200107-015 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน015-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์187 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันที่ 7 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงต่อพุทธประวัติจากพระโอษฐ์เรามาทำวัดกันที่เราได้รู้ถึงสภาพของการสื่อข่าวลงสู่คันและก็ได้รู้ถึงการ ลักษณะการประสูติซึ่งมีลักษณะอย่างไรอย่างไรบุคลิกฐานคดีธรรมอธิษฐานคดีเราจะต้องพยายามรู้ให้ได้ความรู้เราจะรู้ทีนี้เราก็จะต้องจับความจริงตามกาลในขณะนี้เราเองเรามีความรู้อย่างนี้แล้วก็เราเป็นอยู่หรือสภาวะที่เราเองเราทำให้เกิดได้ให้เป็นได้อยู่ในขณะนี้มันเป็นอย่างไรเราก็ต้องพยายามดูว่าเออสิ่งที่เป็นไปได้สิ่งนี้อยู่ใน ภาระที่เราจะทำได้โดยเฉพาะนามธรรมหรือว่าทำในธรรมและเป็นไปได้ในที่ใดอธิบายมาแล้วแม้แต่ว่าเราจะเกิดอย่างนี้จะมีอย่างนี้จะกระทำไม่ได้อย่างนี้ดิอย่างนี้เราเป็นได้แม้แต่สภาพที่จะรู้อย่างนี้แล้วก็เกิดอย่างนี้มาให้แก่เรามันยังจะตอนคลอดอะไรอย่างนี้ตอนประสูติอย่างนี้เราก็จะเป็นพระโพธิสัตว์ได้เออมาในการใดที่บริษัทคลอดแล้วเช่นนี้เหยียบพื้นดินจะฝากเท้าอันสม่ำเสมออะไรอย่างเงี้ยมีก็พักในทางทิศเหนือกล่าวไป 7-9 มีฉากสีขาวกันอยู่นะเบื้องบน เราจะต้องเข้าใจว่าก้าวไปเหยียบพื้นดินแล้วก็เหยียบด้วยฝ่าเท้าอันสม่ำเสมอเราก็จะสัมผัสรู้โลกให้หมดอย่าให้รั่วหรือว่าอยากให้คล่องสักพักให้เข้าใจเกลี้ยงมีบ่อพักทางทิศเหนือหันหน้าตรงไปทางทิศที่เราจะไปทีเดียวมุ่งสู่ทิศอุจจาระเราจะไปในอุตรดิตถ์ทวีปหาเราจะไปในอุจจาระของทวีปเราจะไปในทิศในทวีปเหนือในดินแดนเหนือไปในทางเหนือหรือทางสูงนั่นเองเราจะไปในทางเหนือหรือทางสูง 9 7 9 9 ไปเรื่อยๆ 9 แล้วก็เข้าใจความหมายแล้วก็เข้าใจความจริงว่า 9 ในลักษณะกล้าในลักษณะเดินไปในลักษณะบุกไปเจริญไปเรื่อยเรื่อย 79 จะเป็นลักษณะของสังขยาและลักษณะของเลขที่บอกจำ

อ่านต่อ

นวนบอกอัตราบอกระดับอะไรต่างๆนานานี้เราก็ต้องเข้าใจเพราะบริษัทอย่างนี้เขาเริ่มเกิดก็เริ่มมี 7 9 นะทำได้ 7 ก้าวเลยเกือบทุก 9 7 9 ปั๊ปอะไรอย่างนี้ก็ได้อธิบายถูกฟังแล้วเราเองเราก็ประมาณเราว่าเราไม่เคยลืมจนกระทั่งเกิดปุ๊บ 99 เราก็ ก้าวให้ได้หลายๆก้าวละเท่าๆที่เราจะก้าวได้เราก้าวได้อย่างไรหมายความว่า 1 9 2 9 3 9 4 9 5 9 6 9 7 9 มันหมายถึงขอบเขตขนาดไหนมีคุณธรรมและมีลักษณะขนาดไหนต้องประมาณดูนะครับทำความเข้าใจและทำความรู้ของเทียบเคียงให้ฟังพระพุทธเจ้าข้าว่า 10 นี่เป็นหลักสูตรหลักเต็มรอบรู้สึกแล้วมันเหลือนับ 7 เนี่ยมันก็เจ็บใน 10 อย่างเงี้ยไม้คำว่าท่านมีสัดส่วนซึ่งมีส่วนที่บริบูรณ์ต้องพร้อมอยู่แล้วก็ทำได้มากมายอะไรก็ทำพร้อมมี คุณมีกำลังมีอะไรเป็นอะไรต่างๆนานาพลับพร้อมทุกท่านเจ็บในสิบเริ่มทำอะไรกับมีอะไรมาให้พร้อมอย่างเราๆเราแม้ว่าเรามีไม่พร้อมเราก็ไม่เสียใจอะไรถ้าเราเองเราเป็นผู้ไม่พร้อมแล้วก็รู้เราก็ไม่เสียใจอะไรถ้าเรารู้ว่าเราไม่มีบารมีถึงปานนั้นแต่เราก็ต้องทำเพื่อที่จะให้ถึงลักษณะอย่างนั้นหากเราได้สัก 3 ในสิ่งที่ 15 ใน 10 อะไรมีหลักธรรมให้มันได้แล้วก็พยายามส่งเสริมบารมีหรือว่าส่งเสริมภาวะปัจจัยสั่งสมบุญนั่นเองหรือว่าทำฐานกระทำทุน ให้พวกเรามีทุนมีฐานพรั่งพร้อมขึ้นไปให้ได้มีฉากสีขาวกั้นอยู่นะเบื้องบนอะไรมีที่ให้ความร่มเย็นฉัตรเอาจากให้ความร่มเย็นแล้วความหมายของฉัตรมันหมายถึงเครื่องหมายของผู้ที่มันสั่งสีอะไรด้วยไปจากนั้นก็ไปจากสีขาวบอกสีขาวนี่รายละเอียดทั้งนั้นละเอียดไปหมดการอยู่เบื้องบนมีอะไรที่จะแสดงลักษณะขาวเครื่องกั้นชัดเจนเห็นได้ชัดย่อมเลี้ยวดูทิศทั้งหลาย แม้จะมองก็พักไปทางทิศเหนือแต่ก็เลี้ยวดูรอบทิศทั้งหลายดูหมายคำว่าตรวจตราไปหมดทั่วมีความละเอียดละออแล้วก็สำเร็จเปล่าสักทีวาจากล่าวว่าเราเป็นผู้เลิศแห่งโลกเราเป็นผู้เจริญที่สุดแห่งโลกเราเป็นผู้เจริญประเสริฐสุดแห่งโลกอาสาจังหวัดหนึ่งเลิศ 2 เจริญที่สุด 3 ประเสริฐที่ประเสริฐสุขเห็นผลเลิศเป็นผู้ยอดและเป็นผู้เจริญคือก้าวหน้าหรือว่าดำเนินต่อไปเรื่อยๆเจริญยนต์ผู้เลิศหมายคำว่า สูงสุดสูงสุดเจริญถึงสูงสุดแล้วก็ยังมีความเจริญสูงสุดแล้วก็มีความก้าวไปอยู่ก้าวไปอยู่เจริญเราเป็นผู้ประเสริฐสุดรวมหมดเลยประเสริฐหมายความว่าดีงามระดับสูงก็ยังดีงามพรั่งพร้อมอะไรไปหมดรวมชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายบัดนี้พบใหม่ย่อมไม่มีเนื้อเพลงไปหมดก็ไร้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายก็บอกว่าการเกิดการเกิดวันนี้ได้รู้การเกิดอันนี้เป็นอันสุดท้ายเป็นอันตราย แสนยอดแล้วไม่มีอีกพบนี้บัดนี้พบใหม่ย่อมไม่มีพบใหม่ก็ไม่มีจะไม่มีโรคได้รับรองหรือว่าจะไม่มีโรคโรคใดที่เราจะมาเกิดอีกอธิบายอย่างธรรมดาก็เป็นนิพพานธรรมดานั่นเองบอกความจบความสิ้นของการเกิดของโลกหน้าไม่มีโลกหน้าไม่มีชาติต่อจิตไม่มีชาติต่อเนื่องเราก็ได้อธิบายกันมาเยอะแยะว่าเรามีโรคนี้เท่านั้นปัจจุบันนี่แหละเป็นโรคนี้เพราะอรหันต์แม้แต่ความเป็นทหารต้องรู้จุดที่มันไม่มีโลกหน้าพบใหม่ย่อมไม่มีโลกหน้าหรือพบใหม่อีกไม่มีเราไม่ดีเราเป็นแต่เพียง ล่วงหน้าไปแต่เราไม่ยึดหน้ามันจะมีหรือไม่มีก็ไม่ยึดเพราะฉะนั้นเรามีกรรมในปัจจุบันที่เราสามารถกระทำได้เราก็กระทำไปมันก็ถึงอันนั้นเองโดยเราไม่ต้องมีจิตแม้แต่จิตของเราจะไปโหยหาหวังหวานหรือเป็นอะไรเป็นอะไรอยู่ข้างหน้าเราไม่แต่เรามีปัญญาที่จะรู้ว่านางกะตาหรือว่าอนาคตว่าเราทำอย่างนี้มันจะมีผลสืบเนื่องเกิดในอนาคตอย่างนั้นอย่างนี้ตามความเป็นจริงของมันแต่ใจของเราไม่ได้ไปเกิดเป็นสิ่งที่คิดต่างๆไปหวังเป็นหมั้นไว้ก่อนไม่มีให้ปรับไม่มั่นไม่หวังไว้ก่อนไม่เรียกว่าเราไม่มีพบหน้าเราไม่มีพบหน้าแยกที่บ้านทำมาที่ฐานนะ ภาพของอธิษฐานกับหมายความว่าโลกหน้าไม่มีร่างกายนี้ไม่เกิดอีกวิญญาณนี้ไม่ไปอีกไม่ไปลงคันไม่ไปลงคันมารดาอีกไม่ขอเป็นรูปมาใหม่อีกถ้าอย่างนั้นไม่มีปัญหาเราเข้าใจได้ง่ายๆถ้าเราเข้าใจเชื้อของโลภะโทสะโมหะและแม้ที่สุดจิตของเราจะไปหวังในข้างหน้าเราจะทำอะไรเป็นดีเรารู้แล้วว่าเราทำวันนี้จะมีผลดีเป็นบุญย้อนหลังเราก็ไม่ได้ไปยินดีในบุญที่เราจะต้องไปเสวยไอ้คนเราไม่อยากไปเสวยนรกทำอันนี้ชั่วแล้วเราจะต้องไปรับชั่วข้างหน้าบางคนไหนมันก็ไม่อยากไปรับหรอกและเราเองเราก็แน่ใจว่าเราไม่ได้ทำเมื่อไม่ เราก็ไม่ต้องไปรับผลชั่วขนาด 2 เมตรทำดีแล้วคนเราก็ติดดีทำบุญอะไรไว้ก็อย่าไปเสวยสวรรค์ของตนเราก็ยังไม่ยินดีในดีนั้นที่จะไปรับเราจึงไม่มีทั้งนรกมันมีทั้งสวรรค์ไม่มีจริงๆโดยการกรรมที่เป็นนรกเราไม่ทำกรรมที่เป็นสวรรค์เราก็ไม่ติดทำเราทำแต่เราไม่ติดจิตใจของเราไม่ไปผูกเป็นพันไม่ใช่ที่จะยึดเอาเราจึงไม่มีโลกหน้าเลยหาไม่มีโรคน่าสนใจของเราปัจจุบันนี้เราก็ต้องรู้ได้ว่าชาติมันไม่เกิดจิตของเรามันไม่ไปจิตของเรามันไม่กระเด็นวุ่นวายหวานๆอะไรอีกแล้วและจิตของเราก็สะอาดพอที่จะไม่มีนรกด้วย จึงเป็นผู้ที่เป็นชาติสุดท้ายพบก็ค้นพบใหม่ไม่มีจริงพบหมายย่อมไม่มีอีกเรารู้ที่จิตนี่แหละรู้พิสูจน์ได้เดี๋ยวนี้จิตของเราปัญญาของเราเห็นแจ้งชัดเจนอยู่เดี๋ยวนี้จึงไม่ต้องไปสงสัยมันจะไม่สงสัยจริงๆมันก็ไม่สงสัยในอนาคตมันจะไม่สงสัยในรูปที่อยากที่อธิบายไม่สงสัยเลยเพราะเราทำได้เราทำไม่ได้มันไม่ได้มันเป็นจริงมันก็ไม่จริงเราเข้าใจเราจะอธิบายให้ดีๆแล้วก็ไม่มีอะไรแต่ทีนี้ที่พระพุทธเจ้าหรือว่าพระโพธิสัตว์เป็นอย่างนี้ทั้งหมดหากว่า พื้นดินด้วยฝ่าเท้าอันสม่ำเสมอมีพระพักตร์ไปทางทิศเหนือก้าวไป 7 ก้าวมีฉัตรสีขาวกั้นอยู่ณเบื้องบนย่อมเดี๋ยวดูจิตทั้งหลายและกล่าวกับอาสภิวาจาว่าเราเป็นผู้เลิศแห่งโลกเราเป็นผู้เจริญที่สุดแห่งโลกเราเป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งโลกชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายบัดนี้พบใหม่ก็ไม่มีดังนี้เราจะนำเอาอันนี้เป็นแบบว่าเหมือนอย่างพระพุทธเหมือนอย่างคนคนนึงเกิดมาแล้วก็ทำอย่างนี้จริงๆเลยง่ายๆตามประสาผู้นี้พอลูกคลอดออกมาแล้วทรมานแล้วก็ทำท่าทางอย่างนั้นเลยกล่าวไปก็ก้าวไปถึงเดิมเหมือนอย่างที่เราเล่าถึงประวัติพระพุทธเจ้าว่าถ้าเกิดมาแล้วตั้งแต่เดิน 7 ก้าวศพๆแล้วก็เขียนดอกบัวรองรับเท้าและให้เก็บดอก มีฉัตรรองรับบทที่หัวไปเลยพร้อมกันเดี๋ยวนี้ทั้งหลายแล้วก็เป็นอภิสิทธิ์วาจาเลยมีเสียงดังออกมาอย่างนั้นเลยใครจะเข้าใจอย่างนั้นก็ตามเราก็ไม่ว่านะผมไม่สงสัยใครจะสงสัยหรือไม่ก็ไม่รู้นะผมไม่สงสัยพระพุทธเจ้าจะกล่าวอย่างนั้นจะเดินอย่างนั้นจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าผมไม่สงสัยผมไม่เดือดร้อนผมบริจาคจะเดินหรือไม่เดินก็ไม่เดือดร้อนพระพุทธเจ้าจะกล่าวหรือไม่กล่าวเป็นภาษาดังออกมาอย่างนั้นเลยกังวานออกมาอย่างนั้นเลยพูดอย่างนี้เลยจริงๆหรือไม่ผมไม่สงสัยแต่ไม่สงสารเพราะว่าเข้าใจความหมายในคำว่าผู้ที่มีสภาวะสิ่งแล้วถึงขั้นพอที่จะ จิตมันมีจิตอย่างนี้จริงๆมันพยายามเลยมันเหยียบพื้นที่แตะมันจะรู้โลกเห็นเป็นเหมือนกับพื้นที่เหยียบให้เต็มฝ่าเท้าไม่มีที่ไม่มีที่ว่างไม่มีที่ร่องสัมผัสกับโลกเต็มหมดแล้วมันจะหันหน้าไปทางทิศเหนือเราจะเดินได้ 7 ก้าวเกินไปไม่ได้พร้อมคำนั้นเลยมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆผมเองผมบอกแล้วว่าผมเองผมเกิดมันเดิน 3 ก้าวมีบารมีหรือว่ามีภาวะปัจจัยเท่านี้มันก็ต้องพร้อมกับปกติดูจะวางก็ยังเป็นวังไม่ค่อยจะบริบูรณ์แล้วมันก็เต็มหรอกมันไม่ใช่สมบัติถ้าวัตถุทั้งอะไรมันไม่เต็มเลยสำหรับผมผมไม่สงสัยเลยมันจริงๆผมเข้าใจแต่ว่าพระพุทธเจ้า พร้อมจะทำอะไรครับต้นทุนทางนี้อริยสาวกอะไรต้องพร้อมสนิทผมก็มีนะผมก็มีพวกคุณเนี่ยผมก็มีเท่าที่ของผมมีนี่แหละมันก็อย่างนี้มันก็ได้อย่างนี้กล้าขนาดนี้แหละซึ่งมันเป็นจริงเป็นจริงผมไม่เห็นจะขัดข้องตรงไหนไม่ใช่สงสัยตรงไหนเพราะเองเพราะผมเองผมมีผมเองผมอยู่ในขั้นผมอยู่ในเขตที่มีสภาวะนี้แล้วพวกคุณยังไม่มีสภาวะเท่าผมยังไม่มีความเป็นจริงหลายหลายๆอย่างที่มีอย่างผมผมรู้โลกผมเข้าใจในโลกสภาวะโลกสมบัติในโลกสมบัติอะลูกในโลกที่เป็นของผมผมรู้สมบัติต่างๆ ที่ผมเข้าใจแล้วผมก็เห็นอยู่รู้อยู่แล้วผมก็ใช้มันอยู่โดยที่พวกคุณใช้ยังไม่ได้เพราะพวกคุณไม่ใช่ของคุณแล้วก็ไม่เป็นไม่มีเพราะคุณก็ไม่เข้าใจอันนี้แต่ผมมีผมเข้าใจเข้าใจผมไม่สงสัยเลยมันไม่ใช่การเหมือนเดิมๆๆๆอย่างนั้นผมก็ไม่เคยไม่ต้องไปสืบประวัติของข้ากลับมาผมเดิน 3 ก้าวหรือเปล่าไม่ต้องแล้วผมแน่ใจว่าผมไม่ได้ไปเดินๆอะไรหรอกแล้วก็ไม่ต้องแบ่งอะไรหรอกถ้าเผื่อว่าจะผ่านพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นผมว่าควรจะแย่อะไรออกมาเป็นตัวภาษาอะไรนิดๆหน่อยๆออกมาเป็นเรื่องเป็นราวมีเขามีเงินอะไรบ้างเล็กน้อยก็ไม่สงสัยไม่สงสารเพราะ ประกอบเท่านั้นเองดังที่ได้อธิบายให้ฟังแล้วย้อนทวนไปหรือมาย้อนว่าเดี๋ยวไปถึงจุดนี้อีกมหาวิทยาลัยลักษณะที่เห็นอยู่ชัดๆอยู่ที่สุดได้ทนโท่ทันทีเลยว่าพระพุทธเจ้าเกิดมาชาตินี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ว่านี้คือผมหาบริษัทเกิดมาแล้วนี่ที่มีคุยกับฐานเป็นในฝันที่มีองค์กาชาดหุ้มมิดแล้วก็ลักษณะอย่างนี้จะเป็นลักษณะของผู้ที่อาจหาญเจ้ากล้ามีลูกตั้งครรภ์และลูกเหล่านั้นล้วนแต่แก้วกล้าอาจหาญเป็นนักรบยอดนักรบพระพุทธเจ้ามีลูกคนเดียวมีราหุลคนเดียวเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่ใช่มาหาบริษัทน่ะสิ ตรงกับที่เขาว่ามหาปุริสลักษณะนั้นไม่มีลักษณะนั้นหรือไม่มีอันนั้นมายืนยันความจริงอย่างนี้เป็นต้นทันตาพิสูจน์ได้ทรงประวัติพระพุทธเจ้าเลยว่ามันไม่จริงหลายๆอย่างมันไม่จำเป็นที่จะต้องจริงอย่างนั้นหรอกหลายอย่างไม่จำเป็นจะต้องเป็นอย่างนั้นเพราะงั้นจะมีไปครบบริบูรณ์หรือไม่ก็ไม่เป็นไรไม่สงสัยเรามีเวลามาทำให้มันครบก็แล้วกันอันนี้เป็นจากการประสูติทวนอีกนิดหน่อยย้อนทวนแล้วก็ทวนไปทวนมารู้เพิ่มเติมขึ้นเข้าใจให้ทราบซึ้งขึ้นละเอียดขึ้นเราอย่าประมาทเพราะสิ่งเหล่านี้ ไปฟังมาแล้วเราได้ยินมาแล้วเราได้รู้มาแล้วเราจะประมาทก็คือประมาทแล้วเราไม่ได้รู้สิ่งใหม่แปลกที่เกิดขึ้นเพราะว่าในการอธิบายในการที่จะแจกแจงออกมาแต่ละทีแต่ราคาแต่ละคราวมันมีเหลี่ยมใหม่ขึ้นได้บ้างบางครั้งบางครั้งอาจจะไม่มีบางครั้งก็มีเพราะฉะนั้นอะไรๆก็ตามแต่ที่บรรยายคืออะไรขึ้นมันก็จะมีเชิงมีชั้นอะไรขึ้นมาใหม่ๆแต่มันจะมีส่วนละเอียดนิดๆๆแถมขึ้นมาถ้าเราไม่ละเอียดฟังไม่ละเอียดสังเกตและก็จับไม่ได้ว่าไอ้นี่มีใหม่พอปีใหม่อันนี้เกิดขึ้นมาแล้วถ้าเกิดว่าเราไม่ละเอียดจริงๆเราก็จะไม่ได้ไม่จำไม่ได้ก็ไม่ได้เรื่องไม่ได้ฟังอะไรใหม่มันก็เบื่อหน่ายและก็ไม่เกิด ขึ้นมานี่เราก็จะต้องพยายามเข้าทำความเข้าใจให้ดีแล้วก็รับขึ้นมาให้ได้มีอานิสงส์ในการฟังธรรมเสมอแล้วทีนี้ต่อไปเกิดแสงสว่างเนื่องด้วยการประสูติดูก่อนอานนท์ในการละลายโพธิสัตว์คลอดจากท้องแห่งมารดาในกาลนั้นแสงสว่างอันโอฬารจงหาประมาณมิได้ยิ่งใหญ่กว่าอานุภาพของเทวดาทั้งหลายจะบันดาลได้เด็กปรากฏขึ้นในโลกพร้อมทั้งเทวโลกมารโลกพรหมโลกในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ถึงแม้ในโลกกันนรกโถง ไม่มีอะไรปิดกั้นแต่มืดมนหาการเกิดแห่งจักรคุมวิญญาณไม่ได้อันแสงสว่างแห่งพระจันทร์และพระอาทิตย์อันมีฤทธิ์อานุภาพอย่างนี้ส่องไปไม่ถึงนั้นแม้ในที่สุดก็แม้ในที่นั้นแสงสว่างอันโอฬารจนหาประมาณมิได้ยิ่งใหญ่กว่าอานุภาพของเทวดาทั้งหลายจะบันดาลได้ก็ปรากฏขึ้นเหมือนกันสัตว์ที่เกิดอยู่ในที่นั้นรู้จักกันได้ด้วยแสงสว่างนั้นพากันร้องว่าท่านผู้เจริญทั้งหลายเอ๋ยผู้อื่นนั้นเกิดอยู่ในที่นี้นอกจากเราก็มีอยู่เหมือนกันดังนี้และมีโรคธาตุก็หวั่นไหวสั่นสะเทือนสุดท้ายแสงสว่างอันโบราณจนหา ไม่ได้ได้ปรากฏขึ้นในโลกเกินกว่าอนุภาคของเทวดาทั้งหลายจะบันดาลได้ดังนี้เมื่อเกิดพอเวลาไปสู่แล้วนี่ก็จะเกิดแสงสว่างมาดังกิเลสอธิบายสู่ฟังมาแล้วละก็ฟังอีก 3 รอบเกิดแสงสว่างนี่เป็นแสงสว่างที่ไม่ใช่แสงสว่างธรรมดาเป็นแสงสว่างที่เป็นเทียบได้ในปัญญาสมาอาภาไม่มีแสงสว่างใดจะเสมอด้วยปัญญาเพราะฉะนั้นแสงสว่างนี้ส่องเข้าไปได้แม้แต่แสงพระอาทิตย์แสงพระจันทร์ก็ส่งไปไม่ถึงแม้ว่าแรงเท่าแรงก็จะไปทำความสว่างให้เกิดรู้เกิดเห็นขึ้นมาไม่ได้มันมืด นั่นแหละแสงสว่างพระอาทิตย์ก็ทำให้สว่างไม่ได้แต่แสงสว่างแห่งปัญญานี้แหละถ้ามาเกิดแล้วมันสว่างไสวมันแจ้งมันโล่งมันเห็นไปหมดจริงๆมันรู้ว่าอันนี้คือบริษัทนรกนี่สักเทวดานี่สักมนุษย์นี่ศักดิ์พรหมแม้แต่ในที่มืดที่สุดขั้นโลกันตร์มีอะไรติดกันหรอกแต่มืดมนหาการเกิดเหตุจากผู้วิญญาณมิได้แต่มันมืดมนตัวเองมืดมนจริงๆแล้วลงของเปิดแต่ตัวเองไม่เห็นไม่รู้อะไรนึกว่าไม่มีอะไรนึกว่ามีแต่เรานี่แหละเป็นที่เราเป็นสิ่งที่มี นึกว่ามีแต่เราเนี่ยเป็นสิ่งที่มีเป็นทุกข์เป็นร้อนเป็นเดือดเป็นอะไรแต่เราก็ไม่รู้ตัวเองสัตว์นรกเนี่ยธุรกิจเรานั่นแหละจิตของเรานี่แหละเป็นสัตว์นรกจิตของเราทุกข์ทรมานเราไม่รู้ตัวแต่มันก็เห็นแก่ตัวทุกข์ทรมานอยู่นี่แหละเห็นแก่ตัวเนี่ยเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนี้โดยตัวเองก็ไม่รู้ว่าทุกข์ที่จริงมันทุกข์ไม่รู้จะเอาภาษาไงเพราะมันซ้ำตัวเองแหละทุกข์ร้อนเดือดร้อนโง่ๆแล้วเป็นอะไรอยู่ตลอดเวลาแต่ตัวเองไม่รู้แต่ตัวเองก็เป็นอยู่สภาวะเนี่ยมันเป็นสภาวะที่คนอื่นมองเห็นแล้วไอ้หมอนี่มันดิ้นอยู่ทำไมคนเราร้อนมันวุ่นวายมันอะไรอยู่เป็นอะไรอยู่เนี่ยคนอื่นมองเห็นปุ๊บเลยแต่ตัวเองไม่เห็นตัวเองน่ะ ไม่รู้แต่ก็เป็นอยู่อย่างนั้นแหละมืดมัวลงถมกว้างมองไปเรียกว่าอะไรต่ออะไรก็สัมผัสอะไรอีกเยอะแยะไปเลยแต่ไม่เห็นแม่อื่นไม่เห็นอื่นแล้วก็ไม่เห็นแม้ตนเองไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองเป็นอะไรที่ฟังดูดีๆมันน่ามันน่าจะมันโง่มากที่สุดงวดจะไม่รู้ตัวแล้วไม่รู้สิ่งอื่นที่ประกอบอยู่ห้อมล้อมเหตุการณ์นั้นบอกว่าเราทำผิดไม่มีอะไรกั้นแต่มืดมนหาการเกิดเหตุจากคุกวิญญาณมิได้คือไม่มีจิตไม่มีวิญญาณรับรู้อะไรเลยกับครูวิญญาณทั้งตาเขมรอะไรรอบตัวรอบตนอะไรก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นอันแสนสว่างพระจันทร์และพระอาทิตย์อันมีฤทธิ์ทางอนุภาคอย่างนี้ส่งไปไม่ถึง อีก 2 ไปไม่ถึงแสงสว่างจันทร์แรงกล้าถึงขนาดพระอาทิตย์พระจันทร์ส่องไปไม่ถึงจะมีแสงเดียวที่ส่องไปถึงก็คือแสงสว่างแห่งปัญญาเป็นแสงสว่างแห่งการเกิดเหตุโพธิการประสูติของโพธิสัตว์ที่เรียกว่าปัญญาตรัสรู้ถ้าไม่ใช่ปัญญาอันเป็นปัญญาตรัสรู้แล้วจะไม่รู้ตัวไม่รู้ตนของความเป็นสัตว์นรกของใครของใครเนี่ยดูเอาจิตของตนถ้าจิตของเราเองรู้ว่าตัวอักษรเจ็บนี้โง่จิตนี้อย่าเร่าร้อนเป็นเพลงจิตนี้เป็นเดรัจฉานจิตนี้เป็นระยะภูมิจิตนี้เป็นอสุรกายมันรู้อยู่ว่าดีแต่มันยังไม่มีกำลังพอยังไม่กล้า แกร่งยังไม่แข็งแรงยังอ่อนแอสู้กับแรงกิเลสไม่ได้แหลงกิเลสมันเล่นงานเราอยู่เป็นอสุรกายเราก็รู้จิตของเราให้ชัดรู้ถ้าผู้ใดไม่รู้ผู้นั้นก็คือยังไม่ใช่ผู้ที่เป็นโพธิสัตว์หรือว่ายังไม่เกิดปัญญาตรัสรู้เมื่อเริ่มมีปัญญาตรัสรู้ก็จะเริ่มอ่านออกเข้าใจได้เมื่อปัญญามันรู้อย่างนี้เราก็จะรู้ไปหมดเลยถ้าปัญญาตรัสรู้นี่มันจะรู้ทั้งสัตว์นรกรู้ทั้งความเป็นจริงเทวดาจิตพรหมรู้บริษัทจะรู้ทีนี้จะบริษัทจะรู้รอบแค่ไหนก็แล้วกันถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นสัตว์นรกและก็ยังรู้จิตของตัวเองบางส่วนที่อยู่ในจิตของเรานี่แหละ โรคจิตเรียกว่าโลกของจิตของเราเนี่ยมีปนเปอยู่เยอะมีจิตที่ดีเป็นเทวดาก็มีจิตเป็นพรหมก็มีจิตเป็นมนุษย์มีจิตเป็นมารมีกิตติศักดิ์นรกมีอยู่พร้อมคลังเหมือนมันเปิดฉากเลยเพราะฉะนั้นพุทธะเสด็จลงหยั่งลงก็เหมือนกันน่ะหมายความว่าเดียวกันที่ว่าพระพุทธเจ้าไปโปรดพระพุทธมารดาและหยั่งลงสู่อย่างลงมาในโลกอะไรเงี้ยแล้วก็จะเกิดเปิดฉากให้เห็นเลยเปิดนรกสวรรค์อะไรให้เห็นอะไรอย่างเงี้ยซึ่งเราก็เคยได้ฟังมาแล้วเงียบเหมือนกันแสงสว่างนี้จะเปิดให้เห็นจนกระทั่งในอุทานคือเมาโอ้ท่านผู้เจริญทั้งหลายเอ๋ยผู้อื่นอันเกิดอยู่ในนี้นอกจากเราก็มีอยู่ กันไม่ใช่มีแต่ความทุกข์ความสุขก็มีความเจริญทั้งหลายของจิตวิญญาณเป็นผู้เจริญต่างๆก็มีคิดที่เจริญที่จะดีแล้วอย่าหลงเป็นมานะอย่าหลงผิดจนมีอะไรดีจนมีจิตของตนมีอะไรดีคิดของตนมีอะไรได้แล้วไม่ได้แล้วอะไรยังต่ำอยู่รู้ให้ชัดและโพธิสัตว์จะรู้อย่างนี้นี่เป็นความหมายของการประสูติที่เกิดแสงสว่างแสงสว่างนี้พอเกิดแล้วเพราะโลกและหมื่นโลกธาตุนี้ก็หวั่นไหวสั่นสะเทือนสุดท้ายโรคกระทะก็คือโลกธาตุทั้งหลายโรคสภาพนี้หมื่นโลกธาตุนี้ก็หวั่นไหวสั่นสะเทือนสุดท้ายก็คือโลก พวกเรานี่แหละปฐวีธาตุดินขาดน้ำขาดไปค่ะวิญญาณธาตุอะไรเป็นตัวใหญ่มันก็เกิดแยกออกมันแยกออกนี่ไม่ได้หมายความว่าเป็นแผ่นดินแยกเป็นวันไว้ก็หมายความว่าเริ่มต้นรู้แล้วไม่ใช่เกาะนิ่งๆแต่ก่อนมันเกาะมันนิ่งมันแน่มันแน่นมันจะยึดมั่นถือมั่นเป็นอย่างนั้นอยู่ต่อมาความยึดมั่นถือมั่นภายในโลกธาตุสะเทือนสะท้านหวั่นไหวหรือหวั่นไหวสะเทือนสะพานมันเริ่มคลอนมันเริ่มเขย่าออกมาเริ่มกระจายออกมาแล้วทีนี้ถ้าเราแยกออกแตกออกได้แบบชัดเจนว่าอ๋อนี่คือสัตว์นรกนี่คือเทวดานี่คือพรมนี่คือมันแม้แต่ในตัว โทรศัพท์นรกเองก็แบ่งออกว่านี่คือวิริยะสัตว์นี่คือเปรตนี่คือเดรัจฉานนี่คืออสูรกายรู้จิตของตัวเราเองชัดเลยนี่ไอ้เจ้านี่เกิดขึ้นมานี่มันตัวนี้มันตัวเดียวกับฉันตัวนี้มันตัวแปรที่เกิดขึ้นมาตัวนี้มันดีแล้วตัวนี้เป็นเทวดาแล้วตัวนี้เป็นพรมและพรมชั้นดีก็ยังแยกออกตอนนี้อีกเทวดาชั้นดีเทวดาชั้นเดียวแค่เทวดาแค่สมมุติที่เทวดาหรือเป็นอุบัติเหตุเทวดาหรือเป็นวิสุทธิเทวดาก็รู้จักแยกออกไปอีกนี่เรียกว่าเราแย่เหมือนโลกสภาพสักวันไหมสั่นสะเทือนสะท้านแล้วหวั่นไหวแล้วก็ยังแยกออกได้แล้วก็แตกมันไว้แล้วก็แผ่นดินแยกแผ่นดินแตกแยก แยกสวนสัตว์ออกโลกแห่งจิตโลกของตัววิญญาณมันไม่มีตัวตนหรอกมันไม่มีรูปร่างมันไม่ได้แตกแยกเหมือนดินแยกเราแต่มันก็แย่มันก็จะมันก็จางมันออกจากกันชัดมันไม่ปนไม่เปย์มันไม่วุ่นวายแต่ว่ารู้ก็ไม่รู้ก็ไม่ใช่แกว่ารู้แต่ก็ไม่รู้เป็นไงว่าสัญญาณน่ะสัญญาอยู่ไม่ใช่ชัดเลยเป็นสัญญากำหนดรู้ได้เลยเชียวเป็นความรู้ที่มันเป็นความรู้ที่ไม่สงสัยไม่วุ่นไม่พ้นไม่พบบุคคล ก่อนปัญญาเข้าใจก่อนต่อมาหลังจึงจะมีภาษามีนิติมีบัญญัติแล้วก็จะเอามาอธิบายอันนี้ได้แสดงอันนี้ออกมาเป็นภาษาพูดแสดงออกมาเป็นท่าทางของคนอื่นเข้าใจได้ด้วยตนเองมันทำหน้าที่ 10 อย่างนั้นน่ะก็รู้ก่อนรู้ในตัวเองอ๋อเข้าใจแล้วแต่จะพูดไม่ถูกยังจับเรียงไม่ออกเสียงไม่ได้แต่ตัวเราเองแยกขาดแล้วในใจแยกออกแยกรู้ได้เข้าใจได้แล้วเนี่ยเป็นความรู้ก็นี่เรียกว่าคำว่าคิดถึงอยากถึงขั้นเป็นปฏิปทาญาณก็รู้ในเนื้อหาสาระแยกออกแล้วก็มีภาษามีบัญญัติมีปฏิภาณในการที่จะทำให้คนอื่นรู้ได้ด้วยอธิบายอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ทำอย่างนี้คนที่เข้าใจได้นั่นเรียกว่าเก่งเป็นโพธิสัตว์ที่เก่งขึ้นก็ One Man กับหมื่นโลกธาตุก็หวั่นไหวสะเทือนสะท้านจิตของเราเองนั่นเองแสงสว่างอันโอฬารจนหาประมาณมิได้ได้ปรากฏขึ้นในโลกเกินกว่าอนุภาคของเทวดาทั้งหลายเทวดาได้แสงสว่างนี้เกิดขึ้นไม่มีเทวดาในบันดาลได้หรอกไม่มีวันตายสันดานได้มันก็คือเราสะสมหรือกระทำให้เกิดให้ถึงจุดจนถึงจุดแล้วจะรู้ที่เข้าใจเองสว่างไสวล้มเปิดโลกเข้าใจอย่างจริงเข้าใจอย่างดีเพราะว่าคนที่มาปฏิบัติธรรมมาพยายามพิจารณาธรรมมาพยายามทำความรู้ความสว่างธรรมโพธิญาณให้เกิดหรือทำการบรรลุมาทำการรู้จนบรรลุในเรื่องต่างๆที่คุณ ยามคบคิดพยายามเห็นไม่ได้รู้ไม่ได้คุณจะเกิดใจสิ้นโลกปัญญาที่สว่างโอ้ไหนมันโล่งนี้มันสว่างมันทะลุถึงเรียกว่าแทงทะลุลอกอ๋อมันกระจ่างวาบไปเลยมันไม่มีแสงเหมือนอย่าง Fat อะไรเลยที่ว่าช่วยอธิบายให้ฟังแล้วหรือว่าแสงอะไรที่มันจะวาบบนฟ้าแลบเนี่ยหลายๆรอบสว่างเลยมันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกมันไม่มีแสงเป็นรูปกระทำอย่างนั้นหรอกแต่มันเป็นนามธรรมอย่างนี้เองมันรู้อย่างนี้เองพวกคุณเคยประสบความสำเร็จ อันใดก็ตามที่คุณหมุนมาหมุนมานานแล้วมันไม่เคยเกิดรู้ได้อย่างมากอย่างแรงเนี่ยพอมันมาเกิดสักครั้งหนึ่งครั้งแรกครั้งแรกสว่างด้วยเรื่องของมานานแล้วไอ้เรื่องนี้แล้วก็อยากรู้เรื่องนี้มีเรื่องใหญ่ๆเรื่องต้นๆเขาๆเนี่ยพอมันบอกว่าคนมันรู้มันสว่างโอ้ยมันแจ้งมันลงใจจริงๆมันโล่งใจจริงๆครั้งหนึ่งจะมีของเหล่านี้แล้วแต่บุคคลใดก็ตามบางครั้งถึงจะมีมันก็ว่าขนาดนั้นหรอกและต่อจากนั้นแล้วไม่สงสัยอะไรอีกมากเลยมันจะรู้สึกว่าตัวเองในโพรงตัวเองนี่คือการตัวเองรู้อะไรได้ง่ายเข้าใจอะไรได้ต่อมาถึงแม้จะรู้อะไรอีกมันก็ไม่ว่าเท่าเก่า หรือว่าตัวเก่าถ้าใครจะรู้จริงแล้วมันไม่วาบเลยแล้วไม่ว่าไม่ว่าอะไรหรอกอีกต่อไปมันมีแต่รู้ๆๆเข้าใจโลกไปเฉยๆมันไม่ใช่ผมพอรู้อีกทีนึงก็ต้องมีปิติยินดีเริงใจโอ๊ยไม่ได้ดูอันนี้โดนใจอีกไม่มีมันพังแล้วแหละแรงและต่อไปมันก็เบาเบามันไม่รู้อะไรก็รู้ไปอีกรู้ไปบางทีมันก็เกิดเป็นจิตใจสำหรับคนที่ยังไม่หมดสติยังล้างผิดๆไม่เป็นหรือยังล้างความยินดีร่าเริงตื่นใจยังไม่ได้เพราะมันไม่รู้ว่ามีอีกหรือไปทำให้สุนัขปัญญานี่เป็นของดีมันก็จะมีใจมีใจอยู่เสมอต่อๆไปก็ล้างอันนี้หมดแล้ว เดือนนี้มันลดจางลงไปแล้วมันจะเกิดก็เกิดมันจะเกิดจริงๆมันจะก้าวหน้าไปเรื่อยมันจะก้าวก้าวไปเรื่อยเจริญไปเรื่อยจริงๆมันจะรู้ไปอีกแม้แต่เราแสดงอะไรควักขึ้นมาอ๋ออันนี้มันอยู่ข้างในของตัวเราทั้งนั้นแหละมันเป็นการเกิดรู้มีปัญญารู้มีเนื้อมีชิ้นมีสภาวะมีอันมีปัญญาไม่เกิดออกมาให้เราเห็นเองทุกทีแล้วเราก็รู้ว่ามันเป็นธรรมดาเนาะมันรู้ได้ขนาดขั้นนี้เราก็รู้ว่ามันไม่รู้มีสภาพของเรารู้แล้วมันก็เท่านี้มันยังไม่มากกว่านี้เราก็รู้มันจะไม่ดีใจตื่นเต้นเริงร่าไม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอกมันก็จะถือจางๆมันก็เป็นไปอย่างนั้นแหละเรียบร้อยแต่มันมีสภาวะมีความจริงเรามีปัญญาจริงๆเราแสดงออกก็มีปัญญานั้นออกมามีความรู้นั้นออกมาแสดง ผู้อื่นรู้ได้ด้วยเราเองก็รู้ด้วยคนอื่นก็รู้ด้วยเพราะฉะนั้นเราจะคิดเราจะเขียนเราจะอ่านไม่ใช่อ่านเราจะแสดงออกแล้วจะพูดเอาพูดออกมามันก็พูดว่าเออเราไม่เคยพูดอย่างนี้หรอกแต่เรามันก็พูดอย่างนี้ได้เราไม่เคยพูดได้อย่างนี้แต่เราก็พูดได้อย่างนี้เราไม่เคยเป็นอย่างนี้ได้ถึงขนาดนี้แต่เราก็เป็นอย่างนี้ได้ถึงขนาดนี้มันจะมีสิ่งดีสิ่งงามมันจะมีสิ่งเก่งมันจะมีสิ่งที่ไม่เคยเป็นได้ถึงป่านนี้ออกมาให้แก่เราเห็นแล้วผู้อื่นก็ได้รับออกไปด้วยได้จริงๆเป็นจริงๆเพราะใครถึงจุดอย่างนี้เขาจะรู้จะเข้าใจจิตของเราที่เคยปิติร่าเริงดีใจมากเกินไปมันก็จะ ลงมันก็จะเข้าใจได้อ๋อย่อมเป็นธรรมดาเป็นธรรมดาเมื่อเราเป็นสิ่งนี้มีสิ่งนี้มันก็ไม่ตื่นเต้นอะไรนะแต่ตอนแรกๆใหม่ๆนี่มันตื่นเต้นใหม่ๆตื่นเต้นแต่มันดีอกดีใจปราบซึ่งเป็นอุราต่อไปก็เป็นเป็นธรรมดารถธรรมดาหาประมาณมิได้ปรากฏขึ้นในโลกปรากฏขึ้นในโลกของเราตายาวนานแล้วเรียกว่าโรคพระเจ้า ถ้าต่อไปแผ่นดินไหวเนื่องจากการผสมดูก่อนอานนท์เหตุปัจจัยที่ทำให้ปรากฏการณ์แผ่นการไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวงมีอยู่ 8 ประการยุคก่อนอานนท์เมื่อใดโพธิสัตว์มีสติสัมปชัญญะออกจากท้องแห่งมารดาเมื่อนั้นแผ่นดินย่อมหวั่นไหวย่อมสั่นสะเทือนย่อมสำคัญอานนท์นี้เป็นเหตุในปัจจัยขับรถ 4 แห่งปรากฏมีสติสัมปชัญญะ บริษัทมีสติสัมปชัญญะออกจากท้องแห่งมารดาหมายความว่าเอาอันนี้อ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน