240118-2-285 ทางเอกภาค2-ตอน285(หน้า545)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์154 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอะเรามาเรียนต่อกันอีกนะถ้าเด็กเกินทั้งเรื่องรายละเอียดที่เราจะต้องเข้าใจกันเป็นชั้นเป็นช่อทบทวนอีกแล้วแล้วมันก็ซ้อนซ้อนซ้อนอย่างนั้นแหละเรียกว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนให้มันซ้อนลึกซึ้งก็โยงใยอันนี้เข้ามาเกี่ยวกับอันนี้อันนี้ขโมยเกี่ยวกับอันนี้ลึกเข้าลึกเข้ามาเกี่ยวข้องกันเข้าแล้วก็จะทำความละเอียดละออเข้าไปทุกทีไป รถถ้าเราไม่รู้สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนหรือว่ามันมีอะไรที่ซ้อนซ้อนซ้อนลึกลงไปแล้วก็ไปกรองเอาแต่เฉพาะสิ่งที่เป็นกากหรือสิ่งที่เป็นเนื้อชัดๆกากรู้ว่ากากเศษเดนรู้ว่ากากหรือว่าเศษลูกกระเด็นเนื้อรู้ว่าเนื้อเราจะครองเอาอะไรเราจะครองอากาศเอาเศษเอาดินออกทิ้งหรือเราจะกรองเอาเนื้อเอากันแท้ๆไว้นี่เป็นสำคัญเพราะไม่ได้ยิ่งละเอียดละเอียดเข้าแล้วภาษามนุษย์นี่มันไม่ไม่มีสิ่งแทนไม่มีสิ่งแทนสภาวะที่สูงสุดพอบอกสิ่งแทนสภาวะที่สูงสุดเป็นสิ่งที่รู้ได้ด้วยตนเช่นว่านิพพานนี้เป็นสิ่งที่สูงสุดเลย พานเป็นอะไรเดี๋ยวพาไปสิ่งที่มันมันยิ่งกว่าอะไรหมดที่มนุษย์ควรจะได้มนุษย์ใฝ่หาอะไรก็ตามก็จะต้องได้ควรได้นิพพานนั่นแหละเป็นสิ่งที่สูงสุดแต่มันคืออะไรถ้าบอกว่าสุขมนุษย์รู้และมนุษย์ก็เป็นหลงเอาศพสุขก็เป็นเรื่องเสพสมมันก็ยังกลับอีกแหละกลับตาลปัตรไปหาโลกแม้จะเป็นงูเป็นสโมสรหรือไปเรียกว่าบรมศพตามประสาบาลีที่ว่าไว้พอมาเป็นภาษาไทยเขาก็มาแปลว่ายิ่งกว่าสุขเป็นความเคยของคนนี่แหละเพราะฉะนั้นคนไหนที่แปลว่าปรมังสุขังแปลว่ายิ่งเกิดสุขอย่างยิ่งเขาแปลว่าสุข แสดงว่าเขาเองเขายังหลงสุขอยู่ยังอยากได้สิ่งที่เรียกว่าสุขแต่ว่าสิ่งนี้มันไม่ใช่สุขอย่างที่เราจะนึกตามภาษาของโลกโลกเราเกิดมาเรานึกว่าเราเป็นสุขตั้งแต่เด็กมาจนโตนี่ว่ามันได้อะไรสมใจอย่า

อ่านต่อ

งนี้อย่างนี้อย่างนี้แหละสุขต้องสนองเป็นอามิสตลอดเวลาตั้งแต่ของหยาบสมอารมณ์ตั้งแต่ของหยาบๆเป็นชิ้นเป็นอันจนกระทั่งถึงแม้จะอารมณ์ของตัวเองที่อุปทานไว้ในใจฉันจะต้องได้อารมณ์นี้เงียบเป็นสุขแม้ที่สุดอารมณ์ที่สูงสุดถึงนิพพานก็ไม่น่าจะเป็นการบำบัดแม้ที่สุดแล้วอารมณ์นิพพานก็จะไม่ใช่ความบำบัดไม่ใช่ว่าเราจะต้องได้อย่างนั้นเสมอไปแม้แต่อารมณ์ที่สูงสุดคืออารมณ์นิพพาน แจ้งผู้ที่ได้นิพพานแล้วโยนนิพพานทิ้งไปทันทีได้ผู้สูงสุดแล้วก็อ๋อนี่ผ่านเป็นอย่างนี้เหรอสิ่งที่เลิศที่สุดโธ่มันช่างไม่มีอะไรเลยเพราะฉะนั้นสุดท้ายที่สุดความที่รู้ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งจะเห็นเลยว่าไม่มีอะไรเป็นแก่นสารคำนี้เหมือนกับคำที่ทำลายโลกทั้งโลกเลยไม่มีอะไรเป็นแก่นสารอนัตตาคืออะไรอนัตตาคือสุญญตาคืออะไรที่หมดทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีสูญญตามีลักษณะ 5 สัญญาการมีลักษณะ 5 คือมีลักษณะอันนับต่อไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนเลยไม่ใช่อะไรที่จะหยิบจะจับเอาได้อนัตตาไม่มี เป็นปรอทโตมีแต่รุ่นแล้วมันจะเป็นอื่นไปเรื่อยๆเลื่อนไปเลื่อนไปเลื่อนไปเลื่อนไปอย่างนั้นมันไม่ได้เกาะยึดอยู่ที่ใดเป็นตายเป็นแน่แท้เลยฟังดีๆนะถึงจะโตมันมีสภาพไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนและก็ไม่เป็นอื่นๆไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้นถ้าเรื่องถ้าความหมายว่าเป็นอื่นๆก็หมายความว่ามันต้องมีอะไรเป็นมันต้องมีอะไรเป็นสิ่งที่มันถึงจะเป็นอื่นเป็นนั่นเป็นนี่ไปได้มันไม่มีตัวตนแต่มันก็เป็นอื่นไปเรื่อยๆมันเป็นประสบการณ์เป็นวิทยากรไอ้ 2 ภาษานี่ก็อาตมาก็ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่สับๆกันเลยจะเอาเนื้อความหมายสุดจะโตหรือจะโต เอาเป็นเรื่องที่มันชอบก็เรื่อยไปศาลไปเรื่อยไปมันก็เหมือนๆกับไอ้เป็นอื่นไปเรื่อยนั่นแหละแล้วมันก็ดูเป็นลักษณะที่ท่านซ่านไปเรื่อยๆเรื่อยๆไปอยู่เรื่อยๆเป็นอื่นเสมอเป็นอื่นเสมอมันไม่ใช่เป็นตัวเป็นตนต่างกันอยู่นิดนึงแต่มันคล้ายกันมากสภาวะธรรมที่ละเอียดสุดแล้วมันก็คล้ายกันมากพอเราโตเป็นอื่นไปเรื่อยมันไม่ใช่ตัวเราไม่ใช่จะลงเป็นของเรานี่ความลักษณะของสุญญตาตื่นไปเรื่อยเพื่ออื่นๆไปเรื่อยๆแล้วเราก็ไม่ได้เกาะได้ยึดอะไรอยู่ถึงเรียกว่าปริญญาโทพอมาสุดจะโตก็มันสร้างไปเรื่อย เดี๋ยวมันก็เป็นสั้นๆไปแล้วมันเหมือนกับสภาพที่มันมันไม่เกาะอยู่มันไม่แน่นอยู่มันไม่หนักอยู่มันไม่ถ่วงอยู่ไม่ถ่วงอยู่หรอกมันมันเกิดแล้วมันก็ลอยออกไปเกิดแล้วมันก็ลอยหายไปไม่เกินแล้วมันก็ลอยหายไปเนี่ยเรียกว่าจุด Store มันไม่มีแก่นสารมันไม่ใช่แก่นสารพิษสะตอก็ขออภัยถ้าเผื่อว่ามันจะพลาดกันกับคำว่าถูกชะตานี่ 2 คำไงด้วยความหมายแล้วมันไม่ผิดอะไรความหมายมันถูกอยู่แต่ว่าโดยภาษาบาลีตัวโตมาลีนี่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาอะไรยังไม่แม่นเดี๋ยวก็ทีหลังจะกำหนดให้แม่นๆสักทีให้ได้อันเนี้ย ถ้าผิดก็ขออภัยถ้าไม่ผิดก็ดีแล้วมันเป็นวิธีต่อมันไม่มีแก่นสารอะไรไม่ใช่แก่นสารอะไรเป็นสุญญากาศมันไม่มีอะไรเลยจึงเรียกว่าสุญญตาสัญจรมันไม่มีอะไรเลยพูดที่ถึงจุดนี้จะมีความเห็นได้เองโดยที่เราใช้ภาษาพูดเท่านั้นเองภาษานี้เป็นภาษาพูดแล้วเราก็จะต้องไปรู้อาการนั้นด้วยสัมผัสโดยสำนึกด้วยความรู้สึกเองของตนเองและจะชัดแจ้งแม้จะเอาสิ่งเหล่านี้มาย้อนแย้งโดยภาษาก็ได้ถ้างั้นจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมทุกอย่างไม่มีการศาลทุกอย่างไม่มีอะไรดูไม่มีอะไรมีแต่รวยๆๆๆเอาเหตุผลมาแย่ง เพลงแดนซ์ได้คือเมื่อไม่มีแก่นสารแล้วไปทำอะไรทำไมที่จริงมันมีแก่นสารของมนุษย์มนุษย์มนุษย์มีแก่นสารก็ตรงที่มนุษย์ไม่ได้ยึดตัวยึดตนจึงเป็นแก่นสารไม่ได้หลงเป็นของตัวของตนจึงเป็นแก่นสารของโลกโลกต้องอยู่นิรันดรโลกต้องอยู่เป็นอย่างเรียบร้อยโรคจงอยู่กันอย่างสมบูรณ์โรคต้องมีความสมบูรณ์โลกต้องมีความเต็มโลกต้องมีความเต็มโลกไม่พร่องอยู่ไม่อยู่เป็นมิตรโลกไม่พร่องอยู่เป็นนิตย์นี่มันก็เป็นอย่างนั้นเพราะถ้าให้โลกที่เต็มอยู่ได้โลกไม่พร่องอยู่เป็นมิตรได้นั่น ไปเป็นความเป็นแก่นสารของโลกเขาแต่เราเองเราเป็นเพียงจราจรไปจรมาลอยไปลอยมาอะไรเนี่ยเพราะฉะนั้นถ้าเราจะลอยไปลอยมามาเติมให้โลกเขาเต็มอยู่เราก็ถือว่าเราไม่ได้มาถ่วงโลกเราไม่ได้มาทำลายโลกเราไม่ได้ทำให้โลกนี้บกพร่องไปไม่ทำให้บกพร่องไปโลกมันจะเติมเติมเติมเติมเติมเติมให้เต็มอยู่เสมอโลกอยู่เป็นนิจเป็นมิตรมันก็จะเติมให้มันเต็มเพราะมันไม่ต้องมีแก่นสารมันต้องมีอะไรให้เต็มอยู่เต็มอยู่เต็มอยู่เพราะเมื่อไม่มีเต็มอยู่มันก็จะรู้สึกว่าพร่องเพราะเกิดมาจึงเป็นมาเป็นตัวเติมเพราะโลกมันเป็นตัวพร่องอยู่เป็นมิตรเราจึงมาเป็นตัวเติมใครไม่เติมใครมาทำลายโลกเพราะโลกมันพร่องอยู่แล้วและยังไม่หยุดโลกดูดโลกถ่วงโลกก็ยิ่งแย่เพราะเราเกิดมาจึงไม่ต้องไปเป็น ไม่เป็นตัวผีร้ายไม่เป็นตัวที่มาทำลายโลกเค้าหาว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาทำลายโลกเพราะสอนเป็นเรื่อง 0 0 ไม่มีล้างละค่าแกงอะไรต่างๆนานาไม่ผุดไม่เกิดอะไรต่างๆนานาเกิดเกิดให้เพราะฉะนั้นเมื่อผู้ใดจะทำให้ผู้อื่นผู้นั้นก็ต้องไม่มีตัวตนมันจึงจะให้ผู้อื่นได้ 100% เพราะเราทำแล้วเราก็ไม่เอาไม่มีตัวตนมันจึงเป็น 100% แต่ส่วนจริงโดยสัจจะที่เราจะแบ่งกินแบ่งใช้แบ่งอาศัยบ้างเล็กๆน้อยๆนั้นเราก็เบียดเกษียณเต็มทีแล้วเราได้ประหยัดเราได้มัธยัสถ์เราได้จัดแจงตัวเองเป็นผู้ที่น้อยที่สุดมาจนกระทั่งถึงขีดนี้ถือว่าเป็นขีดสัมมาเป็นขีดพอดีไปขี่ที่ ที่สุดแล้วเป็นอันตะอันโตสุดและสุดขีดละก็ได้เท่านี้ก็ต้องให้ได้เพราะใครของใครก็พยายามทำให้ได้สุดของตัวน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้สมส่วนเพราะฉะนั้นทั้งชีวะร่างกายสรีระต่างๆถ้าเราสามารถที่จะใช้วัตถุใช้พลังงานใช้เชื้อเพลิงใช้อะไรต่ออะไรที่จะมาทำให้เรามีบทบาทในโลกได้โดยที่เปลืองน้อยที่สุดเพราะเก่งที่สุดเปลืองน้อยที่สุดจึงเป็นผู้ประหยัดสุดแล้วก็เมื่อเปลืองน้อยแล้วเราก็มีประสิทธิภาพมีบทบาทมีแรงงานมี ผลิตอะไรต่ออะไรโดยเกิดจากแรงกดของเราเองมากที่สุดให้ได้มันก็เป็นประโยชน์สูงและประหยัดสุดแล้วสำหรับเราเป้าหมายก็ให้ไปอยู่ตรงนี้แล้วเราก็ไม่สงสัยอะไรจะไม่สงสัยอะไรเลยชีวิตมันไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยมันก็มีแต่การงานเพราะฉะนั้นศาสนาพระพุทธเจ้าจึงมองเห็นแต่กรรมการงานเกิดมาทำไมเกิดมาใช้กรรมให้มันเข้าไปในการงานใช้มันใช้อะไรก็ใช้แทนก่อนมีเราจะไปใช้คนอื่นลำบากถ้าเราใช้คนอื่นก็ยังไม่เก่งเท่าไหร่ต้องให้คนอื่นมาเห็นด้วยแล้วก็มาทำตามด้วยมาช่วยเหลือเราด้วยอยากช่วย บักเกื้อกูลมาทำกันแต่รวมแรงรวมงานกันเข้าไปเลยทำเลยให้เขาอยากมาทำอย่างอยากเองเลยอย่างนี้ฉันก็เก่งไปใช้เขาบังคับเขากดขี่เขาให้ทำไม่เก่งนะคนจะเอาอำนาจอะไรไปใช้เขาก็ไม่เก่งใช้อำนาจโดยไม่ต้องเอาเงินเอาทองไม่ต้องเอายศเอาอะไรบังคับเขาก็ยังไม่เก่งยิ่งไปเอาเงินเอาทองเอายศฐาบรรดาศักดิ์อะไรไปบังคับเขาโอ้ยมันยิ่งไม่เก่งใหญ่แล้วคนน่ะก็เอาเงินไปฟาดเขาเอาอำนาจอะไรที่เป็นวัตถุไปฟาดก็เอาทองเอาเพชรไปฟาดเข้าให้เขาทำตามไม่เอาจะทำได้เพชรนี่แกทำนี่ให้ก้อนทองนี่จะทำให้เงินนี่ไอ้อย่างนั้นว่าจะ เพลงอะไรมันอยากได้เงินมันจึงทำเอายศไปบังคับเขาให้ทำเอาอำนาจในตัวเองจะเป็นอำนาจบาตรใหญ่ขนาดไหนก็ตามมันก็ยังไม่เก่งเท่าอำนาจบาตรใหญ่ไปข่มขี่เขาแต่ถ้าเผื่อว่าเขาไม่ได้อยากเขาไม่ได้ถูกข่มขี่ก็ไม่ได้ถูกเอาอะไรไปบังคับเลยเขาศรัทธาเขาเห็นดีเขาเกิดปัญญาเขารู้ว่าเขาอยากทำร่วมด้วยเพราะอันนี้ดีนะอันนี้ดีเกิดปัญญาญาณไม่ได้มีการบังคับไม่มีการใช้คำว่าบังคับห้ามซะด้วยซ้ำก็ยังอยากทำมันเป็นความปรารถนาจะเรียกว่ากิเลสก็ตามแต่ถ้าเขาก็จะมี เรทในการมาร่วมทำสิ่งที่เป็นกุศลสิ่งที่เป็นของดีมันไม่ใช่ของเหลวไหลอะไรมันเป็นคุณงามความดีมันเป็นสิ่งวิเศษมันก็จะมาทำมาทำโดยเขาศรัทธาเลื่อมใสเห็นดีด้วยปัญญาเพราะในเชิงเหล่านี้ก็ล่อกันได้หลอกกันได้หลอกให้เห็นว่าสิ่งนี้ดีแล้วเขาก็มาทำตามมาศรัทธาเลื่อมใสอยากจะช่วยช่วยทำเลวนี้ด้วยเพราะหลอกเขาก็เป็นได้ถ้าคนฉลาดก็ใช้หลอกวิธีนี้ได้คู่กันคู่กันกับความดีที่แท้เพราะฉะนั้นความจะโง่หรือจะฉลาดจึงอยู่ที่ตัวคุณเองคุณจะถูกคนเค้านมน้อมไปชี้แจงให้เห็นว่าอันนี้ดีนะคุณจะเห็นว่าดีหรือไม่ดีแท้คุณจะรู้ถูกหรือรู้ไม่ถูกมันอยู่ที่ตัวคุณเองเพราะฉะนั้นในที่นี้ คนก็บอกว่าที่นี่หลอกคนฉลาดที่ไหนก็หลอกคนฉลาดทั้งนั้นแหละถ้าหลอกคนโง่มันจะไปหลอกมาทำไมถ้าจะมาจะหลอกคนอาตมาหลอกคนฉลาดอาตมาไม่หลอกคนโง่หลอกคนโง่มันจะไปเก่งอะไรหลอกคนโง่ๆไม่เข้าเรื่องเข้าราวก็กล้วยเลยเห็นคนนี้โสดๆซาๆโง่ๆไม่มีปัญญาอะไรเลยแล้วก็ไปหลอกเขามาไปหลอกเขามาทำไมหลอกคนโง่ๆมาหลอกเมื่อไหร่ก็ได้มันจะเป็นประธานแล้วเอามาทำอะไรคนโง่หลอกคนโง่มาทำอะไรก็ถามมามันใช้งานอะไรก็ไม่ได้มันจะมีประสิทธิภาพอะไรมันก็เปล่าหนักด้วยจะใช้ทีก็ทำยากโง่ใช้ให้ทำก็ทำไม่เป็นต้องซ้อนจู้จี้จุกจิกต้องพูดลำบากไม่มีไหวพริบไม่มีกะจิตกะใจคนโง่เอามาทำอะไร เอามาเปลืองข้าวคนโง่ส่วนมากกินจุเสียด้วยไหมกินจุด้วยขี้เกียจด้วยรากก็ไม่ค่อยไหวหนักอาตมาจึงจะไม่หลอกเอาคนโง่มาเป็นอันขาดนี่ฟังดีๆถ้าจะรอก็รอคนฉลาดจริงๆด้วยฉลาดเท่าไหร่จะหลอกให้จับเลยเจาะหลอกให้สำคัญเพราะฉะนั้นถ้าคุณเองคุณจะเป็นคนฉลาดหรือโง่คุณก็ตัดสินเอาเองคุณเป็นคนรู้เองอาตมาแน่ใจว่าอาตมาไม่หลอกใครจะว่าอาตมาหลอกก็ตามถ้าจะใช้คำว่าหลอกอาตมาจะหลอกคนฉลาดคนฉลาดนะรู้ไม่เท่าทันก็ติดบ่วงถ้าใช้คำว่ารอแต่อาตมาแน่ใจว่าอาตมาไม่ได้หลอกอาตมารู้ว่าคนฉลาดแล้วเอาความฉลาดให้คนฉลาดเห็นแล้วคนฉลาดจะรู้เองว่าโอ๊ยสิ่งนี้เป็นเรื่องฉลาดเป็นเรื่อง แล้วเขาจะมาดีนี่เองโดยอาตมาจะไม่พยายามบังคับให้พยายามใช้อะไรที่จะปล่อยอะไรเป็นอันขาดเลยตามที่อาตมาเป็นอยู่อาตมาแน่ใจว่าอาตมาเป็นอย่างนี้ไม่อ่อยไม่ล่อไม่รออยากมามาอยากมาเองของคุณนั่นแหละมาๆคุณมาเองห้ามไม่อยู่ก็เรื่องของคุณคุณห้ามแท้ๆดันไว้ผลักไว้คุณก็จะมาเพราะคุณแน่ใจว่านี่เป็นดีสุดคุณมาเพราะคุณเองเรื่องของคุณเองห้ามแม้ห้ามเท่าไหร่คุณก็มาคุณเป็นเจ้าของปัญญาคุณเป็นเจ้าของชีวิตคุณเป็นเจ้าของกรรมทุกอย่างคุณมาเลือกทำเองอาตมาชี้ได้แต่ว่านี่กุศลเป็นอย่างนี้ความประเสริฐเป็นอย่างนี้ความวิเศษของมนุษย์เป็นอย่างนี้มนุษย์ทนได้อย่างนี้คน มีคนอยู่อย่างนี้ควรกระทำสิ่งอย่างนี้กันก็พาพากันทั้งนั้นใครจะทำก็ทำใครไม่ทำก็บอกเลยให้รู้ว่าไม่ทำแล้วจะทำอะไรไปทำอกุศลหรือว่าไม่ทำอะไรเลยแล้วจะอยู่ทำไมก็บอกให้รู้เตือนให้รู้เท่านั้นเองจะมีเชิงบังคับบ้างก็ให้อ่อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ถ้าแกที่สุดขนาดไหนที่มันอาตมาเห็นมันหมดขีดแล้วไม่ต่อกรมธรรม์วางแรงขนาดนี้แล้วบังคับกันขนาดนี้อาตมาก็เห็นว่าถ้าอาตมาทำอย่างนี้อยากเกินไปแล้วไม่ทำเพราะในกรรมกิริยาหรือในภาษาหรือในอะไรต่ออะไรที่อาตมาใช้อยู่นี่มันก็ทำได้เพราะกูก็จะมาอาจจะไม่เก่งเท่าพระพุทธเจ้าไม่ใช่อาแล้วก็แน่แหละต้องแน่ๆด้วย เก่งเท่าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าท่านยิ่งไม่บังคับใครไม่ไปที่ดีกดขี่อะไรใครใช้ปัญญาใช้อะไรก็ได้ให้กลางที่สุดให้เป็นตัวของตัวเองทุกๆคนอัตตาหิอัตตโนนาโถใช้ปัญญาสูงสุดของใครของมันยิ่งมากอาตมาก็เดินรอยตามพระพุทธเจ้าอันใดที่มันยังไม่เก่งเท่ากับพยายามอยู่มันยังต้องมีเชิงชั้นอะไรที่ยังดูแรงไปกว่าท่านก็ต้องให้เบาขึ้นกว่านั้นให้สุภาพให้ดีขึ้นกว่าก็ทำอยู่อย่างนี้เราต้องให้การเรียนถึงขั้นสูงสูงสูงสูงขึ้นมาแล้วนี่มันซับซ้อนมันลึกซึ้งยิ่งไม่บังคับกันมายิ่งต้องตั้งใจมากใช้จิตอันแยบคายมากจึงจะรู้แม้คุณจะยังไม่ถึงภูมิฐานแต่เวลานี้มัน เวลาที่เราเรียนเราก็รู้เป็นบัญญัติปริยัติไปก่อนสักวันหนึ่งมันติดทุกอย่างนี้ผ่านในวิญญาณของเราเนี่ยมันจะเป็นเวทนาสัญญาเวทนารับชัดสัญญากำหนดมากกำหนดดีจำแม่นพระเวทนารับไม่ชัดสัญญากำหนดไม่มากมันไม่แม่นมันไม่นานมันหลุดง่ายเพราะฉะนั้นเราต้องตั้งใจให้จิตทำงานเต็มที่อย่าให้มันแบ่งส่วนไปให้มันทำเวทนาก็ให้มันเวทนาชัดๆรู้สึกชัดโอดีหรือไม่ดีนี่มโนบริจาคหรือแบ่งสุขแบ่งทุกข์อย่างนี้เขาเรียกว่าแบ่งลิ้นชักโอ้ยนี่ดีไม่ดีไอ้นี่จริงไม่จริงเป็นตัวสภาพเวทนารู้สึกรู้ดีรู้ชั่วรู้สึกรู้ทุกข์รู้สูงรู้ต่ำ เวทนานี่มันตัวที่จะรู้ๆๆรู้สึกรู้สึกเข้าไปถ้าเราจะเอาปลายสุดก็แค่สุขกับทุกข์เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นว่าอันนี้มันเป็นเรื่องดีนั่นแหละจะเรียกว่าสุขะสุขะก็แปลว่าดีที่จริงไม่ได้แปลว่าเออศุกร์เนี่ยสุขานี้ก็แปลว่าดีมีดีก็มีไม่ดีเท่านั้นเองเมื่อได้เมื่อแบ่งออกแล้วเราก็รู้ว่าเรารับแม้แต่ดีเราก็ไม่หลงผิดไม่หลงตีเปรมไม่หลงตื่นเต้นอะไรมากมายในก็เป็นภาวะชั้นสูงซับซ้อนซึ่งถ้าผู้ใดอยากกินสีอ่อนก็จะต้องหาปิตินี้เลี้ยงบ้างดีแล้วก็ตื่นเต้นจิตใจพอใจมันจึงจะได้ทำต่อแต่เมื่อเรารู้แล้วว่ามันก็ได้ดีแล้วมันก็ไม่ต้องไปตื่น แต่ไม่จ่ายพลังงานเพิ่มเข้าไปอีกทำไมเราก็เบาลงเองปิติมันก็เบาลงเองมันก็รู้แล้วว่าเออก็ดีแล้วชัดไหมให้ชัดๆแถวนั้นแน่นอนนะพิจารณาซ้ำลงไปให้ชัดๆแจ้งแม่นๆแม่นๆตรงๆเด็ดขาดว่าไม่ไม่ผิดพลาดก็อาจจะมีถึง 3 ปีมีทั้ง 3 มีตัดปีกย้ำ 3 เที่ยวแล้วแม่นแล้วแน่นอนแล้วอะไรแค่นี้ก็พอแต่บางคนก็ 3 ก็ยังไม่พอ 69 อะไรแล้วแต่ 12 นั่นแหละตามแต่เมื่อสัญญาแม่นดีกำหนดลงไปสัญญาแน่นหนาดีมันนานเพราะอะไรดีๆก็ควรจะอยู่นานอะไรไม่ดีก็ไม่ควรอยู่ เลยอย่าว่าจะอยู่นานเลยควรจะดีดผึงหายไปเลยไอ้ที่ไม่ดีไม่ควรอยู่เลยทีนี้เมื่อจิตของเรานี่แหละเป็นตัวบงการเป็นตัวรู้อะไรทุกอย่างจะจัดแจงอะไรทุกอย่างเพราะว่ามันเป็นต้นเป็นประธานของทุกสิ่งทุกอย่างคำกิริยาของเราจะอยู่ในโลกก็เกิดมาจากจิตเพราะฉะนั้นถ้าจิตของเรามีแต่ตัวดีเป็นอัตโนมัติมีแต่ทุนที่ดีต้นทุนทุกอย่างมีแต่ตัวต้นทุนของกุศลกรรมของเราก็ง่ายพอหยิบออกมาได้แต่กุศลจะหยิบไอ้ที่อกุศลน่ะมันไม่มีเลยควานยังไงก็ไม่ค่อยเจอเออช่างมันเถอะแหมจะหยิบไอ้ที่ไม่ดีเนี่ยออกมาใช้เนี่ยต้องพยายามหนักเหลือเกินมันก็ต่อไปมันเห็นทุกข์เองเราพยายามหนักเหลือเกินมันไม่ทำเองแต่ถ้ามันมีแต่เนื้อกูสนเนื้อกุศลหยิบง่ายหยิบได้ ไม่หยิบเลยพอหยิบอันนี้อีกอันนึงหนุนต่อมาโดยอัตโนมัติเหมือนกับเวลาเราหยิบน้ำเนี่ยแล้วหยิบน้ำตรงนี้ปั๊บเดี๋ยวไอ้น้ำตรงนั้นก็ไหลเข้ามาแทนที่หยิบน้ำตรงนี้ออกน้ำตรงนี้ก็ไหลเข้ามาแทนที่หนุนเนื่องมาเองเพราะมันมีอยู่ให้กุศลมันเต็มอยู่อย่างนั้นมีอันนี้เป็นเรื่องของกรรมที่มันมีเหตุปัจจัยคือมีทุนมีต้นทุนอันเป็นกุศลมากแล้วก็ถึงสั่งสมกุศลเพราะฉะนั้นในภาษิตสุภาษิตต่างๆก็เคยมีบอกว่าคนดีนี่ทำชั่วได้ยากแต่คนชั่วนั้นทำดีได้ยากก็เพราะว่าทุนที่มีของแต่ละคนมันต่างกันคนชั่วมันมีแต่ชั่วมันจะทำดีมันยากแน่ไอ้คนดีมันสั่งสมเด็จทุนดีไว้มันจะทำชั่วยาก นี่เป็นสัจจะคุณจะรู้ว่าคุณเองคุณทำยากให้ไปทำโอ้โหมันทำไม่ไหวทำไม่ลงคนดีจะรู้สึกทำชั่วยากเราอยู่ในเขตไหนเราอยู่ในเขตคนชั่วหรือคนดีถ้าเราอยากทำชั่วอันนี้รู้สึกว่ามันชั่วเอ๊ะทำไมเรายังทำง่ายอยู่เราก็ยังมีต้นทุนของชั่วนั้นมากด้วยเพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนต้องเปลี่ยนเป็นทุนที่ดีจึงต้องเสพคุณจึงต้องสะสมสั่งสมบารมีสั่งสมปรารถนาสั่งสมความคุ้นเคยจึงต้องสั่งสมนะอยู่ดีๆให้มันได้เองไม่ได้หลักเกณฑ์พระพุทธเจ้าจึงต้องมีทัศนาสังวราปฏิเสวามิธนาภาวนาจึงต้องให้รู้ให้เห็นเรียกว่าทัศนะเกิดทัศนะเกิดการ รู้ดีรู้ชั่วจะชัดเจนเกิดทัศนะเกิดญาณทัศนะเกิดปัญญาเห็นแจ้งทัศนาสังวราแล้วทีนี้เราถึงค่อยมาสังวรมาควบคุมระวังสร้างให้มันเข้าหลักเข้าเกณฑ์ให้มันเข้าทิศทางที่ดีเสมอปฏิเสธเวลาให้มันเสพคุณสิ่งที่ควรเสพพิจารณาแล้วค่อยเสพก็แปลว่างั้นก็ได้ปฏิเสธเวลาพิจารณาและเสพหรือเสพคุณสิ่งที่ควรเสพก็คือเราเลือกแล้วโดยการสังวรระวังแล้วเลือกตั้งแต่การรู้ตั้งแต่ทัศนาและสังวราก็เลือกสังวรให้มันเข้าจัดให้มันเข้าทิศที่มันดีเสมอให้มันเสพหรือว่ามันคุ้นเคยให้มันได้แต่อย่างนั้นบ่อยๆบ่อยๆก็คือตัวที่มันถูกต้องนั่นแหละบ่อยๆอย่าให้มันไปตกซ้ำอยู่ที่ไอ้ มันไม่ดีไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะหรือว่าเสพติดจิตมันเสวยอารมณ์ที่ดีที่สุดโดยเฉพาะทำจุดนิพพานให้มันเสวยอารมณ์นิพพานได้มาที่สุดซะก่อนจนสุดท้ายเมื่อทำให้มันรู้ว่ามีนิพพานเป็นอย่างนี้มีทุนนิพพานจนเต็มแล้วมันเนื่องเองตอนนี้เราจะปฏิบัติได้เมื่อเวลาเราเต็มเพราะถ้าบอกว่าเราสะสมเป็นกระทั่งพระนิพพานเอ่อแม้จะเป็นวิกคำพันธุ์แบบอดทนอดทนเอาได้ไหมชั่วครู่ชั่วคราวสะสมก็ไปเก่งขึ้นเก่งขึ้นเป็นปฏิปักษ์ทำได้เรื่อยๆแต่บอยได้มากได้ง่ายขึ้นจนอิสระในการเป็น พานที่ทำได้ทันทีเร็วติดต่อได้เร็วเข้าช่องสลัดปึ๋งๆเป็นนิพพานตลอดเวลาเลยจนเก่งเด็ดขาดเป็นสมุดเสียทนนิพพานเป็นนิพพานจริงๆเราทำด้วยวิธีอะไรเราทำด้วยวิธีที่จะต้องรู้สภาพของนิพพานเรียกว่านิมิตตนิพพานคือเครื่องหมายของนิพพานเป็นรูปร่างอย่างไรลักษณะของนิพพานเป็นรูปร่างอย่างไรให้รู้เครื่องหมายให้รู้นิมิตหมายนั่นเองนิมิตก็คือมันมีเครื่องหมายบอกมันมีลักษณะบอกนิมิตนิมิตอย่างไรเครื่องหมายอย่างไรมาแปลเป็นภาษาไทยว่าเครื่องหมายนี้เราก็ต้องรู้ว่าเป็นตราหรือเป็นรูปหรือเป็น ศาสนาหรือเป็นสัญลักษณ์อย่างไรนิมิตอย่างนี้อาการอย่างนี้นะอารมณ์อย่างนี้นะสภาพยังมีอย่างนี้ไม่มีอย่างนี้อย่างนี้อย่างเงี้ยเป็นนิพพานที่เราเรียนกันไปมากแล้วตามความหมายความหมายแล้วเราก็ทำให้มันตรงกันตามความหมายนั้นมันก็ตัดใจให้เข้ากับที่เรารู้แล้วมาตามความหมายนั้นมันก็จะมีเครื่องหมายบอกว่าอ้อเนี่ยตรงแล้วเครื่องหมายนี้จงมากแล้วตรงเครื่องหมายแล้วนี่แหละนิพพานตรงเป๊ะเลยนี่ตามมาเป๊ะเลยตามเครื่องหมายเป๊ะเลยนี่เครื่องหมายของนิพพานเป็นอย่างนี้เราก็ทำเครื่องหมายนั้นขึ้นที่นายอารมณ์ของเรานี่ว่าอารมณ์นิพพานมีอย่างนี้มีเครื่องหมายตามความหมายที่เรารู้มาถูกและตรงและ มันเข้าใจให้มันจริงๆๆทำเข้าเรื่อยในวันนี้ทำนิพพานให้สร้างหรือว่าให้ฟื้นความรู้ขึ้นมาให้รู้ว่าอารมณ์นิพพานเป็นรูปอย่างนี้นะมีเครื่องหมายอย่างนี้มีความหมายอย่างนี้นะทำที่ในใจของคุณและคุณก็ทำให้ได้เสมอมีนิมิตเป็นนิพพานเมื่อได้นิมิตจะนิพพานนั้นแล้วเสร็จคุณก็อาจนิมิตแต่นิพพานอนิมิตไม่ติดในนิมิตนั้นการไม่ติดในนิมิตนั่นแหละอันที่จริงวันนี้ฝันเห็นนิพพานก่อนคือตั้งนิพพานลงคุณจะตั้งนิพพานลงได้อย่างไรคุณก็ต้องมีนิมิตอันนี้ผ่าน ฝันเห็นพระนิพพานก่อนคือจะต้องตั้งนิพพานลงมาที่คุณจะตั้งลงได้อย่างไรตอนนี้เหตุการณ์นิพพานตั้งทีนี้คุณก็ต้องรู้เครื่องหมายอย่างนี้ก็ก็ได้หรือคุณเองคุณรู้เครื่องหมายแล้วคุณเข้าใจความหมายเครื่องหมายแล้วคุณก็ตั้งลงเป็น แม้ที่จะตั้งอยู่เหลืออยู่อย่างไรคุณก็จะต้องหักเป็นเหตุการณ์นิพพานอีกคือล้มล้างนิมิตผ่านลมร้างฝันเห็นพระนิพพานอีกละปฏินิสสัคโค มันก็ยังดีนะเพราะว่าเนื้อบุญนั้นไม่มีจริงมันก็ยังช่วยตนอย่าหลงผิดยังไงมันก็ยังดีกว่าคนไม่มีบุญแล้วเราก็ตัวมีบุญไอ้นั่นมันซวยมากแต่คนที่มีบุญแล้วหลงว่าตัวไม่มีบุญมันก็ยังดีแต่มันก็ซวยอยู่นั่นแหละมันก็เป็นความผิดมันเป็นมานะชนิดหนึ่งมันไม่รู้จักความจริงตามความเป็นจริงนะตนเองมีก็ว่าไม่มีเพราะถ้าเราได้นิพพานเก่งเป็นอัตโนมัติแล้วเป็นนิมิตจะนิพพานจนลงตัวจนกระทั่งตั้งลงอย่างแท้จริงแล้วอย่างลงอย่างมั่นคงแล้วเราก็เลิกเลิกฐานวุฒิฐานะสมาธิสั้นเลิกเพิกไม่ปฏิเสธไม่ยึดมั่นถือมั่นให้เป็นไปได้ก็ได้ทีนี้ก็มาอนุโลมทำประโยชน์อะไรต่ออะไรเอาอันนี้อาศัยอยู่ แต่ว่ามันก็รู้นะว่าเป็นสิ่งที่ยอดที่เจริญที่สูงสุดเพราะใช้อาศัยปลายทางไม่ยึดมั่นถือมั่นมันก็ไม่ใช่ของเราที่แน่นอนเที่ยงแท้อะไรที่จะต้องไปยึดติดกับนิรันดรตลอดไม่มีการพรากจากกันเลยก็ไม่ใช่แม้แต่สมบัตินี้เป็นสิ่งที่สูงสุดเป็นสมบัติสูงสุดที่มนุษย์ควรได้เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเข้าใจจนกระทั่งมีสภาพสูญญากาศนิพพานได้มีสภาพสุญญากาศนิพพานคือแม้แต่นิพพานเราก็จิตเป็นสูญเสียต่อเป็นสูญญตาคือเป็นอนัตตาเป็นประชารัฐเป็นอนัตตาถึงจะโตที่อธิบายไปแล้วก็กลายเป็นตาเป็นศูนย์ สันนิษฐานอย่างนี้เป็นต้นแล้วเราก็สั่งสมนิพพานมีลักษณะนิพพานอธิบายนิพพานไปปรับๆๆ 10 นิพพานมีอธิบายคำภาษาบาลีที่เป็นบัญญัติที่เท่าที่เคยได้ยินได้เห็นก็เอามานิพพาเอามาอธิบายสู่ฟัง 10 ที่ผ่านเข้าไปแล้วนะตั้งแต่ประภาคารหรือวิตามินผ่านก็ตามเอาอะไรขึ้นก่อนก็ได้แต่ทางคณิตศาสตร์ต้องใช้กำลังหน่อยกดๆคมๆหรือว่าต้องต่อสู้ต้องลงลงทุนลงแรงหน่อยถ้าตาพังพระนิพพานก็มาให้เขาเราทำได้ง่ายๆพวกนี้สายปัญญามันก็ไม่ยากนักแต่ส่วนกระทั่งผมมี พระนิพพานนี้ต้องสายเปโตรต้องลงทุนลงแรงหน่อยซึ่งที่จริงต้องใช้ปัญญาถ้ามีแรงด้วยถ้ามีการกดการข่มการกดการชนการมีน้ำหนักด้วยดีมากเลยเดี๋ยวนี้ปัญญาที่มักจะไม่ไปรังเกียจแรงงานต้องเกลียดแรงเพราะพวกเชิงปัญญาเนี่ยรังเกียจแรงแม้จะพูดแรงพวกสายปัญญารุนแรงแม่เป็นคนเป็นคนละเมียดละไมเหลือเกินผิวเหลือเกินมันก็เลยอยู่เผลอๆนั่นแหละจะดึงลงอะไรก็ไม่ลงไม่มีน้ำหนักไม่มีน้ำหนักพวกนี้มันเป็นธรรมชาติจริงๆนะธรรมชาติที่เป็นจริงมีจริงเมื่อธรรมชาติผิวแผ่วมันก็อยู่ผิวๆนั่นแหละเขินอยู่อย่างนั้นน่ะจะทำอะไรให้มันมีน้ำหนักให้ กินได้จังยากตรงนี้จึงต้องฝ่าเหมือนๆพริ้วๆแผ่วๆอยู่นะมันไม่ลงเนื้อลงแก่นนี่เชิงปัญญากับเชิงชายโตเพราะฉะนั้นเราทิ้งอะไรไม่ได้เราจะเอียงเองเอียงซ้ายเอียงขวาเอียงปัญญาเอียงเจโตไม่ได้เจโตกับปัญญาต้องกอดคอกันสมดุลกันมีน้ำหนักช่วยเหลือกันอย่าแยกเจโตอย่าแยกปัญญาผู้ใดที่มีทั้งเจโตและปัญญาเป็นอุปสรรคผู้นั่นแหละถึงที่สุดในโลกศาสนาพุทธนี่ยึดถือเอาอุปโภคก็มีมดเป็นเป็นสูงสุดได้แต่ปัญญาวิมุตได้แต่เจโตวิมุติไม่พอสูงสุดต้องเป็นอุปโภคคือมีมดปัญญาก็ทรุดหมด เจโตก็ไม่กลับกำเริบปัญญาก็สิ้นสงสัยเพราะมีจิตอิจฉาจริงๆเจโตเองผิดเองก็ไม่กลับกำเริบจริงๆต้องมั่นใจว่าไม่กลับกำเริบเสร็จแล้วเราก็คืนสลัดคืนได้ผู้ใดที่ได้นิพพานอย่างนี้เรียกว่าศักดิ์อุปปาที่เสนานิพพานนิพพานตัวที่ 13 11 อ่ะเมื่อกี้นี้ไล่ไปกระทั่งพระอภิธรรมชนะแล้วก็ประสิทธิภาพปฏิปฐานแล้วก็สมุดเฉินนิพพานสมุดเขตสันนิษฐานนิมิตอันนี้ผ่านไปนี้เหตุการณ์นี้ผ่าน Animation ศูนย์ยะตานิพพานมีค่ามีอีกหมวดหนึ่งเป็นสิบแล้วไม่ได้พูดเป๊ะๆๆจดไม่ทันใครจดไม่ทันก็ฟังฟังไปเออจริงๆก็เคยพูดแล้วพูดซ้ำในก็มีเทปมีนิพพาน 13 เคยบรรยายตั้งแต่สมัยอยู่วัดธาตุทองเคยอธิบายให้อธิบายเชิง 1 นะนี่ก็ย่อๆแต่ทางคณิตศาสตร์นั่นหมวดหมู่ 1 ผ่านนิมิตวันนี้เหตุการณ์ที่ผ่านแล้วก็นิพพานอะตอนนี้เหตุการณ์นิพพานสมบัตินิพพานมีอีกหมวด 1 5 2 10 ละอ่าผู้ที่มีนิพพานถึงขั้นสมุทรเขตก็ดีถึงขั้นศัลยกรรมนิพพานก็ดีถือว่าปลายถือว่าเป็นจุดปลายพูดได้อย่างนี้แล้วนี่แหละ 2 อย่างนี้เราเรียกว่าเป็นผู้ได้แล้วตั้งแต่เป็นๆยังมีรูปนามขันธ์ 5 อยู่เรียกว่าที่เสนานิพพานเป็นนิพพานที่ยังมีรูปนามขันธ์ 5 เป็นนิพพานที่ได้สภาวะแล้วเป็นสภาวะของนิพพานและสูญญตาก็มีสมุดเช็คก็แน่ๆไม่กลับกำเนิดชัดๆเป็นสูญญากาศเป็นสมุนไพรมีนิพพานเป็นอนุบาลอนุบาลพิเศษสันนิษฐาน ก็เป็นนิพพานที่ผู้นั้นตายลงไปคือพระอรหันต์ตายพระอรหันต์เจ้าท่านตายก็หมายความว่าหมดรูปนามขันธ์ 5 ก็หมายความว่านิพพานไม่มีอะไรเหลือจะเป็นเมืองนิพพานเมืองโน้นเมืองนี้มัน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน