191209-011 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน011-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ006.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมภาคเช้าณพุทธสถานสันติอโศกเป็นธรรมะบรรยายจากหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐ์เยอรมันทำวัตรกันต่อที่อธิบายถึงมหาปุริสลักษณะหรือมหาโพธิสารลักขณาเรียกของมหาบุรุษของโพธิสัตว์ถ้าเป็นโพธิสัตว์ใหญ่เป็นมหาโพธิสัตว์ก็จะมีมหาปุริสลักษณะอย่างที่ได้ฟังมาแล้ว 32 ประการเต็ม ครบอาการเต็มครบที่ว่านั้นมันครบทั้งรูปธรรมนามธรรมทีนี้ท่านก็ได้อธิบายบอกเป็นภาษาอย่างสั้นๆถึงลักษณะของรูปศิลปะฟังดูแล้วรูปธรรมบางอย่างนี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ดูแล้วมันจะขัดแย้งทางที่จะยกตัวอย่างบางสิ่งบางอันหรือแม้ที่สุดอันที่ยืนยันให้ฟังชัดแม้แต่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองตามประวัติว่ามหาปุริสลักษณะจะต้องเป็นอย่างนั้นแต่ในประวัติที่ทราบมามันก็ไม่เป็นอย่างนั้นอย่างที่ได้กล่าวแล้วว่าอธิบายความมาแล้วว่าเพราะสัม พระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงกรรมขยายออกมาขยายออกมาว่ามีกรรมอย่างนั้นจึงได้มีรูปอย่างนั้นหรือได้อานิสงส์มีสิ่งนั้นย้อนทวนมาเป็นอย่างนั้นรัฐบาลแจกแจงและท่านประธานทั้งหลายเรียนมหาปุริสลักษณะ 32 ประการมาแต่ว่าไม่รู้ว่าเพราะทำกรรมอย่างไรหรือเพราะมีสภาพที่ประกอบขึ้นอย่างไรจึงจะไม่มีผลอย่างนั้นเพราะท่านเอากรรมเป็นใหญ่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นใหญ่ท่านจึงยืนยันคำอย่างนี้อย่างนี้เราจะส่งผลอย่างนั้นมันเป็นเรื่องยากคำวิบากพระพุทธเจ้าท่านก็ วิบากกรรมต่างๆหรือกรรมวิบากนั้นเป็นอจินไตยเป็นเรื่องอย่าเพิ่งคิดอย่าไปคิดเอาง่ายๆเดาเอาไม่ได้เพราะเป็นเรื่องไกลเกินคิดถ้าคิดแล้วจะหัวแตกเปล่าหรือว่ามันไม่เข้าท่าเปล่าๆไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเรานั้นกรรมต่างๆที่เป็นเรื่องละเอียดว่าไปถึงก็มันจะส่งผลเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะพูดง่ายๆไม่ควรจะจ่ายง่ายๆจึงตายเป็นเรื่องที่เป็
อ่านต่อ
นปัจจัยมนุษย์สิ้นคำว่าฌานคำว่ามากกว่าผลพรุ่งนี้แต่ชาญก็เป็นไต จะว่าเรื่องชายนี่ชายก็เป็นอจินไตยไม่ใช่เรื่องจะคิดเล่นง่ายๆอ่ะกินตายไหมคำว่าอย่าเพิ่งคิดเล่นง่ายๆอย่าเพิ่งดาวง่ายๆฉันไม่ใช่เรื่องเราอย่างนี้เป็นต้นมันเป็นอาจินไปเพราะเงินแม้แต่เรื่องของกรรมวิบากก็เป็นเรื่องอจินไตยเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ว่าจะเดาเล่นง่ายๆจะเอามาพูดเล่นง่ายๆไม่ใช่เดี๋ยวนี้ได้พูดเล่นกันง่ายๆดาวกันสุ่มสี่สุ่มห้าด้วยกรรมอย่างโน้นกรรมอย่างนี้เพราะอย่างนั้นจะไปเกิดเป็นอย่างนี้อะไรต่ออะไรกันแต่เราก็เราก็ไม่ควรจะไปค่อยๆพูดมันไม่ดีก็พิสูจน์ไม่ได้ยิ่งพิสูจน์ไม่ได้ยิ่งเราพิสูจน์ก็ไม่ได้และเรายิ่งจะเอามาพูดสำหรับคนที่ยิ่งงมงายยิ่งไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว จะใช้วิธีการที่จะพูดให้เขาอย่าไปยึดติดในสิ่งนั้นก่อนอย่าไปยึดติดเพราะเขาไม่มีปัญญาเข้าใจเมื่อเธอไม่เข้าใจแล้วมันก็ยึดติดโดยงมงายแล้วก็ไม่เข้าเรื่องเข้าราวเราต้องพยายามระวังด้วยตรงนี้ทีนี้เด็กฟังที่ท่านขยายแล้วผมก็จะขยายต่อสู่ฟังละเอียดละออซับซ้อนขึ้นมาจะเห็นได้ว่ามันยิ่งชัดเจนกรรมนี่แหละเป็นที่สุดกรรมนี่แหละเป็นรากเหง้าทำเป็นทั้งต้นการเป็นทั้งปลายกรรมกรไม่มีกรรมฐานเป็นของของตนเองทำเป็นราก เกิดขึ้นแล้วก็เป็นต้นของกรรมแล้วก็เป็นตัวของกรรมแปลว่าเป็นไทยถ้าเอาความหมายก็แปลว่ากรรมเป็นของตนมันก็รู้ว่าของตนมันเข้าใจง่ายๆถ้าเราจะทำนะเราเป็นต้นเป็นต่อเรานี่เป็นตัวเราเราเป็นต้นเพราะฉะนั้นถ้าเรากระทำถ้าเข้าใจคำว่ากรรมคือการกระทำหรือการงานคนนั้นก็จะรู้บทบาทของตนเองการงานกายการงานวจีอะไรเกิดขึ้นมาถ้าเข้าใจว่าการงานหรือการกระทำเนี่ยว่ามีกรรมกายกรรมหรือแม้มโนกรรมรู้ว่าการงานของจิตจิตมันเกิดการงานขึ้นมาแล้วจิตมันสัมผัสรู้แล้วมันจะสักก็รู้เพราะว่าเกิดการปรุงขึ้นมาเป็นการงานแล้วว่าถ้ามันปรุงเป็นเลวโน้มน้าวไปเลวมันเริ่มเป็นการงาน ถ้าเราเข้าใจกรรมคำว่ากรรมถึงขนาดนั้นทำเป็นรากเหง้ากรรมเป็นรากฐานถ้าเข้าใจอย่างนั้นแล้วเราจะรู้เลยเข้าใจไปจนสุดยอดคำเดียวก็จบกรรมอีกคำเดียวก็จบไม่ต้องกังวลนี้ไม่ต้องกรรมพันธุ์ทุกไม่ต้องกลับมาปฏิสนธิไม่ต้องตัวเดียวเลยเพราะงั้นจะย้อนทวนจะตามอนุโลมแปลว่ากรรมมอสโกมีกัมมาทายาโทมีกรรมเกิดขึ้นแล้วที่นั่นแล้วก็สืบต่อยืดยาวไปไปธรรมทานยาโทเป็นกรรมฐานเป็นสิ่งที่จะต้องรับเชื่อมต่อไปเป็นภรรยานี้เพราะกรรมได้เกิดขึ้นเพราะการได้เกิดขึ้นกรรมมาโยนนี้เพราะการกระทำนั้นได้เกิดขึ้น ร้านมันเกิดที่ใดเป็นที่นั่นถ้าจบที่ใดก็จบอยู่ที่นั่นแต่ทีนี้ถ้ามันเกิดขึ้นไปอีกคำว่าโยนนี้มันก็จะพันถูกกรรมพันธุ์ทุกข์ทายาทโทกับพันธุกรรมหมายว่าสืบต่อทั้งคู่ฟังดูดีๆทายาทก็เป็นผู้รับสืบต่อพันธุกรรมเป็นผู้รับสืบต่อเป็นการสืบทอดออกมาเหมือนกันเป็นการสืบต่อทั้งคู่ถ่ายคำว่าทายาทคำว่าพันธุแต่มันมีรอบเพราะฉะนั้นกรรมกรมีกิจกรรมมโนนี้มันแปลว่าเกิดทั้งคู่เหมือนกันกรรมกรแต่เกิดคนละระดับเกิดคนละรอบเกิดคนละชั้นเกิดคนละอัน มหกรรมมอสโกไม่เห็นมันเกิดจุดจำหน่ายเกิดอยู่แต่ไหนๆกรรมฐานยากก็เป็นการสืบต่ออยู่แต่ในๆในตัวของเราต้องมีทายาทของเราว่าเราทำดีก็รักทายาทของเราไว้เป็นทายาทของเราไว้ต่อไว้แน่มีทายาทแน่จะบอกว่าอะไรไม่มีทายาทนั้นมันเป็นเรื่องของโลกคนนี้เป็นพ่อแม่ไม่มีลูกรับสืบมรดกไอ้นั่นมันเป็นเรื่องตัวตนเต็มทีเงินเรื่องความยาวแต่จิตที่มันมีของมันจริงๆมันรับช่วงของมันจริงๆเพราะถ้าทายาทเป็นความตัดสิ่งที่เกิดสักแต่ว่าเกิดกรรมกรไอ้ตัวตนอันนั้นมันเกิดเป็นอนัตตา ตัวตนนะแต่เป็นอนัตตาฟังให้ดีนะเดี๋ยวจะงงภาษาอีกอนัตตาหมายคำว่าไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนไม่มีตัวไม่มีตนมันไม่มีแต่มันสิ่งที่มันเกิดแล้วมันมีปลาที่เรายังมีจิตวิญญาณยังไม่หยุดยังไม่ดับยังทำงานอยู่ด้วยขันธ์ 5 บริบูรณ์มันก็ยังมีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณมีนามว่าขันธ์ 4 ไม่มีนามว่าขัน 4 มันก็กำหนดรู้เป็นธรรมดามันก็สังขารเป็นธรรมดามันก็วิญญาณเป็นธรรมดามันสังขารถ้าเผื่อว่าสังขารโดยเราเองเราไม่ได้ล้างกิเลสรากเหง้ามันก็สังขารด้วยเอาเชื้อของกิเลสรากเหง้าไปปรุงถ้าเผื่อว่าเราล้างกิเลสรากเหง้าได้มันก็ไม่มีเชื้อของกิเลสรากเหง้าไปปรุง ไม่มีเหมือนกับเราเองหรอกแกงเรามีผักเรามีเกลือเรามีน้ำแล้วก็แกงโดยเราเองเราไม่ติดในรถอะไรก็เรารู้ว่าเราเอาเกลือใส่กระเพาะเอาเกลือเราจะกินธาตุเกลือและเอาผักใส่กระเพาะเรามีผักเราจะกินผัดผักตามน้ำใส่ก็เพราะว่าเราจะแกงแล้วเราก็เอาลงมาแต่ถ้าคนที่ยังติดอยู่ในรถมันไม่ค่อยกลมกล่อมกลิ่นไม่ค่อยหอมสัมผัสไม่ค่อยได้เรื่องก็เอาผงชูรสใส่บ้างหรือเอาอะไรใส่เติมลงไปบ้างผสมเปอร์เซียลงไปให้มันมีรถให้มันมีกลิ่นเจตนาเติมรถเติมกลิ่นเจตนาเติมกาม ตามมันก็เป็นกรรมและผู้ใดไม่ได้ติดรถติดกลิ่นอะไรแล้วไม่เห็นจะต้องเติมถ้าเผื่อว่าสิ่งนั้นเราไม่กินถ้าสิ่งนั้นเราจะกินเพราะว่ามันมีสาระมากพอหรือว่ามีสาระที่เราจะกินสาระไม่ได้มีต้องดูที่เจตนาของเราเราไม่ได้ติดกลิ่นมันเราไม่ได้ติดรถมันแล้วแม่ก็เติมลงไปมันก็ไม่มีอะไรมันก็เป็นแกงสะอาดเป็นแกงบริสุทธิ์เกิดขึ้นแต่ถ้าพอเราเติมผงชูรสเข้าเติมของอะไรที่มันจะชูกลิ่นรสชูประกอบเป็นกามเข้าไปแกงนั้นออกมาก็เป็นแกงเป็นตามเป็นแกงกามอย่างนี้เป็นต้นยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆเพราะจิต ถ้ามันจะเกิดขึ้นมามันจะมีเวทนามีสัญญาสังขารวิญญาณมันก็มีเป็นธรรมดาถ้าอ่านคนคืออะไรออกมาชัดเจนเข้าใจเที่ยงแท้แล้วนะวิญญาณมันก็เกิดเป็นวิญญาณเป็นอันเดียวกันทำงานเพราะเจตสิก 3 เวทนาสัญญาสังขารมาทำงานเพราะเจอแต่สิ่งทั้งสามและทำงานก็ธรรมดาธรรมดาและไม่มีอะไรประหลาดอะไรเลข 7 มันก็ย่อมเกิดมันก็ย่อมรู้ว่ามันกัมมัสสกอร์มาอีกมันก็เกิดเป็นตัวตนอันนั้นของสภาพของนามว่าขันที่มันยังเป็นอุปธิมันยังเหลืออุบัติเหตุอยู่เรียกว่าปลาที่อาศัยพวกปลาที่เราปฏิเสธสามีอุบัติเหตุแม้เป็นนิพพานเสาร์อาทิตย์ นิพพานที่ยังมีอุปธิเหลืออุปธิทั้ง 5 ช่วยเหลือต้นขาวอุปนิแปลว่าต้นเขาที่มันยังเนื่องยึดติดกันอยู่เรียกว่าใกล้มันเนื่องกันอยู่มันชิดติดกันอยู่ใกล้เคียงที่ปลูกป่าบอกอาทิแปลว่าต้นอาทิตัวตนมัชฌิมแปลว่ากลางปริญญาศาลายานางมัทรีกัลยาณังอาทิแปลว่าต้นเป็นต้นเป็นตัวต้นเป็นต้นเป็นเขาเพราะมันเหลือเชื่อเขาแต่มันมีอยู่นี่มันไม่มีอีกแล้วไม่มีเลยตอนนี้เป็นต้นเป็นข่าวมันมีลูกค้านำคันนี้เป็นต้น คิดอยู่ในตัวที่เรียกว่าเป็นรากเหง้าของตนมันก็เป็นตนบ้างแล้วมันก็เป็นตัวที่มีอยู่นี้บ้างนี่แหละมันก็มีอยู่แค่นี้เป็นสุดท้ายแล้วมันเป็นต้นรากเหง้าที่มันยังเหลือไปตามธรรมจะเรียกด้วยภาษาของผมก็เรียกว่ามันเป็นทีละลูกปาทิหรือเป็นชีวะอนุบาลใช้ภาษาสองคำที่ใช้ภาษาสองคำก็เพื่อจะไปเรียกรายละเอียดของอุปธิอันต้นในเขาของจิตอีกทีหนึ่งจึงแยกเป็น 2 แยกว่าสิ่งหนึ่งนั้นเป็นตัวเกิดสิ่งนั้นเป็นตัวดับถ้าชีระนกป่าที่ก็คือสิ่งที่ดาบชีวะลูกปลาที่ก็คือสิ่งที่เกิดชีวะก็คือชีวิตชีระก็คือความแก่จีระกุลชาว อีรเรือณเณรมีจีรนันท์แปลว่าความแก่ชีวนะชีวะวอแหวนนอหนูแต่มันเป็นความความเกิดเป็นชีวิตนั่นแหละชีวิตความแก่มันแก่ลงแก่ลงเสื่อมลงเสื่อมลงเพราะมันมีต้นของความแก่ก็มีต้นของความเกิดที่มันเกิดอยู่โดยธรรมเนียมเท่านั้นเองเป็นรากเหง้ารากเขารักเรารักเขาเรารู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้เกิดขึ้นตัวเราเนี่ยนะตัวอัตตาของเราเราไม่ได้เกิดก็เกิดของเราเราเกิดเพื่อผู้อื่นแล้วเกิดให้สิ่งอื่นดีให้คนอื่นมันเกิดมาดีเท่านั้นเองตัวเราเองเราไม่ได้ลงตัวตนเราไม่ได้รักตัวตนเราไม่ได้ทำเพื่อตน หมายถึงเลือดออกหมดตัวหมดตนแล้วไม่ได้ทำเพื่อหลงตนอะไรเราไม่ได้ต่อเชื่อของเรามันจะเป็นกรรมการที่ไม่มีตัวตนอธิบายภาษาสุดเป็นตัวตนที่มันเกิดโดยธรรมแต่เราไม่ได้ยึดเป็นตัวตนจึงเรียกว่าตัวของอาณาจักรอนัตตามันไม่มีตัวตนแต่ผมขอยืมภาษาเท่านั้นไม่เรียกเพราะสิ่งใดมันจะเกิดมันก็เกิดมาแล้วมันก็จะต้องมีทายาทมันมีความสืบต่อทีนี้ถ้าทายาทของมันที่จะรับความสืบต่อไอ้นี่มันเกิดจิตมันเกิดรับรู้เพราะรับรู้เสร็จแล้วแล้วมันก็วางถ้าตัวทายาทนี่เป็นตัววางก็จะสืบต่อเป็นตัวที่ไม่เหลือตัวตนแต่ฟังให้ดีนะเด็กเกิดแล้วได้รับรู้ก็รับรู้รับทำเขารับทำทำแล้วเราไม่ได้ อะไรรองรับต่อไปอีกวันนี้เป็นของเราเป็นตัวเราแม้แต่ปิติดีใจเราก็ตัดหางมันทิ้งตัวทายาทต่อมาที่รับต่อมานี่มันก็คือสูญญตามีสูญญตาเป็นทายาทฟังดูดีๆแล้วมันน่าชื่นใจมีสูญญตาเป็นทายาทคือมีสิ่งที่ตัดปล่อยเป็นทายาทไม่ใช่สะสมไม่ใช่หลงรุ่นเปรมเปรมอิ่มอะไรหลงเสพหลงติดอะไรไม่ใช่มันก็จบอยู่ในตัวมันจบอยู่ในตัวเพราะฉะนั้นจะต่อให้มันยาวไปอีกถ้าเรารู้เท่าทันแล้วมีอินทรีย์พละแก่กล้าจะให้มีปิติให้มีตัวรู้ต่อไปปิติแปลว่ารู้ดีหรือจะยินดี ก็รู้ในความยินดีนั้นเป็นทายาทกำเนิดจะเกิดต่อไปทำให้เกิดออกมานอกมาจ้องจับจิตในจิตแล้วเมื่อกี้พูดว่ากรรมฐานเป็นเรื่องของจิตในจิตของเราจะให้มันต่อมาปรุงออกมาเป็นกรรมมาโยนนี้เป็นกายกรรมเป็นวัชรีกรรมก็ได้นี่ให้มันเกิดออกมาเป็นกายกรรมวจีกรรมอีกโยนีแปลว่าเกิดบอกแล้วว่าเกิดอันนี้ไม่ใช่เกิดแต่จิตเท่านั้นเมื่อเกิดโตออกมากวาดจิตแล้วเพราะว่ามันจะบรรดาออกมาเป็นกายบันดาลออกมาเป็นวจีเป็นกรรมประโยชน์นี้ก็ไปความสืบต่ออีกนั่นแหละแต่กรรมพันธุ์แต่กรรมพันธุเป็นการสืบต่อเป็นพันเป็นเผ่าวันพระอริยะมีกรรมเป็นพันเป็นพันธุ กรรมพันธุ์พระอริยะก็มีกรรมพันธุ์กายกรรมก็เป็นสุจริตของพระอริยะวจีกรรมก็เป็นสุจริตของพระอริยะสืบทอดออกมาเป็นธรรมะคำสอนที่เรียกว่าขอบพระคุณพระอริยะหรือว่าพระพุทธเจ้าก็เป็นพันธุเป็นสิ่งสื่อต่อเป็นทายาทจะเรียกว่าเอาทายาทนั้นมาเรียกให้หยาบๆเข้าไปอีกว่านี่แหละเป็นมหาสมบัตินะนี่เป็นสิ่งที่สืบต่อเป็นลูกเป็นลูกก็ไม่ผิดอะไรแต่ผิดอะไรและสิ่งที่ท่านจะทำเป็นกายกรรมหยาบลงไปอีกเป็นการงานเป็นการกระทำที่เป็นตัวตนเป็นบทบาทเป็นวัตถุเป็นเข้าของเป็นสิ่งก่อสร้างบางสิ่งบางอย่างก็เป็นกรรมพันธุ์ของพระอริยะ มีความหมายหรือมีจุดหมายไปในทางธรรมไปในทางที่จะให้เป็นประโยชน์แก่โลกเขาอย่างแท้จริงหากกรรมพันธุ์ทุกคำว่าปฏิสัมพันธ์ก็จะเป็นผลที่พึ่งแก่กันและกันพระธรรมที่พึ่งไว้พระอริยธรรมที่พึ่งไว้ให้แก่คนเขาคนเขาก็ได้พึ่งสิ่งนี้ทีนี้พระเองว่าเรารู้ว่าเราเองเราพึ่งวัตถุสมบัติจากเขากลับมาปฏิสนธิสรณะอันเป็นที่พึ่งถ้าจะแปลคำว่าที่พึ่งเราพึ่งเขาเราก็พึ่งเขาก็พึ่งสิ่งที่เรารู้เรารู้ว่าเราเพิ่งปวงชนเขาด้วยอะไรโดยธรรมเราเพิ่งจะเสียงว่าปัจจัย 4 เพิ่งจะบริ ร้านส่วนจําเป็นเราพึ่งโดยธรรมโดยไม่มีจิตโลกแล้วรับข้าวเรารับที่อยู่เรารับเครื่องนุ่งห่มถ้าเรารักของจากฆราวาสอนุมัติจากผู้อื่นเข้ามาเป็นปัจจัย 4 ก็ตามเป็นอาหารเป็นที่อยู่เป็นเครื่องนุ่งห่มเป็นยารักษาโรคหรือแม้บริขารบางสิ่งบางอย่างที่เราจะเอามาใช้ประกอบเขารู้ว่าเรารับมาโดยเราไม่มีความโลภแล้วไม่ได้รับมันด้วยโรคจริงๆรู้จิตรู้ใจเห็นจริงเห็นจังว่าเราไม่ได้รับมาด้วยโลกแล้วแท้ๆแล้วเราก็มันก็หมดสิ้นกันแต่โดยธรรมมันมีอยู่ว่าเรารับมาจากเขาเราก็พึ่งเขาอยู่ เพราะอันนี้จะเป็นเชื้อที่ทำให้เราเกิดเมตตาจิตเกิดพรหมวิหารเกิดกตัญญูกตเวทิตาเกิดการตอบแทนเกิดการรู้จักบุญจากคุณเกิดการสิ่งที่เกิดเป็นเกิดแล้วการสัมผัสเขาเอามาให้เราไว้ก็เป็นการสำคัญเป็นพันธุเป็นการเกี่ยวโยงเขาให้เราสังเคราะห์ร่างกายไว้ในสิ่งประกอบพวกนี้ที่จริงเราก็ไม่ได้รักร่างกายไว้หรอกแต่มันเป็นไปโดยธรรมมันไม่ดูทารุณอะไรและการกระทำเขาทำทานมาตัวบทแห่งการกระทำนั้นสิเป็นคุณธรรมคนในโลกนี้มีการทำทานเป็นคุณธรรมเพราะแม้แต่กรรมกายกรรมที่ ทานนั้นเป็นของดีแล้วแล้วเขาก็ทำถูกจุดด้วยเขาทำกับผู้อันควรทำคือผู้ที่ไม่มีความโลภหรือผู้ที่จนผู้ที่น้อยผู้ที่ด้อยผู้ที่ขาดแคลนอย่างเราเป็นพระนี่เราขาดแคลนเราพูดนี่เราเข้าใจเพราะเรารับเราได้สิ่งเหล่านี้เป็นของดีจริงๆที่เขารู้ที่ควรให้และเขาก็ให้คนที่ควรให้ให้แล้วก็เป็นการกระทำที่น่าเป็นแบบอย่างเพราะโลกมันจะมีแต่จะเอาเขาทำกรรมวันนี้เหลือไว้อยู่ในโลกเขาก็ทำทานนี้เป็นกรรมอันควรที่จะเกิดขึ้นในคนเห็นไอ้คนสำคัญในคนได้อ่านให้คนได้รับรู้ถ่ายทอดไปให้มีกรรมอย่างนี้เกิดในโลกมากๆเพราะว่าเป็นกุศลกรรมเป็นกรรมอันควรที่จะมีสัมผัสอยู่รอบทิศรอบด้านไม่ใช่จะมีจะเอาจะแข่งจะแย่งแต่เบียดเบียนกัน มันก็เป็นของดีเพราะเราเป็นต้นเขาที่จะให้เขากระทำกรรมเราเป็นปฏิคาหกให้เกิดทายกเราเป็นปฏิคมเป็นฐานรับให้เกิดฐานให้ให้เกิดกรรมซึ่งมีการตอบแทนตอบทวนกันอยู่กลับไปกลับมาเรียกว่าปฏิสนธิปฏิสนธิถ้าไม่มีผู้ที่จะต้องรับการให้คนให้ก็ไม่รู้จะไปให้กับอะไรเพราะถ้าเมื่อเรามีสิ่งที่ควรให้เป็นอาหารอย่างบุคคลผู้ควรได้รับของทานเป็นที่สุดเรานี่เป็นผู้ที่เด็กควรได้รับของทานเป็นที่สุดยิ่งกว่าใครในโลกถ้าเราไม่มีเสียงมันก็ ควรจะให้ใครที่ดียิ่งกว่าเพราะเราเป็นผู้ที่ไม่เอายิ่งกว่าคนที่ให้แก่ผู้ที่ไม่เอายิ่งกว่าหรือไม่อยากได้ยิ่งกว่าพวกนั้นยิ่งประเสริฐสุดมันจะมีสุดยอดแล้วไม่มีที่สูงสุดยอดยิ่งกว่านี้แล้วเราจึงจำเป็นจะต้องเป็นผู้ที่คอยรับประทานเขาอยู่คอยรับสิ่งที่เขาจะต้องมาทำตามเพราะเราเป็นผู้ไม่เอาถึงแม้ว่าเราเอาเนี่ยเราก็เป็นแต่เพียงรับสิ่งที่มันจะต้องสังเคราะห์ร่างสังเคราะห์กายสังเคราะห์ความเป็นอยู่โดยธรรมโดยธรรมดาธรรมชาติโดยปกติของมันควรเป็นฝ่ายจิตของเราไม่มีตัวยากินเราก็ไม่ได้ด่าคุณและอยากรู้ผมก็ไม่ได้อยากรู้ผมและ ได้ที่พักแล้วก็ไม่ได้อยากได้ที่พักแล้วอยากได้ยาแล้วก็ไม่อยากได้ยาถ้าอยากได้บริหารแต่มันต้องมีประกอบการเป็นอยู่เท่านั้นเองและเมื่อเขาเอามาให้เราก็รับไม่รับเราก็ให้เขาตอบจึงเรียกว่าปฏิเสธนาโนแต่วันที่พึ่งแก่กันและกันเมื่อเขามาให้เราด้วยกรรมโดยคล้ายๆกับเราพึ่งเขาก็จริงก็เราก็พึ่งเขาเพราะเราไม่ได้ปลูกข้าวเพราะเราไม่ได้เป็นคนนักสร้างที่อยู่เราไม่ได้เป็นช่างทอผ้าหรือว่าหาเงินไปซื้อผ้ามาเป็นเรื่องยารักษาโรคคนดีและบริการต่างๆก็ดีเรา ไม่ได้มีสมบัติอะไรเป็นแลกไปซื้อไปหามาเป็นสิทธิ์ของเราเขาต่างหากเป็นผู้ที่เอามามอบให้เราโดยยินดีโดยมอบสิทธิให้โดยบริสุทธิ์ว่าจงเป็นของท่านอย่างบริสุทธิ์ท่านจงรับเอาไปเป็นสิทธิของท่านมีข้อให้นะเขาให้มาก็ให้มาแล้วจะรับเอาสิ่งนี้แล้วมาเป็นสิทธิหรือว่ามาใช้สมควรแก่ความจำเป็นจำเป็นที่สุดเรารับมาและเราก็ใช้ให้มันนอนประหยัดที่สุดเป็นไปโดยประหยัดที่สุดเราก็เป็นคนที่เรียกว่าช่วยเหลือเขาเพราะเขาทำออกมาเขาทำออกมาเขาก็ต้องใช้ประโยชน์ใช้แรงใช้อะไรต่ออะไรต่างๆถ้าเรามาสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยเปล่าๆ เราไม่ต้องฟุ่มเฟือยขนาดนั้นเราก็อยู่ได้แล้วไม่ต้องมากขนาดนั้นมันเกินแล้วก็ต้องรู้เราสอนเขาไม่ให้ฟุ่มเฟือยเนี่ยเป็นการตอบแทนตอบแทนบุญคุณเท่านั้นเราสอนเขาไม่ให้ฟุ่มเฟือยเป็นการตอบแทนบุญคุณเป็นกรรมเป็นกิริยาแห่งการมัธยัสถ์เพราะโลกเขาไม่รู้จักการมัธยัสถ์เราได้มาเรายิ่งฟุ่มเฟือยมากมากมันเขาเขาก็ไม่ค่อยรู้อยู่แล้วล่ะในคนที่ร่ำรวยมันคือที่เขามีมากเขาไม่รู้อยู่แล้วเพราะแม้แต่คนจนเขาก็อยากจะมีเหมือนอย่างกับคนที่ร่ำรวยมีมากๆโดยไม่ต้องระมัดระวังทำลายใช้จ่ายอาจเสียเทเสียไปได้ง่ายๆเขาก็อยากจะทำอย่างนั้นไม่ต้องกำหนด แหมไม่ต้องกระเบียดกระเสียนเพราะดูมันต้องระมัดระวังเต็มทีมันต้องใช้สติสัมปชัญญะเหลือเกินเขาไม่อยากทำอย่างนั้นเราเองนี่แหละเราจะต้องมีแสดงถึงความมีสติสัมปชัญญะให้เขารู้แล้วเราก็พยายามประหยัดให้เขาเห็นเป็นการตอบแทนแล้วส่วนกรรมอันอื่นที่ยิ่งกว่าการประหยัดตอบแทนให้เขาเห็นยังมีอีกเยอะแยะที่เราจะเป็นผู้ที่มักน้อยเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้มากนอกจากประหยัดเป็นแล้วเราอยากจะรู้ว่าตัวประโยชน์คืออะไรเรามีประโยชน์โดยการงานที่เหมาะสมในหน้าที่เราจะทำไปแก่คนอื่นเราก็ทำกรรมอันนั้นทำการ ทำวันนั้นถ้าการกระทำของเรามันไม่เป็นประโยชน์มันเป็นตัวอย่างแต่ว่าโอ้นี่ขี้เกียจสันหลังยาวนี่มีแต่เอาเปรียบเอารัดนี่มันก็กลายเป็นว่าเราสอนเขาเขาสอนเขานับถือเราเขาก็จะเอาอย่างเราเขานับถือเศรษฐีเขาจะเอาแบบเศรษฐีคนจนนี่มันมันมองเศรษฐีเหมือนพ่อเศรษฐีมีเงินมันอยากเอาอย่างเศรษฐีโดยที่มันไม่รู้ความซ้อนอยู่ในจิตหรือเปล่าไปเอาอย่างเขามีอะไรนิดอะไรหน่อยทำให้เหมือนๆเศรษฐีแล้วมันก็เลยยิ่งจนเข้าไปหนักใจโดยไม่รู้ตัวเนี่ยมันมันขาดทุนตรงนี้แหละคนที่เรียกว่าเอาวิชาหรือว่ายังโมหะยังไม่รู้ตัวยังไม่รู้ฐานะและยังไม่รู้ตัวตนเพราะเราจะต้องเป็นตัวอย่างแต่เขา ประเทศที่มีความสุขเราก็เป็นผู้มีความสุขเพราะฉะนั้นเศรษฐีก็ทำสุรุ่ยสุร่ายอย่างเศรษฐีเราก็มีความสุขและเราไม่สุรุ่ยสุร่ายอย่างเศรษฐีเพื่อช่วยเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่คนจนอีกทีนึงหลังจากนั้นและคนจนไม่มีตัวอย่างดูเลยเข้าไปดูในเศรษฐีเอาอย่างเศรษฐีสมุดตายกันพอดีจริงๆเศรษฐีคนนั้นเศรษฐีปลอมไม่ใช่เศรษฐีจริงเพราะเศรษฐียังปากถุงเปิดอยู่เลยยังอ้าเลยเทเข้าไปเท่าไหร่ไม่รู้จักเต็มแล้วยังไม่ใช่เศรษฐีแท้ต้องเต็มล้นออกถึงเรียกว่ามีมากแล้วก็ให้แก่คนอื่นเขาได้และเร็วเศรษฐีจริงเป็นผู้ที่โตเป็นผู้ที่อุ้มชูเศรษฐีแปลว่าใหญ่ผู้ที่ใหญ่ผู้ที่อุ้มชูช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วยว่าเศรษฐศาสตร์ เศรษฐีไอ้นี่มันเศรษฐีผู้มีใหญ่ที่จริงโดยสัจธรรมเขาก็มีใหญ่แต่เขาอุ้มชูคนอื่นไม่ได้เขาไม่ใช่เศรษฐีหรอกให้เขามีมากเท่าไหร่เขาก็ไม่ใช่เศรษฐีเขาไม่ใช่พี่เศรษฐีแปลว่าพี่เขาไม่ใช่พี่เขาอุ้มชูน้องไม่ได้คนที่อุ้มชูน้องได้จึงจะเรียกว่าเศรษฐีหรือเศษโถเศรษฐาเรียกว่าพี่ที่แท้จะต้องเป็นผู้คุมเขาได้ช่วยเหลือ Free Fire ได้เสียสละได้ให้ได้จึงจะเรียกว่าเศษผีหรือเศษโถวิเศษถามที่เรากระทำอยู่ทุกวันหรือการงานเราจะต้องพยายามเข้าใจให้ซื้อรู้ให้ละเอียดแล้วก็กรรมนั้นโดยจริง คนสิ่งที่จำเป็นปุริสลักษณะลักษณะที่จะเกิดสั่งสมต่อตามมาจนกระทั่งกลายมาเป็นรูปนั้นมันจะเป็นจริงเองเป็นจริงเองไหล่เรียงมาดังที่ใดอธิบายแล้วจะมีความบริสุทธิ์ความสะอาดจะมีความจริงยังไงลักษณะยังไงผมพยายามอธิบายให้มันต่อกันเชื่อมโยงต่อกันว่าเพราะทำกรรมอย่างนี้จึงมาเกิดผลอย่างนี้จึงมีผลอย่างนี้ให้มาตอบแทนเช่นเราจะได้รับทรัพย์สินเงินทองถ้าเราจะรวยเราจะมีไอ้โน่นไอ้นี่อะไรมาให้แก่เราเองเพราะทำกรรมอะไรอย่างที่อยู่ในนี้ว่าไว้เราจะเกิดผลมีจากการมีทรัพย์สินมีพวกกระชับอะไรต่างๆหรือว่ามีปัญญาแหลม หรือว่ามีแม้แต่เครื่องบริโภคเราจะทำอะไรเพราะเราได้ทานสิ่งที่เป็นของเคี้ยวอย่างนี้ก็อธิบายไปแต่ต้นแล้วเราจะมีบริโภคของเคี้ยวมีเส้นตื้นเพราะเราเองเราเป็นผู้ได้สงเคราะห์สังคหวัตถุ 4 เราจึงเกิดมีผู้ย่อมเป็นผู้สงเคราะห์บริษัทเมื่อเป็นผู้ที่มีฝ่าเท้าเต็มดูตาข่ายมีอะไรต่ออะไรซึ่งมันเป็นความสืบโยงความเชื่อมโยงเป็นปฏิสนธิหรือเป็นพันธุต่อกันไปกลับไปกลับมาถ้าเข้าใจเป็นธรรมาธิษฐานโดยที่ไปถึงธรรมในธรรมเป็นที่สุดแล้วมันไม่หมดปัญหาและเราก็ไม่จำเป็นว่าลูกมันจะเกิดหรือ มันจะเป็นของมันเองจะไปของมันเองอันนั้นเป็นเรื่องของบุคลาธิษฐานกับธรรมาธิษฐานถึงขั้นอธิบายแจกแจงอย่างยาวอย่างละเอียดมาแล้วถ้ามีบทหนึ่งมีอีกวัดหนึ่งที่ท่านรวมไว้ในที่นี้ได้เป็นบทแห่งโพธิสัตว์ก็จะขอเอาคำเอาบทสุดท้ายนี้ไว้แล้วก็สรุปได้แล้วใครจะฟังทั้งเรื่องของคำอธิบายเกี่ยวกับทำมาที่ฐานในเรื่องของประวัติศาสตร์ ก็เอาไว้รวมไว้เป็นหมวดหมู่เป็นเรื่องของบุคลิกฐานที่เข้าใจได้เป็นธรรมอธิษฐานอันอธิบายโพธิโพธิสัตวลักษณะต่างๆอันสุดท้ายนี่มันมีว่าคือพระสูตรได้ 7 วันพระชนมณีที่มงคลพระโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์ประสูติได้ 7 วันพระชนนีที่มงคลถูกแล้วอานนท์ถูกแล้วอานนท์จึงเที่ยวมารดาแห่งโพธิสัตว์มีชนมายุน้อยเมื่อประสูติพระโพธิสัตว์แล้วได้ 7 วันมารดาแห่งประวัติศาสตร์ย่อมสวรรค์ชั้นดุสิตพระ รับพระอานนท์แล้วก็รับอย่างนั้นแหละเพราะพระพุทธเจ้ารู้ว่าพระอานนท์นั้นน่ะอธิบายเป็นบุคลิกฐานไว้เท่านั้นแหละจะอธิบายเป็นธรรมอธิษฐานหาได้ไหมสำหรับพระอานนท์ท่านถึงไม่อธิบายและท่านก็รับตามธรรมนี่ก็คงจะเป็นความลับจากการโดนว่าได้ยินมาว่ามารดาพระโพธิสัตว์นั้นไปสู่พระโพธิสัตว์และ 7 วันก็ต้องสวรรคตดังนั้นหรือคงจะทำอย่างนี้แหละพระพุทธเจ้าทั้งนี้อาจจะตัดมาเฉพาะตอนสมเด็จแล้วอานนท์ถูกแล้วอานนท์จริงเทียวมันยืนยันมั่นคงเลยถูกแล้วก็ต้อง 2 ครั้งจริงทีโอตามไปอีกความจริงเชียวมารดาแห่งโพธิสัตว์มีชนมายุน้อยมารดาบริษัทจะมีชนมายุมากไม่ได้ อธิบายคำล้อคำเฉยๆนะล้อความเฉยๆนะและชัดชัดที่สุดจริงที่สุดมารดาแห่งโพธิสัตว์มีชนมายุน้อยผู้ให้การเกิดฟังให้ดีนะโดยพระอริยะผู้ให้การเกิดจะเป็นสัจธรรมยืดเยื้อยืดยาวมีอายุยืนนานอยู่ไม่ได้แม่ไม่อายุนานหรอกผู้ทำการเกิดการเกิดเป็นทุกข์น่ะที่เราให้เกิดกับเพราะว่าเราเองเราเห็นสิ่งดีเท่านั้นเองเพราะเราทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากเราจึงให้เกิดเกิดแล้วเราก็จะมีจิตใจเห็นอยู่ชัดเด่นเลยว่าเราจะต้องรู้วันรู้เวลารู้กำหนดว่าเราจะต้องทำแต่เพียงเท่านั้นเท่านั้นแล้วเราจะหยุดจะต้องดับต้องหยุดต้องตายไม่งั้นมีแต่เกิดเกิดเกิดเกิดมีแต่แม่แม่ โสดตลอดกาลแม่จะให้การเกิดตลอดกาลเพราะฉะนั้นแม่ต้องฆ่าความเป็นแม่หรือแม่ต้องตายจะอธิบายเป็นธรรมอธิษฐานต่อไปลองฟังดูดีๆแม่ต้องตายน้ำมันได้บริษัทมีชนมายุน้อยอ้อมน้อยต้องไม่มากเมื่อประสูติประวัติศาสตร์แล้วได้ 7 วันมารดาแห่งบริษัทย่อมสวรรคตเมื่อทำสิ่งที่เกิดประสูติโพธิสัตว์ให้การเกิดแก่สิ่งที่ดีโพธิสัตว์หมายความว่าผู้สร้างปัญญาตรัสรู้เมื่อสร้างปัญญาตรัสรู้สร้างสิ่งที่จะก่อให้เกิดการรื้อขนสัตว์หรือว่าการช่วยเหลือผู้อื่น สร้างสิ่งที่เป็นสิ่งที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเกิดขึ้นมาแล้วก็รีบตัดเชียวรีบหยุดเชียวอย่าให้เลยเถิดไปจงมีสติสัมปชัญญะว่าในรอบของไตรลักษณ์ทุกข์ไตรลักษณ์เราจะต้องรู้แม่เราให้เกิดแรงรัก 1 รอบในเป็น 3 ให้เกิดลายลักษณ์ 2 รอบในออกมาอีกโตขึ้นมาอีกมันก็ออกมาภายนอกเป็น 6 2 6 แล้วนะถ้าไตรลักษณ์ให้เกิดอีก 31 เป็น 9 ถ้าเป็น 9 นี่เป็นรอบใหญ่ขึ้นมาแล้วนะถ้าใหญ่แล้วบ่ได้ใจก็ใหญ่ดึงขึ้นไม่หยุดนะเป็น 9 เลยจะดึงไม่หยุดนะเพราะฉะนั้นในฐานะของเราโพธิสัตว์ ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดถึงพุทธะพุทธะถ้าจะให้เกิด 9 หรือท่านจะให้เกิด 10 เรื่องของพุทธพิสัยเราไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราไม่พูดจุดนั้นฟังจุดให้ดีนะที่แยกไว้ว่าจุดพุทธะของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ของโพธิสัตว์เพราะฉะนั้นเอาคำปัจจุบันมาทำเดี๋ยวนี้มันเรียกว่าโพธิสัตว์บริษัทจะให้เกิดได้แค่ 700 รวมอย่างมากที่สุดแค่ 70 อย่าประมาทอย่าประมาทโพธิสัตว์ใหญ่ยังไงยังไงก็อย่าประมาทผมเคยพูดกับคุณว่าผมเองพยายามทำจุดที่ 8 ผมเคยพูดกับพวกคุณคงจะจำได้ผมพยายามทำจุดที่ 8 ผมพยายามและผมจะไม่ประมาทเป็นอันขาดเลยถ้าผมทำผมเสร็จผมก็จะพยายามหยุดที่สุดที่ผมทำ เพราะผมจะต้องใช้สติสัมปชัญญะสร้างสร้างสร้างอินทรีย์เพราะรักของผมผมทำของผมเองถ้าพวกคุณเห็นว่าพวกคุณยังไม่ถึงผมไม่เท่าผมอย่าเลยอย่าอาจหาญผมเองผมทำ 8 ไม่ได้ทำ 8 ไม่ได้มาตั้งนานผมพยายามรู้ตัวมันก็จะพยายามทำแต่พยายามทำอยากมี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive