200125-027 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน027-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 25 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงต่อพระพุทธประวัติจากพระโอษฐ์วันนี้เราเข้ามาทำวัดกันต่อเมื่อวานนี้ได้พยายามอธิบายถึงกิเลสทั้งสิ้นซึ่งเป็นเรื่องของชั้นละเอียดเป็นการเรียนรู้จิตที่เราจะทำสมาธิ ขั้นลึกทำสมาธิไม่ใช่มานั่งหลับตาแล้วก็ทำสมาธิบ้างจิตมันหยุดคิดหยุดอ่านเฉยๆไม่ใช่กลับไม่ใช่อย่างนั้นกลับเป็นว่ายิ่งต้องคิดอ่านยิ่งต้องละเอียดสำรวจจิตต้องไม่เผลอใจไม่ห่างใจจะต้องคอยระมัดระวังตนเองดูอารมณ์จิตของเราเสมอสมาธิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีอายตนะ 6 ทำงานเต็มตาหูจมูกลิ้นกายใจทำงานเต็มสัมผัสรู้เลยทวารนอกตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสไปถึงจ่ายพับใจเรามีอาการอย่างไรไม่ ไม่ห่างทุกอย่างโยงไปหาใจหมดแล้วก็รู้อาการของอาการของใจของเราว่ามีสภาพอย่างไรและเราอยู่อย่างไรเมกามาฉันทะไม่มีแล้วพยาบาทไม่มีแล้วทีนี้ถ้ายังอยากพุทธคุณจะหยาบไม่มีแล้วพูดแทบจะเนี่ยมันคือความมันคือจิตจิตพอจิตเกิดก็คือจิตรับรู้จิตรับสัมผัสเมื่อจิตรับรู้จิตรับสัมผัสและมันก็จะเกิดวิตกวิจารณ์ทำงานราชการเทียบเคียงทำงานและรู้พฤติกรรมของจิตนั่นเองเมื่อมันรู้พฤติกรรม มันก็เกิดวิตกวิจารณ์แล้วเพราะฉะนั้นอุทธัจจะวิตกวิจารเฉยๆก็ถือว่าเป็นฌานแต่วิตกวิจารณ์แล้วมันเกิดการไม่สบายใจไม่ว่าไม่สบายใจอย่างอ่อนอย่างแก่ถ้ายังแก่ๆชัดๆอยู่เกิดความอึดอัดใจกังวลใจลำบากใจคับแค้นใจเสียใจโทรมานัดเสียใจผมก็ญาติคับแค้นใจมันเป็นทุกข์มันเป็นสิ่งที่ติดพันอยู่แล้วก็เทวดาการแล้วมันหม่นหมองโศกเศร้าถ้ายังอยากอย่างนี้ไม่มีแล้วไม่สงสัยรู้ชัดเรียกว่านิวรณ์ 5 ไม่มีพี่วอน นิวรณ์ 5 ไม่มีอย่างนี้หยาบๆหมดแล้วเราก็เป็นฌานอย่างต้นฌานอย่างธรรมดาไม่คิดจะทำสุดของวิหารทีนี้จิตของเราอย
อ่านต่อ
่างละเอียดเข้าไปอีกเราจะต้องคอยจับสังเกตมันเหลือเศษเรียกว่ารูปราคะอรูปราคาพิเศษแห่งราคะอย่างละเอียดอยากเป็นรูปกระจิตเป็นรูปปัจเจกมีไหมอะอย่างชัดเจนแต่เช้าไปจนกระทั่งจะออกมาทางกายทางวาจีอะไรแล้วไม่มีหรอกอาการจิตของเรานี่มันมีรูปร่างมันมีลักษณะมีรสชาติมีการหลงใหลหลงผิดน่ะโมหะหลงนึกว่าตัวเองเราว่าหรอกแต่ว่าใจยังมีอาการอ่อนๆอยู่มีอาการเป็นสภาพอยู่เหมือนกันชอบ ชื่นใจปิดมันหรือว่าช่างมันอยู่อะไรก็แล้วแต่แล้วเราก็ไม่ตั้งจิตให้เหนือและพยายามทำผิดปล่อยจิตให้เหนือรู้ไม่รู้เท่าทันถ้าสมมุติว่าเราแตะสะเดาขมแล้วเราก็รู้อ๋ออันนี้เราไม่ค่อยชอบและจิตที่เราไม่ค่อยชอบเป็นรูปราคะอรูปราคะธรรมชาติเจนก็รู้ชัดเจนถ้ามันมีน้อยๆก็เรียกว่าอรูปราคะเสร็จแล้วเราก็ปล่อยมันแล้วก็รู้ว่าสมควรหรือไม่สมควรพิจารณาซ้ำอ่ะสมควรสมควรก็กินรสชาติอย่างนี้ก็รู้ซะแล้วก็จบถ้าเรามันยากก็รู้ว่ามันยากเพราะว่ามันฝากมันคือมันเป็นปฏิกิริยาอย่างหนึ่งคือพริกเผ็ดและเผ็ด ควรจะกินไหมสมควรไม่ยากเผ็ดแสบลิ้นเลยมันก็เป็นอย่างนั้นสมควรจะกินก็กินเหมือนกันสะเดาเหมือนกันเปรี้ยวสมควรจะกินไม่เปรี้ยวพอสมควรก็กินมันก็เปรี้ยวหวานทุกคนจะกินไหมทุกคนจะกินก็กินเราจะมีจิตที่มันรู้สึกว่ามันฝืดฝืนหรือว่ามันมันแคล้วมันลื่นคอมันสบายใจมันเรียบร้อยง่ายหรือชักจะมีอารมณ์ชอบด้วยซ้ำไปก็ต้องรู้แต่รู้จิตของเราเมื่อรู้แล้วแล้วเราก็จางคลายทำอาการผิดมันอาการชอบเป็นอย่างนี้อาการชังเป็นอย่างนี้หรืออาการแล้วก็ไม่ให้มีอาการ ให้มันเฉยๆแล้วมันจะเพี้ยนแตะแล้วรับรู้เฉยๆรับรู้ว่าอย่างนี้ก็เป็นจริงอย่างนี้เราจะไปแก้ไม่ให้สะเดาขมไม่ให้พริกเผ็ดได้ยังไงมันก็ต้องเผ็ดมันก็ต้องขมไม่น้ำตาลหวานไม่ได้มันก็ต้องเป็นอย่างนี้กับลุงมากับลุงสิ่งปรุงๆมาก็ปรุงรับรู้แล้วแล้วเราก็รู้ว่าเราได้ทำใจเรามีสติรู้เท่าทันแล้วเราก็พยายามไม่ให้จิตมันหลงกรุงหลงเธอไม่จริงมันหลงเธอให้แก่ตนเองหรือสั่งสมการแหม่มันไม่ชอบเว้ยมันไม่ชอบไม่เอาแล้วมันชอบมีชื่นใจดีขนาดนี้ก็ดีแต่อีกคดีได้อีกคดีอะไรไม่เอาอาการเหล่านี้จะต้องรู้และจิตของเราที่พูดให้ฟังดีๆแล้วก็ไปคิดเห็นเมื่อสภาวะนั้นเกิด เมื่อเราได้สัมผัสเฉพาะยกตัวอย่างทางลิ้นทางตาหูจมูกเหมือนกันหมดแค่เราพบคนนี้เราไม่ชอบใจเรารู้แล้วอาการจิตนี้ไม่ชอบใจเพราะคนนี้เขาก็ทำรุนแรงหรือว่าเขายังหยาบคายอะไรหลายอย่างทีนี้เราก็อยู่กับเขาเขาก็ยังแสดงอาการหยาบคายอยู่นั่นแหละเพราะเขาเป็นคนนั้นเขาไม่รู้ตัวเราก็สอนเขาไม่ได้แต่เราก็จำเป็นจะต้องคุยกับเขาเราจำเป็นและเราก็พยายามจะให้มันดีที่สุดแล้วก็นั่งคุยกับเขาแล้วพูดเข้าไปเขาจะหยาบคายอยู่อย่างนั้นก็หยาบคายแล้วเราก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าเขาอยากขายอย่างนี้เราก็รู้ว่าวันนี้เป็นของเขาแต่นิสัยของเขาหรือเป็นตัวเชื้อของเขาเป็นตัวเป็นตนของเขาอย่างนี้แหละแล้วเราก็มาทำจริงๆของเราเขาจะยาวก็ ไปก็แสดงหยาบอะไรออกมาอีกแล้วก็ปล่อยจิตเฉยๆอย่าไปบอกว่าเพราะอยากออกมาทีนึงก็ไม่ชอบกินเพราะอยากออกมาอีกทีนึงก็ไม่ชอบให้กะทิสะเทือนใจจริงอยากจะต้องรู้ว่าจิตของเราไม่ไม่กระเทือนใจปล่อยเฉยๆแล้วก็รับรู้อย่างนั้นเอายาก็อย่าอ่อนก็อ่อนอาการของจิตอย่างนี้ซ้อนนะฟังดีๆสอนเราทำปล่อยได้วางได้นี่มันซ้อนให้ฝึกตนแล้วจะรู้ใครเล่นกับจิตมาแล้วจะรู้ว่าเราจ้างคลายได้ก็ลดไปจนกระทั่งแม่อันนี้กระทบสัมผัสอยู่ทั้งตาทั้งหูทั้งกายทั้งใจก็จ่ายนั่นแหละเป็นสำคัญมันก็ไม่มีอาการไม่มีอาการที่จะเป็นเชิงเชิงชอบ ทำอะไรเราได้ทำอยู่ได้ทำอยู่ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่นั่นแหละเรียกว่าเราลดรูปราคะลงไปลดลงไปโดยผัสสะทั้ง 5 ทางตาหูจมูกลิ้นกายและมันก็เข้าไปถึงจิตแล้วเราก็พยายามรถติดอยู่ในรถดูเวลาค่าอารมณ์อ่ะราคะส่วนน้อยส่วนเล็กถ้ายาวๆใหญ่ๆจนกระทั่งเราเองรู้ว่าไอ้อย่างนี้เราต้องเรียกกามราคะแล้วพอรับสัมผัสรับผิดผีจ๋าเลยต้องรู้ว่าจะตามราคาชัดๆอันนี้เป็นสิ่งที่เหลือเศษบ้างเล็กน้อยแล้วก็ต้องรู้ตัวมันแล้วก็พยายามลดมันอยู่ตลอดเวลาไม่ประมาทเรารู้ว่าถึงแม้ว่าเราเองเราไม่เอาใจใส่มันก็ไม่มีฤทธิ์อะไรให้แก่เราหรอกแต่ มันสั่งสมโดยไม่รู้ตัวนานเข้ามันจะติดต่อติดต่อสั่งสมโตเข้าโตเข้าแล้วก็กายกลายเป็นมีเชื้อกามใหญ่ที่ดังกล่าวนั้นมีเชื้อทั้งลูกลบติดเชื้อสัมผัสใหญ่เพราะงั้นไม่ได้ยังไม่ตายสนิทยังไม่ได้สิ่งที่ต้องทำต่อไปอีกไม่มีแรงหรอกที่จริงมันไม่มีแรงถ้าประเมินแค่นั้นไม่เติมไม่มีแรงไม่มีแรงหายได้ถ้าเผื่อว่าเราไม่สัมผัสอย่างนี้ซะไม่ต้องแตะต้องอย่างนี้ซะเข้าไปอยู่ในป่าในเขาในถ้ำไม่นานจนลืมไปสนิทจริงๆใช้เวลานานๆมันก็สูญได้เหมือนกันไม่ให้เชื้อไม่ให้อาหารศูนย์ได้เหมือนกันแต่เราก็ไม่สามารถที่จะพยายามนี่แหละออกไปไกลเลยไม่ต้องไปแตะไม่ต้องเลยนานจริงๆมันก็ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่หยาบกระด้างแล้วมันไม่อยากพูดดังนะแต่ว่ามันช้าช้านานจริงจริงเพราะฉะนั้นจะเร็วก็ต้องใช้ปัญญารู้เท่าทันและมีวิปัสสนาแท้ต่อหน้าต่อตาหักโคตรกระจ่างคลายได้ชัดเจนและรัชกาลที่ 10 ไปในตัวด้วยว่าแม้สัมผัสอยู่เราก็ชนะอยู่เหนือมันอย่างแท้จริงมันจะไปนอนหายไปตั้งอยู่ในป่าในถ้ำออกกลับมามันจะปั่นดูโอ้ยยังหวั่นไหวยังไม่รู้เรื่องอยู่อย่างเก่าโทรหาด้วยซ้ำไปกลับก็ถูกหลอกได้มอมเมาได้อีกซ้ำไปเพราะปัญญามันไม่เกิดเพราะมันไม่รู้แพ้รู้จริงถึงสภาวะว่าอย่างนี้เป็นรูปนกปิดเสียงสัมผัสอะไร ทำร้ายใจเราเราไม่รู้ก็ยิ่งแย่ไงไม่งั้นเราจะต้องเรียนรู้รายละเอียดของจิตตรงนี้พวกจิตในจิตแล้วธุรกิจในจิตแล้วของพระอนาคามีนอกวันนั้นที่พูดไปเมื่อวานนี้สมาชิกที่พูดไปเมื่อวานนี้มันยิ่งไปอีกยิ่งไปกว่านั้นอีกเป็นเรื่องของมานะในเรื่องของจิตในจิตแท้ๆเลยฝรั่งเศสเสี้ยวส่วนที่มันยังไม่สนใจต่อปัจจุบันน่ะทำเป็นนักการคือมันดีลงไปมันติดสงบมากอาจจะว่าเป็นการของจิตก็ได้ไอ้จิตสงบมากเป็นการของจิตในจิตไม่ใช่การของทวาร 5 คือตาหูจมูกลิ้นกายไม่ใช่แต่มันเป็นกลางคือมันเป็นสิทธิ์ในจิต เป็นที่นั่งมีพระก็ไม่เอาพระมานะสิกานต์มันไม่จดจ่อแล้วมันก็ล่องลอยไปหรือว่าไปลงไปคิดเรื่องอื่นแทนที่จะมี A Star มีความเป็นหนึ่งต่อสิ่งที่เราตั้งใจจะทำให้เรารับรู้อยู่แล้วโดยสามัญแล้วปกติสามัญเนี่ยเราจะอันนี้มีเรื่องนี้สภาวะนี้สภาพนี้เป็นอันที่เราจะต้องรับร่วมอยู่ด้วยแต่เราก็เอาไปผูกกับงานอธิการฟุ้งออกไปลอยออกไปหรือว่าหนีออกไปพุงน้อยฟุ้ง ส่งรูปตัวเองหาแบบไปแวบมาก็ต้องรู้ตัวเองว่ากลับมาบ้างแล้วก็พยายามดึงแต่มันก็แว๊บออกไปอะไรเนี่ยต้องรู้ตัวทีนี้อ่ะมนสิการไม่ดีหรือมันหรี่ลงไปเลยเข้าถ้ำดับกลิ่นไปเลยไม่เอาเรื่องไม่เอาแต่ผมก็ไม่ฟุ้งหรอกคิดอะไรก็ไม่คิดจะดับไปเลยก็ไม่เอาอ่ะนะนอกจากนั้นอาการมันยังเป็นสัมพุทธัสสะเป็นพระดังกล่าวแล้วคือมันจะภูมิใจหรือสัตว์ใจแฟลชใจก็คือฝ่อมันหวานมันหวานมันไหวมันมีมุกตลกๆอะไรก็ต้องรู้อาการตาหูจมูกลิ้นกายแล้วก็เข้าไปถึงจิตทุกบริบทและจำนวนรู้ว่านี่เราจิตของเรามันแบบแล้วนะฝันร้าย เราก็ต้องรู้นี่เป็นเสื้อกิเลสที่ละเอียดอ่อนมาแล้วถึงแม้แต่มันภูมิใจนี่มันดีใจมากขึ้นมากไปแล้วนะก็ต้องไม่ให้มันมีทุนทุนละต่างๆไม่มีความบกพร่องไม่ให้มันมีความหยาบคายไม่ให้มันมีความไม่ดีไม่งามอะไรเกิดขึ้นนี้ได้แม้อย่างละเอียดอย่างไม่ดีสุดๆแล้วแปลว่ามันไม่ดีมันอาจพ่อทุนละนี่มันหาพ่อไปด้วยความไม่ดีทุกข์ไม่ใช่สุขทุกข์มันไม่ดีเราก็ต้องลดมันลงแต่มันตั้งอยู่ด้วยความไม่ดีมันยังมีความไม่ดียังอยู่ในจิตของเรารู้ละเอียดความละเอียดของความไม่ดี ร้ายแรงให้สะอาดสะอ้านจนกระทั่งแม่จิตของเราไม่ได้เป็นหลักฐานอะไรต่ออะไรหรือว่ามีอะไรแล้วมันก็ไม่ได้มีไม่ดีอะไรจิตเราตั้งเองตอนนี้ตั้งเจตนาขยันก็ต้องขยันก็ต้องขยันแต่ขยันเกินไปไม่ดีอีกได้ตอนนี้มันชักชอบคนขยันเกินไปเพลงกลับไปจนกลายเป็นอันตรายในโลกจนกลายเป็นทรมานจนกลายเป็นเสื่อมโทรมจนกลายเป็นมีเศษที่ท้อแท้ได้จิตมันจะจัดจ้านเกินไปมันผิดมันผิดพี่กลับได้แล้วก็ต้องรู้จิตอย่างนี้จริงๆอาจจะทำวิริยะพ่อท่านบอกว่าเจตนามีเจตนาอย่างนั้นแล้วก็ต้องรู้ย้อนลงไปอีก และเราได้เป็นผู้ที่เพียรอย่างเต็มเพียรอย่างตรงเพียรอย่างซื่อเพียรอย่างปรารภปรารภอยู่เป็นผู้ที่กระทำอยู่ทีเดียวหรือเปล่าล่ะเรียกว่าวิริยารัมภะหรือเราหย่อนเทียนย้อนหลัง ไม่จะต้องให้รู้เพราะฉะนั้นแม้จะมีนักวิทยุเราไม่เอาเด็ดขาดไอ้พวกนี้เป็นเศษเป็นเรื่องความละเอียดละอองวิจิตรแล้วก็ต้องพยายามปรับเปลี่ยนแล้วจึงจะเป็นผู้เจริญแม้แต่เราจะทำอะไรจะเพี้ยนแล้วก็ดีจะตั้งเจตนาอย่างโน้นอย่างนี้คนดีก็ไม่มีอภิชาติป่าไม่มีการสูงไปไม่มีการปรารถนาล้ำอยากจะได้มาก่อนอยากจะได้เร็วๆถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นเศษกิเลสอีกเป็นแสนกิเลสที่มันไม่บริสุทธิ์ผ่องใสมันยังอิจฉาอิจฉามันวิธีอิจฉามันยังมันจะเป็นจิตที่ยังไม่ดีไม่งาม ไปกินที่เกิดการเป็นจิตที่ยังเป็นการงานที่ยังไม่ลงตัวอย่างดีพร้อมสุดอิจฉาจิตเนี่ยคือการงานนั่นแหละอิจฉาคิดช้าก็เป็นไปโดยเต็มโดยรู้ขอบเขตของมันถ้าเราจะแปลโดยอย่างเอาที่เราหวังนอกก็เลยแปลอย่างพิเศษเลยของเราก็จิตก็คิดตามกฎหมายถึงจำนวนถ้าจะบอกเป็นสังขยากับเป็น 6 เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่ากินอะไรที่มันเลยไปเราก็จะรู้ส่วนเกินของความพอดีคือรู้เลยว่า 5 ถือว่าเป็นกึ่งหนึ่งของรอบกลางพอดีระหว่าง 5 กับ 6 น้ำหนักครึ่งหนึ่งเพราะฉะนั้นเมื่อเลย 5 ขึ้นไปอยู่ระหว่าง 6 กับ 5 เนี่ยถ้าเราเจตนาขึ้นไปแล้วเป็นการงานมันต้องมีอิจฉาอิจฉามันต้องมีอีกฉากมันต้องมีปรารถนาที่เจ็ดจำนงค์ถ้าเรามีการงานไม่มีอิจฉาอิจฉาก็คือตัวเกิดนั่นเองปิดฉากก็เกิดจิตที่เกิดสว่างไสวขึ้นมาแล้วก็รู้ว่าต้องพยายามให้มีการตั้งใจขึ้นเพิ่มขึ้นไม่ใช่ลอยๆกันตอนกลางคืนตามปลาไม่มีอะไรเลยมันก็ไม่มีอะไรแต่ต้องมีอะไรขึ้นมานะจึงเรียกว่าอิจฉาคนเจ็บจำนงค์เป็นความปรารถนาขึ้นมาเราจะเรียกว่าโลภะมันไม่ได้ตอนนี้มันไม่ใช่ความโลภมาให้ตนแต่มันเป็น น้องที่จะทำงานเจตนาที่จะก่อเกิดก็เกิดอะไรล่ะก็เกิดสิ่งที่ดีก็ดีนี่นามนุษย์น่ะถ้าก่อเกิดสิ่งที่ดีไม่จำเป็นจะต้องเอามาให้ตนก็เกิดสิ่งที่ดีไม่ขึ้นเพราะฉะนั้นจิตจึงจะต้องมีจิตจิตที่ต้องมีการตั้งขึ้นมีการจำนงหมายขึ้นมีการพยายามขึ้นปรารถนาขึ้นจะเรียกว่าราคะหรือจะเรียกว่าโลภะยังไม่ได้เพราะว่าเราไม่ได้เอามาให้ตนเพราะถ้าเจตนาดีปรารถนาดีแล้วก็ตั้งใจอย่างแรงก็ได้ทำอย่างเต็มที่ก็ได้แต่เราไม่ได้ทำเพื่อตนอะไรทำเพื่อประโยชน์แห่งประโยชน์มันไม่มีกิเลสอะไรจะไปลงโทษว่าไอ้นี่เลวไม่ได้เพราะเราจะต้องรู้อันนี้แล้วก็คนที่เขามาเข้าใจแล้วเขาก็บอกว่าอยากทำดีแล้วมันก็เป็นกิเลสมันเป็นเงินพอดีเลยคน ไม่ต้องทำดีไม่ต้องทำชั่วอะไรโดยที่เรียกว่าเป็นท่อนไม้ท่อนใดอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรอย่างงั้นมันก็ไม่มีทางออกพูดกันไม่รู้เรื่องเรียกว่าเข้าใจแบบเห็นตรงไม่มีปัญญาถ้าเรามีปัญญาแล้วเราจะรู้ได้ว่ามันมีมันมีองค์ประกอบและจะปรารถนาดีจะกระทำดีหรือว่าอยากทำดีมันไม่ใช่กิเลสมันจะกินเลยไปกินชาหรือเป็นอิจฉาอิจฉาแต่ถ้าเราเข้าใจแล้วจะป่านี้มีแก้ความเข้าใจจากคำว่าอิจฉาที่มาพูดกันแบบลูกๆเขาแก่แล้วเมืองไทยมาแปลเพี้ยนเป็นไงแต่เข้าใจได้มันไม่ใช่อิจฉาไม่ใช่จิตสาธารณะอีสานขึ้นมาก็ปรารถนานั้นดีก็ดีสิ ไม่เป็นไรกิจจะก็คือเรารู้การงานที่มีจิตเพิ่มขึ้นมาแล้วเลยอยู่ว่างๆกลางๆไม่มีอะไรขึ้นมาแล้วมันมีจิตที่เริ่มต้นทำงานเพราะฉะนั้นถ้าเริ่มต้นทำงานที่ดีเราก็เริ่มรู้จิตแม้แต่ขึ้นมานิดนึงแล้วก็รู้แล้วอย่างยิ่งเราไม่เอาไอ้ที่ไม่ดีคิดไม่ดีการไม่ดีไม่เอาวินี่มันแปลว่ายิ่งแปลว่าไม่เพราะถ้าไม่ดีมันก็ไม่เอาล่ะไอ้กิจที่ไม่ดีการไม่ดีไม่เอาถ้าจิตที่ดีจิตที่เป็นดีอย่างยิ่งสิ่งที่เรารู้ยิ่งแล้วเข้าใจยิ่งแล้วเป็นไปได้ดีแล้วนั่นแหละเราไม่สงสัยจิตนี้มีเศษโลภะโทสะโมหะหรือเปล่ามีเศษอุปกิเลสหรือเปล่าไม่มีเศษอุปสรรคกิเลสเลยจิตนี้ดำเนินไปได้ดี พลวิจิตรอิจฉาไม่ได้มีอะไรเศร้าหมองไม่มีอะไรเสื่อมโทรมไม่มีอะไรไม่ดีมีแต่สิ่งดีเป็นไปพ้นวิจิตรอิจฉาจริงๆไม่สงสัยเลยไม่สงสัยเลยแล้วต้องรู้แม้แต่เจ็บจิตของเราที่จะไปปฏิบัติกำหนดรู้มันหมดกรรมหมดมนุษย์ทุกสภาพพ้นการไม่รู้แม้แต่จิตของเราเองอย่างละเอียดก็รู้ในอัตราทั้งหลายแหล่จนเป็นอรหัตตาเป็นอรหันต์เป็นผลที่เกิดอยู่หรือผลที่เราระงับอยู่ก็ตามเจ้าหน้าที่อธิบายแล้วเมื่อวานนี้แม้กระทั่งจิตมันสะอาดลงไปเป็นอาการสามวิญญาณทันใจจะชนะและคนในวัดสัญญาณนาสัญญาจะชนะเป็นสัญญา เซ็นสัญญาเลยชีวิตสัตว์พิษณุโลกวิหารเราอยู่ได้ในจิตอย่างสบายอย่างนั้นน่ะเป็นสบายเป็นสุขที่จะทำวันศุกร์เป็นสุขในปัจจุบันนั้นอยู่สุขอย่างสงบระงับราบรื่นเราไม่มีโลภะโทสะโมหะระงับอย่างไรระงับจากโลภะโทสะโมหะไม่มีเศษระงับอย่างเสร็จสะอาดระงับอย่างบริบูรณ์ทุเรียนน้อยเราก็รู้เหมือนกันนานแล้วตัดสัญญาณจิตดีแล้วก็ไม่หลงดีตามไปอีกรูปานังกระถินมิจฉาชีพต่างๆถ้าเราได้ล้างได้ชำระจนกระทั่งยิ่งยอดและเป็นสิ่งที่ยิ่งยอดแล้วก็ทำดีนั้นผลดีเกิดก็ยัง ก็ต้องรู้ด้วยอันนั้นเท่าทันก็ไม่ใช่ของเราไม่ใช่ของใครยึดเอาไม่ได้แล้วก็ไม่เที่ยงแท้ว่าจะเป็นอย่างนี้ตลอดครับตลอดกาลตลอดกาลปกป้องก็ได้ลดหย่อนบ้างก็ยังมีรู้ชัดรู้เจนเลยเห็นแท้แล้วก็ไม่หลงลูกนั้นไม่รู้สภาพนั้นไม่ติดอันนั้นรู้เท่าทันทีที่สุดนี่หมดอุปกิเลสอย่างนี้เพราะฉะนั้นแม้จะหลงในสิ่งอื่นๆ 16 มาไล่ตามขึ้นไปบ้างผสมกับเสธแถมไปเราก็ต้องรู้แม่มาณจุดต่างๆถือตัวถือตนจนถึงขั้นมานะอติมานะมะทะอย่างที่กล่าวแล้วเราก็จะต้องไม่เผลอใจไม่ห่างใจพยายามปฏิบัติตนอย่างโดยเฉพาะเราอยู่ทุกวันนี้ ผู้ที่รู้แล้วว่าเราไม่ได้หนักหนาอะไรเลยในเรื่องโลกสบายและแน่ใจเห็นชัดกว่ามันเบาสบายจริงๆสบายจนกระทั่งจะตีกลับว่าเราจะมาติดหยุดแล้วเราก็ได้แก้ไขกันอยู่เพราะว่าเราเตือนกันมานักแล้วก็มีการงานอันเป็นสัมมากัมมันตะมีสัมมาอาชีโวพวกเราจะสบายถ้าเข้าใจว่ามักคือผลและเราก็อยู่โดยธรรมองค์ 8 ครบบริบูรณ์และมีสมาธิเรื่องอะไรแล้วก็ดำเนินสิ่งที่เป็นของดีเป็นกุศลหากมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะมีสัมมาอาชีโวยังชีพอยู่ด้วยสัมมาวายามะขัดสมาธิจิตของเรามีมีความพยายามที่ดีมีสติ ที่ดีอยู่ใฝ่หาสิ่งดีๆเป็นไปด้วยดีเวลาพักก็รู้พักเวลาเพียรก็รู้เพี้ยนดำเนินตนไปอยู่อย่างนี้แล้วก็อ่านผิดธุรกิจอยู่ก็ติดเข้าใจผิดแท้เลยครับปัดตาหูจมูกลิ้นกายแม้แต่จิตอยู่เฉยๆไม่ได้สัมผัสอะไรก็รู้ว่าตอนนี้มันหยุดนิ่งๆก็ได้ให้มันหยุดก็ได้ว่างๆก็เล่นผิดๆไม่มีอะไรเลย 70 บาทเออให้มันบอกว่าอยู่ได้นานๆลืมตานี่แหละจะมองอะไรไปสบายแล้วก็ดูความสบายดูความเบาไม่รีไม่ฟุ้งซ่านจับจิตให้มั่นถ้าจิตตัวเองให้กินอยู่เล่นกับจิตให้ชัดเจนและให้แน่วแน่มั่นคงต้องรู้อาการจิตของเราจริงๆตอนนี้มันว่างๆจริงๆ อะไรหรือซุ่มซ่ามเป็นอะไรหรือไม่โดยจับให้จิตนิ่งๆได้จริงๆต้องได้จริงๆนะที่มันอยู่เฉยๆจริงๆมันไม่ฟุ้งซ่านอะไรเรื่องอะไรไม่มีเลยในจิตมันไม่คิดอะไรหรอกแต่มองไปสู่อันนี้เราจะเอาอันนี้ไปตัดสินเราเอาต้นเสาข้างหน้าเอาภาพข้างหน้าเอาท้องฟ้าเอาอะไรก็ได้แล้วก็นิ่งเฉยๆอยู่ไม่มีปรุงว่าสวยว่างามว่าชอบว่าฉันไม่มีเธอไม่มีเรียกว่าแบบมีการจัดการลงทุนรังสุภาษิตพังไม่มีจะบอกว่าสั้นไม่ยาวจะบอกว่าอย่าไปละเอียดจะบอกว่างานไม่งามแต่ดูทุรังแต่ละอย่างแต่ว่าละเอียดสุขภัณฑ์แต่ว่างามหรือไม่งามดีหรือไม่ดีก็ไม่ได้พิจารณาอะไร อยากดูท้องฟ้ากับท้องฟ้านิ่งๆสวยก็ไม่มีไม่สวยก็ไม่มีกว้างก็ไม่กว้างก็ไม่มีไม้กวาดก็มีใครก็ไม่มีก็ไม่ไกลก็ไม่มีไม่มีทั้งสั้นทั้งยาวไม่มีทั้งยาวทั้งละเอียดไม่มีทั้งงานทั้งไม่งามจิตเฉยๆจึงเรียกว่าน้ำมันจะรู้ปัญจะอะเสสังอุปติปิดกั้นซึ่งน้ำลูกไม่เหลือกระแสสังคมไม่มีนาไม่มีรูปอะไรแล้วตอนนี้มันมีนามีรูปลอยตัวสภาพตามปกติของมันแต่ตัวเราเองจิตใจของเราเป็นธาตุรู้ก็รู้เฉยๆเหมือนไม่มีนามมีรูปก็มีรูปเฉยๆเป็นลูกของมันน่ะจริงๆลูกก็ลูกของมันน่ะมันก็อยู่ของมันเป็นแต่เพียงเรามีเวทนาหรือว่ามีสัญญากำหนดหมายความว่า ต้นเสาต้นสาวแล้วก็เฉยอยู่ตรงนั้นน่ะไม่มีสังขารอะไรหัดเล่นก็ผิดปกติดูว่าเออเฉยๆอย่างนี้ก็สบายแล้วเราจะรู้ว่ามันสบายไม่มีนะฟังดีๆจิตไม่ตกไม่ใช่จ้องไปสักพักนึงแล้วก็ลงไปเลยหน้าหีหน้านิชาแล้วพระเจ้าไปหน่อยนึงดูเสาดูท้องฟ้ามีตาก็ดีเนื้อต้องไปเลยไม่ใช่ดูเงียบเฉยๆไม่มี 3 นาที 5 นาที 10 นาทีลองดูเดี๋ยวลองดูเล่นให้เข้าใจว่าคิดของเรามันแน่วแน่มันมั่นคงบางทีมันตั้งมั่นได้แล้วเราจะเปลี่ยนจากสาวไปเป็นอื่นไปเป็นกระจกแต่เป็นรูปที่มีรูปร่างเอาไปมีสีไม่มีกลิ่นไม่มีรสอะไรอีก แล้วก็หัดฝึกกับมันไปเรื่อยๆเออมันก็ดีไอ้นี่ไปก่อนถ้าเกิดว่าสีขนาดนี้เราจะต้องภูมิใจและชอบใจถ้าสีอย่างนี้ไม่พอใจแล้วถ้ารถอย่างนี้ไม่พอใจแล้วถ้ารถอย่างนี้พอใจแล้วมันจะมีไปอื่นไปอีกลองดูอีกก็ได้นี่ลองดูง่ายๆจะตาเรามองเนี่ยฟังเสียงนี้เสียงเพลงนี้ใจเราเฉยๆเป็นยังไงใจเราไม่เฉยเป็นยังไงแล้วทีนี้เราก็มีเพลงมาให้ฟังบ้างแต่ก่อนถ้าเป็นแต่ก่อนแล้วก็อร่อยเพลินเคลิ้มไปตามเดี๋ยวนี้ตกต่ำแล้วก็เป็นเพลงดังนั้นไม่มีรสชาติเป็นอย่างนี้เราก็เข้าใจตามนี้เราอ่านจิตวิทยาเราก็จะเข้าใจเราไม่มีแล้วไม่ฟุ้งซ่านไปอื่นและไม่ฟุ้งไปตามของที่เราสัมผัสในกลุ่มต่างๆแล้วก็จะรู้ว่าจิตของเรา หัดได้เพราะแม้แต่นั่งในที่สงัดสงบไม่มีอะไรเลยมันมีอะไรบ้างมันต้องมีแหละมันไม่มีอะไรเลยไม่ได้หรอกมันก็ต้องมีเอาอะไรเป็นจุดหมายเป็นเอกลักษณ์เป็นเอกัคคตาเป็นจุดหนึ่งของเราแล้วก็ลองพิจารณานิ่งเฉยใช้ตาบ้างใช้หูฟังใช้จมูกใช้กลิ่นบางอย่างก็ใช้ลิ้นใช้ภาษาเราดูที่กายเราจดจ่ออยู่ที่กายลมพัดโชยนี้ถ้าเผื่อว่าธรรมดาก็รู้สึกชอบเย็นดีเพราะอากาศส่วนใหญ่อบอ้าวอะไรเงี้ยซึ่งตอนนี้อากาศอย่างนี้หนาวไม่ชอบเป็นอย่างนี้ชอบอันนี้ก็บอกว่าหนาวรับรู้หนาวแล้วก็ปล่อยวางเฉยดูซิใจเราก็จะรู้ว่าใจเราวางเฉยอย่างไร พยายามสังเกตหาดเทียนพิสูจน์แล้วจะรู้ว่าใจของเราวางได้แต่ของเราหยุดได้เพราะเป็นอย่างนี้แล้วทำได้แล้วจะเปลี่ยนไปอย่างนี้เป็นสมาชิกสาวพื้นฐานนะเลิกอย่างนี้ถ้าไม่ใช่จดจ้องอย่างนี้แล้วก็ติดอยู่อย่างนี้จะแก่ไปอื่นไม่ได้ก็กลับมาอย่างนี้อย่างเก่าอีกเราก็จะรู้เพราะในใจเราวกมากลับมาให้อยู่สภาพนี้เราชอบไม่เอาสภาพเป็นสภาพอื่นก็ได้ก็เปียไม่ติดอื่นสิให้มันปรับปรุงอย่างนี้ดูไม่ใช่ปรุงหรอกให้มันมาสัมผัสอย่างนี้ดูถ้าจ่ายของเราก็วางเฉยๆให้เป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้สับเปลี่ยนไปได้อันนี้ทำได้แล้วมั่นคงแล้วไปสัมมาทิฏฐิแล้วแล้วก็เปลี่ยนไปอีกซักอันนี้ไปอันอื่นพรรคอันนี้ไปอันอื่นอันอื่นก็ไปพักไปอีกอยู่อย่างเก่าหรือระงับประจำคลาย จืดสนิทอยู่ได้อีกก็ได้มั่นคงอันนี้แฟนอื่นได้อีกเดี๋ยวมันจะมาติดอันนี้ได้อันนี้แล้วก็ติดบอกว่าถ้าอย่างนี้ก็สบายดีถ้าไปอย่างโน้นไม่ค่อยสบายไม่ใช่ยังไงก็ไม่สบายเหตุปัจจัยจะปรุงจะกล้ารูปจะจัดเสียงจะมากยิ่งกว่าเก่ารถจะจัดจ้านดินเก่าแล้วก็วางได้อย่างเก่าฟังได้อีกหัดไปตลอดทุกเวลาทุกการงานเราก็จะชัดแจ้งใจของเราสบายรู้ว่าตัววางเป็นยังไงมีอายตนะทั้ง 6 สมาธิของพระพุทธเจ้ามีอายตนะทั้ง 6 มีฟังให้ดีสมาธิมีสัมมาสมาธิอยู่สัมมาสมาธิประกอบไปด้วยองค์ 7 ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิมาถึงสัมมาสมาธิเลย หาประกอบวีดีโอช่อง 7 มีเป็นองค์ประกอบมีองค์ประกอบอย่างที่มหาจัดศรที่เอาอธิบายให้ฟังแล้วเนี่ยยืนยันหลักฐานชัดเจนไม่ใช่เอาสมาธิแต่แค่นั่งหลับตาเฉยไอ้นั่นมันชั้นต้นจดจ่อแล้วก็พยายามทำให้เรามันฟุ้งซ่านมากหลับของมันถ้าใครนั่งสมาธิหลับลงไปได้จริงๆก็ไม่ต้องกินยานอนหลับก็ได้วันนี้เหมือนกันสลับกันไปแต่ที่จะฟุ้งซ่านอยู่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ตัวจิตก็จะมีรสชาติอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ตัวทีถ้าหากฝึกจิตหลับตาลงไปแล้วแล้วก็ระลึกถึงเรื่องเก่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ปรุงอ่านคิดเป็นปัญญาได้แต่รู้รสชาติของจิตก็ได้เหมือนกันหลับตาลงไปดูที่มืดๆหรือว่าเรื่องอะไรซึ่งมันเป็นทวารผิดเราจะสร้างรูปสร้างเรื่องเก่าแก่อะไรขึ้นมาแล้วก็ผ่าน เรามีอาการไม่รั่วทำใจว่างๆทำสิ่งนี้แต่ก่อนนี้ถ้าเราคิดถึงสิ่งนี้แล้วอร่อยคิดถึงเรื่องนี้ก็อร่อยแต่ตอนนี้แล้วนี่เราได้ไปผับสะอันนี้เราได้ไปเพลิดเพลินกันตรงนี้แต่ไปเที่ยวตรงนี้ได้ไปเจอเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วจะดีใจอย่างนั้นอย่างนี้นึกสภาพเก่าที่เราเคยไปตอนนี้ไปดูหนังเรื่องนี้ตอนนี้ไปดูมหกรรมอันนี้อร่อยสนุกตอนนี้ไปฟังเพลงนี้มีรสชาติอย่างนี้แล้วนึกถึงเรื่องเก่าแต่ตอนนี้ไปกินอาหารก็พาไปกินอาหารชั้นดีอร่อยงั้นเดี๋ยวนี้จิตใจของเราเป็นยังไงหรือเปล่าเทียบเคียงอ่านไม่รู้หลับตาเนื่องคิดอย่างนี้ก็ได้แต่มันไม่ใช่สภาวะปัจจุบันการคิดเทียบเคียงจำนวนดูแล้วเราก็รู้ ปัญญาเหมือนกันถ้ามันยังมีจิตอยู่ก็ไม่มีจิตมันมีเองก็มีนะจิตภาวนาได้แค่นี้นึกคิดแค่นั้นแหละอาการเลยแต่ที่เขียนไว้ในคนคืออะไรแล้วนึกถึงมะม่วงน้ำปลาหวานน้ำลายสอออกมาเลยอะไรอย่างนี้เป็นภาพพักได้แต่ถ้าเราไม่ติดจัดไม่เป็นไรไม่ยากก็ได้แล้วก็นั้นถึงพยายามแล้วพยายามทดสอบพยายามทำพยายามเล่นสินค้าเพราะเราทำก็ได้แล้วนั่งอยู่คนเดียวทำเอาก็ได้ไม่นั่งอยู่คนเดียวมาสัมผัสกับเพื่อนฝูงมีตาหูจมูกลิ้นกายทำงานโน้นงานนี้ก็ได้อายตนะทั้ง 6 ของเรา เข้มแข็งแข็งแรงแล้วก็เป็นจริงด้วยไม่จำเป็นต้องคิดนั่งแต่นึกจะคิดยังไม่เก่งสัมผัสทันทีรู้ทันทีเลยดูถูกรสกลิ่นเสียงสัมผัสแล้วใจแล้วก็วางเฉยได้ก็จับได้มั่นแล้วว่าไอ้เฉยๆจิตใจเรากลางๆจิตใจเราไม่สังขารไม่ปรุงมันไม่หนักแม่น้ำวางปล่อยเป็นอย่างนี้รับรู้ก็รู้จะปรุงร่วมด้วยจะคิดร่วมด้วยแล้วก็เป็นไปถ้าจิตไม่หนักหนาไม่อึดอัดไม่อดตายยากปลูกก็ยากไม่ไม่ลำบากลำบนอะไรไม่โทรมานัดจิตใจสดใสจิตใจเบิกบานจิตใจแข็งแรงจิตใจมีปัญญาอะไรก็เต็มอยู่ไม่หดหู่เหี่ยวเฉาไม่ถูกรู้การที่ติดต่ออยู่ติดต่อไปควรจะปรับแล้วหยุดเรื่องนี้หยุดอันนี้ก็รู้ก็ตัดได้ไม่มีปริศนาการและไม่ได้ ของอะไรไม่แปดเปื้อนอะไรเลยนี่ก็เจ็บบริบูรณ์บริสุทธิ์เต็มนี่พยายามใช้ภาษาธรรมดาภาษาง่ายๆที่จะอธิบายให้พวกเราเข้าใจสำหรับผู้ที่ปฏิบัติ 10 ขั้นสูงขั้นอนาคามีขั้นอุปราคาอนุบาลท่านมานะพระพุทธเจ้าจิตจิตที่มันลอยขึ้นมามันยังไม่ดับมันก็ต้องทำงานและทำงานจะให้มันอยู่ยังไงจะให้มันมีรสชาติยังไงที่พูดไปเนี่ยพูดสิ่งที่มันไม่มีตัวตนคุณต้องรู้อาการรู้ดีรู้นิมิตรู้อุเทศของคุณผมบอกจะประสานไปกรุงเทพฯเป็นหัวข้อให้เป็นข้อมูลให้ต่างๆคุณก็ต้องเอาไปคิดไปพิจารณาอย่างนี้มันแตกต่างกันยังไงอาการจิตของเรามันก็ไปพิ แล้วคุณก็เกิดปัญญาอธิปัญญารู้จิตนี่แหละไม่ได้รูปอื่นลูกการลูกอุปกิเลสรู้สิ่งละเอียดสบายแล้วคุณก็คำนวณได้เอออย่างนี้สบายไม่มีใครกล้าแข็งแล้วจะกระทบสัมผัสกับสิ่งที่ผีจ๋าขนาดไหนก็ได้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสยังไงก็ได้เลยนี่ลูกอย่างนี้ก็ปรุงมาอย่างจัดการเลยโลกเขาบอกว่างามจัดเลยแต่ทำอะไรเราไม่ได้เราสัมผัสแล้วเราก็ไม่มีปัญหารถอย่างนี้ก็ไม่มีกระเทือนไม่มีหวั่นไหวไม่มีครูไม่มีแฟนรูปรถจริงๆก็ปรับทุกอย่างไม่มีปูไม่มีแฟนไม่สะเทือนลาบก็ตามยศก็ต
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive