200110-018 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน018-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 10 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกทรมานทำวัตรกันต่อถ้าเราได้เริ่มต้นตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เล่าเรื่องราวที่ดีก็ทำเองท่านได้รับความสงบอยู่ติดตามอยู่ด้วยอะไรต่ออะไรให้เยอะแยะแต่ท่านเองท่านก็ยังสามารถที่จะรู้สามารถที่จะหลุดออกมา จากการปราศจากอกุศลต่างๆออกมาได้แม้มันจะมากเดี๋ยวแม่มันจะมากแม้มันจะเยอะแยะดังที่ท่านมียกตัวอย่างและสัตว์เอาไว้แล้วว่าทำเองนี่เป็นผู้ที่ได้รับประคบเป็นผู้ดีผิวบางเป็นผู้ที่ควรจะอ่อนแออย่างยิ่งแต่ท่านก็ไม่อ่อนแอท่านก็ยังเอาชนะมันได้โดยตรงแล้วถ้าเกิดว่าผู้ที่ไม่มีกำลังไม่มีอินทรีย์ของอย่างนี้แล้วก็จะลุกไม่ขึ้นจะถูกทับถมเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าผู้ใดไม่ประมาทก็จะไม่พยายามเอาตัวเข้าไปถูกทับเพราะมัน ไม่ใช่ของง่ายในใจของนายก็จะอวดดีอวดดีไม่ได้แล้วเราไม่ประมาทกันแน่ๆสำหรับผู้ที่เข้าใจดีๆก็ไม่เข้าใจดีๆอวดดีอวดรันไม่อยากจะลองก็จะเข้าไปทดสอบแม้แต่ว่าเราเองเรายังไม่ได้ไปทดสอบเราก็เขาก็อยากไปทดสอบอยากไปลองดูอยากจะรู้เพื่อที่จะไปโหลดอีกทีหลังดิ้นดันเข้าไปหาทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลยเราใช้ปัญญาแล้วไม่จำเป็นหรอกที่จะเข้าไปทดสอบเป็นสิ่งที่หนักที่ร้ายที่แรงอะไรพวกนั้นเราใช้ปัญญาอันยิ่งใช้ปัญญาทำความเข้าใจในรูปพลอยเข้าใจในส่วนที่เป็นรูปเป็นนามว่าอย่างนั้นอย่างนั้นจิตของเราเป็นนามเหมือน จุดธูปอะไรที่แก่ที่จัดจ้างที่มีลักษณะอะไรต่ออะไรเข้าไปอีกนั่นน่ะเราเข้าไปติดมันเองเป็นรูปเป็นรอยอะไรจากนั้นก็ไปต่างๆนานาเขาบอกว่าเราใช้ปัญญาอันยิ่งเราก็อาจสามารถที่จะรู้ได้โดยไม่จำเป็นจะต้องอดทนไฟคลุกคลีเช่นว่าเรารู้ว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งเสพติดเราก็ไม่เคยสูบกลิ่นแล้วก็ติดฝิ่นกันแล้วก็ไม่เคยติดสิ่งและก็ไม่จำเป็น
อ่านต่อ
ที่เราจะต้องเข้าไปลองทดลองสูบฝิ่นดูติดฝิ่นแล้วค่อยมาหลุดออกจากฝิ่นอีกดังนี้เป็นต้นไม่จำเป็นอะไรแล้วไม่จำเป็นใช้ปัญญาอันยิ่งวิปัสสนาวิเคราะห์ในรูปรอยต่างๆไม่เช่นนั้นเราจะเสด็จไปขับเด็กมันหมดทุกอย่างเลยในโลกนี้มีแต่ไม่รู้กี่เท่าไหร่ มีตั้งมากมายก่ายกองที่เราจะต้องไปขับติดมันหมดเพื่อที่จะมาหลุดออกไปเลยมันโง่เกินไปถ้าคนฉลาดก็เราติดอยู่เท่านี้ตัวตนเองว่าในโลกนี้มีสิ่งที่โลกเค้าติดอยู่โอ้เรามีจำนวนนิดเดียวเท่านั้นเองก็ยิ่งดีสิหวานเลยติดอยู่หน่อยเดียวรีบฉลาดมันออกเสียไอ้การออกแล้วมันจะมีหลุดพ้นจากสิ่งที่เราติดได้แล้วเนี่ยเราจะทำปัญญาให้แจ้งได้ปัญญามันจะเกิดได้มากได้ว่าโอ้มันมีขั้นตอนมันมีชั้นเชิงมันมีลักษณะที่น้อยไปหามากมากไปหาน้อยต้นกลางปลายกลางต้นมีหยาบกลางละเอียดกลางหยาบเป็นอารมณ์อยู่ย้อนขึ้นย้อนลง 1 2 3 4 4 5 6 7 8 9 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 มันก็อย่างนี้ถ้าเพิ่มเข้าไปอีกมันก็เกิน 10 ไปก็ทับทวีก็ไม่ได้เป็น 20 เป็น 30 เป็น 40 50 60 ก็เป็นชั้นเชิงไปจนกระทั่งเป็นร้อยมันก็เป็นชั้นเชิงเหมือนกันกับสิบร้อยมันจะเป็นร้อยเป็นชั้นเชิงเข้าไปเป็นร้อยสองร้อยสามร้อยสี่ร้อยห้าร้อยหกร้อยเป็นพันมันเริ่มชัดเชิงเดียวกันกับ 1-10 แล้วก็ทำเป็นพันก็เป็นยกระดับขึ้นไปอีกจำนวนยก 3,000 ขึ้นไปเป็นจำนวนล้านเลยมันก็เป็น 1,200 ล้าน 3 ล้าน 4 ล้าน 5 ล้านลักษณะเดียวกันเป็นแต่เพียงว่ายิ่งเป็นความหนักเป็นความใหญ่เป็นปริมาณอันกว้างขวางมากขึ้นเท่านั้นเองเมื่อเราเข้าใจว่าเป็นยา ลักษณะรูปรอยอย่างนี้แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทดสอบไปทดลองอะไรในรายละเอียดที่จะต้องใช้ทดสอบจำนวนที่ 17 ที่ 57 ที่ 28,000 ที่ 73000 อะไรรายละเอียดจุดอย่างโน้นอย่างนี้ไม่จำเป็นอะไรไม่จำเป็นเพราะว่าแม้แต่ที่จะสูงขึ้นไปก็หลักสิบมันเป็นหลักร้อยหรือไปเป็นหลัก 80 90 อะไรไม่จำเป็นที่เราจะไม่ต้องทดสอบอะไรมากมายเราทำปัญญาอันยิ่งให้รู้ว่าสิ่งที่เราติดอยู่เดี๋ยวนี้ก็มีเชิงชั้นในเชิงมีชั้นมีระดับแนวนี้ก่อนมีแก่อยู่ในตัวมีหยาบกลางละเอียดมีละเอียดกลางหยาบเป็นชั้นเชิงอยู่เหมือนกันในรูปรอยอย่างนั้นอย่างนั้นสูงต่ำ แล้วยิ่งซอยละเอียดยิบเข้าไปในสิ่งที่เราติดนั่นแหละเรารู้ว่าโอ้นี่แรงขนาดนี้นี่อ่อนลงมาขนาดนี้แล้วไอ้เบาขนาดนี้ที่บ้านไปอีกหมดแล้วก็ร้องพิจารณาซ้อนขึ้นมาหาย่าอีกเราก็จะรับรู้สึกได้เรื่องอื่นก็โครงสร้างเดียวกันมีนัยยะเดียวกันเรารู้รูปหล่ออย่างนี้ทั้งหมดแล้วเราก็คำนวนไปได้หมดโถหนักขึ้นมันก็หนักขึ้นแค่นั้นเองมันจะเพียงเราอยากจะลองแรงของเราว่าเราจะรู้เราไปติดมันเราก็ไปจะเป็นยังไงก็ไม่จำเป็นที่เราจะไปติดสิ่งเหล่านั้นทีนี้เมื่อเราหลุดพ้นอย่างนั้นได้เราจะเข้าใจอย่างแจ่มชัดเลยเราจะไม่เข้าใจแจ้งฉันแล้วเราก็จะเอาเวลาหรือว่าเอากำลังมาใช้กับสิ่งที่บุคคลธรรมดาธรรมดาที่เขาจำเป็นจะต้องไปสู้ ต่อสู้ไปพบกับมันด้วยเป็นอุปสรรคของมนุษย์และเราจะไปพล่านกับเขาลองดูแต่ไม่ใช่ไปเสพไปติดเป็นรองไอ้สิ่งที่เขาไปหลงไปติดไอ้ปุ้มๆอะไรไปต่างๆนาไอ้อย่างนั้นสิเราควรจะใช้เวลาเช่นเราไปต่อสู้กับดินน้ำไฟลมสัตว์เสือกลิ้นคลานให้ได้พระพุทธเจ้าท่านว่าอริยะของท่านอรหันต์ของท่านหรือพระสาวกของท่านต้องต่อสู้ได้อย่างนี้ชาวมนุษย์ธรรมดาคนธรรมดาเขาพบปะเขาจะต้องต่อสู้อย่างนี้สิเราเอาเวลามาลองอย่างนี้ยังดีซะกว่าเป็นธรรมดาของมนุษย์และเราจะได้มีสิ่งที่จะช่วยมนุษย์เขาได้เราก็ไปสู้เราหัดสู้กันแดดน้ำไฟลมอย่างที่เราก็ทำกันอยู่เนี่ยหาคนขับชนในส่วนที่มนุษย์มนุษย์บางคน วันนี้จะกินผัดเผ็ดก็กินมื้อเย็นมื้อก็อย่างนี้มันจนเราจะได้เออเผื่อมนุษย์สักมนุษย์สรรพสัตว์ทั้งหลายแต่ก็ยากก็จนก็ไม่มีจะกินก็ทุกข์ยังไงเราจะได้รู้ได้พูดถูกจะได้ไปสอนก็ถูกหักอดดูบ้างลองดูว่าเป็นยังไงมีเวทนายังไงมีสัญญายังไงเราก็จะได้รู้จริงเพื่อเป็นประโยชน์แก่เขาถ้าอย่างนี้เราก็ยังได้ผลยังมีประโยชน์กับมวลชนไม่ใช่จำเป็นจะต้องเป็นที่เดือดร้อนอะไรที่มันรองแรงที่มันไม่ควรลองอ่าแล้วผู้ใดที่มีติดอยู่น้อยแล้วจะอุทานมีคิดอยากจะไปติดอะไรมากๆเพื่อที่จะมาฉลาดสุดอย่างขาดทุนโง่และติดอะไรอยู่เท่าที่เรามีมันไม่มากมายดีแล้วหวานอะไรเป็นอาหาร สลัดออกเลือดออกล่างออกไวๆนี่ยิ่งติดน้อยยิ่งดีที่จะไปหาเรื่องไปอุตรดิตถ์ไปหาอะไรติดมาอีกทำไมมันดูได้แต่คนคิดดูดีๆนะเนี่ยอยู่ดีๆโดนขาที่ไม่ควรไม่ควรจะไปติดต่ออะไรเพราะการที่เราจะไปโรงแรมเช่นเราไปโรงแรมว่าเราจะไปต่อสู้ความทุกข์ให้มันดูทนได้ต่อสู้แดดแล้วไฟลมหมดจากดูมั่งอะไรก็ได้มากกว่านี้มันไม่ใช่จะเข้าไปติดใครอย่างนี้ก็ยาวไปสู้กับไอ้แดงแดกสู้กับการเป็นอยู่สู้ฝืนทนฝืนนอนฟื้นงานต่างๆนานาชนิดทำงานพวกนี้ที่ เราขยันตรงนี้ฟื้นแล้วก็พยายามหัดอุดกั้นแสบขุนให้มันเก่งทำงานเก่งอดนอนเก่งนั่งเก่งเดินเก่งยืนเก่งทำในสิ่งที่เป็นสภาพธรรมไปที่มันเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์คนนี้เก่งไอ้นี่มันยากมันจะติดอะไรกันนักหนาไม่ติดหรอกอย่างนี้ไม่ติดมันไม่ติดมันมีแต่จะต้องพยายามเท่านั้นเองมีจิตที่บาปก็ไปมี 20 บาทก็ไปด้วยซ้ำไปแล้วมันกลับกันคนเรามีแต่คิดอ่านที่จะเอาแรงที่มีเนี่ยไปถมให้กับไอ้ส่วนที่มันติดง่ายและติดอย่างคนคนน่ะผิดแล้วเราจะต้องมาล้างมันใหม่แล้วก็ทรมานตัวเองอย่างนั้นเหมือนกันเป็นการคิดที่มันไม่ฉลาดซะเลยคิดดูให้เห็นจริงๆจะเห็น มันไม่ฉลาดเลยเพราะโดยความฉลาดแล้วเราจะต้องพยายามตรวจตนเห็นที่มีแล้วก็พยายามหรอกลาออกล้างออกจะเอาแรงเอาเรี่ยวเอาเวลาที่มีไปในบำเพ็ญส่วนเป็นตบะที่มันควรจะเป็นอันควรส่งเสริมแล้วก็คนมันเป็นอย่างนั้นดีกว่าอันนี้ก็ลองต่อดูซิเราฟังแล้วจะมาบริการต่างๆพวกนี้ต่อไปถ้าทรงหลงกราบและหลุดจากการดูก่อนอาหารนามะแต่อันนี้ก็ไม่ใช่ว่าไปแล้วใช่ไหมเอาต่อไปเอาความรู้สึกที่ถึงกับทำให้ออกบวชอันนี้ไปแล้วนี่หา ถ้าต่ออันความรู้สึกที่ถึงกับทำให้ออกผนวชนี่แหละนะต่อจากบทว่าภิกษุทั้งหลายบุตรภริยาที่มีความเกิดเป็นธรรมดามีความสมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดาภาพหญิงภาพชายมีความเกิดเป็นธรรมดามีความสมองรอบด้านเป็นธรรมดาและจะมีความเกิดเป็นธรรมดาอะไรต่ออะไรเนี่ยพวกนี้แม้แต่สมบัติอะไรต่างๆทองเงินไปจนกระทั่งสิ่งที่มนุษย์ก็ไปเทิดทูนเอาไว้เหล่านี้ทั้งหลายซึ่งเป็นความเศร้ามีความหมายเป็นความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดาธรรมดาแต่คนก็ยังพากันไปจนติดอยู่พากันเต็มมัวเมาไปหลงสยบนะไปหามาให้มันหมอมันเศร้าอย่างที่อธิบายไว้แล้วว่าเรื่องของความหมองความเศร้าโดยเราไปหลงผิด อยากเป็นโลภะโทสะเอาจริงนะเป็นโรงพักเอาจิตไปโทรศัพท์กับมันไม่ใช่ว่ามองเศร้าอย่างตื้นๆนี่เราพูดกันสูงขึ้นมาให้เข้าใจเพราะไปมองทราบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นโลกอยู่ในลาบยศเป็นโรคอยู่ในแก้วแหวนเงินทองหรือเป็นสิ่งนั้นไปตั้งขึ้นที่จิตแล้วก็เอาให้มันมาด่าพลอยที่จิตมันก็ด่าก็ร้อยจิตมันก็มองก็มัวแต่เราไม่เอาแล้วทีนี้ก็มาถึงภิกษุทั้งหลายความคิดอันนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราทำไมหนอเราซึ่งมีความเกิดความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดาอยู่แล้วจะต้องไปมัวแสวงหาทางดีๆจะต้องเป็นมวย แหวนหาสิ่งที่มีความเกิดความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดาอยู่อีกไฉนหนอเราผู้มีความเกิดอย่างเมื่อกี้เนี่ยความเกิดและความเศร้าหมองโดยรอบด้านอย่างเป็นธรรมดาความสมองโดยรอบด้านธรรมดาอยู่เองแล้วครั้นได้รู้สึกถึงโทษอันต่ำทรามของการมีความเกิดความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดานี่แล้วเราพึงแสวงหานิพพานอันไม่มีความเกิดอันเป็นธรรมที่เกษมจากเครื่องร้อยรัดไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าท่านแสดงคิดเห็นไม่เกิดปัญญาและสิ่งที่เราไปแสวงหาอยู่ในโลกล้วนแล้วแต่แสวงหามา เศร้าหมองทั้งนั้นเพื่อทำให้เรามีความโลภหรือเพื่อทำให้เรามีจิตใจที่ไม่ใสสะอาดนั่นแหละเรียกว่าเศร้าหมองเมื่อเราไปแสวงหาโรคมาให้แก่ตนมีความมุ่งหมายอยู่ที่ว่าเอามาให้แก่ตนตนจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นต้องเสพต้องเสวยซึ่งเป็นธรรมดาธรรมดาแสวงมันก็จะต้องมีอารมณ์อย่างนั้นอยากได้ใครถูกยึดขึ้นมามันเศร้าหมองเศร้าหมองที่จิตด้วยมันเป็นความเกิดขึ้นมาอีกแล้วมันมีอะไรพ่อขึ้นมาอีกแล้วเป็นธรรมดาธรรมดามันจะมีอยู่เสมอเลยโดยมากโดยธรรมดาโดยทั่วไปโดยปกติมนุษย์ทำไมเราจะต้องไปคิดอ่าน เพิ่มเข้าไปอีกล่ะคนเราเกิดมาตั้งแต่เด็กแต่เล็กจะมีเชื้อวิญญาณมีอะไรติดขึ้นมาแล้วมันก็ใครอยากเหมือนอย่างที่จะต้องพิจารณามันหรือไม่ก็ตามจะเห็นหน้ามันก็มีแต่ความจะต้องเอาจะต้องแสวงหาจะต้องคว้าต้องดิ้นต้องยึดดูตั้งแต่เด็กๆไม่มีอะไรหยิบจับเอาดินเอาหินเอาโน่นเอากูกรวดเอาทรายเอาของออกอะไรมาคว้ามาอะไรไปต่างๆนานาบางคนน่ะไม่ใช่พระธรรมดาคว้าเข้าปากเข้าอะไรเคี้ยวกินกลืนเข้าไปพ้นเด็กก็ไม่รู้โตมาก็เหมือนกันคว้าเอานู่นจะแสวงหาโน่นสอดส่ายสอดสายมองหาจะเอามันคิดเกิดตลอดเวลาเป็นสัญชาตญาณของความเกิดไม่รู้กี่งานนับชาติแล้วนี่เป็นธรรมดาหรือเป็นปกติหรือเป็นอัตโนมัติแล้วไปอัตโนมัติอย่างนี้มามากแล้ว ทำไมเราจะต้องไปแสวงหาเพิ่มให้มันอีกพระพุทธเจ้าท่านมองเห็นย้อนมาเลยมนุษย์เป็นมีทิศทางอย่างนี้อยู่แล้วแล้วเรื่องอะไรเราจะต้องไปต่อทิศทางนี้เรารู้แล้วว่าเกิดอย่าไปต่อทิศทางมันทำไมแสวงหาความจบสิ้นแสวงหานิพพานนี้เป็นตัวบริบูรณ์ตัวเข้าใจอย่างสัจจะดูสิให้มันจบให้มันสงสัยหมดวิจิตรอิจฉาหมดสงกรานต์หมดความสงสัยอย่างแท้จริงจนรอบถ้วนให้ดีให้ได้เลยว่าจุดที่ผ่านเกิดปัญญาอ่อนชัดเลยว่าสิ่งเหล่านี้เราไม่จำเป็นต้องต้องการไม่จำเป็นต้องการไม่จำเป็นจะต้องแสวงหาไม่จำเป็นที่จะต้องอยากได้เราไม่ต้องอยากได้อะไรเลยในโลกนี้เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่อยากได้แล้วเราเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเราก็ อยากได้อะไรจริงๆไม่อยากได้อะไรจริงๆแม้ที่สุดเราไปบิณฑบาตเราก็ไม่ได้อยากได้ข้าวไม่อยากได้อะไรต้องเห็นที่จิตของเราจริงไหมไม่เราไม่งั้นเราไม่ได้อยากได้ข้าอยากได้อาหารอะไรแต่มันเป็นธรรมดาของโลกเป็นสมมุติเป็นรูปลอยเป็นอะไรก็ได้ที่มีคนสร้างไว้แล้วมีคนเป็นไปแล้วแล้วเราก็ทำเป็นจำนวนพอดีอย่างพอดีรูปแบบที่งามที่สุดที่เราจะกระทำเราเจตจำนงอยู่ในรูปแบบที่ดีที่สุดในกรรมในกิริยาในโลกแล้วมันจะเกิดความสัมพันธ์ของมันเองแล้วก็ทำไปได้มาประกาศไม่ได้ก็ไม่ได้ไม่มีปัญหาอะไรเมื่อเราแสดงธรรมที่ดีที่สุดแล้วเราก็แสดงธรรมเท่านั้นแล้วเราพิสูจน์ธรรมที่แบบทำการรักษาผูกกับพฤติกรรมทำย่อม สูตรทำย่อมมีอดิเรกลาโภทำย่อมเป็นไปเองภิกษุแล้วเราจะเห็นได้มันก็เป็นฝ่ายเราไม่จำเป็นจะต้องมีจิตสักตัวนึงไปอยากได้อะไรเลยเมื่อคุณแน่ใจแล้วคุณไม่อยากได้อ่ะคุณไม่ต้องไปมีจิตสักตัวนึงไปบิณฑบาตก็อยากได้นั่นอยากได้ไม่จำเป็นไม่เห็นจำเป็นนอกจากว่าเราเกิดความจำเป็นในชีวิตของเราขึ้นมาโอ้ยนี่มันจำเป็นนิดนึงถ้าเผื่อว่ามันเกิดมันเกิดจริงๆมันรู้ด้วยความจริงว่านี่มันเกิดความจำเป็นได้เราไม่มีภาพขาดมันควรจะเป็นแต่เพียงเราคิดอย่างนี้ถ้าผู้ใดมีกำลังจิตและก็มีอะไรช่องทางที่มีบารมีพร้อมๆๆคน ลองดูเถอะไม่ได้แค่คิดอยู่คนเดียวเถอะมาแล้วใส่ลงไปในบาตรหรือว่าเอามาให้อะไรต่างๆนานาปุ๊บปั๊บได้มันคล้ายๆกับมันเป็นมีความเก่งแก้วสารพัดนึกคล้ายๆกันแต่ไม่ได้เจตนานะมันเป็นเองมันเป็นความจริงมันเป็นไอ้นี่มันขาดแคลนนิดหน่อยมันก็บอกว่าได้มานี่ไม่ใช่ของเราหรอกไม่ใช่เพื่อนเราซะจนเราจะเสกเราจะสุขอะไรหรอกเป็นแต่เพียงบูรณะและเป็นกระเทียมรังสรรค์ไว้นิดๆหน่อยๆซึ่งเราเองเราก็ประหยัดที่สุดแล้วเราไม่ได้จัดการเพราะว่าขาดนิดหน่อยแม้จะได้ผ้าใหม่พื้นดีกว่าเก่าอะไรพวกนี้เราก็ไม่ได้ประกาศไม่มีได้ไม่มีเข็มนะแต่กางเกงนี้มันควรมีส่วนก็คือบูรณะอะไรเนี่ยเป็นความควรธรรมดาแค่เนี้ย โสดแค่นี้แหละคุณเอ้ยเทวดาร้อนอาบเลยแต่ถ้าพวกนั้นมีอำนาจกำลังจิตจริงๆนะเทวดาร้อนอาจเลยตีฆ้องร้องป่าวเอ๊ยเช้าโลกาทั้งหลายแกไม่รู้จักธรรมะใจไม่รู้จักเนี่ยควรสิ่งที่ควรสิ่งที่ดีมันจะมีมาเหมือนคล้ายๆอย่างนี้นี่ไม่ได้เล่าลิเกฟังนะฟังดีๆนะนี่แบบนี้ที่พระพุทธเจ้าท่านเทศน์สุดท้ายเนี่ยเสร็จแล้วก็ไปจับเอามาเป็นตัวเทวดากันแต่มันโบราณเขาเล่ามาอยู่แล้วไอ้เทวดามีอะไรบรรดาเขามีอยู่แล้วแล้วก็เล่ามาตั้งแต่โบราณมันจะแสดงบริจาคคนลาวแบบนี้นี่ก็ผมก็เล่าสู่ฟังก็หนึ่งใจอย่างนั้นแหละวันหนึ่งเทวดามีเทวดาร้อนอาจรู้ o-net พระอริยเจ้าทำเดือดร้อนแล้วนี่เทวดาก็จะต้องบันดาลแล้วก็ต้องไปตีฆ้องร้องป่าวบอกให้คนดลใจให้คนนึกว่าทำให้คนเอาของมาให้มันจะเหมือนอย่างนั้นน่ะถ้าคนนั้นมีแรงมีบารมีหรือมีอะไรแต่แรงๆจริงๆจะเหมือนอย่างนั้นน่ะแล้วก็ได้เราจะสังเกตได้เพราะงั้นเราจะเห็นว่าบางทีบางครั้งไม่เหมือนเหมือนลูกฟลุ๊คอย่างนี้เราจะสังเกตได้เพราะถ้าพวกที่มีจริงๆแล้วแต่มันจะเป็นมีช่องทางแล้วมันมีอำนาจของธรรมจริงๆมีอำนาจของธรรมจริงๆเค้าก็จะแสดงออกแล้วมันจะบริบูรณ์อย่าว่าแต่อย่างนั้นแหละอย่างอื่นอีกมันจะทบทวนมาหาเราเองเพราะเรามีความเกิดอยู่เป็นธรรมดาโดยเราหลงเป็นสัญ ยาหรือเป็นอะไรตาย YouTube เพราะอย่างนี้เราไม่ต้องแสวงหาไม่ต้องอยากได้ในที่สุดเราไม่ต้องอยากได้อะไรมีแต่กรรมมีแต่กิริยาอันงามพร้อมและเจตนาสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างเจตนาทำดีดีอะไรให้แก่มวลมนุษย์ที่เป็นกรรมที่ดีกุศลกรรมที่ดีทั้งหลายเท่าฐานะของเราในคอเขตของเราเราจะแสดงธรรมเราจะทำงานเราจะทำโน่นทำนี่อะไรในขอบเขตที่ทำได้อย่างถูกต้องที่สุดแล้วก็พยายามการของเราที่สุดแล้วเราก็ทำไปแถวนั้นน่ะคุณไม่ต้องอยากได้อะไรหรอกมันดลบันดาลมาเองมีมาเองสังเกตให้ดีและนี่ผมพาทำนี่นะแล้วมันก็เป็นรูปพลอยเป็นอะไรต่ออะไรเนี่ยผมก็ได้อยากได้ที่นั่นไม่ได้อยากได้ที่นี่ไม่อยากได้บ้านช่องเดินทางไม่แรงอยากได้วัดแต่ว่าไม่ ขายที่ดินไม่อยากได้สิ่งก่อสร้างโน่นนี่มากมายและไม่ได้อยากได้เป็นแต่เพียงบางจุดบางอันก็เผื่ออันนี้มันจะเป็นประโยชน์ต่อไปอย่างที่ว่าเนี่ยเมื่อผ้าขาดก็นึกถึงได้นึกถึงเข็มอยากเป็นธรรมดาที่ของธรรมดาไอ้สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นอยากได้อะไรก็ได้มากมายแต่เพียงมันก็จะกอดจะเกิดขึ้นมามันสมควรไปตามจังหวะจังหวะแล้วมันก็เป็นเองแล้วมันจะเห็นได้ว่ามันดียิ่งกว่าที่เราไปฆ่าเราไม่ต้องไปหมายใจเอาไว้อย่างหวานๆเป็นลูกคิดรางแก้วแล้วเป็นที่มารเฉิดฉันถ้าเราไปอยากได้เป็นวิมานเฉิดฉันและเป็นดีดลูกคิดรางแก้วโอ้ยสร้างไปก็ไปธาตุพนมคำนวณคะแนนไปยังหวานจ๋อยไปเลยเสร็จแล้วเราลงมือกระทำหรือว่า ประกอบขึ้นมามันไม่ถึงแล้วมันไม่ได้เรื่องอะไรแต่ถ้าเราไม่ได้ไปสร้างวิมาน 7 ชั้นนี่มัน 9 ชั้นไว้ไม่ต้องไปดีดลูกคิดรางแก้วให้มันเฉิดฉายอะไรไว้แล้วไม่ได้เพียงทำไปตามจังหวะมันควรจะเป็นอย่างนี้เออขนาดนี้จะดีแล้วเราก็พากเพียรของเราไปเหมือนเทวดาจะปลูกเดียวเข้ามาช่วยเองมันเหมือนทีนี้เราก็เรียกว่าเทวดาเอาภาษาสมมติมันเรียกว่ามันมีอะไรมีอำนาจพิเศษที่จะรุมเข้ามาช่วยเพราะว่าคนเรามันมีตาปัญญาเหมือนใครมีตาปัญญาจะมองเห็นจุดนี้คนนี้กำลังทำวันนี้มันน่าช่วยเหลือนี่ก็จะเข้ามาช่วยมันก็เข้ามาช่วยแล้วเราก็พยายามอยากจะกลับเพราะงั้นก็ช่วยเหลือแต่โลกใหญ่เลยต้องหัดสกัดกันอันนี้มาก เราลดลงไว้นั่นแหละเป็นอำนาจธรรมมักน้อยเอาแต่พอดีเอาแต่พอควรและก็กลับเมื่อไม่ประกาศเราเห็นได้ว่านี่พอเหมาะพอไปพอแล้วแม่จะกลับไม่เดือดร้อนไม่ดิ้นรนอะไรดูเหตุแวดล้อมดูกาลเทศะดูความเป็นไปแล้วมันสมควรทุกคนก็ไม่เบียดเบียนใครเราไม่ได้ไปเบียดเบียนจริงๆอยู่ในขั้นตอนโดยเฉพาะเราแล้วไม่มีใครมานั่งเพียงตัวเราว่าเราอยากได้นักเรียนไม่มีชัดเจนสะอาดสะอาดก็ดำเนินไปทุกอย่างมันก็มีความเกิดมีความโตได้เหมือนกันเพราะเกิดความโตนั้นไม่ได้เกิดเพราะเราอยากเกิดเพราะช่วงนี้พยายามมันเกิดเป็นธรรมดาฟังดีๆเข้าไปอีกแล้วทุกอย่างมันเกิดเป็นธรรมดาตามรูปการตามอะไรแสดงพระพุทธเจ้าไม่อยากได้เชตวัน พุทธเจ้าไม่อยากได้โลหะปราสาทฟังดีๆพระพุทธเจ้าไม่ได้อยากได้ไม่ได้อยากได้เชตวันไม่ได้อยากได้เวฬุวันไม่ได้อยากได้บุปผารามไม่ได้อยากได้โลหะประสาทไม่ได้อยากได้ถิ่นนั้นถิ่นนี้ข้าวของอันนี้อันนั้นสมบัตินั้นพระพุทธเจ้าไม่อยากได้แต่มันก็ต้องเกิดมาตามบารมีเกิดมาตามความเป็นจริงสวยจริงๆแล้วเราก็พยายามเราขอดูความเหมาะสมปฏิเสธบ้างรับบ้างไม่งั้นหมดความเลื่อมใสศรัทธาเกิดความตัดรอนท้อแท้ได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นในขณะที่สำคัญใดควรรับบ้างพอไปพอมามีเชิงปฏิเสธบ้างมีเชิงขัดกล่าวให้เขาตามฐานะของจิตเราก็ทำไปตามควร อธิบายถึงเรื่องลักษณะให้ฟังว่าความเกิดมันมีเป็นธรรมดาในโลกเป็นธรรมดาจริงๆเกิดเพราะฉะนั้นเราต้องทำไมเราจะต้องเรียนรู้ความเกิดล่ะมันเป็นธรรมดาอยู่แล้วเราไม่ต้องมาเรียนเราต้องไม่ต้องมาสร้างแล้วไม่ต้องไปส่งเสริมมันมีเป็นธรรมดาแล้วมีมากเราไม่ต้องมีเราไม่ต้องไปช่วยเลยมันก็มีความเกิดอยู่อย่างไม่รู้จักสุดสิ้นก็เกิดเพราะเราเองเราทำไมจะต้องไปหลงอย่างนั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้คิดอย่างนี้ฟังให้ดีนะคุณฟังให้ชัดๆฟังอะไรมันจะเห็นชัดเลยว่าเราเนี่ยมันเป็นมนุษย์มนุษย์ไอ้ที่เขาอยากเป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วๆไปจริงๆเพราะปราบท่านไม่ได้เห็นอย่างที่มนุษย์เห็นเท่านั้นตราบต้องเห็นที่ท่านเห็นว่าเป็นจริงๆและเป็นธรรมดาธรรมดาน่ะมันมีความเกิดอยู่รอบด้านอะไรก็ได้มันก็เกิดแล้วเรื่องอะไร ถ้าเราเป็นนักเศรษฐศาสตร์แล้วเราก็เพิ่มไปแทนมันทำไมกันเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็มันเกิดกับอยู่ท่วมท้นเราอยากจะเป็นท่านมีความเกิดท่วมท้นเข้าไปอีกให้มันเฟ้อเข้าไปอีกเราไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์แล้วเศรษฐศาสตร์ต้องเป็นนักบาลานซ์เป็นนักทวงดุลเป็นนักรู้ว่าอะไรมันน้ำหนักเอียงเทไปมากแล้วเราจะต้องให้อะไรเพียงเธอจะต้องไม่มีน้ำหนักมัชฌิมาหรือว่าอยู่เป็นกลางอยากให้มันโน้มเป็นมากกว่านี้มันจะเอียงจะคว่ำแล้วมันจะระเบิดเพราะเราก็จะต้องทำในส่วนที่น้อยแล้วคนที่เห็นความไม่เกิดหรือว่าพยายามถ่วงกลับคนมีอยู่คนทวงในมุมกลับมีอยู่เพราะฉะนั้นเราอย่าไปแสวงหาการที่จะไปเพิ่มในส่วนที่มันมากเฟ้อเลยเรามาทวงในหน้าที่ เพราะดอยจริงและส่วนที่น้อยนี่มีแรงมีฤทธิ์ส่วนที่น้อยนี่มีค่าถ้าเราอยากรู้ว่าเราเก่งเรามาอยู่กับพวกที่น้อยเถอะเพราะพวกที่นอนนี่จะต้องต่อสู้เท่ากับ 1 ต่อหมื่นหนึ่งต่อแสง 1 ต่อล้านถ้าจะบอกว่าเก่งทางนี้เก่งกว่าคราวนี้ต้องต่อต้านต้องต่อสู้เพราะฉะนั้นพระ 1 องค์นี้เท่ากับต่อสู้กับมวลมนุษย์ในโลกนี้เอาโดยเฉพาะประเทศไทยเราเป็นพุทธเราเป็นพระ 1 องค์เป็นพระที่แท้เป็นพระอริยวงนี่นะจะมีอำนาจแข็งแรงเพื่อที่จะต้านทานอกุศลเพื่อที่จะต่อต้านหรือว่าล้างอกุศลในโลกไว้ไม่ให้มันก้าวหน้าไม่ให้มันหือไม่ให้มันงอกเงยหรือไม่ให้มันได้ใจขยายตัวได้เร็วเราจะมีอำนาจดึง กุศลไว้ได้เป็นจำนวนหมื่นในเมืองไทยนี่แหละไม่ต้องไปเอาที่ไหนพระเนี่ยพวกเราเนี่ยเราเป็นพระให้จริงจะเป็นศิษย์สาวกพระพุทธเจ้าให้จริงเถอะเรา 1 คนเนี่ยเราจะต่อต้านทวงดุลอกุศลที่มีจริงในประเทศไทยในว่าเป็นพุทธศาสนิกชนก็ตามแต่เขายังไม่เข้าใจเขายังจะเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดก็ยังจะก่อๆๆก็ยังจะหนักๆๆไปข้างหน้าของเขาเนี่ยเราจะถูกพวกนี้เข้ามาอยู่นี่ 1 ต่อตั้งเป็นหมื่นเป็นหมื่นเป็นแสนรับดีๆจะเป็นแสนธรรมะเอาเป็นสูตรง่ายๆตอนนี้ขณะนี้ถ้าเรียกว่าพระพวกเราเป็นพระ 20 และทางด้านพระเหลืองก็มีทั้งสองแสนกว่าบาทเลย 20 กับ 200,000 บาท 1 ดูชัดๆถ้ายิ่งเป็น LINE กับคนธรรมดาแล้วไม่ใช่ 1 ต่อหมื่นแล้วตอนนี้พุทธศาสนิกชนเรามีพระอยู่ 20 กับมวลชน 42 ล้าน 1 ตัวต่อ 200,000 เลยเนี่ย 40 ล้านกับ 20 เวลานี้มัน 1 ต่อ 2 แสนเลยเนี่ยเราจะถ่วงรุ่นเท่าไหร่นี่มีเชิงซ้อนไปอีกเท่าไหร่เราจะทราบทางอกุศลเหล่านั้นเพราะว่าปวงชนธรรมดาที่เขายังไม่รู้สิ่งที่เป็นความหนักความเฟ้อความเหนื่อยความเกินความมากที่เป็นอกุศลแล้วก็ส่งลงสร้างมีเหมือนกันและมากกว่าพระด้วยถ้าเราว่าเราต่อต้านพระราชวังรุ่นพระที่ท่านยังทำไม่ถูกอีกเยอะนี่เป็นอำนาจกำลังต่อต้านขนาด 1 มีรูปรอยขนาด 1 ฟุตพวกฆราวาสทั้งหลายแหล่ ก็เหมือนกันแต่เราจะต้องถ่วงดุลเขาอยากให้เขาหลงเลิกหลงในความเกิดทั้งหลายก่อสร้างในสิ่งที่มันเฟ้อทั้งหลายมีจำนวนต่อต่อต้านทานอีกซ้อนอยู่เหมือนกัน 1 ต่ออีก 2 แสนเท่าไรแล้วแบบนั้นเท่าไหร่เพราะเรา 1 หน่วยนี่จะบอกว่าเราจะต้องทำงานขนาดเท่าไหร่ทวงดุลให้แก่โลกเขาก็ให้มันอยู่สงบอยู่นิ่งสมดุล Balance ตั้ง 1 ต่อเท่าไหร่คิดง่ายๆเห็นแต่จำนวนว่าเนี่ยนับพระเป็นจำนวนหมื่นนับคนเป็นจำนวนแสนนี่เป็นสภาวะเชิงซ้อนในสภาพเชิงซ้อนจะเห็นได้ว่าเราทำงานทางนี้นี่แหละเรามีคุณค่าอะไรมีคุณค่านี่เห็นมั้ยยับยั้งความชั่วยับยั้งความเฟ้อยับยั้งส่วนที่เสียหายเพื่อที่จะดึง ถ้าไม่มีเราจะปล่อยเพื่อนไปเลยส่งเสริมกันไปเลยครับผมก็ไปเลยโลกนี้ยิ่งจะวิ่งเข้าไปหานรกวิ่งเข้าไปหาความเฟิร์มวิ่งเข้าไปหาความเอียงเทแล้วจะคว่ำบรรลัยจะไม่ทรงอยู่มีแต่ความดิ้นมากเหมือนไม้กระดกยิ่งถูกกระดกแรงยิ่งน้ำหนักมากยิ่งก็ตกแรงกระดกแรงมันจะพลิกคว่ำมาเลยเพราะมันกระโดดในที่แรงที่สุดแล้วมันก็คว่ำพลิกเลยเท่านั้นเองมีอะไรต้านไว้หน่อยมันก็จะมามันก็จะมีอะไรถ่วงยิ่งเท่ากันอีกก็ดอกได้สบายเบาเนียนกินข้าวแล้วทีนี้ก็ปฏิเสธหรือว่าพอดีจะนอนกันอ่ะบางทีให้เราลงบ้างนะบางทีเอาเธอลงบ้างมีน้ำหนักใกล้ๆกันเคียงกันก็พออยู่ได้ไอ้เนี่ยห่วงไอ้นี่เลยทวงไอ้นี่เลยไอ้นี่ก็บอกไปพอเขาบอกเขารู้สึกตัวเขาก็โทรไปเลยน้ำหนักของโลกก็หนักไปเลยคราวนี้เบาไป นี่เป็นลักษณะนี้อธิบายเป็นสภาวะง่ายๆฟังเป็นรูปรอยให้ฟังง่ายๆจะเห็นได้ชัดเพราะพวกพระหรือว่าเป็นผู้เผยหรือว่าเป็นนักธรรมะที่อุ้มชูโลกหรือค้ำจุนโลกมีเมตตาธรรมมีธรรมะก็เอาธรรมะออกทวงโลกไว้ค้ำจุนโลกไว้มีธรรมะก็ออกสอนโลกดึงอำนาจโลกอยากให้โลกเพิกไปอย่าให้โลกียะมันขจรกระจายมากนักรั้งความเกิดที่เป็นธรรมดาหรือเกิดเห็นอยู่แต่เป็นปกติมากเหลือเกินเพราะเราอย่าไปส่งเสริมกันเลยแล้วกลับมารักมาเรียนรู้นิพพานมาเรียนรู้ความดับแล้วก็มาถ่วงดุลยภาพฝ่ายใดพระพุทธเจ้าท่านมองเห็นอย่างนี้ปราบท่านมองเห็นอย่างนี้พระพุทธเจ้าจึงเรียกพระเอก ตามที่จะมาเรียนเราพึงแสวงหานิพพานอันไม่มีความเกิดอันเป็นธรรมที่เกษมจากเครื่องร้อยรัดไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าเธอพอพูดถึงนิพพานแล้วก็ยิ่งเบาเบาในจำนวนความจริงที่เราไม่ต้องมีอะไรรองรับเราไม่ต้องไปกังวลอะไรแต่เราหนักด้วยน้ำหนักของอำนาจอำนาจความรู้อำนาจความที่จะไม่ให้อาจทำให้มันเกิดมันจะมีอำนาจในตัวคุณสังเกตดีๆเถอะมันมีอำนาจในตัวมันมียังไงชอบกลอยู่หรอกคุณจะสังเกตได้ว่าทำมีพิษทำมีอำนาจและมีอำนาจมันคือมันแม้เล็กน้อยจะรู้สึกว่าขนาดเล็กๆน้อยๆนี่ยังลำบากที่โลกจะเอาชนะได้มันสร้างผิดกันมันเปลือกผิดกัน เทคนิคการจัดการเป็นก้อนในนะมีน้ำหนักนายแน่นทวงได้พูดเป็นภาษาโลกๆแต่พวกคุณมีสภาวะที่มีอะไรจริงเพราะคุณจะรู้จะรู้ว่านี่เป็นของที่จะถ่วงดุลแต่ก็เบาสำหรับเรานะเราไม่ต้องไปออกแรงอะไรมากหรอกเราไม่ต้องไปออกแรงอะไรมากเราไม่ต้องเป็นเน็ตเหนื่อยกังวลกังวานหรือว่าเป็นเดือดร้อนอะไรกับโลกเพราะเราจะต้องไปสร้างไปก่อนแต่ว่าเราทำนิดๆหน่อยๆนี่มันจะมีฤทธิ์มีแรงมีอำนาจกระจา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive