590901_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช ตอบปัญหาพาพ้นนรกสวรรค์.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์351 KB
วันที่แก้ไข2 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590901 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช ตอบปัญหาพาพ้นนรกสวรรค์ พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 แรม 14 ค่ำเดือน 9 ที่บ้านราช วันนี้เป็นวันพระเดือนขาด เดือนคี่ ถ้าเป็นข้างแรมของเดือนคี่ วันพระของปลายเดือนนี้จะ 14 ค่ำ เดือน ห้า เดือนอ้าย เดือน สาม เดือน เจ็ด เดือน เก้า เดือน 11 วันพระของเดือนคี่จะเป็นวันที่ 14 เดือนหนึ่งจะมี 29 วัน ถ้าเดือนคู่จะถึง 30 ทุกเดือน นั่นเป็นเดือนไทย แต่ถ้าเดือนสากลก็อีกแบบหนึ่ง รู้กันดีแล้ว เขากำหนดแม่นตายตัว ของเรานี้ไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่หรือคนแก่ก็เรียนกันตลอดชีวิตเรียนจนถึงพระอรหันต์ ก็ยังมีรายละเอียดให้เรียนอีกลึกซึ้งซับซ้อนจนถึงพระพุทธเจ้า ถ้าเป็นอรหันต์แล้วจะอยู่ต่อเป็นโพธิสัตว์ก็ได้ แม้เราจะต้องไปพบกับเหตุการณ์องค์ประกอบที่จะต้องทนทุกข์ ของคนอื่นอีกก็ศึกษาของเขาได้ ศึกษาได้มากมายหลากหลายนับไม่ถ้วน คนอื่นก็จะมีเหตุการณ์มีองค์ประกอบมีเหตุปัจจัยต่างๆ ซึ่งไม่เหมือนกับเรา อาตมาก็เจอมามากมายหนักหนา ขนาดนั้นก็ยังมีที่คนอื่นเขาเจอแล้วเราไม่ได้เจออีก เป็นโพธิสัตว์ก็ต้องรู้กว้างไปอีกเพิ่มเติมแล้วก็สอนคนให้ได้อีกช่วยคนให้พ้นทุกข์ได้อีกไปเรื่อยๆ

_มีคำถามของเด็กๆมา สมุนพระรักถามมาจากสันติอโศก ส่วนที่บ้านราชนี้มีสมุนพระราม ...หนูชื่อนุ่นอายุ 7 ขวบอยู่ชั้นป. 1 กลุ่มสมุนพระรัก หนูอยากจะถามหลวงปู่ว่า ถ้าหนูเป็นคนดีทุกวัน แม่จะได้บุญไหม ตอบ...ได้ ต้องตอบอย่างนี้ อันนี้ตอบให้เด็กฟังแม่ก็จะได้รับความดีงามนั้นด้วย ถ้าหนูทำดีทุกวันเป็นคนดีทุกวัน แม่ก็จะได้ด้วย ต้องตอบอย่างนี้สำหรับเด็กยังไม่ลงลึกว่าบุญนี้เป็นของใครของมัน

_ผมนะโมครับอยู่กลุ่มสมุนพระรักถามว่า บ้านแท้ของหลวงปู่อยู่ไหน แล้วผมก็อยากรู้อีกอย่างว่า สวรรค์กับนรกมีจริงไหมครับ ผมขอให้หลวงป

อ่านต่อ

ู่ตั้งชื่อให้ผมใหม่ได้ไหมครับ ตอบ...หลวงปู่มีบ้านอยู่หลายบ้าน เป็นพุทธสถาน เป็นสังฆสถาน เป็นหมู่บ้านก็มากมายแต่อยู่ไม่ทั่วถึง บ้านของหลวงปู่บ้านไม่ใหญ่ เป็นบ้านเล็กๆน่าเอ็นดูเป็นกระต๊อบ ใหญ่กว่านิดหน่อย แต่เขาก็ทำให้แข็งแรงเรียบร้อยดูดีเท่านั้นเอง ใช้ประโยชน์ได้ดีมาก ไม่สวยงามหรูหราอะไรเลย ในแต่ละแห่งเขาพยายามให้เรียบร้อย พยายามให้สวยพอประมาณ เขาดูว่าสวยเกินไปหลวงปู่จะไม่พัก ถ้าเป็นลิเก สวยพริ้งเกินไป หลวงปู่ก็ติติงให้เอาออก จะไม่สร้างให้สวยเกิน แต่ถ้าบ้านหมายถึงที่เกิดที่อยู่ ที่อยู่นานๆ มากๆ ก็จะเล่าเป็นประวัติศาสตร์ว่า หลวงปู่นี้เกิดและตกฟากอยู่ที่ศรีสะเกษ เกิดอยู่อายุไม่กี่ปี ลุงก็เอามาเลี้ยง บ้านของลุงอยู่หนองคาย มีลุงเป็นหมออยู่ประจำจังหวัดก็ย้ายไปเรื่อยๆ จังหวัดหนองคาย จังหวัดสกลนคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดกรุงเทพก็เพราะเป็นข้าราชการ แต่หลวงปู่อยู่กับลุงก็ไม่นานนะ อยู่หนองคายย้ายมาสกลนคร ระเบิดก็ลง ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ลุงก็ย้ายไปเรื่อยๆ แล้วลุงก็มีลูกของตัวเองขึ้นมาเยอะ หลวงปู่นี้เป็นเหมือนลูกคนโตของลุง ตอนนั้นลูกของลุงยังไม่เกิด ลูกของลุงเกิดมาก็อายุน้อยกว่าหลวงปู่ทั้งนั้น เมื่อลุงมีลูกใหม่อีก 2 คนคนที่ 3 อยู่ในท้อง ก็เลยไม่ไหว หอบลูกโลกหนีสงคราม ก็เลยส่งคืนแม่หลวงปู่ ตอนกลับมาอยู่กับแม่อายุ 7 ขวบแล้วก็แล้วไปอยู่ที่ศรีสะเกษ เรียนชั้นประถมศึกษาอยู่ 2 ปีที่วัดพระโต เรียนจนขึ้นป.4 ถึงย้ายมาอยู่ที่วารินชำราบ แม่ก็เลยบอกว่าให้กลับมาอยู่ที่ ที่ตั้งรกรากของตระกูลหลวงปู่ ก็คือที่อำเภอพิบูลมังสาหารจังหวัดอุบลราชธานี มีทวดของหลวงปู่เป็นเจ้าเมืองพิบูลมังสาหาร ก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ ส่วนแม่ก็เช่าบ้านอยู่ที่อำเภอวารินฯ ตอนแรกเช่าห้องแถวอยู่สามคูหา ชื่อร้านรักพงษ์ตราภรณ์ ซึ่งแม่เขาตั้งชื่อเอง เป็นร้านขายโชห่วยต่างๆ สารพัด แล้วรับจ้างโรงงานทำสารพัด ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่พิบูลฯ หอบหลานไปเลี้ยง เพราะเครื่องบินจะมาทิ้งระเบิดในตัวเมือง ก็เลยหนีออกชนบท ก็หอบเอาน้องๆ ไปเอาอาตมาไปด้วย ตอนแรกอาตมาไม่ไป จนเรียน ม.3 ม.4 จึงไปอยู่ที่พิบูลฯ วัดหลวงม. 5 ม.6 เรียนอยู่อุบลฯ ตกม.6 เด็กๆ อย่าเอาอย่างหลวงปู่นะ จบม.6 ก็เข้ากรุงเทพฯ บ้านก็ย้ายไปเรื่อยๆ ไปอยู่กรุงเทพก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านไปตั้งแต่อายุ 15 ปี อายุ 14 จบ ม.6 อายุ 15 ก็ไปเรียนต่อไปต่อ ม. 7 ม.8 ตกอยู่สามปี ปีที่สี่ก็ไม่ต่อ ม.8 แล้ว ก็ไปเรียนเพาะช่าง เขาจบ ม.6 ก็ไปต่อได้แล้ว เราเอาใบสุทธิม.7 ไปต่อ ตอนนั้นบ้านจะพักก็ไม่มี ไปซุกหัวนอนอยู่บ้านเพื่อนๆ จนลุงมาจับใส่เข้าไปที่วัดบรมนิวาส ไปอยู่วัดบรมนิวาส ท่านเจ้าคุณท่านมีความลำเอียง ลูกศิษย์คนที่รักส่วนเรากลายเป็นลูกศิษย์คนที่ชัง เลยไม่ชอบใจอยู่ได้ปีเดียว เลยออกไม่อยู่แล้วหนีไปอยู่กับคุณล้วน ควันธรรม ไปเลี้ยงลูกให้เขา อยู่ 2 ปีตอนนั้นอยู่ ม.8 สอบตกเลยเข้าเพาะช่าง อยู่ที่บ้านคุณล้วน 2 ปี เขาก็ใช้เหมือนแม่บ้าน ทำครัว ซักผ้าซักผ่อน เลี้ยงลูกเต้า เขามีลูกชาย 2 คน เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย อยู่บ้านคุณล้วนถนนอัษฎางค์มีห้องแถว หลังศาลอาญา จากที่นั่น ที่นี้ลุงเห็นว่าออกไปจากที่นั่นแล้วไม่มีที่อยู่อีก ลุงมาเห็นอีกก็เลยจับมาฝากหอพักบุตรทบ. ก็เลยอยู่หอพักบุตรทบ.ตั้งแต่ตอนนั้นมา ตอนอยู่โรงเรียนเพาะช่างปี 2 จนเรียนครบ 5 ปีจบเพาะช่าง เสร็จแล้วก็ขอจักรยานของลุงมาทำงานส่งหนังสือพิมพ์หารายได้ให้ตัวเอง ตอนนั้นก็แต่งเพลง เขียนหนังสือ หารายได้หาเลี้ยงตัวเองได้เรียบร้อย ส่งเงินมาให้น้องอีกด้วย ถ้าอยู่บ้านก็ทำอาหารกินเอง ถ้าไม่อยู่บ้านก็ไปกินกับใครก็ได้ ส่วนบ้านที่ซุกหัวนอนเป็นที่ๆ จะต้องนอน เมื่อไหร่ก็ไปนอนได้อย่างนั้นด้วยบ้านแท้ๆ ไม่แน่ไม่นอน พอจบแล้วออกมาทำงานจึงมีบ้านของตัวเองได้ ก่อนนั้นก็เช่าบ้านอยู่หลายปี กว่าจะมีบ้านของตัวเองจนเรียนจบ เอาน้องมาเลี้ยงอยู่ด้วย ก็เลยอยู่บ้านหลังนั้น 10 กว่าปีจนออกมา เป็นบ้านหลังสุดท้าย เป็นบ้านที่สร้างด้วยตัวเองที่แคบ 100 กว่าตารางวา ให้น้องมาอยู่ด้วย ทำน้ำตกน้ำไหลเล็กๆ ตอนนั้นเขาเอาหินมาขาย ไม่มีบ้านไหนซื้อ อาตมาก็ว่าเอาๆ ซื้อหิน 1500 บาท คนก็ร้องว่าซื้อทำไม คนตกใจว่าซื้อได้อย่างไร ประมาณ สิบกว่าก้อน ก้อนไม่ใหญ่เท่าไหร่ ก็เอามาต่อสร้างเป็นน้ำตก วางเรียงเป็นสนาม ที่จริงภาพมี คือมันมีจิตใจเป็นธรรมชาติ มีที่รองเท้าปั้นเป็นรูปตีน แปลว่าสร้างด้วยลำแข้งตัวเอง ลุงก็ถาม ก็เลยบอกอย่างนี้ ลุงก็เข้าใจพยักหน้า มีน้ำตก มีรังนก เลี้ยงนกฟิ้นช์ ในนี้หุ้มเป็นกรงใหญ่ เรือนอีกหลังที่ตั้งใจสร้างตั้งชื่อว่าเรือนรัก ส่วนหลังแรกตั้งชื่อว่าเรือนร่ม ให้เป็นสระน้ำแล้วมีน้ำตกน้ำไหล มาทำปฐมอโศกก็สร้างภูเขาน้ำตก คุณไม้ร่มก็มาร่วมสร้างด้วย ที่บ้านที่สร้างนั้นออกแบบเองมีการตกแต่งธรรมชาติ พอออกมาก็มาอยู่ที่กุฏิวัดอโศการาม มีแม่บ้านคือคนที่ช่วยทำงานบ้านมาอยู่ด้วย หาได้มาจากกรมประชาสงเคราะห์ มาเป็นคนใช้ แม่บ้านคนนี้มีลูกติด ซึ่งใครก็ไม่เอา รังเกียจ เราก็ว่าน่าเอาก็เลยรับแกมาอยู่ด้วย ไม่ได้ถือว่าเป็นคนใช้นะ ลูกแกก็เลี้ยงจนโต ลูกสาวแก ตอนนี้อายุจะ 60 ปีแล้ว ลูกสาวของแม่พวง ตอนนี้ก็ยังอยู่กับกิ่งรัก อาตมาตั้งชื่อว่าพิกุลแก้ว เรียนจบปั๊บก็เช่าบ้านไว้ก่อนเลย ราคาค่าเช่าเดือนละ 700 บาท อาตมาเงินเดือนตอนบรรจุนั้นก็ไม่กี่ร้อยบาท ใช้รถแลมเบตต้าและเวสป้า ขี่ไปทำงานทั่วไป ได้บ้านใหม่ก็เลยย้ายออกไปที่ทุ่มมหาเมฆอย่างที่เล่า แล้วก็อยู่บ้านหลังนี้จน พ.ศ. 2513 ก็เลยเลิกไปอยู่วัดอโศการาม ปลูกกุฏิให้ของอาตมาและก็ของฝ่ายหญิง จากนั้นก็ออกจากวัดอโศการาม ก็มีบ้านอีกเยอะ ทุกวันนี้มีบ้านเยอะ เพราะเป็นคนไม่มีบ้านก็เลยมีบ้านเยอะ บ้านแท้อยู่ไหน? ทุกวันนี้เป็นคนไม่มีบ้านของตนเองแต่มีบ้านเยอะ เพราะไม่มีบ้าน แต่มีบ้านเยอะ นี่เป็นเรื่องพิเศษประหลาด ไม่ได้อยากได้ อยากมี อยากเป็น แต่มีเยอะ คนนั้นคนนี้ก็สร้างให้อยู่

_ต่อมาถามว่าสวรรค์นรกนั้นมีจริงไหม….. สวรรค์นรกนั้นอยู่ในจิตใจ จิตใจของเรามีสวรรค์นรกก็ต้องมี สวรรค์นรก คืออาการของจิตใจ ถ้าอาการเป็นสุข เขาเรียกว่าสวรรค์ ถ้าอาการเป็นทุกข์ เขาเรียกว่านรก แล้วมันเป็นจริงด้วย เคยไหมที่ถามมานี้ อ่านใจตัวตนที่ทุกข์ มันไม่สบายใจ อ่านเป็นไหม นั่นแหละคือนรก ยิ่งมีเรื่องราวมากรับผิดชอบมาก หาเรื่องมาก ก็ทุกข์มาก ติดยึดมาก ถ้าไม่มีปัญญาทางธรรมก็จะทุกข์มาก คนเรามีสุขแล้ว ก็ไปชอบรสประทับใจ ชอบความสนุก ชอบความเพลิดเพลิน ชอบที่เขาหลอกไปเยอะเลย ก็ไปคิดตามเขาและเป็นจริงเรียกว่าอุปาทาน บ้านนอกมาเป็นสวรรค์เก๊ สวรรค์ปลอม ไปติดเข้าแล้วเลิกยากด้วย เพราะมันโง่มันอวิชชา เราจะได้สวรรค์ตอนสัมผัสขณะมีเหตุปัจจัยครบ เลิกจากสวรรค์จิตใจก็ติดยึดนั้นต่อเป็นนรกต่ออยากได้มาก ชีวิตจริงอยู่กับนรกมากกว่าสวรรค์ อยากได้สุขในที่ไหนๆ คนเราอยากนั่งตรงนี้ อยากนอนตรงนี้ อยากจะยืน อยากจะเดิน อยากจะพบอันนี้ อยากจะได้กลิ่นอันนี้ อยากจะได้รับรสอันนี้ เยอะไปหมดจนนับไม่ถ้วน อยากตัวไหน….นรกตัวนั้น แล้วก็จะแสวงหามาให้แก่ตัวเอง อยากได้ก็แสวงหา หรือไม่ก็แย่งชิง แย่งชิงอย่างร้ายแรงทุจริต ฆ่าแกงทำร้ายคนอื่นอย่างอำมหิตทุจริต นั่นแหละคือสัตว์นรกชั้นต่ำ นั่นคือจิตใจทั้งนั้นที่เป็นอยู่ คือสัตว์นรก สัตว์เทวดา สัตว์สวรรค์ จิตใจก็พาเป็น ทั้งหมดมนุษย์ทั่วโลกนี้ ต้องมาศึกษาตามพระพุทธเจ้าจะรู้ถึงสิ่งเหลวไหลเลวร้าย หรือว่ามันไม่มี รูปรสกลิ่น เสียง สัมผัส ที่จะเที่ยงแท้ถาวรไม่มีหรอก มันมีตามเหตุที่กระทบสภาพ เดี๋ยวมันก็จะหายไป บางอย่างอาจอยู่นาน เป็นเหล็ก เป็นหิน แต่เราก็จะตายก่อนมันสลายก่อนมัน หรือมันจะสลายก่อนเรา อย่างผ้าที่ปูโต๊ะนี้ก็ต่อไปก็สลายแน่ ถ้าเราไปยึดก็จะแย่งอยากได้เป็นเราของเรา ก็แย่งเกิดเวรกรรม เวรคือผูกพัน เป็นการกระทำที่ผูกพัน ชาติแล้ว ชาติเล่า ฆ่าแกงกัน เป็นทุกข์ร้อนไม่รู้กี่กัปี่กัลป์ คนที่มาศึกษามีบารมีจะลดความอยากได้ พอลดความอยากได้แล้วกลับจะได้เมื่อมีบารมี พอมีบารมีจะได้ แต่ตอนแรกไม่มีบารมีจะไม่ได้ ต้องอดทนสร้างเองเกื้อกูลคนอื่น กุศลก็จะกลับมาทดแทนเราเหมือนทรัพย์ที่เราฝากแบงค์ไว้ กี่ชาติก็จะมาทดแทนเราเป็นเรื่องจริงเลย สรุปแล้วอะไรต่างๆ นานาไม่มีของฟรี เราทำไว้ให้คนอื่นเราไม่ต้องจำ ให้คนอื่นเป็นลูกหนี้ก็จะมาใช้เรา บางคนเขาไม่เต็มใจ แต่วิบากเขาจะมาใช้ให้เรา แต่คนกตัญญูเป็นคนดีจะเอามาใช้หนี้เราเยอะ หรือเขาจะมาฝากเรา มาให้เรา มาให้เราแล้ว ถ้าเป็นพระอาริยะ อรหันต์จะเป็นนาบุญ เขามาบริจาคเรา เขาไม่ได้มาใช้หนี้หรอก แต่เขามาให้เราเอาไปงอกไปทำประโยชน์กับคนอื่นได้ เขาทำเองจะได้กุศลเป็นรายได้ไม่ขยายผลอย่างเรา เราทำนี่จะงอกเงยขยายผลยิ่งกว่าพวกทุนนิยม เป็นนาบุญที่งอก อย่างข้าวดีเมล็ดเดียวจะงอกเป็นร้อยพันเมล็ด ผู้ที่มาบริจาคให้นี้ ให้แล้วท่านไม่ได้เอามาบำเรอตน ก็จะไปทำกุศลต่อ งอกเงยต่อ ขยายผลไปอีกเยอะจึงเรียกว่านาบุญ ทำบุญกับพระอาริยะ จะมีผลสูง ยิ่งถ้าทำบุญกับพระอาริยะอย่างพระพุทธเจ้าจะยิ่งมีผลสูงมาก ใส่บาตรพระโสดาบัน 1 ครั้งมีผลสูงกว่าทำ นิจทาน (ทำทานใส่บาตรทุกวัน) ใส่บาตรโสดาบัน 1 ครั้งมีผลสูงกว่าพระปุถุชน 100 ครั้ง ใส่บาตรพระสกทาคามี 1 ครั้ง มีผลสูงกว่าใส่บาตรพระโสดาบัน 100 ครั้ง ใส่บาตรพระอนาคามี 1 ครั้ง มีผลสูงกว่าใส่บาตรพระสกิทาคามี 100 ครั้ง ใส่บาตรพระอรหันต์ 1 ครั้ง มีผลสูงกว่าใส่บาตรอนาคามี 100 ครั้ง ….. ใส่บาตรเป็นสังฆทานไม่กำหนดระบุพระ แต่ใส่เพราะท่านต้องการเป็นของจำเป็น นั้นมีผลสูงกว่าใส่บาตรพระพุทธเจ้า ไม่กำหนดรูปใดขอให้เป็นภิกษุที่บริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าไม่ระบุองค์ หนึ่งท่านน่าศรัทธา และสองสิ่งที่ทำทานเป็นสิ่งจำเป็น เป็นด้ายเป็นเข็ม ได้กุศลยิ่งกว่าสร้างตึกวิหารถวายอีก พระพุทธเจ้านั้นจะอยู่ในระยะหนึ่งแล้วปรินิพพานไป ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้านั้นจะอยู่สืบทอดต่อไป ถ้าสามารถช่วยอย่างมีใจที่กว้าง องค์ไหนก็ตามที่ท่านขาดแคลน และท่านจำเป็น องค์อื่นๆ มีพอแล้วแต่องค์นี้ขาดแคลนมาก ดังนั้นมันตรงกับความต้องการความจำเป็นมีประโยชน์ ยิ่งท่านไม่ต้องการท่านไม่ไปขอ ท่านไม่เรียกร้องก็ยิ่งมีผลสูง ถ้าไปทำทานกับคนที่เรียกร้อง ต้องการนั้นกุศลจะราคาต่ำ ถ้าทำทานกับคนที่ไม่เรียกร้อง แต่ก็เห็นว่าควรจะทำทานกับท่านอย่างนั้นอานิสงส์จะมีสูง มีกุศลสูง ถ้าปฏิบัติธรรมต่อไปจะเข้าใจซึ่งกัน

_ผมน้องนาย อยู่ชั้นป.1 ทำไมผมต้องตั้งตบะด้วยครับ ช่วงเข้าพรรษาผมตั้งตบะว่าจะไม่ดูทีวี แล้วผมไม่ดูทีวีก็รู้สึกดีแล้วผมมีเวลาว่างที่จะทำการบ้าน ตอบ...ฉลาดนะ ตั้งตบะนี้มีเวลาทำการบ้านอีกเยอะแยะด้วย ก็เห็นไหมว่าตั้งสบายแล้วดี

การทำความเพียร เป็นการสร้าง self กับ ish ซึ่งมันเริ่มมีสามเส้า คือมี i ตัวเรา she he เป็นสามเส้า วัฏฏะ เช่นพีชนิยามเป็นวัฏฏะสามเส้ามันไม่รู้ตัวเอง มันมีธรรมะสองกับตัวเอง ตัวเองคือสังขาร ปรุงแต่งให้ตัวเองแล้วมีสองอย่าง ธรรมะสอง ทุกอย่างที่ต่างกันเป็นธรรมะสอง มันจะเลือกอย่างที่ใช่ ไม่ใช่ไม่เลือก นี่คือพลังงานพีชนิยามไม่เป็นพิษภัยกับใคร มี self และ ish สามเส้า ยังไม่เป็น selfish ยังไม่เห็นแก่ตัวเอง แต่เป็นแค่ตัวเอง ไม่รบกวนเบียดเบียนใคร เป็นเหตุปัจจัยให้ตัวเอง ธาตุไหนได้ก็เอา พีชนิยามจะได้สมบูรณ์มันก็เอา แต่มันเกินมันไม่เอา ขาดมันก็พร่อง แต่ถ้ามันได้สมบูรณ์มันก็เอา มันมีพลังงานกำหนดของมันเหมือนกัน สรุปแล้วเป็นผลดีของตัวเอง มีพัฒนาการไม่ทำร้ายใคร ไม่เป็นพิษกับใคร นี่คือพลังงาน self หรือ ish สามเส้า มันขยันพวกเพียรตลอดวันคืนนะ แต่บางอย่างพืชก็พักบางขณะไม่มีแสง แต่ธรรมดาไม่มีพัก มันทำตามของมันประจำ

_น้ำใจ ความกตัญญูเป็นรูปธรรมเป็นตัวอย่างอยู่ที่เกมอาริยะใช่ไหมคะ ไม่ได้อยู่ที่เกมโปรเกม่อน ใช่ไหมคะ ตอบ…น้ำใจกตัญญูเป็นรูปธรรม คือให้ความรู้จักบุญคุณคน แล้วก็ตอบแทนบุญคุณคน เป็นตัวอย่างของเกมส์อาริยะ ถูกต้อง ทำไปเถอะเป็นกำไรตลอด แม้เขาจะไม่รู้จักคุณคนก็ไม่เป็น พระสารีบุตรมีคนใส่บาตรให้ 1 ทัพพี เมื่อคนนี้ที่ใส่บาตรมาบวชตอนอายุเยอะ ก็ไม่มีใครหาบริขารให้ ไม่มีใครบวชให้ ทุกคนรังเกียจไม่ให้ สารีบุตรไปเห็นเข้าก็พบว่าคนนี้เคยใส่บาตรเรา ก็เลยเป็นเจ้าภาพหาบริขารให้บวช ก็เลยได้บวช เมื่อเราช่วยคนอื่นแล้วมีผลมากกว่าที่เราจากเขาก็จะเป็นกำไรของเรา

_ลดกิเลส คือหน้าที่หลัก ส่วนการทำงานหนัก คือหน้าที่ ได้ไหม ตอบ…ก็ได้ ต้องมีสติสัมปชัญญะรู้ข้างนอก แล้วเราก็สังเกตไปด้วย งานเราก็ทำตามควร

_นิสิต ว.นบ. คือผู้เจริญแล้ว วันนี้คุณใช้ บุญ แทนใบประกาศหรือใบประกันชีวิตได้ไหมคะ ตอบ...บุญไม่ใช่ใบประกันชีวิต แต่บุญคือเครื่องมือฆ่ากิเลส ต้องปฏิบัติให้รู้จักกิเลสแล้วกำจัดกิเลสได้ด้วยปหาน 5 จะเป็นเครื่องมือกำจัดกิเลสครบ 1. วิกขัมภนปหาน (ละด้วยการข่มใจ-ใช้เจโตนำหน้า) . 2. ตทังคปหาน (ละได้เป็นครั้งคราว-ใช้ปัญญาอบรมจิต) . 3. สมุจเฉทปหาน (ละด้วยการตัดขาด สลัดออกได้เก่ง) . 4. ปฏิปัสสัทธิปหาน (ละด้วยการสงบระงับ ทวนไปมา) . 5. นิสสรณปหาน (สลัดออกได้เองทันที เก่งจนเป็นปกติ) (พตปฎ. เล่ม 31 ข้อ 65)

ปหานกิเลสเสร็จหมดบุญก็หมดไปด้วย

_จากนร.สสฐ.อยู่ปฐมอโศก (ดรีม เปรมิกา ) ประชาธิปไตยสำหรับหลวงปู่หมายความว่าอะไรคะ ตอบ...หมายความว่า สิ่งที่เพื่อประชาชน อย่างไม่อคติ อย่างไม่ลำเอียงอย่างไม่มีการเห็นแก่ตัวเลย นั่นแหละคือยอดสุดประชาธิปไตย ผู้ที่ทำเพื่อประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจเลย และไม่ลำเอียงไปเข้าข้างคนของเรา พรรคพวกของเราจะ ไม่มี ไม่ลำเอียงและไม่มีตัวตน ไม่ทำเพื่อตัวตน ไม่ทำเพื่อใครส่วนตัวทั้งนั้น จะอยู่ในระบอบเผด็จการแต่คนนั้นทำเพื่อประชาชนอย่างไม่ลำเอียงไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่พวก ทำอย่างบริสุทธิ์ มีจิตเป็นความรักระดับมิติที่ 7 มิติ 8 มิติที่ 9 มิติที่ 10 เป็นเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และมนุษยชาติ ผู้ที่ทำได้อย่างนั้นนั่นแหละ คือนักประชาธิปไตยตัวจริง เขาจะอยู่ในระบอบเผด็จการ สมบูรณาญาสิทธิราช สมัยพระพุทธเจ้าท่านก็คือนักประชาธิปไตย แล้วก็สร้างนักประชาธิปไตยมาเป็นสาวก ช่วยเผยแพร่ประชาธิปไตยมาตลอด จึงมีผลต่อประชาชน พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ไม่มีคอรัปชั่นไม่ลำเอียง ทำตามสัจธรรม คนไหนควรช่วยเหลือก่อนหรือหลังจะรู้ แล้วทำเต็มที่เรียกว่านักประชาธิปไตย จะอยู่ในระบอบเผด็จการ ระบอบคอมมิวนิสต์ คือระบอบที่ชื่อว่าประชาธิปไตยจริงๆ ก็ตาม แต่ถ้าพฤติกรรมเป็นอย่างที่ว่านี้ ก็คือนักประชาธิปไตย แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ทำเห็นแก่ตัวลำเอียง คอร์รัปชั่นสร้างอำนาจบาตรใหญ่ ต่อให้ชื่อว่าอยู่ในระบอบประชาธิปไตยคือระบอบใดใด ถ้ารวมหัวรวมตัวกันเป็นกลุ่มที่จะขบถต่อประชาชน ถ้ายิ่งตัวเองมีอำนาจบาตรใหญ่รวมอำนาจไปหมด จนคนอื่นต้องยอม แม้แต่ชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยก็ตาม มีกฎระเบียบ มีกฎหมาย มีรัฐธรรมนูญ แต่ตนเองประพฤติเห็นแก่ตัว คนนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตยเลย นักประชาธิปไตยของหลวงปู่เป็นนักประชาธิปไตยที่ดีที่สุด เป็นนักเผด็จการที่ดีที่สุด เป็นนักคอมมิวนิสต์ที่ดีที่สุด ทำเพื่อประชาชนอย่างไม่ลำเอียง ไม่เห็นแก่ตัว มีปัญญาแจกจ่ายจัดสรรอย่างไม่ลำเอียงมีปัญญาที่สุดยอด

_ทำไมบางครั้งเรารู้สึกผิดกับบางเรื่อง ที่เราไม่ได้ทำด้วย การที่หนูรู้สึกผิดกับคนอื่นที่เขาทำผิดไปด้วยมันหมายถึงอย่างไร ตอบ.. .เราไปเห็นใจคนอื่นที่เขาทำผิด 1 ตนเองรู้สึกว่าอันนี้มันผิดจริงๆ ถ้าเราทำเองก็รู้สึกในตัวเอง สองเราไปเห็นคนอื่นทำผิดก็น่าเห็นใจ ความจริงมันก็ดี ถ้าเราไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง เราจะช่วยเขาได้ก็ช่วย

_ในความเห็นของพ่อครู สาธารณโภคีของชาวอโศกที่ไหนสมบูรณ์แบบมากที่สุด ตอบ .. .ยังตอบไม่ได้ ว่าที่ไหนสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ตอนนี้ สาธารณโภคีของชาวอโศก ที่ปฐมอโศกเป็นสาธารณโภคี ที่ตัวเองไม่ต้องไปยืมใคร ซึ่งชาวอโศกไม่เป็นหนี้ใครอยู่แล้ว แต่จะมีหนุน อย่างบ้านราชฯนี้มีเงินหนุนจากสันติอโศก แล้วได้รับเงินหนุนจากปฐมอโศก เดือนละไม่ต่ำกว่าล้าน ปฐมอโศกเป็นที่ๆ เลี้ยงตัวเองรอด แล้วก็ช่วยเหลือน้องๆ ด้วย รอดตัวเป็นสาธารณโภคีมีประชากรทำกิจการเลี้ยงตนเองรอด เป็นระบบสาธารณโภคี ทุกคนทำงานฟรี แล้วก็เอาเข้าส่วนกลาง เสียภาษี 100% อยู่กันอย่างพี่น้องพึ่งพากัน เกิด แก่ เจ็บ ตายกันได้ จะเรียกว่าสมบูรณ์ที่สุดก็ได้ ส่วนสันติอโศกนั้นไม่ได้เป็นหนี้ใคร จะมีเงินฝากจากสมาชิก เป็นเหมือนธนาคารกองกลาง ฝากก็ไม่ได้ดอกเบี้ยหรอก ใช้เงินส่วนนี้หมุนเวียนให้คนอื่นยืมไปทำงาน อย่างเช่นราชธานีอโศกยืมมาทำโรงปุ๋ย 10 ล้านถึง 20 ล้านเป็นต้น หรือไปซื้อข้าวที่โรงสี ก็ไปเอาจากกองกลาง ระบบก็คล้ายกับทุนนิยม แต่เราไม่มีชักดาบ หมุนเวียนช่วยกันอย่างดีสุด อาตมาเชื่อว่าโลกทั้งโลกต้องการแบบนี้ ยิ่งกว่ายูโทเปียที่โทมัสมอร์เขียนไว้ เป็นเมืองในฝัน ส่วนของเรามีสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ ปฏิบัติธรรมเรียนกันไปตลอดเวลา ตั้งแต่เล็กจนถึงแก่จนถึงตาย เป็นหลักสูตรอาริยบุคคล โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ไปตลอดและปฏิบัติไป แม้จะเป็นอรหันต์แล้วก็เป็นโพธิสัตว์ต่อ เกื้อกูลดูแลช่วยเหลือคน เพียรกันไป ไม่จบอรหันต์แล้วตนเองตายไปจะไม่ตั้งจิตต่อเป็นพุทธภูมิก็ได้ หรือจะต่อพุทธภูมิก็ได้ แต่อาตมากล้าพูดว่าผู้ที่จะต่อพุทธภูมิต่อก็จะมาเกิดกับชาวอโศก น้ำจะไหลไปหาน้ำ น้ำมันจะไหลไปหาน้ำมัน ตามสัจจะ อาจจะไปรับวิบากที่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องมา แต่คนไหนที่ไม่มาคือไม่ใช่ บางคนอยากมาแต่มาไม่ได้ ส่วนคนไม่อยากมาก็ไม่มีปัญหา สรุปว่าปฐมอโศก สมบูรณ์สุดตอนนี้ก็ได้ แต่อาตมาก็เห็นว่าดีกว่านี้ยังมีอีก เขากำลังพัฒนาต่อ

_ตอนนี้หลวงปู่มีพระอรหันต์ 9 รูปหรือไม่คะเป็นนักบวชหรือฆราวาส ตอบ...ก็ตอบได้ว่ายังไม่ได้ถึง 9 รูป แต่ก็มีเข้าข่ายอยู่บ้าง มีคนหนึ่งที่อาตมาประกาศว่า เป็นอรหันต์แต่เสียชีวิตไปแล้ว คนอื่นก็มีคุณสมบัติอยู่ แต่ก็ไม่ต้องตรวจสอบ ถ้ามีอรหันต์ 9 รูปแล้ว อาตมาถือว่าชมพูทวีปจะเต็มรูป จะช่วยศาสนาต่อไปถึงห้าพันปี ถ้ามากกว่า 9 ก็ยิ่งเต็ม

_ดิฉันติดตามบุญนิยมทีวีที่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติเป็นอันมาก ชาวบ้านแถวบ้าน คนไทยชอบทำบุญกลัวบาป แถวบ้านมีพระกินมังสวิรัติเหมือนกัน แต่มีพระอยู่น้อยแค่หนึ่งหรือสองรูป แต่ชาวบ้านก็นับถือคอยช่วยงานวัด แต่ดิฉันว่าพระมีความรู้น้อยไม่แข็งแรงพอ แต่วัดที่มีพระเปรียญ 9 จะแข็งแรง มีพระมากกว่า คนก็ไม่ค่อยชอบ แต่คนกับพระก็ต้องอยู่ร่วมกัน ดิฉันชอบพ่อท่านเทศน์มาเป็นคนจนเข้ายุคสมัยมากเลย ก็คนจนจริงๆ พอจนรายได้ไม่เหมือนเก่าคือจนไม่ถึงกับรวย อยู่ได้ ทำงานแบบคนจนดีจังไม่เปลือง ความรัก สามัคคีกลับมาเหมือนเดิมแล้ว มีการแบ่งปันกันมากขึ้น เนื่องจากจน เด็กๆ ก็ไม่ได้เที่ยวเตร่ ต้องช่วยครอบครัวเด็กก็รู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้น พ่อท่านเทศน์เรื่องการทำงาน เทวดา 6 ชั้นดิฉันชอบฟังมาก ตอบ...ก็ขอเสริมตรงที่ว่า อโศก มาจนอย่างจริงๆ จนเดินตามรอยทางพระพุทธเจ้า ไม่สะสมเงินทองเป็นของตนเอง ไม่สะสมสมบัติ การไม่สะสมสมบัติแต่เรามีสาธารณโภคีเป็นองค์รวมส่วนกลาง ประชาชนที่ไม่ใช่แบบโลกุตระเขาไม่เข้าใจ ส่วนกลางที่ทุกคนช่วยดูแล เขาก็รู้ แต่จิตใจเขาเห็นแก่ตัวเป็นจำนวนมาก เขาไม่ได้ล้างกิเลส เขาพอรู้ แต่จะเป็นได้ต้องเรียนรู้ทฤษฎี เรียนรู้อาการลิงคนิมิตของกิเลสแล้วมีวิธีปหาน 5 กำจัดกิเลสได้ จะมีอาริยคุณจริง แล้วน้ำจะไหลไปหาน้ำ น้ำมันจะไหลไปหาน้ำมัน จะสบายใจ ช่วยกันพัฒนา ช่วยสร้างให้เจริญ ผู้ใดไม่ถึงอรหันต์ก็ต้องพากเพียรให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็เสียเวลาทรัพย์สินไปเสียพลังงานไป แต่ถ้าเป็นอรหันต์ก็จะไม่เสียพวกนี้ จะทำงานช่วยศาสนาได้เต็มที่ มาถึงปางนี้อาตมาต้องมาอธิบาย จนมีรูปธรรมของสังคมนี้ สังคมคนสาธารณโภคี คนที่ศึกษาแสวงหาเขาจะเห็นแล้วมาเอา ตอนนี้ไม่ได้แพร่ไปกว้างถึงต่างประเทศ อาตมาไม่ได้ดิ้นรนขวนขวายที่ใช้ภาษาต่างประเทศ ที่ไม่ดิ้นรนจะใช้ เพราะไม่อยากให้กระจายไปมาก เน้นเนื้อให้เหนือกว่ามาก เน้นลากแม้ยากกว่าแล่น เน้นจริงให้ยิ่งกว่าแค่น เน้นแก่นให้แน่นกว่ากว้าง จะไม่สูญเสียง่าย วิธีทำของอาตมาจึงช้าหน่อย ไม่เร็วทันใจคนนัก แต่คนใจร้อนอยากให้ได้ผลเร็ว อาตมาเข้าใจ แต่เราจะตะกละเกินไม่ได้ เราค่อยทำสะสมไปตามเหตุปัจจัย จะช้าหน่อย แต่ของให้แข็งแรงจริง บริสุทธิ์จริงจะอยู่ได้นานและจริง

_ถ้าชาตินี้เราทำดีไว้เยอะชาติหน้าจะติดตัวเราไปไหม ตอบ...ไปด้วยแน่ กัมมัสโกมหิ ต้องทำแต่ดีอย่าไปทำชั่ว

_ความหมายของผู้ที่มีประชาธิปไตยมากที่สุดคืออะไร หลักความเสมอภาคคืออะไร ตอบ...ความหมายก็อธิบายกันเยอะแยะแล้วจะต้องเอาความจริง ความจริงหมายถึงอะไรบ้าง ความหมายของผู้ที่มีประชาธิปไตยคือ จะต้องทำให้จริง คือผู้ไม่มีกิเลส ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ลำเอียง จะต้องมีปัญญา อ่านอย่างซื่อสัตย์ว่าใครควรได้มากหรือน้อยได้ก่อนหรือหลัง จะใช้มหาปเทส 4 สัปปุริสธรรม 7 อย่างไม่ลำเอียง ไม่เห็นแก่ตัว เอาสัจจะความจริงของแต่ละหมู่กลุ่ม แต่ละกาละ ในสัปปุริสธรรม 7 รู้อัตถะ ธรรมะ รู้ตัวเองอัตตัญญุตาว่าเราทำได้แค่ไหน ประชาธิปไตยที่มากที่สุดคือคุณสมบัติที่ไม่มีกิเลส ไม่ลำเอียงมีปัญญา มีมหาปเทส 4 หลักความเสมอภาค คือจัดสรรให้ได้สัดส่วนสมดุล ตอบตรงนี้ให้ฟังว่า สิ่งที่เกิดสองอย่างไม่มีอะไรเท่ากันตั้งแต่นิวเคลียร์ฟิชชั่น ฟิวชั่น สองพลังงานหน่วยเล็กที่สุดก็ไม่เท่ากัน ทั้งพลังงาน สสารก็ไม่เท่ากัน คนที่ไม่รู้จัก ดึงดันก็จะพยายามทำให้เท่ากัน เหมือนผีไปเห็นคนที่นอนอยู่ คนนอนนั้นสูงไม่เท่ากัน ผีก็จะจัดให้เท่ากัน ก็ไปดึงหัวให้เท่ากัน แล้วก็ไปดึงเท้าให้เท่ากัน ก็จะไม่เท่ากันไปตลอด จัดไปจัดมาเรื่อยๆ เขาก็จะเป็นผีตัวนี้ ผู้ที่จัดเสมอภาคในโลก มันไม่มีหรอก ธรรมะสองนี่ตั้งแต่สองสิ่ง แฝดสองคนก็ไม่เหมือนกัน แฝดนี่หยาบ อณูระดับนิวเคลียสก็ไม่เท่ากัน จะอิตถีภาวะกับปุริสภาวะก็ไม่เท่ากัน ภาวะธรรมะสอง คนจะมีเหตุปัจจัยมากระทบเป็นธรรมะสองพอเกิดปฏิกิริยาก็มีเรา เราก็ใช้ปัญญาจัดการตัวนี้ได้ ความเสมอภาค คือจัดสรรให้เป็นไปด้วย สัปปุริสธรรม 7 และมหาปเทส 4 จัดสรรให้เรียบร้อยราบรื่นง่ายงามที่สุด ไม่มีอะไรเท่ากัน แต่ทุกอย่างจะไม่ตรงไม่เท่ากันหมดเป็น 0 ได้ คือพลังงานไม่มีทศนิยม โลกนั้นคือโลกแห่งหลุมดำเบอร์มิวด้า ที่ไม่มีอะไรรู้จัก ถ้าเริ่มมีจิตวิญญาณรู้จักก็ไม่ต้องลงหลุมดำเบอร์มิวด้า อุตุนิยามเริ่มปรุงแต่งจับตัวเป็นสองแล้วก็จะปรุงแต่งไปเรื่อยๆ สร้างตัวเองไป พีชนิยามก็มีสามส่วนจับตัวกัน จะมีหลายมิติก็เรื่องของมัน จะไม่ออกน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน