580609_พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก ปี ๒๕๕๘ .doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580609_พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก ปี ๒๕๕๘
๑๘.๐๐ น. พ่อครูนำหมู่สมณะ สิกขมาตุ เดินธรรมยาตราสั้นๆ จากถนนหลังพระพุทธโต สู่ลานหน้าพระพุทธโต หรือแก่งสระโพธิ์ สมณะ สิกขมาตุ ญาติธรรม นั่งเรียบร้อยอยู่บนลานแก่งสระโพธิ์
๑๘.๑๕ น. พ่อครูแสดงธรรมในพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ.....วันนี้ ๙ มิ.ย. ๒๕๕๘ เป็นวันที่เราจะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งปีนี้เราจัดมาเป็นปีที่ ๓๔ เรามีพระธาตุอยู่ที่พระวิหารพันปี เรามีพิธีตั้งแต่มีพระธาตุขึ้นสู่พระวิหาร ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๓๔ เป็นงานอโศกรำลึก ซึ่งพวกเราได้เดินทางมาในสายนี้ ประเพณีก็จะรำลึกถึงบรรพชน ถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ระลึกถึงสิ่งดีงามเป็นสิ่งประเสริฐอย่างหนึ่ง
ถ้าคนเราไม่ได้รำลึกถึงอะไรเลย ไม่มีสาราณียะ ระลึกถึงสิ่งควรระลึกถึง ถ้ากลายเป็นคนปฏิบัติธรรม ชนิดตัดขาดไม่ต้องคิดถึงใครเลย พวกมิจฉาทิฏฐิสอนกันให้ไปนิพพานแบบไม่ให้นึกถึงอะไรเลยให้ขาดจากโลก ถ้ายังมีการโยงใยต่อเชื่อมไม่ตัดจะไม่ได้นิพพาน เขาเข้าใจเพี้ยนไป
คำว่าสันตติ เป็นอาการส่วนในที่ซ้อนในจิต มีกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ไม่ใช่หมายความว่า ไม่ต่อไม่ติด ตัดสันตติ ตัดกายก็ตัดกาย เวทนาก็ตัดไม่รับรู้สึก หรือตัดจิตไม่มีธาตุรู้ทำงานเลย นี่พวกมิจฉาทิฏฐิ มีเยอะ เข้าใจ สติปัฏฐาน ๔ ที่ลึกซึ้งนี้ผิดไป
อาตมาอธิบายถึงพลังงานทางจิต ที่เทียบกับทางวิทยาศาสตร์ ทางวิทยาศาสตร์เขาไม่สามารถเข้าไปรับรู้ชีวิตินทรีย์ ที่มีพลังงานหยาบ กลาง ละเอียด อย่างของพระพุทธเจ้าอ่านเลยว่าชีวิตสัตว์โอปปาติกะ ที่เป็นสัตว์อบาย หรือชีวิตของพลังงานทางกิเลส ที่เป็นชีวะ เป็นนามธรรม แล้วก็อ่าน อาการ ลิงค นิมิต ของมันชัดเจน ถูกต้องแล้วตัดสันตติหรือดับเฉพาะสัตว์อกุศล สัตว์อบาย แล้วก็จะมีจิตกุศลอีกต่า
อ่านต่อ
งหาก จิตเราต้องทำงาน ต้องสะอาด ส่วนจิตอกุศลให้ตัดสันตติ ให้ตัดขาดสนิท
นิโรธของพระพุทธเจ้าไม่พาซื่อเหมือนการแพทย์เขาฆ่ามะเร็ง ฉีดคีโมฯ เพื่อสะกัดเซลล์มะเร็งก็ฆ่าไปหมดเลย รอบข้างมันฆ่าแหลก ไม่ไว้หน้า ฉันเดียวกับปฏิบัติธรรม แบบดับจิต ดับเวทนาหมด หลับปี๋ ไม่ใช่เลย แต่นิโรธของพระพุทธเจ้าตื่นมีสติเต็ม รู้กิเลสตัวไหนตัวนั้น กำจัดให้กิเลสดับหายไปไม่มีอินทรีย์พละเลย ดับสนิท เหมือนพลังงานนิวเคลียร์ ที่มีกัมมันตภาพรังสี กัมมันตะ คือกรรม เป็นกรรมที่ละเอียดที่สุด บางเบากระจายออกไป เป็นรังสีด้วย
มีนิวเคลียร์ฟิชชั่น และนิวเคลียร์ฟิวชั่น เป็นธรรมะสองที่จะต้องลดอิตถีภาวะสู่ปุริสสภาวะ ให้เป็นเอกปุริสสภาวะ ดับเฉพาะอาการที่เป็นอิตถีภาวะ พอเป็นปุริสสภาวะที่เป็นเอก ก็ต้องเรียนรู้ ธรรมะสองสภาพอีก ในนิวเคลียสเป็นภาวะของสสารและพลังงาน เขาก็ค้นพบสุดยอดละเอียดที่สุดอีก จนกว่าจะสูญ ก็ระดับนิวเคลียส มีนิวตรอนที่ว่าง แล้วมีโปรตอนที่อยู่ด้วย เป็นสภาวะสองอย่าง ของพระพุทธเจ้าให้ทำลงไปอีกให้สูญ ชีวิตินทรีย์ ไม่ให้มีสอง ให้เป็นหนึ่ง และเป็น ๐ เลยไม่ให้มีเพศเหลือเลย ความรู้ของพระพุทธเจ้าถ้าจะเรียกถึง นิวเคลียร์ฟิชชั่นหรือนิวเคลียร์ฟิวชั่น มีการกระทบแตกตัวเป็นไอโซโทป เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่แตกตัวไปเรื่อยๆกระจายจนหายไป ทีละ half life ตัดได้ครึ่งหนึ่งจนสลายไปสูญในที่สุด เรียกว่าชรตา
เมื่อมีการกระทบกัน แล้วแตกละเอียดลงไปๆๆ ก็จะชรตาเสื่อมสูญไป สุดทาง สู่ทางเสื่อมหายไปหมดไป ใน นิวเคลียร์ฟิชชั่นก็ปล่อยหายไปเลย เหลือแต่ นิวเคลียร์ฟิวชั่น ที่จัดกันเป็นธาตุหนักก็เอามาใช้ต่อไป ใช้หลักเดียวกันเลย กับของพระพุทธเจ้า
ผู้มีจิตอ่าน เจตสิก ได้จะรู้และควบคุมได้ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ เป็นภวันติ เหนือพลังงานนี้ควบคุมพลังงานนี้ได้ อาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามา ถึงวันนี้แล้วรู้สึกว่า อาตมากำลังมันเขี้ยว พูดอะไรก็ไม่พลาดถึงอันนี้เลย ก็รำลึก ที่อาตมาพูดนี่รำลึกพระคุณพระพุทธเจ้า ท่านประกาศธรรมะของท่านให้เราศึกษามาถึงทุกวันนี้แล้วมีผลจริง อาตมามั่นใจว่าชาวอโศกมีผลจริง จึงกล้าประกาศว่ามีอาริยะ พวกเรามีเยอะที่เป็นโสดาบัน สกิทาคามีก็มี เป็นลำดับ อนาคามีก็มี อรหันต์ก็มี แต่เราไม่ต้องอวดอ้าวอะไร ได้แล้วก็เป็นของจริงที่จะนำพากันเป็นแก่นแกนของมนุษยชาติ
ไม่มีอะไรดีกว่าการศึกษาจิตเจตสิก รูปนิพพาน ทฤษฎีพระพุทธเจ้าไม่ทิ้งสังคม อยู่กับสังคม ทำสัมมากัมมันตะ อาชีวะช่วยสังคมอยู่ รู้เท่าทัน ในการทำสัมมาวาจา กัมมันตะ สังกัปปะ เข้าใจเจตสิกพวกนี้ แล้วเรียนรู้กุศล/อกุศล อย่างอกุศลไม่เอา เอาแต่กุศลใช้อาศัยในชีวิตอย่างควบคุมได้เป็นของจริง
การศึกษาของพระพุทธเจ้าไม่ใช่การศึกษาเห็นแก่ตัวปลีกเดี่ยว เอาตัวรอดแต่เพียงคนเดียว ไม่รู้จักมวลมนุษยชาติไม่ใช่เลย แต่เป็นธรรมะที่ โลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก)
ตั้งแต่โสดาบันก็เหนือโลกอบายที่ต่ำๆแล้ว คนเขาไม่ศึกษาไม่รู้อบาย แต่พวกเราปิดอบาย ชุมชนพวกเราไม่มีอบาย สูงไปเป็นกามภพ รูปภพ อรูปภพก็ต้องเรียนรู้ จนหมดสิ้นภพทั้งหมด เราอยู่เหนือภพทั้งหมด อยู่เหนืออย่างไม่เบ่งข่ม แต่รับใช้โลกด้วย จะรู้จักการงานในสังคม จะช่วยสังคมไปตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องอย่างที่เข้าใจผิดๆ หลงใหลออกป่าเขาถ้ำ ปฏิบัติสมาธิสะกดจิตนั่งหลับตานั้นไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า แต่ของพระพุทธเจ้าปฏิบัติมรรค ๗ องค์สั่งสมเป็นสัมมาสมาธิ ไม่แยกส่วน
มรรค ๗ องค์สัมพันธ์กันแล้วสั่งสมเป็นสัมมาสมาธิ ที่กำลังอธิบายอยู่ เราได้ศึกษาธรรมพระพุทธเจ้าเราก็ได้มีงานระลึกคุณพระพุทธ_ธรรม_สงฆ์ โดยมีพระบรมสารีริกธาตุเป็นจุดร่วม เราจะรำลึกที่ไหนก็ได้ เราไปทำพิธีกลางถนนราชดำเนิน หรือข้างทำเนียบก็ไป มีสองหนแล้วที่เราไปอโศกรำลึกกลางถนน เหมือนศาสนาอิสลามเขาจะละหมาดที่ไหนก็ได้ ระลึกถึงพระเจ้า สิ่งเหล่านี้ถ้ามนุษย์เราไม่เข้าใจไม่เห็นความสำคัญไม่ทำเป็นจารีตประเพณีวัฒนธรรม เราก็ไม่มีสิ่งโยงใย ไม่มี convergence จูงนำไปสู่ที่สูงได้
งานต่างๆที่เราจัด เป็นงานที่หลอมรวมจิตวิญญาณของคนให้มาศึกษาเรียนรู้ให้เกิดความชำนาญ เป็นการสมานสามัคคีขัดเกลากัน
ถ้าไม่เข้าใจกันไม่มีญาณปัญญาพอขัดเกลากันไม่ดีก็แตกหัก เสร็จงานก็แยกแตกกันไป แต่พวกเราไม่ พวกเรามีการปฏิบัติมีการขัดเกลากระแทกแล้วจับอาการจิตจัดกิเลสได้ มีสมถะ วิปัสสนาไป คือวิธีปฏิบัติ แม้เราจะมีกิจกรรมกิจการที่เราทำนี้ เราก็ต้องเข้าใจว่าทำทำไม เราจ่ายค่าใช้จ่าย ใช้แรงงานเมื่อยนะ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็ก แต่คุณประโยชน์ที่เราจะได้ สาระที่เราจะได้ เป็นจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง ไม่ใช่ว่าเราทำไปอย่างซังกะตาย ทินนัง ยิตถังที่เราทำนี่มีผลต่อจิตอย่างไร ซึ่งเราเข้าใจว่า เป็นอัฏฐิ ยิตถัง ทำแล้วมีผลให้จิตใจเจริญ
๑๘.๔๑ พ่อครู นำพาลูกๆ สวดมนต์ และกล่าวคำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก
อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ
ขอนอบยอบหมอบกราบคารวะ ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อม ของเหล่าข้าน้อยนี้
เกลือกถูรองรับอยู่ใต้ละอองผงคลีแห่งธุลีฝ่าพระบาทของสมเด็จพ่อ ผู้เป็นพระอนุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้มี “พุทธคุณ” ดังกล่าวข้างต้น อย่างสุดเทิดสดบูชายิ่ง
เหล่าข้าน้อยทั้งหาย ขอน้อมบูชา เทิดทูนพระคุณอันหาที่สุดมิได้
ณ วาระศุภสมัยนี้ เหล่าข้าน้อยทั้งหลาย ขอตั้งปณิธานต่อพระมหาบรมสารีริกธาตุ ต่อพระพุทธาภิธรรมนิมิต
ณบัดนี้ว่า... เลือดและวิญญาณของเหล่าข้าน้อยทั้งหมดนี้ ขอถวายอุทิศแด่พระพุทธศาสนาไปตราบดินสิ้นฟ้า จนกว่าข้าน้อยแต่ละคนจะปรินิพพาน
ขอได้โปรดรับปณิธานนี้ ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อม เหล่าข้าน้อยเถิดเทอญ
สาธุ-สาธุ-สาธุ
จากนั้น เป็นรายการฉายข่าวเด่นอโศกในรอบปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ ซึ่งมีทั้งหมด ๘ ข่าวด้วยกันคือ
พ่อครูไป "ศรีโคตรบูรณ์ ดินแดนสมบูรณ์ของคนมีศีล" ดูฮัปปุ๋ย (๒๒ ต.ค. ๒๕๕๗) ทัวร์พญาแร้งเสริมแรงโลกุตระธรรม(จากวัดป่าติ้วสู่สีมาอโศก) ๕ ม.ค. ๒๕๕๘ พ่อครูสัญจรภาคเหนือและร่วมงานฉลองหนาว ประชุมโครงการสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา ไปดูบ่อหินดำและเร่ิมโครงการ(๑๘ ก.พ. ๕๘) พ่อครูประกาศอรหันต์ งานพุทธาฯที่ศาลีฯ (๑ มี.ค. ๕๘) ถนน ๑๑ สายและภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนไปของบ้านราชฯ ขุดลำธาร ทำเกาะรัตนราชธานี งานตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน(๑๓-๑๕ เม.ย. ๕๘) โครงการเพื่อนเนปาล