580608_โอวาทพ่อครู ประชุมการศึกษา งานอโศกรำลึกครั้งที่ ๓๔.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580608_โอวาทพ่อครู ประชุมการศึกษา งานอโศกรำลึกครั้งที่ ๓๔
อาตมาพูดย้ำว่า ชีวิตคือการศึกษา ถ้าไม่ศึกษาก็เหมือนเดรัจฉาน เกิดมากิน ขี้ สืบพันธ์ แล้วก็ตายไป แม้เป็นคนแล้วศึกษาแต่ศึกษาเป็นพิษ ฉลาด จบดร. แต่สร้างคู่อาฆาตได้เต็มบ้านเต็มเมืองใครอาฆาตเท่าไหร่แกก็ไม่หยุด หาเรื่องให้คนอาฆาตพยาบาทเพ่ิมตลอด มันหลงลาภยศสรรเสริญไป มันควรหยุดแต่เขาหยุดไม่ได้ เพราะการศึกษาเป็นพิษเขาเลยซวย พวกเราได้มาศึกษาทางนี้จนเอาชีวิตมาทุ่มเทให้ทางนี้ ก็ตั้งใจทำ เราก็ทำไป เขายังไม่กล้ายอมรับเรา คนโลกๆเขาเต็มไปด้วยโลกีย์จัดจ้าน ขนาดว่าครูต้องมีศีล ๕ ก่อน อย่างท่านฟ้าไทเอาเข้าไปเขาก็รับไม่ได้ บอกว่าไปไม่ได้ เราก็ต้องรู้กรอบขอบเขตว่าสุดวิสัย การศึกษา เราก็ต้องทำของเราให้เข้มข้นทำให้ได้
พวกเราต้องเป็นคุรุที่ลดกิเลสเป็นหลักแล้วพากเพียรทำไปจนกว่าจะตาย พวกเราคงจะอายุยืนกว่าข้างนอกนะ ข้างนอกเป็นทางมาแห่งโทษภัย โรคภัยเยอะ ข้างในนี้เราลดลงแน่นอน อายุจะยืนยาว แล้วยืนยาวอย่างไม่เป็นโทษภัยแก่โลก แต่มีประโยชน์คุณค่าแก่โลกด้วย เข้ามาได้แล้วเป็นกุศลอันยิ่งของแต่ละคนแล้ว อาตมาก็เร่งรัดว่าอย่าช้านักเลย ใครจองที่ก็อย่าจองเฉยๆ รีบๆนำตัวเข้ามา แม้ไม่มีที่ไม่มีบ้านก็อยู่ได้ใครมาแต่ตัวกับหัวใจไม่มีสมบัติพัสถานมาก็ได้ ขอให้จริงใจมาช่วยกัน
การศึกษาทุกวันนี้มันแยกกันไปหมด ที่จริงมันต้องเอื้อกันสัมพันธ์กัน อาตมาจะตั้งชื่ออาคารการศึกษา คิดว่าจะให้ชื่อ ว.นบ. เป็นชื่อกลางๆ ส่วนว.สว. คำว่าว.นบ.ไม่ต้องไปขอนิตินัยเขาหรอก แต่ในการจดทะเบียนก็ว่ากันไป ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะได้ก่อน ตึกนี้จะเป็นของมัธยม วิทยาลัย สารพัด แต่เสร็จแล้วไม่รู้ว่าเป็นของอะไร พฤตินัยจะให้ทั้งมัธยม วิทยาลัย มหาวิทยาลัย อยู่รวมกันในตึกนั้น ที่จริงอยากจะสร้า
อ่านต่อ
งสัก ๕ ชั้น จะพอดี ตั้งแต่ประถม มัธยม วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ชั้นล่างก็รวม จะเอาเด็กสุดไว้ชั้น ๕ หรือมหาวิทยาลัยชั้น ๕ ก็แล้วแต่ มหาวิทยาลัยเราจะไม่กำหนดอายุ เราจะไม่แยกส่วนกันทำ ให้ร่วมประโยชน์กันได้ เพราะพวกเราได้ฝึกฝนจิตวิญญาณ หรือแม้วัตถุก็เป็นสาธารณโภคี เป็นหนึ่งเดียวกัน มันลดความเป็นตัวเราของเรา ลดตัวกูของกู การหวงแหนเป็นตัวกูของกูจะน้อยลง แม้นิตินัยเขาก็ไม่ให้ เขาว่าต้องแยกกันอยู่ คือไม่แยกมันจะกัดกันไม่ได้ทำอะไรกันพอดี
อาตมาว่าอาตมาไม่ได้หลงตัวหลงตน อาตมาว่าอาตมารู้คนเดียวจริงๆ คนอื่นไม่รู้โดยเฉพาะเรื่องธรรมะแต่เรื่องวิชาการทางโลกอาตมาไม่ได้เก่งอะไรหรอก แต่เรื่องธรรมะอาตมาจะนำพาพุทธศาสนากลับฟื้นคืนมา ที่พูดออกสื่อสารไป มหาเถรสมาคมเขาไม่เชื่อหรอก ขนาดอาตมาประกาศไปหมดแล้ว โพธิสัตว์หรืออรหันต์เขาจะเชื่อแค่ไหน ถ้าเชื่อเขาก็เฮละโลมาแล้ว ก็มีแต่พวกคุณนี่แหละ มีอย่างหรือ?พระอรหันต์แท้ๆประกาศอย่างสำคัญเลย แล้วประกาศใครอยากได้อรหันต์ก็มาเลย ก็ไม่เห็นตื่นเต้นเลย ขนาดประกาศออกโทรทัศน์ก็เฉย แต่พวกเราไม่ตื่นเต้นก็ถูกแล้วพวกเราเจอจนชินชาแล้ว พระพุทธเจ้าสอนว่า เราต้องทำคุณอันสมควรก่อนพร่ำสอนผู้อื่นจึงไม่มัวหมอง
ตอนนี้เราเน้นการงาน พอมาถึงอาชีวะ เขาก็ว่าน่าเป็นคำตอบมากว่าไปหลงสามัญ แต่ก่อนนี่อาชีวะต่ำต้อยน้อยหน้า สู้ทางสามัญเขาไม่ได้ ใครมาอาชีวะคือพวกนี้ไม่มีทางไป ด้อย ค่านิยมนี้น่าจะเปลี่ยน และเราก็ต้องแนะนำกันกว่าแม้ทางอาชีวะเราก็ไม่น้อยหน้าที่จะรู้ทันโลก แล้วทำเป็น เพราะอาชีวะต้องทำเป็น เราก็สามารถรู้กระทบไหล่ดาราได้ ว่าโลกเขาไปแค่ไหน เรามีโลกวิทู รู้จักโลกมากกว่าเขาด้วย แต่มันซ้อนตรงที่ว่า เราไม่อวดดี เราไม่อวดใหญ่ มันซับซ้อน อย่างพวกเราไม่สะสมไม่ใช่ว่าพวกเราไม่มี แต่ถ้าเราเอาที่เราสะสมไปสะพัด เราก็ไม่ได้เอาต้นทุนไปออกดอกออกผลในการลงทุนขยายงาน ขยายอำนาจทางธุรกิจให้มีฤทธิ์เดชให้มาก เราไม่ได้ทำต่อเราได้มาก็สะพัดออกไป เราก็มีต้นทุนน้อย นอกจากไม่เอาไปหาดอกเบี้ยแล้วก็ไม่เอาไปเสริมหาผลประโยชน์ใส่ตัว
แล้วไม่ใช่ว่าสมรรถนะพวกเราจะด้อยกว่าเขา แต่เราให้ประโยชน์สละออกทันทีมันเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม แต่เขาต้องสะสมก่อน แล้วได้มากเขาก็คิดว่าเขาได้สะพัด เขามีสาขามากมาย เขาหลงผิดว่าเขาเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างcp เขาไม่รู้หรอกว่าเขาฉลาดหรือเขาโง่
อาตมาไม่ได้พยากรณ์ตนเองไม่ได้หลงตนเอง ถ้าอาตมายังทำอยู่ทางโลก ของแกรมมี่ อาร์เอสไม่ได้เกิดหรอก จริง อาตมาถนัดทุกด้านเลย แต่อาตมามาทางนี้ก็ชัดเจนไม่ไปทางโลกหรอก มาทางนี้สบาย พวกคุณนี่แม้ไม่ได้เป็นครูมาก่อนแต่ตอนนี้ต้องเป็น แต่ก่อนอาตมาไม่อยากเป็นครูเลยแต่ก็ต้องมาเป็นครูตั้งแต่ฆราวาสเลย วิ่งรอกสอนหลายโรงเรียน ก็ทำไปต้องเป็นครูทั้งๆที่ไม่ชอบ จนทุกวันนี้เป็นพ่อครูแล้ว มันเป็นไปตามธรรมแล้ว มันก็ต้องไปสู่อุตรกุรุทวีป ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าอาตมาคือกุรุ ก็ไม่เป็นไร ถึงต้องพยายามลากชีวิตไปถึง ๑๕๑ ปี ยังไงๆ อายุ ๑๐๐ พอจะถึงอยู่ แล้วอีก ๒๐ ปีนี่เขาจะกระดิกหูกันไหม ถ้ากระดิกก็พอจะอยู่ไปอีก ๑๕๑ ปี
ตอนนี้คงต้องเข้าใจว่าอาชีวะกับสัมมาสิกขาต้องประสานกันให้ดี อย่าเล่นแง่ ขบกันอยู่ แต่ละคนเก่งรู้แง่รู้เชิง อาตมาคิดไม่ทันเลย ไม่รู้จะวิจัยให้กลมกลืนอย่างไร แต่ละคนถือซะว่าเรามาลดอัตตา คนไหนแพ้ก่อนคนนั้นชนะ จริงก็ฟังก็พอเข้าใจนะ อย่ามานั่งยึดมั่นถือมั่น ก็ให้เกียรติกัน อาตมาว่าพวกเราหวังดีกันทั้งนั้น มีเครื่องคัดกรองกันทั้งนั้น มาด้วยจริงใจ ตามภูมิแต่ละคนก็ขัดกันธรรมดา อาตมาก็ปล่อยให้ขัดเกลากัน คนไหนยึดมั่นถือมั่นมากก็กระเด็นไป คนไหนยึดมากจะเอาของเราเอง คนนั้นกระเด็น หากหมู่เห็นเอาอย่างนี้ จะไปสลายเขาได้อย่างไรคุณคนเดียว แกะดำในหมู่แกะขาว เราก็ค้านแย้งไว้บ้างสุดท้ายแม้เราไม่เห็นด้วย แต่มติออกมาแล้วเราก็จบ
เวลาจะใช้ Brain storm เมื่อมีอะไรก็เอาออกมาพูดให้ครบ อภิปรายกันแล้วก็ตัดสิน หากตัดสินได้อย่างลงตัวก็ดี แต่ถ้าไม่ลงตัวก็ต้องโหวต แม้จะแพ้แค่คะแนนเดียวครึ่งคะแนนก็ต้องเอาหมู่ที่ชนะว่า แล้ววางของเรา เลิกอย่ามาเอาของกูอยู่ไม่ต้อง ถ้าแพ้แล้วจบ เอาของที่ชนะไป เราก็รวมตัวไปด้วยกันเลย นี่คือถอดตัวถอดตน หาเป็นตัวกูของกูก็จะชักกะเย่อ ทำให้ช้าเกิดขัดสี เกิดความระแหง ความร้อนหนักเข้าก็เป็นนิวเคลียร์ระเบิดเท่านั้นเอง ไปไม่รอด
เรารู้ทันลดอัตตาให้ทัน มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดีจะให้เราได้ลดกิเลส พวกเรานี่กาม พยาบาทกับโลกธรรมไม่หนักแต่มันหนักที่อัตตา ถ้าเราพยายามลดอัตตากันได้จะไปได้ดีกว่านี้ เพราะฐานพวกเราฐานสาธารณโภคีเป็นอนาคามีนะ ไม่ใช่แค่โสดาฯสกิทาฯ เรื่องอัตตาจะหนักให้รู้ฐานว่าเราต้องศึกษาระมัดระวังอันนี้ แต่ละคนก็ไม่รู้ว่าตนเป็นอนาคามี แต่คะแนนรวมของชุมชนเราคือฐานอนาคามีใม่ใช่ฐานโสดาฯสกิทาฯข้างนอกเขาถึงมองเราว่าสุดโต่ง
อีกหน่อยถ้าพวกนั้นมืดบอกฐานเราจะไปถึงอรหันต์ จะมีจักรที่หมุนเร็วใครมีจักรที่ปากมาก็จะเสียดเขาอีก จะหมุนเร็วอีกมาก มันไม่ทุกข์แล้วเอาภาระเอาเรื่องก็ได้เลือด แต่ตอนนี้ก็ระมัดระวังที่ไปสัมผัสภายนอก ขณะนี้คนบุกเบิกข้างนอกก็คือหนึ่งฟ้า อาตมาก็ค่อยจัดสรร อะไรๆที่เขาไปบุกแล้วก็ให้เขาไปเป็นตัวนั้น เขา ไว เร็ว เอามาๆ ตอนนี้ก็หลายอย่าง กำลังแบ่งรับแบ่งสู้กันก็จัดสรรไป มันหน้าที่ของแต่ละคน พวกเราอย่าไปชังกัน ไม่ต้องไปชังไปเกี่ยงกัน
มันต้องมีทั้งตัวขัดเกลา ตัวส่งเสริมถึงไปออกนำพากันไปได้ พวกเราก็มีได้ขนาดนี้ก็ค่อยๆเป็นไป ในหลักวิชาพวกเรารู้หมดแล้ว เหลือแต่จิตวิทยาเติมให้ ให้รับลูกรับเหลี่ยมกันไป เชื่อว่าคุณตู่นี่น่าจะรู้จักอาตมา แม้แต่ยิ่งลักษณ์ก็รู้จักอาตมา ไม่รู้ได้ไง นำพาไปประท้วงอยู่ เขาก็ต้องรู้จัก ทุกวันนี้เขาก็รู้ เป็นแต่เพียงว่าเขาจะเห็นความสำคัญไม่สำคัญแค่ไหน อาตมาก็ยังพูดอยู่นะเขาจะปล่อยปละละเลย หรือว่าน่าจะฟังบ้าง คุณตู่จตุพรเขาไม่ฟังเลย คุณตู่ประยุทธ์น่าจะฟัง ส่งซิกไปบ้างรับได้หรือไม่ก็แล้วแต่ เป็นหน้าที่ของอาตมาที่ต้องแทรกโอสถทิพย์เข้าขุมขนอย่างพระพุทธเจ้าว่า
มันมีรูเล็กรู้น้อยก็ไม่ให้เขารู้ตัวค่อยซึมซับไป ก็เป็นวิธีการ อาตมาว่า หลายอย่างอาตมาจับได้ว่าเราส่งซิกไปนะ เขาก็เอามาใช้ แต่ไม่อยากตู่อาตมาไม่ได้ขี้ตู่ ว่าเขาเอาไป แต่มันมีผลบ้างถึงจะทำหรือไม่ทำก็ไม่เป็นไรทำดีไปเถอะ ทำดีไม่ได้ดีเพราะทำดียังไม่มากพอ หากทำดีตรวจแล้วไม่ผิดก็ได้ตามบารมี พระพุทธเจ้าสอนว่าบาปแม้น้อยอย่าทำเสียเลย อดให้ได้ลดให้ได้เลิกอย่าทำเสียเลย ตั้งใจสังวรได้เท่าใดเจริญเท่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าคนโกหกทั้งๆที่รู้ไม่มีความชั่วใดที่เขาทำไม่ได้
อะไรที่เรารู้ว่าดีแล้วก็ไม่ทำ ก็นัยเดียวกัน สำหรับคนไม่รู้ก็แล้วกันไป ก็มุ่งมั่นทำดีไป ถ้าใครทำได้ก็มีแต่เจริญ...