200126-028 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน028-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 26 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยนะบอกพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเราก็มาถ้าทำวัตรกันต่อโดยอธิบายเชิงปริยัติเพื่อที่จะได้ตรวจสอบทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งเข้าไปณที่นี้ซึ่งการบรรลุถึงผลเป็นปัญญาวิมุติเพราะเราได้มีเจโตวิมุติมาแล้วแต่ยังไม่รู้ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ เมืองมาได้ฟังปริยัติภาษาทำความเข้าใจจนกระทั่งเห็นแท้เห็นจริงถึงจิตชัดเจนว่าหมอจิตอย่างนี้เป็นจิตที่มุดจิตอย่างนี้เป็นจิตวิมุติธุรกิจอย่างนี้เป็นจิตสมาธิเป็นจิตที่ตั้งมั่นให้ประโยชน์ที่แท้จริงคือจิตอย่างนี้ยังไม่ใช่สมาธิที่แท้จริงเข้าใจร้ายไปหมดก็อย่างนี้เป็นจิตที่ดีที่สุดสำหรับเราฟังคำว่าสำหรับเราให้ดีเป็นอนุรักษ์จิตตังเป็นจิตที่ไม่มีจิตอื่นที่ยิ่งกว่าแล้วในขณะนี้ ภาระหนี้ในหมู่ชนอย่างนี้หรือกับบุคคลอย่างนี้หรือกับองค์ประกอบอะไรอื่นๆที่มีอยู่ในขณะนั้นมีอัตถะมีสาระอย่างนั้นอย่างนี้เรารู้ชัดว่าขณะนี้จิตอย่างนี้แหละเป็นจิตที่ไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าแล้วก็อ่านจิตของเราออกดูขณะนี้เรากำลังสัมผัสอยู่กำลังอยู่ที่ไหนมีอะไรเป็นองค์ประกอบอยู่เราก็รู้ชัดถึงความเป็นจริงว่ามีอันนี้เป็นภายนอกมีอันนี้ได้จิตของเราก็รู้จิตภายในจิตของเรามีอาการ มีการเกิดรู้มีการเกิดปรุงรู้จิตชัดและรู้ว่ามีจิตนี้แหละดีที่สุดแล้วเป็นจิตที่เบาว่าง่ายเป็นจิตที่มีสังขารเป็นธาตุรู้ที่รู้ชัดเป็นวิญญาณเป็นจิตที่มีสัญญาเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธนามบางเวทนาที่เราได้เรียนรู้ว่าอย่างนี้เป็นสุขขเวทนาอย่างนี้เป็นทุกขเวทนาเราก็ไม่มีสุขเขาเวทนาไม่มีทุกข์ก็เวทนาไม่ได้หลงใหลในสุขุมวิททำนาโดยเฉพาะทุกขเวทนาไม่มี ไม่มีทุกขเวทนาจะเป็นสุขโดยภาษาก็เรียกว่าเป็นสุขอย่างนิรามิสสุขเป็นสุขไม่ได้อิงอามิสไม่ได้เป็นไปเพราะว่าเรากำลังทำงานกำลังเป็น
อ่านต่อ
ไปเพราะมีเครื่องหล่อมีเครื่องลอกเครื่องหลอกไม่ใช่แต่เป็นไปตามจริงมีสภาวะจิตที่วางว่างเบาง่ายทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากถ้าถึงขั้นบางทีต้องทนจิตของเรานี่บางทีก็ต้องสัมผัสอยู่บางทีถึงขั้นต้องทนเราก็รู้ว่าต้องทนความรู้สึกว่ามันฝืดฝืดพอใช้ได้เป็นขันติต้องมีขันติต้องมีอาทิตย์วาสนา แต่เราก็ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากด้วยความเข้าใจด้วยปัญญาของเราหรือบางครั้งเราอาจจะทนได้แต่อยากดูได้เลยลำบากเราก็รู้ว่าเราจะทนต่อไปหรือไม่ถึงขั้นเสียหายไหมกายสังขารบกพร่องเสียหายหรือจิตของเราเกิดเสียหายแล้วถ้าขืนทนต่อไปอีกจิตของเราท้อแท้ทรมานเหลือฝืนมีผลเสียตีกลับซับซ้อนมาได้จริงเราก็จะต้องรู้ว่านี่ทนสุดๆแล้วมันเกินไปแล้วไม่ไหวแล้วชักดิ้นชักงอลงไปเลยทีเดียวหรือว่าจิตใจของเราจะแย่ทรุดโทรมขนาดหนักจริงๆละ ก็ไม่ทนก็เปลี่ยนเสียลดลงหรือเพลาอย่างอื่นลงไม่อัดตัดกิเลสมันฐานิโยแต่ถ้าทนได้ขณะนี้จิตของเราทนฝืนได้มันอยู่ที่จิตของเราคนที่มีอินทรีย์มีภาระมันคือวิจิตรที่มีศรัทธามีวิริยะมีสติมีสมาธิมีปัญญาก็จะทนได้เท่าอินทรีย์พลังของตนรู้ตัวเองดีเลยว่าเท่านี้จดทนได้จิตไม่เสื่อมอะไรโดยเฉพาะกายมันไม่เสื่อมไม่โทรมอะไรจิตมันจะไปเสื่อมอะไรจิตมันได้ถูกขัดถูกเราขาดทุนหัดฟื้นหัดอดแล้วก็ใช้ปัญญาพิจารณาเห็นว่าถ้าเราทนไปอยู่นี่แล้วเราทำยังไงเราจะปล่อยยังไงจิตเราจะ ยังไงแม้แต่ขณะนี้เรากำลังอยู่กลางแดดร้อนแล้วเราจะทำจิตยังไงจะสบายกว่านี้เรากำลังแตะรถเผ็ดรสขมทำยังไงเราจะทำให้จิตสบายกว่านี้ถ้าเราจำเป็นจะต้องกินรสเผ็ดรสขมนั้นทำยังไงถึงจะสบายกว่านี้ก็หาอุบายเครื่องสลัดออกหรือเครื่องปล่อยหัดเราตากแดดอยู่มันก็จะต้องอยู่กันแดดนี่แหละรู้แล้วว่าเป็นประโยชน์หรือเราจะต้องสัมผัสด้วยเสียงนี่ขณะนี้เขากำลังเป็นอย่างนี้เสียงนี้กำลังดังอยู่อย่างนี้คนคนนี้กำลังพูดอยู่อย่างนี้ตามเรื่องของเขาเขามีทิฐิอย่างไรมีความเป็นไปอย่างไรของเขาก็ทำของเขาจริงๆแล้วก็ฟังเสียงนี้แล้วเราจะทำยังไงใจเราจะสบายใจเราจะไม่เกิดการ สะสมโลภะโทสะใส่จิตปล่อยวางจิตทำยังไงรูปร่างยังไงกระทำกับตนยังไงมันถึงจะไม่เพิ่มรูปภาพโทสะโมหะให้แก่ตนอ่านจิตและกระพริบแพงทำจิตเล่นกับจิตไม่ใช่เล่นแล้วทำจริงๆด้วยจะได้รู้อุบายเราจะได้รู้อุบายเครื่องออกหรือที่จะได้รู้วิธีพิจารณามันจะได้รู้จริงๆไม่ใช่นั่งไม่ใช่ว่าปฏิบัติธรรมคือการไม่สู้กับความจริงไม่อดทนไม่หัดฝืนถ้าไม่หัดซื้อไม่อดทนเราก็ไม่ได้ทำจิตไม่ได้เปลี่ยนจิตพิจารณาสภาพธรรมที่มันกำลังต่อสู้กันเดี๋ยวนี้อย่าง วัดตะไกรได้ทำอย่างจริงขนาดนี้รู้จิตกำลังทนกำลังฝืนแล้วเรากำลังหัดปล่อยหัดวางหัดรู้ว่าเราทำผิดจะเงียบเสียงนี้แม้จะดังอยู่เขาจะด่าอยู่หรือว่าคนนี้เรารู้แล้วว่าเขาเป็นคนอย่างนี้แก้ไขเขาไม่ได้แต่เราจะพยายามหัดสู้นอกจากขัดสู้แล้วเรายังจะเก่งขึ้นเสมอว่าใจของเราวางได้ปล่อยได้แล้วเราอยู่กับเขาเราอยู่เรารับฟังรับพูดอะไรแล้วก็จะฉลาดรับรู้แล้วก็จะแก้ไขเขาได้ด้วยจะมีกรรมกิริยาตอบโต้ที่ดีขึ้นเราจะรู้อุบายว่าเออเราจะมีปฏิภาณอย่างนี้นะทำกับเขาอย่างนี้เขาจะได้ผล จะช่วยเหลือเขาได้ขึ้นไปด้วยซ้ำไปแล้วมันจะกำไรร้ายต่อมันจะมีปฏิภาณเพิ่มจะมีนิติภาษามีกิริยารู้บัญญัติต่างๆและใจเราก็ได้ถูกขัดเกลาแท้ในขณะที่เราปล่อยจิตวางใจได้นั่นแหละเรารู้อุบายเครื่องออกเรารู้จักนิสสรณะมันรู้ที่จิตของเรานะมันไม่ใช่ไปรู้ของใครมันไม่มีมันไม่เป็นสวิตซ์มันไม่เป็นแผงมันไม่เป็นปุ่มปมอะไรรูปร่างมันไม่มีแต่มันเป็นการกระทำของเรารู้รู้อุบายรู้วิธีการรู้การปรับเปลี่ยนและจิตเป็นจิตในจิตของเราจริงๆเลยเราได้ทำจริงๆ ลักษณะใดที่ผู้ใดได้ปฏิบัติฝึกหัดและจะมีบทเรียนบทเรียนปรับมีบทเรียนบทปรับอยู่อย่างนี้อย่างนี้นั่นแหละเป็นผู้ที่ได้รู้จักอุบายเครื่องออกได้ชัดเจนเพราะฉะนั้นผู้ใดมีอายตนะทั้ง 6 และก็ได้ระมัดระวังสำรวมอินทรีย์ป่าหูจมูกลิ้นกายได้รับเสียงก็ต่างหูได้รู้ก็ทางตาได้รับผิดชอบทางจมูกได้สัมผัสทั้งลิ้นกายได้แก่สัมผัสอยู่แล้วก็รู้ตอบเหตุปัจจัยที่มันสัมผัสเหล่านั้นเมื่อมาผลัด 3 เป็นนามรูปต่างๆมาปฏิบัติผัสสะแล้วเราก็เกิดเวทนาบางทีเราก็เกิดทุกข์บางทีเราก็เกิดสุขเพราะหลง ทุกข์เพราะไม่รู้เท่าทันเมื่อเรารู้ว่าสุขเราก็พยายามวางจางคลายลงมานี่อาการอย่างนี้เพราะเราเป็นหลงมาเป็นสุขนี่แหละเราจึงจะต้องไปทำให้มันเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยเพราะอาจารย์คลายลงมันไม่ใช่เห็นไม่จริงสุขเป็นของหลอกถ้าจำเป็นเราจะรับสัมผัสอยู่ก็รู้เท่าทันหรือถ้าเป็นทุกข์เพราะรักสัมผัสแล้วฝืนทนก็ต้องรู้ว่าเราก็หลงอีกแหละว่ามันเป็นทุกข์เพราะว่าอันนี้มันไปทำร้ายทำลายเราแรงเราก็ถือสามารถเพราะเราพยายามปรับเปลี่ยนจิตบอกว่าจะไปถือสามันก็จะเห็นลดลงในทันทีลดลงไปได้ตามอำนาจจิตของเราที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ถ้าเราลดได้นั่นแหละเราได้อุบายเครื่องออก แล้วลดได้ลดได้เพราะปรับเปลี่ยนจิตการปรับเปลี่ยนนั้นจะด้วยวิธีที่ว่ากฎคมดื้อๆหรือใช้พยายามใช้ปัญญามาให้เห็นแท้เห็นจริงว่าสิ่งนี้มันไม่จริงมันเป็นอนิจจังมันเป็นอนิจจังมันเปลี่ยนแปลงไปมันเสื่อมไปมันเป็นโทษถ้าเราไปยึดไปติดมันถ้าเราเป็นหลงมันไปจะต้องมีจะต้องเป็นจะต้องได้อยู่หรือแม้แต่จะต้องผลักจะต้องพยาบาทจะต้องทำลายเราก็เป็นโทษในสิ่งที่พิจารณาออกจริงๆพิจารณาเห็นจริงๆเลยว่าของเขาก็อยู่สักแต่ว่าของเขาเราก็อยู่ต่างจังหวัดของเราอำนาจยึดตามแรงของมันมัน มันหนาวอย่างนั้นอย่างนี้ก็รู้มันให้จริงวันนี้ร้อนร้อนมากรับปรับเปลี่ยนจิตอย่างนี้แล้วเราพอทนได้ไหมทนได้ก็อยู่ถ้าจะเป็นไปโดยดีจะต้องยุ่งเกี่ยวกันทนได้ก็ทำไปมันก็ได้ฝึกเพียรต่ออำนาจอินทรีย์พละเราจะมีอิทธิวิธีมีความเก่งในการปรับการเปลี่ยนจะมีความเก่งในอุบายเครื่องออกเกิดจริงเป็นจริงที่จริงนี่แหละเป็นการสร้างเป็นการสร้างจิตของเราเป็นการปรับเปลี่ยนจิตของเราเป็นการทำกิจกรรมเมื่อเราทำได้เราก็รู้ในปัญญาและแม้เรารู้อุบายเครื่องออกนั้นก็เป็นปัญญาเป็นปัญญาทางในที่รู้ การทำจริงๆเลยเกิดอธิปัญญาแท้เป็นญาณทัศนะวิเศษเป็นปัญญาที่พิเศษเป็นปัญญาที่ไม่ใช่อย่างลูกโลกเขาหัดฝึกหัดทำนั่นนี่เป็นรูปเป็นวัตถุธรรมง่ายๆแต่นี่เป็นปัญญาที่มันเป็นรู้นามธรรมเป็นปัญญาที่รู้นามธรรมซึ่งไม่มีตัวตนแต่เรารู้วิธีปรับวิธีเปลี่ยนเหมือนกับเรารู้สึกเหมือนกับเรารู้ที่ขัดที่เราเหมือนกับเรารู้ที่พลิกที่แพงถ้ารู้ที่ที่จะพลิกแพลงจิตซึ่งมันจิตมันไม่มีตัวตนแต่เรารู้มันได้ทำไมมันสูงนี่แหละเรียกว่าอธิปัญญาเป็นปัญญาอย่างยิ่งเป็นปัญญาที่มันไม่ได้รู้ได้ง่ายๆเลยเป็นปัญญาที่รู้ลึกรู้สึก ยาที่เรียนยากเพราะเรารู้สิ่งที่เป็นนามธรรมมันไม่มีตัวมีตนถ้ายังวัตถุธรรมมันง่ายง่ายกว่ามันยังไงมันมีตัวมีตนที่แท้มีสรีระมีรูปร่างมีสิ่งที่จับต้องได้สัมผัสได้ยากมันก็ง่ายกว่าไอ้ที่สัมผัสละเอียดถ้าเรารู้เท่าทันแล้วทำได้จริงเห็นจริงรู้ชัดแน่นอนมั่นคงจะปรับเปลี่ยนอีกเมื่อไหร่เราก็ทำได้จริงนั่นแหละเกิดอธิปัญญาแท้ที่ทำมากก็ยิ่งทำนานมากก็ยิ่งแถวคลองมากยิ่งได้สูงขึ้นสูงขึ้นมั่นคงขึ้นและให้พวกเราพยายามพากเพียรแม้จะอยู่สัมผัสหรือไม่สัมผัส อะไรเราจะอยู่คนเดียวอยู่ในที่เงียบอยู่ในที่ที่ไม่มีคนขณะนี้ไม่ได้สัมผัสกับอะไรนอกจากลมพัดหรือว่าแสงสีกับมองไปตามธรรมดาเราก็จะต้องพยายามหัดเราจะทำอะไรเป็นกรรมฐานบุพเพนิวาสานุสติญาณหรือว่าพิจารณาความเกิดความดับให้รู้จุดตู่ประปาตัดคือรู้จุดที่อุบัติรู้การเกิดการดับของสิ่งทั้งปวงโดยเฉพาะจิตที่เราเคยผ่านมาและจิตเกิดดับเป็นอย่างนี้หรือพิจารณาที่เป็นวัตถุเป็นต้นหมากเกิดดับเห็นสัตว์ทั้งหลายเกิดดับเข็มลมพัด ดับเห็นท้องฟ้าเห็นฝนเห็นลมเห็นแสงเห็นอะไรที่เราอยู่นั่นแหละว่างๆง่ายๆเบาๆพิจารณารอบตัวรอบด้านพวกนี้เขาอยู่ของเขาเขาไม่มาเกี่ยวข้องอะไรกับเรามากแม้แต่สิ่งที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเราแล้วนั่งอยู่ดีๆงูเลื้อยมาแม่งตัวและแมลงตัวนั้นตัวนี้ผ่านมาเขาจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเราเราพิจารณาเออมันก็เกิดขึ้นได้ถ้าเราไม่มีพยาบาทกันก็ไม่มีโลภะโทสะอะไรกันมันก็ผ่านไปผ่านกันมาทุกอย่างก็มีแต่ความสัมพันธ์เราจะช่วยเหลือเฟือควายกันขึ้นไปอีกเป็นการเกื้อกูลเมตตากรุณามีอะไรช่วยกันได้อีกช่วยกันเข้าไปอีกมันก็มีแต่การส่งเสริมมีแต่การจรรโลงมีแต่การกระทำให้เจริญอันนี้เป็นลักษณะดีแม้เราจะนั่งอยู่เรา พิจารณาและการจัดทำประกอบอะไรไปอย่างนี้ก็เอาหรือถ้าเราเข้าใจดีแล้วในลักษณะการพิจารณาต้นหมากรากไม้ลมฝนอะไรต่างๆนานาเข้าใจดีแล้วมันก็มีเท่านั้นมีแต่ความเกิดขึ้นและก็จะมาสู่ความเสื่อมทุกอย่างก็ปรารถนาตามที่ปรารถนาสัตว์มันไม่รู้มันก็ปรารถนาเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดแต่มันก็จะต้องเสื่อมมันก็พยายามทำตนปรุงตนพัฒนาตนให้ตัวเลขจะกลายเป็นตัวใหญ่ใหญ่แล้วมันก็เสื่อมไปอีกแล้วก็ตายแล้วมันก็ไม่รู้จักจบไม่รู้จักจิตวิญญาณจิตวิญญาณก็หมุนเวียนไปอีกแม้แต่จิตวิญญาณขณะนั้นมันก็จะต้องก่อลูกก่อหลานสืบสืบพันธุ์อะไรออกไปอีกไม่ว่าจะจัดพืชก็เหมือนกันลมฝนอะไรก็พยายามหาที่ติดหาที่ต่อขาหมูหาฝูง การขยายเสร็จแล้วมันก็หาได้ตามที่แปลงที่มันพยายามสุดท้ายมันก็เสื่อมลงพื้นที่สุดอีกเหมือนกันหมดแล้วเราก็รู้ว่าทุกอย่างมันถ้าเผื่อว่าเราเองเนี่ยเป็นคนจะดิ้นรนเหมือนอย่างทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเราก็เป็นอย่างนั้นแต่ถ้าเราไม่ดิ้นรนแล้วเรารู้แล้วว่าการเกิดก็คือการผสมส่วนของอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเท่านั้นเองเพราะแม้แต่จิตของเรานี่แหละเป็นตัวดีดดิ้นเป็นตัวอย่างเกิดอยากจะเป็นอย่างนั้นอยากจะมีอย่างนี้อย่างนี้ยังไม่เคยได้อย่างนี้ยังไม่เคยรู้อย่างนี้ยังไม่เคยมีไม่เคยเป็นก็อยากจะเป็นอยากจะรู้แล้วก็ไปหามันมาสนิทเหนื่อยเมื่อยล้าเสาะแสวงหาถ้าเราหยุดเราเข้าใจได้จริงแล้ว แม้เราจะจำไม่ได้ว่าเราได้เคยเป็นเคยมีมาแล้วหรือยังมันก็เท่านั้นเองหรือเราจำได้บางส่วนบางอย่างแต่จำได้ว่านี่ได้ลาภมาอย่างนี้เป็นสุขได้ยศมานี้เป็นสุขแล้วเราก็คำนวณทวีไปถ้าได้ลาภมาเท่านี้เราสุขขนาดนี้ถ้าได้มากกว่านี้มันก็จะสุขแรงกว่านี้สุขก็คือการสมใจการยินดีแบบนี้เท่านั้นแหละไม่มีอื่นเป็นรสชาติลดลงเป็นรสชาติยินดีได้มาสมใจเพราะเราต้องการล่าได้มาก็อย่างนี้เพราะเราต้องการยศพอได้ยึดมาแล้วก็ดีใจอย่างนี้สิบตำรวจตรีได้ยศสิบตำรวจโทดีใจตื่นเต้นฉันใดก็เหมือนกันกับนายพลตรีได้ยศเป็นพลโทขึ้นมาเป็นคันๆเหมือนกัน นอกจากอำนาจคนหลงถ้าพลตรีที่เขาวางได้ก็ไม่ยินดีก็ยศศักดิ์อะไรเท่าไหร่หรอกไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเขาได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นพลโทเขาก็ไอ้แถวนั้นแหละเมื่อจิตก็วางปล่อยแล้วจิตมันก็ไม่ได้ยินดีตอบยศอะไรนักหนาเขาก็ดีใจปู่ๆนิดๆหน่อยๆตามอำนาจที่เหลือหรือแท้จริงเขาจะเข้าใจจริงเลยเขาไม่มีการยินดีปรีดาอะไรหรอกมันเลื่อนชั้นขึ้นไปเพราะความสามารถเพราะความเก่งมันก็เป็นธรรมดาเขาจะต้องกลับไปรับงานเพิ่มเติมขึ้นอีกด้วยซ้ำไปเขาก็รู้เท่าทันเขาก็ไม่ดีใจเพราะนายพลโทที่พลตรีที่เลือกเป็นพลโทนั้นจิตก็วางเฉยอยู่ไม่ดีใจอะไรมากมายผิดกับนายสิบตรีที่ได้รับ ย้อนขึ้นไปสิบโทโดยความโง่อวิชชาไม่รู้เท่าทันนึกว่าตัวเองได้หรือดีเหลืออาวุธปรารถนาถ้าฉันได้เลื่อนยศชั้นจะดีใจและการก็พยายามพากเพียรหมั่นขยันจนกระทั่งเขาจะให้เลื่อนยศไปเขาก็เพิ่มยศให้จริงๆไม่ได้เลื่อนยศเป็นสิบโทโอ้ดีอกดีใจหน้าบานตื่นเต้นปิติบุพเพฯกันติกาปิติดีใจกระโดดโลดเต้นแล้วก็เป็นอาการของจิตของแกฟูฟองมันฟูขึ้นมามันฟ้องขึ้นมามันเป็นไปแล้วมันทำให้อย่างโน้นอย่างนี้ขึ้นไปแรงกว่านายพลโทพลตรีที่เลือกเป็นคนโทรเมื่อกี้นี้เพราะอำนาจของจิตมันแรงแล้วมันก็เป็นการเกิดของจิต เกิดแล้วก็ฝังใจโอ้ยถ้าอย่างนี้ก็ดีจังเลยชอบใจอยากได้อีกทีหลังอยากเป็นอีกถ้าได้อย่างนี้เพราะฉะนั้นเมื่อได้เพราะการงานมันก็ยังเป็นความซื่อสัตย์เมื่อเราทำงานดีก็เลื่อนยศให้มันก็ยังดีทีนี้เมื่ออยากได้จะจัดการงานเราก็ไม่ดีแต่เราอยากได้ยศจะจัดมันก็ทำให้โกงจะต้องพยายามให้เลื่อนยศให้ได้ขอให้เพิ่มยศได้เงินได้ทองก็ยิ่งไม่คิดว่ายอดคืนเงินเราจะได้เงินมามากถ้ายอดเราเพิ่มจากสิบโทเป็นสิบเอกยิ่งดีก็จะหาทางวิ่งเต้นให้ผู้มีอำนาจเขาเลื่อนยศเราให้ได้การงานไม่ค่อยดีไม่สำคัญสำคัญ แต่ถ้าเราเข้าใจว่าเราทำงานเก่งเราทำงานดีเราทำงานได้รับผิดชอบได้เขาก็เพิ่มยอดขายเพิ่มยศและเราก็มีหน้าที่กว้างขวางขึ้นมีการงานมากขึ้นเราจะทำงานมากขึ้นและทำไหวไหมล่ะทำไหวก็เอาทำได้มากมันดีได้มากมันก็เป็นประโยชน์มากเรารับผิดชอบได้มากมีการงานกว้างขวางมากมันก็เป็นประโยชน์ในโลกมากเราทำไหวก็ทำสิ่งดีไม่เป็นไรถ้าเราทำไม่ไหวอย่าพึ่งเพราะงั้นถ้าผู้ใดรู้จักจ่ายนี้ก็ไม่อยากจะเพิ่มยศถ้าเราทำไม่เก่งก็ไปรับผิดชอบมันไม่ดีมันไม่เหมาะสมมันก็ไม่ควรคนนี้ก็ไม่ขอเพิ่มยศไม่อยากได้เพิ่มยศเพราะเขาไม่เดือดร้อนแม้แต่การเงินถ้าคนไม่ใช้เงินเก่งใช้เงินฟุ่มเฟือยก็อยากได้เงินมายิ่งไปใช้เงินเก่งและบีบ ตัวเองต้องการเงินก็ยิ่งวิ่งเต้นอยากจะได้หาทางได้เงินเพิ่มเพราะจะเพิ่มยศก็คืออยากจะได้เงินไม่มีความรู้เลยว่าเราจะเพิ่มยศน่ะคือที่จริงเป็นหน้าที่ของการงานที่เราสามารถเท่านั้นเขาไม่รู้สัจธรรมเต็มที่เอาหมดเลยแล้วก็ไปหลงในจิตจิตมันฟูฟองชอบใจก็เลยไปกิเลสทับถมใจและเพิ่มจิตโกงจิตทุจริตเข้าไปอีกดังนี้เป็นต้นในจะเห็นได้ว่าทิศทางของคนไม่ค่อยเข้าใจหรืออวิชชามันเป็นอย่างนี้และส่วนใหญ่ในโลกเขาเป็นอย่างนี้พอเราจะต้องเรียนรู้และเราก็จะต้องช่วยเหลือเขาแล้วเราจะรู้ว่าตัวเองเป็นตัวจิตที่มันไม่เข้าทางเป็นอย่างนั้นแต่เรารู้แล้วเท่าทัน พอดีใจหรือเสียใจได้มาสมใจดีใจไม่ได้ฉันไม่ต้องแสวงหาก็ไม่ต้องเสียใจไม่ต้องดีใจอะไรแล้วมันก็ไม่ต้องดีใจแม้ที่สุดเขาจะเพิ่มการงานให้อีกอย่างผมไม่ถูกเพิ่มการงานขึ้นเรื่อยๆเพราะว่ามีผู้เข้ามาเสาะแสวงหาเอาธรรมะเพิ่มขึ้นมีผู้ที่จะช่วยเพิ่มการดูแลขอบเขตการเอาใจใส่ดูมีปริมาณบุคคลมีปริมาณเชิงที่จะสอนเขาแต่ละคนมานี่ไม่ตรงกันทีเดียวจริตจะก้านมันก็ตรงกันหรอกจิตใจไม่ค่อยตรงกันกิเลสตัณหาไม่ค่อยมีตรงกันทีเดียวมีพลิกแพลงไปเราก็จะต้องศึกษาเพิ่มขึ้นจะต้องดูแลจะทำยังไงจะมียังไงมี เพิ่มขึ้นการมีงานเพิ่มขึ้นนั่นแหละคือการมียศเพิ่มขึ้นโดยธรรมเรารับไหวไม่รับไหวไม่รับก็รับไหวก็รับถ้ารับไม่ไหวแล้วก็อย่าเพิ่งรับโดยธรรมเราก็จะรู้ทีนี้โดยกฎระเบียบแล้วก็มีไว้อีกเป็นขั้นตอนเพื่อที่จะรับก็จะเข้ามาเข้ามาแล้วเราก็จะพยายามช่วยกันโดยเราก็จะต้องมีความเสี่ยงในการที่จะให้ผู้ที่รับผิดชอบช่วยงานเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นที่เป็นผู้ที่ช่วยมาช่วยมือการทำงานเดียวกันนี่แหละแล้วก็ได้ช่วยเพื่อฝ่ายคนอื่นต่อๆไปอีกเป็นไปตามลำดับไปเรื่อยๆมันก็จะเกิดจริงเป็นจริงรายการอะไรตอนไปทีเดียวนี่ก็ได้สนับสนุน เพิ่มพูนเพิ่มฐานะเพิ่มบุคคลเพิ่มความจริงเพิ่มสัจธรรมสืบสานกันต่อไปแล้วก็เป็นการงานไม่จำเป็นจะต้องมีลาภมียศหรือมันจะมีลาภมาอีกเป็นรูปธรรมเป็นองค์ประกอบได้มาคนก็เห็นเขาก็มาช่วยมาช่วยมือแม้แต่ฆราวาสก็ไม่ช่วยแม้แต่พวกคุณเห็นดีพวกคุณเห็นผมทำนี่ดีเพราะคุณก็คำนี้ช่วยผมอยากทำอยู่ทุกวันนี้ต่างคนต่างช่วยไม้ช่วยมืออะไรที่คุณพอจะจับได้ช่วยได้พอจะมีความสามารถได้คุณก็เสนอตัวเข้ามาขอเอาไปทำอย่างนี้ยินดีช่วยผมไม่ต้องทำก็ได้ผมจะได้สงวนแรงสงวนทางแรงทางกายทางแรงทางปัญญาลงไปแล้วคุณก็รับไปทำแทนเพราะว่าคุณทำได้ขนาดนี้คุณทำได้มันก็ สืบสานต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อไปเป็นอาณาเขตใหญ่เป็นจักรกลใหญ่จึงเรียกว่าสังกัดธัมมจักกัปปวัตนสูตร หนังที่มีจิตมันระงับเข้าใกล้นิพพานใกล้นิพพานสันติไปเป็นปลายปลายจนเรารู้ยอดแห่งสันติคือยอดแห่งสัตตะรู้ยอดจริงๆของยอดมาจิตของเราประมาณขนาดนี้มีจิตขณะนี้เราสบายแล้วเราไม่ต้องการอันนั้นอันนี้อีกอยู่ขณะนี้แล้วก็อยู่กับขนาดนี้เราอยู่กับคนเราก็อยู่กับคนทำงานร่วมกันไปเราอยู่กับงานเราก็อยู่กับงานทำงานร่วมกันไปเราจะพักแล้วก็อยู่กับพรรคตอนนี้เราจะพักขนาดนี้แล้วก็พักไปอยู่กับพรรคพอพักแล้วเราตื่นแล้วก็อยู่กับตื่นมาอยู่ก็ตื่นตื่นขณะนี้เราควรทำอะไรพิจารณาขณะบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ถ้าเราทำเป็นสิ่งนี้ ให้คนอื่นทำได้อายคนอื่นทำเราทำได้ดีสิ่งที่ยากกว่านี้สิ่งนั้นยากเราไปทำแล้วสิ่งนี้เราถนัดทำได้ดีทำได้เจ้าของเราก็ไปทำสิ่งนี้ไม่ดีไอ้สิ่งที่ไม่ไม่เราไม่ขัดข้องเรายังทำไม่ได้แต่เห็นว่าควรควรจะได้ช่วยเหลือกันเป็นไม้เป็นมือรองลงไปต่อไปหรือว่าเราควรจะฝึกจะขาดตอนนี้เราว่างๆไม่มีอะไรทำทำมาเราควรจะฝึกหัดอันนี้บ้างเราก็กระโดดเข้าไปกดเข้าไปหาอยู่ในภาวะตื่นแล้วก็ถามในขณะที่ทำงานเราก็วางใจเราเป็นไอ้ที่มันยากทำไม่ค่อยได้มันฝืนแล้วก็ไปหัดทำมันก็จะฝืนน้อยลงฝืนน้อยลงคล่องแคล่วขึ้นก็เป็นงานเป็นสมาชิกแล้วว่างานนี้เหมาะสม อยู่ในกรดอยู่ในระเบียบอยู่ในกติกาอยู่ในวินัยเป็นงานสืบสานทิศทางงานทางธรรมแล้วก็สืบสานอยู่ผู้เป็นหัวหน้าผู้เป็นประธานผู้เป็นคนนำหมู่ก็จะจัดการงานวางแบบวางแผนและชี้ให้ทำอันนู้นให้ทำอันนี้กันคนนั้นช่วยอันนี้คนนี้มีอันนี้คนนั้นมีอันนั้นก็รู้กันจนเราเข้าใจแล้วก็เป็นธรรมดาเป็นปกติเป็นวันมีอันนั้นคนนั้นส่วนนี้คนนี้เมียนั้นดูตามอย่างรุ่นพี่รุ่นอะไรไปสืบสารกันไปอย่างทุกวันนี้เราทำต่อต่อกันไปเรื่อยๆมันจะเป็นจะต้องบอกกันทุกปากทุกคำทุกช่วงทุกอันไอ้นั่นก็ต้องบอกไอ้นี่ต้องบอกแล้วมันก็ต้องบอกกันก็ต้องบอกไม่ต้องหรอกเข้าใจด้วยปัญญาเรารู้อยู่แล้วรอบนี้เราไม่ใช่ว่าเราโง่และฉลาดพอตื่นแล้วก็ทำงานอยู่กับตื่น ไปติดตามควรศึกษาไปบางทีเราจะศึกษาส่วนตนเราศึกษาในการสัมผัสกับงานสัมผัสจมูกกลุ่มหมู่กลุ่มอย่างพวกเราเองหรือสัมผัสกับหมู่กลุ่มคฤหัสถ์ที่เขาจอนมาหาเราและเราก็ได้ทำงานให้เขาช่วยเขาบ้างตลอดฟังเขาบ้างหรือดูรุ่นพี่เขาสอนแล้วก็ไปนั่งร่วมด้วยร่วมฟังดูวิธีการจับดูก็ได้แล้วก็จะรู้ทุกวิถีทางแม้เราเองเราจะลองสอนดูเราจะลองบอกดูแล้วจะลองคุยกันดูรับสัมผัสเขาดูเราก็จะรู้มันเป็นการฝึกตนไปในตัวทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่านหรือเราไม่ทำอย่างนี้เราจะไปเอาที่ว่างแล้วจะไปอยู่ที่เพรียวที่คนเดียวเงียบๆแล้วก็ปฏิบัติ แล้วที่กล่าวแล้วในขณะเราอยู่คนเดียวเราจะปฏิบัติอะไรหรือไม่อยู่คนเดียวเราจะมาปฏิบัติกับการสัมผัสอย่างไรแล้วก็พยายามเข้าหัดฟื้นหัดรู้หัดใช้ปัญญาปลดปล่อยถ้าฝืนก็แบบสมถะใช้ปัญญาปลดปล่อยกับวิปัสสนาแล้วก็ทำปรับเปลี่ยนอย่างนี้วันต่อวันต่อวันจนรู้อนุทินรู้จิตไม่ดีที่สุดอย่างนี้อย่างนี้ซึ่งมีจิตที่ดีที่สุดหลายขั้นตอนจิตอื่นไม่ดียิ่งกว่านี้อีกหรือรู้จักอุตรกิจเดี๋ยวนี้ที่เราเป็นอยู่เดี๋ยวนี้ยังมีจิตอื่นยิ่งกว่าถ้าเราปรับเปลี่ยนจิตนี้ซะบ้างปรับไป อย่างนี้ได้โอ้ยอย่างนี้ดีกว่าตอนนี้เรายังทำเป็นอย่างนู้นไม่ได้เราก็รู้อยู่ก็ให้รู้ว่านี่เป็นสระอุจจาระจิตตังเป็นจิตอื่นที่ดียิ่งกว่าจิตอย่างนี้ไม่มีอีกสภาพว่างบางเบาหรือสภาพไม่ต้องทุกข์ไม่ต้องสุขมันยังเป็นทุกข์กับเวทนาอยู่ก็รู้ว่าเหลือเศษของทุกขเวทนามันเป็นสุขก็เวทนาแล้วขนาดนี้แหละฝืนขนาดนี้แล้วก็ถือว่าเราสุขได้เราไม่ยากเราไม่ลำบากเราไม่อิจฉาละอายใจเรารู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่งเข้าใจแล้วถ้าฝืนเท่านี้แล้วก็อยู่ได้สบายเราไม่เดือดร้อนอะไรมันก็อยู่ที่เราแล้วก็ฝืนได้สบายแล้วก็เขาทำบอกขนาดนี้เราฝืนได้ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากเราก็บอกกับตัวเราได้ แล้วเราก็ทำได้เรารู้อยู่ว่าถ้าเราฝืนนี้เกิดประโยชน์กับเราเองหรือไม่เกิดเราได้ขัดเราด้วยนอกจากขัดเกลาแล้วประโยชน์ที่เกิดจากการฝืนการทำอะไรอะไรอยู่ในการสัมผัสอยู่เนี่ยมีไหมมีประโยชน์จากการฝืนนี้เป็นประโยชน์ต่อปวงชนต่อมวลชนต่อคนอื่นอะไรอีกด้วยซ้ำไปเราก็ได้ขัดเกลาตัวเราด้วยแล้วเราก็ทำประโยชน์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อคนอื่นด้วยก็เป็นประโยชน์ 2 ส่วนพร้อมๆกันเลยก็ดีนี่เพราะฉะนั้นในขณะใดพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าตั้งตนอยู่ในความลำบากเถิดกุศลธรรมเจริญยิ่งยิ่งเพราะฉะนั้นเราจะต้องมีตั้งตั้งตนอยู่ในความลำบากทนอยู่หน่อยๆๆเสมอไปไม่อาจปฏิเสธมาตรฐานหมายถึงขั้นที่เราทนทรมาน แต่อยู่ในขั้นที่เรียกว่าคนขัดเกลาหรือว่าพากเพียรให้ดีขึ้นพยายามจัดตัวเองพยายามให้มีบทฝึกหัดบทปฏิบัติมีการอบการรวมอยู่ด้วยขึ้นๆๆนั่นแหละมันมีการอบรมมีการฝึกขาดมีการต่อสู้มีการทนฝืนมีการกระทำการขัดเกลาอยู่ในตัวคุณไปเรื่อยๆนั่นแหละความเจริญยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆขณะนี้บางคนนั่งฝืนฝืนฝืนมีหลายคนมีหน้ากลมใหญ่ฟื้นฟื้นอย่างนี้ซึ่งเราเข้าใจด้วยปัญญาแล้วอ่ะดีเรามันเนี่ยมันตั้งทำดีเข้าใจแต่จิตของเราสิ่งไหนมันร้ายเหลือเกินไอ้ตัวจิตเนี่ยมันติดมันยึดแล้วว่ามันโง่มันยังจะเอาตามกิเลสของมัน อยากของมันไอ้ตัวอย่างตัวนั้นตัวจริงๆของเรานั่นแหละก็นั่งฟังธรรมอยู่ว่าดีมันก็ยังเห็นว่าเฮ้ยนอนดีหลับลงไปที่ดีฟังทำไมไม่ฟังไปมัวฟังอยู่ไม่ดีไม่มันสุรินทร์ลงไปหลับๆลงไปดีลงไปหลับลงไปมันกว่าเนี่ยมันจะเอาตั้งแต่ที่บอกว่าก็รับมาพอหรือยังล่ะวันนี้ได้หลับมาพักผ่อนมาพอยังสมควรหรือยังหรือยังตะกะอีกถ้าจะกลับอีกเท่านี้ถ้าได้ให้มันอีกมันจะกลับอีกนะมันเอาอีกนะได้คืนนึง 6 ชั่วโมงแล้วไม่พอมันจะเอา 7 นะเจ็บไม่พอนะมันจะเอา 8 นะแต่ไม่พอมันจะเอา 9 นะก็ไม่พอมันจะเอา 10 11 ไปอีกนะ ยังแถมต้องวี่กลางวันยังแถมตรงนั้นตรงนี้อีกนะแล้วมันจะเอานะแล้วถ้าเราไม่รู้จักพอนะมันก็อย่างเงี้ยพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าไม่มีความอิ่มความเต็มในการนอนในเมถุนทำในความเมาความเมาความหลงถ้าเราไปหลงสิ่งใดแล้วไม่มีความพออะไรก็ไม่มีความพอให้แม้แต่การหลับการอยากมีอยากหลับอยากจะงีบลงไปเนี่ยมันก็ไม่พอให้มันอีกมันก็ไม่พอทั้งๆที่สุขภาพร่างกายเราก็ไม่ได้เสียหายแล้วนี่แต่จิตมันติดยาเสพยาอยากได้อยากเป็นอยากมีอยู่ในจิตนั่นแหละมันดึงลงๆซึ่งเราเข้าใจเข้าใจพูดกันนี่ก็เข้าใจเพราะฉะนั้นเราจึง อย่ามาฝืนรหัสมาอบรมแล้วตั้งตนอยู่ในขณะที่พื้นที่หาดอยู่เนี่ยตั้งให้มันได้พื้นให้มันได้พยายามใช้ปัญญาอ่านให้รู้จักอุบายเครื่องออกออกจากการง่วงออกยังไงให้รู้ว่าออกออกทำอย่างนี้ออกได้บางคนบอกว่ามันหน่อยนึงเออมันหายง่วงบางทีมันสลัดมันหน่อยนึงหายง่วงบางคนบอกไม่ต้องสลัดนี้แล้วมันชัดจังเลยคนอื่นเขาเห็นมันสมัครมีคนอื่นเขาเห็นว่าตอนนี้เราง่วงแล้วเราก็จะหายง่วงอายเขาเราก็ทำในใจของเราสลับใจข้างในนะทำให้มันชื่อสับเปลี่ยนขึ้นมาเป็นอุบายเครื่องออกเป็นอุบายขึ้นปรับเป็นอุบายการพ้นจากสภาพนั้นมาสู่อีกสภาพหนึ่งเรารู้ของเราของใครเขารู้ของใคร ใครไปทำให้ใครได้ถ้าใครทำให้ใครได้พระพุทธเจ้าท่านไม่สอนพระโมคคัลลาถึง 10 ข้อหรอกเอามานี่ทำให้ได้พระพุทธเจ้าขายแก๊สให้เลยไม่ต้องไปพัทยาถึง 10 ข้อสอนพระโมคคัลลามันง่วงทำไงพระเจ้าค่ะพระพุทธเจ้าท่านศึกษาบรรยายไปเอ้าจงฉันทะในสิ่งที่ทำมืออะไรที่ทำอะไรที่ฉันตั้งใจจริงลงไปก่อนนอกนั้นก็ LINE ไปจนกระทั่งตรวจใจมองดูดาวเอาน้ำล้างหน้าแม้แต่สุดท้ายเอาไอ้ขนเอาอะไรแยงหูยอนหู 10 ข้อทั้งหมด 10 นับดีๆมันสินับไม่ดี นั่งดีๆด้วย 10 ข้อเราพยายามอ่านดูดีๆแล้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive