231230-2-276 ทางเอกภาค2-ตอน276(หน้า528)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์169 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 30 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเอาวันนี้ก็มาต่ออีกนะเรื่องนี้มากอยากฟังดีๆวันนี้ก็จะขโมยรีโมทให้มันครบ 8 ให้ชัดๆพรุ่งนี้เราก็จะงานไม่ค่อยจะได้พูดอื่นไปอีกหลายๆอย่างกว่าจะได้วกกลับมาพูดถึงเรื่องพี่หม้อก็อีกนานว่าจะต้องมีงานไปตั้ง 5 วันเรากำลังเข้าถึง ลำดับวิโมกข์ลำดับที่ 7 เรากำลังจะคืบเข้าหาลำดับที่ 7 ที่ 6 กำลังพูดถึงที่ 6 มีหม้อขั้นอากิญจัญญายตนะแล้วต่อไปมันก็จะในว่าสัญญาณน่ะสัญญาจะนะแล้วก็จะถึงสัญญาเวทยิตนิโรธเป็นอันดับที่ 8 อันใดพี่โมทย์ลำดับที่ 6 นี้คำบรรยายเนี่ยมันใหญ่ทั้งเบื้องหน้าและบรรยายทั้งเบื้องหลังบรรยายทั้งแง่ผิดและบรรยายทั้งแง่ถูกให้เทียบ เวียงจันทน์มันก็จะยากหน่อยในการอ่านบางทีบรรยายสภาพที่ยังไม่ทันเป็นโจรจะเป็นอยู่ในช่วงหน้าแต่เอาภาษาคำว่าวิโมกข์มาพูดก่อนถึงจะพูดว่าเอากินจรรยาเย็ดกันนะเรายังไม่พ้นนะที่จริงเรากำลังจะเข้าอากิญจัญญายตนะว่างั้นเรากำลังพูดถึงคำว่าเช่นว่าคำว่ากินจรรยากันนะเป็นชื่อเป็นภาษาเรียกบางทีเราก็พูดว่าเรายังไม่ทันถึงเรากำลังจะเข้าอย่างนี้ก็หมายความว่าเรายังไม่เป็นแล้วบางทีเราบอกว่าคนกินจรรยาญาติกันนะนี่หมายความว่าเราเป็นเราเป็นในลักษณะเจตนาแล้วกล่าวภาษาพูดเราพูดว่า อากิญจัญญายตนะนพพลนี่มาก็บ่ได้เป็นแล้วเราเป็นเนวสัญญานาสัญญาจะเป็นภูมิคือเราหลุดเราหลุดจากภูมิปัญญายุทธนะมาพ้นมาแล้วก็มาเป็นเนวสัญญานาสัญญายุทธภูมิหรือเราพูดถึงอากาสานัญจายตนะเราพูดคำว่าอากาสานัญจายตนะแต่บางทีเราก็พูดว่าเราพ้นอากาสานัญจายตนะนี่หมายความว่าเป็นวิญญาณนินจาและฐานะแล้วพูดภาษาคำว่าเราพ้นอาจจะอายตนะแต่เราก็จะต้องรู้ว่าเราตอนนี้เราไม่ใช่เราไม่เกี่ยวอะไรกับอาสาในใจศาสนาแล้วแต่เราขานชื่อภาษาพูดอยู่ เราเป็นวิญญาณัญจายตนะ

อ่านต่อ

สภาพจริงมันจะเป็นอย่างนั้นถ้าเราไม่พ้นเราบอกว่าอากาสานัญจายตนะเราก็กล่าวแต่ว่าเรายังไม่ถึงด้วยซ้ำเดี๋ยวเราจะเป็นหรือว่าเราจะเข้าถึงเราจะเราจะเข้าถึงอาสาในชายตนะแต่ที่จริงเรายังไม่เป็นหรอกเราพูดภาษาก็สูงขึ้นไปเป็นภูมิสูงสูงขึ้นกว่าที่เราเป็นอยู่อย่างนี้เป็นต้นก็ต้องสังเกตคำสังเกตความให้ชัดๆฟังดีๆนะทำความที่มันมีคำประกอบคำว่าจะถึงคำว่าพ้นคำว่าล่วงล่วงล่วงล่วงอาการสามีเป็นคำสั้นๆเราฟังแล้วเราจะเผินๆ ไม่รู้เรื่องเราร่วงอากาสานัญจายตนะนั้นไม่ได้หมายความว่าเราเป็นอากาสานัญจายตนะเราร่วมอาสาฬหบูชาหมายความว่าเราเองเราเป็นวิญญาณัญจายตนะแล้วหลุดจากภูมิหนึ่งเราจะไปเป็นอีกภูมิหนึ่งตามฐานะที่แท้จริงนักปฏิบัติธรรมต้องเป็นต้องรู้ต้องถึงต้องเข้าถ้าไม่เข้ามันก็ยังอยู่ถ้าเรายังอยู่ในฐานอากาสานัญจายตนะเข้าสู่ภูมิวิญญาณัญจายตนะไม่ได้เราก็เข้าสู่ไม่ได้แล้วก็อยู่อาสาก็อยู่อย่างนั้นแหละเราติดว่างแล้วก็หวังว่ามันอยู่อย่างนั้นแล้วก็จะไปเข้าในฐานะเป็นผู้รู้วิญญาณแปลว่าผู้รู้แปลว่าธาตุรู้มันไม่ใช่เป็นผู้เป็นคน ไม่หรอกมันก็เป็นทาสแต่ธาตุนี้มันจะวิญญาณมันจะฉลาดเฉลียวจริงหรือเปล่ามันจะเป็นยานจริงหรือเปล่าหรือมันจะเป็นอวิชชาก็ตามแต่ฐานะของใครใครอวิชชาคนนั้นก็เอาวิชาไม่ใช่วิญญาณวิญญาณที่จริงมันแปลว่าธาตุรู้ในสมัยเดิมๆนะคำว่ายานแปลว่ารู้ทวิยานะแปลว่ารู้ยิ่งเดี๋ยวมันรู้ยิ่งเป็นทาสจะรู้ละเอียดลออไม่ใช่ธาตุที่รู้แล้วเลอะเทอะๆเดี๋ยวนี้วิญญาณเค้าเรียกจิตเรียกวิญญาณไปมันก็เป็นธาตุเป็นธาตุรู้ที่ผสมกิเลสจิตวิญญาณที่ผสมกิเลสมันไม่เป็นจิตวิญญาณบริสุทธิ์เพราะว่าเรียกภาษาซ้ำแล้วก็เลยยากมันจิตวิญญาณมันเป็นคนคนมันเป็นอัสสะอัสสาทะ แล้วมันเป็นวิญญาณที่ปนอัดสาธุมันเป็นมีตัวเกิดมีตัวอื่นๆเกิดผสมจึงเรียกว่าวิญญาณเกิดวิญญาณตัวมีอื่นผสมเป็นวิญญาณนักษัตรวิญญาณบวกอัสสะเข้านี่หรือบวกอัดสาธารณะซึ่งเป็นรสนิยมโลกโลกโลกโลกก็พาเป็นพาเมียแล้วก็ไปติดแบบลูกๆเข้าไปติดเชื้อโรคเชื้อโรคของโรควิญญาณนักษัตรอาทิตย์นี้พอมาขณะนี้เรากำลังกล่าวถึงอากิญจัญญายตนะเรากำลังจะแยกให้ฟังถึงเรื่องที่มันเข้าใจผิดกับเข้าใจถูกเราจะต้องเข้าใจถูกให้สำคัญว่า จรรยาเย็ดกันหน้าที่แปลด้วยความหมายภาษาไทยกันหมายความว่าไม่มีดับมันไม่มีนิดนึงหน่อยนึงก็ต้องรู้แล้วก็ดับให้สนิทนี่เป็นความหมายไม่มีว่างั้นนะทีนี้ก็อธิบายกันไปอธิบายกันมามันก็ไปปนกันกับไอ้ความดับสนิทแบบอสัญญีดับโดยไม่มีความรับรู้เลยด้วยดับสัญญาดับเวทนาที่จริงเวทนาไม่ต้องเป็นดาวระดับสัญญากำหนดหมายมันก็ชักจะไม่เข้าท่าแล้วดับสัญญาดับเวทนาดับกันไปหมดที่จริงแม้แต่ฐานอสัญญีสัตว์นั่นน่ะมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นดับเอาเวทนาหรอกสมัยเดิมเดิมทีนี้ไม่อยากจะพูดรื้อฟื้นไป แสตมป์ศาสนาพราหมณ์ตั้งแต่ศาสนาที่เขาใช้ภาษาพวกนี้สอนที่เขาใช้คำว่าสัญญาเขาไม่ได้ใช้คำว่าอเวนเจอร์ไม่ใช่ไปดับเอาจิตวิญญาณและเจตสิกตัวตนเลยตั้งแต่เวทนาเวทนาไม่รับรู้อะไรเลยถ้าอย่างนั้นแล้วก็เป็นภาษาที่ตรงที่สุดในพยัญชนะคือดาบไม่มีเวทนาไม่มีสัญญาไม่มีสังขารไม่มีวิญญาณดับดับตั้งแต่ตัวจิตเลยเริ่มต้นมีจิตเจอแต่สิ่งตัวแรกก็ดับเลยไอ้อย่างนั้นไม่รู้เรื่องแท้จริงแบบหาซื้อนะที่จริงนั้นอสัญญีเนี่ยมันก็เป็นฐานที่จริงฐานที่ดีถ้าจะพูดกันถึงฐานะที่ถูกต้องโดยพญานาค มันก็หมายถึงว่าสัญญานี่แหละเราก็ต้องเรียนรู้สัญญาที่ละเอียดลออสูงสุดคือการกำหนดรู้แล้วเราก็เลือกดับการกำหนดรู้ตัวที่มันไม่ดีงานนัดตัดสัญญาณใดๆที่เป็นอัตราไม่เข้าท่าอัตตานี่มันไม่ดีเราต้องระลึกดับอสัญญีไม่มีสัญญาณนั้นไม่เอาอย่างนั้นเราไม่กำหนดหมายเราไม่สำคัญไม่สำคัญมั่นหมายอะไรกับมันแล้วเลือกเฟ้นให้ดีแล้วเราก็ออกมาแต่ที่นี่มันหยาบพูดภาษานั้นซ้ำทีไรเขาก็ไปกำหนดอยู่อย่างเดิมพูดภาษานั้นซ้ำทีไรก็กำหนดอย่างเดิม เขาจึงมีมากขึ้นมีเชิงเรียกแยกมากขึ้นแต่ก็นำไปสู่สภาวะเดียวกันถ้าเข้าใจแล้วมันไม่แปลกไม่แปลกอะไรไม่ต่างอะไรและเราสามารถที่จะอย่างถึงแม้จะยังชนะที่จะตามถึงคำว่าอสัญญีมีอย่างถูกๆมันก็หมายความว่าให้กำหนดด้วยซ้ำไม่ใช่ไม่ให้กำหนดกำหนดอย่างยิ่งด้วยซ้ำถ้าชั้นดีเนี่ยให้กำหนดรู้อย่างยิ่งไม่ใช่ไม่กำหนดกำหนดให้รู้ว่าสัญญาใดที่จะไม่ก็เหมือนกันค่ากินจรรยาจะชนะเนี่ยแปลว่าไม่มีแต่เอากินดีกินเจที่แปลว่าไม่มีถ้าไม่ถ้าถูกแล้วล่ะเขาแปลเอาความสุดท้ายกินเจ หรือว่ากินกินปลากินจันจิแปลว่าไม่มีนิดนึงน้อยนึงก็ไม่ให้มีแปลว่าน้อยนิดอะไรแค่ไหนก็หมดแหละเอาความกันอย่างนั้นทีนี้มาขยายกันให้ชัดเจนก็แปลว่าไอ้นิดหน่อยนึงที่ไม่มีเนี่ยไม่มีภาษาบาลีคำว่านัดไม่มีนัทธีเขาอธิบายในประโยคในคำอธิบายในพระไตรปิฎกคอร์ดนี้อยู่ที่แยกทำออกมาชัดๆกินๆมันก็แปลว่าอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างไรคือมัน แทรกซ้อนลงไปอย่างนั้นอย่างนั้นน่ะอย่างไรก็แยกศัพท์ให้ฟังแล้วเมื่อวานนี้ว่ากะอันจะอี + ทับไปเรื่อยๆเป็นอีกเป็นอีกเป็นการจะกินจักกันจะกินจะกินจะกินจีจนเป็นกินเจเติมเตะเข้าไปอีกตัวท็อปหลังไปเพื่อเป็นตัวปัจจัยให้มันขยายเป็นนามเข้าไปอีกเป็นตัวเป็นตนเข้าไปอีกก็เป็นกินจีนติดอะไรล่ะไอ้ตัวนั้นน่ะต้องรู้กะบอกกันจากนี่แปลว่าต้องรู้ไม่ใช่ไม่รู้อะไรอย่างไรซอกแซกกลองเลือกเป็นหยิบเอาไอ้ตัวหัวโจกหัว เอามาให้ชัดลึกหยิบเอาตัวกินเลยเอามาให้ถูกตัวถูกตอนอะไรมันเป็นยังไงตัวไหนยิ่งคันอารมณ์คันจิตเจตสิกขั้นละเอียดอย่างนี้แล้วมันเป็นสภาวะอากาศว่างๆความว่างๆแล้วเราติดว่างๆจะแช่อิ่มเสมออยู่แต่อารมณ์ว่างๆไม่คิดไม่นึกไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรือหรือว่าเราได้อารมณ์ดีแล้วเราทำอารมณ์นี้เป็นแล้วก็รู้แล้วเราก็ทำได้อาศัยได้เราจะสลัดคืนไม่อยู่ในอารมณ์ว่างๆอ่ะอารมณ์จะมาสังกัปปะก็สัมมาสังกัปปะควรดำริก็ดำริควรนึกคิดควรจะสังขารก็สังขารปุญญาภิสังขารอิทธาภิสังขารจะสังขารโดยการปรุงให้มันเป็นบุญยังไงจะให้ชำระกิเลสยัง ไม่รู้จักแก่นยังไงก็ชวนปรุงคนที่เก่งแล้วอย่างพระพุทธเจ้านี่เราใช้คำว่าอิทธาภิสังขารอิฐบล็อกสังขารอิทธิพลยิ่งสังขารแปลว่าปรุงรวมความแล้วมันก็แปลว่าปรุงอย่างยิ่งไม่มีคำใดที่แปลว่าไม่เลยพระพุทธเจ้านี่ปรุงนักสังขารอิทธาภิสังขารนี่ใช้กับพระพุทธเจ้าถือว่าเป็นคำที่พิเศษหรือพระอริยเจ้าทุกองค์ก็ใช้ได้ถ้าไม่ถือยศถือศักดิ์คือมีอิทธาภิสังขารมีการปรุงได้อย่างเก่งแล้วไม่ใช่ไม่ปรุงตอนแรกเราไม่ให้ปรุงก็เพราะมันบ้าปรุงมันปรุงไปก็โรคเพราะอะไรนิดอะไรหน่อยก็ปรุงไปตามเขาเรื่อยไป เรียนรู้การปรุงมันเป็นยังไงปรุงไม่มีวรรคไม่มีเว้นปรุงอะไรจนหลงหลงอะไรก็เห็นดีเห็นชอบไปหมดเกิดตะพึดเกิดอำเภออะไรก็เอามารวมเกิดรวมกรุงรวมวุ่นไปหมดเพราะว่าต้องเลือกเฟซอันนี้มันเกินมันเฟ้อโลกมันเฟ้อโลกมันมากโรคนี้มันเอาอะไรต่ออะไรมาเสนอเรามันเอาอะไรมายั่วไม่ยอมมามองเราเยอะแยะหมดเราเลือกเอาแต่เพลงสาระพอแล้วพอไอ้นอกนั้นมันเกินแล้วมันเกินเอามากๆด้วยแล้วมาเรียนรู้แล้วเนี่ยล้างรถมาเลิกมาเราจะรู้ว่ามันเยอะแม้แต่อารมณ์อย่าว่าแต่วัตถุเลยเราเลิกวัตถุมาได้เป็นชิ้นเป็นอันเราไม่จะแย่แสนอะไรเขามีกันก็เป็นกันเขาต้องเป็นสุขเป็นทุกข์เขาต้องมีต้องเป็นต้องได้อะไรกันเราไม่ได้ยินดี เราไม่ต้องไปอยากได้ไม่ต้องเป็นโรคไม่ต้องไปแย่งเขาแล้วเราก็รู้ตัวเราว่าเราไม่ต้องแย่งเราสบายแล้วแม้แต่อารมณ์เนี่ยมันเป็นอารมณ์ที่เนียนอารมณ์ที่เราปล่อยมาแล้วเรามาได้อารมณ์ที่ดีแล้วก็ต้องมายังมาจับมาเรียนรู้มันเลือกอีกอะไรชั้นไหนที่เราจะไม่ให้มีในช่วงไหนเวลาไหนมันเป็นฐานสูงยิ่งขึ้นแล้วไม่ใช่ถามที่อื่นๆฉันเขินอะไรเราได้ดีแล้วเรามีสันตะวิหารเป็นเครื่องอยู่วิหารแปลว่าเครื่องอยู่สันตะแปลว่าตายแล้วแปลว่าได้สงบแล้วเราได้ความสงบมันเครื่องอยู่แล้วแล้วในเรื่องของเรื่องสงบเนี่ยมันมีลักษณะ อะไรบ้างท่านก็บอกไว้แล้วเอารูปไปชาญทั้งหมดเอารูปผู้ชายเป็นสันตะวิหารเอารูปผู้ชายมีลักษณะอะไรบ้างมีอาการสามัญเป็นต้นวิญญาณัญจายตนะอากิญจัญญายตนะเนวสัญญานาสัญญายตนะอย่างนี้เราก็ต้องเพิ่มพูนเพิ่มฐานของสิ่งเหล่านี้ให้หมดมันจะไล่เป็นระบบประโยชน์ต่อสังคมในระยะสัญญานะสัญญานี่เป็นสภาพความหมายที่สูงสุดจึงต้องสัญญามีสัญญาใหม่หรือสัญญาเก่าหรือสัญญาใดเราต้องสัญญาพระพุทธเจ้าจึงเติมสัญญาเวทยิตนิโรธสัญญาเวทยิตนิโรธคือเสวยอารมณ์ให้ทุกซอกทุกอย่างให้เกลี้ยงเรา พี่เสวยอารมณ์ให้จิตนี่เป็นสัญญามั่นหมายให้จิตนี่มันกำหนดรู้ให้ถ้วนรอบไม่ใช่ไม่รู้แล้วทีนี้จะนิโรธก็จะต้องรู้ว่าอะไรควรนิโรธอริยสัจอะไรควรจะดับอย่างฉลาดอย่างสัจจะอะไรที่ควรจะไม่มีอย่างสนิทนิโรธแปลว่าดับก็ต้องดับอย่างอริยสัจดับอย่างผู้รู้แต่สิ่งที่จะดับอย่างสนิทก็คือทุกข์กษัตริย์ทุกกษัตริย์ก็ต้องดับให้สนิทสมาธิสั้นเป็นทางเดินเป็นทางที่ก้าวเข้าไปสู่ความดับเราเห็นว่าเราเดินสู่ความดับได้จริงภาษานี่มันดูมันใหญ่มันยาวแท้จริงเวลา มันแทบจะไม่มีเนื้อไม่มีตัวเรามักกะสันแล้วก็ทำถ้าทำอยู่เราทำอย่างนี้เราคิดเห็นก็คิดเห็นอยู่ในเรื่องที่จะเดินทางไปสู่ความดับพยายามก็พยายามทำให้ดับในสิ่งที่ควรดับไอ้สิ่งที่เจริญอยู่เจริญอยู่ที่มันเป็นไปมันควรส่งมันอาศัยก็ให้มันอาศัยไปมันอาศัยไปได้ไอ้สิ่งที่มันดับไปเห็นอยู่ว่ามันดับต้องมีจิตละเอียดที่จะเห็นในสิ่งที่มันลดลงได้เราก็เป็นคนมีระเบียบบทมีปฏิกิริยาอะไรอยู่เราก็เห็นในส่วนที่มันเป็นปฏิกิริยาที่ทรงไว้เรียกว่าธรรมะทรงอยู่มันก็ทรงอยู่ปฏิกิริยาใดที่ควรหลับควรดับคนรถคนจางคนคลายเราก็เห็นด้วยปัญญาที่ เป็นวิจารณญาณเป็นญาณทัศนะเห็นอยู่ว่าเออมันลงไปนะมันดับไปมันน้อยลงไปนะทำอย่างนี้มันตายได้ถ้าทำอย่างนี้มันไม่มีเรี่ยวแรงขึ้นมาได้นะกิเลสตัวนี้อาการอย่างนี้ผีตัวนี้ไอ้ที่พูดนี่มันไม่มีตัวตนคุณต้องรู้เลยว่ามันเป็นยังไงพูดถึงอย่างนี้คุณเข้าใจเลยว่าออกตัวนี้สมมุติมันขึ้นมาหรือว่าระลึกได้ระลึกตามดูอาการอย่างนี้อารมณ์อย่างนี้เนี่ยเขาเรียกว่าอารมณ์ผีอารมณ์โลภะโทสะโมหะอย่างแก่อย่างหยาบอย่างกลางยังไงคุณก็ระลึกรู้เอาเองตามที่ของเรามีเราก็เอาสิ่งนั้นขึ้นมาเป็นสิ่งรองรับในการฟังจะเข้าใจดีนะเราทำอย่างนั้นอยู่จริงๆเห็นเข้าใจไม่ใช่ว่าพูดก็ลอยลม สาวก็เข้าใจความหมายเท่านั้นภาคปฏิบัติไม่เคยระลึกรู้ออกเลยไม่เคยเป็นไม่เคยมีไม่เคยได้ไม่เคยทำมันก็ไม่ได้อะไรแต่ถ้าเคยทำแล้วก็จะรู้และทำบ่อยๆทำเสมอนั่นแหละปฏิบัติธรรมภาวนานั่นแหละภาวนาทำงานทำการสัมผัสโน่นสัมผัสนี่มีสัมผัสเป็นปัจจัยทำอยู่เสมอละเอียดขึ้นคุณจะละเอียดจริงๆจะรู้เลยว่าโอ้เรานี่มีหิริโอตัปปะแม้แต่เล็กแม้แต่น้อยนี่เราก็จับได้แล้วเราก็ละอายต่อตนเราไม่ให้เกิดมาอย่างนี้เป็นอกุศลอ่ะคุณยาไม่ควรปรุงเพราะมันเป็นบุญคุณมันไม่เป็นบุญไม่ต้องสังขารอภิญญาที่สังขารไม่ต้องสังขารอย่างยิ่งเลยทีเดียวเอาให้ละเอียดเมื่อคุณจับว่าอะไรชั้นไหนที่ ที่ควรจะไม่มีแม่นแล้วคุณก็ทำจนไม่มีหากินจันทร์คือไม่มีนิดนึงน้อยหนึ่งไม่มีตามความหมายก็แปลว่าอย่างนั้นก็ตรงเป๊ะเลยไม่มีล่ะอ่ะกินจนยายจะชนะคุณก็เข้าถึงภูมิเอากินจรรยาเย็ดกันนะในขณะที่เข้าถึงนั้นกำลังรู้กำลังเรียนกำลังดับดับแล้วก็ตรวจตรวจขนาดกำลังทำนี่ทำถูกเรียกว่ากิจการจับถูกตัวถูกตนมันเรียกว่าสัจจะปัญญามีปัญญาเห็นแจ้งว่าอาการอย่างนี้ลักษณะอย่างนี้เป็นของละเอียดเป็นอรูปฌานเชียวนะเลยธาตุรู้ขึ้นมาแล้วนะไอ้ว่างๆลงๆก็ว่างๆโล่งๆอากาศวิญญาณอาจารย์ เกือบเป็นตัวธาตุรู้เรารู้แล้วว่าอาสาเรารู้แล้วว่าเรามีตัวธาตุรู้นี่เป็นตัวเสวยเสวยหรือว่าธาตุรู้ที่เพ้อไปเป็นความรู้รู้มากรู้มารู้เกินรู้เฟ้อแล้วก็พักแล้วแล้วเราก็เป็นทาสรู้ผู้เสวยสภาพสบายแม้เสวยสภาพสบายเราก็ไม่ยึดถือเราไม่ติดสภาพแม้จะรู้ว่าเป็นเราเราเป็นวิญญาณน่ะเสวยรู้ธาตุรู้แล้วเราก็ไม่รวมอยู่กับอาสานั่นแหละอาการสาแปลว่าว่างวิญญาแปลว่ารู้แล้วเราก็จะรู้รู้อยู่ที่ว่างๆๆรู้ๆเฉยๆไม่ไปอื่นเลยไม่คิดไม่นึกอื่นไม่มีสัมมาสังกัปปะไม่มีสัมมาวาจาไม่มีสัมมาอะไรเลยโดยพาซื้ออยู่ตรงภูมินั้นอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นเอาอารมณ์นั้นเป็นเครื่องยึดถือแล้วก็นางรู้สึก อะไรอื่นฉันไม่เกี่ยวทั้งสิ้นไอ้อย่างนี้เขาเรียกว่าไม่ปรุงหรือว่าไม่รับรู้ไม่รู้อะไรอื่นเลยรู้แต่อยู่แต่แค่นี้นายภูมิเนี่ยในภูมิรู้ๆๆอยู่แค่นี้แล้วมันก็แจ้งหรือไม่ก็จะไปรู้แบบเดิมรู้อะไรก็รู้แล้วก็ว่างรู้แล้วก็ปล่อยวางรู้วางรู้วางรู้วางลูกสาวรู้อะไรก็มาสัมผัสสัมผัสกับเราก็รู้แล้วก็ปล่อยไม่มีปัญญาไม่มีวิจัยไม่มีการร่วมกันสัมพันธ์มีแต่รู้และเฉยๆก็เด๋อเข้าเด๋อเข้าเด๋อเข้าเท่านั้นเองไม่มีค่าอะไรรู้เฉยๆไม่มีการเข้าใจไอ้นี่เกี่ยวข้องอะไรไอ้นี่เป็นอย่างไรไอ้มีชั้นมีเชิงอย่างไรละเอียดลอออย่างไรเรียกว่าโลกคืออะไรมันหมายความว่า เราควรเกี่ยวหรือไม่ควรเกี่ยวและเราก็ได้ทำจิตของเราซ่อนลงไปอีกว่าไม่เกี่ยวแล้วก็เราไม่เกี่ยวได้จริงๆหรือเราเองเราสู้แรงมันไม่ได้ว่าจะไม่เกี่ยวมันยังมาแย่งๆๆเรามอมเราเมาเราทำให้เราเองพ่ายแพ้ต้องมีอาการที่จิตปรุงเข้าไปร่วมแล้วก็ไปติดใจพอใจดึงดูดใจอะไรเข้าไปร่วมเราก็จะรู้อาการละเอียดลออขึ้นไปโดยอยู่เหนือมันเข้าใจมันแล้วก็มีสิทธิ์ที่จะห้ามหรือไม่ห้ามอยู่ที่ใจเรามันถึงจะเก่งจะเรียกว่าโลกุตระอ่าประเภทผักก็เป็นอาการหนึ่งของพระโยคาวจรระดับหนึ่งมันทนไม่ได้มาปล่อยมันเพราะมันเล่นงานเราดูเราทุกทีเอาผักก่อนรู้มันรีบๆตัดรีบวางรีบกลับ ก็พักอยู่กับเขาไปจอดระดับ 1 ผู้ประพฤติขนาดหนึ่งก็ต้องทำอย่างนั้นเก่งขึ้นมาแล้วก็ต้องพิจารณาได้รู้เท่าทันไม่ใช่ไม่รู้เข้าใจมันละเอียดแต่มันทำอะไรเราไม่ได้มันจะแย่จะแย้งยังไงเราก็ไม่ได้มันจะดูดจะดึงยังไงเราไม่ได้เรามั่นคงไม่หวั่นไหวแข็งแรงแต่เราสามารถที่จะเอามันใช้ได้ด้วยเอามันใช้เป็นบริวารได้ด้วยซ้ำเราจึงจะเรียกว่าเราอยู่เหนือเราจะเอามันใช้เป็นประโยชน์ถ้าไม่เป็นประโยชน์เราไม่เอามาใช้อ่ะเพราะฉะนั้นแม้แต่เราจะไปเอาเพลงมาผสมกับธรรมะเอาไปใช้เราต้องมีปัญญาแล้วต้องเหนือมันไม่ใช่เราไปใช้กับเพลงเพลงมันเลยกินเราเลยเราเลยติดอกติดใจ ขอบใจเพลินไปเผลอไปกินลึกขึ้นทุกวันทุกวันทุกวันเราก็ต้องติดเพลงสักวันหนึ่งเราเห็นเรายุ่งกับสีคลุกคลีกับสีเกี่ยวกับสีเกี่ยวกับลูกเสร็จแล้วเราก็เผลอเพลินไปกับมันวันนึงสีก็กินเราถ้าเราเองเราไม่ละเอียดละออในฐานะสูงขึ้นไม่ว่าเราจะเกี่ยวข้องกับรูปก็สีกลิ่นกับรสก็สัมผัสไม่ว่าจะอะไรทั้งสิ้นสัมผัสมาเป็นปัจจัยตามทวาร 5 แม้แต่จิตเราได้แต่นึกแต่คิดฟุ้งซ่านไปเองก็อย่างที่เป็นวิญญาณนินจาจะชนะขบคิดมีแต่ความรู้เราไม่ยุ่งไม่เกี่ยวและรูปรถไปเสียสัมผัสไม่เป็นปัญหาแต่มีแต่ความลึก คิดความปรุงแต่งพิจารณาระหว่างวิปัสสนาวิปัสสนามาเรื่อยเลยและวิปัสสนาวิปัสสนาเน่าเน่าเลยวิปัสสนาอะไรเพ้อพกไปใหญ่โตแล้วก็หยุดไม่ได้เบรคไม่ได้ฟุ้งซ่านหยุดก็ไม่ได้ดับก็ไม่ได้หงุดหงิดอารมณ์ร้อนอยู่อย่างนั้นแหละแบบนี้ก็ไม่ต้องดับก็แล้วกันอย่างนี้เป็นต้นก็ยิ่งเลอะเยอะไปเราจะได้รู้อารมณ์ที่เรารู้ว่าควรจะหยุดก็หยุดหัดหยุดแม้จำเป็นไม่จำเป็นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็หยุดถ้าไม่จำเป็นเราจะปรุงทั้งโลกเขาจะปรุงกับคนนั้นคนนี้จะปรุงก็กิจการอะไรเป็นสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะเราทำได้อยู่คนปกติสิ่งที่จะสัมพันธ์ เพื่อชีวิตแม่มันจะมาแรงนี่เรานั่งอยู่ที่นี่แท้ๆหรือเราเดินออกไปเลยไปผจญแต่ประจำเลยในกลุ่มใดๆนรกมาหานรกศรีแสงอะไรก็แล้วแต่ที่เขาหลอกกันเป็นสังขารจัดจ้านไม่ว่ารูปรบกลิ่นเสียงสัมผัสไม่ว่าจะเป็นอบายมุขชั้นไหนเราเป็นเพราะอะไรเราก็เฉยมากมันกระทบสัมพันธ์แล้วก็เกิดที่จิตหรือไม่เราก็มีจิตรู้กินเจติอะไรชั้นไหนอาการอารมณ์ใจของเราในอาการในอารมณ์ของจิตของเราจับรู้ว่าอันนี้แหละต้องไม่ให้มีนะอาการอย่างนี้อารมณ์อย่างนี้เนี่ยเชิงชอบเชิงสะเทือนสะท้านแล้วเราเรียกสำนวนไอ้พวกเราว่าเข็มกระดิกแต่สำนวนไอ้พวกเรา ไปเจอไอ้ฤทธิ์แรงๆของมันโดยเฉพาะทางด้านปฏิฆะนำหมายไปทางเชิงปฏิฆะเพราะไปเจอเอาคนนั้นคนนี้เขาติเตียนเขาด่าเขาว่าหรือว่าเขาซัดเอาแรงๆเข้ามาเป็นไงเข็มกระดิกไหมเราเรียกว่าเข็มกับเด็กอาการหรืออารมณ์ของเรานี่มันแน่วแน่มั่นคงไม่กระดิกเลยตรงเฉยนิ่งสนิทอยู่นี่เราเรียกว่าเข็มไม่กระดิกมันเหมือนกับมิเตอร์เครื่องหมายของมิเตอร์มันมีเข็มมันเจ๊งเลยไวนะมิสเตอร์นี่ยิ่งต้องการเครื่องชั่งท้องนะมิเตอร์เนี่ยเครื่องชั่งเนี่ยยิ่งกว่าเครื่องชั่งทองนะเลยนิ่งสนิทเราจะรู้อาการ มันโมโหเกิดนิดนึงอาการปฏิฆะเกิดนิดนึงเราเรียกว่ากระดิกพอสมควรแม้กระดิกบางคนบอกโอ้โหยันเจเลยขึ้นยันเจเลยก็รู้เข็มหมุนยันต์เจ็บเลยโอ้โหถ้ามันหมุนอีก 3 รอบ 5 รอบอยู่ในนั้นน่ะคุณก็ต้องรู้ของคุณไม่ใช่ยันต์แกหรอกหมุนติ้วเลยคุณก็รู้นี่เราเอาเครื่องหมายมาสื่อเพื่อที่จะให้รู้อารมณ์รู้อาการไม่ได้มีเข็มมีเข็มอะไรหรอกไม่มีตัวไม่มีตนหรอกแต่ต้องรู้ความหมายว่ามันหมายถึงอาการอย่างไรของเราเพราะแม้แต่มันกระดิกนิดนึงเราก็ต้องรู้ไหวนิดนึงก็รู้นะกรรมปกติจิตไม่หวั่นไม่ไหวเลยจะ ลงไปสู่ภูมินรกกระทบสัมผัสกันอยู่ด้วยสิ่งที่แรงเขามอมเมากันเขาเอาหรอกเขาหลอกกันอย่างไรไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงเรื่องร้ายเรื่องด่าเรื่องทอทำให้เราสะเทือนหวั่นไหวด้วยปฏิฆะด้วยการถือตนถือตัวหรือมันจะหยาบคายลงไปหาสภาพราคะที่ดูดซึมจี๋จ๋ารุนแรงในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอย่างไรเป็นลาภเป็นยศแรงๆอย่างไรก็ตามสรรเสริญเยินยอปอปั้นอย่างไรฉลาดยอฉลาดชมยกย่องเชิงนั้นเชิงนี้ถ้าทีมนั้นทีนี้อย่างไรเราก็ต้องรู้เท่าทันถึงอยากๆมันเลยเราก็รู้ทันง่ายล่ะยิ่งฉลาดขึ้นแล้วยิ่งรู้นี่มาแกล้งยอเฉยๆดื่นๆง่ายๆ หรือว่ารูปรถเครื่องเสียงสัมผัสยากๆก็รู้เท่าทันง่ายแล้วเราไม่สะเทือนจริงๆมีสติสัมปชัญญะหรือมีจิตอันมั่นคงแล้วไม่ต้องมีสติไปควบคุมไม่ต้องวิตกวิจารณ์อะไรนักก็รู้ด้วยปฏิภาณรู้ด้วยญาณทัศนะวิเศษรู้ด้วยจิตอันชาญฉลาดของเราในตัวเลยมันรู้ก็มันเองแล้วมันตัดสินของมันเองเสร็จไอ้อย่างนี้เหรอสบายมากเลยสนิทไม่ต้องพยายามอะไรมากแล้วเก่งรู้สติมีรู้รู้สติไม่มีรู้ก็ไม่รับเลยเพราะว่าสติไม่รู้ไม่รู้สติจะไปรับอะไรมาไม่รับอะไรหรอกสติรู้ตัวอยู่ก็รู้ก็รับมามากน้อยอะไรก็รู้แล้วเราปรุงหรือไม่ปรุงในขณะนั้นเรารู้ถ้าคุณนั่งเนี่ยลมๆนั่งไม่ค่อยรู้ตัวเต็มที่สติไม่ พูดอยู่ขณะนี้เนี่ยคุณก็เอาไปปรุงนิดๆหน่อยๆไม่ปรุงเต็มมันก็รู้ได้นิดๆหน่อยๆคุณไปเอาอารมณ์ของจิตแบ่งไปคิดอันอื่นคุณก็ไปปรุงอันอื่นอยู่ผสมบางทีคุณฟังนี่น้อยนึงไปคิดอื่นๆมากกว่าคุณไปปรุงอันอื่นมากกว่าคุณไปได้อารมณ์อื่นมากกว่าถ้าไปปรับปรุงเป็นการคุณก็ไม่ได้อารมณ์ตามมันมากกว่านั่งฟังธรรมแท้ๆกำลังนั่งฟังธรรมแต่ไปปรุงอารมณ์ตามใส่ในภพจิตของตัวเองแบบปรุงพยาบาลอยู่ในภพจิตของตัวเองกำลังดีๆนี่แหละสติไม่เต็มเรารู้อยู่ว่าสติแปลว่าความระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมแล้วก็มีความกำหนดหมายปฏิสังข์อะไรคืออะไรเรากำลังทำอะไรเราก็ตั้งใจอะไรแต่เราไม่ได้ทำ ที่ได้ตั้งไว้นี่เราตั้งใจว่าจะมาฟังธรรมจะมาทำวัตรเสร็จแล้วพอมานั่งอยู่ที่นี่ก็มีแต่ตัวแต่หัวใจไม่ได้ทำวัดหัวใจไปทำไปทำเว็บก็เลยไปได้แต่ของเหม็นเน่าสะสมอุจจาระไม่ได้มาทำวัดไปทำเว็บ Facebook ใครรู้จักใครไม่รู้จักเว็บคือส้วมขี้มันสะสมแต่อุจจาระเพราะมันนั่งทำวัดแต่ใจทำเว็บก็แล้วแต่มันก็น่าจะขี้อ่ะสิมันจะได้อะไรมันก็ได้แต่ของเน่ากายมาฟุ้งซ่านไปเป็นการฟุ้งซ่านไปเป็นพยาบาทฟุ้งซ่านไปเป็นโรคโมโทรศัพท์เรื่องสนุกอะไรจะปรุงอะไรก็ตามใจคุณน่ะคุณก็ปรุงใส่เว็บของคุณด้วยไปนิวรณ์ หรือไม่มีอะไรก็นั่งรีหลับเนี่ยพรุ่งนี้วานนี้ชำนาญขึ้นทุกวันทุกเวลาดีไม่ดีหรอกเขาด้วยปรุงสร้างปากแข็งนะแกถ้าไม่แข็งเขารู้ตัวแล้วแกจะหลับก็กะหรี่หลับลืมไปข้างในนะเรียกว่าหลับในตาก็แข็งได้เก่งแต่ข้างในนั้นหรี่ลงไปหลับลงไปหลับลงไปอร่อยลงไปเย็ดนั่นเองทำเว็บเก่งเลยนั่งตาแข็งนั่งตาโตแต่โอ้โหทองเดินท้องเฟ้อขี่ลงส้วมอยู่ในแวดวงตัวเองเน่าเหม็นเข้าไปเรื่อยสะสมเข้าไปสิอย่ามาจ้างเขาดูดไป 600 เมื่อวานนี้ขี่ทั้งนั้นอย่างนี้เราต้องรู้อารมณ์ รู้เลยว่ามันแว๊บไปอย่างไรเมื่อไหร่ละเอียดนี้ที่พูดนี่หยาบนะที่พูดให้เป็นนิวรณ์จี๋ๆจะจ๋านะเป็นรูปฌานนะไม่ใช่เป็นอรูปฌานนะที่พูดเมื่อกี้นี้รูปอาจารย์ทีนี้ก็กลับมาหาอะลูกไปทานอรูปฌานอย่าว่าแต่เสวยว่างๆอารมณ์โปร่งสบายด้วยไม่ได้มีที่ไหนไม่ได้มีนิวรณ์อะไรแล้วเอารูปผู้ชายนี่ไม่มีนิวรณ์หยาบเป็นสันตะวิหารเป็นฐานอาศัยของพระอริยะนะถ้ายังมีนิวรณ์ 5 นะรูปประทานก็ยังไม่สายต้องรู้เท่าทันระดับข้าอารมณ์ของนิวรณ์ทั้ง 5 ไม่เอาถ้าดาบฆ่าได้หมดก็คุณก็ขึ้นฐานของเป็นรูปเลยรูปประชานพ้นกำลัง 5 นิวรณ์คือกันกำลังอยู่ในฐานะของจิตจิตวิญญาณในฐานะกระทำฌานกระทำการฆ่านิวรณ์ค่านิวรณ์หมดก็มาเป็นสภาพของนิวรณ์ 6 พอค่านิวรณ์ 5 หมดมาเป็นนิวรณ์ 6 นิวรณ์ 6 คืออะไรนิวรณ์ 6 คือต้องรู้ว่าอาสาคืออะไรวิญญาณคืออะไรอ่ะกินจันทร์คืออะไรเนวสัญญานาสัญญายตนะคุณได้คุณก็ชอบใจก็วางเพราะงั้นพวกที่มาใหม่ๆพอละนิวรณ์ เราไม่มีกรรมเราไม่มีพบอะไรหยาบๆนะนึกว่าเราไม่มีที่จริงยังมีละเอียดอีกเป็นรูปราคะอรูปราคะรูปพระราคะเรานั้นถ้าเราดูได้แยบคายจะเห็นโอ้มันยังมีเศษมีอะไรมีรอยมีร่องอะไรอยู่แล้วก็ดับอีกดับจนเกลี้ยงก็หมายความว่าเขาเป็นพระอนาคามีเนี่ยที่จริงตามพวกนั้นเล็กน้อยมันทำงานทำการเล่นงานเราไม่ได้หรอกหยาบๆอย่างนี้มาสักพักๆเราไม่อ่ะเราสู้ได้แต่ถ้าเผื่อว่าอาจจะชัดๆแม้แต่สัมผัสสัมผัสในปัจจุบันน่ะทำทุกครั้งรูปรถเป็นเสียงสัมผัสถ้าคุณมีจิตท่านอาคมมีแล้วคุณจะรู้เลยว่าขณะที่สัมผัสนี่เราไหวถ้าไม่สัมผัสๆนะเราไม่เอาวอน อาวรณ์ไม่อ่าน LINE ไม่นึกไม่ถึงหรอกลูกก็ตามรถก็ตามเป็นก็ตามสัมผัสก็ได้สัมผัสกายก็ตามถ้าไม่ได้สัมผัสทางกายจริงๆแล้วเราไม่อะไรไม่เอาหรอกก็เลยนึกว่าเราหมดแต่พอสัมผัสจริงๆเราไม่มีจิตแยกขายสัมผัสแล้วมันไม่แรงหรอกนะมันก็มีอาการมีอาลมนิดๆหน่อยๆเป็นกามารมณ์เล็กๆน้อยๆดีกว่ารูปราคะมันละเอียดนะเรารู้เลยสักพักนี่เราไหวมันอยู่ในเรายังมีอาการอารมณ์เล็กๆน้อยๆอะไรต้องอ่านให้ละเอียดจนอารมณ์รูปราคะไม่มีรูปยิ่งละเอียดก็ไม่มีนั้นเรียกว่าล็อคเครื่องดับอ่ะรูปอันนั้นเป็นเศษนึกว่าว่างแต่ไม่ว่างทีนี้ถ้าเผื่อว่าดับเศษมันหมดจริงเลยหมดอ่ะรูปราคะไม่มีราคะแล้วจึง ถึงขึ้นฐานของภวตัณหาโดยตรงเป็นฌานเป็นรูปฌานอรูปฌานเป็นอรูปแท้ล่ะทีนี้เราว่างลงเพราะฉะนั้นความว่างมีหลายชั้นอาการสามีหลายระดับนึกว่าเราว่างอยู่ที่จริงยังมีเจืออยู่นะลำเรื่องเป็นภาระนาเป็นแผ่ซ่านซ่าอยู่เลยน้อยเราจำไม่ผิดมันอากาศที่เราชอบนิดๆชังหน่อยๆพวกนี้ก็จะต้องเก็บละเอียดดูราคารูปพระราคะยังมีลักษณะพอละเอียดแล้วเราก็ว่าในขณะที่มันยังมีนิดๆหน่อยๆเราก็ว่างแต่มันยังมีเชื้ออยู่ในจื่อๆจางๆจึงเรียกว่ารูปปัจเจกและรูปว่าโรคเอารูปกระรอกเรียกว่ารูปกระรอกๆๆเชื้อโรคเชื้อโรคกาม กามโรคแบบฟังแล้วน่ากลัวเข้าไปเรียกกันหยาบๆไปกามโรคนี่โน่นน่ะมันโอ้โหเขาเรียกว่าผู้หญิงลูกผู้ชายผู้ชายเขาเรียกว่าผู้หญิงผู้หญิงเขาเร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน