590625_เอื้อไออุ่นงานคืนสู่เหย้า นศ.ปธ.#13 สวนบุญผักพืช.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์342 KB
วันที่แก้ไข30 เมษายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

590625_รายการเอื้อไออุ่นงานคืนสู่เหย้า นศ.ปธ.#13 ที่สวนบุญผักพืช โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

พ่อครูว่า… วันนี้วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 วันนี้ก็มาถึงสวนบุญผักพืช เป็นชุมชนหนึ่ง กลุ่มคนหนึ่งของชาวอโศกเรา มีพื้นที่ 92 ไร่ จะที่เล็กหรือที่ใหญ่ก็ควรทำให้ดี จะดีได้ก็อยู่ที่คน ใกล้ๆกับคลอง 3 ของเขา 4,000 ไร่ อาณาจักรมโหฬาร แสดงให้เห็นถึงความมักใหญ่มักมาก เราไม่มีจิตใจทำอย่างใหญ่เช่นนั้น เรามุ่งมาจน ตั้งใจจน พร้อมจน จนอีหลีอีกหลอ จนแล้วจนรอด เอาไปตั้งสกุลกันมากมาย พวกเราเห็นว่าชีวิตแบบคนจนอย่างในหลวงตรัสเป็นความประเสริฐของมนุษย์ ถ้าเป็นแบบคนรวยนั้นมันเป็นแบบทำลาย แล้วจิตคนอยากรวยมุ่งไปรวย ทำแต่รวยๆๆ มันเป็นคนที่ไม่รู้สัจธรรม สัจธรรมพระพุทธเจ้านั้นลึกซึ้งซับซ้อน เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่คนเสื่อมเลยเข้าใจศาสนาพุทธเพี้ยนไป ไปเห็นดำว่าเป็นขาว แล้วติดยึดดำนั้น ไปตามที่ตนติดยึดหน้ามืดตาบอด เขาหลงภูมิเทวดา ภูมิเทวดานั้นเป็นภพเป็นชาติ แต่ศาสนาพุทธให้หมดภพชาติ แต่ไม่รู้เลยหลงภพชาติ สามัญสำนึกคนไม่อยากได้ภพนรกที่เสื่อมต่ำ เดือดร้อนวุ่นวายใครก็ไม่อยากได้ พวกไม่อยากได้ก็อยากได้สุขแทน แล้วไม่ศึกษาว่าสุขนี้ของเท็จ สุขขัลลิกะ แต่ทุกข์นี้ของอาริยสัจ คนประเสริฐจะรู้ทุกข์ แต่คนโง่หลงสุขที่เป็นเท็จ(สุขขัลลิกะ) แต่คนไม่เข้าใจ สุข+อัลลิกะ(เท็จ) อาตมาแยกแยะเช่นนี้ แต่ผู้รู้ยังแย้งอาตมาเลยว่า ไปแยกศัพท์นี้ผิด พวกเรามายุคนี้จะเป็นตัวอย่างที่ปรากฏจริงของโลก เป็นปาตุสัจจะ แล้วมหาเถรสมาคมนั้นทำผิดรวมหัวกันทำลายอาตมา แล้วสำเร็จหรือไม่ก็ดูเอา เขาเอาคณะธรรมยุติกับมหานิยายรวมกันแล้วทำสังฆกรรมอาตมา ซึ่งมันผิดธรรมวินัย เอานิกาย 2 นิกายรวมกันทำสังฆกรรมมันผิดคณปูรกะ แล้วปกาศนียกรรมว่า อัปเปหิอาตมาออกจากสั

อ่านต่อ

งคมศาสนาพุทธ เขาถือว่าเขาเป็นเจ้าของศาสนาพุทธ ซึ่งพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของศาสนาโดยธรรม แล้วอาตมาทำตามธรรม ทำตามที่พระพุทธเจ้าให้ถูกตรงตามพระพุทธเจ้า แต่คนไม่รู้เลยเชื่อถือมหาเถรที่เขาทำ พิธีที่เขาทำนั้นโมฆะ อาตมาว่าอาตมามีความจริงรู้ว่าอะไรคืออะไรก็พาทำ ถึงวันนี้ก็ยากไม่ง่ายเลย ทำมา 46 ปีแล้ว ก็จะพยายามลากสังขารไปให้ถึง 151 ปี ธรรมะของพระพุทธเจ้าสร้างทั้งศาสนา สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา เศรษฐกิจ ที่ดีที่สุดที่ศาสนาพุทธสร้างคือสาธารณโภคี เสียภาษี 100% สมาชิกแท้จะทำงานฟรีเอาเข้าส่วนกลางหมด กินใช้ส่วนกลางอยู่กันเป็นชุมชนสานกันอยู่ทั่วไป เช่น ในประเทศไทยตอนนี้ก็สานกันอยู่ อาตมาบอกว่าจะทำ 3 อาชีพกู้ชาติ กสิกรรมธรรมชาติ ขยะวิทยาปุ๋ยสะอาด คนก็หัวเราะว่า ขยะจะมากู้ชาติได้เช่นไรซึ่งก็จะพิสูจน์ต่อไป ถ้าตั้งมหาวิทยาลัยจะตั้งคณะขยะวิทยาที่จะต้องมีองค์ความรู้หลายศาสตร์มาร่วมกัน ชุมชนสวนบุญผักพืช เป็นกึ่งชนบทกึ่งเมือง ก็ค่อนไปทางเมือง เลยสร้างสิ่งก่อสร้างใหญ่ให้นกอยู่ เสร็จแล้วมีงานทีก็ทำความสะอาดกันที ทำจนเมื่อยนอนไม่ตื่นหลายคนเลย กุศลเป็นความดีงามสมมุติสัจจะ แต่บุญนี่เป็นความดีงามที่สูงเลยความดีสามัญเป็นเรื่องที่จะวิบัติไม่ใช่เรื่องสมบัติ บุญเป็นการกระทำเพื่อให้กิเลสวิบัติ อย่าไปทำลายอย่างอื่นให้วิบัตินะ ต้องแม่น คม ชัด ตรง ต้องชัดเจนจริงว่ากิเลสคืออะไร อ่านกิเลสออก กำจัดกิเลสให้ได้ ไม่ผิดพลาดสูญเสีย ผู้จะศึกษาได้ต้องรู้จักกาย รู้รูปนาม ศาสนาพุทธทุกวันนี้เสื่อม ไม่รู้จักกาย ไม่รู้จักบุญแล้ว การเรียนมูลกรรมฐาน 5 จะรู้จักกายได้ชัด รู้นิยามชีวิต 5 อุตุ พีช จิต กรรม ธรรมะ จะรู้จักอาการจิตที่เป็นพลังงานแยกแยะพลังงาน 5 ชนิดนี้ได้ ตอนนี้ปรากฏธรรมาธรรมะสงคราม มีค่ายธรรมะกับอธรรม อธรรมคือค่ายธรรมกายที่เขาไม่รู้จักคำว่ากาย แล้วบอกว่าธรรมะอยู่ที่จุดเหนือสะดือ 2 นิ้ว แล้วเอาแต่สะกดจิตให้ใสๆๆๆ มีแรงสมถะ เขารวมกันติดตอนนี้เพราะแรงสมถะที่เอามารวมกันแน่นให้คนตีไม่แตก แต่สุดท้ายคุณจะแตกเอง คนมีปัญญาจะรู้ชัด สายเจโตก็จะได้แค่คนไทย ต่างชาติเขาก็แกนเจโตไม่มาหรอก แต่ปัญญาที่แพร่หลายก็จะมากมาย คู่ต่อสู้ของธรรมกายจะมีทั่วโลก อย่าไปพูดว่าสันติอโศกเป็นคู่ต่อสู้ธรรมกาย สันติอโศกเป็นเพียงหน่วยหนึ่งเพราะว่าสัจจะมีหนึ่งเดียวในโลกแล้วจะมารวมตัวกัน อย่าคิดว่ามีแต่สันติอโศกที่รู้ทันธรรมกายนะ ทั่วโลกที่มีปัญญาจะรู้ทันแล้วมารวมกัน อาตมาจะอ่านคอลัมน์จากปกของเนชั่นสุดสัปดาห์นะ

เปิดศึกออกโรงป้อง หรืออย่างไร สำหรับพี่ใหญ่บุญชัย เบญจรงคกุล โดยเจ้าสัวหมื่นล้านได้กล่าวเชิญชวนศิษยานุศิษย์สาวกชาวพระธรรมกาย ที่วัดพระธรรมกายจังหวัดปทุมธานี มาสวดมนต์อธิษฐาน พ่อครูว่า… ธรรมกายใช้พลังเจโตสู้ แต่ของบอกว่าสู้พลังปัญญาไม่ได้หรอกเพราะตอนนี้มีผู้นำปัญญาเข้าไปสู่ประชาชนแล้ว ความผิดของธัมมชโยเป็นความผิดฐานฟอกเงิน ผิดกฏหมาย ผู้ร่วมมือก็เข้าคุกไปแล้ว แล้วจะมาบอกว่าหลวงพ่อไม่ผิดๆ ก็ลวงโลกต่อไปอีก เขามีหลักฐานทุกอย่างแล้วถ้า DSI ผิด หรือศาลสอบสวนผิด ประเทศไทยก็บรรลัยเลย ธรรมกายก็ชนะ ก็ดูไป wait and see ให้ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ ให้เขารวมกันให้มากแล้วจะชนะก็เอาเลย สมัยนี้ไม่ใช่สมัยก่อนที่ไปนั่งสมาธิในป่านะ แต่สมัยนี้สมัยยุคปัญญา ยุคสัจธรรมแล้วนะ การธุดงค์นี้ไม่ได้เป็นแค่การเดินนะ ในธุงควัตร 13 ข้อ มีการเดินคือเดินเป็นแถวบิณฑบาตแนวเดียวกันไม่ข้ามฝั่งถนนเท่านั้น ไม่ใช่ไปเดินทะลุดงหรือเดินบนถนนแบบธรรมกายทำ ทำแบบสวยงามดราม่าแบบนั้นไม่ใช่แบบที่พระพุทธเจ้าพาทำ

สวรรค์ 6 ชั้น สวรรค์และนรกคือภพชาติในจิต ถ้าใครยังหลงสวรรค์ก็ไปนิพพานไม่ได้ แล้วหลงสงบก็อยู่ดุสิต แต่ดุสิตเองเป็นฐานของโพธิสัตว์ แต่ภูมิธรรมเขาอยู่ดุสิตไม่ได้จะต้องไปอยู่กับนรกร้อนแรง คือจตุมหาราช คือยักษ์มารชั้นฟ้าชั้นสูง ท้าววิรุฬปักษ์วิรุฬหกซึ่งเป็นคนหลอก คือหลอกจนคนหลงเชื่อว่าชั้นสูงยิ่งใหญ่ แต่แท้จริงเป็นมารเป็นยักษ์ คนก็หลงซ้อน สรุปแล้วสวรรค์จตุมหาราชคือชั้นเลวสุด หรือจริงๆคือนรก คือชั้นหยาบสุดในสวรรค์ 6 ส่วนละเอียดสุดคือปรินิมมิตวสวัตตี ปรินิมมิตวสวัตตีดูเหมือนผู้ดีมีอำนาจ มีฤทธิ์แต่หลอกซ้อน ในสวรรค์ 6 ชั้นนี้ประมวลคนเลวคนหลอกไว้หมด เป็นภพชาติทั้งหมด ไม่ใช่พรหมเลย เป็นสวรรค์เท่านั้น ยามากับดุสิตคือฐานพัก ถ้าดาวดึงส์ก็เสพรสชาติ เป็นการบำเรอกาม บำเรออัตตา อยู่เท่านี้ ไปแย่งมาก็บำเรอ ฆ่าเขาก็วิบากบาป บำเรอก็ติด ฆ่าเขาก็วิบากบาป 2 ชั้น แล้ว พักยกคือยามากับดุสิต จะพักยกนานคือยามา ดุสิตก็พัก แล้วพอพักพอก็ไปเป็นจตุมหาราช สร้างได้มากเป็นนิมานรดี เป็นปรินิมมิตวสวัตตี วนเวียนในวงวสะที่สร้างได้ ส่วน ปรินิมมิตวสวัตตีคือนิมมานรดีที่เก่งมากขึ้น มีบริวารมาทำให้เพิ่มขึ้น เป็นเทวดาที่หลอกเลวกว่านักเลงหัวไม้ แล้วนี่ปรินิมมิตวสวัตตีนี่หลอกนักเลงหัวไม้ทำงานให้ด้วย คนที่ไม่เข้าใจสัจจะที่ลึกพวกนี้จะหลงสวรรค์ ยามากับดุสิตจะเป็นอารมณ์ความรู้ที่ละเอียดลึกซึ้ง ซึ่ง จตุมหาราชิกากับดาวดึงส์เป็นคู่เสพ แต่ว่าคู่นิมมานรดีกับปรินิมมิตวสวัตตีเป็นคู่ที่ยิ่งใหญ่กว่าอีก ก็เท่านี้แหละในพลังงานของสัตว์โลกมนุษยชาติ คนหลงภพเทวดามีเท่านี้ พระพุทธเจ้ามาสอนให้ล้างความหยาบสุดคือล้างจตุมหาราชิกาก่อน ท่านยกตัวอย่างใน ทานสูตร เล่มที่ 23 ข้อ 49 การทำทานเป็นกุศลแน่นอน คุณให้ปืนแก่โจรก็ได้กุศล แต่เป็นโทษซ้อนก็เลยบวกลบคูณหารซับซ้อน ถ้าโจรไม่เอาปืนไปทำร้าย กุศลคนให้ก็พอมี แต่ถ้าโจรเอาไปทำร้ายมาก กุศลไม่เหลือบางทีเป็นอกุศลด้วยเป็นเรื่องซับซ้อนมาก พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระสารีบุตรด้วยว่า ทานนี้เป็นผลมากหรือน้อยก็ได้ แต่เป็นโทษหรือคุณก็ได้ แต่อานิสงส์นี่เป็นประโยชน์ล้างกิเลส อันนี้จะเกิดได้จากการทำทานหรือไม่ก็ได้ พระพุทธเจ้าท่านเน้นให้คนได้อานิสงส์ การทำทานนี่ อย่าตั้งความหวัง หากหวังว่าจะได้มุ่งหวัง ผูกพัน สั่งสมที่จะได้อะไรจากท่านอยู่นี่ก็ไปเกิดเป็นจตุมหาราชิกา วนเวียนไม่มีจบ อย่าไปทำจิตเช่นนั้น ถ้าใครทำจิตเช่นนี้นรกลูกเดียว อาจแย่งได้เสพสุขความรวยแต่มีเวรภัยซับซ้อนตายเกิดอีกนาน พอได้มาก็เสพเป็นการบำเรอกาม บำเรออัตตาเป็นดาวดึงส์เสพอาการ 33 แล้วก็พักยกชั่วคราวแบบโลกีย์ พักแบบไม่ได้ตั้งใจพักหรอก แต่ว่ารอจะไปเสพเพิ่มอีก คนมีใจสูงที่หมดกิเลสไปตามลำดับแล้วท่านก็จะมีฐานพักเป็นอุเบกขาเป็นชั้นดุสิต ใน 6 ชั้นนี้ดีสุดคือดุสิต จะอยู่นานก็อยู่เย็น โพธิสัตว์ก็จะมาพักชั้นนี้ทั้งนั้น ที่อยู่นานก็เป็นยามา ถ้าอยู่ไม่นานก็ลงมาช่วยมนุษย์ต่อ นิมมานรดี ยิ่งมีปัญญามากขึ้นว่า มนุษย์ที่เกิดมาเป็นฤาษีชั้นไหนๆ ถ้าเป็นของพุทธก็เป็นผู้พากเพียร ดีอย่างอาริยะโลกุตระ ท่านออกบวชนี่ท่านก็เป็นผู้ที่ควรแก่การให้ทาน เป็นคนที่ควรสงเคราะห์ช่วยท่านสิ ก็มีปัญญารู้ว่า คนเหล่านี้ควรบูชาเคารพช่วยเหลือท่านสิ ก็ต้องทำทานกับท่าน นี่มีปัญญาลึกซึ้งขึ้น คนทำเช่นนี้ได้ก็เป็นนิมานรดี เป็นแบบอาริยบุคคล ถ้ายิ่งไปสูงสุดคนเป็นโลกีย์ก็จะยิ่งปลื้มใจแบบธรรมกาย ซาบซึ้งกินใจ ต้องยึดถือไว้ เหมือนคนสั่งสมความสนุกอร่อย ดูเขาเล่นเขาร้องรำหรือเอาชนะเขาเก่งๆๆๆ แล้วดีใจประทับใจซาบซึ้งปลื้มๆ เขาก็สอนให้ทำจริง เลยผนึกควบแน่นเข้าไปให้แข็ง อันนี้แหละซับซ้อน เหลือแต่ว่าสะสมความชอบใจมากหรือน้อยก็ปลื้มมากปลื้มน้อย ถ้าล้างปลื้มนี้ออกหมด ไม่มีปรินิมมิตวสวัตตีก็ไม่มีภพชาตินี้ได้ นี่คือสวรรค์ชั้น 6 ถ้าทำได้อย่างจตุมหาราชแล้วยิ่งประทับใจ ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมาให้กู นี่ก็ปรินิมมิตวสวัตตี นี่คือพวกที่ไม่รู้จักทำ จิตตาลังการัง คือเครื่องทำจิตสร้างจิตให้เจริญอย่างซับซ้อนอย่างอาริยะ และทำบริขารของจิตที่จะทำให้จิตเจริญ จะเป็นสัปปายะ 4 ก็ตามที เมื่อทำได้ก็เป็นอุบัติเทพจนบริสุทธิ์จากเทวดาทั้ง 6 ก็เป็นวิสุทธิเทพ เป็นพรหม

พรหมก็มีอีก 20 ชั้นอีก รูปพรหม 16 อรูปพรหม 4 รูปพรหม 16 3 ชั้นแรกเป็นบริวารพรหม กับปุโรหิตพรหม แล้วมีหัวหน้าพรหมอีกที่กำกับพรหม และครู(ปุโรหิต) ต่อมาหมวดที่ 2 เรียกว่าอาภา (ปัญญาแสงสว่าง) เป็นพรหมที่มีปัญญา ก็มีอีก 3 ปริตตาภาพรหม ปุโรหิตาภาพรหม ก็แบบครูแบบบริวารอีก แต่มีปัญญาเพิ่มขึ้นตามลำดับ เป็นแสงสว่าง แล้วมีหัวหน้าเรียกว่า อาภัสราพรหม เป็นหัวหน้าอาภาพรหม อัปปมาณาภาพรหมคือนับประมาณมิได้ ปริตตาภาพรหมคือมีขอบเขต หมวดที่ 3 เหนือกว่าอาภา คือสุภา เรียกว่าปริตตาสุภา กับอัปปมาณาสุภาพรหม หัวหน้าพวกนี้คือสุภกิณหาพรหม กลับกันตรงที่ว่า พวกเล็กนี้ดันสว่าง แต่พวกที่ยิ่งดีนี้มันดันมืด ถ้าเป็นพรหมที่หลงผิดมันจะมืด แต่ถ้าเป็นพรหมสว่างแบบมีกิเลส สายอาภัสราคือสายธรรมกาย ส่วนสายสุภกิณหาคืออาจารย์มั่น ซึ่ง สายปัญญาสว่างนี้เฉโก ฉลาดหลอกมากไปเรื่อยๆ ยิ่งหยาบกว่าสุภกิณหา สายธรรมกายตกนรกลึกกว่าสายอาจารย์มั่นอีก (พูดตามวิชาการนะ) สายธรรมกายสร้างนรกเพราะอวิชชา ยิ่งมีนรกมากนรกลึกต่ำลึกกว่าเขา แต่อีกอันดำมืดนิ่งแข็งสุภกิณหา ทั้ง 3 หมู่นี้แหละจัดเป็นอีก 2 คือ เวหัปผลา กับ (อตัปปา)อสัญญี ก็รวมเป็น 11 แล้ว เวหัปผลาก็พวกฟ่องฟ้าลอยฟรุ้งฟริ้งลอยหลอกล่อ ส่วนอสัญญียิ่งดับมืดดำ ไม่มีสัญญากำหนดรู้ไปเรื่อยๆ แล้วมีอีก 5 เรียกว่าสุทธาวาส รวมเป็น 16 พรหม ซึ่ง สุทธาวาส 5 ก็คืออนาคามี 5 แบบนั่นเอง 1. อันตราปรินิพพายี (ผู้เพียรทำปรินิพพานในระหว่างภพ) 2. อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) 3. สสังขารปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก ประกอบปุญญาภิสังขารในภพตนให้มากๆ) 4. อสังขารปรินิพพายี (ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้การปรุงแต่งอภิสังขารให้มากนัก) 5. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี (สภาวธรรมไม่เป็น 2 รองใคร หรือไม่เป็นน้องใครอีก แล้วปรินิพพานไว) อนาคามีนี้ จะไม่กลับมาเกิดอีกก็ได้ แต่พระพุทธเจ้าสมณะโคดม หรืออาตมานี่ก็ตั้งจิตไม่ไปเกิดในสุทธาวาส แต่จะเอาองค์ประกอบมีองคาพยพกลับมาเกิดให้ได้ครบองค์ประกอบสำเร็จ แม้จะทุกข์แต่ว่าถ้าไม่กลับมาเกิดอีกอย่างสุทธวาสจะไม่ทุกข์ แต่ละเอียดและช้ากว่ากลับมาเกิดแบบมีร่างกาย 16 ขั้นนี้คือรูปพรหม จะรู้ด้วยปัญญาก็อย่าไปติดยึดพรหม ก็ถ้าจะเร็วต้องมาเกิดมีร่างเป็นมนุษย์นี้แหละ อรูปฌานอีก 4 อยู่ในปัจจุบันธรรม ผู้ได้รูปฌาน 4 รู้จักจิตเจตสิกต่างๆล้างกิเลสได้ดีแล้วต้องตรวจสอบด้วยอรูปฌาน ในเวทนา 108 ผู้ปฏิบัติจนถึงอุเบกขา จิตว่างเป็นกลางได้แล้ว ต้องตรวจว่าจิตว่างสะอาดจริงนะ อา การของความว่าง (ไม่ใช่จิต) หรือลักษณะของความว่าง แล้ว(1) อากาสาฯนี้มันว่างกว่าอุเบกขา ซึ่งไม่เกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เกี่ยวกับจิต ว่างนั้นอย่างไรต้องตรวจว่าว่างนั้นให้รู้ด้วยปัญญาของตน (2) อากิญจัญญายตนะ ก็คือจิต จิตที่สะอาดไม่มีธุลีละออง ต้องตรวจจิตดูนะว่าวิญญาณคุณสะอาดแน่หรือไม่? เมื่อมันไม่มีอะไร วิญญาณสะอาดเป็นเช่นนี้ก็ยังไม่พอตรวจอีก อากิญจัญญายตนะ ว่ามีความบกพร่องของรูปของนาม ของอากาศของวิญญาณไม่ให้เหลือความบกพร่องแม้น้อยนิด แต่อากิญจัญฯนี้ไม่ใช่ตัววิญญาณ(เป็นรูป) ส่วน(3) เนวสัญญานาสัญญายตนะนี้เป็นนาม ต้องรู้ว่าไม่มีแน่นะ ไม่ใช่รู้ก็ไม่ใช่ไม่รู้ก็ไม่ใช่ กำหนดรู้ในเวทนา 108 ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ต้องอยู่อย่างกระทบสัมผัส อยู่กับผัสสะปัจจุบันก็ไม่มีอาการ สั่งสมเป็นอดีต 36 แล้วเนกขัมมะ 18 สั่งสมทุกปัจจุบัน 18 ทุกอย่างก็ 000000 นับประมาณมิได้ อดีตก็สั่งสมความควบแน่นเป็นฐานจริง ทุกปัจจุบันก็ชนะยอด ต่อให้อนาคตมาอีก 36 ก็มั่นใจว่าชนะแน่นอน 000000 นี่คือ เวทนา 108 ตรวจสอบอีก อรูปฌาน 4 ก็คือ เวทนา 108 นี้จบบริบูรณ์ อรูปฌาน 4 นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ของศาสนาพุทธ ประมาทได้ที่ไหน เรารู้ทิศทางความสะอาดของจิตก็ทำไป แล้วอยู่ช่วยสังคมต่อไป ต่อไปเป็นการตอบปัญหา…

_วัดพระธรรมกายหากจะแก้เกมส์โดยทำเป็นนานาสังวาสแบบสันติอโศกได้ไหม? จะไปตั้งนิกายใหม่ แล้วไม่ต้องขึ้นกับมหาเถรสมาคม ถ้ายังเป็นนิกายอยู่ก็ขึ้นกับมหาเถรสมาคม แล้วไม่ต้องขึ้นกับสังฆราชด้วยจะได้ไม่ต้องสึก พ่อครูว่า… จะลอกเลียนแบบเห็นช้างขี้ ขี้ตามช้างระวังจะก้นแตกนะ และขออภัยอโศกมิใช่นิกายนะ แล้วเขาหากไม่เปล่งกล่าวสึกก็ไม่สึกแต่ไม่แต่งกายลอกเลียนแบบภิกษุจะได้ไหม แล้วถ้าธรรมกายไม่มี มหาเถรสมาคม(มหาเถรสมาคม)จะอยู่ได้ไหม? ต้องล้ม มหาเถรสมาคม มันถึงขนาดนี้ เพราะเถรสมาคมนี้คือกลองอานกะที่ไม่มีรูปของศาสนาพุทธเลย ถ้าไม่ล้ม มหาเถรสมาคมนี้ ธรรมกายก็ต้องเกาะมหาเถรสมาคมต่อไป ถ้าไม่ล้ม มหาเถรสมาคม ก็ได้แต่คุณต้องไม่ให้มหาช่วงขึ้นเป็นสังฆราช ถ้าสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช ธรรมกายก็ผงาด แต่ถ้าเอาคนอื่นก็จะอนุโลมไปได้ระยะหนึ่ง แต่ก็ผิดธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ที่ท่านไม่ให้ตั้งใครเป็นใหญ่แต่ก็จะล้มไปเอง ถ้าเอาจริง จะได้คนมาบวชจริงจะได้มวลจริงของศาสนาพุทธ สรุปคือ จะต้องล้มมหาเถรสมาคม หรือถ้าไม่ล้ม ก็ต้องเอาคนที่ไม่ใช่สายสมเด็จช่วง ธรรมกายนี้ เป็นสังฆราช แต่ก็จะได้ระยะหนึ่ง จะล้มไปเอง นี่คือทางออก แต่ถ้าล้มมหาเถรสมาคมได้สังคมก็จะปรับตัว แต่จะมีภาวะวุ่นกว่าตั้งสมเด็จองค์อื่นเป็นสังฆราช แต่ก็ผิดธรรมวินัยพระพุทธเจ้าอยู่ แต่ก็จำเป็นอนุโลม แต่ถ้าทำได้โดยไม่มีมหาเถรสมาคมเลย ให้เป็นไปตามวินัยพระพุทธเจ้า ให้เป็นคณะตัดสินไปตามวาระตามพระพุทธเจ้าบอกไว้ จะมีผู้ยกเอาคนมีปัญญามามีอำนาจเองโดยธรรม เช่นเรารู้ว่าในหลวงใหญ่ แต่ท่านไม่ได้ใหญ่โดยอำนาจบาทใหญ่แต่ท่านใหญ่โดยทศพิธราชธรรม ท่านไม่ได้หาเสียงหรือเบียดเบียนใครเลย ตรวจสอบได้ เป็นสัจจะที่ยิ่งใหญ่ อาตมาก็เอาที่ท่านประกาศมาทำ จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน