะเอาบุญไปล่อ * บุญที่แท้จริงคือธรรมาวุธขั้นสุดยอดประเสริฐยิ่งใหญ่ คือกำจัดกิเลสได้ บุญ คือ ปหาน 5 * 1. วิกขัมภนปหาน (ละด้วยการข่มใจ-ใช้เจโตนำหน้า) . 2. ตทังคปหาน (ละได้เป็นครั้งคราว-ใช้ปัญญาอบรมจิต) . 3. สมุจเฉทปหาน (ละด้วยการตัดขาด สลัดออกได้เก่ง) . 4. ปฏิปัสสัทธิปหาน (ละด้วยการสงบระงับ ทวนไปมา) . 5. นิสสรณปหาน (สลัดออกได้เองทันที เก่งจนเป็นปกติ) (พตปฎ. เล่ม 31 ข้อ 65) ทำเสร็จ บุญก็หายไปเหมือนอายตน ะ อายตนะจะเกิดขึ้นตอนกระทบสัมผัสเท่านั้น เมื่อหมดการกระทบสัมผัสอายตนะก็หายไปจะไม่ตั้งอยู่ในที่ใด จะมีอยู่ก็ตอนทำงานตามเหตุปัจจัย อาตมาได้มาเปิดเผยคำที่สำคัญของศาสนาพุทธ คือคำว่า บุญ กับคำว่า กาย ถ้าไม่รู้ทำบุญเป็นบาปหมด ทำผิดใครทำก็เป็นกรรมของคนนั้น อันนี้น่าสงสารมาก เพราะแม้ทำโดยไม่รู้ก็มีวิบาก ไม่ได้ทำด้วยเจตนา แต่วิบากนั้นมีแน่
SMS 4 September 59 _0849680xxx ดำรงตนอยู่ในสัจจะพูดจริงทำจริงไม่หลอกลวงใคร คือการรู้จักแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องของตนเอง คือความอดทนต่อสิ่งต่างๆได้ดีเช่นการทำงานหนัก ความอดทนต่อสิ่งที่ไม่ดีที่มายั่วเย้าให้ลุ่มหลง คือความไม่เห็นแก่ตัวรู้จักเสียสละเพื่อผู้อื่นและทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นบ้าง ตอบ… .ทำกรรมแล้วอย่าผูกพัน ทำความสัมพันธ์กันแล้วก็เกื้อกูลกัน ในโลกอยู่ได้ด้วยความสัมพันธ์ แต่พระพุทธเจ้าสอนให้อย่าสร้างความผูกพัน หากมีความผูกพัน เมื่อพรากจากกันก็จะเศร้าโศก เพราะทุกอย่างต้องพรากจากกัน ไม่มีอะไรที่จะไม่พรากจากกัน เราต้องเรียนรู้ อย่าไปสร้างความผูกพันใส่จิต อย่าไปสร้างความผูกพัน ผู้ที่ไม่สร้างความผูกพันเลย จะมีสิ่งที่มารวมเป็นหมู่เอง เรียกโดยศัพท์ว่า บริวาร อย่างพระพุทธเจ้าย่อมมีบริวาร มีสาวกเป็นอสีติสาวกมาช่วยกัน มีมวลมหาศาลมาช่วยกัน อย่างอาตมานี้มีมวลมาช่วยไม่มาก เพราะเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็ได้ขนาดนี้แหละ อาตมาเอง อาตมาเปิดเผยว่า อาตมาคือ สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) อาตมาเป็นสมณพราหมณ์คนนั้น ผู้ใดไม่เห็นอาตมา ก็คือผู้ที่ นัตถิโลเกฯ นั่นคือคุณไม่เห็น คุณไม่รู้อาตมาในโลกนี้ คุณก็ไม่เห็น สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ อาตมาว่า อาตมาเป็นผู้นี้เป็นคนคนนี้ พูดนี้ยืนยันสัจธรรมให้ฟัง ขอยืนยันว่าศาสนาพุทธยังอยู่ เนื้อแท้ที่เป็นโลกุตรธรรมก็ยังมี อาตมาก็เอามาเปิดเผย พวกเราก็มีเกิดได้เป็นได้จริง แล้วค่อยเป็นไป นี่เริ่มชัดเจน เริ่มเปิดเผย ยืนยันสิ่งนี้กัน ก็ติดตาม
_ 0893867xxx ขออนุโมทนาศิลปินสไมล์บัพฟาโล่กับการให้ทานเป็นที่สุดของชีวิต!สณ.สม.ญต ธ.ผู้ให้ธรรมทานโดยไม่หวังไม่ผูกพันไม่สั่งสมไม่คิดเสวยผลทาน!แต่ปรุงแต่งจิตเพื่อการสิ้นภพจบชาติสาธุ! _0805925xxx พ่อขา ปลายฝนขอถามในจักรวาลนี้มีแต่โลกภูมินี้ที่จะเป็นที่เดียวที่จะเป็นที่ตรัสรู้และสร้างบารมีแมนบ่? _0849108xxx เพราะโลกภูมินี้มีธาตุ4ดินน้ำลมไฟเป็นสังขารปรุงแต่งแมนบ่ _0805925xxx นู๋ชอบฟังธรรมดูภาพอสุภะหน่ายกามคุณ แต่ก็ยังติดกามกินละโคตรรรรรยากกกก!/0893867xxx ปราชญ์ผู้รู้ตามครูบาอาจารย์ลืมบอกของพระพุทธทาสฤาเปล่า?ว่าพระนิพพานอยู่เหนือความต้องการสิ่งใดๆแม้แต่นิพพานเอง! ตอบ ... โดยภาษาเหตุผลนั้นตรงกัน แต่ท่านพุทธทาสนั้นไม่ได้หยั่งเข้าถึงสภาวะ มีปัญญาแต่ยังไม่เข้าถึงภาวะเจโต พูดนี้คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็บังคับไม่ได้ แต่ก็ขออภัยผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใสท่านพุทธทาส ก็เกรงใจอยู่ ว่าพูดไปเป็นเชิงตำหนิ แต่ไม่ได้ตำหนิหรอก แต่กำลังพูดสัจจะว่า ท่านมีภูมิอย่างนี้ อาตมาพูดผิดหรือถูกก็รับผิดชอบตัวเอง มั่นใจว่าไม่ได้พูดความผิด ทำแล้วมันเป็นจริง อาตมาพูดเพื่อประโยชน์ผู้ที่ใฝ่ดี ท่านพุทธทาสอยู่ในสายปัญญาแต่เจโตยังไม่ลึก ยืนยันว่าท่านพุทธทาสเจโตยังไม่เข้าถึง จิต เจตสิก รูป นิพพาน ท่านเองก็พูดของท่านเอง ว่าพวกที่เรียนอภิธรรมจิตเจตสิกนั้น พวกนี้เม็ดมะขาม ท่านว่า ผู้ที่รู้ จิต เจตสิกในพระอภิธรรมนั้น ใช้ได้เกือบหมด ตามภูมิรู้ของอาตมานะ แต่ท่านพุทธทาสว่าพวกเม็ดมะขาม แม้พระไตรปิฎกของเถรวาท ท่านบอกว่าฉีกทิ้งได้ 60% อาตมาก็ยังเคราะห์ดีที่ท่านไม่ฉีกทิ้ง เหลือให้อาตมาเอามาทำงานได้ ท่านดูถูกพระไตรปิฎก 60% เลย ซึ่งแสดงว่าท่านเข้าใจได้แค่ 40% อาตมายังนับถือว่า 99% ที่ผิดคือ มีคนแปลเพี้ยน แต่เนื้อแท้นั้นเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ 99% ศาสนาพุทธผ่านมากว่าสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ท่านพุทธทาส ถ้าจะนับก็เป็น ธัมมานุสารี แต่ไม่ถึง ทิฏฐิปัตตะ ยิ่งปัญญาวิมุติก็ไม่ต้องพูดถึงเลย ท่านก็กำลังได้ส่วนที่ดำเนินไปสู่สัมมาทิฏฐิ
_0893867xxx พระนิพพานเป็นสภาวจิตที่ขาวรอบว่างโล่งโปร่งใสเหลือธาตุ!ปัญญาล้วน!ไม่มีตัวตนไม่ยึดติดใดๆ แม้นยึดในนิพพานก็ไม่! นิพพานของพุ ทธทาสตรงกับนิพพานของพ่อครูไหมหนอ? ตอบ ...ยัง ไม่ตรงกันทีเดียว ท่านเป็นธัมมานุสารี ยังไม่เข้าถึงทิฏฐิปัตตะ พูดความจริงก็ต้องขอคารวะ ขออภัยท่าน อาตมาก็เคยไปคารวะท่าน อาตมาท่านมากขอบคุณที่ท่านมาเปิดอาริยะ โลกุตระ ก็เป็นบุญคุณมาก
_0849680xxx สร้างกุศลจิต ละอกุศล ลดละกรรมปาก มิสร้างกรรมผูกพัน ลดละกรรมบาป หยุดนินทาว่าร้าย ชะล้างความเข้าใจผิด ชะล้างจิตที่ผูกแค้นเคือง สายตามองให้ไกล มีสายตาให้กว้างใหญ่ดังพุทธะพระโพธิสัตว์ การจะบำเพ็ญสำเร็จมรรคผลนั้น คุณธรรมความดีงาม ต้องนำพาเป็นพื้นฐาน พ่อครูว่า… .อาสวะนั้นเป็นปัญญาวิมุติ นับได้ว่าเป็นอรหันต์ แต่ดีกว่านั้น มีอุภโตภาควิมุติ สิ้นอนุสัย เป็นอรหันต์สมบูรณ์ แต่ปัญญาวิมุตินั้นดับสิ้นอาสวะ แต่ยังเหลืออนุสัย
_ 0849108xxx พระสมัยนี้บวชไปนรกกันเยอะในนรกพระตกนรกมากกว่าโยม ตอบ ...พระตกนรก จำนวนน้อยกว่าโยม แต่ตกนรกไม่ลึกเท่าพระ แต่พระตกนรกลึกกว่าโยม
_0805925xxx เปิดใจกว้างก็รู้แอนตี้ ก็รู้รู้อัตตาตน ดูตนเองนิ่งๆก็เห็นอัตตากู? _0893867xxx พ่อครูอ่านพระตปฎ.เพื่อจะบอกว่านิพพานในตถาคตคือจิตที่หลุดพ้นอาสวะแล้วด้วยการสิ้นสำรอกดับสละคืนอุปาทานขันธ์อนุสัยความปักใจมั่นในวิญญาณทุกธาตุฯลฯถูกไหมหนอ _0845818xxx ผู้เข้ามาบวชในพุทธศาสนา แต่นำปัจจัยทั้งหลายข้าวของเงินทอง ส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวตนเองตลอดมา บาปหนามั๊ย ขอพ่อครูโปรดเมตตาอธิบาย สาธุ ตอบ ... หนาพอสมควรเชียวแหละ มาบวชแล้วเอาเงินทองมาเลี้ยงครอบครัวนี้ อธิบายไม่ไหว เพราะคนทำมีเหตุปัจจัยน้อยมากหยาบหรือละเอียดต่างกันอีก จะไปสรุปผลไม่ได้ อยู่ที่กรรมที่เหตุปัจจัย ตอบไว้ว่าคนมาบวชแล้วแล้วยังไปสะสมเงินทอง “โภคขันธาปหายนะ” ไม่มีสมบัติส่วนตัว แต่ถ้าสะสมสมบัติส่วนตัวก็บาปแล้ว นี่เอาเงินไปเลี้ยงลูกเต้าครอบครัวไม่บาปหนาได้อย่างไร คนมาบวชแล้ว แล้วก็ยังสะสมเงินทองก็บาปแล้ว หวงแหนเงินทองไม่บริสุทธิ์ นิสสัคคียปาจิตตีย์ ปลงอาบัติไม่ตก เพราะไม่สละทรัพย์ออก ต้องไม่สะสม และถ้าใจยังยินดีว่าเงินนั้นของกูก็บาปแล้ว เป็นพระนี้ทำใจอย่างนี้บาป แต่ฆราวาส ไม่ต้องร้อนใจไม่บาป ส่วนฆราวาสอย่าร้อนใจ คนละฐานะ
_ในโลกใบนี้มีพระพุทธเจ้าเกิดได้ที่ละองค์เดียวไม่มีเกิดซ้อนกัน แล้วถ้าในมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ในเอกภพนอกโลกดาวดวงอื่นๆเป็นไปได้ไหมครับ ว่ามีพระพุทธเจ้าอยู่ ณ.ดาวดวงต่างๆเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวซ้อนกันกับดาวอีกดวงครับ/The Sun ตอบ …ไ ม่รู้ อาตมาไม่มีภูมิรู้จริง ขืนตอบไปก็บาป เดาก็เอาได้ แต่ไม่เสียเวลาเดา ด้วยเหตุผลตรรกะไป ไม่เอา ถ้ามันผิดแล้วใครรับบาปไป อาตมาไม่เอา หาเหาใส่หัว ไม่รู้จริงบาปใส่ตัว กรรมเป็นอันทำ อาตมาไม่เอา ทุกวันนี้วิบากก็มีไอ มีเจ็บเหมือนเข็มแทงเจ็บ แต่ละวัน
_เคยฟังพระที่ไหนๆเขาเทศน์ มีแต่ว่าอยากรวยให้ทำทานเยอะๆให้ทานมากรวยมากค่ะทั้งชาตินี้และชาติหน้าคะ ขอบคุณอีกครั้งคะที่ให้ธรรมหลวงพ่อคะส่งมาให้ฟังอีกนะคะจะได้ไม่หลงทางอีกคะ/อรนันท์ ตอบ ...ก็ในประเทศไทยตอนนี้ มีคนสอนให้มาจนอยู่สองคนก็คือ ในหลวงกับอาตมา อันนี้เป็นเรื่องจริงที่มีปรากฏการณ์จริง phenomenology มีอยู่สองคนในโทรทัศน์ของเราก็เอามาออก มาเป็นคนจน มาขาดทุน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา
*_สม.รินฟ้า...ขอเรียนถามพ่อท่านค่ะ ว่า ผู้ปฏิบัติธรรมระดับไหนจึงจะไม่ติดตามดูละครทีวี หรือภาพยนตร์ชีรีย์ต่างๆ ระดับโสดาบัน ยังดูอยู่ใช่ไหมคะ? ตอบ ...ใช่ ในระดับที่จะไม่ดูหนังดูพวกนี้ ถ้าจะต้องดูก็ดูเอาสาระ อย่างเช่นอาตมา เมื่อก่อนต้องรับเซ็นเซอร์หนังพวกนี้ แต่ตอนนี้มีผู้รับช่วงไปแล้ว ผู้ที่จะไม่ดูพวกนี้จริงๆ ต้องเป็นอนาคามีขึ้นไป ต้องพ้นกามาวจร คือมีปฏิฆสัมผัสโส มีภาวะ action reaction คนเป็นอนาคามีเป็นต้นไปแล้ว รูป รสกลิ่น เสียง สัมผัสในโลก กามราคะต่างๆ ก็ไม่ติดแล้ว แม้แต่เป็นคนจริงก็ไม่มีปัญหาแล้ว ดูหนังก็ไม่มีปัญหา อนาคามีจะเข้าใจความจริงตามความเป็นจริง อนาคามีต่ำๆ อาจจะมีพริ้วพราย เป็นรูปราคะ อรูปราคะในจิต แต่ข้างนอกจะไม่มีแล้ว แต่ถ้าโสดาบัน สกิทาคามี ก็ยังดูอยู่ เป็นสกิทาคามีสูงขึ้นก็ไม่คุ้มเสียเวลาที่จะไปดู ดูแล้วก็ไม่มีรสชาติที่จะต้องไปเสพติด พูดถึงรสชาติก็ขอแวะในธรรมะ 2 กายคือธรรมะ 2 รูปกับนาม แล้วก็เป็นสภาพธรรมคือ ตัวเราที่จะรับรู้เสมอแล้วก็อ่านวินิจฉัย กรรมฐานของศาสนาพุทธคือ เวทนา แล้วก็ต้องเรียนรู้เวทนา 108 โดยเฉพาะ มโนปวิจาร 18 ที่เกิดจาก ตาหูจมูกลิ้นกายใจ 6 ทวาร มาสัมผัสแตะต้องก็จะเกิดปรุงแต่งเป็นสังขาร และเป็นเวทนา เป็นรสชาติของสังขาร รสชาติทุกข์หรือสุข อร่อย ชอบใจหรือไม่ชอบใจ ผลักออก หรือดูดเข้า หรือชอบ ก็ไม่ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ใช่ เป็นครั้งคราว เป็นเคหสิตอุเบกขาได้ * แต่ถ้าปฏิบัติเนกขัมสิตอุเบกขาเวทนา *ก็จะรู้ความจริงตามความเป็นจริง ที่ตนเองได้ผล ว่ามันเป็นอย่างนี้เอง จึงต้องกระทบสัมผัสภายนอก กระทบสัมผัสอย่างไรๆ ก็เฉยๆ กลางๆ รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่า คนนี้แสดงบทอย่างนี้ แสดงบทรักบทชัง อันนี้เป็นสีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน แต่ก่อนเคยชอบแดง เคยชอบเขียว เดี๋ยวนี้ก็เฉย เฉยๆ มีรสชาติอย่างนี้เปรี้ยว หวาน เค็ม แต่ก่อนนี้ก็ชอบ แต่ตอนนี้ก็เฉย รู้ความจริง เหลืองก็เหลือง เปรี้ยวก็เปรี้ยว หวานก็หวาน เค็มก็เค็ม แต่ถ้ามันจัดจ้าน ก็ทนไม่ไหว อย่างเช่น ทุกวันนี้อาตมาก็กินพริกไม่ได้ ทั้งที่อาตมาเป็นคนอีสานที่แต่ก่อนกินพริกขี้หนูสวน เม็ด 1 ต่อข้าวคำหนึ่ง เคี้ยวสดๆ เลย พอกัดนี้ดัง กร็อบกลิ่นฉุยออกไปเลย แล้วเผ็ดจ๊ากเลย บางครั้งตอนถ่ายก็แสบด้วย แต่ก่อนต้องอย่างนี้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เลย แม้แต่น้ำแข็งหรือน้ำเย็นก็ไม่ได้ เย็นนิดหน่อยพอได้ แต่ถ้าเย็นออกมาจากช่องฟรีซไม่ได้เลย กินร้อนนี้กินได้มากกว่ากินเย็น แต่ก่อนนี้ไม่ได้นะ ไม่เย็นไม่กินนะ น้ำต้องมีน้ำแข็งเสมอหรือไม่ก็ออกจากฟรีซมา ตั้งแต่เป็นฆราวาส คำว่า “ กาย ” มาบวชเป็นภาษาไทย มีการใช้คำว่า ร่างกาย เป็นร่างข้างนอกของกาย คำว่ากายคำเดียว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive