200108-016 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน016-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 8 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ได้บรรยายเน้นเกี่ยวกับเรื่องสัปปายะ 4 และพร 5 กันยายนต่อไปซ้ำมาในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์จนถึงแผ่นดินไหวแต่ทีนี้ต่อจากนี้ไปด้วยหัวข้อที่มีอยู่ในหนังสือพุทธประวัติจาก ประโยชน์ของพระพุทธเจ้าที่เรียบเรียงไว้เนี่ยก็เป็นเรื่องของประกอบไปด้วยมหาปุริสลักษณะ 32 ซึ่งผมก็จะขอผ่านนะไม่อธิบายซ้ำแล้วเพราะว่าเราได้เคยอธิบายแล้วแจกแจงให้ฟังแล้วก็อะไรต่ออะไรเป็นยังไงบุคลากรที่สุดท้ายเป็นยังไงคำอธิษฐานเป็นยังไงข้อต่อไปก็บุพกรรมของการได้มาด้วยการได้มหาปุริสลักษณะต่อการปรากฏการณ์ได้มหาประดิษฐานก็จะไม่อธิบายเหมือนกันเพราะอธิบายแล้วจองกันนะเมื่อรู้สึกลักษณะแล้วก็เหตุที่ได้มาหา บุพกรรมต่างๆคืออะไรก็อธิบายขยายความแล้วจนถึงขั้นสุดท้ายประสูติได้ 7 วันพระชนนีที่วงคตข้อใดอธิบายแล้วถึงข้อนี้ที่บอกว่าถูกแล้วอานนท์ถูกแล้วอานนท์จริงเทียวมารดาแห่งโพธิสัตว์มีชนมายุน้อยเมื่อประสูติพระโพธิสัตว์แล้วได้ 7 วันมารดาแห่งโพธิสัตว์ย่อมสวรรค์คตย่อมเข้าถึงเทวดาชั้นดุสิตซึ่งก็ได้ยืนยันให้ฟังแล้วว่าถ้าเป็นพระอริยเจ้าที่ข้าจะมีโพธิขาด ก็แค่ 7 เหมือนกับหลักๆของ 7 เป็นสังขยา 7 วันเป็นสูตรแล้วได้ 7 วันเป็นอย่างมากไม่ได้หมายความว่าเจ็บจะต้องเจ็บก็ไม่ใช่ 1 ก็ได้ 2 ก็ได้ 3 ก็ได้ 4 ก็ได้ 5 ก็ได้ถ้ายังเกรงอย่างแรงแล้วก็ 7 เมื่อไปสู่พระโพธิสัตว์และก็เจ็บมารดาบริษัทย่อมสวรรคตย่อมเข้าถึงเทวดาชั้นดุสิตก็คือหยุดเข้าใจตัวเกิดเกิดไปขนาดนั้นขนาดนี้ถ้าเผื่อว่าถ้าสมัยเขามาครึ่งนึงค่าใน 10 และหมายความเป็นกลางๆไม่เกิดไม่ดับถ้าเกิดว่าเราจะโน้มน้าว เกิดแล้วก็เพิ่มขึ้นบ้างเหมือนอย่างที่เคยอธิบายฉันทะให้ฟังเนี่ยแล้วจะ
อ่านต่อ
ให้มีอะไรเราก็จะต้องไม่มีโน้มน้อมเพิ่มจุดเพิ่มพลังงานเพิ่มอิทธิบาทก็ไปให้มีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเอาจิตของเราก็ถมเข้าไปมีพากเพียรเพิ่มขึ้นมีความยินดีหรือจะมีอะไรเหมือนเหยื่อเหมือนเหยื่อหน่อยนึงว่าโน้มน้าวไปมั่งให้รักให้ยินดีให้พยายามเพิ่มเติมบ้างเป็น 6 จุดก็เรียกว่าดีแล้วทีนี้ผู้ตรัสรู้แล้วนี่รู้ว่าความเกิดนี้เราทำให้เกิดเราพยายามที่จะสร้างและพยายามที่จะกระทำเพราะงั้นแม่ 6 จุดหรือว่าโน้มน้อมจิตเพิ่มขึ้นไป เข้าใจแล้วเราจะเพิ่มเข้าไปอีกเป็น 7.7 ใน 10 เพิ่มแรงโถมแรงที่สร้างที่ก่อที่กระทำให้เต็มที่ขึ้นไปอีกก็ยังได้แต่ก็ยังได้ขั้นโพธิสัตว์เนี่ยทำได้ถึง 7 แล้วก็ระมัดระวังอย่าให้เกินเลยเถิดไปอีกมากมายแล้วมันเป็นไตรลักษณ์ 2 หมู่แล้วแล้วก็เจ็บนี่มันเพิ่มขึ้นไปอีกจุดนึงแล้วแต่ตาราง 2 หมู่นี่เก่งแล้วมีกำลังมีอินทรีย์พละแล้ว 3 หมู่ 1 ถ้า 2 หมูเป็น 6 เลย 6 ไปเป็น 7 เนี่ยมันเข้าไปเขตที่ 3 ไกลรักหมู่ที่ 3 แล้วเสร็จแล้ว 89% ไตรลักษณ์หมู่ 3 ถ้าเรายังมีอินทรีย์พระยังไม่แกร่งพอเราอยากไปเกาหลีถลาหรือว่าผีผามหรือว่า อย่างใจอะไรเกินไปนะมันถึงโพธิสัตว์เริ่มโพธิสัตว์คำว่าโพธิสัตว์จะเข้าใจจุด 7 และ 7 และก็พอก็จะหยุดมารดาแห่งบริษัทย่อมสวรรค์คตก็คือหยุดหยุดการเกิดมารดาไม่ต่อเชื่อหยุดการเกิดคือมารดาไม่ต่อเชื้อย่อมเข้าถึงเทวดาชั้นดุสิตก็อยู่ในรอบของมันเกิดขึ้นอยู่ในนั้นดับก็อยู่ในนั้นทำเต็มที่ถามว่ามีผลสำเร็จผลบอลรู้สุดยอดตามที่เราหมายเอาหรือว่าตามที่คุณนั้นสนใจและไม้เต็มที่แล้วก็หยุดนี่คือจิตเทวดาชั้นดุสิตรู้เกิดสุดยอดรู้บรรลุสุดยอดรู้ความสนใจสุดยอดแล้วก็หยุดรู้จักตัวหยุดแล้วก็หยุดทีเดียว บริษัทจะมีปัญญาหรือว่ามีทำอธิษฐานรู้อันนี้มีความรู้ที่หยั่งลงอยู่ในจิตตั้งอยู่รู้ได้จริงๆเข้าใจส่วนจะต่อไปเป็น 8 เป็น 9 นั้นปล่อยพระพุทธเจ้าท่านก็ปล่อยมหาโพธิสัตว์ใหญ่ท่านถ้าจะเริ่ม 8 ถ้าจะเพิ่มเป็นจาก 7 ไปไม่ยอมดับจนกระทั่งไปถึงก้าวต่อไปจนกระทั่งท่านเอาไตรลักษณ์ 3 รอบใหญ่ก็เรื่องของพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าท่านจะต้องทำอย่างนั้นก็เรื่องของท่านท่านไปจนกระทั่งรู้รอบอย่างแท้จริงก็จะเกิดจะดับอย่างไรกันรู้อย่างแข็งแรงมีอินทรีย์พละกล้าก็เรื่องของท่านแต่ข้อที่ 3 นี้ก็จะต้องระมัดระวังและก็จะต้อง อันนี้พวกเราก็เหมือนกันต้องหัดระมัดระวังมาขอจึงเตือนเมื่อเราเข้าใจการเกิดเราเข้าใจการสร้างการก่อแล้วเราเข้าใจส่วนที่เราจะกระทำผลทำประโยชน์ให้เกิดอยู่ในโลกเราก็จะต้องระมัดระวังอย่าผลีผลามเกินไปจุดที่อธิบายนี้ย่อย้อนอะไรที่อธิบายให้ฟังเรื่องย่อย้อนกลับไปกลับมาถ้าเผื่อว่าผู้ใดเกาะยึดมากเกินไปกับลูกก็เพิ่มให้เกิดให้กระทำขึ้นมามันก็ทำขึ้นมาแล้วก็ต้องรู้จุดจุดพอไม่รู้จุดพัก ฮารุคำนวณอินทรีย์พละกลางเกินไปแรงเกินไปและเดี๋ยวก็จะเสียผลต่อให้รู้จักพักให้รู้จักเพียรกลับว่าเราไม่พักเราไม่เพี้ยนเราข้ามอกข้าสงสารได้เข้าใจให้มากเข้าใจให้ถึงทีเดียวแล้วเราต้องรู้จุดพอดีพอดีพอดีเราไม่ดูดายเราไม่เฉยเมยเราไม่เคยช่วยเราไม่ไม่ใช่ความจนไม่มีประโยชน์อะไรจนเกินไปนักก็ไม่ใช่แล้วก็เราก็ไม่ใช่ว่าจะดิ้นรนอ่าดินรนแล้วก็วุ่นวายแสวงหาจับเพลงลิงจับมุ่งแต่ทราบแต่ก็มากมายเกินไปจนเลยเถิด เราจะต้องคำนวณกำลังของเราแล้วก็คำนวณถึงผลคำนวณทั้งส่วนที่ควรหรือไม่ควรไปขนาดไหนถ้าควรที่จะทำต่อก็ทำถ้าไม่ควรก็พักเราจะต้องรู้องค์ประกอบมีบุคลิกลักษณะมีสัปปุริสธรรม 7 ประการหรือมีสัตบุรุษ 7 เป็นการพิจารณารอบทวนใครควรต้องเอาสภาวะจริงของจริงเพราะเมื่อแม้ว่าผมจะเร่งให้ดูให้พากเพียรกระทำมีงานการจะกลายเป็นคนช่วยคนชาวทำงานโน่นงานนี่มีอันนู้นไม่มีอะไรก็เป็นการกระทำเพื่อผลบางคนติดสงบจิตหยุดมากไปมาทำงานซะบ้างอันเหมาะสมกับการงานเป็นสัมมาทำมันโต การงานของเราหรือเป็นการงานที่เราควรทำอยู่ในกติกาอยู่ในระเบียบอยู่ในกฎอยู่ในวินัยอยู่ในศีลเราก็ทำหมู่พรั่งพร้อมเห็นควรไม่ขาดอะไรโลกก็ไม่เตือนไม่มีใครรู้คำว่าชักถึงแม้เราก็วัชชะที่เขาเข้าใจยังไม่ได้แต่เราก็หมู่ก็เห็นพรั่งพร้อมแล้วได้พิจารณากันแล้วเราก็ทำกันเพื่อประโยชน์เขาเขาเองเขาย่อมเข้าใจไม่ได้เราเป็นผู้นำเราจะต้องพยายามหาทางทำความเข้าใจหรือว่าทำในส่วนที่มันเป็นประโยชน์ที่แท้จริงออกมาแล้วก็ร่วมกันทำร่วมกันสร้างเป็นงานการทุกคนต้องมีงานแม้เป็นพระของมันมีงานนอกจากนี้สินค้าที่ งานปฏิบัติธรรมโดยตรงแล้วงานที่ประกอบไปด้วยกายกรรมประกอบไปด้วยวิธีกรรมที่มันเป็นอยู่ในวันต่อวันมันก็เป็นงานเป็นงานที่จะต้องพึงนี้คนเราจะมาบ้าใบ้อยู่เฉยๆไม่ได้หรอกมันไม่บ้าไม่สบายเฉยๆหรอกมันก็จะเข้าใจว่านักบวชคือผู้ที่ไม่ทำอะไรเลยอยู่เฉยๆไม่เอาจะคิดพอจับไปจับจุดกันในพระสูตรว่าพระพุทธเจ้าแนะนำสาวกของท่านโคนไม้โน่นในป่าเขาทำลองฟังที่ว่างสูญญากาศจนไปนั่งดำรงสติอ่าหนังคู่บัลลังก์ต่างๆกลายเป็นดำรงสติของมันแล้วก็ให้พิจารณาธรรมอะไรก็บอกว่าท่านสอนเป็นคน หยุดไปนั่งนิ่งๆเฉยๆอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นแล้วอันนั้นก็เป็นถ้าผู้ใดที่ติดสงบจิตจุดแล้วไปนั่งโน่นน่ะเขานั่นแหละทำนั่นแหละที่ว่างลองฟังแล้วก็ไปนั่งหลับตาปี๋แต่ถึงเรื่องเงินเธอก็ไม่ได้บอกให้นั่งหลับตานะที่ไหนก็ไม่มีบอกดำรงสติของมันจะลืมตาแล้วหลับตาก็ตามใครถนัดหลับตาแล้วดำรงสติมั่นได้ก็เอาหลับตาและสติไม่คงมั่นหลับปุ๋ยไปเลยสติตกเป็นภวังค์หรือเป็นผีนะมีพระเข้าไปเลยแต่อย่างนั้นมันจะไปได้ดำรงสติของมันอะไรเรามันจะไปได้ประโยชน์อะไรพิจารณาทำอะไรออกมันไม่ออกหรอกมันไม่มีพิจารณาทำมันก็จมติดทีมชาติปี ถ้าอย่างนั้นไม่ใช่ไม่ใช่หลักการอานาปานสติจะต้องมีกำลังของอินทรีย์พระต้องมีสติที่แข็งแรงเพราะเมื่อดำรงสติอยู่ได้ถ้ามันหลับตาลงไปมันตกภวังค์แล้วก็อย่าหลับลืมตาโพลงนี่แหละจะพิจารณาธรรมะอะไรใคร่ครวญอะไรใคร่ครวญพิจารณาสารสติส่วนมากระบบเพดานบุพเพสันนิวาสทำอะไรมาพิจารณาว่าใครควรไตร่ตรองอะไรก็ทำเอาไปนั่งหลับนั่งไหลอะไรคนนั้นแบบที่เขาบอกว่านั่งหลับตานั่งอยู่ไอ้นั่นมันบทสำราญเป็นอุบายโกสนซึ่งจะเป็นตัดสินบนเริ่มต้นของคนหัดให้จบจอลงให้ใจจดจ่อ โทรหาออมสินมาดูมันก็หลับตาเข้าไปทำภาพตัดสินนั้นให้มันติดอยู่ในความนึกคิดแล้วก็ทำให้จิตอยู่นั่นแหละอยากให้มันกษัตริย์สายไปไหนมันก็เป็นบทเริ่มต้นเท่านั้นเองไปตัดสินของคนชั้น 1 ถ้าจะเริ่มต้นอย่างนี้ก็เอาแล้วก็แนะให้ดีแนะแนวให้ดีมันจะไปสุ่มสี่สุ่มห้าไปโน่นไปนี่แล้วก็รวมกำลังไปเล่นเป็นจะได้ฉายวิชาไสยศาสตร์อะไรไปเลยไม่ใช่จุดมันออกตรงนี้มันยากตรงนี้พอรวมกำลังจิตใต้แล้วมันก็ไปแล้วเราก็เคยได้ยินได้ฟังมามากมันสลับตาท่านบอกว่าเป็นชาแล้วก็อธิบายชายอธิบายชายแบบฤาษีจิตมันรวมแล้วมันจะมีกำลังนี้มันมีอยู่ในใจอยู่แล้วมันก็จะไปเห็นนั่นเห็นนี่กรอบภาพนั่นภาพนี่สร้างภาพสร้างเรื่องมีไอ้นั่นไอ้นี่อะไรเลอะเทอะไป เพราะเคยได้พูดเคยได้ยินจิรดาได้ยินมาแว่วมาใครก็ได้ยินมาตั้งแต่เด็กเป็นเล็กมาจนกระทั่งโตมันก็ทั้งนั้นแหละได้ยินมาฟังมาแว้วมาจึงเรียกว่ากิเลสแท้ๆกิเลสอ่ะพอไปนั่งหลับตาแล้วไปได้กินเลยดังได้ยินมาแล้วก็แสวงหาจิตมันแสวงหาจริงๆมันก็คว้าหามันก็ปั่นก็สร้างเมื่อมันทำได้เพียงพอมันก็เกิดสิ่งนั้นเป็นภาพเป็นเพราะเป็นเรื่องเป็นราวนั่งทางไหนก็บอกว่าเห็นเลขเห็นหวยนั่งทำอะไรก็ว่าจะไปมองไปเห็นโน่นเห็นนี่ได้สร้างเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้มีนรกมีสวรรค์เป็นรูปเป็นร่างเป็นอัตภาพต่างๆเป็นเรื่องเป็นนู่นเป็นนี่มันก็เกิดน่ะสิมันจะยากอะไรก็นั่งไปก็เป็นอย่างนี้ไม่ใช่นั่งเพื่ออย่างนั้นถ้านั่งอย่างนั้นแล้วก็ไม่ได้เรื่องแล้วไม่ได้พบได้ชาติอันอื่นไปได้ไสยศาสตร์ แต่เดรัจฉานวิชาไปได้ดีแล้วก็นั่งว่ากันไปใหญ่โตและซ้อนลงไปอีกนั่งแล้วกำลังจิตที่มันเป็นสมาธิรวมจริงๆแล้วก็สามารถที่จะใช้จิตนี้ให้มันเป็นพลังสอดส่องเป็นพลังที่จะคำนวณอะไรก็อะไรต่ออะไรได้มันมีกำลังแล้วมันก็เป็นความคิดเป็นแรงคิดเป็นแรงปรุงเป็นแรงที่ใช้เหตุปัจจัยอะไรคำนวนมันก็ได้ออกมามันเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์นี่แหละได้ใช้ได้หรือจะให้จิตมันแพงจนกระทั่งมันมีกำลังสูงออกไปสามารถผัสสะสามารถรู้สามารถเห็นสามารถกระทบใช้กำลังจิตนั้นออกไปไกลและเพื่อที่จะได้สัมผัสรู้สภาพของพลังงานอื่นที่จะมากระทบเหมือนมิเตอร์ เครื่องวัดเหมือนเครื่องรับตรวจอะไรเนี่ยมันเครื่องตรวจแล้วมันก็บอกรายงานให้รู้ได้เพราะงั้นจะส่งไปให้ไปไปดูแล้วจะส่งจิตออกไปดูส่งจิตออกไปเห็นส่งจิตออกไปสัมผัสก็ได้ได้ไม่ใช่ไม่ได้ถ้าเล่นจริงๆได้ไม่ใช่ว่ามันไม่มีกำลังทำไว้ตั้งไว้เหมือนเครื่องเลยก็ได้หรือยังผมเคยเล่าให้ฟังผมเคยเล่นจะส่งไปก็ส่งไปอย่างที่เล่าสู่ฟังนี่ยังพอต้องใช้เนี่ยเขาไปเที่ยวจนคนในบ้านลำบากตำบลในการมาเปิดประตูรับเชิญผมบอกว่าเอาไม่ต้องเปิด เดี๋ยวผมก็เปิดประตูรับเข้าเดี๋ยวดักรู้โดยใช้จิตรู้เขาจะมาเมื่อไหร่ก็ดักรู้ซะก่อนรู้แล้วก็มาเปิดประตูให้เขาไว้ก็จะตัวอยู่นี่เลยจนเจ้าตัวงงมาเปิดกันหมดหลายว่าไงทำไมรู้ไม่เคยต้องไม่ต้องมาเรียกไม่ต้องขายไม่ต้องมาปลุกรู้จะมากี่ทุ่มกี่ยามมายังไงก็แล้วแต่บางทีเราก็รู้มาก่อนมาเปิดรอไว้ก่อนมามันก็มีมันมีทุกอย่างมันมีสภาพมันมีกระแสคืนมันมีพลังงานมันมีอะไรเราก็ใช้พลังงานพวกนี้ได้ทำได้แล้วเราก็ใช้วิธีเลือกตั้งเครื่องที่ตั้งจิตที่ตั้งอะไรไว้เล่นกับทำได้เราก็รู้รู้แล้วเราก็ทำเพื่อรู้อันนี้ก็รู้อันนี้ทำอันนี้ก็ได้อันนี้ ห้ามกินมันมีได้เล่นได้ถ้าจิตมันมีสมาธิมีพลังงานมีการรวมได้แล้วมันก็ทำได้มันก็เล่นเล่นไปอย่างนั้นแหละมันก็ใช้งานไปอันนึงเท่านั้นเองมันไม่ใช่ว่าไม่เป็นจริงมันก็เป็นจริงแต่มันไม่ได้เอามาวิเคราะห์มันไม่ได้เอามาอ่านกิเลสตัณหารู้ไอ้สิ่งที่ควรรู้ไม่ได้มาไตร่ตรองอาการของจิตต่างๆแล้วมันไม่ใช่อะไรมันมาเรียนอันที่จริงมันใช้จิตไปทำงานอันหนึ่งไม่ใช่มาเรียนอาทิตย์จิตไม่ใช่มาทำจิตให้ยิ่งเวลาที่จิตคือเรียนรู้กิเลสตัณหารู้อาการของจิตโลภะเป็นอย่างนี้โทรศัพท์เป็นอย่างนี้เน้นเอาจุดนี้โมหะเป็นอย่างนี้มันไม่รู้ไม่รู้รอพระไม่รู้โทรศัพท์นั้นเองไม่รู้จิตดีจิตชั่วคราวนี้ให้มันปรุง ป่านนี้ยังไม่ไปได้ขนาดนี้แล้วก็สร้างสรรค์หรือว่าเป็นไปด้วยดีเป็นอิจฉาที่สังขารหรือเป็นวิสังขารสังขารเหมือนกันแต่สังขารสิ่งดีๆมันเกิดให้มันทำไปดีโดยที่เรามีเหตุผลแล้วมีปัญญาไตร่ตรองแล้วพอสมควรให้มันเกิดสมควรให้มันปรุงสมควรให้มันเป็นแล้วก็ทำงานอันนั้นขึ้นมาให้แก่เขาแล้วเราก็เอามาเรียนรู้จิตอันใดไม่ดีเราล้างรถมันให้ได้ลาออกจากจุดขาดไม่ให้มันมีในจิตโลภะโทสะอาการอย่างนี้ไม่เอาไม่เอาให้เด็ดขาดอาการนี้แม้แต่เล็กๆน้อยๆโลภะอย่างอ่อนเป็นทุเรียนเป็นอาการเบาบางแล้วก็ไม่ให้มีโทรศัพท์ไม่มีฉันเข้าใจว่าโลภะกับเจตจำนงค์ รื้อความปรารถนาดีจิตโลภะกับจิตปรารถนาดีมันต่างกันอย่างไรเขาบอกว่าจิตโลภะความโลภอยากโน่นอยากมีใครแรงมันเกินไปกับจิตที่ปรารถนาดีมันก็มีความใคร่ปรารถนาดีเออปรารถนาทุกอย่างมันก็เหมือนกันใช้ภาษาเท่านั้นเองศาสนาดีทุกอย่างมีความดีที่อยากให้ความดีนี้เป็นเกิดจากความดีนี้เกิดอยู่เป็นอยู่มีอยู่เราก็อ่านแล้วเราก็ใช้ภาษาเป็นความปรารถนาดีเจตนาดีหรือเจตจำนงดีมันก็คืออยากให้ความดีนี่มีอยู่เกิดอยู่เป็นอยู่เป็นฝ่ายถ้าอย่างนี้ก็มีต้องมีมนุษย์ต้องมีความปรารถนาดีมนุษย์ต้องมีเจตจำนงดี มนุษย์ต้องสร้างส่วนดีในส่วนหนึ่งมันเป็นยังไงขนาดไหนมันว่างจากตัวตนมันไม่ใช่ว่าทำเพื่อเราเห็นแก่เราอยากได้มาให้แก่เรากอบโกยสะสมแม้แต่หลงในดีเพราะนี่ดีก็จริงสร้างดีก็จริงทำดีก็จริงแต่เราได้ติดดีได้หลงดีเข้าเป็นตัวตนเขาเป็นของเราเอาไปเทียบใกล้เคียงเกิดมีริษยาเราทำมากกว่าเราทำน้อยกว่ากับผู้อื่นเราได้ดีมากกว่าเราทำดีมากกว่าแล้วก็เป็นการยึดถือของเรามากกว่าเนื้อกว่าแล้วก็ไปเบียดเบียนคนอื่นไปเทียบคนอื่นแล้วก็ไปข่มขู่คนอื่นพอเห็นว่าตัวเราเองดีแล้วก็ไปเทียบคนอื่นแล้วก็ไปข่มคนอื่น ครูคนอื่นไปเกลียดชังคนอื่นเขาอีกหรือว่าไปทำร้ายคนอื่นเขาอีกถ้าอย่างนี้แล้วก็เสียหายถ้าเรารู้ด้วยจิตว่าเออเราทำมากกว่าก็ดีก็ถูกอยู่ก็จริงอยู่คนอื่นเขาไม่ทำก็ไม่ไปใส่ร้ายไม่ไปลงโทษไม่ไปคับแค้นใจไม่ไปยกตนขึ้นเหนือไม่ไปทำทีข่มขี่คนอื่นเขาไม่เกลียดไม่ทำเขาก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าบอกว่าเราหลงดีได้ดีแล้วก็ไปข่มขืนก็ไปข่มขืนไปข่มขู่ไปดูถูกไปยกตัวยกตนขึ้นมีสภาพอย่างนี้ที่เจ็บอย่างนี้ไม่เอาอย่างนี้เราไม่เอาไม่เอาเพราะมันกลายเป็นลายเซ็นแล้วเราไปข่มเขาแล้วเราก็จะไปกลายเป็นทำลายทำ ทำร้ายพ่อแม่แต่เขาทำดีอะไรอื่นอยู่เราก็ไปเป็นเชิงข่มเขาเป็นเชิงฆ่าแกงเขายกตนข่มเขาอยู่อย่างนั้นมันก็มีเนื้อมีตัวแล้วมันก็จะแรงมันก็จะร้ายไม่ดีทั้งๆที่เขาก็มีดีเขาก็จะเข้าก็มีดีมีส่วนดีตรงมากแต่ก็ไปข่มไปทำลายไม่ยกดีของเขาเลยเนี่ยมันจะกลายเป็นอย่างนั้นเพราะกำลังความอวดดีหรือว่าอยากจะใหญ่กว่าเขามันมากเพราะมันมากมันก็ไม่มองเห็นดีของเขาแล้วเอาแต่ส่วนบกพร่องของเขานั้นมาข่มขี่ดูถูกทำลายแล้วมันจะกลายนี้แล้วมันแรงมันแรงเพราะเขามีน้อยเขามีส่วนเลวน้อยก็มีส่วนดีอยู่มากก็ให้รู้ความจริงเพราะส่วนเลว เราจะแก้ไขเขาได้ก็แก้จะบอกสู่กันฟังก็บอกเป็นเทอมแล้วก็เข้าใจให้ดีอย่าให้เป็นคนไปปักใจเกลียดชังกันโกรธแค้นกันมันกลายเป็นส่อเสียดเพราะจะพูดมุมเสียของใครก็พูดถ้าเราเห็นจริงแล้วเหมาะสมที่จะพูดแล้วก็พูดเป็นเชิงของธรรมเป็นเชิงของสัจธรรมที่คนที่ควรติยกคนที่ควรยกคันนี้คันหีอรหังประกันชีวิตเป็นคนที่ควรชมควรที่ควรชมสมควรที่ควรชมเป็นธรรมดาก็ไปพุทธพจน์คือคำสอนก็ตีบางครั้งบางคราวคนต่างคนต่างคนก็ชมเพราะจะติดเตียงใคร บอกส่วนเชื้อที่เราตามความเห็นของเราก็เสียคำพูดแต่อย่าพูดเป็นเชิงให้เรียกว่าให้ไปทับถมเกินไปนะถ้าเขามีส่วนดีพูดส่วนดีบ้างไม่เช่นนั้นถูกพยาบาทเกิดพยาบาทเกิดการโกรธใจผูกใจก็ไม่ชอบส่วนดีอันนี้แล้วก็มาผูกใจเอาไว้มันเป็นอุปสรรคผูกใจเคืองผูกใจไม่ชอบเอาความไม่ชอบถูกใจเอาไว้เพราะกลายเป็นการสอนถ้าเรากระทำความข้างนี้มาพูดข้างนี้เอาเรื่องนี้มาให้ครั้งนี้แล้วเมื่อเอามาให้แล้วเราไม่ไกลเกลี่ยแล้วเราไม่พยายามที่จะยกส่วนดีส่วนเสียอะไรขึ้นมาบ้างผู้ที่ส่วนเสียโดยที่เราปล่อยปละละเลยโดยไม่รู้จิตใจผู้นี้ว่าพรุ่งนี้ไม่ได้หรอกฝืนยุคใหญ่อย่างนี้แล้วก็ชอบชอบที่จะโกรธจะ คุณนายฝังใจเอาไว้ถ้าเรารู้คนนี้ก็อย่าไปพูดยุแหย่เอาไว้ให้เขาฝังใจไว้เราจะต้องพยายามกลบเกลื่อนให้เขารู้ส่วนดีของพวกนี้ส่วนเสียของคนนี้ส่วนเสียมีเท่านี้มีเป็นลักษณะเสียมันเกิดจากบุคคลหรือในบุคคลนี่แหละเป็นตัวอย่างแม้เราจะกล่าวของคนนี้เราก็ต้องบอกส่วนดีเขาด้วยมันจะแก้ไขนะมันจะไม่ค่อยยังชั่วมีส่วนเสียก็เอาเพราะว่ากันเพื่อให้รู้ความเสียเกิดอย่างนี้นะกาลนี้แบบนี้อันนี้นะก็ว่าไปและส่วนดีอะไรบ้างของเขาก็บอกแล้วก็อย่าไปเพ่งโทษเค้ามากก็บอกไปแต่ส่วนดีเขาก็มีนะอย่างนั้นอย่างนี้ถ้ามีดีน้อยเราก็บอกไม่ดีน้อยมีดีมากแล้วก็บอกมีดีมากส่วนนั้นส่วนนี้เห็นครับถ้าผมว่าเราจะพูดให้เขาเลือกใช้อยู่ คลายความเลื่อมใสแก่ผู้นั้นเราก็ต้องบอกไว้เป็นเชิงให้เพียงพออย่าไปขาดความเลื่อมใสแต่คนบางคนมีดีน้อยมีเสียมากไม่ต้องไปเลื่อมใสซะก็ได้เพราะไม่เช่นนั้นก็ลำบากอาจจะพูดทิ้งๆเข้าไว้เออก็ไม่ต้องเลือกใช้อะไรมากมายแต่อย่าไปโกรธอย่าไปเกลียดก็บอกว่าทิ้งไว้เป็นเชิงต้องละเอียดละออตรงนี้เราระมัดระวังให้ดีไม่เช่นนั้นแล้วก็กลายเป็นทะเลาะเบาะแว้งบาดมั้งที่รันฟันแทงเราจะต้องรู้รายละเอียดพวกที่ว่านี้เราก็สังเกตดีๆสังเกตดีๆในส่วนละเอียดตรงนี้แล้วก็พยายามฝึกตนมีความละเอียดอ่อนประณีตสุขุมถ้าอาจารย์จะเกิดผลสูงเท่าที่อธิบาย ต่อมาอยู่นี่มันยังมีเรื่องที่จะต้องอธิบายมันเป็นจุดหนึ่งที่ผมใคร่ครวญและเห็นว่าควรจะได้พูดกันนอกจากที่จะเราจะรู้ความแตกต่างของโลภะกับหลายความปรารถนาดีที่จิตเนี่ยเรารู้ให้ชัดเจนแล้วเราก็จะรู้ว่าเราทำงานได้คนเรานี่แม่เป็นพระอรหันต์ก็ทำงานได้ด้วยปรารถนาดีด้วยจิตตัวปรารถนาดีเป็นอาจังขาวจรหรือเป็นอิจฉาพระจอมแล้วก็ความปรารถนากลางๆแล้วเรารู้ดีแล้วแล้วเราก็ปรารถนาดีไปตามใจที่เราทราบได้แก่จำนงทันทีมันก็ไม่มีอะไรเราก็ทำงานได้อย่างนั้นเพราะว่าคนไม่เข้าใจละเอียดก็บอกว่า อยากมีอยากจะทำดีอยากจะสร้างนี้ไปขี้เหล็กทั้งนั้นเลยเถิดสอนคนไม่ต้องทำอะไรสองคนนี้หยุดดับดิ่งวางปล่อยเฉื่อยชากลายเป็นสนิมแผ่นดินเลิกราอะไรไปหมดเลยไม่มีบทปฏิบัติไม่มีการงานไม่มีอะไรสัมมากัมมันตะไม่มีแม้แต่พูดก็ไม่ให้พูดมันก็ไม่อยากพูดไม่อยากจะไม่อยากคิดอะไรเลยกลายเป็นคนเฉื่อยชากลายเป็นคนไม่มีความคิดศาสนาพุทธคิดไตร่ตรองมีวิปัสสนาวิปัสสนาแปลว่าความคิดวิปัสสนาแปลว่าพยายามไตร่ตรองให้รู้คิดนอกจากคิดก็พูดพอสมควรพูดมีสัมมาวาจาการงานทำก็ทำสิมีสัมมากัมมันตะมีแม้แต่เรายังเลี้ยงชีพอยู่อย่างไรอย่างไรที่มันมีสัมมาอาชีพ สมาชิกพระเจ้าต้องมีแล้วใคร่ครวญให้ดีให้จะรู้เหตุรู้ผลที่ชัดเจนทีเดียวไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเป็นเรื่องที่ดีที่เดียวและมันต้องมีนี่เป็นต้นเพราะงั้นถ้าเข้าใจเลยเถิดศาสนาก็เลยกลายเป็นศาสนาเลยเถิดแล้วก็ดับกลิ่นเสียหายไปเพราะเราต้องรู้ขั้นตอนแล้วก็ทำให้ดีถ้าปฏิบัติธรรมของเราทุกคนทุกวันนี้ก็ต้องพยายามพิจารณาเราปฏิบัติจะต้องรู้ในสถานที่ที่เราควรอยู่ว่ามันเจริญเป็นสปายะสปายับแปลว่าความเจริญความก้าวหน้าเป็นสัตว์ป่าและเป็นธรรมะสปายะเจริญธรรมธรรม เจริญไปในทางดีเจริญไปในทางที่เราหมายเอาธรรมะคืออย่างไรเราต้องรู้ว่าเออนี่มันได้ธรรมะธรรมะเราเจริญอยู่เจริญอยู่เราก็ต้องรู้ว่าเป็นธรรมะสปายะธรรมศาลาประกอบไปด้วยขณะที่เราอยู่ที่นี่เรียกว่าเสนาสนะหรือไปอยู่ที่ไหนก็ตามเป็นสถานที่ที่เราพึงอาศัยอยู่นั่นแหละถึงอาศัยน่ะเป็นสถานที่เราพึ่งอาศัยอยู่เป็นเสนาสนะมันสปายะหรือเปล่ามันก่อความเจริญก่อความก้าวหน้าเจริญในธรรมดีเป็นธรรมะสัปปายะเจริญในธรรมสถานที่นี้ให้ความเจริญในธรรมเราดีไม่ใช่อกุศลเจริญด้วยกุศลเป็นกุศลธรรมก็ไตร่ตรองพิจารณาให้ดีโดยสิ่งแวดล้อมสิ่งแวด เพราะมันก็มีแม้สถานที่ที่เราอยู่นี่แหละสุขภาพร่างกายอากาศสิ่งแวดล้อมรูปรถผิดเสียงสัมผัสต่างๆดีก็ดีนะทีนี้สิ่งแวดล้อมต่อไปอีกบุคคลเป็นสิ่งแวดล้อมสำคัญบุคคลสปายะหรือเปล่าประกอบไปด้วยบุคคลนี้ทั้งบุคคลที่เข้ามาให้เราทำประโยชน์ให้เขาหรือบุคคลที่อยู่ด้วยและทำประโยชน์ให้เราด้วยมีเพื่อนสหธรรมิกที่ช่วยขัดช่วยเราช่วยให้ประโยชน์สั่งสอนบ้างอบรมบ้างเพื่อสหธรรมิกช่วยขัดเกลาเราโดยเจตนาบ้างไม่เจตนาบ้างอ่าแล้วก็อ่านเพื่อเรานี่ช่วยขัดเราให้ เจตนาอยู่ก็มีไม่เจตนาแต่เนี่ยเพื่อนแบบนี้ลักษณะแบบนี้เราทนไม่ได้คนแบบนี้เราอยู่แล้วเราอยู่ด้วยแล้วทนไม่ได้แล้วเราเห็นว่านี่แหละเป็นเครื่องขัดที่ดีเขาเป็นอย่างนี้เขาเองจริงๆเขาเป็นอย่างนี้เราเองเราก็ต้องสัมผัสเขาแล้วเราไม่ชอบคุณไม่ชอบทำไมทำไมคุณไม่ชอบเราต้องรู้ว่าทำไมเราไม่ชอบคนพวกนี้ก็เป็นอย่างนี้บางทีก็ไม่เจตนาเลยแต่ก็เป็นคอร์ดก็เป็นอย่างนั้นของเขาปากคลองก็กริยาท่าทีก็จิตใจของเขาแล้วอะไรก็แล้วแต่เป็นของเขาทั้งนั้นเขาเป็นอย่างนั้นก็เขาเป็นอย่างนั้นก็เป็นก็อาจจะมีกิเลสก็มีเขามีกิเลสก็ต้องเป็นอย่างนั้นหรือแม่บางคนก็ไม่มีกิเลสหรอกไม่ได้เป็นกิเลสแต่เป็นวาสนา เป็นนิสัยเป็นสันดานเป็นอย่างนั้นใจก็บริสุทธิ์บริสุทธิ์แต่ก็เป็นคนกระด้างอย่างนั้นแหละเขาเป็นคนได้แค่นั้นแหละแต่ใจก็บริสุทธิ์แต่เราไปถือสาโดยสมมติที่บัญญัติโดยกิริยาอาการโดยรูปร่างโดยการกระทำโดยธรรมที่ซ้ำเขาจิตใจก็บริสุทธิ์แล้วก็ไม่เจตนาแต่ก็ทำได้แค่นี้เหมือนอย่างคนป่าจะให้มาดับท่าโค้งเหมือนยังมีฝรั่งจะให้มานั่งพับเพียบก็นั่งไม่ได้และลำบากลำบนแล้วจะให้ได้อย่างนี้ไม่ได้งี้ไม่งามอยู่ในลักษณะไม่เรียบร้อยอย่างนี้ก็จิตใจไม่เกิดโกรธขึ้นถือศึกษาอยู่ก็เขาไม่ได้ไงทำไม่ได้จะให้เขามาทำได้ยังไงเขาไม่ได้หักได้ฝึกเขาไม่ได้มีสันดานมีนิสัยมีการได้ดัดแปลงในกระทำมาก่อน ก็อยากเอาคนป่ามางี้ยังไม่รู้เลยสมมุติเลยทำเนียมจะต้องมาเดินเขาจะต้องมาเดินโค้งจะต้องมาอย่างนั้นอย่างนี้สุภาพเขาไม่รู้เรื่องเลยเขาก็ทำไปตามประสาเขาแล้วเราไปถือสาเขาก็เลยเก็บไปตรวจตลอดเวลาเด็กๆเล็กๆตัวเด็กตัวเล็กนี่มันไม่เคยรู้มันไม่รับรู้ธรรมเนียมไม่รู้อะไรมันจะเดินเพิ่มๆมันจะวิ่งเล่นผมก็ไม่ตีลังกามั้งแล้วก็ไปโทษมันแล้วเราก็ถือสาอะไรเราโกรธเด็กทำไมมันไม่รู้คุณก็ได้ตายเปล่าคุณจะไปได้เรื่องอะไรก็เด็กมันก็ไม่รู้คนป่ามันก็ไม่รู้คนที่เขาไม่เคยเขาก็ไม่รู้เพราะงั้นตามแต่สมมติพวกนี้เราจะไปถือสาตามใจเราไม่ได้มันบุคคลที่เขาเราไม่ชอบเราก็ต้องรู้จริงก็เป็นอย่างนี้เขาพูดอย่างนี้ทำไมต้องพูดอย่างนี้ทำไมต้องแสดงกิริยานี้ทำไมเขาชอบทำอย่างนี้นะเราก็ต้องรู้ แล้วเราก็ต้องถือเป็นกสิณเป็นเพื่อนกับเราเราให้ได้ถือว่าเป็นประโยชน์เป็นแบบฝึกหัดก็ยังได้เลยมันแทนที่เราจะอยู่กับคนที่เราไม่ชอบแล้วเราจะเสียผลแล้วกลับจะได้ผลถ้าเราตั้งตั้งตนไว้ในจุดที่ดีและตั้งตนไว้ในจุดที่ดีจริงๆเราจะได้ผลนะมันบุคคลสปายะเนี่ยต้องพิจารณาให้ดีนอกจากผู้ที่สอนเราโดยตรงผู้ที่จะช่วยเกื้อกูลเราโดยตรงแล้วเอื้อเฟื้อเราโดยตรงแล้วผู้ที่เขาไม่ได้เจตนาจะเอื้อเฟื้อก็มีอยู่แต่มันเป็นการเอื้อเฟื้อโดยธรรมนะถ้าเราฉลาดและอยู่ที่ไหนก็ได้เรามีอะไรต่ออะไรก็ได้เพราะฉะนั้นบุคคลสปายะนี้มีทั้งญาติโยมที่เราจะแตก ปรือได้สอนธรรมะเขาบ้างในทบทวนได้ทำประโยชน์เกื้อกูลเป็นมนุษยสัมพันธ์ของประโยชน์ให้แก่เขาเองแต่ญาติโยมด้วยหรือญาติโยมเองบางหมู่บางกลุ่มขัดเกลาเรานะบางหมู่บางกลุ่มญาติโยมชอบทำอย่างนั้นชอบทำอย่างนี้แล้วเราก็ไม่ชอบเราก็ได้ประโยชน์เหมือนกันหรือแม้แต่สหธรรมิกที่อยู่ด้วยกันเลยพักอยู่ด้วยกันอยู่ร่วมกันรวมกันเหมือนขอบเหมือนครัวก็เกิดก่อประโยชน์จากเราได้เหมือนกันงั้นบุคคลสปายะเนี่ยต้องไตร่ตรองให้ดีบางคนยังทนไม่ได้จริงๆมันแรงไปพยายามแล้วมันก็ไม่ได้มันไม่เกิดความเจริญมันเกิดการทำลายก็ให้รู้ถ้าอย่างนั้นจะปิดไปซะก่อนพระซะก่อนก็เห็นว่ามันเหลือวิสัยที่เราจะทำได้ที่จะทนได้เรียกว่าระงับได้แต่เพลงแยก ไปทำที่อื่นเป็นอะไรจนกระทั่งรวบรวมอินทรีย์พระได้ดีแล้วค่อยมาอีกทีนึงก็ได้หรือถ้าเผื่อว่าได้ผลแล้วก็ต้องดูให้ดีว่าได้ผลดังกล่าวนี้นี่บุคคลสปายะว่าเราอยู่ที่สันติอโศกนี่ก็ดีพวกเราดูถ้าผู้ใดเห็นว่าบุคคลไม่สบายแล้วก็พิจารณาให้เห็นจริงถ้าไม่ได้เรื่องได้ราวๆไม่ไหวเกิดผลไม่ดีไม่งามน่าจะปิดไปซะก่อนก็คือเป็นการปฏิบัติเพื่อตนเพราะว่าไม่งั้นเราเสียผลมากไปมันไม่เกิดสปายะไม่เกิดการเจริญแล้วมันเป็นปลายักษ์มันเป็นอบายมีแต่อบายอบายอบายมันไม่สบายมันเป็นอบายไม่เป็นสบายเราก็ไม่เอาหรอกไม่ เพราะเราต้องตรวจให้ดีจริงๆต้องให้เกิดผลเสมอบุคคลสปายะนี้สำคัญทีเดียวท่านถึงเน้นเป็นข้อให้ชัดเจนให้ตรวจเพราะว่าส่งผลสูงกับบุคคลสปายะส่งผลสูงกว่าบุคคลจะตายทำร้ายเรากับบุคคลในสปาอย่างนี้มันไม่สบายเป็นบุคคลอบายมุขเป็นบุคคลทำให
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive