240111-2-280 ทางเอกภาค2-ตอน280(หน้า535)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ025.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์246 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 11 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระเครื่องได้อบรมทำวัดเช้าที่พุทธสถานพรหมอโศกเปิดสัพเพสังสังฆภูตานังสามัคคีวุฒิสภาความพร้อมเพรียงของชนผู้เป็นหมู่ย่อมเยาผลสำเร็จพระพุทธเจ้าทันใดยืนยันรับรองกับพระสารีบุตรว่าความเป็นผู้มีมิตรดีความเป็นผู้ สหายดีความเป็นผู้มีเพื่อนดีนั้นเป็นทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ซึ่งก็ได้ย้ำยืนยันให้ฟังแล้วว่าความรวมกันหรือความที่เป็นสามัคคีด้วยความที่มันเข้ากันได้อย่างเรียบรื่นง่ายงามนั่นแหละคือที่สุดหรือคือสันติภาพเราจะทำอย่างไรกันดีที่จะทำให้ตัวเราเข้ากับอะไรอะไรได้หมดในโลกนี่เป็นปัญหา ทุกทุกอย่างที่เราแก้ไขกันอยู่เนี่ยทุกคนเมื่อไปมองเห็นคนอื่นเป็นปัญหาโดยที่ไม่มองตนมันเข้าไม่ได้ถ้าเผื่อว่าเรามองตัวเราเองแล้วเราทำที่ตัวเราเองนั่นแหละให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีที่สุดได้มันก็ถึงจะเข้ากับคนอื่นได้การที่จะทำให้คนอื่นมาเข้ากับเรามันไม่ใช่เรื่องเป็นไปได้ง่ายเราทำตัวเราให้เข้ากับตัวเขาเป็นไปได้ง่ายกว่าเพราะฉะนั้นเราจะต้องเรียนรู้ตัวเรานี่ให้มากและตัวเราจะต้องเก่งยิ่งๆขึ้นให้มากที่สุดอย่างไรอย่างไร เราจะต้องระลึกถึงว่าตัวเรานี่แหละเป็นตัวสำคัญถ้าเผื่อว่าผู้ใดได้ฝึกได้เพียรแล้วก็ได้กระทำกันจริงๆแล้วจะเห็นชัดยิ่งได้ยิ่งที่สุดเลยว่าการแก้ปัญหาใดๆหรือว่าการกระทำอะไรที่จะให้เป็นอยู่สุขเมื่อเราเองเราไม่เห็นแก่ตัวแม่นิดแม้น้อยแม้ที่สุดไม่ยึดความเห็นที่เป็นทิฏฐิของตนเพราะเรายึดตามความเห็นของเราจนเกินการแล้วเราจะตัดเป็นที่สุดแล้วเราก็จะเข้ากับส่วนใหญ่ที่สุดที่เราเห็นว่าส่วนใหญ่ที่ดีที่สุดแล้วนั่นคือบุคคลที่เราเลือกคณะที่เราเลือกและเราก็ทำแบบพร้อมกันสิ่งใดที่เราจะทำตาม อำเภอใจเราด้วยตามความคิดเห็นของเราเป็นที่สุดนั้นสิ่งนั้นต้องตรองแล้วตรองอีกไม่ใช่ทำด้วยความวู่วามต้องคิดแล้วคิ

อ่านต่อ

ดอีกว่าดีที่สุดที่ถูกต้องที่สุดและเรามีกำลังเพียงพอนะที่เราจะ 1 ต่อโลกที่เราจะ 1 ต่อโลกฟังดูดีๆเราคนเดียวเราจะเอาตามความคิดเห็นของเราแล้วจะต่อสู้กับโลกทั้งโลกนั้นน่ะไม่เช่นน้ำหนักธรรมดาน้ำหนักหนักมากเมื่อเราจะเอาตามที่ขีดความเห็นของเราแม้เราไตร่ตรองดีแล้ววันดีแน่ๆสูงยิ่งแน่ๆฉลาดแน่ๆถูกทำ สุดแน่ๆแล้วเราก็จะตัดสินเอาอันนี้อันเดียวเนี่ยแล้วเราก็จะนำพาไปลากจูงไปเนี่ยเราจะต้องลากจูงคนที่เขาไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะที่ได้สมมุติถึงที่สุดแล้วว่าเรา 1 ต่อโลกทั้งโลกเราจะสู้เขาไหวไหมผู้ที่จะกระทำจริงๆก็คือผู้ที่มีโลกุตระจริงๆและผู้นั้นก็จะต้องเป็นขั้นสูงสุดก็คือสัมมาสัมพุทธเจ้าขนาดนั้นขนาดได้ขนาดอย่างที่ว่านี้พระพุทธเจ้ายังต้องออกอุทานแม้ช่วงวัดหนึ่งอุทานที่ตรัสรู้สำเร็จใหม่ๆแล้วก็มองไปดูมนุษย์โลกท่านก็ออกอดทานว่าเราจะไหวหรือสอนมนุษย์นี่มันจะ อ่อนไหวหรือไม่จะเป็นความลำบากเปล่าซะแล้วกะมังเพราะมนุษย์นั้นอยู่อีกวิธีหนึ่งทวนกระแสกันเราจะต้องแบกหามเขาทั้งหมดขนาดคนอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังต้องมีแวบหนึ่งของจิตอย่างนี้แล้วก็นั่นก็เป็นตัวอย่างเป็นอุทาหรณ์สำคัญขนาดนั้นเจ้าท่านยังต้องคิดอย่างนั้นว่าอย่างนั้นยังมีจิตอย่างนั้นเราไปเราจะเพิ่มความเราจะไปคิดระลานโลกต่อสู้กับหมู่ใหญ่หรือทำอะไรไปให้แรงๆโดยที่เรียกว่าไม่ประมาณตนไม่คิดถึงกำลังไม่คิดถึงความจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้นั้นไม่ควรอย่างยิ่งเราจะต้องคิดประมาณตน สำคัญมีอัตตัญญุตาถ้าเราตัดสินใจแน่แล้วว่าเราแบกโลกนี้ได้หรือว่าแบกหมู่กลุ่มที่อันนี้ใหญ่กว่าเรามากเราคำนวณประมาณอย่างจริงใจอย่างของอย่างที่มันเป็นไปได้แท้ๆว่ะได้นะแบบได้กำลังตรงนี้เราทำได้และฉลาดพอเรามีกำลังพอเรามีความสามารถพอเราจะทำล่ะตามความเห็นเราก็จึงทำแต่ถ้ายังไม่เป็นไปได้ดังกล่าวแล้วแบบไม่ได้แน่ปัญญาเราก็ไม่พอกำลังแล้วก็ไม่พอความสามารถเราไม่พอเมื่อไม่พอเราก็ต้องอนุโลมตามงูใหญ่งู ที่เราได้เลือกเฟ้นเอาแล้วเป็นหมู่ 1 ที่ดีที่สุดที่เราเลือกเป็นมันก็ลองลงไปเป็นอย่างนั้นแล้วเราก็จะกระทำอะไรต่ออะไรขึ้นมาให้ดีที่สุดได้ทุกอย่างไม่ใช่ยึดมั่นถือมั่นแม้แต่ดังกล่าวนี้จุดที่ดีสูงสุดยอดที่เรียกว่าอุดมคติหรืออุดมการณ์มันมีอยู่แต่มันไม่เป็นไปตามอุดมคติไม่เป็นไปตามอุดมการณ์มันก็จะต้องเป็นไปเราจะต้องกระทำให้ไม่มีทิศโน้มให้มีแนวโน้มให้มีน้ำหนักที่วุฒิวุฒิหรือเจริญขึ้นเจริญขึ้นทั้งตัวเราและผู้อื่นแต่การปฏิบัติธรรมนั้นถ้าเผื่อว่าเน้นที่ตัวเราก่อนมันง่ายเพราะเราเองรับผิดชอบตัวเราเรามีสิทธิ์ในตัวเราเต็มที่ ที่เราจะปรับปรุงที่เราจะขัดเกลาที่เราจะทำอะไรให้ดีอย่างอื่นของอื่นนั้นเป็นรองเสมอเป็นรองเสมอเราต้องทำเราให้ได้ดีซะก่อนจะยืนหยัดยืนยันจนมีความเลื่อมใสศรัทธาหรือมีความจริงที่จะไม่ไปค้านแย้งหรือไม่ไปให้ปู่ท้วงกับผู้อื่นผู้อื่นเขาเอาตูดพวกเราได้เราต้องทำซะก่อนเมื่อทำได้แล้วอย่างชัดแจ้งมีหลักฐานมีเวลากาละพอที่จะอ้างอิงได้พอที่จะมีพยานหลักฐานคนอื่นรู้คุณคนอื่นเห็นร่วมคนอื่นรับรองอะไรเพิ่มเติมเมื่อเราทำได้เช่นนั้นมันจึงจะมีฤทธิ์มีแรงให้ชนะและทำอะไรก็ ไม่มีหลักหลักฐานอ้างอิงไม่มีพยานไม่มีคนที่รองรับว่ารับรองว่ามันจริงมันเชื่อถือได้อะไรอย่างนี้มันไม่มีน้ำหนักเราตัวคนเดียวมีน้ำหนักมันน้อยแต่ความพร้อมเพรียงของชมพู่เป็นหมู่นั้นเป็นความกระทำได้ยากการกระทำความเป็นหมู่การกระทำความพร้อมเพรียงที่จะให้สอดคล้องให้เป็นไปด้วยดีไม่มีทะเลาะวิวาทไม่มีการขัดแย้งมีกำลังอันเป็นไปในทิศเดียวกันสอดคล้องกันนั้นเป็นความเป็นได้ยากในสังคมมนุษย์ความทุกข์ทั้งหลายแหล่ในโลกนี้ไม่ใช่ทุกข์เพราะเราไม่มี ข้าวจะกินไม่ใช่ทุกข์เพราะเราไม่มีสิ่งที่เป็นปัจจัย 4 หรือว่าสิ่งที่เป็นวัตถุอะไรอื่นประกอบเท่าใดนักคนยิ่งมากขึ้นความทุกข์ก็ยิ่งจะเกิดมากขึ้นเพราะกิเลสกิเลสมันยิ่งจะทวีมากอย่างที่เราเดาไม่ได้ง่ายๆกิเลสมันมีบทบาทร้ายกาจจนเรานึกไม่ถึงเยอะแยะมากมายถ้าคุณได้บำเพ็ญได้ประพฤติปฏิบัติมานานมากๆครับคุณจะเห็นว่ามนุษย์นี้หนอที่เลทสารพัดเหลี่ยมยิ่งมากธุรกิจยิ่งมีเหลี่ยมสารพัด สารพัดครูมากเหลือเกินมากจนเมื่อคุณเองคุณมีญาณทัศนะจะมาสามารถจับรูปผู้อื่นได้คือคุณเป็นโพธิสัตว์แท้คุณจะรู้ว่ากิเลสของเราก็เหลือเกินแล้วที่เราได้เรียนรู้กิเลสตนแล้วได้ตัดได้ละก็ว่ามันมากเหลือเกินคุณยังจะเห็นกิเลสของคนอื่นที่คุณนึกไม่ถึงเลยคุณจะทึ่งคุณจะบอกโอ้โหคนนี้ปานจะมีหน่อเรายังไม่เคยคิดเลยเรายังไม่เคยเป็นเลยเรายังไม่เคยคิดว่ามันจะมีได้เลยเราจะรู้ถ้าเมื่อใดคุณเองคุณยังไม่พ้นกิเลสของตัวก็ยังไม่หมดผมก็จะไม่รู้สึก ของตัวเองก็รู้อยู่ในตัวมีอยู่ในตัวมันไม่รู้มันก็มีและมันก็มีนั่นแหละมีอย่างโง่ๆแล้วมันก็รู้อยู่ว่ามีที่จริงตัวรู้ตัวนี้เป็นตัวอวิชชาคือตัวที่มีของตัวเองแต่ตัวไม่รู้เราเรียกว่าอวิชชาที่พระอรหันต์เนี่ยนับอวิชชาตัวนี้นำวิชาตัวที่มีในตนแต่เราไม่รู้ของตนนี่คืออวิชชาตัวที่จะเป็นพระอรหันต์ส่วนตัวอวิชชาในนิวรณ์ 8 นั้นเป็นอวิชชาที่จะรู้ใบไม้นอกกำมือหรือรู้กิเลสอื่นอีกที่เราจะรู้อย่างบางทีจะทึ่งทีเดียวคืนนอกเรียกว่าโลกก็วิทูคืออันอื่นเอาวิชาในโลกไม่ใช่เอาวิชาใน ตัวเราอวิชชาในสากลโลกที่นิวรณ์ 8 เพราะฉะนั้นในการปราบกิเลสนั้นเราก็ต้องปราบนิวรณ์ 5 หรือเปล่าอวิชชาในตนให้เกลี้ยงซะก่อนเรียกว่าใบไม้กำมือเดียวปราบนิวรณ์ 5 ระดับนิวรณ์ 5 แล้วก็ค้นหาวิชาไหนอย่างที่แนะอวิชชาสูตรยืนยันไว้ดังนี้เป็นต้นเมื่อเราหมดนิวรณ์ 5 เราก็เป็นผู้พ้นอวิชชาไปในระดับในระดับนิวรณ์ 5 เป็นพระอรหันต์ถือว่าสบายใบไม้กำมือเดียวหมดละทีนี้เมื่อหมดของตัวเองจริงๆจิตเราจะใสไอ้ของที่เคยมีที่เราไม่รู้นี่เราเรียกว่าอวิชชา มันมีอยู่ในตัวเรานี่เราไม่รู้มันไม่รู้ตัวนะว่าเรามีหรือไม่รู้ตัวแล้วเราก็ต้องเอามันออกให้รู้ตัวแล้วเรียกว่าอวิชชาชักจะถูกตีแตกแต่เราก็ยังพลางๆเลือนลางๆหรือว่าไม่มีกำลังพอจะเอามันออกอย่างนี้เป็นต้นแต่ถ้าเรามีกำลังจะเอามันออกหรือเราจับมันได้มั่นไม่ใช่เรื่องๆลางๆจับเนื้อถูกตัวของมันเลยแล้วเราก็ล้างลาออกไปได้ก็มันก็พ้นไปผู้ที่มีอะไรในตนที่เป็นความไม่ดีเราค้นหาไม่เจอเราก็จะต้องเจอมันจนได้เข้าใจจนได้เขาชี้เขาบอกคนอื่นชี้บอกเราเราก็จะต้องรับฟังหมอชี้บอกแล้วเราก็มาอ่านดูที่ใจ ปลาจริงๆให้มันละเอียดบางทีก็ขี้บอกนี่มันเป็นของละเอียดที่ตาเขาเห็นแต่เราเองตายหยาบมองอีกเท่าไหร่ๆของตัวเองมันก็ไม่ติดไม่เห็นก็ต้องพยายามมองจริงๆอย่างละเอียดจะเข้าข้างตัวจริงๆพากเพียรเราจึงจะเป็นไปได้ถ้าเมื่อผู้ใดทำตัวเองได้แล้วดีจริงๆจะมีกำลังวิมุตเป็นกำลังหรือว่ากำลังที่แท้จริงนั้นคือวิมุติเมื่อผู้ใดมีวิมุตจริงคุณน่าจะมีกำลังจริงกำลังที่จะอุ้มชูผู้อื่นได้ช่วยเหลือผู้อื่นได้ศาสนาที่แท้จริงจึงผู้ที่ถึงวิมุตินั่นแหละคือผู้ช่วยเหลือผู้อื่นผู้ที่มีที่พึ่งของตนเองอย่างแน่แท้แล้วเต็มครบสบาย มีกำลังเหลือจึงช่วยผู้อื่นได้อย่างไม่เบียดเบียนตนและไม่เบียดเบียนผู้อื่นเพราะตัวเองมีกำลังเหลือจริงๆมีส่วนเหลือเหมือนกับคนที่จะช่วยคนอื่นด้วยวัตถุอย่างนี้มีสตางค์อยู่ 10 เราก็กินข้าว 10 บาทนี่แหละเราเต็มหรือว่าเราพอดีกำลังของเราทีนี้เราเห็นคนอื่นเราก็จะช่วยคนอื่นโดยที่เราก็ต้องควัก 10 บาทออกไปมันก็ช่วยผู้อื่นด้วยจริงๆแต่เราต้องเบียดเบียนตนไปเพราะมันไม่เต็มพอดีก็เรามีสิทธิ์แล้วเราก็พอดีของเราคือ 10 บาทแล้วเราก็ต้องควักให้คนอื่นไปมันเป็นการเสียสละแต่มันตัดเนื้อควักเนื้อเรา ไปช่วยคนอื่นก็ถือว่าการเป็นการเบียดเบียนตนในฐานะปรมัตถ์จริงมันพูดใดที่มีมากกว่าสิบเมื่อเราเองเรารับสิทธิ์เติมอาหารหรือว่าเติมกำลังของชีวิตเติมเชื้อเพลิงหรือเติมส่วนที่จะสังเคราะห์ชีวิตด้วย 10 บาทถ้าเรามีเกินแล้วเราจะช่วยคนอื่นเมื่อนั้นเราก็ช่วยโดยไม่เบียดเบียนตนและเราจะช่วยไม่เบียดเบียนผู้อื่นได้อย่างดีเพราะมันไม่ต้องควักเนื้อไม่ต้องเจ็บต้องแสบไม่ต้องมีแผลไม่ต้องมีความบกความพร่องไม่มีอะไรที่ดูทุกอย่างเต็มครบแม้แต่ทางด้านวัตถุก็ไม่มีพร้อมจะเป็นรูปกลมลูกกลึงจะเป็นรูปเหวี่ยงลูกอาจจะเป็นลักษณะตรงไหน เป็นความเต็มไปหมดแล้วมันจะไม่ทำให้อะไรเว้าอะไรแหว่งไม่ทำให้อะไรเอนเอียงออกมาน้ำหนักเหวี่ยงข้อเหวี่ยงรูปพื้นที่มันระนาบเรียบทุกอย่างเต็มมันไม่ทำอะไรให้ลดลงเพิ่มขึ้นนอกจากจะมีอะไรมาทำให้เพิ่มมีอะไรมาทำให้เว้าไม่เอาอะไรมาทำให้รถเพราะเราจะต้องเต็มจริงๆแล้วจะเป็นกำลังที่แรงจริงๆจะช่วยผู้อื่นได้อย่างไม่เบียดเบียนตนไม่เบียดเบียนผู้อื่นจริงๆนะนี่เป็นสัจจะเป็นปรมัตถสัจจะถ้าเราเข้าใจได้เราก็จะไม่วู่วามเราก็จะไม่ herme อะไรไปเที่ยวที่ช่วยผู้อื่นโดยตนเองยังไม่เต็มเท่าใดนักแต่เพื่อตัวเองเต็มแล้วไม่ช่วยผู้อื่นตัวเองก็เสียปรมัตถสัจจะหรือ จะที่สุดเหมือนกันว่าเราเต็มแล้วเราได้แล้วเราเฉยเมยไม่ช่วยคนอื่นบางคนไม่ใช่เต็มธรรมดาล้นๆๆๆแล้วก็ไม่ช่วยคนอื่นดังในสังคมทุกวันนี้ผู้ที่มีพอกินแล้วพอใช้แล้วความสามารถของเราเหลือล้นแล้วเราก็ดีที่ขยันที่สร้างสรรค์ขึ้นมาในโลกแต่ไม่ช่วยผู้อื่นไม่แจกจ่ายผู้อื่นก่อนกลับทับถมสะสมเก็บไว้อย่างนั้นแหละหวงแหนจนเน่าจนเสียจนทิ้งจนขว้างจนเราจะหมดฤทธิ์ไม่ไปทำอะไรได้เพราะตายจากไปแล้วไม่มีแรงดึงดูดไว้อีกคนหนึ่งเขาจึงเอาแบ่งแจกถ้าคนอื่นเขาจะแบ่งแจกแต่ถ้าคนอื่นรับถ่ายทอดความสะสมขี้เหนียวนี้อีกก็ดูดไปอีกดูดไปอีกเหมือนเศรษฐีมหา เศรษฐีขี้เหนียวทั้งหลายแหล่ที่เคยมีประวัติจนกระทั่งสร้างนิสัยขี้เหนียวนี้กับผู้อื่นมากเข้าต่างคนต่างเห็นแก่ตัวโลกไม่พอโรคอยู่ไม่ได้ต้องดึงดูดกลับคืนก็ต้องตีแตกระบบธรรมดาไม่ได้ก็ต่อระบบบีบคอตัดคอแย่งเอามาบังคับกันจึงเกิดระบบคอมมิวนิสต์จึงเกิดระบบคอมมิวนิสต์ขึ้นมาถ้าเผื่อว่าเรารู้ว่าทุกอย่างในโลกนี้ความสามารถคนไม่เท่ากันคนเก่งมีความสามารถมีเมื่อมีแล้วตัวเราเองนี่มันกระจ้อยร่อยเลี้ยงไว้บำรุงไว้ให้มันสังเคราะห์ไว้ในโลกง่ายน้อยไม่มากเลย ง่ายและน้อยแต่คนเราไม่เข้าใจอย่างนี้เรานึกว่าตัวเรานี่ใหญ่นักหนาหลงใหลนักหนาจะต้องเคืองรู้จะต้องมากต้องมาจะต้องเยอะต้องเลอะต้องเทอะอะไรฟุ้งเฟ้อสุรุ่ยสุร่ายเกินกำลังเกินจริงแล้วยังมีแถมหวงแหนคาบเอาไว้หวงเอาไว้กลัวกลัวหลานกลัวเราไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีความสามารถดูถูกตัวเองความสามารถเราเลี้ยงตนไม่ได้ยังไงแม้แต่วินาทีนี้ก็จะมีความสามารถเลี้ยงตนได้ถ้าคนที่แน่ใจภาคภูมิใจมีที่พึ่งแห่งตนได้แล้วไม่เป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวมันเป็นคนทำอะไรไม่เป็นแต่เป็นคนมีความสามารถเป็นคนขยันหมั่นเพียรสร้างได้และยังอุตสาห์ให้คนอื่นได้อีกจริงๆ แม้แต่การกระทำแล้วให้คนอื่นได้เนี่ยมันก็ยังจะเป็นดินแดนของธัมโมเอาไว้แล้วก็ติดธรรมดาจริงคือเป็นธรรมจะรักษาผู้ประพฤติธรรมจะเลี้ยงผู้ประพฤติธรรมไว้แล้วทำแล้วเราให้คนอื่นในโลกนี้มนุษย์มันมีมันมีสำนึกมีมโนธรรมสำนึกมันมีจริงๆพระพุทธพระสารีบุตรแสดงออกอยู่ครั้งหนึ่งเป็นบุคลิกฐานรับพระพุทธเจ้าจะบวชพระแก่รูปหนึ่งหรือไม่ใช่ชื่อราคะหรือไงสาทรใช่ไหมแต่ที่สารีบุตรและที่พระพุทธเจ้าท่านจะบวชให้แล้วก็ท่านก็บอกว่าอาราธนาพระพราหมณ์เธอไม่มีญาติที่โคโยตี้กามไม่มีบริขารหรือหาบริขารอะไรได้ไหมจะบวชอะไรทำยังไง ใครผู้ใดฉันถามพระใครผู้ใดจะช่วยเหลือสัญญาถ้าพรานนี้บ้างถามหมู่ส่งพระสารีบุตรก็อาสาขึ้นมาบอกว่าข้าพระพุทธเจ้าเองจะรับอาสาช่วยเหลือจากสะพานพระรามเคยช่วยเหลือแต่ผมอยู่ครั้งหนึ่งคือได้เคยใส่ข้าวให้ผมสักทีนึงผมเองขอรับอาสาจะช่วยราชาศัพท์แปลภาษาญี่ปุ่นก็รับเป็นผู้บัญชารับภาระนั้นเองกับภาระเป็นผู้บัญชาที่จะช่วยรับรองหรือว่าเลี้ยงดูอบรมตั้งแต่หาบริการทำอะไรก็ได้ให้บวชมา อุปชาก็มีหน้าที่รับผิดชอบอุ้มชูเหมือนเราเป็นพ่อเธอเป็นลูกอย่างดีลูกผู้ชายทุกองค์ก็เข้าใจอยู่แล้วก็ได้กล่าวกับสตรีวิทยาต่อหน้าสงฆ์คือประกาศว่าเราจะขอแบบเองคนนี้ดูแลอบรมเลี้ยงดูเขาอย่างดีการเลี้ยงดูดูแลในพ่อกับลูกถือว่าก็ต้องกระทำอย่างดีที่สุดแล้วเนี่ยทางโลกก็คืออย่างนั้นพระองค์พระก็ไม่ได้ค้าแย้งกับโลกก็ทำกันจริงๆเพราะฉะนั้นการที่จะเอาใจใส่ดูแลเลี้ยงดูอันนี้ต้องเป็นจริงผมเข้าใจดีซาบซึ้งแล้วผมรู้ว่าผมเป็นผู้บัญชาผมจะทำหน้าที่อุปัชฌาย์ผมจะไม่ใช่เป็นเป็นเต่าอะไรที่ขายทิ้งหรือว่าไม่เอาภาระไม่เพราะฉะนั้นใครที่ทำไม่ดีไม่ชอบไม่ชอบมาพาคนที่ผมรับรองผู้บัญชา ที่แท้จริงแล้วถ้าไม่เข้าท่าไม่ชอบมาพากลผมตัดทิ้งตัดทิ้งโดยที่เราจะไม่สึกไม่ให้อยู่ที่ทำลายศาสนาหรือว่าทำให้หมู่ 2 แปลกเพื่อนทำให้เหมาะสมเลอะเทอะผมไม่เอาคำว่าอุปชาจะต้องสำคัญในจุดนี้จริงๆไม่เช่นนั้นศาสนาเสื่อมดังที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้เสื่อมจริงๆเสื่อมเพราะอุปชาที่ไม่เข้าใจหน้าที่ของอุปชาไม่รู้จักการกระทำของอุปชาไม่รับผิดชอบที่แท้จริงเฮ่อๆกำลังตนไม่พอก็ไปบวชๆๆปีนึงบวชทีนึง 100 200 500 ทั้งๆที่มันทำได้ยังไง 2 ปีเป็นพันนึงจะดูแลได้ยังไงแล้วอบรมก็ขึ้นมาก็ช่วยตนได้แค่ไหนยังไม่รู้พระมากี่รูปกี่รูปบวชบวชบวชบวชบวชเข้าไปสอนเขาได้เหรอแบกหามก็ได้ เข้าไปทำอะไรเล็กๆแล้วรอดตายอยู่ที่ไหนอย่างไรทำได้เหรอทำไม่ได้อุปัชฌาย์ทุกวันนี้จึงไม่รู้อะไรเลยเรารับแค่นี้เรามีแรงสอนคณิตศาสตร์สอนให้เขาได้ช่วยตนเองได้ก่อนจะเป็นพี่ที่ช่วยตัวเองก็ได้เลี้ยงน้องเข้ามาอีกพร้อมเราจึงจะรับลูกศิษย์ได้มากขึ้นทวีขึ้นเป็นหลายร้อยเพราะเรามีพี่เราได้เลี้ยงลูกให้โตพอมีกำลังอุ้มชูเลี้ยงน้องต่อไปด้วยเป็นไม้เป็นมือมันก็จะสอดคล้องกันไปเราถึงจะทำได้มากถ้าเรายังไม่มีก็ถ้าไม่ได้มากการเข้าหมู่จึงเป็นภาวะสภาสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนอีกอย่างหนึ่งในเวลาบวชเข้าหมู่ว่าเราผู้เป็นอุปชาเนี่ยเอาเข้าหมู่แล้วแต่ท่านอุปชารับรองและรับผิดชอบเป็นภาระแล้วก็บอกว่าหมู่นี้มีทั้งลูก รองมีทั้งรูปเป็นต้นมีทั้งใครต่อใครด้วยในหมู่ในหมู่นี่มันจะมีพระอุปัชฌาย์นี่มีทั้งให้สิทธิของลูกตนนะเป็นพี่คนนั้นคนนี้เขาเอาให้เขาออกเสียงแล้วบอกว่าโอ้ยผมยังเลี้ยงน้องไม่ได้หรอกผมไม่เอามันยังไม่รับหรือว่าคุณน้องคนนี้หรือขอน้องคนนี้เหลือฝืนเอาเหลือมือดูแล้วกำลังของหมู่ด้วยกำลังของพ่อด้วยผมไม่เชื่อว่าจะรับเข้ามาอีกได้คนนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับรองว่าผมไม่เอาข้อมูลไปรับอ่ะมันเป็นไปไม่ได้ไม่รอดเขาก็จะไม่รับเขาก็ไม่ยกมือเห็นด้วยไม่ลงไม่ติดแต่ถ้าเผื่อว่าเขาบอกว่ารับเฉพาะผมช่วยผมเป็นลูกพ่อเหมือนกันผมมีกำลังพอเหลือแล้วผมช่วย โดยไม่ต้องไปเป็นภาระพ่อหนักเกินไปแล้วผมก็จะช่วยคนอื่นได้มีสภาพจริงมีความเป็นจริงแล้วก็จะเลือกเคารพอ้อยเลือกไม่ใช่เรื่องทรัพย์จะตัดสินรับดังนี้สอดร้อยลงไปเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนอย่างประมาณอย่างมีสำนึกแม้แต่พี่ๆก็จะต้องมีความเข้าใจว่าเราจะรับน้องเขาไม่ดีหรือจะรับใครเข้ามาอีกมาเป็นเครือว่านเครือหรือมาดูแลรับภาระจะเลี้ยงดูก็จะเป็นความเป็นจริงของหมู่สงฆ์ที่จะต้องใช้ปัญญาใช้จิตวิญญาณระลึกกระทำอะไรต่างๆนานาขึ้นไปให้สอดรออย่างนั้นคำนวณด้วยเราอยู่กับพ่อเราก็รู้ว่าพ่อมีกำลังเท่าไหร่พ่องานล้นมืองานน่ะรับมาอีกไม่ไหวงานลำบากลำบนนะเราก็ช่วยผ่อนและเราก็ดูกำลังตนดูกำลังของเพื่อน ฝูงพี่เราบ้างน้องเราบ้างจะมีกำลังพอที่จะมาก็ทำได้ไหมอีกสอดร้อยกันอยู่ในนัยยะประการอย่างนี้มันถึงจะได้ความจริงมันถึงจะเกิดผลจริงเป็นจริงแล้วไม่บกพร่องไม่ขาดตอนนี้คือความจริงอันละเอียดซับซ้อนเข้าไปเรื่อยๆตามขั้นตามลำดับหมู่ก็จะเป็นหมู่พรรษามาขี่หมูก็จะเป็นหมู่อันที่ดำเนินไปสร้างสรรค์รังสรรค์ไปอย่างไม่เว้าไม่แบ่งไม่ตกไม่ขาดไม่บอกไม่พร่องมันจะเป็นไปได้อย่างนี้แต่ทีนี้ถ้าเราไม่เข้าใจแม้แต่เราเป็นผู้บัญชาเราก็ไม่เข้าใจสัตว์ที่วิหารก็ไม่ได้รู้เรื่องเลยอันนี้ความหมายพวกนี้เป็นยังไงอะไรไม่เข้าใจทำเป็นเล่นๆของหัวอย่างที่ผมกล่าวนี้ไม่ใช่ดูถูกอุปชาทุกวันนี้ไม่ได้เข้าใจอย่างนี้ไม่ใช่มี อย่างนี้ไม่ได้รู้ว่าจะต้องมีสภาพเพราะสอดร้อยซับซ้อนอยู่อย่างนี้ไม่เข้าใจผมก็บวชเอาสตางค์บวชไปเล่นๆบวชแม่ฉันมีจิตเมตตาให้เขาเข้ามาบวชมันดีทั้งนั้นบ่โทรตัวเองก็ยังทำไม่ได้แบกตัวเองก็ยังไม่ไหวรับมาเบะบะเบะปากเก่งมากเก่งมากเยอะแยะมากมายหาทางแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะเกื้อหนุนหรือสอดร้อยอะไรกันเลยจริงๆมันจึงไม่จริงมันจะเป็นไปไม่รอดถ้าเป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะต้องเข้าใจในสิ่งพวกนี้ด้วยเพราะคุณได้รับฟังได้รับอบรมได้รับรู้คุณก็จะเข้าใจพวกนี้ลึกซึ้งไปแล้วจะเห็นจริงแล้วก็จะทำหน้าที่ที่เป็นอย่างนี้ถูกต้องต้องรับผิดชอบต้องรู้กำลังตนเมื่อกำลังเราเต็ม อื่นช่วยเหลือคนอื่นมันก็ยังจะดีทีเดียวมันตามหลักเกณฑ์ที่กล่าวนี้อย่าให้มันเหลื่อมหรืออยากให้มันดีเดือดอะไรเกินไปจนไม่สมพร้อมไม่เหมาะคำว่าเหมาะคำนี้คืออรหันต์เหมาะควรเหมาะสมพอดีเป็นไปได้อย่างราบรื่นดีบางทีเรามีกำลังภายในเรามีสิ่งพิเศษอยู่ในตัวเราพระอรหันต์นี่จะต้องสั่งสมกำลังภายใน Samsung แรงพิเศษที่เราอยู่ข้างนอกหรือว่าคนอื่นดูนี่ดูไม่ออกเลยว่าเรามีกำลังเท่าไหร่พระอรหันต์เนี่ยเป็นมนุษย์กังฟูจริงๆพระอรหันต์เป็นมนุษย์ที่มีกำลังภายในที่ข้างนอกนี่ก็ดู เขาคำนวณไม่ออกก็ประมาณผิดจึงเป็นผู้ชนะอยู่เสมอจะไปพูดรบชนะเสมอเพราะเขาไม่รู้เขาไม่ดูไม่ออกจริงอ่านไม่รู้เลยว่าเรามีอาวุธเท่าไหร่เรามีธรรมาวุธอย่างไรเรามีมุมเหลี่ยมอย่างไรเรามีความชาญฉลาดมีสิ่งที่จะเอาออกไปใช้เพื่อปราบปรามศัตรูอย่างไรเขารู้ไม่เท่าทันมีกำลังภายในมีวิชาภายในจิตของวิเศษอยู่ในตัวซึ่งคนอื่นรู้ไม่เท่าทันและมีฤทธิ์แรงฤทธิ์พอแต่ก็ไม่ใช่นักบวชนักโกงไม่ใช่นักบวชนักบวชจึงจะเรียกว่าเก็บซ่อนกำลังภายในหรือภายในนั้นไม่ได้ถ้าคิดว่าคิดว่ามีเท่าไหร่เทคก็กระบะหมดข้าศึกรู้ ผมรู้มุมรู้อัตราลูกกำลังรู้อะไรทุกอย่างหมดโอ้ยพระอรหันต์นั้นไปทำศึกที่ไหนตายเรียบที่นั่นไม่ชนะไปทำศึกที่ไหนตายเพราะเขารู้ใส่รูปพุงตัวเราหมดเรามีกำลังภายในยังไงมีอาวุธร้ายยังไงมีอะไรใจเป็นยังไงเข้าไปหาข้อแก้ไว้หมดแล้วก็เอาสิ่งที่เหนือกว่ามาสู้หมดแล้วก็ทับตายพระอรหันต์จึงไม่ใช่นักขี้โอ่ขี้อวดหมดไส้หมดพุงอะไรง่ายๆจะมีอะไรเหลือๆมีอะไรภายในอยู่ในตัวจริงๆนะว่าจะกี่โมงป่วยการกล่าวไปใยกับคนที่ไม่มีสมบัติไปจะได้หยิบของคนอื่นมาอวดวันนี้ของฉันยังไม่มีพี่ก็รอโทรเลยเป็นแต่เพียงฟัง เพียงได้ยินได้รู้ได้เข้าใจเท่านั้นแล้วไปหยิบเอาไอ้คารมไปหยิบเอาไอ้ทฤษฎีไปหยิบเอาวิชาการอะไรมาโม้ว่าอย่างนี้ดีอย่างนี้ทำอย่างนี้ตัวเองอย่างเดียวไม่ได้เป็นยังไม่ได้เลยไปเอาอาวุธของใครก็ไม่รู้ไปขโมยเขามาด้วยถือว่าเป็นอทินนาทานนะเพราะฉะนั้นการอวดอุตริไม่อุตริที่ไม่มีในตนไม่เป็นจริงยังไม่เป็นจริงหรือยังไม่มีในตนแทนเป็นการขโมยขโมยของที่มีค่าเกินกว่า 5 ศพนะขโมยของเกินกว่านั้นแต่ต้นก็เพิ่งมาส่งอันนี้พูดได้ยังไม่มีเลยสมบัติอะไรก็ยังไม่มีอย่างที่กล่าวแล้วแล้วก็ไปอวดไปโอบไปเอาออกมา ไปขโมยเอาของคนอื่นมาแล้วก็เอามาใช้มันยิ่งกว่า 5 มาศอกอุจจาระมนุษย์ธรรมหรือคุณค่าของพวกนี้ราคามันเหนือกว่านั้นมันหาค่าบ่มีได้จึงเป็นการลักขโมยที่น่าเกลียดมากเป็นการลักขโมยที่น่าเกลียดมากนะทำออกมาจึงต้องถูกปาราชิกและสมาชิกข้อที่อวดอุตริมนุษยธรรมที่ไม่มีหน้าในตนหรือไม่เป็นจริงนี่ร้ายกาจมากเป็นข้อที่แรงที่สุดดังที่เคยเขียนบทความไว้แล้วบอกไว้แล้วตามกันไปไว้แล้วว่าสำคัญนะร้อยเรียงมาดูดีๆตั้งแต่คลอดชิ้นหนึ่งมาจนกระทั่งข้อที่ 4 ไงมันสำคัญเป็นระดับระดับจากที่เทียบให้ฟังข้อ 1 มันก็มันก็ร้ายข้อ 2 ก็หนักขึ้นมาก็ตามก็ยิ่งหนักขึ้น กด 4 ถือว่าหนักที่สุดถ้าเราไม่คำนึงมีศาสนาก็เสื่อมอีกเสื่อมแล้วมันได้เสื่อมแล้วทุกวันนี้พระก็ดีนักศึกษาทางศาสนาก็ดีพล่อยๆพูดมักคำว่าพลังวาพูดพ้นพูดสมาธิสมาธิว่าสมาปฏิมาโฆษณาบัตรพูดจนพูดกันอย่างกับแม่เหมือนกับตัวเองเป็นตัวเองมีตัวเองได้ตัวเองถึงตัวเองบรรลุหลุดพ้นแล้วอย่างนั้นแสดงจ้อยแสดงโอ้ยถึงถังจริงจังอย่างกับคนตัวเองได้ลิ้มรสแล้วมีอยู่ในตนและควักออกมามีแต่เนื้อแต่ชิ้นเปล่าเลยบ๊องๆๆ ว่างเน่าๆไม่มีเนื้อมีแก่นอะไรแล้วมันก็เอาความคิดของตัวเองเข้ามายัดแทนเอาความที่ยังไม่ถูกแท้ไม่เห็นจริงไม่เป็นจริงเข้ามายึดต้องไปแทนมันจึงเพี้ยนๆๆโจรกลับตาลปัตรกลับตาลปัตรนี่ก็เป็นสำนวนไทยที่เห็นจริงว่าคือเอาหน้าเป็นหลังเอาหลังเป็นหน้าตาลปัตรมันปรับกันยกตัวอย่างเช่นว่าที่มันสลับกันเหมือนกับตาลปัตรข้างหน้ากันตาลปัตรข้างหลังแล้วก็เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนกับตาลปัตรให้อุตสาหกรรมที่ชัดเจนตาลปัตรก็มีอยู่ 2 หน้าหน้านึงคือหน้าอีกหน้านึงก็คือหลังเพราะฉะนั้นเมื่อกลับกันเสียมันตรงกันข้ามกันรองเท้าหอนเขาก็ปรับจึงเป็นการเหมือนหน้ามือและหลังมือที่ผมใช้เดี๋ยวนี้เป็นอุทาหรณ์แต่ว่าหน้ามือก็หลังมือ มันกลับกันจริงๆมันพลิกไปคนละอย่างเลยอย่างที่ผมบอกว่าถ้าผมทำอย่างนี้นี่คือผมทำอะไรคุณยึดอะไรอันนึงคุณก็จะบอกว่าผมกำลังคว่ำมือที่เขียนคำว่ามือเป็นคำกล่าวคำว่าหน้ามือกับหลังมือเป็นคำละเอียดคุณไม่ได้บอกรายละเอียดคุณบอกอย่างตื้นเขินคุณบอกอย่างสามัญสำนึกผมก็บอกให้ผมกำลังคว่ำมือผมก็บอกว่าผมเปล่าคว่ำผมหงายก็บอกไม่ใช่ไงคุณคว่ำแล้วคุณก็จะบอกรายละเอียดลงไปว่าถ้าบอกงี้ผมคว่ำคุณก็ต้องบอกผมว่าผมคว่ำหน้ามือผมบอกผมไม่ได้บอกอย่างนั้นนี่ผมบอกว่าคุณหงายหลังมือต่างหากอันเดียวกันนี่คุณหงายหลังมือมันติดๆกันอยู่อย่างนี้นาคกำลังนึกว่าสิ่งที่มันสอนมันเป็นอย่างนี้ วันนั้นเขาก็เอาตาลปัตรนี้มายกตัวอย่างกันเพราะมันเป็นสภาพอันนึงเหมือนกับผมใช้มือยกตัวอย่างสมัยโบราณที่เขาใช้กันติดมาก็ตาลปัตรกลับกันแล้วเดี๋ยวนี้ความเข้าใจผิดมันกลับตาลปัตรความเข้าใจผิดกลับกันเหมือนหน้ามือและหลังมึงเดี๋ยวนี้เขาใช้ภาษาสำนวนยิ่งกว่านั้นก็บอกว่าหน้ามือกับหลังเท้าคือมันอยู่คนละแห่งด้วยแล้วมันก็ไม่เหมือนกับหน้ากับหลังเขาก็พูดให้มันซ้อนขึ้นไปอีกว่ามันยิ่งกว่านั้นนะไม่ใช่หน้ามึงก็ล้างมือหน้ามือกับหลังเท้าด้วยถ้าเทียบให้มันต่ำลงไปเหยียดตรงไปหาเท้ามือนี่มันสูงกว่าเท้าก็ถือว่างั้นเพราะยิ่งไปหาทานแล้วก็กดโทรมันยิ่งทรามมันยิ่งโง่มันไม่รู้การปรับกันแล้วก็ยังซ้อนซ้ำลงไปอีกว่านอกจากกลับกันแล้วยังเสื่อมหยาบต่ำเร็วอีกก็ยังไม่รู้ตัวอย่างนี้แสดงว่าเราหลงผิดอย่างมากยิ่งขึ้นไปอีก แล้วพรุ่งนี้เป็นนัยยะแห่งความหมายที่เราจะเป็นผู้ฉลาดที่จะรู้มันอะไรผิดเพี้ยนไปจนกระทั่งกลับตาลปัตรกันแล้วกลับหน้ามือเป็นหลังมือแล้วยิ่งกลับหน้ามือเป็นหลังเท้าด้วยแล้วเราก็ยังไม่รู้ตัวอย่างงี้ก็เจ๊งกันใหญ่เราก็เป็นคนที่โง่ๆมืดๆแปลกๆเรายังจะต้องทำความเข้าใจดีๆมันเพี้ยนไปอย่างไรจะต้องมีปัญญาญาณหยั่งรู้เหมือนอย่างที่เราพยายามบอกว่าเดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันหมดแล้วนะแม้แต่วัตถุมันก็ผิดจนเข้าใจไม่ได้และก็ยืนยันยืนยันอยู่อย่างนั้นอย่างเผินๆอย่างมียี่ห้อเรามีแต่พูดกับเปลือกเป็นพุทธแต่ข้างในกลวงหมดไม่มีเนื้อไม่มีสารอะไรมันก็จริงๆแต่ถ้าเมื่อไม่รู้ว่ามันไอ้ที่ว่ามันพร่องมันหายไปมันไม่เป็

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน